Pentagon views Russian claim of withdrawal from Kyiv with skepticism

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40013979


Russia has started moving very small numbers of troops away from positions around Ukraine’s capital Kyiv, the Pentagon said on Tuesday (March 29), adding it was more of a repositioning than a retreat or a withdrawal from the war.

Pentagon views Russian claim of withdrawal from Kyiv with skepticism

“Has there been some movement by some Russian units away from Kyiv in the last day or so? Yes, we think so. Small numbers,” Pentagon spokesman John Kirby told a news briefing.

Kirby also told reporters that U.S. troops in Poland were “liaising” with Ukrainian forces as they hand over weapons to them, but it was not training “in the classic sense.”

Kirby did not provide details on what exactly the interactions entail.

Kirby added that additional aircraft, including 10 F-18 jets, and more than 200 personnel would be headed to eastern Europe, including Lithuania.

U.S. President Joe Biden also said it remains to be seen whether Russia follows through with any actions to scale down its military operations in Ukraine, saying Washington and its allies will continue with strong sanctions and aid for Ukraine.

“We’ll see if they follow through with what they’re suggesting” as Moscow-Kyiv negotiations continue, he told reporters at the White House following his meeting with Prime Minister Lee Hsien Loong of Singapore. “We’re going to continue to keep a close eye on what’s going on.”

Lee expressed his country’s condemnation of Russia’s invasion of Ukraine.

“Singapore is a staunch supporter of international law and the UN Charter, which prohibits acts of aggression against a sovereign state. And that’s why we’ve strongly condemned the unprovoked attack by Russia on Ukraine,” he said. “The sovereignty, political independence and territorial integrity of all countries, big and small, must be respected.”

U.S. Secretary of State Antony Blinken also said on Tuesday has not seen “signs of real seriousness” by Russia in pursuing peace after its invasion of Ukraine, adding that Moscow should end its aggression now and pull its forces back.

Ukrainian President Volodymyr Zelenskiy said the signals from peace talks with Russia could be called positive but added that they did not drown out the explosions from Russian shells.

In a late-night address, Zelenskiy also expressed caution about Russia’s promise to sharply curtail military action in some areas and said Ukraine would not be easing off its defensive efforts.

Russia and Ukraine have been holding peace negotiations in an Istanbul palace. Zelenskiy said Kyiv saw no reason to believe in words from some Russian representatives.

“We can say the signals we are receiving from the talks are positive but they do not drown out the explosions of Russian shells,” he said, adding that Ukraine could only trust a concrete result from the talks.

Earlier in the day, Russia promised to scale down military operations around Ukraine’s capital and north.

Zelenskiy said that despite this vow, “the situation has not become easier … the Russian army still has significant potential to continue attacks against our state.” He added: “Therefore we are not reducing our defensive efforts.”

Zelenskiy reiterated that for any peace deal to work, Russian troops would have to leave and there could be no compromise on Ukraine’s sovereignty and territorial integrity.

Published : March 30, 2022

By : Reuters

Disillusioned Ukrainians offer dead girl’s shoes to Scholz ‘to sell to Russia’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40013976


A group of Ukrainian protesters who demand western countries stop trade with Russia arrived in Berlin on Tuesday (March 29), calling on German Chancellor Olaf Scholz to stop selling goods to Moscow.

Disillusioned Ukrainians offer dead girl’s shoes to Scholz ‘to sell to Russia’

Several dozen Ukrainians, among them refugees and children, placed a pair of shoes they said had belonged to a now-dead six-year-old Ukrainian girl called Tatyana outside the chancellery.

“These shoes are completely new. She didn’t have a chance to wear them. So we brought them to Olaf Scholz and we propose to him to sell them to Russia as he is selling goods to Russia,” protester Iryna Zemlyana said outside the chancellery.

Scholz was visiting the Ahrtal region in western Germany, more than 600 kilometres (370 miles) from Berlin, which was hit by deadly floods last summer. His economy ministry has ruled out a total embargo on exports to Russia.

The Ukrainian group of protesters made their way to Germany after staging a protest at the Polish-Belarusian border 10 days ago where they blocked a highway in an attempt to prevent goods from reaching Russia by road.

Ukrainian President Volodymyr Zelenskiy on Monday (March 28) urged Western nations to toughen sanctions quickly against Russia, including an oil embargo, to stop Moscow from having a free hand to escalate its measures against his country.

Published : March 30, 2022

By : Reuters

จีนไล่ปราบโบรกเกอร์ ใช้ฮวงจุ้ยทำนายตลาดหุ้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679460

วันที่ 30 มี.ค. 2565 เวลา 17:20 น.จีนไล่ปราบโบรกเกอร์ ใช้ฮวงจุ้ยทำนายตลาดหุ้น

คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ของจีนดำเนินการกับบรรดาโบรกเกอร์ที่ชี้แนะการลงทุนโดยใช้หลักฮวงจุ้ย

Reuters อ้างรายงาน China Securities Journal สื่อท้องถิ่นจีนเมื่อวันที่ 30 มี.ค. ระบุว่า คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ของจีนดำเนินการปราบปรามเหล่าโบรกเกอร์ที่เผยแพร่รายงานหรือให้คำปรึกษาเกี่ยวกับแนวโน้มของตลาดหุ้นโดยใช้หลักฮวงจุ้ย

หน่วยงานกำกับดูแลของจีนกล่าวว่า ทนไม่ไหวแล้วกับพฤติกรรมที่ผิดกฎหมายในตลาดหุ้น และได้ดำเนินการลงโทษโบรกเกอร์บางราย ที่วิเคราะห์ คาดการณ์ หรือเสนอแนะการลงทุนโดยใช้หลักฮวงจุ้ย เช่น กิ่งฟ้า (Heavenly Stems) และก้านดิน (Earthly Branches), หยิน-หยาง หรือธาตุทั้ง 5

แม้ว่ารายงานจะไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม หรือระบุชื่อโบรกเกอร์ที่ถูกลงโทษจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ของจีน แต่ในปีที่แล้วมีโบรกเกอร์จีนบางราย รวมถึง Guosheng Securities และ Essence Securities ได้รับจดหมายเตือนจากหน่วยงานกำกับดูแล หลังจากที่พวกเขาเผยแพร่รายงานเกี่ยวกับกลยุทธ์การลงทุนโดยใช้หลักฮวงจุ้ย

การปราบปรามครั้งล่าสุดนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ตลาดหุ้นจีนกำลังประสบกับความผันผวนที่สูงขึ้น โดยหุ้นกลุ่ม blue-chip ดัชนี CSI 300 ดิ่งลงประมาณ 14% จนถึงปีนี้

นอกจากนี้ยังมี CLSA นายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ในฮ่องกงที่เผยแพร่ดัชนีฮวงจุ้ยก่อนถึงวันตรุษจีน โดยใช้จักรราศีจีนในการทำนายทิศทางของหุ้น ซึ่งได้รับความนิยมในหมู่นักลงทุน

Photo by REUTERS/Jason Lee/File Photo

เพราะจีนจะลงทุน ตอลิบานจึงต้องคุ้มครองพุทธสถานโบราณ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679441

วันที่ 30 มี.ค. 2565 เวลา 16:14 น.เพราะจีนจะลงทุน ตอลิบานจึงต้องคุ้มครองพุทธสถานโบราณ

การลงทุนของจีนในอัฟกานิสถานทำให้ตอลิบานต้องกลับลำปกป้องพุทธสถาน

ก่อนหน้านี้เป็นที่กังวลว่า “เมส อัยนัก” (Mes Aynak) พุทธสถานโบราณ อายุเก่าแก่กว่า 2,600 ปี ในเมืองโลการ์ของอัฟกานิสถาน ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงคาบูลไปทางตะวันออกเฉียงใต้ราว 40 กิโลเมตร จะตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกับ “พระพุทธรูปแห่งบามียาน” หรือไม่ ภายใต้การปกครองของกลุ่มตอลิบาน

ทว่า ขณะนี้หลายประเทศรวมทั้งรัสเซีย อิหร่าน ตุรกี และอัฟกานิสถาน ต่างกำลังมองหาผู้ลงทุนที่จะมาเติมเต็มช่องว่างหลังมหาอำนาจอย่างสหรัฐถอนตัวออกจากประเทศ The Diplomat กำลังจับจ้องไปที่การลงทุนของจีนในเมส เอย์แนก พุทธสถานโบราณของอัฟกานิสถานซึ่งเชื่อว่าเป็น “เหมืองทองแดงที่ใหญ่ที่สุดในโลก”

การจัดหาแร่ธาตุหายากเป็นกุญแจสำคัญของจีนในการรักษาสถานะมหาอำนาจด้านการผลิตของโลก ในขณะที่จีนให้คำมั่นว่าจีนจะช่วยกลุ่มตอลิบานในการฟื้นฟูประเทศอัฟกานิสถานขึ้นใหม่ เรียกร้องให้นานาประเทศหยุดแช่แข็งสินทรัพย์ของอัฟกัน และยังคงเดินหน้าพัฒนาความสัมพันธ์กับรัฐบาลตอลิบาน

นับว่าเป็นโอกาสทองของกลุ่มตอลิบานที่จะกอบกู้ประเทศที่ขาดแคลนเงินสดท่ามกลางการคว่ำบาตรจากนานาชาติ หลังยึดครองอัฟกานิสถาน

ความมั่งคั่งที่อาจเกิดขึ้นจากเหมืองทองแดงแห่งใหญ่นี้ทำให้กลุ่มตอลิบานกลับลำหันมาปกป้องพุทธสถาน หลังจากที่เคยใช้กฎหมายอิสลามสุดโต่งทั่วอัฟกานิสถาน พยายามลบเลือนอารยธรรมอื่นที่ขัดต่อศาสนาอิสลามให้หมดสิ้น รวมถึงการทำลาย “พระพุทธรูปแห่งบามียาน” ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่สะเทือนใจชาวพุทธทั่วโลก เมื่อครั้งยึดครองอัฟกานิสถานเมื่อกว่า 20 ปีก่อน

แต่ตอนนี้พวกเขาตั้งใจที่จะอนุรักษ์ “เมส เอย์แนก” แหล่งทองแดงขนาดใหญ่ เพราะเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกการลงทุนของจีนมูลค่านับพันล้าน

ฮากุมุลละห์ มูบาริซ หัวหน้าฝ่ายความมั่นคงของตอลิบานในพื้นที่กล่าวว่า “การปกป้องสิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับเราและชาวจีน”

อัฟกานิสถานเป็นขุมทรัพย์แร่ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าถึง 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ นับว่าเป็นกุญแจสู่อนาคตที่เจริญรุ่งเรือง แต่ไม่มีใครสามารถพัฒนาสิ่งเหล่านี้ได้ท่ามกลางสงครามและความรุนแรงที่ต่อเนื่อง

แต่ความตั้งใจของจีนในเมส เอย์แนก อาจทำให้จีนเป็นมหาอำนาจรายใหญ่ประเทศแรกที่ดำเนินโครงการขนาดใหญ่ในอัฟกานิสถานหลังถูกยึดครองโดยกลุ่มตอลิบาน

ย้อนกลับไปในปี 2008 ภายใต้การปกครองของรัฐบาลฮามิด คาร์ไซ อดีตประธานาธิบดีอัฟกานิสถาน ได้ลงนามในสัญญา 30 ปีกับกิจการร่วมค้าของจีนชื่อ MCC (Metallurgical Corp of China Ltd.) เพื่อสกัดทองแดงคุณภาพสูงจากเหมืองเมส เอย์แนก โดยคาดว่าเหมืองดังกล่าวมีแร่มากถึง 12 ล้านตัน แต่ต้องหยุดชะงักไปในปี 2014

เพียงไม่กี่เดือนหลังจากที่กลุ่มตอลิบานเข้ายึดกรุงคาบูล และโค่นล้มรัฐบาลอัฟกานิสถาน ชาห์บุดดิน ดิลาวาร์ รักษาการรัฐมนตรีกระทรวงเหมืองแร่และปิโตรเลียม เรียกร้องให้ว่าจ้างบริษัทของจีนอีกครั้ง

Photo by DidierTais/Wikipedia

หมอดูตาบอดเผยปูตินและรัสเซียจะเป็นเจ้าโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679420

วันที่ 30 มี.ค. 2565 เวลา 13:08 น.หมอดูตาบอดเผยปูตินและรัสเซียจะเป็นเจ้าโลก

แม่หมอคนนี้เคยทำนายไว้อย่างแม่นยำว่าสหรัฐจะถูกนกเหล็ก 2 ตัวโจมตีซึ่งก็คือเหตุวินาศกรรมตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ หรือ 9/11

สื่ออังกฤษหลายเจ้ารายงานว่า บาบา แวงกา (Baba Vanga) หมอดูตาบอดชื่อดังเจ้าของฉายา “นอสตราดามุสแห่งบอลข่าน” เคยทำนายทายทักไว้ก่อนเสียชีวิตว่า ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน และรัสเซียจะเป็นเจ้าโลก

แม่เฒ่าแวงกาที่เสียชีวิตขณะอายุ 84 ปีเมื่อปี 1996 หรือเมื่อ 25 ปีก่อนเผยระหว่างการพูดพบปะพูดคุยกับ วาเลนติน ซิโดรอฟ (Valentin Sidorov) นักเขียนชื่อดังเมื่อปี 1979 ว่า “ทั้งหมดจะละลาย เหมือนกับน้ำแข็ง มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นที่ไม่มีใครแตะต้องได้ ความรุ่งเรืองของวลาดิมีร์ ความรุ่งเรืองของรัสเซีย คนจำนวนมากจะตกเป็นเหยื่อ ไม่มีใครหยุดรัสเซียได้ ทั้งหมดจะถูกกำจัดให้พ้นทางโดยเธอ และไม่เพียงแต่จะยังคงอยู่เท่านั้น แต่จะกลายเป็นเจ้าโลก”

หมอดูตาบอดรายนี้เคยทำนายไว้ในอดีตว่าจะเกิดเหตุการณ์สำคัญๆ และก็เป็นจริงตามนั้นหลายครั้ง อาทิ เหตุการณ์ 11 ก.ย. 2001 การเสียชีวิตของเจ้าหญิงไดอานา หายนะนิวเคลียร์เชอร์โนบิล และ Covid-19

แม่เฒ่าแวงกาเริ่มมีชื่อเสียงหลังจากคำทำนายว่าเรือดำน้ำพลังนิวเคลียร์คูรสก์ของรัสเซียจะจมในปี 2000 โดยบอกว่า เดือน ส.ค. 1999 “คูรสก์จะถูกปกคลุมไปด้วยน้ำและทั้งโลกจะร้องไห้เสียใจกับมัน”

ปรากฏว่าเรือดำน้ำลำดังกล่าวจมในอีก 12 เดือนต่อมาหลังจากวันที่ที่แวงกาทำนายไว้โดยลูกเรือเสียชีวิตทั้งหมด

ปี 1989 แม่เฒ่าแวงกาบอกว่า “น่ากลัว น่ากลัว พี่น้องชาวอเมริกันจะล้มลงหลังถูกนกเหล็กโจมตี หมาป่าจะหอนอยู่ในพุ่มไม้ และเลือดผู้บริสุทธิ์จะหลั่งไหล”

ซึ่งในเวลาต่อมาก็เกิดเหตุการณ์เครื่องบิน 2 ลำพุ่งชนตึกแฝดเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ในนิวยอร์กเมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2001 จนมีผู้เสียชีวิตมากมาย

ผู้เชี่ยวชาญที่ศึกษาการทำนายของเธอบอกว่าความแม่นยำของแม่หมอแวงกาอยู่ที่ 68% ส่วนลูกศิษย์ลูกหาของเธอบอกว่าเธอทายถูกถึง 85%

นอกจากนี้ แวงกายังเคยทำนายว่ารัสเซียจะบุกยูเครน สงครามโลกครั้งที่ 3 และความเป็นไปได้ที่จะมีการใช้อาวุธนิวเคลียร์

ส่วนที่เธอทำนายพลาดคือเธอเคยบอกไว้ว่า ประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐต้องเผชิญวิกฤตที่จะทำให้ประเทศตกต่ำ ทว่าแม้ว่า โดนัลด์ ทรัมป์ จะต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่หลายอย่างขณะนั่งเก้าอี้ผู้นำ แต่จนถึงตอนนี้สหรัฐก็ยังยืนยงอยู่ได้

ทั้งนี้ บาบา แวงกา มีชื่อจริงว่า แวงเจเลีย กัชเตโรวา วันหนึ่งในวัยเด็กเธอติดอยู่ในพายุทอร์นาโดประหลาดและหลังจากนั้นเธอตาบอด หลังจากเหตุการณ์นั้นเชื่อกันว่าเธอมีความสามารถในการมองเห็นอนาคต นับจากนั้นมาเธอทำนายทายทักเหตุการณ์ต่างๆ มาแล้วหลายร้อยครั้งตลอดช่วง 50 ปีของการเป็นแม่หมอ

รัสเซีย-ยูเครน เจรจาสันติภาพคืบหน้า ฉุดรูเบิลพุ่งอีกครั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679412

วันที่ 30 มี.ค. 2565 เวลา 11:30 น.รัสเซีย-ยูเครน เจรจาสันติภาพคืบหน้า ฉุดรูเบิลพุ่งอีกครั้ง

สกุลเงินรูเบิลของรัสเซียพุ่งเข้าใกล้ระดับก่อนเกิดสงคราม ขานรับเจรจาสันติภาพคืบหน้า

หลังจากที่สกุลเงินรูเบิลร่วงลงอย่างหนักเป็นเวลาหลายสัปดาห์ สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าเงินรูเบิลกำลังกลับมาอีกครั้ง โดยแข็งค่าที่ 84 รูเบิลต่อดอลลาร์ ขานรับการเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ผ่านพ้นไปเมื่อคืนวันอังคาร (29 มี.ค.) ที่ผ่านมา เทียบกับระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 139 รูเบิลต่อดอลลาร์เมื่อวันที่ 7 มี.ค.

โดยล่าสุด ช่วงเช้าวันนี้ (30 มี.ค.) ค่าเงินรูเบิลขยับลงมาอยู่ที่ 90 รูเบิลต่อดอลลาร์

นาตาลี ริเวตต์ นักวิเคราะห์อาวุโสจาก Informa Global Markets กล่าวว่าการดีดตัวของรูเบิลส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากนโยบายของธนาคารกลางรัสเซีย และการหยุดยิงระหว่างรัสเซียและยูเครนน่าจะช่วยสนับสนุนค่าเงินรูเบิล แต่การแข็งค่าในระยะยาวกลับสู่ระดับเดิมนั้นอาจเป็นความท้าทาย เนื่องจากรัสเซียกำลังเผชิญกับมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหญ่จากสหรัฐและพันธมิตร

ตามข้อมูลจากบลูมเบิร์กระบุว่าค่าเงินรูเบิลซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 76 รูเบิลต่อดอลลาร์ก่อนที่รัสเซียจะเปิดปฏิบัติการทางทหารในยูเครน เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ซึ่งทำให้รูเบิลร่วงลงอย่างรุนแรงหลังจากนั้นท่ามกลางมาตรการคว่ำบาตรของนานาชาติ

ทั้งนี้ ในการเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครนที่กรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี วานนี้ ส่งสัญญาณในเชิงบวกโดยรัสเซียประกาศว่าจะลดปฏิบัติการทางทหารในกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน และเมืองเชอร์นิฮิฟด้วย ท่ามกลางความหวังจากหลายฝ่ายที่ต้องการให้บรรลุข้อตกลงหยุดยิงโดยเร็ว

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ยังคงไม่วางใจคำพูดของรัสเซีย

Photo by REUTERS/Dado Ruvic/Illustration//File Photo

วงการตลกทำถูกมั้ยที่เข้าข้าง คริส ร็อค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679388

วันที่ 29 มี.ค. 2565 เวลา 20:30 น.วงการตลกทำถูกมั้ยที่เข้าข้าง คริส ร็อค

ทำไมหลายคนในวงการตลกถึงพากันเข้าข้าง คริส ร็อค

หลังเกิดฉากตบหน้ากลางเวทีประกาศรางวัลออสการ์เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมาตามเวลาสหรัฐ บรรดานักแสดงตลกเพื่อนร่วมวงการของ คริส ร็อค พากันกังวลว่าการกระทำของ วิลล์ สมิธ จะเป็นการเชื้อเชิญให้คนอื่นใช้ความรุนแรงกับนักแสดงตลกที่เล่นมุกไม่เข้าหูแบบที่สมิธทำบ้าง และยังมองว่าการกระทำของนักแสดงฮอลลีวูดชื่อดังนี้เป็นการทำลายศิลปะของพวกเขา

เคธี กริฟฟิน นักแสดงและนักแสดงตลก เป็นคนดังคนแรกๆ ที่พูดถึงเรื่องนี้อย่างรุนแรงว่า “ขอบอกอะไรไว้อย่างนะ มันเป็นการกระทำที่แย่มากนะที่เดินขึ้นไปบนเวทีแล้วทำร้ายร่างกายนักแสดงตลก ตอนนี้เราทุกคนต่างต้องกังวลว่าใครจะเป็น วิลล์ สมิธ คนต่อไปในคลับตลกและโรงภาพยนตร์”

Let me tell you something, it’s a very bad practice to walk up on stage and physically assault a Comedian.Now we all have to worry about who wants to be the next Will Smith in comedy clubs and theaters.— Kathy Griffin (@kathygriffin) March 28, 2022

จัดด์ อาพาโทว์ นักแสดงตลกและผู้กำกับน่าจะมีปฏิกิริยาที่รุนแรงที่สุดโดยทวีตว่า “เขา (สมิธ) อาจฆ่าเขา (ร็อค) ได้เลยนะ มันคือความโกรธและความรุนแรงที่ควบคุมไม่ได้…เขาเสียสติไปแล้ว”

ภายหลังทวีตนี้และทวีตอื่นที่เกี่ยวข้องถูกลบไป โดยอาพาโทว์ปรับโทนการพูดถึงเรื่องนี้ใหม่ในรายการ Dean Obeidallah Show ว่า “คุณคือคนที่ผู้คนจะเลียนแบบ เอาเป็นเยี่ยงอย่าง ดังนั้นมันจึงอันตราย คุณไม่สามารถมี ซิดนีย์ พอยเทียร์ ด้วยการทำแบบนี้”

อาพาโทว์พูดอีกว่า เขาหวังว่า “เราจะได้ยินการแสดงออกที่ชัดเจนมากว่าทำไมถึงเป็นความผิดพลาดที่เลวร้าย น่าอับอาย และอันตรายจากสมิธ ผมหวังว่ามันจะเกิดขึ้น ผมจะแปลกใจมากถ้ามันไม่เกิดขึ้น เพราะถ้ามันเป็นอย่างนั้น อะไรจะเกิดขึ้นกับ ริกกี เจอร์เวส ในโกลเดน โกลบส์ ครั้งหน้า”

จอย เบฮาร์ พิธีกรรายการ The View ที่เคยอยู่ในวงการตลกมาก่อนบอกว่า การใช้ความรุนแรงขณะออกอากาศของสมิธเป็นอันตรายกว่าการแซวของร็อค “ฉันกำลังคิดว่า ‘นักแสดงตลกกำลังตกอยู่ในอันตรายทุกที่’ พวกเขา (ผู้ชม) อยากให้เราเสียดสีเหน็บแนม พวกเขาอยากให้เราออกไปตรงนั้นและพูดสิ่งที่คนอื่นทำได้แค่คิด พวกเขาอยากให้เราเสี่ยงแล้วพวกเขาก็ไม่พอใจ”

วูปี โกลด์เบิร์ก ซึ่งเป็นทั้งนักแสดงตลกที่เคยทำหน้าที่พิธีกรออสการ์ถึง 4 ครั้งเชื่อว่า สมิธคงสั่งสมความโกรธจากมุกตลกที่ล้อเลียนชีวิตแต่งงานและชีวิตครอบครัวของเขามานาน โกลด์เบิร์กบอกว่าสมิธ “มีปฏิกิริยารุนแรงเกินไป” และชมการควบคุมอารมณ์ของร็อคและการตัดสินใจไม่ตอบโต้ด้วยความรุนแรงกว่ากลับไป

ฮาวเวิร์ด สเติร์น พูดในรายการ SiriusXM ว่า “คุณไม่ตบตีคนอื่นเพราะคำพูด ยิ่งไม่ใช่ในงานอะคาเดมีอวอร์ดส์ และ วิลล์ สมิธ ต้องควบคุมตัวเอง”

นักแสดงตลก ฮัล สปาร์กส์ แสดงความกังวลเช่นเดียวกับนักแสดงตลกคนอื่นๆ ว่า “คนใกล้ชิด วิลล์ สมิธ ช่วยบอกเขาทีว่าไม่มีทางเลยที่สิ่งที่เขาทำคืนนี้จะมาส่งผลให้นักแสดงตลกถูกทุบตีหรือถูกฆ่า เขาไฟเขียวให้การใช้ความรุนแรง”

นอกจากนักแสดงตลกหลายคนจะยืนอยู่ข้างร็อคแล้ว เหตุการณ์ถูกตบหน้ากลางเวทียังส่งผลให้ความต้องการและราคาตั๋วเข้าชมการเดี่ยวไมโครโฟนแสดงตลกของเขาซึ่งจะเปิดฉากในวันที่ 2 เม.ย.นี้พุ่งสูงขึ้น

Variety รายงานว่า ตั๋วของร็อคราคาทะยานขึ้นจากต่ำสุดที่ใบละ 46 เหรียญสหรัฐเมื่อวันที่ 18 มี.ค. ไปอยู่ที่ 341 เหรียญสหรัฐในแพลตฟอร์ม TickPick นับตั้งแต่มีดรามาบนเวทีออสการ์

ส่วน TickPick เผยว่า ตั้งแต่คืนวันอาทิตย์ซึ่งเป็นคืนเกิดเรื่องจนถึงวันจันทร์ ทางบริษัทจำหน่วยตั๋วของร็อคได้มากกว่าที่เคยขายได้ตลอดทั้งเดือนที่ผ่านมาเสียอีก

ต้องบอกก่อนว่าชาวอเมริกันนิยมชมการเดี่ยวไมโครโฟนที่เล่นมุกเผากันแบบเจ็บแสบเพื่อความบันเทิงโดยไม่โกรธเคืองกัน คอมเม้นต์จากฝั่งตะวันตกส่วนใหญ่จึงเทไปทางเห็นใจร็อคมากกว่าสมิธ เนื่องจากไม่ได้มองว่าการแซวของนักแสดงตลกเป็นการบุลลี่ แต่รับไม่ได้กับการใช้ความรุนแรงของนักแสดงจากภาพยนตร์เรื่อง King Richard

บทความเรื่อง Why is Comedy Important (ทำไมเรื่องตลกถึงสำคัญ) บอกว่า เรื่องตลกเป็นวรรณกรรมประเภทหนึ่ง และถูกเรียกว่าเป็นงานละคร และที่สำคัญที่สุดคือ ประกอบด้วยตอนจบที่มีความสุข มันเป็นเรื่องขบขัน บันเทิง และก็เป็นการเสียดสีในตัวของมันเองด้วย

หรือแม้แต่ตัวร็อคเองที่เคยพูดไว้ว่า ความกลัวว่าจะถูกเลิกสนับสนุนจากการกระทำที่ไม่เหมาะสม (cancel culture) ทำให้นักแสดงตลกผลิตคอนเท้นต์ที่น่าเบื่อและไม่ตลก

แต่ถึงอย่างนั้นก็มีอีกฝ่ายหนึ่งตั้งคำถามว่า นักแสดงตลกสามารถเสียดสีคนอื่นได้แค่ไหน

เมื่อเทียบกับการปล่อยมุกตลกแซว เจดา สมิธ ภรรยาของ วิลล์ สมิธ ที่คนถูกแซวไม่ขำด้วยแล้ว มุกนี้ของร็อคถือว่าเบามากเมื่อเทียบกับการปล่อยมุกที่เจ็บแสบบนเวทีประกาศรางวัลต่างๆ ของนักแสดงตลกคนอื่นๆ ที่ผ่านมา รวมทั้งนักแสดงตลกฝีปากจัดจ้านอย่าง ริกกี เจอร์เวส ที่จิกกัด ลีโอนาร์โด ดีคาปริโอ, จูดี เดนช์ และเฟลิซิตี ฮัฟฟ์แมน

ในงานประกาศรางวัลโกลเดนโกลบปี 2020 เจอร์เวสเปิดเวทีด้วยการแซวนักแสดงหลายคนรวมทั้งฮัฟฟ์แมนจากซีรีส์ Desperated Housewives ที่ต้องถูกจำคุก 11 วันในข้อหาฉ้อโกงและทุจริต จากเหตุฉาวจ่ายเงินใต้โต๊ะรับนักศึกษาเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัย เพื่อหวังให้ลูกสาวได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยอันดับต้นๆ ของประเทศ

ครั้งนั้นเจอร์เวสบอกว่า “ผมนั่งลีมูซีนมาที่นี่และป้ายทะเบียนรถทำโดย เฟลิซิตี ฮัฟฟ์แมน”

แต่ก็มีอีกฝั่งหนึ่งมองว่าเราไม่ควรนำอาการป่วยของคนอื่นมาล้อเลียน

โซเฟีย บุช นักแสดงจากซีรีส์ One Tree Hill บอกว่า “การใช้ความรุนแรงไม่โอเค และการทำร้ายร่างกายไม่ใช่คำตอบ” และยังติติงการกระทำของร็อคว่า “นี่คือครั้งที่ 2 ที่คริสล้อเลียนเจดาบนเวทีออสการ์ และคืนนี้เขาล้อเรื่องอาการป่วยโรคผมร่วงเป็นหย่อมของเธอ”

“การวิจารณ์โรคภูมิแพ้ตัวเองของคนอื่นเป็นเรื่องผิด และถ้าทำอย่างนั้นโดยเจตนาเป็นเรื่องโหดร้าย ทั้งสองคนควรไปพัก” บุชเผย

จากที่อ่านคอมเม้นต์ของนักแสดงตลก ทุกคนเป็นห่วงเรื่องเดียวกันคือ การใช้ความรุนแรงกับผู้ที่ใช้งานศิลปะสร้างเสียงหัวเราะให้คนอื่นอย่างนักแสดงตลก หากคนฟังไม่ขำด้วยกับมุกเสียดสี

“ถ้าคุณแก้ตัวให้วิลล์ สมิธ คุณอาจแก้ต่างให้รัสเซียได้เหมือนกัน”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679384

วันที่ 29 มี.ค. 2565 เวลา 19:00 น."ถ้าคุณแก้ตัวให้วิลล์ สมิธ คุณอาจแก้ต่างให้รัสเซียได้เหมือนกัน"

สังคมต่อต้านการทำร้ายจิตใจ แต่สนับสนุนให้เอาคืนด้วยความรุนแรง? การทำร้ายจิตใจเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ การทำร้ายร่างกายก็ไม่ใช่คำตอบ

เรื่องของ วิลล์ สมิธ และ คริส ร็อก ที่เกิดขึ้นในงานประกาศรางวัลออสการ์ 2022 ยังคงเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ และอยู่บนหน้าหนึ่งของบรรดาสื่อต่างประเทศ หลังจากที่สมิธเกิดฟิวส์ขาด เดินปรี่ขึ้นไปตบหน้าร็อกที่กำลังทำหน้าที่เป็นพิธีกรในงาน เมื่อร็อคแซว เจดา พินเก็ตต์ สมิธ ภรรยาสุดที่รักของเขาที่ป่วยเป็นโรคผมร่วงเป็นหย่อม (Alopecia) จนต้องโกนผม ว่าพร้อมแสดงหนังเรื่อง G.I. Jane ที่ตัวเอกหญิงในเรื่องต้องโกนหัวเพราะเป็นทหาร

ท่ามกลางการโต้เถียงอย่างดุเดือดบนโลกออนไลน์ ด้านหนึ่งก็มองว่าสมิธเหมือนคนคลั่งที่ควบคุมอารมณ์ไม่ได้จนบุกทำร้ายร็อกถึงบนเวที ก่อนที่จะร้องไห้พรรณาถึงความรักที่มีต่อภรรยา ในทางกลับกันสมิธดูเหมือนจะเป็นสามีที่ดีที่ปกป้องเกียรติของภรรยา เมื่อมีคนมาล้อเลียนทำร้ายจิตใจของเธอ

เพียร์ส มอร์แกน พิธีกรชื่อดังชาวอังกฤษที่เขียนคอลัมน์บนเว็บไซต์ The Sun ระบุว่าเข้าใจถึงความรู้สึกของสมิธที่ต้องเจอกับมุกที่น่ารังเกียจและโหดร้ายที่ร็อกล้อเลียนภรรยาของเขาซึ่งกำลังป่วย

“ขณะที่หลายคนกำลังแบนและทำลายชื่อเสียงของสมิธ เรียกร้องให้ยึดรางวัลออสการ์ เรียกร้องให้ตั้งข้อหาทำร้ายร่างกาย แต่ผมอยู่ข้างเขา” มอร์แกนกล่าว “เขาทำเพื่อภรรยา ถ้าเป็นยุคก่อนๆ เขาน่าจะได้รับเกียรติที่ปกป้องผู้หญิงของเขา แต่ยุคนี้สังคมอ่อนไหวเกินไป”

เช่นเดียวกับ ทิฟฟานี แฮดดิช ซึ่งแสดงจุดยืนสนับสนุนสมิธเช่นกัน “เมื่อฉันเห็นชายผิวดำลุกขึ้นปกป้องภรรยาของเขา นั่นมีความหมายกับฉันมาก สำหรับฉันมันคือสิ่งที่สวยงามที่สุดที่ฉันเคยเห็น เพราะมันทำให้ฉันเชื่อว่ายังมีผู้ชายที่รักและห่วงใยผู้หญิงของพวกเขา ภรรยาของพวกเขาอยู่”

แต่ถึงอย่างนั้น มันมีน้ำหนักพอที่จะทำร้ายคนอื่นเลยหรือ? ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นการทำร้ายออกทีวีที่ถ่ายทอดสดไปทั่วโลก แม้จะมองว่าการเล่นมุกของร็อกนั้นล้ำเส้น และไม่สมควรอย่างยิ่ง แต่ก็ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะสนับสนุนการใช้ความรุนแรงของสมิธ

ศาสตราจารย์แทมมี วิกิล จากมหาวิทยาลัยบอสตันกล่าวว่า “นี่ไม่ใช่ปัญหาของคริส ร็อก ปัญหาคือจริงๆ แล้ววิลล์ สมิธ คิดว่าเขาต้องใช้ความรุนแรงเพื่อปกป้องคนรักของเขา ฉันคิดว่าสิ่งที่เขาทำเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เรียกว่า “ภาวะความเป็นชายเป็นพิษ” (Toxic masculinity)

“มันไม่สำคัญว่าเรื่องตลกของคริส ร็อก จะไร้รสนิยมหรือน่ารังเกียจขนาดไหน แต่ไม่มีใครมีสิทธิทำร้ายร่างกายคนอื่นทั้งนั้น” แอนดี โอสทรอย นักแสดงและโปรดิวเซอร์ชาวอเมริกันกล่าว

ด้านนักแสดงและผู้กำกับ ร็อบ ไรเนอร์ มองว่า “วิลล์ สมิธติดค้างคำขอโทษกับคริส ร็อก อย่างใหญ่หลวง ไม่มีข้อแก้ตัวสำหรับสิ่งที่เขาทำ โชคดีแค่ไหนที่คริสไม่แจ้งความทำร้ายร่างกาย ข้อแก้ตัวที่เขาพล่ามในคืนนี้เป็นเพียงเรื่องไร้สาระ”

ขณะที่บางคนนำเหตุการณ์นี้ไปเปรียบเทียบกับการปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียในยูเครน โดยเปรียบร็อกเป็นยูเครน และสมิธเป็นรัสเซีย “วิลล์ สมิธ ไม่ชอบสิ่งที่คริส ร็อกพูดจึงทำร้ายเขา ท่ามกลางการจับตามองจากทั่วโลก สมิธล้มร็อคไม่ได้ ร้องไห้ และบอกว่าเขาเจ็บ แม้ว่าเขาจะเป็นคนเดียวที่ใช้ความรุนแรง” ผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งกล่าว

Chris Rock is the Ukraine and Will Smith is Russia.Will Smith didn’t like what Chris Rock said, so he assaulted him while the whole world watched. Smith couldn’t knock Chris Rock downSmith cried and said he was the aggrieved person, though he was the only one that was violent pic.twitter.com/rm5gsJFUfD

— dfrntdrmmr (@dfrntdrmmr) March 28, 2022

“นักแสดงที่มีชื่อเสียงบุกเข้าไปในพื้นที่ของนักแสดงที่อายุน้อยกว่า ทำร้ายเขา โดยมีผู้คนนับล้านกำลังจับจ้อง และอ้างว่าทำไปเพื่อ “ปกป้อง” ครอบครัวของเขา ขณะที่เห็นได้ชัดว่าเป็นการกระทำรุนแรงที่ไร้สติ” ชาวเน็ตอีกรายกล่าวโดยเปรียบเทียบกับสถานการณ์ระหว่างรัสเซียและยูเครน

Metaphor for Russia and Ukraine: a famous actor invades the space of a younger actor, punches him, with millions of people watching, and then claims to have done it to ‘defend’ his family, when it was visibly a senseless act of violence. #WillSmith #Russia #ChrisRock #Ukraine pic.twitter.com/GRfiTwPEuL— Katya Galitzine (@KatyaGalitzine) March 29, 2022

“ถ้าคุณแก้ตัวให้วิลล์ สมิธ คุณอาจแก้ต่างให้รัสเซียได้เหมือนกัน”

if you making excuses for will smith, you may as well make excuses for Russia while you’re at it— Bot 46238A-8 (@floatingbiota) March 29, 2022

อย่างไรก็ตาม ความคิดเห็นอีกด้านหนึ่งแย้งว่าทั้งสองเหตุการณ์นี้คนละบริบทกันอย่างสิ้นเชิง การตบหน้าไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกับการทำลายบ้านเมืองและสังหารผู้บริสุทธิ์หลายพันคนได้

ทั้งนี้ สมิธได้ออกมาขอโทษร็อก รวมถึงผู้จัดงาน ผู้เข้าร่วมงาน และทุกคนที่รับชมการถ่ายทอดสดจากทั่วโลกแล้ว โดยกล่าวว่า “พฤติกรรมของผมเป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับและให้อภัยได้ ผมอยากจะขอโทษคุณอย่างเปิดเผย คริส ผมผิด ผมละอายใจ การกระทำของผมไม่ได้บ่งบอกถึงผู้ชายที่ผมอยากเป็น”

“ผมอยากจะขอโทษอะคาเดมี ขอโทษเพื่อนๆ นักแสดงที่มาร่วมงานในวันนี้ ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าการที่ยืนอยู่ในจุดนี้คุณต้องรับคำดูถูกเหยียดหยามให้ได้ คุณต้องยอมให้คนอื่นพูดเรื่องบ้าๆ เกี่ยวกับคุณ ยอมให้คนอื่นดูหมิ่นคุณ คุณต้องยิ้มและแสร้งทำเป็นว่าไม่เป็นอะไร”

ถึงกระนั้น ไม่ใช่แค่การทำร้ายร่างกายเท่านั้นที่ไม่ควรทำ แต่การทำร้ายด้วยวาจาก็ทำให้คนฟังเจ็บปวดได้เช่นกัน หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า “มุกตลกที่ทำให้คนฟังรู้สึกไม่ดี ไม่ถือว่าเป็นมุกตลก” เหตุการณ์นี้ทำให้ร็อกได้รับเสียงวิจารณ์ไปไม่น้อยเหมือนกัน

“คิดว่าเจ๋งหรอที่คริส ร็อก คิดว่ามันตลกที่จะล้อเล่นกับอาการป่วยของภรรยาของวิลล์ สมิธ” เวนกัต ประภู นักแสดงและผู้กำกับชาวอินเดียร่วมแสดงความเห็นในประเด็นนี้ด้วย

โซเฟีย บุช นักแสดง ผู้กำกับ และโปรดิวเซอร์ชาวอเมริกันกล่าวว่า “ความรุนแรงมันไม่โอเคเลย การทำร้ายร่างกายก็ไม่ใช่คำตอบ แต่นี่เป็นครั้งที่ 2 แล้วที่คริสล้อเจดาบนเวทีออสการ์ การกดคนอื่นเป็นสิ่งที่ผิด การทำเช่นนั้นโดยเจตนาถือว่าโหดร้าย ไปพักทั้งคู่นั่นแหละ”

Photo by Angela WEISS and Robyn Beck / AFP

U.S. freezing of Afghan assets undermines small businesses in Afghanistan

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40013970


Afghans said the U.S. sanctions on Afghanistan have badly undermined businesses and worsened the country’s already fragile economy.

U.S. freezing of Afghan assets undermines small businesses in Afghanistan

“Scores of people including 50 women worked in my firm to produce pickle in the past, but nowadays only two persons are working with me,” female Afghan entrepreneur Nafas Gul Jami said with a sigh.

Putting on display her products in a stall at a three-day Agricultural Products Exhibition which opened here on Saturday, Jami said the U.S. sanctions on Afghanistan have badly undermined businesses and worsened the country’s already fragile economy.

“The female Afghan businesspersons are in need of economic support and encouragement, and we need to find markets for our products to boost our businesses,” she said.

The 45-year-old woman pointed to an increasing poverty, a high rate of unemployment, isolation of Afghanistan and freeze of 7-billion-U.S. dollar assets of the war-torn country by the United States following the U.S. military defeat and troop withdrawal from the Central Asian nation in August last year.

In a decree issued in February, U.S. President Joe Biden allocated 3.5 billion U.S. dollars from the frozen Afghan assets to the 9/11 victims’ families and earmarked another 3.5 billion U.S. dollars as humanitarian assistance to Afghanistan.

An Afghan woman waits for customers at the Art Bazaar in Bamiyan city, central Afghanistan, on March 19, 2022. (Photo by Saifurahman Safi/Xinhua)An Afghan woman waits for customers at the Art Bazaar in Bamiyan city, central Afghanistan, on March 19, 2022. (Photo by Saifurahman Safi/Xinhua)

The decision, which has further exacerbated Afghanistan’s economic woes, has been widely condemned in Afghanistan.

More than 22 million Afghans out of the country’s some 35-million population, according to aid agencies, are facing acute food shortages and the war-torn country would face a humanitarian catastrophe if not assisted.

“I am the owner of a bee farm in the central Daykundi province but I had no activity over the past six months due to economic miseries,” said businesswoman Zahra Naemi.

Naemi, 30, who has hired 10 people including six women in her farm, collected 1,000 kg honey in past years but her products reduced to 400 kg so far this year.

“The purchasing power of people has been reduced almost to zero and they can’t afford to buy honey and that was why I have sold 400 kg at half price,” Naemi complained.

She assumed that like her, many businesspersons suffered due to lack of market, economic hardships and sanctions imposed on Afghanistan.

Mohammad Hamid Samadi, an Afghan businessman who runs a saffron producing company, told Xinhua that he exported saffron to 25 countries in the past years but his company’s income has drastically reduced due to the shattered economy.

“Freezing of Afghan assets has led to capital outflow and eventually to a worsening economy and an increase in poverty in the country,” Samadi said.

Meanwhile, Deputy Prime Minister of the Afghan caretaker government Mullah Abdul Ghani Baradar said the country is committed to supporting farmers and the agricultural sector. 

Afghans stand in line to leave the country at Islam Qala, a town along the border with Iran in the western Herat province of Afghanistan, March 3, 2022. (Photo by Mashal/Xinhua)Afghans stand in line to leave the country at Islam Qala, a town along the border with Iran in the western Herat province of Afghanistan, March 3, 2022. (Photo by Mashal/Xinhua)
 

Published : March 30, 2022

By : Xinhua

G7 rejects Russia’s demand to pay for gas in rubles

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40013949


The Group of Seven (G7) has reached a consensus to reject Russia’s demand to pay for gas in rubles, said German Vice-Chancellor Robert Habeck on Monday.

G7 rejects Russia's demand to pay for gas in rubles

Russia’s demand was “a unilateral and clear breach of existing contracts,” Habeck, who is also the German minister for economic affairs and climate action, said after a virtual meeting of the G7 energy ministers.

Germany is currently chairing the G7.

Contracts that had been concluded should continue to apply, said Habeck. “A payment in rubles is not acceptable,” he added, urging companies involved not to follow Russia’s demands.

Last week, Russian President Vladimir Putin announced that gas deliveries to a number of “unfriendly countries” which buy Russia’s gas would now have to be paid in rubles.

On March 7, the Russian government issued a list of countries “taking unfriendly actions against Russia, Russian companies, and citizens,” referring to the economic sanctions introduced amid the Russia-Ukraine conflict.

Asked at a daily briefing in Moscow what Russia will do if Europe refuses to pay for gas deliveries in rubles, Kremlin spokesman Dmitry Peskov Russia has begun to draw up a ruble settlement plan for natural gas exports. If European countries refuse to pay in rubles, Russia will respond in due time, he said.

When attending an energy conference in the United Arab Emirates on Monday, Claudio Descalzi, CEO of Italian energy giant Eni, said his company will not pay their energy bills using the Russian ruble. He said Eni doesn’t have rubles, noting the contracts say fuel payments should be made in euros.

The leaders of EU member states failed to reach an agreement on banning the import of Russian energy at the just-concluded EU summit. A German government spokesman reiterated on Monday that Germany does not support sanctions against Russia’s energy sector, which will significantly blow the German economy and employment.

The EU imports about 40 per cent of its natural gas from Russia, most of which are settled in euros. The “ruble settlement order” announced by Putin means that these “unfriendly” countries with import demand will have to buy rubles.

In recent days, EU countries have successively imposed mounting sanctions against Russia, but they are heavily dependent on Russia’s energy. They say payment in rubles is not acceptable.

Published : March 29, 2022

By : Reuters