ทำไมประเทศที่คนจนสุดๆ อย่างแอฟริกากลางถึงใช้ Bitcoin เป็นสกุลเงินทางการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/681989

วันที่ 02 พ.ค. 2565 เวลา 15:49 น.ทำไมประเทศที่คนจนสุดๆ อย่างแอฟริกากลางถึงใช้ Bitcoin เป็นสกุลเงินทางการ

บทวิเคราะห์ – การที่สาธารณรัฐอัฟริกากลางประกาศให้ Bitcoin เปฌ็นสกุลเงินที่ใช้ชำระหนี้ตามกฎหมาย ทำให้วงการคริปโตถึงกับไปไม่เป็น เพราะอะไร?

สำนักข่าวรอยเตอร์ – การยอมรับ Bitcoin ของสาธารณรัฐแอฟริกากลางเป็นสกุลเงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายในขณะที่ประเทศเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลกหลายแห่งยังคงระแวดระวังอยู่ ได้สร้างความงงงวยให้กับโลกของสกุลเงินดิจิทัลและผู้อยู่อาศัยในประเทศที่ผลิตทองคำและเพชรแห่งนี้ ทั้งยังได้รับการเตือนจาก IMF

สาเหตุก็เพราะการใช้ Bitcoin สกุลเงินดิจิทัลที่มีอยู่ในบัญชีแยกประเภทที่ใช้ร่วมกันในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทั่วโลก เพื่อซื้อและขายสินค้าและบริการต้องอาศัยอินเทอร์เน็ตที่เชื่อถือได้ รวดเร็ว และการเข้าถึงคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนอย่างแพร่หลาย

แต่เว็บไซต์ DataReportal แหล่งข่าวกรองเศรษฐศาสตร์ คาดการณ์ว่าสาธารณรัฐแอฟริกากลางมีอัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเพียง 11% เท่ากับจำนวนประชากร 550,000 คนที่เข้าถึงออนไลน์ในปีที่แล้ว ในขณะเดียวกันมีเพียง 14% ของประชากรเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงไฟฟ้าและน้อยกว่าครึ่งมีการเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือ 

นักวิเคราะห์สี่คนและผู้เชี่ยวชาญด้านคริปโตฯ กล่าวว่าความท้าทายที่ยิ่งใหญ่รออยู่ข้างหน้าในการนำ Bitcoin มาใช้ในประเทศที่ยากจนที่สุดแห่งหนึ่งของโลกที่มีการใช้อินเทอร์เน็ตต่ำ ความขัดแย้งในวงกว้าง ไฟฟ้าขาด ๆ หาย ๆ และประชากรส่วนใหญ่ไม่คุ้นเคยกับคริปโต

สาธารณรัฐอัฟริกากลางให้รายละเอียดเล็กน้อยในแถลงการณ์เมื่อวันพุธว่ามีแผนจะจัดการกับความท้าทายเหล่านี้อย่างไร และรัฐบาลไม่ตอบสนองต่อคำร้องขอความคิดเห็นของสำนักข่าวรอยเตอร์

ถ้อยแถลงของรัฐบาลระบุว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้สาธารณรัฐอัฟริกากลางเป็นหนึ่งใน “ประเทศที่มีวิสัยทัศน์มากที่สุดในโลก” แต่ผู้อยู่อาศัยในเมืองหลวงของประเทศคือกรุงบางกี ซึ่งส่วนใหญ่คุ้นเคยกับการใช้เงินบนมือถือเพื่อซื้อสินค้าและจ่ายบิล ต่างตกตะลึง

“Bitcoin มันคืออะไร!” โอกุสต์ อากู ผู้บริหารบริษัทไม้ในท้องถิ่นในบังกี กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า “Bitcoin  สามารถนำมาสู่ประเทศของเราได้อย่างไร”

ประเทศในแอฟริกาแห่งนี้ที่มีประชากร 4.8 ล้านคนเป็นประเทศที่สองของโลกที่หันมาใช้ Bitcoin รองจากเอลซัลวาดอร์

เมื่อเอลซัลวาดอร์ ประเทศในอเมริกากลางยอมรับ Bitcoin ในฐานะสกุลเงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายในเดือนมิถุนายน เอลซัลวาดอร์มีชุมชนธุรกิจคริปโตขนาดเล็กแต่กำลังเติบโตและมีผู้ใช้คริปโตรายบุคคลมีอยู่แล้ว ทว่าการใช้งานในเชิงพาณิชย์ถูกขัดขวางโดยความบกพร่องทางอินเทอร์เน็ต

Nathan Hayes นักวิเคราะห์จาก Economist Intelligence Unit กล่าวว่า “ด้วยอุปสรรคมหาศาลในการนำไปใช้และความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการใช้งาน และดูเหมือนว่าจะมีข้อจำกัด เราไม่คาดหวังการยอมรับคริปโตเคอร์เรนซี่อย่างกว้างขวางในประเทศ”

Chainalysis นักวิจัยบล็อคเชนของสหรัฐฯ ซึ่งติดตามการใช้คริปโต ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับสาธารณรัฐอัฟริกากลาง ซึ่งประเทศนี้เผชิญกับความรุนแรงมานานหลายปี และเป็นที่ตั้งของฐานที่มั่นของทหารรับจ้างชาวรัสเซียที่ช่วยรัฐบาลเอาชนะกลุ่มกบฏ

IMF แสดงท่าทีระแวดระวัง

บางคนกล่าวว่าการนำ Bitcoin มาใช้เป็นการส่งสัญญาณของสาธารณรัฐแอฟริกากลางไปถึงสกุลเงินฟรังก์ CFA  ซึ่งเป็นสกุลเงินประจำภูมิภาคที่ใช้โดย 6 ประเทศซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งรัฐแอฟริกากลาง (BEAC) และตรึงกับเงินยูโร (ประเทศเหล่านั้นคือ แคเมอรูน สาธารณรัฐแอฟริกากลาง ชาด สาธารณรัฐคองโก อิเควทอเรียลกินี และกาบอง หกประเทศนี้มีประชากรรวมกัน 55.2 ล้านคน (ณ ปี 2020) และ GDP รวมกันที่ 113.322 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ณ ปี 2020)

BEAC จะต้องรักษาสินทรัพย์ต่างประเทศอย่างน้อย 50% ผ่านสหภาพการเงินกับกระทรวงการคลังของฝรั่งเศสซึ่งเป็นข้อตกลงที่ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการยับยั้งการพัฒนาเศรษฐกิจ

Rahul Shah หัวหน้าฝ่ายวิจัยตราสารทุนทางการเงินของ Tellimer กล่าว การที่รัฐบาลสาธารณรัฐแอฟริกากลางหันมาใช้คริปโต แสดงถึงการแสดงจุดยืนว่าจะไม่สงบปากสงบคำอีกต่อไปต่อการใช้ เงินฟรังก์ CFA ซึ่งถูกโยงกับลัทธิล่าอาณานิคมโดยฝรั่งเศสในอดีต

ผู้สนับสนุนคริปโตคนอื่น ๆ กล่าวว่าการใช้ Bitcoin ของสาธารณรัฐแอฟริกากลางเป็นการตอบโต้เงินฟรังก์ CFA 

“แอฟริกากลางล้าหลังอย่างมากในแง่ของการพัฒนา” Chris Maurice ซีอีโอของ Crypto exchange Yellow Card Financial ซึ่งมีผู้ใช้ประมาณ 1 ล้านคนใน 16 ประเทศในแอฟริกาและได้รับอนุญาตให้ดำเนินการในพื้นที่ที่ใช้สกุลเงิน CFA ฟรังก์กล่าว

“มันเป็นการชูนิ้วกลางครั้งใหญ่ให้กับระบบเศรษฐกิจของฝรั่งเศส”

โฆษก BEAC กับรอยเตอร์เมื่อวันพุธว่าไม่ได้รับการแจ้งล่วงหน้าและยังไม่มีคำตอบใดๆ BEAC ไม่ได้ตอบกลับคำร้องขอความคิดเห็นในวันพฤหัสบดี

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ซึ่งในเดือนม.ค.ได้เรียกร้องให้เอลซัลวาดอร์ยกเลิกการเคลื่อนไหวเพื่อให้การใช้ Bitcoin เป็นไปอย่างถูกกฎหมาย ได้ออกมาเตือนถึงความเคลื่อนไหวของสาธารณรัฐแอฟริกากลาง

“เป็นเรื่องสำคัญจริงๆ ที่จะไม่มองสิ่งเหล่านี้ (คริปโต) เป็นเหมือนยาครอบจักรวาลสำหรับความท้าทายทางเศรษฐกิจที่ประเทศของเราเผชิญ”ยอาเบเบ เอมโร เซลาสซี ผู้อำนวยการแผนก IMF แอฟริกา กล่าวในการแถลงข่าวเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจในแอฟริกาตอนใต้ของทะเลทรายซาฮารา

“คุณต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่ากรอบกฎหมายในแง่ของความโปร่งใสของกระแสการเงิน กรอบการกำกับดูแลโดยรอบนั้นมีความเข้มแข็ง”

Source – ANALYSIS-Bitcoin adoption by Central African Republic baffles cryptoverse By Judicael Yongo, Tom Wilson and Rachel Savage (Reuters)

Photo – Photo by Barbara DEBOUT / AFP

ผลของการวิจารณ์สงคราม เศรษฐีรัสเซียถูกบังคับให้ขายหุ้นบริษัทด้วยมูลค่าติดดิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/681973

วันที่ 02 พ.ค. 2565 เวลา 11:26 น.ผลของการวิจารณ์สงคราม เศรษฐีรัสเซียถูกบังคับให้ขายหุ้นบริษัทด้วยมูลค่าติดดิน

นักธุรกิจชาวรัสเซีย โอเล็ก ตินคอฟ (Oleg Tinkov) ให้สัมภาษณ์กับ New York Times เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่โพสต์อื้อฉาวบนหน้าเพจของเขาบนโซเชียลเน็ตเวิร์กถูกแบนในรัสเซีย ซึ่งเขาวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของทางการรัสเซียในยูเครนโดยบอกว่า ชาวรัสเซีย 90% ไม่เห็นด้วยกับสงคราม

เมื่อวันที่ 19 เมษายน โอเล็ก ตินคอฟ ในโพสต์ Instagram ว่า 90% ของชาวรัสเซียไม่เห็นด้วยกับสงครามและเจ้าหน้าที่เครมลินต้องช็อคว่าพวกเขาจะไม่สามารถใช้เวลาช่วงฤดูร้อนในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนได้อีกต่อไป (จากการถูกคว่ำบาตร) เขาบอกว่า “ผมไม่เห็นผู้ได้รับผลประโยชน์แม้แต่คนเดียวจากสงครามบ้าๆ นี้” 

มีรายงานว่าวันรุ่งขึ้นหลังจากการเผยแพร่โพสต์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้ติดต่อฝ่ายบริหารของ Tinkoff Bank และขู่ว่าจะโอนกิจการของธนาคารมาเป็นของรัฐหากโอเล็ก ตินคอฟ ไม่ยอมขายหุ้นของบริษัท เป็นผลให้กลุ่ม Interros ของวลาดิมีร์ ปโปตานิน ซื้อหุ้น 35% ใน TCS Group Holding จากครอบครัวของโอเล็ก ตินคอฟ

โปตานินเป็นมหาเศรษฐีที่มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย โดยในเดือนมกราคม 2018 โปตานินปรากฏใน “รายชื่อปูติน” (Putin list) ของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ซึ่งมี 210 บุคคลที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับปูติน

เมื่อวันที่ 28 เมษายน ตินคอฟเขียนว่า “ตอนนี้เป็นเวลาเกษียณและดูแลสุขภาพและครอบครัวของคุณแล้ง” ดูเผินๆ เหมือนจะไม่มีลับลมคมในอะไร และตินคอฟเองส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในสหราชอาณาจักรในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาซึ่งเขากำลังรับการรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว

แต่มันไม่ใช่อย่างที่คิด ต่อมาในวันที่ 2 พฤษภาคม โอเล็ก ตินคอฟ ซึ่งถูกบังคับให้ขายหุ้นแบบซึ่งๆ หน้าและไม่มีทางเลือก ก็เปิดใจกับ New York Times และเขาเรียกดีลนี้ว่า “การขายที่สิ้นหวัง การขายลดราคา” เขาบอกว่า “ผมไม่สามารถคุยเรื่องราคาได้ นี่คือสภาพของตัวประกันชัดๆ – คุณรับสิ่งที่เสนอให้คุณโดยไม่ต้องเจรจา”

เขากล่าวว่าเขาได้รับเพียง 3% ของมูลค่าตลาดของหุ้นของเขา และบอกว่า “พวกเขาบังคับให้ผมขายมันเพราะคำแถลงของผม ต้องขายมันได้เงินแค่สตางค์เดียวเท่านั้น” (หมายถึงน้อยมากๆ)

ทั้งนี้  Tinkoff Bank เป็นพาณิชย์ของรัสเซียและธนาคารออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกในแง่ของจำนวนลูกค้า แต่หลังจากที่โอเล็ก ตินคอฟโพสต์ข้อความดังกล่าวทางธนาคารก็ตีตัวออกห่างโดยแถลงว่าโอเล็ก ตินคอฟไม่ได้เป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจในบริษัทของกลุ่มบริษัท Tinkoff มาหลายปีแล้ว และทางบริษัทยังตัดสินใจเปลี่ยนชื่อแบรนด์ด้วย

แถลงการรณ์ของธนาคารเมื่อช่วงก่อนปลายเดือนเมษายนระบุว่า “โอเล็ก ตินคอฟไม่ได้เป็นผู้ตัดสินใจในบริษัทของกลุ่ม Tinkoff มาหลายปีแล้ว เขาไม่ใช่พนักงานของ Tinkoff เขาไม่ได้อยู่ที่รัสเซียมาเป็นเวลานานและต้องดูแลปัญหาสุขภาพของเขาในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา” หลังจากประกาศเปลี่ยนแบรนด์แล้วแถลงการณ์ยังบอกด้วยว่า “เราขออวยพรให้โอเล็ก ตินคอฟโชคดีและฟื้นตัวโดยเร็ว”

แต่หลังจากนั้น โอเล็ก ตินคอฟก็ออกมาเปิดเผยว่าเขาถูกบับบังคับให้ขายหุ้นในอีก 2 สัปดาห์ต่อมา 

Photo – REUTERS/Maxim Shemetov/File Photo

ตะวันตกจับตาวัน Victory Day รัสเซียยันไม่รีบเผด็จศึกภายในวันที่ 9 พ.ค.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/681967

วันที่ 02 พ.ค. 2565 เวลา 09:57 น.ตะวันตกจับตาวัน Victory Day รัสเซียยันไม่รีบเผด็จศึกภายในวันที่ 9 พ.ค.

วันที่ 9 พ.ค. คือวันชัยสมรภูมิ (Victory Day) ของรัสเซีย ซึ่งเฉลิมฉลองชัยชนะของสหภาพโซเวียตต่อนาซีเยอรมัน

สำนักข่าว TASS ของรัสเซียรายงาน เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียกล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ Mediaset ของอิตาลี ว่ามอสโกจะไม่กำหนดกรอบเวลาลำลองให้กับการปฏิบัติการทางทหารในยูเครนเพื่อให้เสร็จสิ้นภายในวันชัยสมรภูมิ (Victory Day) ซึ่งจะมีการเฉลิมฉลองในวันที่ 9 พฤษภาคม 

“กองทหารของเราจะไม่ทำกิจกรรมหลอกๆ ในวันใดวันหนึ่ง ซึ่งรวมถึงวันชัยสมรภูมิด้วย เราจะเฉลิมฉลองวันที่ 9 พฤษภาคมอย่างเคร่งขรึมอย่างที่เราทำมาตลอด” ลาฟรอฟกล่าวเสริม

ก่อนหน้านี้ สื่อตะวันตกพยายามรายงานว่า รัสเซียอาจจะขมวดปฏิบัติการทางทหารในยูเครนให้จบลงภายในวันที่ 9 พฤษภาคม หรืออาจจะมีไม้เด็ดบางอย่างในวันดังกล่าว

ตัวอย่างเช่น Forbes มีรายงานว่า “เมื่อวันชัยสมรภูมิใกล้เข้ามา ตะวันตกมีเวลา 10 วันในการกำหนดเป้าหมายปูติน” โดยบอกว่าผู้สังเกตการณ์คาดว่าประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิมีร์ ปูติน จะทำอะไรบางอย่างเพราะ “ปูตินไม่มีอะไรจะนำเสนอในความพยายามอย่างต่อเนื่องของเขาที่จะ “กำจัดนาซี” จากยูเครน ไม่มีชัยชนะที่สำคัญหรือถ้วยรางวัลในสนามรบในมือเลย”

พร้อมกับบอกว่า “ในช่วงก่อนถึงขบวนพาเหรดวันที่ 9 พฤษภาคม ชาติตะวันตกต้องประโคมข้อความของพวกเขาว่าปัญหาของรัสเซียคือประธานาธิบดีที่สิ้นหวังและประมาทมากขึ้น เมื่อปูตินไร้สมรรถภาพ ไร้อำนาจ หรือจะดีกว่าถ้า่หายไปเลย เหตุผลของรัสเซียสำหรับการทำสงครามในยูเครนและความขัดแย้งกับตะวันตกก็ค่อยๆ จางหายไป”

เบ็น วอลเลซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของสหราชอาณาจักรถึงกับทำนายรัสเซียจะใช้ขบวนพาเหรดในวันที่ 9 พฤษภาคม เพื่อประกาศการระดมประชากรจำนวนมากเพื่อปฏิบัติการในยูเครน ประกาศสงครามเบ็ดเสร็จ และประกาศภัยคุกคามจากนาซีครั้งใหม่ต่อโลก

แต่ลาฟรอฟกล่าวว่า ลำดับขั้นตอนของการปฏิบัติการทางทหารพิเศษของรัสเซียในยูเครนที่มีความจำเป็นเป็นอันดับแรกและสำคัญที่สุดขึ้นอยู่กับ “ความจำเป็นในการลดความเสี่ยงสำหรับพลเรือนและกองทหารรัสเซีย”

ทั้งนี้ หากจะมีการโยงเข้ากับวันชัยสมรภูมิของรัสเซีย ซึ่งฉลองชัยชนะเหนือนาซีเยอรมันที่รุกรานโซเวียต (โดยเฉพาะดินแดนของรัสเซียและยูเครน) ลาฟรอฟชี้ว่าปฏิบัติการของรัสเซียก็เพื่อป้องกันพลเรือนจากการคุกคามของพวกชาตินิยมยูเครนที่มีแนวคิดนาซีที่เคลื่อนไหวในยูเครน

ลาฟรอฟกล่าวว่าการปฏิบัติการนี้มีจุดมุ่งหมายโดยเฉพาะเพื่อความปลอดภัยของพลเรือนและทำให้แน่ใจว่าไม่มีภัยคุกคามจากยูเครนต่อพลเรือนและรัสเซีย “ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับการใช้อาวุธเชิงรุกและการแพร่กระจายของแนวคิดนาซีที่ตะวันตกพยายามมองข้าม”

แนวคิดนาซีที่เขาเอ่ยถึงคือกลุ่มชาตินิยมนิยมนาซีใหม่ที่แพร่หลายในยูเครนและมีกองกำลังจัดตั้ง ซึ่งรัสเซียระบุว่าทำการก่อกวนและทำร้ายคนเชื้อสายรัสเซียในดอนบัสและพื้นที่อื่นๆ ของยูเครน และเป็นหนึ่งในเหตุผลที่รัสเซียอ้างเพื่อรุกรานยูเครน

Photo – REUTERS/Maxim Shemetov

Saving spotted seals

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40015142


With bulging bellies toward the sky, a group of spotted seals is sunbathing on the rocks in Liaodong Bay, northeast China’s Liaoning Province.

Saving spotted seals

Under top-class national protection in China, the spotted seal is the only pinniped marine mammal to breed in Chinese waters.

The seals come to Liaodong Bay from cold waters at high latitudes every December, prey and rest in the area, and return northwards in May.
 

From every January to March, about 200 cubs are born in the 10,000-square-kilometer ice area in Liaodong Bay.

The seals have to overcome various challenges after birth. People occasionally find stranded ones drifting with the ice sheets on the shore, triggering the monitoring, rescue, and releasing work.

More than 100 spotted seals inhabit the Sandaogou area of Panjin City every year. Since 2012, Panjin has set up a protection station about one km away from the gathering place of spotted seals to avoid disturbance from fishing boats and tourists nearby.

The sea ice near Sandaogou melts early in March, and cubs lying on the ice sheets and unable to live in the water for a long time will be put on the beach by their parents.

As these cubs are at risk of injury, team members of the protection station would patrol the coastline every day, observe the growth of the seals, and persuade fishing boats and tourists to stay away.

After years of persuasion, local fishermen gave up part of their working areas for spotted seals to rest, and they would contact the station if they spotted any seals that had been injured or stranded for a long time.

Workers prepare to release a spotted seal into the sea in Dalian, northeast ChinaWorkers prepare to release a spotted seal into the sea in Dalian, northeast China

“Unless there are special circumstances, such as the spotted seal being injured or its parents being invisible within visual reach, the rescue team will bring the cubs back for rescue. Human assistance is not an end. We will eventually let them return to nature,” said Wang Xiaobo, an official with the agriculture and rural affairs department of Panjin City.

“We rescued seven spotted seals in 2021. Three of them survived by themselves, so they were released into the sea directly. The other four were born prematurely and couldn’t feed themselves,” he said, adding that the population of the spotted seals monitored in the Sandaogou area has exceeded 250 this year.

The seals needing rescue are sent to the Liaoning Ocean and Fisheries Science Research Institute or an aquatic wildlife rescue center in Dalian City. There they receive treatment and rewilding training, including avoiding fishing nets and fishing boats, catching fish, and recognizing foreign objects.

The seals would be released into the wild once they meet the criteria. On May 10, 2021, 37 cubs were released into the sea in Dalian after they were assessed to meet the releasing conditions.

“We did routine blood examinations and biochemical tests for the seals and then checked the viruses that this kind of animal might contract. The 37 seals all met the standards in the assessment, so we released them all together this time,” said Lu Zhichuang, a researcher with the research institute.

Panjin City has initiated a coastal wetland restoration project to gradually restore the 5,300-hectare mariculture pond to its original ecology, thus providing habitats for spotted seals and other marine life.

The population of spotted seals in the Liaodong Bay remains at around 2,000 while seeing an increasing trend. 

Published : May 02, 2022

By : Xinhua

Twenty civilians evacuated from Azovstal says Ukrainian fighter

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40015116


A Ukrainian fighter holed up in Mariupol’s steelworks said 20 women and children had been evacuated on Saturday (April 30), adding he hoped they would be transferred to the Ukrainian city of Zaporizhzhia to the northwest.

Twenty civilians evacuated from Azovstal says Ukrainian fighter

Captain Sviatoslav Palamar, a deputy commander of the Azov Regiment, said in a video address that both sides were respecting a local ceasefire.

“A special rescue operation is being carried out by the Azov Regiment. We are getting civilians out of the rubble with ropes – it’s the elderly, women and children,” he said, urging that all civilians, as well as an unspecified number of wounded soldiers, be allowed to leave.

The Azov Regiment began as a battalion of mostly far-right volunteers after Russian-backed separatists seized parts of the eastern Donbas region in 2014. Kyiv later made it a unit of the National Guard and said it was reformed. Russia says destroying the group is a key war aim.

Palamar said he is hopeful they will evacuate all of the civilians and also called for the safe passage for wounded soldiers.

Earlier on Saturday, Russia’s TASS news agency, said 25 civilians including six children, had left the territory of the Azovstal steel plant.

Published : May 01, 2022

By : Reuters

UNHCR Special Envoy Angelina Jolie visits Ukraine

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40015115


UNHCR special envoy Jolie was in the country on a humanitarian mission, having surprised Ukrainians in Lviv near the Polish border.

UNHCR Special Envoy Angelina Jolie visits Ukraine

UNHSCR special envoy and U.S. actor Angelina Jolie visited a railway station in the Ukrainian city of Lviv on Saturday (April 30, 2022).

Jolie met with and spoke to volunteers about the trauma of war, and the support they had been given, especially to children.

“I know just having somebody show how much they matter, how much their voices matter, I know how healing that is for them,” Jolie said.

One volunteer had described how in 24 hours, there could be “fifteen people that needed help”.

The U.N. refugee agency (UNHCR) is expecting some 8.3 million people to flee Ukraine this year, revising up its previous projection.

More than 12.7 million people have fled their homes in the past two months, including 7.7 million people displaced internally and more than 5 million who have fled over borders, UNHCR spokesperson Shabia Mantoo told a U.N. news briefing.

Jolie was also seen in a bakery on Saturday (April 30), in the Ukrainian city of Lviv near the Polish border.

The Hollywood actress posed for photographs with locals during her unexpected visit to Ukraine.

The 46-year old actress’s visit comes as Russia’s Feb. 24 invasion of Ukraine displaced millions of people.

Also Press service of Lviv Regional State Administration released footage showing Hollywood’s Angelina Jolie tickling a little girl in red, as she visited volunteers in Lviv in western Ukraine.

The video shows the moment the award-winning actor and humanitarian, 46, delighted the young child sat on a man’s shoulders by tickling her behind her shoulders and causing her to yelp and laugh.

The little girl then offers a smiling Jolie her packaged food and the star pretends to take a bite.

Published : May 01, 2022

By : Reuters

นายทุนสกัดทุกทาง เมื่อพนักงานบริษัทยักษ์ใหญ่รวมตัวกันเป็นสหภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/681926

วันที่ 01 พ.ค. 2565 เวลา 15:49 น.นายทุนสกัดทุกทาง เมื่อพนักงานบริษัทยักษ์ใหญ่รวมตัวกันเป็นสหภาพ

ขณะนี้เกิดปรากฏการณ์ที่น่าจับตาในสหรัฐ เมื่อพนักงานบริษัทๆ รวมตัวกันเป็นสหภาพแรงงานมากขึ้นเพื่อต่อรองกับนายจ้าง โดยเฉพาะบริษัทบางแห่งมีประวัติเสียเรื่องกดขี่แรงงาน

รู้หรือไม่ว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีจำนวนสหภาพแรงงานน้อยในอันดับท้ายๆ ของโลก ด้วยอัตราความหนาแน่นคนงานที่อยู่ในสหภาพแรงงานแค่ 3% จากตัวเลขปี 2016 เทียบกับในปี 2010 อัตราส่วนของคนงานที่อยู่ในสหภาพแรงงานในสหรัฐอเมริกาอยู่ที่ 11.4% เมื่อเทียบกับ 18.3% ในญี่ปุ่น 27.5% ในแคนาดาและ 70% ในฟินแลนด์

ประเทศเหล่านี้มีความเหลื่อมล้ำในสังคมต่ำด้วย จากการศึกษาทางวิชาการแสดงให้เห็นหลักฐานสำคัญว่าสหภาพแรงงานลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจได้ และนักเศรษฐศาสตร์ชื่อโจเซฟ สติกลิตซ์ (Joseph Stiglitz) ยืนยันว่า “สหภาพแรงงานที่เข้มแข็งช่วยลดความไม่เท่าเทียมกัน ในขณะที่สหภาพที่อ่อนแอกว่าได้ช่วยให้ซีอีโอเพิ่มสิ่งนี้ (ความเหลื่อมล้ำ)”

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวใหญ่ในวงการธุรกิจสหรัฐเมื่อพนักงงานในบริษัทใหญ่ๆ ระดับโลกอย่างน้อย 2 บริษัทในสหรัฐสามารถตั้งสหภาพแรงงานได้สำเร็จ นั่นคือ Amazon โดยเมื่อต้นเดือนเมษายน พนักงานของ Amazon ในที่คลังสินค้า JFK8 ในเกาะสแตเตน รัฐนิวยอร์ก โหวตให้จัดตั้งสหภาพแรงงานสหรัฐแห่งแรกของบริษัท 

สาเหตุที่แรงงานทนไม่ไหวต้องตั้งสหภาพมาขึ้น ส่วนหนึ่งเพราะค่าแรงเท่าเดิม แต่ข้าวของแพง นายทุนเจ้าของบริษัทรวยเอาๆ ในช่วงเวลาของการระบาดใหญ่ ความมั่งคั่งของมหาเศรษฐีได้พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ตัวอย่างเช่น ปัจจุบัน เจฟ เบโซส์ (Jeff Bezos) ผู้ก่อตั้ง Amazon มีทรัพย์สินมูลค่าประมาณ 164,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจาก 113,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2020

ความสำเร็จของแรงงานคลังสินค้า JFK8 ในการตั้งสหภาพแรงงาน ได้รับแรงบันดาลใจมาจากพนักงานบริษัท Starbucks สาขาบัฟฟาโลที่ตั้งสหภาพแรงงานสำเร็จเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว แต่สิ่งที่ต่างกันคือ Starbucks ไม่ค่อยจะมีเรื่องฉาวโฉ่เกี่ยวกับการปฏิบัติต่อแรงงานอย่างไม่เป็นธรรม เทียบกับ Amazon ที่มีข่าวประเภทนี้บ่อยครั้ง

แต่สิ่งที่เหมือนกันคือทั้ง Amazon และ Starbucks ถูกกล่าวหาว่าใช้วิธีการเพื่อบั่นทอนความพยายามของพนักงานเพื่อรวมตัวเป็นสหภาพแรงงานเพื่อต่อรองกับนายจ้าง

ตัวอย่างเช่น The Guardian รายงานว่า Amazon ได้ต่อต้านการรวมตัวของสหภาพแรงงานอย่างรุนแรงโดยใช้เงินหลายล้านจ้างที่ปรึกษาด้านการสกัดสหภาพแรงงาน และผู้จัดงานสหภาพแรงงานอเมซอน (ALU) กล่าวหาว่าฝ่ายบริหารของสหภาพถูกคุกคามและข่มขู่

มีรายงานว่า Observer ว่า หลังจากชัยชนะของคลังสินค้า JFK8 คลังสินค้าแห่งที่สองคือ LDJ5 ทำการโหวตเพื่อจะจัดตั้งสหภาพแรงงานบ้าง คราวนี้ Amazon พยายามที่จะทำทำให้กระบวนการตั้งสหภาพต้องชะงัก ด้วยการหยุดเดินเครื่องจักรหลายคัร้งในหนึ่งวัน ทำให้งานไปต่อลำบาก และเมื่อพนักงานมีเวลาก็จะสั่งให้พนักงานไปฟังการบรรยายของผู้จัดการและบุคคลากรจากบริษัทที่ทำหน้าที่สลายสหภาพแรงงานเพื่อให้พนักงานตระหนักถึงข้อดีของบริษัท และข้อเสียของสหภาพแรงงาน 

การต้อนพนักงานไปฟังบรรยายแบบนี้เรียกว่า “Captive Audience” หรือการ “จับตัวไปนั่งฟัง” ทั้งๆ ที่อยู่ในเวลางาน นอกจาก Amazon บริษัท Starbucks ก็ใช้วิธีการแบบเดียวกัน

เว็บไซต์ Open Democracy รายงานว่า หลังจากมีความพยายามจะจัดตั้งสหภาพแรงงานที่เมืองบัฟฟาโล Starbucks ส่งผู้จัดการเกือบ 200 คนจากทั่วประเทศไปยังบัฟฟาโลทั้งๆ ที่ร้านสาขาแค่ 20 แห่ง เพื่อจับตาพนักงงานที่นี่ และจัดตารางการประชุมต่อต้านสหภาพแรงงาน  เชิญพนักงานไปหลังร้านเพื่อสอบปากคำหรือล้วงข้อมูลเพื่อใช้ในการประชุมกลุ่มตั้งสหภาพ แค่ทำสงครามจิตวิทยากับพนักงานของตัวเอง

แต่มันไม่สำเร็จ นับตั้งแต่ชัยชนะของบัฟฟาโล มีร้าน Starbucks จำนวน 250 แห่งในกว่า 30 รัฐได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์แห่งชาติ (NLRB) เพื่อจัดตั้งสหภาพแรงงาน แต่มีรายงานว่า Starbucks ยิ่งเดินหน้าสกัดการตั้งสหภาพด้วยการใช้วิธี “captive-audience”

นอกจากการตั้งสหภาพแรงงานแล้ว พนักงานบริษัทใหญ่ๆ และกลุ่มอาชีพต่างๆ ในสหรัฐประสบความสำเร็จในการนัดหยุดงานมากขึ้นเรื่อยๆ หรือกดดันทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในสวัสดิภาพและรายได้ของแรงงาน

ล่าสุด ในปลายเดือนเมษายนคือ Delta Air Lines ตกลงที่จะจ่ายค่าจ้างให้พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินตั้งแต่ก่อนที่พนักงานขึ้นเครื่อง (บอร์ดดิ้ง) แต่ก่อนนี้พนักงานบนเคร่องจะไม่ได้รับค่าจ้างก่อนการบอร์ดดิ้ง ซึ่งบางครั้งอาจนานถึง 50 นาที ทำให้เสียรายได้ส่วนนี้ไป และเป็นแนวปฏิบัติของสายการบนิส่วนใหญ่ในสหรัฐ

ความสำเร็จนี้มาจากการผลักดันของสมาคมพนักงานต้อนรับบนเครื่องของสายการบินนี้ แม้ว่า Delta Air Lines จะต่อต้านการตั้งสหภาพแรงงานมาโดยตลอดก็ตาม แต่ในที่สุดก็ต้องยอมให้กับสมาคมของพนักงานที่เรียกร้องค่าจ้างอย่างเป็นธรรม

ทั้งนี้ การวิจัยจากนอร์เวย์พบว่าอัตราการรวมตวกันเป็นสหภาพที่สูงส่งผลให้ผลิตภาพของบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างมาก รวมทั้งค่าจ้างแรงงานเพิ่มขึ้น  การวิจัยจากเบลเยียมยังพบว่าผลผลิตเพิ่มขึ้น 

แต่ในสหรัฐอเมริกาพบว่าสหภาพแรงงานอาจส่งผลเสียต่อความสามารถในการทำกำไร การจ้างงาน และอัตราการเติบโตของธุรกิจ มิลตัน ฟรีดแมน นักเศรษฐศาสตร์ชาวอเมริกันและผู้สนับสนุนระบบทุนนิยมแบบเสรีนิยม พยายามที่จะแสดงให้เห็นว่าการรวมตัวเป็นสหภาพทำให้ได้ค่าแรงที่สูงขึ้น (สำหรับสมาชิกสหภาพแรงงาน) แต่มีการจ้างงานน้อยลง และหากอุตสาหกรรมบางประเภทมีสหภาพแรงงานแต่อุตสาหกรรมอื่นๆ ไม่มี ค่าแรงก็จะมีแนวโน้มสูงขึ้นในกลุ่มที่มีสหภาพ แต่จะลดลงในอุตสาหกรรมที่ไม่มีสหภาพแรงงาน

ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

Photo – REUTERS/Andrew Kelly

รัสเซียถล่มอาวุธอเมริกันในยูเครน ขณะที่ประธานสภาสหรัฐเยือนเคียฟ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/681939

วันที่ 01 พ.ค. 2565 เวลา 17:42 น.รัสเซียถล่มอาวุธอเมริกันในยูเครน ขณะที่ประธานสภาสหรัฐเยือนเคียฟ

แนนซี เปโลซีเดินทางถึงเคียฟเข้าพบกับ เซนเลสกี ลั่น “อเมริกายืนหยัดอย่างมั่นคงกับยูเครน”

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน กระทรวงกลาโหมของรัสเซียกล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่าได้โจมตีอาวุธที่สหรัฐและประเทศในยุโรปส่งให้ยูเครนและทำลายรันเวย์ที่สนามบินทหารใกล้เมืองโอแดซาของยูเครน

กระทรวงกลาโหมของรัสเซีย กล่าวว่ารัสเซียใช้ขีปนาวุธ Onyx ที่มีความแม่นยำสูงเพื่อโจมตีสนามบินหลังจากที่ยูเครนกล่าวหาว่ารัสเซียทำการโจมตีรันเวย์ที่สร้างขึ้นใหม่ที่สนามบินหลักของโอแดซา

มักซิม มาร์เชนโก ผู้ว่าการภูมิภาคโอแดซา กล่าวว่า รัสเซียใช้ขีปนาวุธ Bastion ที่ยิงจากไครเมีย

สำนักข่าวรอยเตอร์ไม่สามารถตรวจสอบรายงานได้ทันที

กระทรวงกลาโหมของรัสเซียยังกล่าวด้วยว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศของรัสเซียได้ยิงเครื่องบินทิ้งระเบิด Su-24m ของยูเครน 2 ลำเหนือภูมิภาคคาร์คิฟในคืนที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน แนนซี เปโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรแห่งสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า เธอได้พบกับประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกีแห่งยูเครนในเคียฟ เพื่อส่งข้อความว่าสหรัฐฯ ยืนหยัดอย่างมั่นคงกับยูเครน ขณะที่กำลังต่อสู้กับ “การรุกรานอย่างโหดร้ายของปูติน”

เซเลนสกีซึ่งขนาบข้างด้วยทหารคุ้มกันติดอาวุธ ทักทายเปโลซีนอกทำเนียบประธานาธิบดี 

“คณะผู้แทนของเราเดินทางไปยังเคียฟ เพื่อส่งข้อความที่ชัดเจนและก้องกังวานไปทั่วโลก: อเมริกายืนหยัดอย่างมั่นคงกับยูเครน” เปโลซีกล่าวในแถลงการณ์

“สหรัฐฯ เป็นผู้นำในการสนับสนุนยูเครนอย่างเข้มแข็งในการต่อสู้กับการรุกรานของรัสเซีย ขอบคุณที่ช่วยปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของรัฐของเรา” เซเลนสกีกล่าวบน Twitter โดยแชร์วิดีโอการประชุมกับเปโลซี

Photo – Ukrainian Presidential Press Service/Handout via REUTERS

วอร์เรน บัฟเฟตต์ลั่นยก Bitcoin หมดทั้งโลกให้ก็ไม่เอา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/681917

วันที่ 01 พ.ค. 2565 เวลา 13:29 น.วอร์เรน บัฟเฟตต์ลั่นยก Bitcoin หมดทั้งโลกให้ก็ไม่เอา

ขณะที่รองประธาน Berkshire Hathaway ถึงกับบอกว่า Bitcoin คือความชั่วร้ายและโง่เขลา

สำนักข่าว CNBC รายงานว่า วอร์เรน บัฟเฟตต์ ซีอีโอของบริษัท Berkshire Hathaway วิพากษ์วิจารณ์ Bitcoin โดยกล่าวว่าหากจะยก Bitcoin หมดทั้งโลกให้เขาในราคาเพียง 25 ดอลลาร์ เขาก็ไม่เอา โดยบอกว่า “สิ่งที่ผมค่อนข้างแน่ใจคือมันไม่ได้ผลิตอะไรขึ้นมาเลย”

ที่ผ่านมานักลงทุนชั้นนำจำนวนหนึ่งและนักเศรษฐศาสตร์ระดับโลกชี้ว่า Bitcoin และคริปโตเคอร์เรนซี่เป็นเพียงการเก็งกำไรและไม่มีมูลค่าที่แท้จริง วอร์เรน บัฟเฟตต์ เป็นหนึ่งในบุคคลเหล่านั้นที่แสดงความกังขาต่อเงินดิจิทัล ท่ามกลางกระแสผลักดันให้มันมีบทบาทมากขึ้นในระบบการเงินโลก

ตามรายงานของ CNBC บัฟเฟตต์ ยกตัวอย่างว่า “ถ้าคุณบอกว่า… ผลประโยชน์ 1% ในพื้นที่เกษตรกรรมทั้งหมดในสหรัฐอเมริกา จ่ายเงินให้กลุ่มของเรา 25,000 ล้านดอลลาร์ ผมจะเขียนเช็คให้คุณในบ่ายวันนี้” พร้อมกับยกตัวอย่างว่าถ้ามีคนเสนอขายอพาร์ตเมนต์ทั้งหมดในสหรัฐอเมริกาด้ยเงินจำนวนเดียวกัน เขาก็จะเขียนเช็คจ่ายให้ทันทีเหมือนกัน เพื่อชี้ให้เห็นว่าการได้มาซึ่งต้นทุนการผลิตที่ผลิตข้าวของได้จริงๆ นั้น สามารถซื้อหามาได้ง่ายๆ และได้ผลผลิตที่จับต้องได้ เขาย้ำว่า “มันง่ายมาก” 

“ถ้าคุณบอกผมว่าคุณเป็นเจ้าของ Bitcoin ทั้งหมดในโลก และคุณเสนอให้ผมในราคา 25 ดอลลาร์ ผมจะไม่รับมันเพราะผมไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับมัน ผมต้องขายคืนให้คุณไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง มันจะไม่ก่อให้เกิดอะไรเลย อพาร์ตเมนต์ยังจะผลิตค่าเช่าและพื้นที่ยังจะผลิตอาหารได้” บัฟเฟตต์ กล่าว

ขณะเดียวกัน ชาร์ลี มันเกอร์ รองประธานของ Berkshire Hathaway กล่าวอย่างดุดันยิ่งกว่าบัฟเฟตต์ จากการรายงานของ Fox Business มันเกอร์บอกว่า “ในชีวิตของผม ผมพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งที่โง่เขลาและชั่วร้าย และสิ่งที่ทำให้ผมดูแย่เมื่อเปรียบเทียบกับคนอื่น และ Bitcoin ก็ทำทั้งสามอย่าง”

เขายังบอกว่า “ในตอนแรก มันโง่เขลาเพราะมีโอกาสมากที่จะเป็นศูนย์ และมันก็ชั่วร้ายเพราะมันบ่อนทำลายระบบธนาคารกลางสหรัฐและระบบสกุลเงินของประเทศ ซึ่งเราจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรักษาความเป็นเอกภาพและการควบคุมของรัฐบาล และอื่นๆ”

“และประการที่สาม มันทำให้เราดูโง่เขลาเมื่อเทียบกับผู้นำคอมมิวนิสต์ในจีน พวกเขาฉลาดพอที่จะแบน Bitcoin ในประเทศจีน และด้วยข้อได้เปรียบทั้งหมดของเราในด้านอารยธรรม เราจึงโง่กว่าผู้นำคอมมิวนิสต์ในจีนมาก”

Photo – Warren Buffett ประธาน Berkshire Hathaway (ซ้าย) และรองประธาน Charlie Munger ที่งานประจำปีของผู้ถือหุ้น Berkshire ใน Omaha, Nebraska, US, 3 พฤษภาคม 2019 – REUTERS / Scott Morgan / ไฟล์รูปภาพ / ไฟล์รูปภาพ

“ไปเสี่ยงทำไม ไม่ห่วงลูก?” ชาวโลกเสียงแตก แองเจลินา โจลีเยือนยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/681906

วันที่ 01 พ.ค. 2565 เวลา 11:04 น."ไปเสี่ยงทำไม ไม่ห่วงลูก?" ชาวโลกเสียงแตก แองเจลินา โจลีเยือนยูเครน

ความเห็นของชาวโลกแตกเป็นสองฝั่ง แม้แต่ในประเทศตะวันตกที่สนับสนุนยูเครนก็ยังถกเถียงกันว่านักแสดงชั้นนำของโลกควรเดินทางไปที่นั่นหรือไม่และมีจุดประสงค์อะไร

รอยเตอร์รายงานว่า นักแสดงฮอลลีวูด แองเจลินา โจลี เยือนเมืองลวีฟทางตะวันตกยูเครนเมื่อวันเสาร์ โดยไปที่สถานีเพื่อพบปะผู้คนที่พลัดถิ่นจากสงครามกับรัสเซีย ก่อนออกเดินทางในภายหลังหลังจากเสียงไซเรนโจมตีทางอากาศดังขึ้น

โจลี วัย 46 ปี เป็นทูตพิเศษของหน่วยงานผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ซึ่งระบุว่า มีผู้อพยพมากกว่า 12.7 ล้านคนในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา ซึ่งคิดเป็นประมาณ 30% ของประชากรก่อนสงครามในยูเครน

ในระหว่างการเยี่ยมชมสถานี โจลีได้พบกับอาสาสมัครที่ทำงานกับผู้พลัดถิ่น ซึ่งบอกกับเธอว่าจิตแพทย์ที่ปฏิบัติหน้าที่แต่ละคนได้พูดคุยกับคนประมาณ 15 คนต่อวัน อาสาสมัครหลายคนในสถานีเป็นเด็กอายุตั้งแต่ 2 ถึง 10 ปี

“พวกเขาคงช็อค … ฉันรู้ว่าการบาดเจ็บส่งผลกระทบต่อเด็กอย่างไร ฉันรู้ว่ามีคนแสดงให้เห็นว่าพวกเขามีความสำคัญมากเพียงใด เสียงของพวกเขามีความสำคัญเพียงใด ฉันรู้ว่าการรักษานั้นเป็นอย่างไรสำหรับพวกเขา” โจลี กล่าว

มีอยู่ช่วงหนึ่งระหว่างที่เธอไปที่สถานี เธอจั๊กจี้เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ในชุดแดง ซึ่งหัวเราะออกมาด้วยความยินดี เธอยังถ่ายรูปร่วมกับอาสาสมัครและเด็กบางคนอีกด้วย

ต่อมา ไซเรนโจมตีทางอากาศเริ่มส่งเสียง โจลีและผู้ช่วยของเธอเดินออกจากสถานีอย่างรวดเร็วและขึ้นรถที่รออยู่

เมื่อเดือนที่แล้ว ในบทบาทของเธอในฐานะทูตพิเศษ โจลีได้ไปเยือนเยเมน ซึ่งผู้คนนับล้านต้องพลัดถิ่นจากสงคราม

แม้ว่โจลีจะเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงหลายแห่งแล้วในฐานะทูตพิเศษของหน่วยงานผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ แต่การเดินทางไปยูเครนของเธอทำให้เกิดประเด็นถกเถียงในวงกว้าง โดยเฉพาะในสื่อของโลกตะวันตก

เช่น  BBC News ที่ไม่น่ามีดราม่าก็มีดราม่าเกิดขึ้นเพราะกรณีนี้ เช่นท็อปเมนต์บอกกับ BBC News ว่า “”แองเจลินา โจลีเริ่มการโปรโมทของเธออีกครั้ง” นั่น… ผมแก้ไขพาดหัวข่าวให้คุณแล้ว” แต่อีกท็อปเมนต์โต้ว่า “ขอบคุณ แองเจลินา โจลีสำหรับงานด้านมนุษยธรรมของคุณ พวกที่แสดงความเกลียดชังทุกคนในโพสต์นี้ทำอะไรเมื่อเร็ว ๆ นี้เพื่อช่วยยูเครนกันล้างล่ะ?

ในเฟจเฟซบุ๊คของ Daily Mail สื่ออังกฤ๋มีผู้แสดงความเห็นเกี่ยวกับข่าวนี้ เช่น มีความเห็นบอกว่า “พวกเขาอยู่ท่ามกลางสงครามนองเลือดที่โหดร้าย เธอเป็นนักแสดง เธอมีทักษะอะไรที่สามารถช่วยได้? เธอผ่านการฝึกหน่วยซีลหรือไม่? เรียนรู้ที่จะบินเครื่องบินไอพ่น? เป็นพยาบาลหรือแพทย์?ฉันขอโทษ แต่ตอนนี้ไม่มีการแสดงใดที่จะช่วยเหลือชาวยูเครนได้” ความเห็นนี้มีคนไลค์กว่า 700

อีกความเห็นที่มีคนกดไลค์กว่า 400 บอกว่า “เลิกยุ่งได้แล้ว เธอเป็นนักแสดงอยากได้ซีน เธอไม่ได้กล้าอะไรหรอก”

แต่ก็มีคนเถียงว่า “อยากเกลียดเธอก็เกลียดไป แต่นี่คือคุณสมบัติที่โดดเด่นที่สุดของเธอ….เธอเสี่ยงต่อความปลอดภัยของเธอเสมอสำหรับการกระทำด้านมนุษยธรรมที่เธอทำไปก็ไม่ได้เงินเศรษฐีหลายคนอยู่ในคฤหาสน์ของพวกเขา และคนหายากอย่างแองจี้กำลังหนีจากระเบิดกับพลเรือน” ความเห้นนี้มีความไลค์เกือบ 400 คน แต่ก็ตามด้วยเทรดความเห็นตอบโต้ที่ยาวเหยียด เช่นที่ตอบว่า “ไม่มีใครเกลียดเธอ เห็นแก่สวรรค์เถอะ ใครหน้าไหนจะเอาตัวเองไปเสี่ยงในขณะที่มีลูกฟหลายคนต้องเลี้ยงดู”

อีกเทรดความเห็นบอกว่า “แองเจลิน่า โจลี่ หนึ่งในผู้หญิงไม่กี่คนที่กล้าหาญทั้งในภาพยนตร์และในชีวิตจริงแต่นั่นเป็นความเสี่ยงจากความกล้าหาญ มันอาจจะจบลงด้วยเรื่องไม่ดีก็ได้ มันมีความวุ่นวายในยูเครนและควรไปเยือนด้วยความระมัดระวังเท่านั้น ฉันดีใจที่เธอสบายดี” นี่เป็นความเห็นระดับท็อปเมนต์ ซึ่งมีคนกดหัวเราะเป็นจำนวนมาก พร้อมกับความเห็นต่อว่าโจลีตามมาในเทรดนั้น เช่น  “จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเธอถูกฆ่าตายในสงคราม? ลูกๆ ของเธอทุกคนจะไม่มีแม่!” ซึ่งมีผู้เห็นด้วยโดยบอกว่า “คุณพูดถูก มันเสี่ยงมากสำหรับเธอที่จะมาเยี่ยมแบบนี้” ขณะที่อีกความเห็นวิจารณ์ว่า “สิ่งที่เธอต้องการคือการอยากดัง ! ดังนั้นเด็กๆ ไม่ได้อยู่ในสมองเท่าเม็ดถั่วของเธอหรอก”

สำนักข่าว ABC News ถึงกับต้องปิดช่องคอมเมนต์เพราะการโต้เถียงที่เผด็ดร้อน เช่น ท็อปเมนต์หนึ่งบอกว่า “หวังว่าเธอจะเดินทางไปทั่วโลกเพื่อเยี่ยมชมฉนวนกาซา เยเมน อัฟกานิสถาน มีคนนับล้านที่อดอยากในประเทศเหล่านั้น หรือว่านี่จะเป็นการแสดงความสามารถในการประชาสัมพันธ์ และประเทศอื่นๆ ก็ไม่สำคัญ เพราะสื่อตะวันตกปฏิเสธที่จะรายงาน”

แต่อีกท็อปเมนต์โต้ว่า “อยากจะรักทุกความคิดเห็นที่โง่เขลาเกี่ยวกับนักแสดงหญิงคนนี้ เธอไปเยี่ยมประเทศต่างๆ ในช่วงที่มีความขัดแย้ง นี่ไม่ใช่ครั้งแรก ยังไม่ต้องพูดถึงงานการกุศลและความคิดริเริ่มทั้งหมดที่เธอตั้งขึ้นในประเทศต่างๆ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา”

อีกความเห็นออกไปทางเย้ยหยันว่า “ในระหว่างนี้….ลีฟ ชไรเบอร์ (นักแสดงร่วมของโจลี่ในเรื่อง Salt) อยู่ที่โปแลนด์ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ทำอาหารให้ชาวยูเครนพลัดถิ่น และในลวิฟทำงานเพื่อสนับสนุนการแจกจ่ายเวชภัณฑ์…”

แม้แต่ในสหรัฐ ที่เพจของ NBC News ก็เถียงกันดุเดือดและยังลามไปเรื่องส่วนตัวด้วย เช่น ท็อปเมนต์หนึ่งบอกว่า “เอาล่ะ เธอเลยทำงานหนักเพื่อยูนิเซฟ ฉันยอมรับเธอตรงจุดนี้ แต่ทำไมโจลีถึงทำให้มันยากสำหรับแบรด พิตต์ที่จะมีความสัมพันธ์กับลูกๆ ของพวกเขา? การต่อสู้เพื่อการดูแลที่ไม่มีวันสิ้นสุดของเธอเป็นเรื่องตลกพอๆ กับแอมเบอร์ เฮิร์ดที่อ้างว่าเป็นเหยื่อของความรุนแรงในครอบครัว หากแองเจลิน่าสนใจลูกๆ ของเธอจริงๆ เธอจะไม่ยอมให้อัตตาของเธอมาขัดขวางการปล่อยให้พวกเขาใช้เวลากับพ่อเพียงเล็กน้อย” ความเห็นนี้จุดประเด็นถกเถียงยาวเหยียดเช่นกัน

อีกความเห็นว่า “ไม่มีเด็กคนใดในโลกที่ไม่ควรคบหากับพ่อของตน โจลีสามารถไปปรากฏตัวได้เฉพาะกับคนอื่นแต่ไม่ใช่กับสถานการณ์ในบ้านของเธอเอง และแสร้งทำเป็นไปทำบุญในต่างประเทศ ในขณะที่เธออยู่บ้าน เธอใจร้ายกับพ่อของลูกๆ ของเธอมาก”

แต่มีคนตอบโต้ว่า “อยากจะพูดอะไรก็พุดไป คุณก็มีสิทธิ์เช่นกัน แต่ผู้หญิงคนนี้เป็นผู้สนับสนุนผู้ทั่วโลกมากๆ ฉันรักความหลงใหลในสิ่งนั้น แรงผลักดันและความทะเยอทะยานของเธอในการขอความช่วยเหลือให้ใครก็ตามที่เธอสามารถช่วยได้อย่างต่อเนื่อง เธอค่อนข้างทรงพลัง และฉันชอบสิ่งนั้น”

Photo – Press Service of the Lviv Regional State Administration/Handout via REUTERS