ทหารรับจ้างรัสเซียกำลังทำเรื่องโหดร้ายในแอฟริกา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682580

วันที่ 09 พ.ค. 2565 เวลา 18:30 น.ทหารรับจ้างรัสเซียกำลังทำเรื่องโหดร้ายในแอฟริกา

ประเทศในแถบแอฟริกากำลังเผชิญความโหดร้ายจากทหารรับจ้างรัสเซีย

1. ในช่วงหลายปีที่ผ่านมารัสเซียได้ส่งทหารรับจ้างไปยังประเทศในแถบแอฟริกาหลายประเทศ ซึ่งรวมถึง Wanger Group หนึ่งในกองกำลังรัสเซียที่กำลังโจมตียูเครนตะวันออกอยู่ในขณะนี้ด้วย โดยทหารรับจ้างจาก Wanger ประจำการอยู่ในสาธารณรัฐแอฟริกากลาง (CAR), ซูดาน และมาลี ซึ่งผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าบทบาทของ Wagner ในประเทศเหล่านั้นมีมากกว่าเพียงแค่การให้บริการด้านความปลอดภัย

2. The Guardian และ Aljazeera รายงานว่าเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ในเดือนมี.ค. มีรายงานเหตุการณ์ที่โหดร้ายที่สุดนับตั้งแต่ Wagner มาถึงมาลีเมื่อปีที่แล้วหลังจากบรรลุข้อตกลงกับผู้นำทางทหารคนใหม่ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวคือการสังหารหมู่ที่ส่งผลให้มีผู้คนเสียชีวิตประมาณ 350 ถึง 380 คนในเวลา 4 วัน โดยส่วนใหญ่เป็นพลเรือน

3. แม้ว่าจะยังไม่มีใครออกมายอมรับว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ดังกล่าว แต่พยาน ผู้นำชุมชน นักการทูต และนักวิเคราะห์ในท้องถิ่นกล่าวว่าหลักฐานทั้งหมดชี้ไปที่กลุ่ม Wanger ซึ่งเหตุการณ์นี้สร้างความกังวลว่าการแทรกแซงของรัสเซียจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพและความมั่นคงของประเทศต่างๆ ทั่วทั้งทวีป

4. ก่อนหน้านี้ Wagner Group สามารถขับไล่กองกำลังกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงและกองทหารฝรั่งเศสออกจากมาลีไปได้ และในตอนนี้พวกเขากำลังปกป้องเหมืองทองคำและเพชรมูลค่ามหาศาลในมาลี ซึ่งคาดว่าปัจจุบันมีทหารรับจ้างชาวรัสเซียประจำการอยู่ในมาลีราว 1,000 นาย

5. นอกจากมาลีแล้ว สาธารณรัฐแอฟริกากลาง (CAR) ก็เป็นอีกประเทศที่เป็นที่ตั้งของฐานที่มั่นของทหารรับจ้างชาวรัสเซีย และต้องเผชิญกับความรุนแรงมานานหลายปี

6. เมื่อวันที่ 7 พ.ค. ที่ผ่านมา Business Insider รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่และพยานในพื้นที่ระบุว่าทหารรับจ้างจากกลุ่ม Wagner 3 นาย ก่อเหตุบุกรุกและข่มขืนผู้หญิงในแผนกสูติกรรม เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ยิ่งไปกว่านั้นเจ้าหน้าที่คนหนึ่งยังเผยว่าพยาบาลที่เข้ามาห้ามก็ถูกข่มขืนด้วยเช่นกัน

7. รายงานระบุว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทหารรับจ้าง Wagner Group คุกคามและทำร้ายประชาชน โดยในเดือนต.ค. ปีที่แล้ว ผู้เชี่ยวชาญของสหประชาชาติได้ออกรายงานแสดงความกังวลว่าพลเรือน รวมทั้งผู้รักษาสันติภาพ นักข่าว เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือ และชนกลุ่มน้อย ถูกคุกคามหรือข่มขู่อย่างรุนแรงโดยทหารรับจ้าง Wagner

8. นอกจากนี้ผู้เชี่ยวชาญยังอ้างว่าทั้งผู้หญิง ผู้ชาย และเด็กสาว เคยถูกล่วงละเมิดทางเพศในหลายพื้นที่ของประเทศ แต่จำนวนยังไม่เป็นที่แน่ชัด เนื่องจากหลายคนกลัวที่จะรายงาน โดยผู้เชี่ยวชาญเรียกร้องให้รัฐบาลสาธารณรัฐแอฟริกากลางยุติความสัมพันธ์กับ Wagner

9. ด้านเจ้าหน้าที่ทางทหารระดับสูงของสาธารณรัฐแอฟริกากลางกล่าวกับ The Daily Beast ว่าเป็นเรื่องยากที่กองทัพจะลงโทษทหารรับจ้างชาวรัสเซีย โดยเสริมว่ามีเพียงประธานาธิบดีเท่านั้นที่สามารถตัดสินใจได้ว่าจะจัดการกับรัสเซียอย่างไร

10. รายงานยังชี้ว่าเหยื่อข่มขืนในสาธารณรัฐแอฟริกากลางแทบจะไม่ได้รับความยุติธรรม โดย Human Right Watch ได้บันทึกกรณีการข่มขืนและล่วงละเมิดทางเพศ 305 คดี ที่สมาชิกกลุ่มติดอาวุธกระทำต่อผู้หญิงและเด็กหญิงระหว่างต้นปี 2013 ถึงกลางปี 2017 ขณะที่บรรดาผู้เสียหาย 296 คนที่ให้สัมภาษณ์มีเพียง 11 คนเท่านั้นที่พยายามยื่นฟ้องต่อศาล

11. รายงานจาก Human Right Watch ยังชี้ว่าทหารรับจ้างในสาธารณรัฐอัฟริกากลางได้สังหาร ทรมาน และเฆี่ยนตีพลเรือนหลายครั้งตั้งแต่ปี 2019 โดยในวันที่ 15 เม.ย. ที่ผ่านมา องค์การสหประชาชาติได้ประกาศว่าจะทำการตรวจสอบสถานการณ์ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 10 คนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีรายงานเบื้องต้นที่อ้างว่ากองกำลังรัสเซียอาจมีส่วนเกี่ยวข้อง

12. “มีหลักฐานที่น่าสนใจว่ากองกำลังของรัสเซียได้กระทำทารุณกรรมอย่างร้ายแรงต่อพลเรือนโดยไม่ได้รับโทษใดๆ “ ไอดา ซอว์เยอร์ ผู้อำนวยการด้านวิกฤตและความขัดแย้งของ Human Rights Watch กล่าว

13. ในระหว่างเดือนก.พ. 2019 ถึงเดือนพ.ย. 2021 Human Rights Watch ได้สัมภาษณ์ 40 คนเกี่ยวกับการล่วงละเมิด รวมถึงเหยื่อ 10 คนและพยาน 15 คน ซึ่งพวกเขากล่าวว่าผู้ก่อเหตุเป็นชายผิวขาวพูดภาษารัสเซีย พยานคนหนึ่งกล่าวว่าชายเหล่านี้พกอาวุธเหมือนกับทหาร สวมชุดสีกากีและสีเบจ ใช้ผ้าพันคอปิดบังใบหน้า สวมรองเท้าบู๊ททหาร ถุงมือ และแว่นตาดำ

14. นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์ที่ทหารรัสเซียสังหารประชาชนมือเปล่าอย่างน้อย 13 คน เมื่อเช้าวันที่ 21 ก.ค. 2021 ในเมืองบอสซานเกา ขณะที่พยานรายหนึ่งกล่าวว่าชายที่พูดภาษารัสเซียได้วางสิ่งกีดขวางบนถนน ทุบตี และยิงประชาชนจนถึงแก่ชีวิต ก่อนที่จะนำศพพวกเขาไปฝังข้างถนน

15. Human Rights Watch ยังบันทึกกรณีการกักขังและทรมานโดยกองกำลังที่เชื่อมโยงกับรัสเซียในเมืองบัมบารี ในปี 2019

16. ทั้งนี้ Wagner Group ถูกคว่ำบาตรจากสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป ขณะที่รัฐบาลรัสเซียจะยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มดังกล่าว

17. แม้ว่าศูนย์ฝึกของ Wanger ทางตอนใต้ของรัสเซียอยู่ติดกับฐานทัพของกองทัพรัสเซีย นอกจากนี้ยังมีการคาดกันว่า “เยฟเกนี ปริโกชิน” นักธุรกิจที่ถูกยกให้เป็นเชฟส่วนตัวของปูติน คือเจ้าของตัวจริงและเป็นคนจ่ายเงินให้ Wagner Group ซึ่งเจ้าตัวปฏิเสธข้อกล่าวหานี้

Photo by REUTERS/Thomas Peter

ปูตินลั่น ‘ตะวันตกกำลังเตรียมบุกดินแดนของเรา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682562

วันที่ 09 พ.ค. 2565 เวลา 15:05 น.ปูตินลั่น 'ตะวันตกกำลังเตรียมบุกดินแดนของเรา'

ผู้นำรัสเซียปราศรัยเนื่องในวันชัยสมรภูมิ (Victory Day) วันฉลองชัยชนะของสหภาพโซเวียตเหนือนาซีเยอรมันและการสิ้นสุดของสงครามโลกครั้งที่ 2 ในยุโรป

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน ประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิมีร์ ปูติน กล่าวว่า การแทรกแซงของรัสเซียในยูเครนมีความจำเป็น เนื่องจากตะวันตกกำลัง “เตรียมการรุกรานดินแดนของเรา รวมถึงแหลมไครเมียด้วย”

ปูตินกล่าวในการจัดขบวนพาเหรดวันแห่งชัยชนะประจำปีที่จัตุรัสแดงของมอสโกซึ่งเป็นการฉลองวันครบรอบชัยชนะของสหภาพโซเวียตเหนือนาซีเยอรมนีในสงครามโลกครั้งที่สอง

วลาดิมีร์ ปูติน ยังปลุกเร้าความทรงจำเกี่ยวกับวีรกรรมของสหภาพโซเวียตในสงครามโลกครั้งที่สองเมื่อวันจันทร์ เพื่อกระตุ้นให้กองทัพของเขามุ่งสู่ชัยชนะในยูเครน

ปูตินกล่าวกับทหารจำนวนมากในจัตุรัสแดงในวันครบรอบ 77 ปีแห่งชัยชนะเหนือนาซีเยอรมนี โดยประณามสิ่งที่เขาเรียกว่าภัยคุกคามจากภายนอกเพื่อทำให้รัสเซียอ่อนแอลงและแตกแยก ซึ่งตอกย้ำวาทะของเขามักใช้เพื่ออ้างความชอบธรรมในการรุกรานยูเครน ว่านาโต้กำลังสร้างภัยคุกคามต่อรัสเซีย

เขาพูดถึงทหารที่กำลังสู้รบในภูมิภาคดอนบัสทางตะวันออกของยูเครนโดยตรง ซึ่งรัสเซียให้คำมั่นว่าจะ “ปลดปล่อย” ดินแดนแห่งนั้นจากรัฐบาลเคียฟ

“การปกป้องมาตุภูมิเมื่อถึงเวลาที่จะต้องตัดสินชะตากรรมนั้น (เป็นภารกิจที่) ศักดิ์สิทธิ์มาโดยตลอด” เขากล่าว “วันนี้คุณกำลังต่อสู้เพื่อประชาชนของเราในดอนบัส เพื่อความปลอดภัยของรัสเซีย บ้านเกิดของเรา”

อย่างไรก็ตาม คำปราศรัยความยาว 11 นาทีของปูตินในวันที่ 75 ของการบุกรุกยูเครนไม่ได้ให้การประเมินความคืบหน้าในสงคราม และไม่ได้ระบุว่าจะดำเนินต่อไปอีกนานแค่ไหน

เขาเปรียบเปรยหลายครั้งถึงสงครามในยูเครนกับการต่อสู้กับชาตินิยม “นาซี” ที่อันตรายในยูเครน กับความท้าทายที่สหภาพโซเวียตต้องเผชิญเมื่ออดอล์ฟ ฮิตเลอร์บุกโจมตีในปี 2484

ทั้งนีี้ รัสเซียอ้างว่ารัฐบาลยูเครนให้การสนับสนุนกองกำลังนิยมนาซี-ชาตินิยมยูเครน ก่อกวนสวัสดิภาพของชาวยูเครนเชื้อสายรัสเซีย และรัสเซียต้องเข้ามาแทรกแซงด้วย “ปฏิบัติการพิเศษทางทหาร”

ตรงกันข้ามกับประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครนที่กล่าวว่ารัสเซียกำลังเตรียม “ทำให้นาซีหวนกลับมาอีกครั้ง” ในยูเครน

Photo – Sputnik/Mikhail Metzel/Pool via REUTERS ATTENTION EDITORS 

สหรัฐส่งอาวุธช่วยยูเครน จนคลังแสงตัวเองเหลือน้อยเต็มที

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682544

วันที่ 09 พ.ค. 2565 เวลา 14:01 น.สหรัฐส่งอาวุธช่วยยูเครน จนคลังแสงตัวเองเหลือน้อยเต็มที

อาวุธในคลังสหรัฐเริ่มร่อยหรอ ขณะที่ต้องช่วยเหลือยูเครน-ไต้หวันไปพร้อมๆ กัน

ไมค์ กัลลาเกอร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรครีพับลิกัน จากรัฐวิสคอนซิน กล่าวกับ Fox News ว่าการที่สหรัฐเร่งส่งมอบอาวุธให้ยูเครนนั้นเป็นการเผาผลาญอาวุธในคลังที่สะสมมานานหลายปี ในขณะเดียวกันยังลดขีดความสามารถของสหรัฐในการจัดหาอาวุธให้แก่ไต้หวันซึ่งอาจเกิดความขัดแย้งขึ้นกับจีนด้วย

“คลังอาวุธของเราเหลือน้อยแล้ว” กัลลาเกอร์กล่าวพร้อมเสริมว่าสหรัฐเพิ่งมอบจรวดเจฟลินให้แก่ยูเครนไปด้วย “นั่นเป็นสิ่งสำคัญเมื่อเราพยายามปกป้องไต้หวันจากการรุกรานจากพรรคคอมมิวนิสต์จีนไปพร้อมๆ กัน”

กัลลาเกอร์ชี้ว่าไต้หวันต้องการเข้าถึงอาวุธเหล่านี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งปัจจุบันสหรัฐไม่มีอาวุธที่จะสามารถทดแทนสิ่งที่มอบให้แก่ยูเครนได้ ขณะที่อุตสาหกรรมอาวุธต้องการงบประมาณจากรัฐบาลเพิ่มขึ้นเพื่อเร่งผลิตอาวุธ

สำนักข่าว RT ของรัสเซียรายงานว่าจนถึงตอนนี้รัฐบาลสหรัฐมอบเงินช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครนไปแล้วเกือบ 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐ นอกจากนี้ประธานาธิบดีโจ ไบเดน กำลังขออนุมัติเงินช่วยเหลือยูเครนอีกมูลค่า 33,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

ทั้งนี้ สหรัฐได้ส่งมอบจรวดเจฟลินให้แก่ยูเครนไปแล้วกว่า 5,000 ลูก ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่าน่าจะคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 1 ใน 3 ของคลังสหรัฐ นอกจากนี้นักวิเคราะห์ยังคาดว่าสหรัฐได้ส่งมอบขีปนาวุธสตริงเจอร์ให้แก่ยูเครนไปแล้วประมาณ 1 ใน 4

รายงานระบุว่าท่ามกลางความพยายามในการให้ความช่วยเหลือด้านอาวุธของสหรัฐอย่างที่ไม่เคยปรากฎมาก่อน ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าอาวุธเหล่านั้นถึงมือกองทัพยูเครนมากน้อยเพียงใด โดยก่อนหน้านี้รายงานจาก CNN ระบุว่าเจ้าหน้าที่สหรัฐและนักวิเคราะห์ด้านกลาโหมกังวลว่าอาวุธเหล่านั้นบางส่วนอาจตกอยู่ในมือของกองทัพและกองกำลังติดอาวุธอื่นๆ ที่สหรัฐไม่ได้ตั้งใจจะส่งมอบให้

Photo by REUTERS/Jonathan Ernst

อีลอน มัสก์ “หวั่น” ถูกเอาชีวิต หลังถูกรัสเซียขู่ฐานช่วยยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682545

วันที่ 09 พ.ค. 2565 เวลา 13:21 น.อีลอน มัสก์ "หวั่น" ถูกเอาชีวิต หลังถูกรัสเซียขู่ฐานช่วยยูเครน

อีลอน มัสก์ (Elon Musk) แห่งบริษัท Tesla และ SpaceX (และ Twitter) ทวีตข้อความแสดงความกลัว (หรือเปล่า?) ในทวิตเตอร์ หลังจากถูกผู้มีอำนาจในรัสเซียขู่

อีลอน มัสก์ ทวีตข้อความในทวิตเตอร์ เป็นเนื้อหาข่าวที่ ดมิทรี โรโกซิน (Dmitry Rogozin) ส่งให้กับสื่อ ซึ่งมีเนื้อหาข่มขู่มาถึงมัสก์  

ทั้งนี้ ดมิทรี โรโกซิน เป็นนักการเมืองรัสเซียซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการรัฐวิสาหกิจกเานอวกาศ Roscosmos มาตั้งแต่ปี 2561 ก่อนหน้านี้เขาเคยเป็นรองนายกรัฐมนตรีรัสเซียที่รับผิดชอบด้านอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศตั้งแต่ปี 2554 ถึง 2561 และเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำ NATO ตั้งแต่ปี 2551 ถึง 2554

มัสก์ทวีตก่อนว่า “@Rogozin ส่งสิ่งนี้ไปยังสื่อรัสเซีย” แล้วตามด้วยภาพของเนื้อหาข้อความทั้งในภาษาอังกฤษและตามด้วยเนื้อหาภาษารัสเซีย เนื้อความมีดังนี้ 

“จากคำให้การของเสนาธิการทหารนาวิกโยธินที่ 36 ของกองทัพยูเครน พันเอก ดมิทรี คอร์มยัคอฟ (Dmitry Kormyankov) มีรายละเอียดว่าอุปกรณ์ภาคพื้นดินของบริษัทดาวเทียม Starlink ของอีลอน มัสก์ ถูกส่งไปยังกลุ่มติดอาวุธของนาซี กองพันอาซอฟและนาวิกโยธินของกองทัพยูเครนไปยังเมืองมาริอูปอลโดยเฮลิคอปเตอร์ทหาร”

“ตามข้อมูลของเรา การส่งมอบอุปกรณ์ Starlink ดำเนินการโดยเพนตากอน อีลอน มัสก์จึงมีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดหาอุปกรณ์ให้กองกำลังฟาสซิสต์ในยูเครนด้วยการสื่อสารทางทหาร และในการนี้ อีลอน, คุณจะต้องรับผิดชอบในฐานะผู้ใหญ่ ไม่ว่าคุณจะแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นแค่ไหนก็ตาม”

ทวีตข้อความนี้ตามด้วยคำถามของมัสก์ว่า “คำว่า “นาซี” ไม่ได้หมายความอย่างที่เขาคิดหรอกนะ” ซึ่งเป็นการอ้างถึงกองพันอาซอฟของยูเครน ที่รัสเซียกล่าวว่าเป็นกลุ่มนิยมนาซีหรือกลุ่มฟาสซิสต์ ที่เป็นข้ออ้างให้รัสเซียยกกองทัพมากำจัด

ทวีต่อมา มัสก์เขียนว่า ถ้าเกิดผมตายไปในสถานการณ์ลึกลับ ก็ยังดีที่ได้รู้จักพวกนายนะ ซึ่งไม่ชัดเจนว่าเขาทวีตเพราะความกังวลในชีวิตเกี่ยวกับคำขู่ของทางรัสเซีย หรือเป็นการทวีตทีเล่นทีจริงแบบที่เขาทำบ่อยๆ 

Photo – REUTERS/Joe Skipper/File Photo

John Lee มือปราบม็อบ กำปั้นเหล็กของปักกิ่งปราบฮ่องกง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682535

วันที่ 09 พ.ค. 2565 เวลา 11:40 น.John Lee มือปราบม็อบ กำปั้นเหล็กของปักกิ่งปราบฮ่องกง

ย้อนผลงาน ‘จอห์น ลี’ ผู้นำฮ่องกงคนใหม่ อดีตหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง

1. เมื่อวันที่ 8 พ.ค. ที่ผ่านมา จอห์น ลี (John Lee) วัย 64 ปี อดีตหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงได้รับแต่งตั้งเป็นผู้บริหารสูงสุดคนใหม่ของฮ่องกงต่อจากแคร์รี หลั่ม โดยลีได้รับคะแนนเสียง 1,416 จากทั้งหมด 1,424 เสียง คิดเป็น 99.4%

2. BBC ระบุว่าลีเป็นที่รู้จักกันดีเกี่ยวกับมุมมองที่สนับสนุนรัฐบาลจีนอย่างหนักแน่น ทำให้เขาได้รับเลือกจากคณะกรรมการเลือกตั้งซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ภักดีกับรัฐบาลจีน แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่เป็นที่ชื่นชอบของประชาชนเท่าไรนัก โดยผลการสำรวจความนิยมเมื่อเร็วๆ นี้ ลีได้คะแนนเพียง 34.8 จาก 100 คะแนน แต่ก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรเพราะประชาชนไม่ได้เป็นคนเลือกผู้นำโดยตรง

3. ลีเติบโตมาจากการเป็นตำรวจ โดยเข้ารับราชการตำรวจตั้งแต่ปี 1997 เมื่ออายุได้ 20 ปี โดยมุ่งเน้นไปที่การแก้ปัญหาอาชญากรรม ก่อนที่จะได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงความมั่นคงในปี 2012 และเขายังมีบทบาทสำคัญในการผลักดันร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนในปี 2019 ซึ่งจุดชนวนให้เกิดความวุ่นวายทางการเมืองและสังคมครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ

4. ในเวลานั้นมีประชาชนออกมาประท้วงต่อต้านร่างกฎหมายดังกล่าวนับหมื่นคนจนเกิดเป็นการปะทะอย่างรุนแรงระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ชุมนุม ขณะที่ตำรวจซึ่งอยู่ภายใต้บังคับบัญชาของลีในฐานะหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง ถูกวิพากษณ์วิจารณ์จากการใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูง แก๊สน้ำตา กระสุนยาง และกระสุนจริงในการปราบปรามผู้ชุมนุม

5. ขณะที่ลีแสดงจุดยืนสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติและการปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุมโดยกล่าวว่าถือเป็น “การก่อการร้าย” และ “ลิทธิสุดโต่ง”

6. ทั้งนี้ จีนผ่านกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติในเดือนมิ.ย. ปีที่แล้ว ซึ่งส่งผลให้รัฐบาลสามารถลงโทษผู้ประท่วงได้ง่ายขึ้ย และนำไปสู่การจับกุมผู้เห็นต่างมากกว่า 100 คน ซึ่งลีมองว่ากฎหมายดังกล่าวช่วยให้ฮ่องกงฟื้นเสถียรภาพจากความโกลาหล และยืนยันที่จะจัดการกับแนวคิดสนับสนุนเอกราชของฮ่องกง ความรุนแรง และความสุดโต่งต่อไป

7. สหรัฐบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อลีและเจ้าหน้าที่อีกหลายคน และ Youtube ยังปิดกั้นบัญชีหาเสียงของเขาด้วย ขณะที่ลียืนยันว่าทำไปเพื่อรักษาความมั่นคงของฮ่องกง

8. ในเดือนมิ.ย. ปีที่แล้วลีไดัรับแต่งตั้งให้เป็นเลขาธิการฝ่ายบริหารของรัฐบาลฮ่องกง ก่อนที่จะลาออกเมื่อเดือนเม.ย. ปีนี้ และประกาศลงชิงตำแหน่งผู้นำฮ่องกงคนใหม่

9. อย่างไรก็ตาม กลุ่มสันนิบาตสังคมประชาธิปไตย (League of Social Democrats) ซึ่งสนับสนุนประชาธิปไตยในฮ่องกงมองว่าการดำรงตำแหน่งของลีจะลดทอนเสรีภาพของพลเมือง

Photo by REUTERS/Tyrone Siu

ญี่ปุ่นยังหยุดพึ่งน้ำมันรัสเซียไม่ได้ นายกฯ ลั่น ‘คว่ำบาตรโดยหลักการ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682524

วันที่ 09 พ.ค. 2565 เวลา 10:33 น.ญี่ปุ่นยังหยุดพึ่งน้ำมันรัสเซียไม่ได้ นายกฯ ลั่น 'คว่ำบาตรโดยหลักการ'

ขณะเดียวกันยืนยันว่าโครงการก๊าซของรัสเซียที่อยู่ใกล้กับภาคเหนือของญี่ปุ่น เป็นสิ่งที่ญี่ปุ่นจะต้องมีส่วนด้วย

สำนักข่าวรอยเตอร์ ญี่ปุ่นจะห้ามการนำเข้าน้ำมันดิบของรัสเซีย “โดยหลักการ” โดยบอกว่าเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์กลุ่ม G7 เพื่อตอบโต้การรุกรานยูเครนของรัสเซีย นายกรัฐมนตรีฟุมิโอะ คิชิดะ กล่าวหลังจากการประชุมออนไลน์ของผู้นำ G7 ในวันอาทิตย์

“สำหรับประเทศที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานอย่างหนัก เป็นการตัดสินใจที่ยากมาก แต่การประสานงานของ G7 นั้นสำคัญที่สุดในช่วงเวลาเช่นนี้” คิชิดะ กล่าว ตามคำแถลงของรัฐบาล

สำนักข่าวเกียวโดยรายงานอ้างคำพูดของนายกรัฐมนตรีฟุมิโอะ คิชิดะ ว่า ญี่ปุ่น “จะค่อยๆ ยกเลิกการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย” ในขณะที่ยังคงความสนใจในโครงการน้ำมันที่นั่น เพื่อลดผลกระทบต่อชีวิตชาวญี่ปุ่น 

ด้านเลขาธิการคณะรัฐมนตรีของญี่ปุ่นกล่าวเมื่อวันจันทร์ว่าโครงการน้ำมัน Sakhalin 1 และโครงการก๊าซธรรมชาติเหลว Sakhalin 2 (LNG) ในรัสเซีย “มีความสำคัญอย่างยิ่ง” สำหรับการจัดหาพลังงานที่มีเสถียรภาพของประเทศญี่ปุ่น และไม่ได้ตั้งใจที่จะละทิ้งสัดส่วนการถือหุ้นในโครงการ

คำพูดของฮิโรคาสึ มัตสึโนะมีขึ้นหลังจากที่ญี่ปุ่นตัดสินใจค่อยๆ ยกเลิกการนำเข้าน้ำมันของรัสเซียหลังจากตกลงที่จะสั่งห้ามกลุ่มประเทศอื่นๆ ในกลุ่ม G7 เพื่อตอบโต้การรุกรานยูเครนของมอสโก โดยญี่ปุ่นไม่ยอมยกเลิกการนำเข้าแบบทันทีทันใด เพระต้องพึ่งพาน้ำมันรัสเซีย

Photo – REUTERS/Peter Nicholls/File Photo

Nepali scales Mt Everest for record 26th time

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40015357


A Nepali sherpa scaled Mount Everest for a record 26th time, beating his previous record set last year, a government official said on Sunday (May 8).

Nepali scales Mt Everest for record 26th time

Kami Rita Sherpa, 52, scaled the 8,848.86-meter (29,031.69-foot) mountain on Saturday along the traditional southeast ridge route leading 10 other Sherpa climbers. The climbing route used by Kami Rita was pioneered by New Zealander Sir Edmund Hillary and Nepal’s sherpa Tenzing Norgay in 1953 and remains the most popular.

This year Nepal has issued 316 permits to climb Everest in the peak season, which runs through May, compared with 408 last year, the highest ever. The Himalayan nation, which is heavily reliant on climbers for foreign exchange, faced criticism for allowing overcrowding and several climber deaths in the mountains in 2019.

Everest has been climbed 10,657 times since it was first scaled in 1953 from Nepali and Tibetan sides – many have climbed multiple times, and 311 people have died so far, according to the Himalayan Database.

Published : May 08, 2022

By : Reuters

แผนลับโปแลนด์ กับข้อกล่าวหาว่าหวังชิงยูเครนตะวันตกมาครอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682484

วันที่ 08 พ.ค. 2565 เวลา 14:43 น.แผนลับโปแลนด์ กับข้อกล่าวหาว่าหวังชิงยูเครนตะวันตกมาครอง

สืบเนื่องจากหัวหน้าข่าวกรองของรัสเซียเปิดเผยแผนการของสหรัฐฯ-โปแลนด์ที่จะเปิดทางให้โปแลนด์ที่จะเข้าครอบครองส่วนหนึ่งของยูเครน

เมื่อวันที่ 28 เมษายน สำนักข่าว TASS รายงานว่าสหรัฐอเมริกาและโปแลนด์กำลังวางแผนเพื่อจัดการให้โปแลนด์เข้ามาควบคุม “ดินแดนประวัติศาสตร์” ของตนในยูเครน

“ตามข้อมูลที่ได้รับจากหน่วยข่าวกรองต่างประเทศของรัสเซีย วอชิงตันและวอร์ซอกำลังทำงานในแผนการจัดตั้งการควบคุมทางการทหารและการเมืองของโปแลนด์เหนือ ‘ดินแดนประวัติศาสตร์’ ในยูเครน” แถลงข่าวของสำนักข่าวกรอง SVR ของรัสเซีย อ้างคำพูดของเซอร์เกย์ นาริชกิน ผู้อำนวยการหน่วยงานดังกล่าว

จากข้อมูลของหน่วยข่าวกรอง ขั้นตอนแรกของ “การรวมชาติ” คือการที่กองทหารโปแลนด์จะยกทัพเข้ามาทางตะวันตกของยูเครนภายใต้สโลแกนว่า “ปกป้องดินแดนจากการรุกรานของรัสเซีย” ขณะนี้ รายละเอียดของภารกิจในอนาคตกำลังอยู่ระหว่างหารือกับรัฐบาลของไบเดน

“ตามข้อตกลงเบื้องต้น จะดำเนินการโดยปราศจากอาณัติของนาโตแต่จะดำเนินการโดย ‘พันธมิตรที่มีส่วนเกี่ยวข้อง’ แต่โปแลนด์ยังไม่สามารถรวบรวม ‘พันธมิตรที่มีความเต็มใจ’ มาร่วมตามแผนนี้ได้” SVR ระบุ

SVR ยังระบุว่า “มีแผนที่จะส่งหน่วยที่เรียกว่ากองกำลังรักษาสันติภาพไปยังพื้นที่ของยูเครนซึ่งพวกเขาจะแทบไม่มีโอกาสเผชิญหน้ากับกองทัพรัสเซีย และภากิจที่มีความสำคัญอันดับแรกของกองทัพโปแลนด์คือการค่อยๆ เข้ายึดครองยุทธศาสตร์จากกองกำลังป้องกันชาติยูเครน หน่วยข่าวกรองของโปแลนด์หาทางติดต่อกับบุคคลชั้นนำองยูเครน ‘ที่สามารถเจรจาด้วย’ เพื่อสร้างหน่วยปกครองพื้นที่ที่เป็น ‘ประชาธิปไตย’ และสนับสนุนโปแลนด์แทนที่กลุ่มชาตินิยมยูเครน

คำถามจากรายงานของ สำนักข่าว TASS ก็คือทำไมโปแลนด์ถึงต้องการดินแดนตะวันตกของยูเครน?

ยูเครนตะวันตกเคยเป็นเป็นอาณาเขตของประเทศยูเครนที่เชื่อมโยงกับอดีตอาณาจักรกาลิเซีย–โวลฮีเนีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเครือจักรภพโปแลนด์–ลิทัวเนีย จักรวรรดิออสเตรีย ออสเตรีย-ฮังการี และสาธารณรัฐโปแลนด์ที่สอง และเพิ่งจะเข้ามาอยู่ภายใต้การควบคุมของสหภาพโซเวียตโดยสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 1939 เท่านั้นตามสนธิสัญญาโมโลตอฟ–ริบเบนทรอป ระหว่างสหภาพโซเวียตและนาซีเยอรมัน

ในตอนแรก ยูเครนถูกรวมเข้าเป็นเครือจักรภพโปแลนด์-ลิทัวเนีย และต่อมายูเครนถูกแบ่งระหว่างเครือจักรภพโปแลนด์–ลิทัวเนีย (ทางตะวันตกและส่วนหนึ่งของยูเครนตอนกลาง) และจักรวรรดิรัสเซีย (ทางตะวันออกและส่วนที่เหลือของยูเครนตอนกลาง) หลังการแบ่งแยกดินแดนของโปแลนด์ ภูมิภาคของยูเครนตะวันตกกลายเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี ในขณะที่ภูมิภาคยูเครนกลางและตะวันออกยังอยู่ภายใต้การควบคุมของรัสเซีย

ในปี ค.ศ. 1918 หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ดินแดนของยูเครนที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัสเซียได้ประกาศอิสรภาพเป็นสาธารณรัฐประชาชนยูเครน ในขณะที่ดินแดนยูเครนตะวันตกที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิออสโตร-ฮังการีได้ประกาศเอกราชของตนในฐานะสาธารณรัฐประชาชนยูเครนตะวันตก

เมื่อวันที่ 22 มกราคม ค.ศ. 1919 ทั้งสองรัฐได้ลงนามในพระราชบัญญัติการรวมประเทศ แต่ถูกแบ่งแยกอีกครั้งระหว่างโปแลนด์และสหภาพโซเวียต ต่อมา อันเป็นผลมาจากสนธิสัญญาโมโลตอฟ–ริบเบนทรอป สหภาพโซเวียตได้รวมยูเครนตะวันตกเข้าไว้ในสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตยูเครนอันเป็นหนึ่งใน 15 สาธารณรัฐองค์ประกอบของสหภาพโซเวียต จนกระทั่งประกาศอิสรภาพของยูเครนในปี 1991 ยูเครนได้รับเอกราช การสลายตัวของสหภาพโซเวียตตามมาหลังจากนั้นไม่นาน ยูเครนตะวันตกก็เป็นประเทศยูเครนเรื่อยมา

แม้ว่าจะแยกจากโปแลนด์มานับร้อยปีแล้ว แต่จากข้อมูลของหน่วยข่าวกรองรัสเซีย โปแลนด์ยังหวังดินแดนเหล่านี้ ตามแผนการแทรกซึมโดยส่งหน่วยรักษาสันติภาพในยูเครนตะวันตก ผู้นำโปแลนด์หวังว่าการวางกำลังเชิงป้องกันนี้ในยูเครนตะวันตก อาจจะนำไปสู่การแตกของยูเครนเป็นส่วนๆ (ซึ่งอาจรวมถึงยูเครนตะวันออกหรือดอนบัสกลายเป็นของรัสเซีย) ในขณะที่ดินแดนที่ ‘ผู้รักษาสันติภาพชาวโปแลนด์’ เข้ามาจะอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลวอร์ซอ

หน่วยข่าวกรอง SVR กล่าวโดยสรุปแล้ว นี่คือความพยายามที่จะทำซ้ำสิ่งที่โปแลนด์ถือว่าเป็นข้อตกลงประวัติศาสตร์หลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เมื่อกลุ่มชาติตะวันตก ยอมรับว่ารัฐบาลวอร์ซอมีสิทธิที่จะครอบครองส่วนหนึ่งของยูเครนเพื่อปกป้องประชากรจาก ‘ บอลเชวิคที่คุกคาม’ (หมายถึงสหภาพโซเวียต) แล้วผนวกดินแดนเหล่านี้โดยโปแลนด์”

แต่หน่วยข่าวกรอง SVR ยังชี้ให้เห็นด้วยว่าการเข้าครอบครองยูเครนตะวันตกอาจทำไปสู่กระบวนการทำให้ยูเครนกลายเป็นโปแลนด์ (Polonization) ในแง่สังคมและวัฒนธรรม ซึ่งตามปกติลแล้วยูเครนตะวันตกมีวัฒนธรรมที่ต่างจากยูเครนส่วนอืนๆ อยู่แล้ว และยังเป็นการตอกย้ำแนวคิดเรื่อง “การรื้อฟื้นดินแดนโแลนด์” (Great Poland) ที่เคยยิ่งใหญ่ในอดีตด้วย

ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

Photo by JANEK SKARZYNSKI / AFP

T-90M รถถังรัสเซียที่ได้ชื่อว่าไร้เทียมทาน ถูกทำลายด้วยน้ำมือยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682472

วันที่ 08 พ.ค. 2565 เวลา 17:59 น.T-90M รถถังรัสเซียที่ได้ชื่อว่าไร้เทียมทาน ถูกทำลายด้วยน้ำมือยูเครน

T-90M เป็นรุ่นอัพเกรดของ T-90 ได้ชื่อว่าเป็นรถถังที่มีพิษสงที่สุดและ “ไร้พ่าย” ของรัสเซีย แต่ตอนนี้สื่อตะวันตกประโคมข่าวว่ามันถูกทำลายในยูเครน

1. เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวชาวยูเครนอันดรีย์ ชาปลิเอนโก (Andriy Tsaplienko) โพสต์ภาพของรถถังรัสเซียรุ่น T-90M ที่ถูกทำลายที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในเมืองคาร์กิว เมืองใหญ่อันดับต้นๆ ของประเทศ ภาพนี้ทำให้เกิดกระแสกล่าวขวัญถึงในโลกตะวันตกเรื่องอานุภาพของรถถังรุ่นนี้ที่ว่ากันว่าไร้เทียมทาน แต่กลับถูกถล่มจนพังพินาศในยูเครน

2. ตามถ้อยแถลงบนเว็บไซต์กระทรวงกลาโหมของยูเครนระบุว่า รถถังถูกโจมตีโยดยฝ่ายยูเครน และยานรบของทหารราบและยานเกราะ MT-LB ของรัสเซียก็ถูกทำลายที่เคียฟเช่นกัน โดยมีรายงานการปรากฏตัวของ T-90M ครั้งแรกในยูเครนตะวันออกเมื่อวันที่ 25 เมษายน และเช่นกัน ข่าวรถถังที่ถูกมองว่าแกร่งที่สุดแต่กลับกลายเป็นเศษเหล็กไป ทำให้เกิดการวิจารณ์ในวงการอาวุธเป็นอย่างมาก

4. T-90M หรือ T-90M Proryv เป็นรุ่นอัพเกรดของรถถัง T-90 ของรัสเวีย มีรายงานว่าในสงครามครั้งนี้รัสเซียเข็นออกมาใช้งาน 20 คัน เว็บไซต์ The National Interest รายงานว่าคุณลักษณะที่ได้รับการอัปเกรดนั้นรวมถึงระบบการเล็งแบบหลายช่องสัญญาณ ป้อมปืนที่มีการหุ้มเกราะที่มากขึ้นและปืนหลักที่ทรงพลังกว่า ซึ่งเหมือนกับใน T-14 Armata

5. ก่อนอื่นมาดูกันก่อนว่า T-90 มีศักยภาพน่าเกรงขามแค่ไหนก่อนจะอัปเกรด อาวุธหลักของ T-90 คือปืนรถถังแบบ 2A46M 125mm มีความสามารถในการยิงกระสุนเจาะเกราะ (APFSDS) ระบิดต่อต้านรถถัง (HEAT) ขีปนาวุธนำวิถีต่อต้านรถถัง (9M119 Svir/Refleks) ช่วงการยิงที่มีประสิทธิภาพ 100 ม. ถึง 6 กม. และใช้เวลา 17.5 วินาทีในการเข้าถึงช่วงสูงสุด นอกจากจะโจมตีรถเกราะแล้วยังโจมตีเฮลิคอปเตอร์บินต่ำได้ด้วย 

6. เช่นเดียวกับรถถังรัสเซียสมัยใหม่รุ่นอื่นๆ ปืนรุ่น 2A46M ใน T-90 นั้นถูกป้อนด้วยตัวโหลดกระสุนอัตโนมัติ ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้ตัวโหลดด้วยตนเองในรถถัง และลดจำนวนทหารลงเหลือ 3 คน คือ ผู้บัญชาการ พลยิง และคนขับ โดยตัวโหลดกระสุนอัตโนมัติสามารถบรรทุกกระสุนพร้อมยิงได้ 22 นัดในวงล้อและสามารถบรรจุกระสุนได้ภายใน 5–8 วินาที

7. T-90 ติดตั้งระบบป้องกันสามชั้น และยังติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันนิวเคลียร์ ชีวภาพ และเคมี (NBC) ด้วย มีระบบทุ่นระเบิดแบบตอบโต้แม่เหล็กไฟฟ้า (EMT-7) โดย EMT-7 ปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อปิดการทำงานของทุ่นระเบิดแม่เหล็กและรบกวนระบบอิเล็กทรอนิกส์ก่อนที่ถังจะไปถึงทุ่นระเบิด

8. เกราะของมันหนาแน่นมาก จากการทดสอบยิงโดยกระสุน RPG, ATGM และ APFSDS ปรากฏว่าไปถึงแค่เกราะชั้นที่ 2 ในระหว่างการปฏิบัติการรบในดาเกสถาน มีพยานหลักฐานของ T-90 หนึ่งคันที่สามารถรองรับการโจมตีได้เจ็ดครั้งจาก RPG และยังคงปฏิบัติการได้ต่อไป จากการายงานของ EurAsian Times

9. T-90M หรือ T-90M Proryv เป็นรุ่นล่าสุดของ T-90A คุณสมบัติหลัก ได้แก่ ป้อมปืนแบบเก่าที่ออกแบบให้ทันสมัยขึ้น ซึ่งติดตั้งระบบควบคุมการยิงขั้นสูง “Kalina” (พร้อมข้อมูลการต่อสู้และระบบควบคุมแบบบูรณาการ) เกราะที่ได้รับการปรุงตรงส่วนที่เก็บกระสุน และปืนอัพเกรดใหม่ 2A46M-5 ซึ่งแม่นยำกว่าปืนมาตรฐานของ T-90 ที่ 15-20% รวมทั้งปืนต่อต้านอากาศยานที่ควบคุมด้วยรีโมท 

10. ผู้บัญชาการรถถังสามารถใช้ภาพพาโนรามาพร้อมการมองเห็นด้วยความร้อนเพื่อค้นหาเป้าหมาย และเมื่อเลือกเป้าหมายแล้ว ปืนจะเล็งไปที่เป้าหมายโดยอัตโนมัติจากนั้นเป็นหน้าที่ของพลยิงจะดำเนินการกับเป้าหมาย ขระเดียวกันผู้บังคับบัญชาสามารถค้นหาเป้าหมายต่อไปได้เลย

11. รถถังยังมีระบบการตอบโต้ ระบบจะยิงลูกระเบิดควันซึ่งสามารถช่วยอำพรางรถได้หากมีการส่องสว่างด้วยลำแสงเลเซอร์ ซึ่งจะช่วยลดโอกาสที่จะถูกโจมตีโดยระบบนำทางกึ่งอัตโนมัติของอาวุธต่อต้านรถถังของศัตรู

12. มีรายงานระบุว่าการอัพเกรดรถถังมาเป็นรุ่น T-90M มาจากประสบการณ์การต่อสู้ของกองทัพรัสเซียที่ได้รับมาในซีเรีย กองทัพรัสเซียทำการทดสอบระหว่างการซ้อมรบ Zapad-2017 ด้วยการอัพเกรดและศักยภาพการรบที่ครบครัน มันจึงถูกมองว่าเป็นไม้เด็ดที่แทบจะโค่นไม่ได้ของรัสเซียในยูเครน

13. ในสงครามยูเครน รัสเซียส่งรถถังรุ่นเก่าตั้งแต่สมัยสหภาพโซเวียตเข้ามาปฏิบัติการ เช่น  T-80 ซึ่งจะเห็นได้ว่าถูกทำลายเป็นว่าเล่น ส่วน T-90 รุ่นทั่วไปต้องเผชิญกับขีปนาวุธต่อต้านรถถังสมัยใหม่ เช่น FGM-148 Javelin ที่ผลิตในอเมริกาและ NLAW ของบริษัทร่วมอังกฤษ-สวีเดน ซึ่งทราบกันดีว่าสามารถเอาชนะรถถังเหล่านี้ได้

14. กองกำลังรัสเซียพยายามตอบโต้ขีปนาวุธโจมตีจากด้านบนสุดเหล่านี้ด้วยการเพิ่มตะแกรงเหล็กแบบชั่วคราว ซึ่งเป็นออปชั่นที่ใช้กันมาก่อนหน้านี้แล้วโดยได้รับบทเรียนจากสงครามนากอร์โน-คาราบัคในปี 2020 และในยูเครนคือการใช้โดครนฆ่าตัวตายโจมตีอย่างมีประสิทธิภาพต่อเป้าหมายรถถังเหล่านี้ 

15. อย่างไรก็ตาม ขวัญกำลังใจของรัสเซียอาจต้องสั่นคลอนครั้งใหญ่ เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2022  ในเมืองคาร์กิว ประเทศยูเครน T-90M Proryv ถูกทำลายในการปฏิบัติการ ถือเป็นครั้งแรกที่ได้รับการยืนยันว่าถูกทำลายในสงคราม รูปถ่ายของรถถังที่ถูกทำลายซึ่งยังคงมีควันคุกรุ่นหลังจากถูกโจมตีโดยตรงจากขีปนาวุธต่อต้านรถถังเริ่มเผยแพร่ในสื่อของยูเครนและออนไลน์

16. รถถังนี้ซึ่งถูกส่งไปประจำการใกล้กับเคียฟ เมื่อวันที่ 25 เมษายน มีรายงานที่ยืนัยนไม่ได้ว่าถูกทำลายโดยขีปนาวุธ Javelin ยูเครนอาจใช้ซาก T-90M ที่ถูกทำลายนี้เป็นส่วนหนึ่งของการจัดแสดงสำหรับการเฉลิมฉลองวันแห่งชัยชนะในวันที่ 9 พฤษภาคม

17. กระทรวงกลาโหมของสหราชอาณาจักร ในการอัพเดทข่าวกรองด้านการป้องกันประเทศเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม กล่าวถึงการทำลายรถถังรุ่นี้ว่า “รถถัง T-90M ในปัจจุบันกำลังเข้าประจำการในหน่วยที่มีอุปกรณ์ครบครันที่สุดของรัสเซีย” และถึงแม้คุณลักษณะขั้นสูงของ T-90M มัน “ยังคงเปราะบางหากไม่ได้รับการสนับสนุน โดยกองกำลังอื่นๆ”

ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

Photo by Kirill KUDRYAVTSEV / AFP

ผอ. CIA ชี้จีนต้องคิดใหม่เรื่องไต้หวัน หลังเห็นสภาพรัสเซียในยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682462

วันที่ 08 พ.ค. 2565 เวลา 12:10 น.ผอ. CIA ชี้จีนต้องคิดใหม่เรื่องไต้หวัน หลังเห็นสภาพรัสเซียในยูเครน

ผู้อำนวยการซีไอเอกล่าวว่าการคำนวณของจีนเกี่ยวกับไต้หวันได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในยูเครน พร้อมให้รายละเอียดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของปักกิ่งและมอสโก

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานวิลเลียม เบิร์นส์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐกล่าวเมื่อวันเสาร์ว่าจีนกำลังติดตามความขัดแย้งของรัสเซียในยูเครนอย่างใกล้ชิด และกำลังส่งผลกระทบต่อการคำนวณของผู้นำจีนต่อไต้หวัน 

เบิร์นส์ที่พูดในงานของหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์ในวอชิงตันกล่าวว่ารัฐบาลจีนได้รับผลกระทบจากการที่ยูเครนต่อต้านการรุกรานของรัสเซียอย่างดุเดือดและด้วยต้นทุนทางเศรษฐกิจที่รัสเซียแบกรับ

“ผมคิดว่าผู้นำจีนกำลังพิจารณาอย่างรอบคอบในเรื่องนี้ทั้งหมด – เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายและผลที่ตามมาของความพยายามใดๆ ที่จะใช้กำลังเพื่อเข้าควบคุมไต้หวัน” เบิร์นส์กล่าว

อย่างไรก็ตาม เขาเตือนว่าจะไม่มีการเปลี่ยนเป้าหมายระยะยาวของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนที่มีต่อไต้หวัน

“ผมไม่ได้คิดสักนิดเดียวว่าเรื่องนี้ได้บั่นทอนความมุ่งมั่นของสี (จิ้นผิง) เพื่อที่จะเข้าควบคุมไต้หวันเมื่อเวลาผ่านไป” เบิร์นส์กล่าว “แต่ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ส่งผลต่อการคำนวณของพวกเขาเกี่ยวกับวิธีการและเวลาที่พวกเขาทำอย่างนั้น”

จีนปฏิเสธที่จะประณามสงครามของรัสเซียในยูเครนและวิพากษ์วิจารณ์การคว่ำบาตรของตะวันตกต่อมอสโก

ปักกิ่งและมอสโกประกาศเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ “แบบไม่จำกัด” หลายสัปดาห์ก่อนการบุกรุก 24 ก.พ. และได้กระชับความสัมพันธ์ด้านพลังงานและความมั่นคงที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเพื่อผลักดันสหรัฐฯ และตะวันตก

แต่เบิร์นส์กล่าวว่าสหรัฐฯ เชื่อว่าจีนสั่นคลอนจากชื่อเสียงที่เสียหายจากการเกี่ยวข้องกับ “ความโหดร้าย” ของปฏิบัติการทางทหารของประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิมีร์ ปูติน

“ผมคิดว่าประสบการณ์อันขมขื่นของรัสเซียของปูตินในยูเครนในยูเครนในช่วง 10 หรือ 11 สัปดาห์ที่ผ่านมาในหลายๆ ด้านเป็นอย่างไร แสดงให้เห็นว่ามิตรภาพนั้นมีขีดจำกัดจริงๆ” เบิร์นส์กล่าว

Photo – Graeme Jennings/Pool via REUTERS/File Photo