เปิดใจอาสาสมัครต่างชาติที่เทยูเครนหลังถูกรัสเซียถล่มฐานฝึก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678566

วันที่ 19 มี.ค. 2565 เวลา 14:20 น.เปิดใจอาสาสมัครต่างชาติที่เทยูเครนหลังถูกรัสเซียถล่มฐานฝึก

อาสาสมัครชาวอังกฤษรายหนึ่งเผ่นกลับบ้านหลังเหยียบยูเครนแค่ 9 ชั่วโมง

อาสาสมัครชาวต่างชาติที่เดินทางไปรบกับกองทัพรัสเซียหลายคนพากันหนีออกจากยูเครนหลังรัสเซียยิงขีปนาวุธถล่มฐานฝึกซ้อม เพราะไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจว่าจะเจอความเป็นจริงอันโหดร้ายของการทำสงครามกับกองทัพที่ทันสมัยของรัสเซีย

หลังจากประธานาธิบดี โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประกาศรับสมัครอาสาสมัครต่างชาติมาช่วยรบกับรัสเซียก็มีช่าวต่างชาติจากกว่า 50 ประเทศ รวมทั้งสหรัฐ อังกฤษ และแคนาดาขันอาสากว่า 16,000 คน

ทว่าเมื่อวันที่ 13 มี.ค. รัสเซียยิงขีปนาวุธถล่มฐานฝึกซ้อมของอาสาสมัครเหล่านี้ในเมืองยาโวริฟใกล้กับชายแดนโปแลนด์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 35 รายส่วนใหญ่เป็นชาวยูเครน และบาดเจ็บอีก 134 รายตามตัวเลขของทางการยูเครน แต่รัสเซียอ้างว่ามีผู้เสียชีวิตมากกว่านี้

เหตุการณ์นี้ทำให้อาสาสมัครต่างชาติหลายคนที่ไม่พอใจเรื่องการจัดการที่ไม่ค่อยดี การขาดแคลนอาวุธและการฝึกซ้อม และการเซ็นสัญญาที่ไม่กำหนดเวลาสิ้นสุดที่ชัดเจนเป็นทุนเดิมกันอยู่แล้ว เริ่มเปลี่ยนใจกลับบ้านกันมากขึ้น

หนึ่งในนั้นคือ เจสเปอร์ โซเดอร์ (Jesper Söder) ชาวสวีเดนที่เล่าถึงการโจมตีเมื่อวันที่ 13 กับสำนักข่าว AP ว่า “นรกชัดๆ ทั้งเสียงยิง เสียงตะโกน ความหวาดกลัว ไหนจะระเบิดกับขีปนาวุธอีก”

หลังถูกโจมตีโซเดอร์และกลุ่มอาสาสมัครต่างชาติรวมทั้งชาวสแกนดิเนเวีย อังกฤษ และอเมริกันออกจากฐานฝึกซ้อมกลับไปยังชายแดนโปแลนด์

ทหารผ่านศึกชาวอเมริกันที่ใช้ชื่อว่า ฮิว (Hieu) ที่รอดชีวิตจากการถูกรัสเซียโจมตีเผยกับ Task & Purpose ว่า “ผมรอดเพราะขีปนาวุธตกใส่โครงสร้างที่แข็งแรงแทนที่จะเป็นเต็นท์ที่ผมอยู่ ยูเครนเสนอจะพาคนที่ไม่ต้องการรบแล้วหลังถูกขีปนาวุธถล่มกลับไปยังชายแดน”

ฮิวซึ่งเป็นอดีตพลรถถัง M1 Abrams ที่เคยไปรบที่อัฟกานิสถานเมื่อปี 2012 เล่าว่า อาสาสมัครที่อยู่ในเต็นท์เดียวกับเขา 23 คน มีเพียง 7 คนที่ตัดสินใจอยู่ต่อ

ส่วนในชุมชนออนไลน์ยอดฮิตอย่าง Reddit ผู้ใช้คนหนึ่งซึ่งลบบัญชีไปแล้วโพสต์คลิปให้เห็นสภาพหลังการโจมตีลงในฟอรัม “อาสาสมัครเพื่อยูเครน” พร้อมกับเตือนว่า ให้คิดดีๆ ก่อนไปยูเครน เพราะสถานการณ์แย่มาก

“ไปร่วมกับกองกำลังต่างชาติเลยพวก ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม แต่ให้คิดให้ดีว่าเคียฟจะแย่แค่ไหน แล้วก็รู้ไว้ด้วยว่ารัสเซียมีเครื่องบินรบ และพวกนายแทบจะไม่มีอะไรเลย แล้วจงยอมรับว่ามีโอกาสตาย พวกเราที่ออกมา รวมทั้งกองกำลังพิเศษจากหลายๆ ประเทศแค่ต้องการลดความเสี่ยง ไม่มีใครอยากตายในการต่อสู้ที่ไม่เป็นธรรมหรอก และหลังจากโดนขีปนาวุธถล่มอย่างหนักวันนี้ ผมอยากให้พวกคุณคิดให้ดีก่อนจะไป”

เจ้าของบัญชีรายนี้ระบุอีกว่า “มีชาวต่างชาต 60 คนรวมทั้งผมออกมาหลังถูกโจมตี พวกเขาส่งคนที่ไม่เคยฝึกซ้อมไปแนวหน้าโดยมีกระสุนน้อยนิดกับอากาห่วยๆ แล้วคนพวกนี้ก็ถูกฆ่า…พวกที่ยังอยู่จะถูกส่งไปที่เคียฟและอีกหลายคนจะต้องตาย กองกำลังต่างชาติมีกำลังคนน้อยกว่า และมีผู้นำยูเครนบ้าๆ อีก 2-3 คนเท่านั้น”

เช่นเดียวกับ เจค ไพรเดย์ (Jake Priday) ครูจากเมืองคาร์ดิฟฟ์ของอังกฤษบอกกับ The Economist ว่า เขาออกมาจากยูเครนหลังไปเหยียบที่นั่นได้เพียง 9 ชั่วโมง หลังจากทราบว่าจะต้องเซ็นสัญญาที่ผูกกับกฎอัยการศึกซึ่งกำหนดให้พวกเขารบโดยไม่มีกำหนดตายตัว โดยไม่มีการอธิบายขยายความใดๆ จากยูเครน

“สำหรับผมมันคือการหลอกลวง” ครูวัย 25 ซึ่งผ่านการเป็นทหารมาแล้วเผย “พวกเขาขายฝันให้คุณ คุณสามารถช่วยชาวยูเครน! แล้วจากนั้นคุณกลับถูกส่งตัวไปยังที่ที่แย่ที่สุดในสมรภูมิ”

ไพรเดย์ยังกังวลว่าหากถูกรัสเซียจับตัวไปจะเกิดอะไรขึ้น เพราะก่อนหน้านี้รัสเซียประกาศเตือนว่านักรบต่างชาติจะถูกดำเนินคดีในฐานะอาชญากร เจสัน เฮ (Jason Haigh) อดีตแพทย์ทหารที่เคยไปรบในอิรักเผยกับ The Sun เมื่อช่วงต้นเดือนว่า เขาออกมาจากยูเครนแล้วหลังจากเผชิญหน้ากับกองกำลังทหารและยุทโธปกรณ์ของรัสเซียระหว่างสู้รบที่เมืองอันโตนอฟในช่วงแรกๆ ของสงครามยูเครน

อดีตแพทย์ทหารวัย 34 ถูกฝูงเครื่องบินเจ็ตของรัสเซียยิงจรวดใส่ระหว่างร่วมกับกองทัพยูเครนมุ่งหน้าไปยังสนามบินฮอสโตเมลในกรุงเคียฟ ก่อนที่เฮลิคอปเตอร์โจมตีของรัสเซียอีกฝูงหนึ่งจะตามมาสมทบ

เขาเล่าว่า “ทันใดนั้นประตูนรกก็เปิดรอต้อนรับพวกเรา พวกเราเกือบถูกถล่ม ผมไม่เคยเจอการยิงที่มีอานุภาพขนาดนี้มาก่อน และไม่คิดว่าคนในยุคนี้เคยเห็นเหมือนกัน อิรักกับอัฟกานิสถานแตกต่างอย่างสิ้นเชิง กองทัพรัสเซียทันสมัยมาก”

เฮเล่าอีกว่าหลังการสู้รบ เขากับเพื่อนชาวอเมริกันอีก 1 คนถูกเจ้าหน้าที่ยูเครนคุมตัวและทุบตีจนสะบักสะบอมเพราะคิดว่าเป็นฝ่ายรัสเซียและถูกนำตัวไปสอบสวนที่ฐาน 3 ชั่วโมง แต่สุดท้ายก็ถูกปล่อยตัวออกมา เขาตัดสินใจขึ้นรถไฟหนีไปยังเมืองลวิวก่อนจะข้ามชายแดนเข้าโปแลนด์

อีกคนหนึ่งคือ เบ็น สแปนน์ (Ben Spann) ชาวอังกฤษเผยกับ Sky News ว่า เขาตัดสินใจออกมาจากสมรภูมิยูเครนเพราะกลัวว่าจะต้องเจอกับ “ภารกิจฆ่าตัวตาย” ทั้งยังไม่กล้าบอกภรรยากับลูกชายว่าไปรบที่ยูเครน โดยเขาไปช่วยยูเครนเพราะคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่ควรทำ แต่ยอมรับภายหลังว่า “เป็นฝันร้ายสุดๆ”

สแปนน์เล่าว่า หลังนั่งเครื่องบินจากสนามบินลอนดอนสแตนสเต็ดไปยังเมืองสเชชชินของโปแลนด์เมื่อวันที่ 2 มี.ค. และได้พบกับอดีตทหารอังกฤษ 4 คนที่มีแผนจะเข้าไปรบในยูเครนจึงข้ามพรมแดนไปด้วยกัน

พวกเขาอยู่ในเซฟเฮ้าส์เล็กๆ หลังหนึ่งเป็นเวลา 5 วัน จู่ๆ หน่วยสวาทของยูเครน 10 คนก็บุกเข้าไปแล้วใช้ปืน AK-47 หลายกระบอกจ่อที่ศีรษะราว 20-30 นาทีเพื่อค้นตัวและสอบสวนจนเข้าใจว่าพวกเขามาช่วยรบ

ทว่าหลังจากต้องเดินทางไปยังพื้นที่ที่อันตรายกว่าเดิมในยูเครนโดยไม่มีอาวุธติดตัว สแปนน์ก็ตัดสินใจกลับบ้านทันที

REUTERS/Alexandros Avramidis

ไทคูนน้ำมันมะกันโกยเงินอื้อหลังสงครามดันราคาพุ่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678549

วันที่ 19 มี.ค. 2565 เวลา 11:00 น.ไทคูนน้ำมันมะกันโกยเงินอื้อหลังสงครามดันราคาพุ่ง

ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นทำให้ไทคูนน้ำมันของสหรัฐบางคนติดโผ 500 คนที่มั่งคั่งที่สุดในโลก

Bloomberg รายงานว่า ไทคูนน้ำมันอเมริกันหลายคนได้อานิสงส์จากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นเพราะสงครามในยูเครนจนบางคนติดโผบุคคลที่มั่งคั่งที่สุดในโลก 500 คนเป็นครั้งแรก

ข้อมูลของ Bloomberg Billionaires Index พบว่า ขณะนี้นักธุรกิจน้ำมันและก๊าซธรรมชาติชาวอเมริกันมีทรัพย์สินรวมกันกว่า 239,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นเกือบ 10% นับตั้งแต่รัสเซียบุกยูเครนเมื่อวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา เนื่องจากราคาน้ำมันขยับขึ้นไปเกือบแตะจุดสูงสุดจากการที่มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐและยุโรปสกัดการส่งออกของรัสเซีย

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นถึง 32% นับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากโจมตี โดยเมื่อวันศุกร์ราคาอยู่ที่ 106 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นผลดีกับบริษัทที่ผลิต ขาย และขนส่งน้ำมัน

Bloomberg ระบุว่า อันดับความมั่งคั่ง Bloomberg Billionaires Index ของ แฮโรลด์ แฮมม์ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Continental Resources ขยับขึ้นไป 28 อันดับไปอยู่ที่อันดับ 93 ด้วยทรัพย์สิน 18,600 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วน ริชาร์ด คินเดอร์ จากบริษัทท่อส่งน้ำมัน Kinder Morgan มีทรัพย์สิน 8,500 ล้านเหรียญสหรัฐ

ความต้องการก๊าซธรรมชาติเหลวที่เพิ่มมากขึ้นส่งผลให้ ไมเคิล เอส. สมิธ ผู้ก่อตั้ง Freeport LNG ติดโผบุคคลที่มั่งคั่งที่สุด 500 คนของโลกเป็นครั้งแรก โดยอยู่ในอันดับ 409 ด้วยทรัพย์สิน 6,200 ล้านเหรียญสหรัฐ และบริษัทของสมิธจะได้ประโยชน์เพิ่มขึ้นหากยุโรปซึ่งขณะนี้ใช้ก๊าซธรรมชาติจากรัสเซีย 40% หันมาซื้อก๊าซจากสหรัฐ

อย่างไรก็ดี แม้แต่ช่วงก่อนสงครามยูเครน ตัวเลขรายได้ของธุรกิจน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในสหรัฐก็ขยายตัวขึ้นอยู่แล้วจากความต้องการใช้น้ำมันที่กลับมาอีกครั้งหลังช่วง Covid-19 ระบาด

นอกจากนี้ ยังมีบริษัทเอกชนอีกหลายแห่งที่ได้อานิสงส์ในครั้งนี้ อาทิ Lafayette ของ เจฟเฟอรี ฮิลเดอแบรนด์ มีทรัพย์สิน 12,000 ล้านเหรียญสหรัฐ, ออทรี สตีเวนส์ เจ้าของ Endeavor Energy Resources มีทรัพย์สิน 5,200 ล้านเหรียญสหรัฐ

REUTERS/Eric Gaillard

ไบเดนขู่คว่ำบาตรหากจีนช่วยเหลือรัสเซีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678543

วันที่ 19 มี.ค. 2565 เวลา 09:51 น.ไบเดนขู่คว่ำบาตรหากจีนช่วยเหลือรัสเซีย

ไบเดนยกหูคุยสีจิ้นผิงครั้งแรกนับตั้งแต่รัสเซียบุกยูเครนโดยขู่ว่าจะคว่ำบาตรหากจีนช่วยรัสเซีย

ประธานาธิบดี โจ ไบเดน และประธานาธิบดี สีจิ้นผิง พูดคุยกันทางโทรศัพท์ครั้งแรกนับตั้งแต่รัสเซียบุกยูเครนเมื่อ 3 สัปดาห์ก่อน เมื่อช่วงค่ำของวานนี้ โดยใช้เวลาสนทนากันราว 1 ชั่วโมง 50 นาที

ตอนหนึ่งของบทสนทนาผู้นำสหรัฐเอ่ยกับผู้นำจีนตรงๆ ว่า จีนต้องยอมรับกับผลที่จะเกิดขึ้นตามมาหากให้การสนับสนุนไม่ว่าในทางใดก็ตามแก่รัสเซีย และเตือนอีกว่า มาตรการที่จะเกิดขึ้นอาจไม่ได้มาจากรัฐบาลวอชิงตันฝ่ายเดียว แต่จะมาจาก พันธมิตรในยุโรปด้วย

ต่อมาทำเนียบขาวขยายความเรื่องนี้ ว่าผลกระทบที่จะตามมาอาจเกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจและการค้าของจีนซึ่งมีมูลค่ามหาศาลขณะที่สหภาพยุโรป ( EU ) ยังปฏิเสธให้ความเห็นอย่างเป็นทางการว่าหากสหรัฐคว่ำบาตรจีนด้วยเหตุผลเกี่ยวข้องกับสงครามในยูเครนจริง EU จะร่วมด้วยหรือไม่

ด้านสีจิ้นผิงบอกกับไบเดนว่า สงครามในยูเครนควรยุติโดยเร็วที่สุดและเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกนาโต (NATO) เจรจากับรัสเซีย “ลำดับความสำคัญสูงสุดในขณะนี้คือการเจรจา หลีกเลี่ยงการบาดเจ็บล้มตายของพลเรือน ป้องกันวิกฤตด้านมนุษยธรรม ยุติการต่อสู้และยุติสงครามโดยเร็วที่สุด”

สำนักข่าว Xinhua รายงานว่า สีจิ้นผิงเผยกับไบเดนว่า ไม่มีใครอยากให้เกิดความขัดแย้งและการเผชิญหน้าอย่างที่เป็นอยู่ในยูเครนในขณะนี้ “วิกฤตในยูเครนคือสิ่งที่เราไม่ต้องการให้เกิด”

ความสัมพันธ์แบบรัฐต่อรัฐไม่สามารถพัฒนาไปสู่เวทีแห่งการเผชิญหน้า และสันติภาพและความปลอดภัยเป็นสมบัติล้ำค่าที่สุดของประชาคมระหว่างประเทศ

สีจิ้นผิงเผยอีกว่า ความสัมพันธ์ของสองประเทศมหาอำนาจควรมุ่งหน้าไปตามเส้นทางที่ถูกต้อง ไม่ควรนำมาสู่การใช้อาวุธ และทั้งสองประเทศควรแบกรับความรับผิดชอบระหว่างประเทศและพยายามทำให้โลกสงบ

ปูตินอ้างยูเครนกำลังเตะถ่วงการเจรจาสงบศึก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678522

วันที่ 18 มี.ค. 2565 เวลา 18:28 น.ปูตินอ้างยูเครนกำลังเตะถ่วงการเจรจาสงบศึก

ปูตินบอกกับผู้นำเยอรมนีว่ายูเครนพยายามขัดขวางการเจรจาสงบศึกกับรัสเซีย

Reuters รายงานว่า ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน บอกกับนายกรัฐมนตรี โอลาฟ ชอลซ์ ของเยอรมนีระหว่างการพูดคุยทางโทรศัพท์ว่า ยูเครนพยายามทำให้การเจรจาสันติภาพกับรัสเซียชะงัก แต่รัสเซียยังคงมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าเจรจาต่อไป

“รัฐบาลเคียฟกำลังพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อชะลอกระบวนการเจรจาด้วยการเสนอข้อเสนอที่ไม่สมจริงมากขึ้นเรื่อยๆ” คำแถลงการณ์สรุปประเด็นการหารือจากเครมลินระบุ “อย่างไรก็ดี ฝั่งรัสเซียพร้อมที่จะดำเนินการค้นหาแนวทางแก้ไขต่อไปตามแนวทางที่เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้ว”

ด้าน ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกเครมลินเผยกับผู้สื่อข่าวว่า คณะผู้แทนรัสเซียแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการทำงานให้เร็วขึ้นกว่าที่กำลังทำอยู่ในขณะนี้ “น่าเสียดายที่คณะผู้แทนยูเครนยังไม่พร้อมที่จะเร่งการเจรจา ถึงอย่างนั้นกระบวนการเจรจายังคงดำเนินต่อไป”

Reuters ระบุว่า ก่อนหน้านี้รัสเซียเกือบจะยอมรับรูปแบบที่จะทำให้ยูเครนเป็นกลางซึ่งเป็นหนึ่งในข้อเรียกร้องหลักของรัสเซีย

ส่วนยูเครนเผยว่ายินดีเจรจา แต่จะไม่ยอมแพ้หรือยอมรับข้อเสนอของรัสเซีย และยังคงยืนหยัดในจุดยืนว่ายังมีอธิปไตยเหนือดินแดนที่ถูกรัสเซียและกองกำลังที่รัสเซียหนุนหลังยึดตั้งแต่ปี 2014

Sputnik/Andrey Gorshkov/Kremlin via REUTERS

Pets left behind as many flee Hong Kong over COVID rules

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40013535


As airlines have cut the number of flights to and from Hong Kong because of its tough quarantine requirements, those who want to fly with their pets face fewer options, long waiting lists and costs of up to tens of thousands of dollars. Many choose to abandon their pets instead.

Pets left behind as many flee Hong Kong over COVID rules

At Hong Kong Dog Rescue, Eva Sit kneels and calls over the shelter’s newest residents, “friendly and goofy” Cassius and “shy” Roxy, two mixed-breed dogs left behind by their emigrating owner.

Recent weeks have been hectic for Sit and her colleagues, with government data showing more than 100,000 people have left the global financial hub this year. While most of the world is learning to live with COVID-19, Hong Kong residents have been increasingly frustrated with the city’s zero-tolerance policy.

“We have definitely seen an increase in the number of dog owners abandoning their dogs because they are moving out of Hong Kong” Sit said.

Cassius and Roxy were brought to the shelter on March 3 by a domestic helper whose employers flew home to Britain a while back and later decided not to return to Hong Kong.

Sit said Hong Kong Dog Rescue takes in 10 abandoned dogs a month on average, compared with five before COVID-19, and it is running out of space now as fewer people want to adopt.

Claire McLennan, 48, an Australian who moved back home in December for family reasons, has been trying to fly her mongrel Remi from Hong Kong, where she is stuck in a pet boarding house.

She had been planning the logistics of the move for more than a year, including making arrangements for the dog, but was hit at the start of the year by sudden flight restrictions between Hong Kong and Australia, when Qantas suspended pet transfers.

“She’s a member of our family… And so this dog, we will fight to the end of the earth to get her here”, McLennan said about Remi as she choked up in tears.

There are no official figures on how many pets are being abandoned. The number of government-issued animal health certificates, a document needed for pets to travel but not always given out for that reason, surged to almost 9,000 in 2021 from about 3,700 in 2020. About 1,500 such certificates have already been issued in the first two months of this year, the Agriculture, Fisheries and Conservation Department said.

The department did not comment on what may have caused the spike.

Hong Kong has a net outflow of around 40,000 people so far in March, compared with more than 71,000 in February, the most in a month since the beginning of the pandemic, government data show. It is not known how many intend to return.

Published : March 18, 2022

By : Reuters

U.S. House backs removal of ‘most-favored’ trade status for Russia, Belarus

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40013533


The U.S. House of Representatives backed legislation on Thursday to remove “most favoured nation” trade status for Russia and Belarus over the invasion of Ukraine, paving the way for higher tariffs on imports from the countries.

U.S. House backs removal of 'most-favored' trade status for Russia, Belarus

The Democratic-controlled House voted 424-8 in favour of removing Permanent Normal Trade Relations (PNTR) status, the latest congressional effort to put economic pressure on Moscow.

To become law, the measure must also pass the Senate. Senate Democratic Majority Leader Chuck Schumer said it would move through the Senate quickly, after approval by the House.

The move to revoke Russia’s status at the World Trade Organization is being coordinated with similar efforts by other G7 democracies. It would automatically raise U.S. tariffs to non-WTO rates for imports from Russia and it authorizes U.S. President Joe Biden to proclaim higher tariff rates on products from both Russia and Belarus.

The House vote took place a day after Ukrainian President Volodymyr Zelenskiy made an emotional speech to Congress – via videolink – appealing for more support. Many lawmakers wore Ukrainian flag pins as they voted.

The measure also would expand the Global Magnitsky Human Rights Accountability Act, easing the imposition of sanctions on Russian officials for human rights violations.

All eight “no” votes came from Republicans, including Representative Glenn Grothman who said the Magnitsky provision gave too much power to the president.

Republican Representative Victoria Spartz, the only Ukrainian-born member of Congress, said it was important that close Russian ally Belarus was included. “We cannot create a loophole where Putin is going to use Belarus to funnel money through them,” she said.

Published : March 18, 2022

By : Reuters

Enforcing no-fly zone means a ‘conflict with Russia’ – Pentagon chief

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40013532


U.S. Defense Secretary Lloyd Austin on March 17 in Bratislava, Slovakia said enforcing a no-fly zone in Ukraine would mean ‘that you’re in a conflict with Russia’ and the U.S. position remained not to do that.

Enforcing no-fly zone means a 'conflict with Russia' - Pentagon chief

“And that’s one of the things that we have said, that our president has said that we weren’t going to do, get in a fight with Russia,” Austin, who was speaking alongside Slovakia’s Defense Minister Jaroslav Nad, said.

On Thursday, Slovakia’s defence minister said his country was willing to provide Ukraine with S-300 air defences if NATO allies find a substitute, but his visiting U.S. counterpart told reporters he had nothing to announce on that.

Ukraine has appealed to Western nations for air defences to help repel a Russian military onslaught, now in its fourth week.

“We have been in discussion with U.S., Ukraine and also other allies on the possibility to deploy, send or give the S-300 to Ukrainians and we are willing to do so,” Nad told a news conference.

“But willing to do so immediately when we have a proper replacement.”

Austin declined to say whether the United States might be willing to fill the gap.

U.S. President Joe Biden on Wednesday announced an additional $800 million in security assistance, including weapons to take down Russian planes and tanks.

But the kinds of air defences deployed in Slovakia are highly sought after by Ukrainian President Volodymyr Zelenskiy.

Published : March 18, 2022

By : Reuters

China’s state broadcaster announces call between Xi and Biden

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40013530


Chinese state-owned broadcaster on March 18 announced that China’s President Xi Jinping and U.S. President Joe Biden will be exchanging views on issues of mutual concern in an upcoming call.

China's state broadcaster announces call between Xi and Biden

Biden and Xi will speak by phone, scheduled for 9 a.m. Eastern time (1300 GMT), and Washington has already threatened lower-level Chinese government officials privately and publicly that greater support for Russia risks isolation for Beijing.

Washington sees China growing even closer to Russia after Xi and Russian President Vladimir Putin last month announced a “no-limits” strategic partnership last month.

China has refused to condemn Russia’s action in Ukraine or call it an invasion. Beijing said it recognizes Ukraine’s sovereignty but that Russia has legitimate security concerns that should be addressed.

The call, first announced by the White House on Thursday, comes at a pivotal moment in U.S.-China relations and in Ukraine, where heavily outnumbered local forces have prevented Moscow from capturing any of the country’s biggest cities so far.

White House press secretary Jen Psaki characterized the call as “an opportunity for President Biden to assess where President Xi stands.”

“The fact that China has not denounced what Russia is doing, absence of denunciation by China of what Russia is doing in and of itself speaks volumes,” Psaki said.

The Biden administration has issued public and private warnings that Beijing would face dire consequences if it provides material support to Russian President Vladimir Putin’s war.

Published : March 18, 2022

By : Reuters

ยูเครนอาลัยฮีโร่หญิง แม่ของลูก 12 คน สละชีวิตในสนามรบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678523

วันที่ 18 มี.ค. 2565 เวลา 19:00 น.ยูเครนอาลัยฮีโร่หญิง แม่ของลูก 12 คน สละชีวิตในสนามรบ

ยูเครนสรรเสริญฮีโร่ของชาติ แพทย์ทหารหญิงสละชีวิตในสนามรบ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่ายูเครนอาลัยต่อการจากไปของโอลกา เซมิเดียโนวา (Olga Semidyanova) แพทย์ทหารชาวยูเครน วัย 48 ปี ที่สละชีวิตในสงครามอันดุเดือดกับกองทัพรัสเซีย

รายงานระบุว่าโอลกาได้รับบาดเจ็บที่ท้องในสนามรบในเมืองโดเนตสก์ทางตะวันออกของยูเครน ก่อนที่จะเสียชีวิตในเวลาต่อมา ท่ามกลางคำสรรเสริญว่าเธอคือฮีโร่ของชาติอย่างแท้จริง

In Ukraine, a combat medic, 48-year-old mother Olga Semidyanova, died. She left 12 children (6 of them are adopted).According to Olga’s relatives, the woman died on March 3, but it is still impossible to bury her, since her body cannot be taken out due to hostilities. pic.twitter.com/89PtrLj5Rr— NEXTA (@nexta_tv) March 16, 2022

The Sun สื่ออังกฤษรายงานว่า จูเลีย ลูกสาวของโอลกากล่าวว่าเธอทำหน้าที่ช่วยชีวิตคนอื่นจนวินาทีสุดท้ายของชีวิต “เธอช่วยชีวิตทหารคนอื่นๆ ไว้ เรายังมีภาพถ่ายจากสถานที่นั้น แต่ตอนนี้ด้วยการสู้รบที่ยังคงหนักหน่วงทำให้เราฝังศพแม่ไม่ได้”

ที่น่าเศร้าไปกว่านั้นคือโอลกาเป็นแม่ของลูกๆ 12 คน เป็นลูกแท้ๆ 6 คน และรับอุปการะเด็กจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าอีก 6 คน ทำให้โอลกาเคยได้รับรางวัลสมญานาม Mother Heroine (แม่ผู้เป็นวีรสตรี) ซึ่งจะมอบให้กับคุณแม่ที่มีลูกมากกว่า 5 คน

อันตอน เฮรัชเชนโก ที่ปรึกษากระทรวงมหาดไทยของยูเครนกล่าวสรรเสริญโอลกา โดยระบุว่าเธอปกป้องประเทศชาติจนถึงที่สุด เธอคือฮีโร่ของยูเครน และเป็นฮีโร่สำหรับเขาด้วย

48-year-old Olga Semidyanova died in battle with Russian Armed Forces. She had been a Military Medic since 2014 in the Donetsk region.Olga Semidyanova was awarded the Mother-Heroine status as a mother of six children and six more adopted.#StandWithUkraine#closeUAskyNOW pic.twitter.com/gGI0eXKAjd— MFA of Ukraine (@MFA_Ukraine) March 17, 2022

เรื่องราวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความหวาดกลัวของประชาชนชาวยูเครน เมื่อกองทัพรัสเซียยังคงเดินหน้าโจมตีประเทศต่อเนื่องเป็นเป็นเวลา 3 สัปดาห์แล้ว ขณะที่ความสูญเสียของทั้งสองฝ่ายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าทหารรัสเซียสังหารประชาชนผู้บริสุทธิ์ โดยวิดีโอหนึ่งที่ถูกพูดถึงอย่างมากบนโลกออนไลน์เมื่อวานนี้ปรากฏภาพอันน่าสลดเมื่อรถถังของกองทัพรัสเซียสังหารพลเรือนชาวยูเครนผู้สูงวัยขณะกำลังเดินอยู่บนถนนเพียงลำพัง ด้านกองทัพยูเครนแชร์คลิปวิดีโอจากเมืองมาริอูโปลที่ถูกปิดล้อมและถูกทำลายโดยทหารรัสเซีย

ทั้งนี้ เมืองมาริอูโปลได้รับความเสียหายจากการโจมตีของรัสเซียในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีรายงานว่าประชาชนกำลังประสบกับปัญหาความเจ็บป่วยและความหิวโหย เมื่อสัปดาห์ก่อนยังมีรายงานว่ารัสเซียยิงขีปนาวุธเข้าโจมตีโรงพยาบาลแม่และเด็กโดยมีภาพที่น่าสยดสยองพาดหัวข่าวไปทั่วโลก

‘มอลโดวา’ ประเทศเล็กๆ ที่อาจเผชิญชะตากรรมเดียวกับยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678507

วันที่ 18 มี.ค. 2565 เวลา 16:00 น.'มอลโดวา' ประเทศเล็กๆ ที่อาจเผชิญชะตากรรมเดียวกับยูเครน

นักวิเคราะห์เตือนปูตินยังมี ‘เป้าหมายต่อไป’ ซึ่งไม่หยุดอยู่แค่ยูเครน

สงครามในยูเครนต่อเนื่องมาเป็นเวลา 3 สัปดาห์แล้ว ขณะที่หลายฝ่ายเตือนว่าประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียอาจไม่หยุดแค่ยูเครน โดยก่อนหน้านี้แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอ้างถึงภาพถ่ายทางดาวเทียมที่แสดงให้เห็นว่ารัสเซียกำลังระดมกองกำลัง อาวุธยุทโธปกรณ์ และปืนใหญ่ตามแนวชายแดนของเบลารุส ซึ่งอยู่ห่างจากชายแดนโปแลนด์ไปทางตะวันออกเพียง 10 ไมล์

เมื่อถูก เดวิด เมียร์ ของ ABC News ถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่ปูตินจะไปไกลกว่ายูเครน บลิงเคนตอบว่า “แน่นอนว่ามันเป็นไปได้”

เช่นเดียวกับประธานาธิบดีกิตานัส นาวเซดา ของลิทัวเนีย ซึ่งกล่าวกับบลิงเคนว่าปูตินจะไม่หยุดอยู่แค่ยูเครน พร้อมเรียกร้องให้นานาชาติให้ความช่วยเหลือยูเครน ก่อนที่จะนำไปสู่ความขัดแย้งในระดับโลก หรือสงครามโลกครั้งที่ 3

ขณะที่บลิงเคนเน้นย้ำถึงมาตรา 5 ภายใต้สนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือของ NATO “มีความเป็นไปได้ที่รัสเซียจะไม่หยุดอยู่แค่ยูเครน แต่มีบางสิ่งที่ทรงพลังมากที่ขวางทางสิ่งนั้น และมันคือสิ่งเราเรียกว่ามาตรา 5 หมายความว่า การโจมตีประเทศใดประเทศหนึ่งที่เป็นสมาชิก NATO คือการโจมตีทุกประเทศที่เป็นสมาชิก NATO ประธานาธิบดี (โจ ไบเดน) มีความชัดเจนมากว่าเราจะปกป้องทุกตารางนิ้วของดินแดน NATO”

ล่าสุด อาเดรียโน โบโซนี ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ของ Rane บริษัทด้านการบริหารจัดการความเสี่ยงกล่าวกับ CNBC โดยเตือนว่าปูตินอาจกำลังพิจารณาเป้าหมายต่อไปของเขา ซึ่งก็คือ “มอลโดวา” ซึ่งอยู่ติดกับพรมแดนด้านตะวันตกเฉียงใต้ของยูเครน

“หากความขัดแย้งขยายออกไปนอกยูเครน มอลโดวาก็เป็นหนึ่งในประเทศที่มีความเสี่ยงมากที่สุด”

ทว่า มอลโดวาไม่ได้เป็นสมาชิกของ NATO และไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของสหภาพยุโรป (EU) เช่นเดียวกับยูเครน แม้ว่าจะมีความพยายามจะเป็นทั้งสองอย่าง แต่ก็อยู่ในสถานการณ์คล้ายกับยูเครนคืออดีตสาธารณรัฐโซเวียตแห่งนี้มีประชากรกลุ่มแบ่งแยกดินแดนโปรรัสเซียจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่อยู่ในรัฐทรานส์นิสเตรียบริเวณชายแดนยูเครน

ทรานส์นิสเตรีย ปกครองโดยผู้นำที่ได้รับการสนับสนุนจากรัสเซีย ซึ่งถือได้ว่าเป็นโอกาสทางยุทธศาสตร์ของรัสเซีย โดยขณะนี้รัสเซียได้รวบรวมกำลังพลในพื้นที่ดังกล่าวแล้ว 1,500 นาย

โบโซนีมองว่าปูตินอาจรับรองภูมิภาคดังกล่าวเป็นรัฐอิสระก่อนที่จะทำการบุกประเทศ เช่นเดียวกับที่เขาทำกับโดเนตสก์และลูฮันสก์ ก่อนที่จะเปิดปฏิบัติการทางทหารอย่างเต็มรูปแบบในยูเครน หรืออาจสร้างสถานการณ์บางอย่างเพื่อเปิดทางให้เข้าไปแทรกแซง

“สำหรับผมมันเป็นเรื่องที่น่าสนใจที่รัสเซียยังไม่รับรองสถานะรัฐอิสระของทรานส์นิสเตรีย อย่างที่ทำกับโดเนตสก์และลูฮันสก์ เมื่อไรก็ตามที่รัสเซียทำเช่นนั้นมันจะเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่าพวกเขากำลังคิดที่จะนำความขัดแย้งไปยังมอลโดวา” โบโซนีกล่าว

นอกจากนี้การบุกมอลโดวาอาจเป็นอีกทางหนึ่งที่รัสเซียจะสามารถเปิดประตูไปสู่พรมแดนด้านตะวันตกเฉียงใต้ของยูเครนได้ โดยปูตินอาจกำลังมองหาแผนสองขณะที่รัสเซียยังไม่สามารถยึดกรุงเคียฟได้สำเร็จ

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณที่แน่ชัดว่าปูตินกำลังวางแผนกลยุทธ์ดังกล่าวในมอลโดวา ซึ่งโบโซนีอธิบายว่ามันเป็นสถานการณ์ที่มีความน่าจะเป็นต่ำ แต่ความเสี่ยงสูง เพราะหากรัสเซียทำเช่นนั้นจะนำพาความทุกข์ยากไปยังผู้อยู่อาศัยในมอลโดวา 2.6 ล้านคน และยังมีผู้ที่อพยพไปจากยูเครนราว 350,000 คน

ขณะที่คลินตัน วัตตส์ นักวิจัยจากสถาบันวิจัยนโยบายต่างประเทศแห่งการต่อต้านของมอลโดวามองว่าหากมอลโดวาตกอยู่ในชะตากรรมแบบเดียวกับยูเครนพวกเขาอ่อนแอมาก และจะมีการต่อต้านเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลย

ทั้งนี้ มอลโดวาเป็นหนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดในยุโรปโดยพิจารณาจาก GDP ต่อหัว และมีขีดความสามารถทางการทหารน้อยกว่ายูเครนมาก

รายงานระบุว่าหากสิ่งนี้เกิดขึ้นจริง มอลโดวาอาจเผชิญกับชะตากรรมที่คล้ายกับยูเครน คือถูกขังอยู่ในความขัดแย้งกับมหาอำนาจระดับโลก ในขณะที่พันธมิตรตะวันตกเฝ้าดูจากข้างสนาม

ขณะที่มอลโดวาน่าเป็นห่วงกว่าอดีตชาติในสหภาพโซเวียตอื่นๆ อย่างลิทัวเนีย ลัตเวีย และเอสโตเนีย ซึ่งต่างกังวลถึงความมั่นคงของตนขณะที่ภัยคุกคามจากรัสเซียเพิ่มสูงขึ้น แต่ทั้ง 3 ประเทศเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรปและ NATO

“ตอนนี้เป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะรู้สึกปลอดภัย” ประธานาธิบดีไมอา ซานดู ของมอลโดวากล่าวกับบลิงเคนระหว่างการประชุมเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา

Photo by REUTERS/Michael Klimentyev/RIA Novosti/Kremlin