อิสราเอลพบ วัคซีนเข็ม 4 ยังกัน Omicron ไม่ได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/673290

วันที่ 18 ม.ค. 2565 เวลา 11:00 น.อิสราเอลพบ วัคซีนเข็ม 4 ยังกัน Omicron ไม่ได้อิสราเอลพบวัคซีน 4 เข็มช่วยเพิ่มภูมิ แต่หากจะป้องกันการติดเชื้อโอมิครอนต้องมีแอนติบอดีสูงมากๆ

วันนี้ (18 ม.ค.) สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานผลการศึกษาเบื้องต้นในอิสราเอลพบว่าวัคซีนโควิด-19 เข็มที่ 4 ช่วยเพิ่มระดับแอนติบอดีให้สูงขึ้นกว่าการฉีดเข็มที่ 3 แต่ยังไม่เพียงพอในการป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอน

ศูนย์การแพทย์ชีบา (Sheba Medical Center) ของอิสราเอลได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับประสิทธิภาพของวัคซีนเข็มที่ 4 โดยศึกษาหลังจากที่ทำการฉีดวัคซีนของ Pfizer เข็มที่ 4 ให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ 154 คน หลังผ่านไป 2 สัปดาห์ และศึกษาการวัคซีน Moderna เข็มที่ 4 ในประชาชน 120 คน หลังผ่านไปแล้ว 1 สัปดาห์

โดยนำข้อมูลที่ได้ไปเปรียบเทียบกับผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนเข็มที่ 4 พบว่าการฉีดวัคซีนเข็มที่ 4 ทำให้ระดับแอนติบอดีเพิ่มขึ้นสูงกว่าการฉีดวัคซีน 3 เข็มเล็กน้อย

อย่างไรก็ตาม ศาสตราจารย์กิลลี เรเจฟ-โยเชย์ ผู้นำการศึกษากล่าวว่ายังไม่เพียงพอสำหรับการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน

“ตอนนี้เราทราบแล้วว่าระดับแอนติบอดีที่จะสามารถป้องกันการติดเชื้อโอมิครอนอาจสูงเกินไป แม้จะเป็นวัคซีนที่ดีก็ตาม”

เรเจฟ-โยเชย์กล่าวว่าวัคซีนเข็มที่ 4 มีประสิทธิภาพมากกับโควิด-19 สายพันธุ์อื่นๆ แต่ประสิทธิภาพลดลงเมื่อเจอโอมิครอน ซึ่งพบว่าผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มที่ 4 จำนวนมากติดเชื้อโอมิครอน แม้จะเป็นจำนวนที่น้อยกว่ากลุ่มที่ยังไม่ได้รับวัคซีนถึง 4 เข็มก็ตาม

ทั้งนี้ ผลการวิจัยดังกล่าวถือเป็นงานวิจัยชิ้นแรกของโลกเกี่ยวกับการทดลองฉีดวัคซีนเข็มที่ 4 ให้แก่ประชาชน ซึ่งเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้น และยังไม่ได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสารวิชาการ

โดยอิสราเอลเป็นประเทศแรกของโลกที่เปิดตัววัคซีนเข็มที่ 4 เมื่อปลายปีที่แล้ว โดยเริ่มฉีดให้แก่ประชาชนผู้สูงอายุ และกลุ่มเสี่ยง

Photo by JACK GUEZ / AFP

เจ้าชายแอนดรูว์ปรี๊ดแตกทันที เมื่อคอลเลกชั่นตุ๊กตาหมีวางผิดที่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/673250

วันที่ 18 ม.ค. 2565 เวลา 09:00 น.เจ้าชายแอนดรูว์ปรี๊ดแตกทันที เมื่อคอลเลกชั่นตุ๊กตาหมีวางผิดที่อดีตนายตำรวจราชสำนักให้สัมภาษณ์ต่อสื่ออังกฤษเมื่อครั้งทำงานรับใช้เจ้าชายแอนดรูว์

Mirror สื่ออังกฤษรายงานโดยอ้างคำพูดของอดีตนายตำรวจราชสำนักซึ่งกล่าวว่าเจ้าชายแอนดรูว์ ดยุกแห่งยอร์ก จะไม่พอพระทัยอย่างมากจนถึงขั้นโวยวายและกรีดร้อง เมื่อคอลเลกชั่นตุ๊กตาหมีของพระองค์วางอยู่ผิดที่ผิดทาง

พอล เพจ อดีตนายตำรวจราชสำนักกล่าวถึงพระราชโอรสพระองค์ที่ 2 ในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ในการให้สัมภาษณ์ “Ghislaine, Prince Andrew and the Paedophile” ทางสถานีโทรทัศน์ ITV ของอังกฤษ

เพจกล่าวว่าเขาทำหน้าที่ถวายอารักขาและปฏิบัติตามพระราชประสงค์ในพระองค์ระหว่างปี 1998 ถึง 2004 ซึ่งทำให้เขาสามารถเข้าถึงห้องส่วนพระองค์ของเจ้าชายแอนดรูว์ได้ ซึ่งเพจกล่าวว่าที่นั่นเต็มไปด้วยตุ๊กตาสัตว์และของเล่นมากมาย

“บนเตียงของพระองค์มีตุ๊กตาของเล่นประมาณ 50 ถึง 60 ชิ้น…เมื่อใดที่แม่บ้านวางตุ๊กตาพวกนั้นไม่ถูกที่พระองค์จะทรงโวยวายและกรีดร้องออกมา”

นอกจากนี้เพจยังกล่าวถึงความสัมพันธ์ของเจ้าชายแอนดรูว์และกิสเลน แม็กซ์เวลล์ ไฮโซคนดังชาวอังกฤษ พระสหายคนสนิทของเจ้าชาย ซึ่งถูกสงสัยว่าทั้งคู่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดหรือคบหากัน โดยเพจกล่าวว่ากิสเลนเข้าออกที่พักของเจ้าชายได้ตามอำเภอใจ

ก่อนหน้านี้มีข่าวว่ากิสเลนถูกจับในปี 2020 ในข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับอดีตสามีจัดหาผู้เยาว์เพื่อให้บริการทางเพศ และทารุณทางเพศเด็กผู้หญิงอายุต่ำสุด 14 ปี ซึ่งในตอนนั้นเจ้าชายแอนดรูว์ก็ถูกเรียกร้องให้ให้การเพื่อเป็นประโยชน์ต่อศาล

ขณะที่เจอร์จิเนีย จุฟฟรี หญิงชาวอเมริกันวัย 38 ปีกล่าวหาว่าเจ้าชายแอนดรูว์ล่วงละเมิดทางเพศในปี 2001 ขณะที่เธออายุ 17 ปี ซึ่งเจ้าชายทรงปฏิเสธมาตลอด และงดปฏิบัติพระกรณียกิจมาตั้งแต่ตอนนั้น

ทั้งนี้ เจ้าชายแอนดรูว์ทรงถูกถอดยศทางการทหารและฐานันดรศักดิ์เจ้าฟ้า (His Royal Highness) เมื่อวันที่ 14 ม.ค. ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลในนิวยอร์กมีคำพิพากษายกคำร้องของเจ้าชายแอนดรูว์ให้ยกคำฟ้องคดีแพ่งของเจอร์จิเนีย และจะสู้คดีล่วงละมิดทางเพศในศาลสหรัฐในฐานะสามัญชนต่อไป

Photo by JOHN THYS / AFP

กรณียูเครน: ยุโรปแพ้ตั้งแต่ยังไม่ทันรบกับรัสเซีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/673246

วันที่ 17 ม.ค. 2565 เวลา 20:17 น.กรณียูเครน: ยุโรปแพ้ตั้งแต่ยังไม่ทันรบกับรัสเซีย ความตึงเครียดระหว่างรัสเซียกับกลุ่มนาโตต่อท่าทีของรัสเซียที่อาจรุกรานยูเครน ทำให้เกิดความกังวลเรื่องสงครามขึ้นมา แต่รัสเซียมีไม้เด็ดที่ทำให้ยุโรปซึ่งเป็นสมาชิกหลักของนาโตต้องยอมศิโรราบทั้งๆ ที่ยังไม่ทันรบกัน

ว่ากันว่าสหรัฐจะไม่รุกรานหรือเข้าไปก้าวก่ายถ้าประเทศนั้นไม่มีน้ำมัน นี่เป็นคำพูดล้อกันเล่นแต่มีส่วนจริงอยู่บ้างแต่ไม่ทั้งหมด เพราะจากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ไม่จำเป็นหรอกว่าประเทศนั้นมีน้ำมันหรือไม่ ถ้ามันสมผลประโยชน์ สหรัฐก็จะเข้าไปยุ่มย่ามอยู่ดี

อย่างยูเครนก็ไม่ใช่เศรษฐีน้ำมัน มีแต่ทุ่งปลูกข้าวสาลีสุดลูกหูลูกตา แต่สหรัฐแย้มออกมาแล้วว่ากำลังพิจารณาส่งความช่วยเหลือให้กับกลุ่มติดอาวุธในยูเครนถ้าหากรัสเซียจะรุกรานยูเครนขึ้นมา จากการรายงานของ The New York Times

ในรายงานของ The New York Times เช่นกันได้สัมภาษณ์ เจมส์ สตาวริดิส (James Stavridis) นายพลเรือเกษียณอายุราชการชาวอเมริกันซึ่งเคยเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดฝ่ายพันธมิตรของนาโต (NATO) สตาวริดิสบอกว่าถ้ารัสเซียจะเข้ามายึดยูเครน สหรัฐก็จะใช้ยุทธวิธีเดียวกับที่เคยสนับสนุนกลุ่มมุญาฮิดีนในอัฟกานิสถานเพื่อต้านทานการรุกรานของสหภาพโซเวียตจนทัพโซเวียตต้องซวนเซถอนทัพกลับไปในทศวรรษที่ 80

เป็นเรื่องที่จะขำก็ขำไม่ออก เพราะสหรัฐเพิ่งจะซวนเซออกมาจากอัฟกานิสถานอยู่หมาดๆ นอกจากจะกำจัดตอลิบานไม่ได้แล้ว ยังถอนกำลังออกมาแบบถูลู่ถูกังจนหมดสภาพมหาอำนาจทางการทหารอันดับหนึ่ง

ยังไม่นับเรื่องที่กลุ่มมุญาฮิดีนในอัฟกานิสถานที่สหรัฐหนุนหลังให้ช่วยทำสงครามตัวแทนกับโซเวียตนั้น ต่อมาเปลี่ยนจากมิตรเป็นศัตรู กลายร่างเป็นตอลิบานและอัลกออิดะห์ที่หันกระบอกปืนมาเล่นงานสหรัฐจนลากยาวเป็น “สงครามต่อต้านการก่อการร้าย” นานกว่า 2 ทศวรรษ

อัฟกานิสถานเป็นหนึ่งตัวอย่างของการรุกรานของสหรัฐต่อประเทศที่ไร้น้ำมันแล้วกลับออกมาแบบมือเปล่าแถมเจ็บตัว

ดังนั้นเมื่อนายพลอเมริกันอ้างกลยุทธ์ที่กลายเป็นความล้มเหลวทางประวัติศาสตร์ขึ้นมาแบบนี้ ทำให้เชื่อได้ยากว่าหากใช้อีกรอบกับ “อดีตโซเวียต” มันจะได้ผลจริงหรือ?

ยังไม่จบแค่นั้น เจ้าหน้าที่รัฐบาลอเมริกันยังฝันหวานว่าแผนการที่จะช่วยผู้ลุกฮือต้านรัสเซียในยูเครนอาจรวมถึงการฝึกกองกำลังในประเทศใกล้เคียงซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปีกตะวันออกของนาโต คือ โปแลนด์ โรมาเนีย และสโลวาเกีย

ก่อนที่จะวางแผนทำสงครามบานปลายขนาดนั้น สหรัฐคงลืมนึกไปว่าสมาชิกนาโตจะเต็มใจทำตามแผนหรือไม่

เพราะแน่นอนว่านาโตพร้อมที่จะช่วยยูเครนและสกัดอิทธิพลรัสเซียก็จริง แต่การทำสงครามแม้แต่ทางอ้อมจะทำให้นาโตในยุโรปพบกับหายนะมากกว่า

ไม่ต้องอะไร รัสเซียขู่มาตลอดว่านาโตไม่พึงขยายสมาชิกใหม่ หากแสวงหาแนวร่วมเพิ่มเป็นได้เห็นดีกัน เพราะอะไร? ก็เพราะว่ายิ่งนาโตดึงประเทศรายล้อมรัสเซียมาร่วมด้วย ก็เท่ากับทำยุทธศาสตร์ล้อมรัสเซีย แล้วจะให้รัสเซียอยู่นิ่งๆ ได้หรือ?

แต่ไรมาแล้วตั้งแต่ยุคสภาพโซเวียต นาโตนั้นเกิดขึ้นมาเพื่อต้านโซเวียต (ซึ่งก็คือรัสเซีย) แต่ดีที่ไม่ต้องเผชิญหน้า เพราะในเวลานั้นมีแนวกันชนคือยุโรปตะวันออกและเยอรมนีที่ถูกแบ่งเป็นตะวันตก-ตะวันออก รวมถึงฟินแลนด์และสวีเดนที่เป็นแนวกันชนทางตอนเหนือ

ทว่า นาโตดันล้ำเส้นโดยดึงเยอรมนีตะวันตกมาเป็นสมาชิก ทำกับทำลาย “แนวกันชน” โซเวียตก็ตอบโต้ด้วยการสร้างแนวร่วมกติกาสัญญาวอร์ซอ โดยดึงเยอรมนีตะวันออกมาร่วมด้วย จนกระทั่งไร้เส้นแบ่งกั้น พร้อมจะเผชิญหน้ากันตรงๆ ได้

กติกาสัญญาวอร์ซอจบลงไปแล้วหลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียต แต่ทุกวันนี้รัสเซียและกลุ่มประเทศเอเชียกลางและยุโรปตะวันออกสองสามแห่งยังฟอร์มทีมกันเป็นองค์การสนธิสัญญาความมั่นคงร่วมกัน (CSTO) โดยที่สมาชิกกติกาสัญญาวอร์ซอในยุโรปตะวันออกหลายรายหันไปซบนาโต

ยูเครนก็เคยเป็นหนึ่งในสมาชิกกติกาสัญญาวอร์ซอและต้องการจะเป็นสมาชิกนาโต แต่รัสเซียขวางไม่ให้ทำเช่นนั้น และนาโตก็ไม่กล้าหือ เพราะการดึงยูเครนเข้ามาร่วมนาโต เท่ากับทำลาย “แนวกันชน” แล้วเปิดหน้าชนกับรัสเซียโดยตรง

ดูเอาเถอะ แม้แต่ฟินแลนด์กับสวีเดนก็ยังออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้พยายามดิ้นรนเข้าร่วมเป็นสมาชิกนาโต โดยเพกกา ฮาวัสโต รัฐมนตรีต่างประเทศฟินแลนด์ย้ำเมื่อวันที่ 14 มกราคมว่า “ฟินแลนด์ไม่ได้หารือกับนาโตเรื่องการเข้าร่วม และฟินแลนด์ไม่มีโครงการที่จะทำแบบนั้นในเร็วๆ นี้ … นโยบายความมั่นคงของฟินแลนด์ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง”

คำกล่าวนี้มีขึ้น 1 วันหลังรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐแอนโทนี บลิงเคน บอกเป็นนัยในการให้สัมภาษณ์กับ MSNBC วันที่ 13 มกราคม ว่าฟินแลนด์ต้องการเข้าร่วมกับนาโต โดยที่ก่อนหน้านี้วันที่ 12 มกราคม โฆษกรัฐบาลรัสเซีย ดมิทรี เปสคอฟ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่ารัสเซียจะมองว่าฟินแลนด์เข้าร่วมกับนาโต้ว่าเป็น “การกระทำที่แสดงถึงการเผชิญหน้า”

จะเห็นว่าหลังจากรัสเซียขู่ สหรัฐก็สวนกลับโดยยุยงให้ฟินแลนด์ร่วมนาโต (หรือที่จริงคือทำทีปล่อยข่าวว่าฟินแลนด์จะร่วมนาโต) ปรากฏว่าฟินแลนด์ไม่เล่นตามน้ำสหรัฐ แต่ “เกรงใจ” รัสเซียมากกว่า

ฟินแลนด์ไม่ได้มีแค่ฐานะเป็นรัฐกันชนระหว่างรัสเซียกับยุโรปตะวันตก แต่มีปัญหาทางประวัติศาสตร์กับรัสเสียมาเนิ่นนาน ทั้งเรื่องพรมแดน เรื่องการุกรานและรุกล้ำ เรื่องเชื้อชาติ และเอกราช เพราะฟินแลนด์เคยเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิรัสเซียมาก่อน

ตราบใดที่รัสเซียไม่ก้าวร้าวใส่ ฟินแลนด์ก็อยากจะอยู่นิ่งๆ มากกว่า เช่นเดียวกับสวีเดนที่ถึงจะไม่มีพรมดินแดนติดกับรัสเซียแต่ก็ลังเลที่จะร่วมกับนาโต เพราะคงคำนวณแล้วว่าได้ไม่คุ้มเสียเพราะเท่ากับสร้างศัตรูระดับยักษ์ขึ้นมาใกล้ๆ บ้านตัวเอง

สวีเดนมีส่วนใกล้กับรัสเซีย (คือใกล้กับคาลินินกราด จังหวัดที่เป็นเสี้ยวหนึ่งในเขตบอลติกนอกแผ่นดินใหญ่รัสเซีย) ดังนั้น แม้ว่าจะไม่เข้านาโต สวีเดนก็ต้องปกป้องตนเองด้วย โดยเสริมกำลังเข้าไปในก็อตแลนด์ ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับคาลินินกราด นัยว่าเพื่อป้องกันเรื่องที่คาดไม่ถึง (สวีเดนส่งทหารเข้าไปประจำการเกาะก็อตแลนด์ ตั้งแต่ปี 2008 หลังจากรัสเซียกับยูเครนและยุโรปตะวันตกมีเรื่องประทับกระทั่งกันมากขึ้น)

ฟินแลนด์กับสวีเดนไม่ใช่หมากชี้เป็นชี้ตาย ในทางประวัติศาสตร์แล้วทั้งสองประเทศพยายามรักษาความเป็นกลางมาโดยตลอด แต่ในช่วงไม่กี่สัปดาห์นี้นาโตพยายาม “ยุ” ให้ทั้งสองประเทศมาร่วมกับตนอย่างหนักขึ้น นอกจากบลิงเคนแล้ว ยังมีอันเดอร์ ฟอก ราสมุสเซน ชาวเดนมาร์กอดีตเลขาธิการของนาโตที่บอกเมื่อวันที่ 15 มกราคมว่า “ถ้าฟินแลนด์และสวีเดนสมัครเป็นสมาชิก เราสามารถตัดสินใจได้ในชั่วข้ามคืน”

แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับรัสเซียด้วยว่าจะก้าวร้าวแค่ไหน หากก้าวร้าวในขนาดรุกรานยูเครนขึ้นมา ประเทศเป็นกลางก็คงอยู่เฉยไม่ได้ เพราะเห็นแล้วว่ารัสเซียไม่เกรงใจใคร ใครๆ ก็ไม่ควรเกรงใจรัสเซียอีก

แต่คำว่า “อยู่เฉยไม่ได้” ก็ไม่ได้หมายความจะมีปฏิกริยาทันที เราต้องรอดูกันต่อไปว่าจะตอบโต้รัสเซียในระดับไหน เราเห็นแล้วว่าฟินแลนด์กับสวีเดนไม่ยอมคล้อยตามลูกยุของนาโต แม้แต่สมาชิกนาโตระดับเบ้งๆ อย่างเยอรมนีพยายามเบี่ยงเบนการเผชิญหน้า กระทั่งถูกยูเครนตราหน้าว่าพยายามขัดขวางการขายปืนไรเฟิลต่อต้านอากาศยาน, ระบบต่อต้านสไนเปอร์ผ่านนาโตและเอเย่นอาวุธอื่นๆ ให้กับยูเครน

โอเล็กเซ เรซนิคอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของยูเครนกล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ Financial Times ว่า “พวกเขายังคงสร้างท่อส่งก๊าซ Nord Stream 2 และในขณะเดียวกันก็ปิดกั้น [การซื้อ] อาวุธป้องกันของเรา สิ่งนี้ไม่ยุติธรรมอย่างยิ่ง”

Nord Stream 2 คือท่อส่งก๊าซของรัสเซียที่ไหลผ่านทะเลบอลติกไปยังเยอรมนี มันคือเส้นทางเลือกที่จะไม่ผ่านยูเครน เพราะในช่วงเกือบ 20 ปีที่ผ่านมารัสเซียมีปัญหากับยูเครนเรื่องท่อส่งก๊าซมาโดยตลอด

รัสซียนั้นเป็นทั้งผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่แต่ที่ใหญ่กว่าคือมหาอำนาจก๊าซธรรมชาติ ก๊าซที่รัสเซียขายมีลูกค้ารายใหญ่คือยุโรปตะวันตกถึงขนาดที่ว่า “ขาดก๊าซเหมือนขาดใจ” โดยเฉพาะเยอรมนีนั้นยอมอะลุ่มอล่วยกับรัสซียมาโดยตลอดเพราะพึ่งพาพลังงานจากรัสเซียนั่นเอง

เผอิญว่าก๊าซที่รัสเซียส่งไปยังยุโรปตะวันตกต้องผ่านยูเครนหรือประเทศยุโรปตะวันออกบางประเทศที่ไม่ค่อยถูกกับรัสเซีย (แม้จะเคยเป็นพันธมิตรกติกาสัญญาวอร์ซอมาก่อน แต่หลังเป็น “เอกราช” แล้วพากันชิงชังรัสเซียอย่างมาก เพราะเคยถูกข่มมาก่อนสมัยสหภาพโซเวียต)

ยูเครนมีเรื่องกับรัสเซียเรื่องท่อส่งก๊าซหลายครั้งและหลายเหตุผล รวมถึงความขัดแย้งเรื่องดินแดน การทะเลาะกันของทั้งคู่ทำให้ยุโรปกลุ้มใจเพราะก๊าซจะตกไม่ถึงมือ ทำให้ขาดแคลนพลังงาน

ความขัดแย้งล่าสุด ทำให้ราคาก๊าซธรรมชาติในสหภาพยุโรปเมื่อปีที่แล้วได้เพิ่มขึ้นสูงถึง 800% นับตั้งแต่ต้นปีจากข้อพิพาทเรื่องท่อส่งก๊าซ Nord Stream 2 และกรณีพิพาทอื่นๆ

และมาปีนี้เมื่อการเจรจาระหว่างรัสเซียกับสหรัฐคว่ำไม่เป็นท่า ราคาก๊าซก็พุ่งขึ้นมา 25% เมื่อวันที่ 14 มกราคม

บางคนยังมองว่าราคาก๊าซคืออาวุธที่รัสเซียใช้จ่อคอหอยยุโรปไม่ให้ซ่าไปกว่านี้ แม้แต่ฟาติห์ บิรอล กรรมการบริหารของสำนักงานพลังงานสากล (IEA) ยังต่อว่ารัสเซียว่าฉวยโอกาสใช้วิกฤตการเมืองระหว่างประเทศบีบอุปทานเพื่อปั่นราคาก๊าซธรรมชาติในช่วงที่ยุโรปต้องการก๊าซมากในฤดูหนาว

เขาเชื่อว่า Gazprom รัฐวิสาหกิจก๊าซธรรมชาติของรัสเซียต้องกักอุปทานแน่นอน และทำให้ราคาสูงขึ้นแต่รัสเซียอ้างสถานการณ์ความตึงเครียดในยูเครน

อันที่จริงว่ากันแฟร์แล้ว ต่อให้รัสเซียกักอุปทานก๊าซจริง รัสเซียก็มีเหตุผลที่จะใช้ก๊าซเป็นอาวุธกับยุโรปซึ่งแสดงท่าทีเป็นศัตรูกับรัสเซียอย่างออกนอกหน้า

สหรัฐจึงต้องมาเป็นแบ็คอัพให้ยุโรป โดยเจ้าหน้าที่สหรัฐ 2 รายและแหล่งอุตสาหกรรม 2 แห่งบอกกับรอยเตอร์เมื่อวันที่ 14 มกราคมว่า รัฐบาลสหรัฐได้จัดการเจรจากับบริษัทพลังงานระหว่างประเทศหลายแห่งเกี่ยวกับแผนฉุกเฉินในการจัดหาก๊าซธรรมชาติไปยังยุโรป หากความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนขัดขวางอุปทานก๊าซจากรัสเซีย

แน่นอนว่ามันช่วยยันสถานการณ์ไว้ได้ แต่เอาเข้าจริงมันช่วยอะไรไม่ได้มากนัก

จนถึงตอนนี้ เราจะเห็นแค่สมาชิกนาโตที่อยู่ไกลจากจุดขัดแย้งเท่านั้นที่เคลื่อนไหวก้าวร้าวกับรัสเซียมากกว่าพวกที่อยู่ใกล้ๆ เช่น สหรัฐที่คอยยุและขู่ไม่หยุด

อดัม ชิฟฟ์ ประธานคณะกรรมการข่าวกรองของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐถึงกับเชื่อว่ารัสเซียจะบุกยูเครน “แน่ๆ”

แต่โฆษกรัฐบาลรัสเซีย ดมิทรี เปสคอฟ ต่อคำถามว่ารัสเซียจะบุกยูเครนหรือไม่นั้น เขาตอบด้วยคำสั้นๆ ว่า “บ้าชัดๆ “

ใครพูดจริงพูดโกหก ใครมั่วใครถูก อนาคตเท่านั้นที่จะตัดสิน

รวมถึงรัฐมนตรีต่างประเทศแคนาดาที่จะเดินทางไปเยือนยูเครนด้วยตัวอง แล้วบอกก่อนเดินทางว่า “แคนาดาจะทำงานร่วมกับพันธมิตรระหว่างประเทศเพื่อรักษาระเบียบระหว่างประเทศที่หลักนิติรัฐ”

ทั้งสหรัฐและแคนาดานั้นทำเป็นออกหมัดชกลมขู่ได้ เพราะไม่ได้อยู่บนเวทีกับเหมือนยุโรปที่ถูกผลักขึ้นไปเจอกับระดับเฮฟวี่เวทโดยตรง ยิ่งแคนาดานั้นระยะหลังทำตัวเลียนแบบตำรวจโลกกับครูสอนศีลธรรมโลกเหมือนสหรัฐขึ้นมาทุกที

ลองทั้งสองประเทศต้องพึ่งก๊าซจากรัสเซีย จะไม่แสดงอาการยั่วยุให้ชาวบ้านชกกันแบบนี้

สถานการณ์แบบนี้การยั่วยุเป็นสิ่งอันตรายอย่างมาก ขณะที่ชาติตะวันตกพยายามโน้มน้าวให้โลกเชื่อให้ได้ว่ารัสเซียจะยูเครน (อ้างว่าปูตินมีปัญหาภายในต้องการกลบเกลื่อนและมีปมเรื่องการขยายดินแดน) แต่การก่อความขัดแย้งที่นำไปสู่สงครามโลกแบบนี้่ไม่คุ้มอย่างมากกับทุกฝ่าย

รัสเซียนั้นกล่าวหาว่ายูเครนและนาโตสะสมกำลังทหารยั่วยุก่อน หลังจากนั้นรัสเซียจึงต้องตอบโต้ด้วยการส่งทหารนับแสนนายไปที่พรมแดนยูเครน

เรื่องนี้มีส่วนจริงเพราะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานาโตและสหรัฐเคลื่อนไหวทางการทหารในประเทศสมาชิกใกล้พรมแดนรัสเซียอย่างมาก เช่น โปแลนด์ รวมถึงความวุ่นวายในเบลารุสที่เป็นแนวกันชนของรัสเซีย รัสเซียก็มองว่าชาติตะวันตกแทรกแซงเข้ามาเพื่อจะ “กลืน” บาลารุส

แต่สถานการณ์จะนำไปสู่สงครามหรือไม่? สำหรับผู้เขียนคิดว่าอาจจะไม่ อย่างน้อยยุโรปจะไม่ยอมให้เกิดเรื่องแบบนั้น เพราะตนเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง

ย้อนไปในเดือนพฤศจิกายนปีกลาย ดมิทรี โปลียันสกี (Dmitry Polyansky) ผู้ช่วยทูตรัสเซียประจำสหประชาชาติกับคำถามว่าจะบุกยูเครนหรือไม่ เขาตอบว่า “ไม่เคยวางแผน ไม่เคยทำ และจะไม่ทำมัน เว้นแต่เราจะถูกยูเครนหรือคนอื่นยั่วยุ” และบอกว่า “และอย่าลืมว่าเรือรบอเมริกันรอบๆ ทะเลดำนั้นแสดงท่าทีเข้ามาใกล้มาก”

ถูกต้อง ขณะที่โลกตะวันตกประโคมว่ารัสเซียสั่งสมกำลังทหาร ชาติตะวันตกก็ส่งกองเรือไปยั่วรัสเซียถึงถิ่นไม่หยุด ทั้งในทะเลดำ ทะเลบอลติก ไหนจะมีระบบป้องกันขีปนาวุธและส่งกองทหารในประเทศยุโรปตะวันออกแบบที่ใครเห็นก็รู้ว่เอาไว้ขู่ใคร

พอรัสเซียเอาจริงขึ้นมา นาโตจึงมีทั้งฝ่ายหวั่นๆ กับฝ่ายที่ท้าทายไม่เลิกว่า “ก็เอาสักตั้งสิวะ” แล้วปั่นเรื่องยูเครนให้เป็นชนวนบานปลาย

ดังนั้นระเบิดลูกนี้หรือจะตูมขึ้นมาหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าบางประเทศจะทำให้ยูเครนหมดสถานะรัฐกันชนแล้วลากมาเป็นสมาชิกนาโตหรือไม่

หากทำเช่นนั้นนั้นสงครามจะเกิดขึ้นสมใจบางประเทศ

โดย กรกิจ ดิษฐาน

REUTERS/Evgenia Novozhenina

อินเดียพัฒนา mRNA สู้ Omicron 1-2 เดือนพร้อมใช้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/673240

วันที่ 17 ม.ค. 2565 เวลา 17:12 น.อินเดียพัฒนา mRNA สู้ Omicron 1-2 เดือนพร้อมใช้อินเดียพัฒนาวัคซีนสู้ Omicron โดยเฉพาะ พร้อมใช้เร็วๆ นี้

Reuters และ Times of India รายงานว่าบริษัท Gennova Biopharmaceuticals ของอินเดียกำลังพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ชนิด mRNA ตัวแรกของประเทศ สำหรับสายพันธุ์โอมิครอนโดยเฉพาะ โดยขณะนี้ใกล้เสร็จสิ้นการทดลองระยะที่ 3 ซึ่งอาจพร้อมใช้งานภายใน 1 หรือ 2 เดือนข้างหน้า

แหล่งข่าวระบุว่าวัคซีนดังกล่าวอาจต้องผ่านการทดลองใช้ในกลุ่มตัวอย่างก่อนที่จะสามารถนำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนทั่วไปเพื่อใช้เป็นวัคซีนเข็มหลักหรือวัคซีนเข็มกระตุ้น

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า Gennova ได้ส่งข้อมูลการทดลองวัคซีนระยะที่ 2 ให้แก่รัฐบาลอินเดีย ซึ่งพบว่าวัคซีนมีความปลอดภัย ทนทาน และกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้

ขณะที่จำนวนผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ในอินเดียเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว หลังพบการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน โดยเมื่อวันที่ 16 ม.ค. ที่ผ่านมามีผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่ที่กว่า 2.58 แสนราย ผู้เสียชีวิต 385 ราย

ทั้งนี้ บรรดาผู้ผลิตวัคซีนไม่ว่าจะเป็น Moderna, Johnson and Johnson, Sinopharm, Gamaleya, Novavax และ AstraZeneca ต่างกำลังศึกษาประสิทธิภาพของวัคซีนในการรับมือกับโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน โดยบางรายกำลังพัฒนาวัคซีนสูตรใหม่เพื่อรับมือกับไวรัสกลายพันธุ์โดยเฉพาะ

ด้าน Bharat Biotech ผู้ผลิตวัคซีนโควิด-19 Covaxin ของอินเดียกล่าวเมื่อไม่นานมานี้ว่าวัคซีน 3 เข็มสามารถรับมือกับโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนได้

ขณะที่ผู้ผลิตวัคซีน Pfizer กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าวัคซีนโควิด-19 ตัวใหม่ของบริษัทซึ่งใช้สำหรับต้านสายพันธุ์โอมิครอนโดยเฉพาะ อาจพร้อมเปิดตัวในเดือนมี.ค. ที่จะถึงนี้

Photo by Narinder NANU / AFP

“จ่ายเงินกู้ไม่ได้จีนก็จะยึด” ความเห็นต่างชาติวิจารณ์รถไฟไทย-จีน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/673226

วันที่ 17 ม.ค. 2565 เวลา 16:19 น."จ่ายเงินกู้ไม่ได้จีนก็จะยึด" ความเห็นต่างชาติวิจารณ์รถไฟไทย-จีนส่องความเห็นต่างชาติคิดอย่างไรกับแผนเชื่อมโยงรถไฟไทย-ลาว-จีน

แผนเชื่อมโยงรถไฟจีน-ลาว-ไทยกำลังเป็นที่จับตามองทั้งจากชาวไทยและต่างชาติ โดยเมื่อวานนี้ (16 ม.ค.) Nikkei Asia ได้รายงานว่าแผนการสร้างทางรถไฟสายเอเชียในแถบอินโดจีนของจีนกำลังหยุดชะงักที่ประเทศไทย ท่ามกลางความคิดเห็นของบรรดาชาวเน็ตจากหลากหลายประเทศ 

ย้ำว่านี่เป็นความเห็นเท่านั้นยังไม่ใช่ข้อเท็จจริง แต่รายงานข่าวนี้ต้องการนำเสนอบรรยากาศของการถกเถียงระหว่างประเทศเกี่ยวกับโครงการที่กระทบต่ออนาคตของประเทศไทยและภูมิภาคโดยตรง

บางความเห็นกล่าวโทษประเทศไทยที่ละทิ้งโอกาสที่จะ “ประสบความสำเร็จเหมือนลาว” เช่น Winson Ip บอกว่า “คนไทยไม่มีใครให้ตำหนินอกจากตัวเอง พวกเขาทำลายโครงการร่วมจีน-ไทย และสร้างทั้งหมดด้วยตัวเอง กลายเป็นว่าโครงการเกินกำหนดและเกินงบประมาณ ทางรถไฟความเร็วสูงของลาวเป็นคนละเรื่องที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง”

บางความเห็นบอกว่าการที่รถไฟไทยจีนหยุดชะงัดเพราะความไม่ลงรอยกันเรื่องค่าใช้จ่าย เช่น  Ananta Kandaka บอกว่า “พวกเขาเห็นต่างกันแค่ว่าใครเป็นผู้จ่ายโครงการ” แต่มีผู้แย้ง เช่น Se Ba บอกว่า “ไม่ใช่เลย นับตั้งแต่การเจรจารอบแรกล่มไป ประเทศไทยได้การจัดหาเงินทุนภายในประเทศ 100% สาเหตุหลักที่ทำให้ประเทศไทยออกจากโครงการคือการศึกษาความเป็นไปได้ที่พบว่าไม่สามารถทำเงินได้ ความกังวลเพิ่มเติมคือการย้ายถิ่นฐานที่ไม่สามารถควบคุมได้ การขาดการรับประกันคุณภาพจากจีนสำหรับงานก่อสร้าง ไม่ต้องพูดถึงคนงานชาวจีนถูกห้ามไม่ให้ทำงานในประเทศไทย โดยที่การลดจำนวนการว่างงานในประเทศจีนถือเป็นส่วนสำคัญของโครงการทั้งหมด”

A conductor looks out from a steam train as it leaves Bangkok Railway Station for a trip to mark the birthday of Thailand’s late king Bhumibol Adulyadej in Bangkok on December 5, 2021, in the station’s final month before all services are moved to the capital’s new railway hub at Bang Sue Grand Station. (Photo by Jack TAYLOR / AFP)

Paul James แย้งว่า “ประเทศไทยกำลังสร้างเส้นทาางด้วยการสนับสนุนทางเทคนิคของจีน ความคืบหน้าน้อยมากถ้าจะพูดถึง แต่ก็ไม่ได้ “ยกเลิก” ครั้งสุดท้ายที่ผมได้ยินมาว่า “สัญญา” 2 ใน 14 ฉบับตามส่วนเริ่มต้น 253 กม. ระหว่างกรุงเทพฯและนครราชสีมาเสร็จสมบูรณ์แล้ว ทั้งสายมีกำหนดจะเปิดในปี 2026 ทางการไทยอยู่ในโหมดตื่นตระหนกเพราะตอนนี้ลาวมีทางรถไฟที่ทันสมัย ดังนั้นพวกเขาจึงพยายามสร้างสะพานรถไฟข้ามแม่น้ำโขงจากหนองคายเพื่อสร้างความเชื่อมโยงกับเวียงจันทน์โดยเร็วที่สุด”

โดยส่วนหนึ่งมองว่าจีนกำลังสร้างกับดักหนี้ (Debt-trap) กับประเทศต่างๆ ขณะที่อีกด้านหนึ่งกล่าวว่าเส้นทางรถไฟที่เชื่อมต่อระหว่างประเทศจะเป็นผลดีในการพัฒนาเศรษฐกิจ ส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และการทำสัญญานั้นต้องได้รับความเห็นชอบจากทั้งสองฝ่ายอยู่แล้ว

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Sanggar Ngitar Begemong มองว่าระบบให้กู้เงินของจีนมีจุดประสงค์เพื่อควบคุมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ทางการเมืองและการทหารของจีนที่ใช้ได้กับไม่กี่ประเทศในแอฟริกาที่เป็นหนี้จีน เขาบอกว่า “ระบบการให้กู้ยืมเงินของจีนนี้เพื่อควบคุมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จีนทำการควบคุมทะเลจีนใต้แล้ว ตอนนี้จีนต้องการที่จะควบคุมผ่านภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มันเป็นกลยุทธ์ทางการเมืองและการทหารโดยจีนไม่กี่ประเทศในแอฟริกาที่เป็นหนี้จีนด้วยวิธีนี้ โชคดีที่ประเทศไทยต่อต้านมัน”

Matthew Fitzgerald ซึ่งกล่าวว่าในที่สุดก็มีประเทศที่เข้าใจโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางว่ามันเป็นประโยชน์ต่อจีน และเป็นเพียงกับดักหนี้ที่ทำให้จีนสามารถเป็นเจ้าของและดำเนินการโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญได้

Troy Tran กล่าวว่าถ้าจ่ายเงินกู้ไม่ได้จีนก็จะยึดอำนาจ ดูอย่างศรีลังกาสิ Pradip Choudhuri กล่าวว่าเป็นอีกประเทศที่ยากจนที่จะตกอยู่ภายใต้กับดักหนี้ของจีน Doug Ingram ให้ความเห็นว่าโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง หรือ Belt and Road Initiative ของจีนควรเรียกว่าเป็นแผนก่อนการบุกรุก ส่วน Casaluna Poppi กล่าวว่าทำไมไทยต้องจ่ายเพื่อผลประโยชน์ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน

Railway staff and passengers take their seat in a carriage of a steam train before it leaves Bangkok Railway Station for a trip to mark the birthday of Thailand’s late king Bhumibol Adulyadej in Bangkok on December 5, 2021, in the station’s final month before all services are moved to the capital’s new railway hub at Bang Sue Grand Station. (Photo by Jack TAYLOR / AFP)

แต่ก็มีความเห็นที่เพ่งเล้งสื่อที่รายงานข่าวนี้ คือ Nikkei Asia ของญี่ปุ่นว่าริษยาความสำเร็จของจีน เช่น Nuduk Antok บอกว่าเป็น “การพูดจาไร้สาระของญี่ปุ่น โดยไม่มีข้อเท็จจริงและตัวเลขโดยไม่มีความเป็นจริง” เขากล่าวว่ารายงานข่าวข้างต้นบิดเบือนไปจากความเป็นจริง ไทยพึ่งพาจีนในด้านผลผลิตทางการเกษตรและการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญของไทย และการเชื่อมโยงรถไฟระหว่างประเทศก็เป็นผลดีกับทั้งสองภาคส่วนดังกล่าว และเกิดขึ้นภายใต้ความเข้าใจและความเคารพซึ่งกันและกัน ความสัมพันธ์ไทย-จีนจึงเป็นไปอย่างราบรื่น

ส่วน Chup Kuan Law บอกว่า “สื่อญี่ปุ่นของ Nikkei Asia ผิดหวังและอิจฉาจีนที่ประสบความสำเร็จในโครงการรถไฟคุนหมิงเวียงจันทน์ที่เสร็จสิ้นแล้วและในไม่ช้าคือเส้นทางรถไฟความเร็วสูงของอินโดนีเซียซึ่งบริษัทญี่ปุ่นแพ้การประมูลเนื่องจากการวางแผนที่ไม่ดีในอินเดียและเวียดนาม”

อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 13 ม.ค. ที่ผ่านมามีรายงานการประชุมคณะกรรมการบูรณาการการเชื่อมโยงทางรถไฟระหว่างไทย ลาว และจีน โดยรฟท. ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการของบกลางเพื่อออกแบบสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 2 และเร่งดำเนินการก่อสร้าง

ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมหารือเพื่อพิจารณาแผนการดำเนินการเชื่อมโยงทางรถไฟระหว่างไทย ลาว และจีน โดยเห็นชอบการจัดทำ Framework Agreement การขนส่งโดยการเชื่อมต่อการเดินทางข้ามแดนผ่านทางรถไฟช่วงหนองคาย – เวียงจันทน์

ทั้งนี้ โครงการรถไฟจีน – ลาว ซึ่งเปิดเดินรถอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. ที่ผ่านมา เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจจีน ลาว และไทย เมื่อมีการเชื่อมต่อโครงข่ายโดยสมบูรณ์แล้วจะช่วยลดต้นทุนการขนส่งสินค้าตลอดเส้นทางได้ถึงร้อยละ 30 – 50

AFP PHOTO / Greg BAKER

โจรปล้นรถไฟอาละวาดแอลเอ ทิ้งกล่องพัสดุเกลื่อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/673211

วันที่ 17 ม.ค. 2565 เวลา 12:09 น.โจรปล้นรถไฟอาละวาดแอลเอ ทิ้งกล่องพัสดุเกลื่อนแก๊งโจรแอลเออาละวาด ปล้นสินค้าบนรถไฟ ทิ้งเศษกล่องพัสดุเกลื่อนรางให้ดูต่างหน้า

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่าแก๊งมิจฉาชีพเข้ารื้อค้นและขโมยสินค้าบนรถไฟบรรทุกสินค้าในลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา ทิ้งไว้เพียงซากกล่องพัสดุเกลื่อนรางรถไฟ

รายงานระบุว่าการก่อเหตุในลักษณะนี้กลายเป็นอาชญากรรมรูปแบบใหม่ที่เพิ่มมากขึ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ขณะที่การจัดส่งสินค้าทางไปรษณีย์และบริษัทขนส่งรายใหญ่หลายแห่งในสหรัฐได้รับความนิยมมากขึ้นเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19

แก๊งมิจฉาชีพจะแอบปีนขึ้นไปบนตู้คอนเทนเนอร์และงัดแงะด้วยกรรไกรตัดเหล็กเส้น ก่อนที่จะรื้อค้นพัสดุเพื่อขโมยสินค้าที่ต้องการ ทิ้งไว้เพียงสินค้าที่เคลื่อนย้ายลำบาก ขายต่อได้ยาก หรือมีราคาถูกเกินไป อย่างเช่นเฟอร์นิเจอร์ ชุดตรวจโควิด-19 หรือยารักษาโรค

ผู้ให้บริการรถไฟ Union Pacific พบว่าการโจรกรรมในเขตลอสแอนเจลิสเพิ่มขึ้น 160% นับตั้งแต่เดือนธ.ค. 2020 ซึ่งสร้างความเสียหายมูลค่ามากกว่า 5 ล้านเหรียญสหรัฐ

พร้อมระบุว่าในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2021 ที่ผ่านมาพบว่าโดยเฉลี่ยในแต่ละวันมีตู้คอนเทนเนอร์ถูกทำลายมากกว่า 90 ตู้ ยิ่งไปกว่านั้นในช่วงเทศกาลคริสต์มาสที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งการซื้อของและมอบของขวัญก็ทำให้แก๊งมิจฉาชีพอาละวาดหนักขึ้นไปด้วย

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้จับกุมหัวขโมยมากกว่า 100 คนในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปีที่แล้ว แต่พวกเขาได้รับการปล่อยตัวภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมงหลังจากจ่ายค่าปรับเพียงเล็กน้อย

Photo by Patrick T. FALLON / AFP
Photo by Patrick T. FALLON / AFP
Photo by Patrick T. FALLON / AFP
Photo by Patrick T. FALLON / AFP
Photo by Patrick T. FALLON / AFP

โอมิครอนบีบจีนหั่นดอกเบี้ย วิกฤตอสังหาฉุดเศรษฐกิจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/673207

วันที่ 17 ม.ค. 2565 เวลา 11:04 น.โอมิครอนบีบจีนหั่นดอกเบี้ย วิกฤตอสังหาฉุดเศรษฐกิจ ธนาคารกลางจีนตัดสินใจครั้งใหญ่ ขณะที่ทางการเปิดสถิติทางเศรษฐกิจของจีนที่เปิดเผยพร้อมๆ กัน

1. เป็นเรื่องเซอร์ไพรส์รับวันจนทร์กลางเดือนแรกของปี เมื่อธนาคารกลางจีนปรับลดอัตราดอกเบี้ยระยะกลางอย่างกะทันหันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2020 ธนาคารประชาชนแห่งประเทศจีน (PBOC) กล่าวว่าได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะกลาง 1 ปี (MLF) เป็น 2.85% จาก 2.95 %

2. Reuters และ และ Bloomberg ชี้ว่าจีนซึ่งเป็นเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลกได้แสดงสัญญาณของการชะลอตัวหลังจากการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วช่วงสั้นจากการระบาดระลอกแรกๆ อาการที่ทรุดลงอีกเกิดเพราะความกังวลเกี่ยวกับสถานะทางการเงินของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และการแพร่กระจายอย่างรวดเร็วของโอมิครอน ซึ่งทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจไม่ชัดเจน

3. Ken Cheung หัวหน้านักยุทธศาสตร์ FX แห่งเอเชียที่ Mizuho Bank กล่าวว่า “การตัดสินใจของ PBOC ในการผ่อนคลาย (อัตราดอกเบ้ย) ในช่วงต้นเดือนมกราคมชี้ให้เห็นว่าแรงกดดันด้านเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นในช่วงปลายปี 2021 และโอกาสที่สถานการณ์จะดีขึ้นในไตรมาสแรกของปีนี้ก็มีไม่มากนัก เขายังคาดว่า PBOC จะสามารถดำเนินมาตรการผ่อนคลายมากขึ้นในปีนี้ในตระดับที่มากกว่าที่นักวิเคราะห์ตลาดรายต่างๆ คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้

4. Bloomberg ชี้ว่าธนาคารกลางจีนปรับลดอัตราดอกเบี้ยหลักเป็นครั้งแรกในรอบเกือบสองปี เพื่อหนุนเศรษฐกิจที่สูญเสียโมเมนตัมเมื่อเผชิญกับการระบาดของไวรัสซ้ำแล้วซ้ำเล่า และชี้่ว่าการลดดอกเบี้ยพื้นฐาน 10 ถูกประกาศไม่นานก่อนที่จะมีการเปิดเผยข้อมูลจะแสดงให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) เติบโต 4% ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2021 จากปีก่อนหน้า ซึ่งสูงกว่าการเพิ่มขึ้น 3.3% ที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ แต่น้อยกว่าในช่วงสามเดือนก่อนหน้า

5. จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ (NBS) ของจีนเปิดเผยว่า จีดีพีของจีนซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของการเติบโตทั่วโลก ขยายตัว 8.1% ในปี 2021 ซึ่งดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 8.0% ในการสำรวจความคิดเห็นของสำนักข่าว AFP แต่การเติบโตส่วนใหญ่เกิดขึ้นในครึ่งปีแรก ช่วงครึ่งหลังโดยเฉพาะปลายปี จีนเผชิญกับการระบาดระลอกแล้วระลอกเล่าจนสั่นคลอนแนวโน้มเศรษฐกิจ

6. โฆษก NBS หนิงจี๋เจ๋อ (Ning Jizhe) เตือนเมื่อวันจันทร์ว่า “เศรษฐกิจภายในประเทศอยู่ภายใต้แรงกดดันสามประการจากการหดตัวของอุปสงค์ ภาวะช็อกของอุปทาน และความคาดหวังที่ลดลง” ขณะที่ Zhiwei Zhang หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Pinpoint Asset Management กล่าวว่า “การเติบโตทางเศรษฐกิจอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างชัดเจน (และ) การระบาดโอมิครอนในประเทศจีนเมื่อเร็วๆ นี้ทำให้ความเสี่ยงด้านลบแย่ลง”

7. จากการรายงานของ The New York Times ก่อนหน้านี้ หลี่ต้าวขุย (Li Daokui) นักเศรษฐศาสตร์ที่โดดเด่นและที่ปรึกษารัฐบาลจีน กล่าวในการปราศรัยเมื่อปลายเดือนที่แล้วว่า “ผมเกรงว่าการดำเนินการและการพัฒนาเศรษฐกิจของจีนในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าอาจจะค่อนข้างยาก” และว่า “เมื่อพิจารณาโดยรวมในระยะ 5 ปีแล้ว อาจเป็นช่วงเวลาที่ยากที่สุดนับตั้งแต่การปฏิรูปและเปิดประเทศของเราเมื่อ 40 ปีที่แล้ว”

Photo by AFP / China OUT

ผู้เชี่ยวชาญเตือนภูเขาไฟใต้ทะเลตองกาอาจปะทุอีกครั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/673206

วันที่ 17 ม.ค. 2565 เวลา 10:56 น.ผู้เชี่ยวชาญเตือนภูเขาไฟใต้ทะเลตองกาอาจปะทุอีกครั้งภูเขาไฟใต้ทะเลในตองกาอาจปะทุอีกครั้ง หลังเกิดเหตุรุนแรงสุดในรอบ 30 ปี

เชน โครนิน ศาสตราจารย์ด้านธรณีศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโอ๊คแลนด์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทีมผู้เชี่ยวชาญที่ลงพื้นที่ศึกษาพฤติกรรมของภูเขาไฟใต้ทะเล ‘ฮังกา ตองกา-ฮังกา ฮายาไป’ กล่าวว่า ภูเขาไฟอาจปะทุอีกครั้งภายในไม่กี่วันข้างหน้า ซึ่งยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะรุนแรงกว่าการปะทุเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาหรือไม่

หลังจากที่ภูเขาไฟใต้ทะเล ทางตะวันออกของตองกาเกิดการปะทุครั้งใหญ่ซึ่งรุนแรงที่สุดในรอบ 30 ปี ส่งผลให้เกิดคลื่นสึนามิสูงกว่า 1 เมตร เข้าพัดชายฝั่งตองกา และหลายประเทศรอบแนวมหาสมุทรแปซิฟิกประกาศเตือนภัยสึนามิ ขณะท๊่ประชาชนในพื้นที่แนวชายฝั่งหลายประเทศต้องอพยพ

Photo by Handout / NATIONAL INSTITUTE OF INFORMATION AND COMMUNICATIONS (JAPAN) / AFP
Photo by CIRA/NOAA/Handout via REUTERS
Photo by Apu Gomes/Getty Images/AFP

จีนทำสำเร็จ ผลผลิตเนื้อหมูพุ่ง 29% หลังเจอวิกฤตแพงสุดขีด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/673196

วันที่ 17 ม.ค. 2565 เวลา 10:18 น.จีนทำสำเร็จ ผลผลิตเนื้อหมูพุ่ง 29% หลังเจอวิกฤตแพงสุดขีด ผลผลิตเนื้อหมูปี 2021 (พ.ศ. 2564) ของจีนพุ่ง 29% เมื่อเทียบปีต่อปี จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่าผลผลิตเนื้อหมูปี 2021 ของจีนเพิ่มขึ้น 29% จากปีก่อนหน้าเป็น 52.96 ล้านตัน ข้อมูลอย่างเป็นทางการเปิดเผยเมื่อวันจันทร์ ถือเป็นการชดเชยการผลิตส่วนใหญ่ที่สูญเสียไปในระหว่างการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรที่ร้ายแรงมากที่เริ่มเมื่อสองปีก่อน จนทำให้เนื้อหมูในจีนแพงเป็นประวัติการณ์

ผลผลิตประจำปีต่ำเคยกว่า 53.4 ล้านตันจากการผลิตในปี 2017 ปีก่อนที่โรคสุกรจะเริ่มฆ่าสุกรทั่วทั้งประเทศจีนซึ่งเป็นผู้ผลิตเนื้อหมูชั้นนำของโลก โดยการระบาดทำลายฟาร์มเพาะพันธุ์หมูไปครึ่งหนึ่งในจีนภายในปี 2019

การฟื้นตัวเร็วกว่าที่หลาย ๆ คนคาดการณ์ไว้ เกิดขึ้นหลังจากที่รัฐบาลปักกิ่งเรียกร้องให้เริ่มดำเนินการเพิ่มการผลิตเนื้อหมูในช่วงกลางปี 2019 อย่างเร่งด่วน โดยปล่อยเงินอุดหนุนเพื่อสนับสนุนการเพาะพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ และก่อให้เกิดกระแสการลงทุนในฟาร์มขนาดใหญ่แห่งใหม่

การผลิตเนื้อหมูลดลงมากกว่า 20% ในปี 2019 หลังจากโรคหมูที่รักษาไม่หายได้ลามมาถึงประเทศจีนในกลางปี 2018 และทำลายล้างฟาร์มในทุกมณฑลเป็นเวลาหลายเดือนหลังจากนั้น

แม้ว่าโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรจะยังแพร่เชื้อในสุกรอยู่ แต่ผู้ผลิตได้เพิ่มมาตรการด้านสุขอนามัยและยังสามารถตรวจจับได้ดีขึ้นและชะลอการแพร่กระจายไม่ให้ลามมาถึงฟาร์ม

รัฐบาลจีนใช้ความพยายามอย่างหนักที่จะแก้ปัญหานี้ เพราะสามารถสั่นคลอนเสถียรภาพของรัฐบาลได้ เรื่องจากปัญหาปากท้องของประชาชนเป็นเรื่อง “ใหญ่ที่สุด” ในสายตารัฐบาลจีน เพราะหากประชาชนไม่อิ่มท้องขึ้นมาก็อาจจะเกิดความไม่เชื่อมั่นต่อรัฐบาล

ผลผลิตหมูสำหรับช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคมอยู่ที่ 13.79 ล้านตัน สูงกว่า 13 ล้านตันที่ผลิตในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ตามการคำนวณของสำนักข่าวรอยเตอร์ ตามข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ

เป็นปริมาณรายไตรมาสสูงสุดนับตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 2019 เมื่อเกษตรกรฆ่าหมูทั้งครอกเพื่อลดการสัมผัสมาตรการเข้มงวดเพื่อควบคุมการแพร่กระจายของไข้หวัดหมู

Photo by Lillian SUWANRUMPHA / AFP

ความลับที่ทำให้บริษัทญี่ปุ่นเป็นอมตะ ทำไมจึงอยู่ได้เป็นพันปี?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/672046

วันที่ 16 ม.ค. 2565 เวลา 16:41 น.ความลับที่ทำให้บริษัทญี่ปุ่นเป็นอมตะ ทำไมจึงอยู่ได้เป็นพันปี? ทำไมญี่ปุ่นจึงมีบริษัทรุ่นพระเจ้าเหาที่ยังไม่เก่าแถมยังปรับตัวเองเข้าสู่ศตวรรษใหม่ๆ ได้ตลอดเวลา?

รู้หรือไม่ว่า ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีบริษัท “มากที่สุดในโลก” โดยมีกิจการที่มีอายุเกิน 100 ปี มากถึง 21,000 แห่ง (จากการประเมินเมื่อปี 2009) และเมื่อจากบัญชีรายชื่อจะพบว่า 10 อันดับแรกของกิจการที่เก่าแก่ที่สุด เป็นของญี่ปุ่นเสีย 6 แห่ง

บริษัที่เก่าแก่ที่สุดในโลกคือ คงโง กุมิ (Kongo Gumi) ก่อตั้งเมื่อปี 578 หรือเกือบ 1,500 ปีก่อน โดยทำธุรกิจก่อสร้างมาตั้งแต่ยุคนาระ ผู้ริเริ่มคือช่างไม้ชาวเกาหลีจากอาณาจักรแพ็กแจ ที่ได้เชิญให้มาก่อสร้างวัดวาอารามทางพุทธศาสนา เช่น วัดชิเทนโนจิ วัดสำคัญในเมืองโอซาก้า ที่ยังคงอยู่จนถึงทุกวันนี้ และอนุชนรุ่นหลังๆ ก็ยังมีส่วนในการสร้างปราสาทโอซากา ปราสาทที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น

แม้ว่าคงโง กุมิจะผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของบริษัททากามัตสึ ในปี 2006 แต่ทุกวันนี้ก็ยังดำเนินการอยู่ภายใต้ชื่อเดิม และยังเชี่ยวชาญในงานแขนงเดิม นั่นคือ การก่อสร้างวัดทางพุทธศาสนา

อันดับที่ 2 คือ นิชิยามะ ออนเซน เคอุนกัง (Nishiyama Onsen Keiunkan) ผู้ประกอบการด้านโรงแรมที่เก่าแก่ที่สุดในโลก เริ่มให้บริการในปี 705 หรือกว่า 1,300 ปีมาแล้ว ปัจจุบันยังคงเปิดให้บริการอยู่ที่เมืองฮายาคาวะ จ.ยามานาชิ

อันดับที่ 3-5 ของกิจการเก๋ากึ๊กก็ยังคงเป็นญี่ปุ่น คือบริษัท โคมัง (Koman) บริการด้านโรงแรมตั้งแต่ปี 717 ที่เมืองคิโนซากิ จ.เฮียวโงะ อันดับ 4 คือ โฮชิง เรียวกัง (Hoshi Ryokan) ให้บริการด้านโรงแรมเช่นกัน เริ่มตั้งแต่เมื่อปี 718 ที่เมืองโคมัตสึ จ.อิชิงาวะ และอันดับ 5 คือ เกนดะ ชิเงียว (Genda Shigyo) ขายกระดาษในเมืองเกียวโตมาตั้งแต่ปี 771 ทุกวันนี้ก็ยังขายกระดาษแบบเดิม

Twenty-year-old women dressed in kimonos arrive at Todoroki Arena to attend a celebration ceremony to mark “Coming-of-Age Day” to honour people who turn 20 this year to signify adulthood, in Kawasaki, Kanagawa prefecture on January 10, 2022. (Photo by Behrouz MEHRI / AFP)

คำถามก็คือ อะไรที่ทำให้ญี่ปุ่นเต็มไปด้วยบริษัทยุคบุพกาล แต่แข็งแกร่งข้ามศตวรรษ และยังคงโลดแล่นในโลกธุรกิจทุกวันนี้ได้?

เว็บไซต์ญี่ปุ่น BATONZ ระบุว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะญี่ปุ่นมีระบบสืบทอดมรดกที่เคร่งครัด โดยระบุเป็นกฎหมายถึงการสืบทอดมรดกแม้ว่าจะไม่ได้ระบุว่าลูกชายคนโตจะต้องสืบทอดกิจการของบ้าน แต่เป็นที่รู้กันว่าเป็นหน้าที่ของลูกคนโต 

ระบุว่า BATONZ ในภูมิภาคคันโต (ภาคกลางฝั่งตะวันออก เช่น โตเกียว) เป็นเรื่องปกติที่ลูกชายคนโตจะสืบทอดตระกูล แต่ในพ่อค้าคันไซ (ภาคกลางฝั่งตะวันตก เช่น โอซาก้า) มีประเพณีที่ผู้หญิงสืบทอดธุรกิจของครอบครัวด้วย เนื่องจากมีความเป็นไปได้ที่จะมีผู้สืบทอดตำแหน่งโดยสายเลือดอาจจะไม่มีคุณสมบัติดีพอ แม้ว่าลูกคนหัวปีจะได้รับสืบทอดทรัพย์สิน แต่คนที่สืบทอดกิจการอาจจะเป็นลูกเขยที่แต่งงานกับลูกสาวในบ้านนั้นก็ได้หากเขามีความสามารถที่เหนือกว่าลูกชายคนหัวปีของบ้าน

ในความเห็นของ Emily Tamkin แห่งเว็บไซต์ Slate กล่าวว่า อาจเป็นเพราะบริษัทเก่าแก่ในญี่ปุ่นเป็นกิจการที่สืบทอดในครอบครัว แต่ไม่ใช่ว่าทายาทจากสายเลือดเดียวกันจะสืบทอดกิจการไปทั้งหมด เพราะญี่ปุ่นมีธรรมเนียมรับลูกชายจากครอบครัวอื่นมาเป็นทายาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากครอบครัวเดิมไม่มีลูกชาย จะให้ลูกเขยแต่งเข้าบ้านฝ่ายหญิงและใช้นามสกุลของฝ่ายหญิง บางตระกูลใหญ่ๆ มักขอตัวลูกชายจากญาติๆ มาสืบทอดตระกูล ทำให้กิจการครอบครัวมีผู้นำที่หลากหลายมากความสามารถ ไม่ใช่ผูกขาดแต่คนในสายเลือดเดียวกัน แต่อาจจะไร้ประสิทธิภาพจนทำให้กิจการล่มจม

People visit Kanda Myojin Shrine to offer New Year prayers in Tokyo on January 4, 2022. (Photo by Kazuhiro NOGI / AFP)

แต่บริษัทรุ่นเก๋าไม่ได้มีเฉพาะแค่กลุ่มโรงแรม ก่อสร้าง ร้านอาหาร เครื่องดื่ม หรืองานประเภทฮาร์แวร์เท่านั้น แต่ยังมีบริษัทสายนวัตกรรมรวมอยู่ด้วย และไม่น่าเชื่อว่าบริษัทสายนวัตกรรมจะมีอายุยืนนาน ทั้งยังสานต่องานสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ให้ออกมาสู่สายตาชาวโลกอยู่เรื่อยๆ

หลายคนคงจะไม่รู้ว่า แม้แต่ Nintendo บริษัทที่เป็นตัวขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเกมคอมพิวเตอร์ของโลก ก็มีประวัติอันยาวนานมากว่า 100 ปี โดยก่อตั้งขึ้นในปี 1889 โดยแรกเริ่มเดิมทีเป็นผู้ผลิตเกมไพ่ฮะนะฟุดะ ซึ่งเป็นไพ่เฉพาะของญี่ปุ่นสำหรับเล่นคล้ายๆ เกมระหว่างคน 2 คน ซึ่งจะเรียกว่าเป็นเกมรุ่นโบราณก็ว่าได้ ต่อมาเริ่มหันมาเน้นการผลิตของเล่น และหันมาจับธุรกิจวิดีโอเกมอย่างเต็มตัวในปี 1970 จนล่าสุดมีมูลค่าตลาดหลายหมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

ฮิวจ์ วิทเทเกอร์ แห่งสถาบันญี่ปุ่นศึกษานิสสัน ใน ม.ออกซฟอร์ด กล่าวกับ Slate กล่าว บริษัทเก่าแก่ของญี่ปุ่นสามารถถ่วงดุลระหว่างการสืบทอดกิจการโบราณเข้ากับการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ มาโดยตลอดหลายศตวรรษ และอีกประการก็คือ คนญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับความเก่าแก่และมั่นคงของกิจการมากกว่าตัวเลขการประกอบการ

ยิ่งเก่ายิ่งน่าเชื่อถือนั่นเอง

Owners of Sony’s pet robot Aibo take part in a prayer ceremony to celebrate Aibo’s third birthday and wish for good health in the future at Kanda shrine in Tokyo on November 12, 2021. (Photo by Kazuhiro NOGI / AFP)

ข้อมูลดิบ “การสำรวจบริษัทที่ก่อตั้งมายาวนาน”

“บริษัทที่ก่อตั้งมายาวนาน” หมายถึงบริษัทที่ก่อตั้งมานาน 100 ปีขึ้นไปจากการสำรวจโดย Teikoku Data Bank ในปี 2019 มีข้อมูลน่าสนใจดังนี้

1. ปรากฎว่ามี “บริษัทที่ก่อตั้งมายาวนาน” จำนวน 33,259 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งรวมถึงบริษัทที่มีประวัติการดำเนินธุรกิจ 100 ปีจนถึงปี 2019 ด้วย อัตราส่วนของบริษัทที่ก่อตั้งมายาวนานต่อยอดรวม เท่ากับ 2.27% 

2. จำแนกโดยประเภทอุตสาหกรรม จำนวนบริษัทที่ก่อตั้งมายาวนานมากที่สุดคือ 8,344 บริษัท (อัตราส่วน 25.1%) คือ “อุตสาหกรรมการผลิต” กลุ่ม “การค้าปลีก” จำนวน 7782 บริษัท (อัตราส่วน 23.4%) และ “การค้าส่ง” จำนวน 7359 บริษัท (อัตราส่วน 22.1%) 

3. ตามขนาดยอดขายต่อปี บริษัทที่ก่อตั้งมายาวนานส่วนใหญ่มีรายได้ “น้อยกว่า 100 ล้านเยน” (13,786 บริษัท อัตราส่วนองค์ประกอบ 41.5%) และ “100 ล้านถึงน้อยกว่า 1,000 ล้านเยน” (12,986 บริษัท อัตราส่วน 9.0%) 

4. จำแนกโดยจังหวัด อัตราการปรากฏตัวสูงสุดของบริษัทที่ก่อตั้งมายาวนานคือ 4.73% ใน “จังหวัดเกียวโต”

Photo by Philip FONG / AFP