Ukrainians do not retreat, do not give up, do not stop the resistance – Zelenskiy

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40013080


Ukraine’s President Volodymyr Zelenskiy told Ukrainians in a televised address on a Saturday (March 5) evening that their determination and unity will expel Russian forces pressing their assault on Ukraine for the 10th day.

Ukrainians do not retreat, do not give up, do not stop the resistance - Zelenskiy

“Our people, our Ukrainians do not retreat. Do not give up. Do not stop the resistance. They shout to the occupiers – go home, ” He said.

Zelenskiy appealed to people living in the separatist controlled territories to resist “liars on Russian TV” telling them Ukraine hated and wanted to destroy them and called for unity.

“We appeal to all people in the temporarily occupied territory. To all who hear us. Whose memory has not been erased by propaganda. Whose eyes have not been closed by fear. Whose soul has not been mutilated by cynicism,” he said.

Published : March 06, 2022

ทุ่มเต็มที่! จีนเพิ่มงบกลาโหมอีก 7.1% ยกระดับกองทัพให้ทันสมัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/677349

วันที่ 05 มี.ค. 2565 เวลา 15:15 น.ทุ่มเต็มที่! จีนเพิ่มงบกลาโหมอีก 7.1% ยกระดับกองทัพให้ทันสมัย

นายกรัฐมนตรีจีนประกาศเพิ่มงบกองทัพอีก 7.1% ปกป้องอธิปไตยประเทศ

Reuters รายงานว่า นายกรัฐมนตรี หลี่เค่อเฉียง แถลงต่อที่ประชุมสภาประชาชนแห่งชาติ (NPC) ครั้งที่ 13 ในกรุงปักกิ่งว่า จีนจะเพิ่มงบประมาณของกระทรวงกลาโหมอีก 7.1% จากปีก่อนหน้าเป็น 1.45 ล้านล้านหยวน เพื่อรักษาอำนาจอธิปไตย ความมั่นคง และผลประโยชน์ด้านการพัฒนาของประเทศ

หลี่ให้คำมั่นว่าจะยกระดับการฝึกทหารและความพร้อมรบสำหรับกองทัพปลดแอกประชาชนซึ่งกำลังพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์หลายชนิด ตั้งแต่เครื่องบินขับไล่ล่องหนไปจนถึงเรือบรรทุกเครื่องบิน

ตัวเลขงบประมาณที่เพิ่มขึ้นนี้ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากประเทศเพื่อนบ้านและสหรัฐในฐานะเป็นตัวชี้วัดว่าจีนจะเสริมกำลังทหารอย่างหนักเพียงใด

งบประมาณกระทรวงกลาโหมปีนี้ถือเป็นการเพิ่มขึ้นเป็นปีที่ 7 ติดต่อกัน และเป็นรองเพียงงบประมาณของปี 2019 ที่เพิ่มขึ้น 7.5% และยังถูกตั้งไว้สูงกว่าตัวเลขจีดีพีที่คาดการณ์ว่าจะโตราว 5.5% ทว่ายังไม่ถึง 1 ใน 3 ของงบประมาณกระทรวงกลาโหมของสหรัฐในปีนี้

หลี่เผยอีกว่า ปีนี้รัฐบาลจะเดินหน้าเร็วขึ้นในการปรับปรุงระบบโลจิสติกส์และการจัดการทรัพย์สินของกองทัพให้ทันสมัย และสร้างระบบการจัดการอาวุธและอุปกรณ์ที่ทันสมัย “เราจะดำเนินการปฏิรูปการป้องกันประเทศและการทหารต่อไป และยกระดับนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการป้องกันประเทศ”

ทาคาชิ คาวาคามิ ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยทาคุโชคุของญี่ปุ่นเผยว่า การเพิ่มงบถือว่ามีความสำคัญ “เราจะได้เห็นว่าสหรัฐจะตอบโตการเพิ่มงบประมาณด้านการทหารอย่างไร และจีนจะเพิ่มงบประมาณในปีหน้าอีกเท่าไร แต่ดูเหมือนว่าจะทำให้เกิดการแข่งขันกันสะสมอาวุธ”

แหล่งข่าวเผยกับ Reuters เมื่อเดือนที่แล้วว่า ปีงบประมาณหน้าประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐจะของบประมาณด้านกลาโหมจากสภาคองเกรสไม่ต่ำกว่า 770,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อให้กองทัพสหรัฐทันสมัยขึ้น

REUTERS/Damir Sagolj

เกาะติดสงคราม ยูเครน-รัสเซีย วันที่ 10 รัสเซียเปลี่ยนยุทธศาสตร์รโจมตีหนักขึ้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/677335

วันที่ 05 มี.ค. 2565 เวลา 10:30 น.เกาะติดสงคราม ยูเครน-รัสเซีย วันที่ 10 รัสเซียเปลี่ยนยุทธศาสตร์รโจมตีหนักขึ้น

อัปเดตทุกความเคลื่อนไหว สถานการณ์สงครามยูเครน (5 มี.ค.)

(08.03 น.) CNN รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองตะวันตกคนหนึ่งว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐและนาโต (NATO) ที่จับตาสถานการณ์ในยูเครนพบว่า ช่วงต้นสัปดาห์นี้ยุทธศาสตร์การสู้รบของรัสเซียเปลี่ยนไป  โดยขณะนี้ดูเหมือนว่ารัสเซียพร้อมที่จะ “ทิ้งระเบิดเมืองต่างๆ ให้ยอมจำนน” ซึ่งอาจทำให้พลเรือนเสียชีวิตได้

(08.20 น.) น้ำมันดิบสหรัฐพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบเกือบ 14 ปี โดยวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่นราคาพุ่ง 7.4% ปิดตลาดที่ 115.68 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล นับเป็นราคาปิดตลาดที่สูงที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 22 ก.ย. 2008 1 สัปดาห์หลังจากการล่มสลายของ Lehman Brothers วาณิชธนกิจยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ ราคาที่ทะยานขึ้นล่าสุดนี้ส่งผลให้น้ำมันดิบแพงขึ้นกว่าช่วงก่อนที่รัสเซียจะบุกยูเครนเกือบ 26% แม้ว่าทำเนียบขาวและองค์กรพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ประกาศว่าจะปล่อยน้ำมัน 60 ล้านบาร์เรลจากคลังสำรองฉุกเฉินแล้ว ส่วนน้ำมันดิบเบรนต์เพิ่มขึ้น 7% ปิดตลาดที่ 118.11 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล นับเป็นราคาปิดตลาดที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือน ก.พ. 2013

(10.42 น.) BBC รายงานว่า วาดิม บอยเชนโก นายกเทศมนตรีเมืองมารีอูปอลเผยผ่าน Telegram ว่า เมืองมารีอูปอลซึ่งเป็นเมืองท่าสำคัญทางยุทธศาสตร์ของยูเครนถูกกองทัพรัสเซียปิดล้อมหลังจากถูกโจมตีอย่างหนักหน่วงมาหลายวัน บอยเชนโกเรียกร้องว่า “ตอนนี้เรากำลังมองหาทางออกให้กับปัญหาด้านสิทธิมนุษยชน และวิธีที่เป็นไปได้ทั้งหมดที่จะทำให้เมืองมารีอูปอลหลุดพ้นจากการปิดล้อม”

(11:22 น.) Reuters รายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ประกาศมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย ซึ่งรวมถึงธนาคาร 4 แห่ง และห้ามส่งออกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ทางการทหารไปยังรัสเซีย ส่งผลให้สถาบันการเงินของสิงคโปร์รวมทั้งธนาคารกลางไม่สามารถทำธุรกรรมใดๆ กับธนาคารกลางรัสเซีย รวมทั้ง VTB Bank, Vnesheconombank, Promsvyazbank และ Bank Rossiya ซึ่งครอบคลุมถึงคริปโตเคอร์เรนซีด้วย

แถลงการณ์กระทรวงการต่างปประเทศระบุว่า “เราไม่สามารถยอมรับรัฐบาลรัสเซียที่ละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของรัฐอธิปไตยอื่น…สำหรับประเทศเล็กๆ อย่างสิงคโปร์ นี่ไม่ใช่หลักการทางทฤษฎี แต่เป็นแบบอย่างที่เป็นอันตราย นี่คือเหตุผลที่สิงคโปร์ประณามอย่างรุนแรงต่อการโจมตีโดยปราศจากการยั่วยุของรัสเซีย” ทว่าไม่ได้ระบุช่วงเวลาที่มาตรการมีผลบังคับใช้

(12.12 น.) สื่อต่างประเทศหลายสื่อ เช่น CNN BBC Bloomberg และอื่นๆ ยุติการรายงานข่าวในรัสเซีย หลังรัสเซียผ่านกฎหมายควบคุมการเผยแพร่เนื้อหาที่เป็นเท็จ ว่าการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารใดก็ตาม รวมถึงเนื้อหาเกี่ยวกับปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียในยูเครน หากมีการพิสูจน์ชัดแล้วว่าไม่เป็นความจริง และเป็นการกระทำโดยเจตนา ต้องระวางโทษจำคุกสูงสุด 15 ปี นอกจากนี้ รัสเซียยังบล็อกเฟซบุ๊คและทวิตเตอร์ เพื่อตอบโต้ที่เครือข่ายสังคมออนไลน์ทั้งสองเจ้าปิดกั้นการเข้าถึงสำนักข่าวของรัสเซีย

(12.42 น.) The New York Times รายงานว่า Samsung และ Apple ซึ่งมีส่วนแบ่งการตลาดสมาร์ทโฟนในรัสเซียรวมกันราว 50% ระงับการส่งสินค้าไปยังรัสเซีย แม้ว่าสำหรับบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ รัสเซียเป็นตลาดสมาร์ทโฟนเล็กๆ โดยยอดขายที่รัสเซียมีเพียงไม่เกิน 3% ของยอดขายทั้งโลกจากข้อมูลของ International Data Corp.

(13:01 น.) BBC ยืนยันว่าภาพเฮลิคอปเตอร์โจมตีของรัสเซียที่ยิงในเมืองท่ามารีอูปอลซึ่งถูกกองทัพรัสเซียยึดได้ตั้งแต่วันพฤหัสบดีด้านล่างเป็นของจริง โดยเมืองนี้อยู่ติดกับชายแดนรัสเซีย และเป็นจุดสำคัญในการสร้างเส้นทางทางบกให้นักรบของกลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนในโดเนตสก์และลูฮันสก์ที่รัสเซียหนุนหลังเข้าไปสมทบกับกองกำลังรัสเซียในไครเมีย

(13.07 น.) Reuters รายงานว่า โอเล็กซี เรซนิคอฟ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมยูเครนเผยว่า ชายชาวยูเครนที่อยู่ต่างประเทศ 66,224 พากันเดินทางกลับมายังบ้านเกิดเพื่อร่วมสู้รบกับกองทัพรัสเซีย

(14.47 น.) สำนักข่าว RIA ของรัสเซียรายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นว่า กองทัพรัสเซียซึ่งกำลังปิดล้อมเมืองท่ามารีอูปอลในทะเลอาซอฟทางตอนใต้ของยูเครนประกาศหยุดยิงเป็นเวลา 5 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 12.00-17.00 น. ตามเวลารัสเซีย (16.00-21.00 น. ตามเวลาไทย) เพื่อเปิดทางให้ประชาชนอพยพออกจากเมือง นับเป็นการหยุดยิงครั้งแรกนับตั้งแต่รัสเซียบุกยูเครนเมื่อ 10 วันก่อน 

ทว่าภายหลังการอพยพต้องเลื่อนออกไป เนื่องจากรัสเซียละเมิดข้อตกลงหยุดยิง

(17.12 น.) Reuters รายงานว่า เครมลินระบุว่าตะวันตกทำตัวเหมือนผู้ร้าย แต่รัสเซียใหญ่เกินกว่าที่จะถูกโดดเดี่ยว เนื่องจากโลกนี้ใหญ่กว่าแค่สหรัฐและยุโรปมากนัก ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกเครมลินยังเผยอีกว่า หากสหรัฐคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันของรัสเซียจะทำให้ตลาดพลังงานสั่นคลอน

(17.17 น.) Reuters รายงานว่า อิบราฮิม คาลิน โฆษกประธานาธิบดีตุรกีเผยว่า ตุรกีพร้อมช่วยเหลือเพื่อแก้วิกฤตการณ์ โดยเสนอเป็นเจ้าภาพการเจรจาระหว่างรัสเซียกับยูเครน และเรียกร้องให้หยุดการสู้รบทันที คาลินย้ำว่าตุรกีไม่สามารถทิ้งความสัมพันธ์กับทั้งรัสเซียและยูเครน

(18:22 น.) BBC รายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศอังกฤษเตือนให้พลเมืองที่ไม่มีเหตุจำเป็นออกจากรัสเซียด้วยสายการบินพาณิชย์ที่ยังให้บริการอยู่

(18.27 น.) BBC รายงานว่า สจ๊วต แรมซีย์ ผู้สื่อข่าวของ Sky News ในอังกฤษและทีมงานอีก 4 คนที่เข้าไปรายงานข่าวการสู้รบในยูเครน ถูกซุ่มยิงได้รับบาดเจ็บระหว่างขับรถกลับไปยังกรุงเคียฟเพราะต้องยกเลิกการเดินทางไปเมืองอื่นเนื่องจากไม่ปลอดภัยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยขณะที่ทุกคนกำลังหนีลงจากรถ กระสุน 1 นัดถูกหลังส่วนล่างของแรมซีย์ ส่วน ริชชี มอคเลอร์ ช่างภาพ กระสุน 2 นัดถูกเสื้อเกราะ ทีมผู้สื่อข่าวเข้าไปหลบในโรงงานแห่งหนึ่งก่อนที่ตำรวจยูเครนจะเข้ามาช่วย โดยได้รับการบอกกล่าวว่าหน่วยลาดตระเวณของรัสเซียอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้

REUTERS/Maksim Levin/File Photo

สหรัฐ-นาโตเชื่อรัสเซียมีแผนทิ้งบอมบ์ถล่มทั้งเมืองเพื่อให้ยอมแพ้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/677334

วันที่ 05 มี.ค. 2565 เวลา 10:14 น.สหรัฐ-นาโตเชื่อรัสเซียมีแผนทิ้งบอมบ์ถล่มทั้งเมืองเพื่อให้ยอมแพ้

เข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 รัสเซียเปลี่ยนแผนการรบเล็งทิ้งบอมบ์โจมตีทั้งเมืองเพื่อให้ยอมแพ้

CNN รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองตะวันตกคนหนึ่งว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐและนาโต (NATO) ที่จับตาสถานการณ์ในยูเครนพบว่า ช่วงต้นสัปดาห์นี้ยุทธศาสตร์การสู้รบของรัสเซียเปลี่ยนไป โดยขณะนี้ดูเหมือนว่ารัสเซียพร้อมที่จะ “ทิ้งระเบิดเมืองต่างๆ ให้ยอมจำนน” ซึ่งอาจทำให้พลเรือนเสียชีวิตได้

“อาวุธที่หนักกว่าไม่ได้แค่หนักกว่าในเรื่องน้ำหนักเท่านั้น อาวุธเหล่านั้นยังหนักกว่าในแง่ของความเสียหายที่จะเกิดขึ้น” เจ้าหน้าที่เผย “และพวกเขาไม่เลือกปฏิบัติ ทำให้มีผู้บาดเจ็บล้มตายมากขึ้น”

เจ้าหน้าที่คนเดิมเผยอีกว่า “เป็นวิธีการที่ดิบเถื่อนมาก” และว่าประสบการณ์ของเขาที่มีต่อผู้นำรัสเซียและปูติน “ทำให้ผมตัดสินว่าพวกเขามีมาตรฐานที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงเมื่อพูดถึงการเคารพชีวิตมนุษย์”

ก่อนหน้าที่เจ้าหน้าที่สหรัฐหลายคนเตือนว่า ดูเหมือนว่ายุทธศาสตร์ของรัสเซียจะเปลี่ยนจากการพุ่งเป้าไปที่เป้าหมายทางทหารมาเป็นพุ่งเป้าไปที่ประชาชน หลังจากได้รับรู้ว่าแผนเบื้องต้นที่จะยึดกรุงเคียฟและโค่นล้มรัฐบาลอย่างรวดเร็วล้มเหลวไม่เป็นท่า

เยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการนาโตเผยเมื่อวันศุกร์ว่า “วันข้างหน้ามีแนวโน้มจะแย่ลง จะมีคนตายมากขึ้น ทุกข์ทรมานมากขึ้น และมีการทำลายล้างมากขึ้น เนื่องจากกองทัพรัสเซียใช้อาวุธหนักขึ้นและยังคงเดินหน้าโจมตีไปทั่วประเทศ”

แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเผยทำนองเดียวกันเมื่อวันศุกร์ที่เขาเดินทางไปยังกรุงบรัสเซลส์เพื่อพบกับพันธมิตรในยุโรปว่า “การโจมตีของเครมลินทำให้พลเรือนเสียชีวิตมากขึ้น ชาวยูเครนนับร้อยนับพันถูกสังหาร อีกหลายคนได้รับบาดเจ็บ เช่นเดียวกับพลเมืองของประเทศอื่นๆ ผู้อพยพกว่าล้านคนหนีออกจากยูเครนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ผู้คนนับล้านทั่วยูเครนติดอยู่ท่ามกลางสภาพที่เลวร้ายเนื่องจากรัสเซียทำลายโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญมากขึ้น”

Press service of the State Emergency Service of Ukraine/Handout via REUTERS

จีนโวยหลังญี่ปุ่นเล็งเปิดทางเป็นที่ตั้งอาวุธนิวเคลียร์สหรัฐ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/677312

วันที่ 04 มี.ค. 2565 เวลา 18:00 น.จีนโวยหลังญี่ปุ่นเล็งเปิดทางเป็นที่ตั้งอาวุธนิวเคลียร์สหรัฐ

จีนไม่พอใจที่อดีตนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเรียกร้องให้พิจารณาเปิดทางให้ประเทศเป็นที่ตั้งอาวุธนิวเคลียร์ของสหรัฐ

จีนแสดงท่าทีไม่พอใจหลังอดีตนายกรัฐมนตรี ชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่น เรียกร้องให้ทางการญี่ปุ่นพิจารณาเปิดทางให้ประเทศสามารถเป็นที่ตั้งอาวุธนิวเคลียร์ของสหรัฐ หลังจากการจู่โจมยูเครนของรัสเซียและความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการบุกไต้หวันของจีน

อาเบะที่ใช้งบประมาณด้านการทหารสูงเป็นประวัติการก่อนจะลาออกเมื่อปี 2020 เผยว่า ญี่ปุ่นควรยกเลิกข้อห้ามที่เกี่ยวข้องกับการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์หลังจากเกิดสงครามในยุโรป

Nikkei Asia รายงานว่า อาเบะให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ว่า “นาโต เยอรมนี เบลเยียม เนเธอร์แลนด์ และอิตาลีเข้าร่วมข้อตกลงความร่วมมือด้านอาวุธนิวเคลียร์ เป็นที่ตั้งอาวุธนิวเคลียร์ของสหรัฐ เราจำเป็นต้องเข้าใจว่าทั่วโลกมีการรักษาความปลอดภัยอย่างไร และไม่ถือว่าเป็นข้อห้ามในการหารืออย่างเปิดเผย”

“เราควรพิจารณาทางเลือกต่างๆ อย่างจริงจัง เมื่อเราพูดถึงวิธีที่เราสามารถปกป้องญี่ปุ่นและชีวิตของผู้คนในโลกแห่งความเป็นจริงนี้” อาเบะเผย

ญี่ปุ่นซึ่งเป็นประเทศเดียวที่เคยถูกถล่มด้วยอาวุธนิวเคลียร์ คือที่เมืองฮิโรชิมะและนะงะซะกิ เป็นส่วนหนึ่งของ “ร่มนิวเคลียร์” (nuclear umbrella) ของสหรัฐ แต่ยึดมั่นในหลักการ 3 ประการที่จะไม่ผลิต ไม่ครอบครอง และไม่นำเข้าอาวุธนิวเคลียร์

ด้านนายกรัฐมนตรี ฟูมิโอะ คิชิดะ รีบปฏิเสธข้อเรียกร้องของอาเบะที่ให้มีการถกเถียงเกี่ยวกับข้อตกลงความร่วมมือด้านอาวุธนิวเคลียร์ และบอกว่า “มันเป็นไปไม่ได้เนื่องจากจุดยืนของประเทศเราในการรักษาหลักการ 3 ประการ”

ในเวลาต่อมา หวังเหวินปิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนเผยกับสื่อมวลชนว่า “นักการเมืองญี่ปุ่นมักจะเผยแพร่ความคิดผิดๆ เกี่ยวกับไต้หวันบ่อยครั้ง หรือแม้กระทั่งแสดงความคิดเห็นที่ไม่ถูกต้องซึ่งขัดกับหลักการ 3 ประการของประเทศ”

“เราขอให้ญี่ปุ่นไตร่ตรองประวัติศาสตร์อย่างลึกซึ้ง” หวังเผยและเตือนญี่ปุ่นให้ “ระมัดระวังในคำพูดและการกระทำเกี่ยวกับปัญหาไต้หวันเพื่อหยุดยั่วยุให้เกิดปัญหา”

เตรียมรับมือจีน ไต้หวันเพิ่มกำลังผลิตมิสไซล์เป็น 2 เท่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/677309

วันที่ 04 มี.ค. 2565 เวลา 17:20 น.เตรียมรับมือจีน ไต้หวันเพิ่มกำลังผลิตมิสไซล์เป็น 2 เท่า

ไต้หวันเพิ่มกำลังการผลิตขีปนาวุธกว่า 2 เท่าต่อปี ท่ามกลางความตึงเครียดกับจีน

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงาน กระทรวงกลาโหมของไต้หวันเปิดเผยว่าไต้หวันวางแผนที่จะเพิ่มกำลังการผลิตขีปนาวุธมากขึ้นกว่า 2 เท่า จากปัจจุบันอยู่ที่ 207 เป็น 497 ต่อปี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการป้องกันดินแดน ท่ามกลางภัยคุกคามทางทหารที่เพิ่มขึ้นจากจีน

ในปีที่แล้ว ไต้หวันอนุมัติเพิ่มงบประมาณด้านการป้องกันประเทศมูลค่า 240,000 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน (8,600 ล้านเหรียญสหรัฐ) ในช่วง 5 ปีข้างหน้า เนื่องจากความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นกับจีน ซึ่งมองว่าไต้หวันเป็นอาณาเขตของตน และมีการส่งเครื่องบินรบผ่านเขตป้องกันภัยทางอากาศของไต้หวันหลายครั้ง

แผนการเพิ่มกำลังการผลิตขีปนาวุธรวมถึง Wan Chien ขีปนาวุธจากอากาศสู่ภาคพื้นที่ไต้หวันผลิตเอง รวมถึงขีปนาวุธ Hsiung Feng IIE รุ่นอัพเกรด และขีปนาวุธโจมตีภาคพื้นดินพิสัยไกล Hsiung Sheng ซึ่งผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าสามารถโจมตีเป้าหมายในจีนแผ่นดินใหญ่ได้

นอกจากนี้กระทรวงกลาโหมไต้หวันยังวางแผนที่จะเริ่มผลิตโดรนโจมตีปีละ 48 ลำ

รายงานระบุว่าสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติชุง-ซาน มีเป้าหมายที่จะสร้างโรงงานใหม่ 34 แห่งเพื่อผลิตขีปนาวุธภายในสิ้นเดือนมิ.ย. เพื่อให้บรรลุขีดความสามารถสูงสุดในการผลิตขีปนาวุธซึ่งจะเริ่มต้นในปี 2023

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ให้ความสำคัญสูงสุดกับการปรับปรุงกองทัพให้ทันสมัย โดยผลักดันโครงการด้านการป้องกันต่างๆ รวมถึงการนำเรือรบประเภทใหม่มาใช้ และพัฒนาเรือดำน้ำของตนเอง พร้อมสนับสนุนการพัฒนาอาวุธไฮเทคที่มีความสามารถในการเคลื่อนที่และโจมตีได้อย่างแม่นยำ

ผู้นำไต้หวันกล่าวกับคณะผู้แทนสหรัฐที่เยือนไต้หวันในสัปดาห์นี้ว่าภัยคุกคามทางทหารจากจีนกำลังเพิ่มขึ้น และให้คำมั่นว่าจะปกป้องเสรีภาพและประชาธิปไตยของไต้หวัน

โดยไต้หวันเชื่อว่าจีนมีขีปนาวุธจำนวนหลายพันลูกที่พุ่งเป้าไปที่ไต้หวัน และจีนยังมีอาวุธนิวเคลียร์อีกด้วย ซึ่งไต้หวันไม่มี

Photo by REUTERS/Tyrone Siu/File Photo

Russian Embassy warns ‘mercenaries’ against fighting for Ukraine

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40013076


In a Facebook post on Saturday, the Russian Embassy in Thailand warned people against joining Ukraine forces because “they are not qualified combatants”.

Russian Embassy warns ‘mercenaries’ against fighting for Ukraine

“Social networks and the media spread materials with appeals of the leadership of Ukraine to join the so-called ‘international volunteer units’ and take part in hostilities on the side of the Ukrainian armed forces. In particular, such information is posted by the account of the Ukrainian Embassy in Thailand,” the post said.

It also quoted the Russian Defence Ministry as saying that according to the international humanitarian law, “mercenaries” are not qualified as combatants and will not be considered prisoners of war when taken into custody.

The best-case scenario for them would be detention and prosecution, the post said, concluding that the Russian Defence Ministry strongly advises people against participating in foreign military campaigns.

Published : March 05, 2022

By : THE NATION

Russia, Ukraine to hold third-round peace talks soon as fighting going on

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40013066


– Russia is open to dialogue with Ukraine, Putin said in a telephone conversation with German Chancellor Olaf Scholz. – Both Russia and Ukraine take a tough position, so negotiations would be difficult, said Ukrainian Presidential Advisor Mykhailo Podolyak.

Russia, Ukraine to hold third-round peace talks soon as fighting going on

Moscow wishes to continue dialogue with Ukraine and wants peace, provided that all Russia’s security demands are met, Russian President Vladimir Putin said Friday.

In a telephone conversation with German Chancellor Olaf Scholz, Putin expressed his hope that Kiev will take a “reasonable and constructive stance” during a third round of talks between Russia and Ukraine.

According to Ukrainian Presidential Advisor Mykhailo Podolyak, the third round of peace talks between Ukraine and Russia may take place on Saturday or Sunday.

Podolyak said that both Russia and Ukraine take a tough position, so negotiations would be difficult. And yet the talks will still be carried out.

Ukrainian President Volodymyr Zelensky will not make any concessions that could “humiliate” Ukraine’s resistance, Podolyak added.

Photo taken on March 1, 2022 shows armed personnel in Donetsk. (Photo by Victor/Xinhua)Photo taken on March 1, 2022 shows armed personnel in Donetsk. (Photo by Victor/Xinhua)

During talks with Belarusian President Alexander Lukashenko over phone, Putin said the goals of Russia’s military operation in Ukraine are being carried out according to plan, and will all be fulfilled.

Meanwhile, Ukrainian authorities said Friday that Russia’s armed forces has captured the Zaporizhzhia nuclear power plant, the largest one in Europe, which was later confirmed by Russian Defense Ministry spokesman Igor Konashenkov.

The plant was seized following a shelling which caused a fire at the plant, the State Inspectorate for Nuclear Regulation of Ukraine said in a statement on Facebook.

Currently, Ukrainian personnel continued to operate the plant, the agency said.

Earlier on Friday, a fire broke out in a training building outside the plant, which the mayor of the nearby town of Energodar claimed was “a result of continuous enemy shelling of buildings and units” of the nuclear power plant.

The Russian defense ministry refuted the claim, saying that the fire was the result of a provocation by Kiev aimed at accusing Russia of creating a hotbed of radioactive contamination.

A Chinese envoy on Friday called on parties to the Ukraine conflict to act with caution and work together, with the assistance of the International Atomic Energy Agency, to ensure the safety of relevant nuclear facilities inside Ukraine.

Zhang Jun (C), ChinaZhang Jun (C), China

China pays close attention to the latest developments in Ukraine and expresses its concern over the relevant reports about the Zaporizhzhia nuclear power plant, said Zhang Jun, China’s permanent representative to the United Nations.

The Ukrainian parliament called for the introduction of peacekeeping forces to Ukraine, the parliament’s First Deputy Chairman Oleksandr Korniyenko said on Friday.

The parliament also called for the immediate introduction of “a no-fly zone” over the territory of Ukraine.

During a telephone conversation with British Prime Minister Boris Johnson on Friday, Turkish President Recep Tayyip Erdogan said that Turkey will continue to make efforts for an immediate ceasefire in Ukraine.

Also on Friday, Finland Chamber of Commerce published a survey saying that the sanctions imposed by some Western countries against Russia in some way will affect up to 90 percent of Finnish export companies.

The impact of sanctions on companies’ operations was generally seen as negative. About 85 percent of companies responded to the negative effects of sanctions. Only 3.6 percent of companies thought the sanctions would have a positive impact on the company’s business.

A quarter of the companies that responded to the survey said there could be a significant impact on their business. 

Published : March 05, 2022

By : Xinhua

เปิดใจบ่าวสาวยูเครน วิวาห์ในสนามรบ ก่อนคว้าปืนสู้รัสเซีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/677302

วันที่ 04 มี.ค. 2565 เวลา 15:30 น.เปิดใจบ่าวสาวยูเครน วิวาห์ในสนามรบ ก่อนคว้าปืนสู้รัสเซีย

“มันควรเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุด แต่กลับมีแต่เสียงไซเรนและความรู้สึกกลัวตลอดพิธี แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือเราแต่งงานกันแล้ว และพร้อมปกป้องประเทศไปด้วยกัน” ยาไรน่ากล่าว

สำหรับคู่รักคู่อื่นๆ สิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังการแต่งงานคือการฮันนีมูน แต่สำหรับยาไรน่า อารีวา (Yaryna Arieva) และสวิโตสลาฟ เฟอร์ซิน (Sviatoslav Fursin) คู่รักชาวยูเครนต้องมาจับปืนรบกับกองทัพรัสเซีย หลังจากที่ทั้งคู่จัดพิธีวิวาห์ท่ามกลางเสียงไซเรนเตือนภัย ในกรุงเคียฟ เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ขณะที่รัสเซียเริ่มเปิดปฏิบัติการทางทหารในยูเครน

เป็นเวลาร่วมสัปดาห์แล้วที่ทั้งสองออกมาต่อสู้ปกป้องบ้านเกิดของพวกเขาหลังจากที่กองทัพรัสเซียที่เปิดฉากโจมตีเมืองใหญ่ในยูเครน

ยาไรน่าเปิดเผยว่าเธอไม่ได้นอนมาหลายวันแล้ว โดยอยู่ร่วมกับนักสู้คนอื่นๆ ท่ามกลางเสียงระเบิด เสียงปืน และการยิงปืนใหญ่จากกองทัพรัสเซีย

ยาไรน่าบอกกับ Fox News ว่านี่เป็นช่วงเวลาที่ยากที่สุดในชีวิตของเธอ เมื่อต้องอยู่ในสงคราม ตอนนี้เธอและชาวยูเครนเริ่มจะคุ้นเคยกับเสียงระเบิดมากขึ้น พร้อมเล่าถึงเหตุระเบิดครั้งใหญ่ 2 ครั้งที่ถล่มเมืองเมื่อวันพุธที่ผ่านมา เสียงดังสนั่นเมืองในช่วงกลางดึก แต่มันทำให้ห้องของเธอสว่างไสวราวกับเป็นเวลากลางวัน

จนถึงขณะนี้กรุงเคียฟยังคงถูกทิ้งระเบิดและโจมตีด้วยขีปนาวุธอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เมืองทางตอนใต้ของประเทศกำลังเผชิญกับการรุกคืบของกองทัพรัสเซีย เคอร์ซอน เมืองสำคัญทางยุทธศาสตร์ที่ตั้งอยู่ใกล้กับทะเลดำตกอยู่ในกำมือของกองทัพรัสเซียเมื่อวันพุธ กลายเป็นเมืองใหญ่เมืองแรกที่ล่มสลาย นับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากรุกรานยูเครนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

“ผู้คนที่นี่มั่นใจอย่างยิ่งว่าเราจะชนะ” ยาไรน่ากล่าว

อย่างไรก็ตาม ยาไรน่าและสวิโตสลาฟเผยว่าพวกเขาวางแผนจะแต่งงานกันในวันที่ 6 พ.ค. แต่เมื่อยูเครนถูกโจมตีพวกเขาไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น จึงคิดว่าต้องเลื่อนงานแต่งงานเข้ามาให้เร็วที่สุด เพื่อที่จะได้ใช้เวลาร่วมกันให้ได้มากที่สุด

ยาไรน่าเล่าว่า เช้าวันที่ 24 ก.พ. เธอตื่นนอนเมื่อเวลา 05.30 น. พร้อมกับเสียงฝีเท้าของเพื่อนบ้านที่เตรียมจะอพยพ และได้รับข้อความจากเพื่อนร่วมงานของเธอซึ่งกล่าวว่า “สงครามได้เริ่มขึ้นแล้ว”

งานแต่งงานถูกจัดขึ้นในโบสถ์ในกรุงเคียฟ ในวันเดียวกับที่กองทัพรัสเซียบุกยูเครน ท่ามกลางเสียงไซเรนเตือนภัยที่ดังไปทั่วเมือง ทันทีที่เสร็จพิธีแทนที่บ่าวสาวจะได้ไปฮันนีมูนในต่างประเทศเหมือนกับคู่รักคู่อื่นๆ แต่บ่าวสาวคู่นี่คว้าแจ็กเก็ตลายพรางพร้อมอาวุธ ร่ำลาครอบครัว แล้วตรงไปเข้าร่วมหน่วยอาสาสมัครป้องกันดินแดนทันที

ยาไรน่าบอกกับ CNN ว่านี่ไม่ใช่งานแต่งงานในฝันของเธอเลย เธอฝันถึงงานแต่งงานที่มีงานเลี้ยงเฉลิมฉลองเหมือนกับงานแต่งของคนอื่นๆ โดยไม่มีกองทัพรัสเซียอยู่ในประเทศของเธอแบบนี้ มันควรจะเป็นช่วงเวลาที่เธอมีความสุขที่สุด แต่เธอได้ยินแต่เสียงไซเรนและมีความรู้สึกกลัวตลอดพิธี

“แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือเราแต่งงานกันแล้ว และพร้อมปกป้องประเทศไปด้วยกัน” ยาไรน่ากล่าว

เธอให้สัมภาษณ์กับ The Sydney Morning News ว่า “ฉันทำไปเพราะนี่คือประเทศของฉัน ดินแดนของฉัน ฉันเกิดที่เคียฟ ทรัพย์สินของฉัน รถของฉัน คนที่ฉันรัก เพื่อนของฉัน แมวของฉัน ทุกอย่างอยู่ที่นี่”

ทั้งนี้ เมืองใหญ่ในยูเครนยังคงถูกโจมตีจากรัสเซียอย่างต่อเนื่อง ในเมืองเต็มไปด้วยรถถังหลายร้อยคัน และยานหุ้มเกราะอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีปัญหาขาดแคลนอาหารและเชื้อเพลิง

Photo by yarynarieva/instagram

เศรษฐีรัสเซียประกาศจ่ายกว่า 30 ล้านบาทเป็น ‘ค่าหัวปูติน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/677276

วันที่ 04 มี.ค. 2565 เวลา 12:30 น.เศรษฐีรัสเซียประกาศจ่ายกว่า 30 ล้านบาทเป็น 'ค่าหัวปูติน'

เศรษฐีรัสเซียตั้งค่าหัวปูติน 1 ล้านดอลลาร์ เรียกร้องทหารจับปูตินในฐานะอาชญากรสงคราม

อเล็กซ์ โคนานีคิน (Alex Konanykhin) มหาเศรษฐีชาวรัสเซียประกาศจะมอบเงินจำนวน 1 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 32.5 ล้านบาท) เป็นค่าหัวประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ให้แก่คนที่สามารถจับกุมปูตินได้ไม่ว่าจะจับเป็น หรือจับตาย

โคนานีคิน นักลงทุนคริปโตและนักธุรกิจซึ่งลี้ภัยทางการเมืองไปยังสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ปี 1999 โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กว่า “ผมสัญญาว่าจะจ่ายเงิน 1 ล้านดอลลาร์ให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ จับกุมปูตินในฐานะอาชญากรสงครามภายใต้กฎหมายของรัสเซียและกฎหมายระหว่างประเทศ”

“ปูตินไม่ใช่ประธานาธิบดีรัสเซีย เขาขึ้นสู่อำนาจจากการปฏิบัติการพิเศษในการระเบิดอพาร์ตเมนต์ในรัสเซีย ละเมิดรัฐธรรมนูญของรัสเซีย ทำลายการเลือกตั้งโดยเสรี และสังหารผู้เห็นต่าง”

“ในฐานะที่ผมมีเชื้อสายรัสเซียและเป็นพลเมืองรัสเซีย ผมคิดว่านี่คือหน้าที่ทางศีลธรรมที่จะช่วยขจัดระบอบนาซีจากรัสเซีย ผมจะสนับสนุนความพยายามอันกล้าหาญของยูเครนเพื่อต้านการโจมตีจากพวกของปูติน”

ก่อนหน้านี้โคนานีคินได้โพสต์ภาพปูตินพร้อมระบุข้อความว่า “ประกาศจับ เป็นหรือตาย ฐานฆาตกรสังหารหมู่” บนโพสต์ประกาศจับปูติน ซึ่งถูกเฟซบุ๊กแบนไปแล้ว

โคนานีคินกล่าวกับ Insider ว่าเงินรางวัลจำนวนดังกล่าวจะนำมาจากเงินทุนของเขาเอง เพื่อแสดงจุดยืนว่าเขาไม่เห็นด้วยกับปูติน และหากมีคนทำแบบเขามากๆ ก็อาจเพิ่มโอกาสที่ปูตินจะถูกจับกุมและถูกนำตัวขึ้นศาล

เมื่อถูกถามว่ากลัวการตอบโต้จากปูตินหรือไม่ โคนานีคินตอบว่า “ปูตินเป็นที่รู้จักในการสังหารศัตรูของเขา และตอนนี้เขามีเป็นล้านแล้ว”

ทั้งนี้ โคนานีคินไม่ได้เดินทางไปรัสเซียตั้งแต่ปี 1992 และได้รับลี้ภัยทางการเมืองในสหรัฐในปี 1999 โดยข้อมูลจาก Vice ระบุว่าเขามีทรัพย์สินราว 300 ล้านเหรียญสหรัฐ

Photo by Sputnik/Alexei Druzhinin/Kremlin via REUTERS