หญิงเอเชียถูกผลักจนรถไฟใต้ดินทับที่นิวยอร์ก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/673145

วันที่ 16 ม.ค. 2565 เวลา 15:28 น.หญิงเอเชียถูกผลักจนรถไฟใต้ดินทับที่นิวยอร์กหญิงเอเชียถึงกับเสียชีวิต หลังชายคนหนึ่งผลักเธอตกลงไปจากชานชาลาขณะที่รถไฟใต้ดินในไทม์สแควร์กำลังเคลื่อนขบวนเข้ามา

BuzzFeed รายงานว่าขณะเกิดเหตุนั้นมิเชลล์ เอลีสซา โก (Michelle Alyssa Go) หญิงวัย 40 ปีจากอัปเปอร์เวสต์ไซด์ ในนิวยอร์ก ยืนอยู่คนเดียวเพื่อรอรถไฟที่สถานีไทม์สแควร์ที่ถนนเวสต์ 42 และบรอดเวย์ประมาณ 9:30 น. ตอนนั้นเองที่เธอถูกโจมตี

ผู้ลงมือคือ ชายวัย 61 ปี ชื่อไซมอน มาร์เชียลได้ผลักโกลงจากชานชาลาตกลงไปบนรางรถไฟขณะที่รถไฟเคลื่อนขบวนมาจอดพอดี จนทำให้เธอเสียชีวิต ส่วนผู้ลงมือได้หลบหนีจากที่เกิดเหตุ และต่อมาได้มอบตัวที่สถานีตำรวจ

ตำรวจเผยว่า ผู้เสียชีวิตไม่ได้พูดเคยหรือมีปากเสียงกับผู้ลงมือ คีแชนท์ ซีเวลล์ ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจนิวยอร์กกล่าวว่า “นี่เป็นการกระทำรุนแรงที่ไร้สติ ไร้สติโดยสิ้นเชิง”

BuzzFeed รายงานว่ายังไม่ชัดเจนว่า โกตกเป็นเป้าหมายเพราะเชื้อชาติของเธอหรือไม่ ตำรวจและอัยการเขตแมนฮัตตันกล่าวว่าพวกเขายังคงสอบสวนความเป็นไปได้ในการตั้งข้อหาและประเมินหลักฐาน

The New York Times รายงานว่า ชายคนนี้มีประวัติป่วยทางจิตซึ่งอาจเป็นคนเร่ร่อน และอ้างข้อมูลตำรวจที่กล่าวว่าเขาเคยพบกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาสุขภาพจิตอย่างน้อยสามครั้งก่อนหน้านี้ ไม่กี่นาทีก่อนโกจะถูกผลัก ผู้ลงมือยังได้เผชิญหน้ากับหญิงอีกคน ซึ่งไม่ใช่ชาวเอเชีย และหญิงคนนั้นรายงานว่เธอกลัวว่าเขาจะผลักเธอลงไปบนรางรถไฟ

เบื้องต้น กรณีนี้จึงยังไม่แน่ชัดว่าเป็นลงมือเพราะผู้เสียชีวิตเป็นชาวเอเชียหรือไม่ แต่ The New York Times ชี้ว่ากรณีที่เกิดขึ่้นเป็นเรื่องละเอียดออ่อนมาก เพราะมีกรณีทำร้ายคนเอเชียเกิดขึ้นบ่อยคัคร้งในระยะหลัง

ขณะที่ BuzzFeed ชี้ว่า เหตุการณ์ที่แสดงถึงความเกลียดชังต่อชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียได้ปะทุขึ้นในสหรัฐระหว่างการระบาดใหญ่ รายงานล่าสุดจาก Stop AAPI Hate อ้างถึงเหตุการณ์ความเกลียดชังต่อชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียและชาวเกาะแปซิฟิกมากกว่า 10,000 ครั้ง ระหว่างวันที่ 19 มีนาคม 2020 ถึง 30 กันยายน 2021

“บ่อยครั้งมากที่ชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียถูกมองว่าเป็นชาวต่างชาติและไม่ใช่คนอเมริกันอย่างแท้จริง และเราต้องการให้แน่ใจว่าเรากำลังยืนหยัดในฐานะเมืองที่ต่อต้านการเลือกปฏิบัติ” เกรซ เมิ่ง (Grace Meng) ซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของควีนส์กล่าวในงานแถลงข่าว

Photo by Ed JONES / AFP

เมื่อไอดอล TikTok ทำเงินได้มากกว่าซีอีโอบริษัทข้ามชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/673141

วันที่ 16 ม.ค. 2565 เวลา 14:11 น.เมื่อไอดอล TikTok ทำเงินได้มากกว่าซีอีโอบริษัทข้ามชาติคนดังบนแฟลตฟอร์มยอดนิยม กำลังทำเงินได้มากกว่านักบริหารมืออาชีพเสียอีก แถมยัง “เดบิวต์” บนโซเชียลมีเดียแล้วประสบความสำเร็จในเวลาที่แสนสั้น

ชาร์ลี เดมีลิโอ (Charli D’Amelio) เป็นไอดอลโซเชียลมีเดียชาวอเมริกัน เธอเป็นนักเต้นประสบการณ์สูงผ่านเวทีต่างๆ กว่า 10 ปีก่อนที่จะเริ่มอาชีพโซเชียลมีเดียในปี 2019 เมื่อเธอเริ่มโพสต์เนื้อหาบนแพลตฟอร์มแบ่งปันวิดีโออย่าง TikTok ซึ่งเธอเริ่มโพสต์วิดีโอการเต้นประกอบเพลงที่กำลังเป็นที่นิยมบนแพลตฟอร์ม จนมีผู้ติดตามจำนวนมากอย่างรวดเร็วและต่อมาได้กลายเป็นผู้สร้างคอนเทนท์ที่มีผู้ติดตามมากที่สุดบนแพลตฟอร์ม TikTok

รายงานจาก Forbes ล่าสุด พบว่า ชาร์ลี เดมีลิโอวัย 17 ปี มีบัญชีผู้ติดตามอันดับสูงสุดของ TikTok โดยมีผู้ติดตามถึง 133.4 ล้านคน มีรายได้ 17.5 ล้านดอลลาร์เมื่อปีที่แล้ว

เมื่อรวมกับดิกซี เดมีลิโอ (Dixie D’Amelio) น้องสาววัย 20 ปีของเธอ ซึ่งมีรายได้สูงสุดอันดับสองบน TikTok และมีผู้ติดตาม 34.6 ล้านคน ทั้งคู่ทำเงินได้มากกว่า 27 ล้านดอลลาร์

สองพี่น้องไม่เพียงแค่มีผู้ติดตามมหาศาลใน TikTok เท่านั้น แต่ยังมีรายการของเธอเองคือ The D’Amelio Show ในช่อง Hulu ที่เพิ่งได้รับการต่อสัญญาทำต่ออีกซีซั่น

นอกจากนี้ ยังทำแบรนด์แฟชั่น Social Tourist ที่ร่วมมือกับ Hollister ซึ่งเป็นแบรนด์ลูกของ Abercrombie & Fitch และถือว่าประสบความสำคัญ เพระาหลังจากร่วมมือกันแล้ว ยอดขายของ Hollister เพิ่มขึ้น 10% จากการรายงานของ Forbes

สิ่งที่น่าสนใจคือ รายได้ของ “ทิกทอกเกอร์” สาววัย 17 ปี ชาร์ลี เดมีลิโอ สูงกกว่าซีอีโอบริษัทข้ามชาติใหญ่ๆ เสียอีก เช่น สูงกว่า แดร์เรน วูดว์ (Darren Woods) หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของ ExxonMobil ที่ทำรายได้ปีที่แล้ว 15.6 ล้านดอลลาร์

สูงกว่าเควิน จอห์นสัน (Kevin Johnson) ประธานแและหัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ Starbucks Corp ที่ทำรายได้ 14.7 ล้านดอลลาร์ และสูงกว่า เอ็ด บาสเตียน (Ed Bastian) หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของ Delta Air Lines Inc. ที่มีรายได้ปีที่แล้ว 13.1 ล้านดอลลาร์ (ข้อมูลจาก Forbes, Wall Street Journal ผ่านทาง Axios)

Photo – Jason Mendez/AFP

เกาหลีเหนือเผยการซ้อมยิง ‘กองขีปนาวุธติดตั้งบนรถไฟ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/673125

วันที่ 16 ม.ค. 2565 เวลา 11:24 น.เกาหลีเหนือเผยการซ้อมยิง ‘กองขีปนาวุธติดตั้งบนรถไฟ’สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (DPRK) รายงานการฝึกซ้อมยิงเพื่อตรวจสอบและประเมินคุณภาพคุณภาพการปฏิบัติการของกองขีปนาวุธติดตั้งบนรถไฟที่จังหวัดพย็องอันเหนือเมื่อวันศุกร์ (14 ม.ค.) ที่ผ่านมา

รายงานข่าวระบุว่าการฝึกซ้อมข้างต้นมุ่งตรวจสอบความตื่นตัวของทหารประจำกองขีปนาวุธดังกล่าว และกระตุ้นสมรรถภาพการปฏิบัติภารกิจยิงขีปนาวุธ โดยมีคณะเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชาการของกองทัพประชาชนเกาหลี และคณะเจ้าหน้าที่ชั้นนำของสถาบันวิทยาการป้องกันประเทศ ร่วมกำกับดูแล

กองขีปนาวุธติดตั้งบนรถไฟได้รับภารกิจยิงขีปนาวุธข้างต้นในระยะเวลาอันสั้นจากคณะเสนาธิการในช่วงเช้าวันศุกร์ (14 ม.ค.) ก่อนจะเคลื่อนพลสู่พื้นที่ยิงขีปนาวุธอย่างฉับไว และดำเนินการยิงขีปนาวุธนำวิถียุทธวิธีสองลูกเข้าเป้าหมายที่กำหนดไว้ในทะเลเกาหลีตะวันออกอย่างแม่นยำ

รายงานข่าวเสริมว่าคณะเจ้าหน้าที่กองทัพหารือการจัดตั้งระบบปฏิบัติการขีปนาวุธติดตั้งบนรถไฟที่เหมาะสมทั่วประเทศ และแสวงหาหนทางกำหนดวิธีการต่อสู้ด้วยขีปนาวุธติดตั้งบนรถไฟในรูปแบบของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีเพิ่มเติมให้เสร็จสิ้น

เนื้อหาข่าวและภาพด้วยความร่วมมือกับสำนักข่าวซินหัว

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 16 มกราคม มีรายงานว่า รถไฟบรรทุกสินค้าของเกาหลีเหนือดึงเข้าสู่เมืองชายแดนของจีนที่ตานตง ซึ่งอาจเป็นหนึ่งในการข้ามแดนครั้งแรกที่ได้รับการยืนยันนับตั้งแต่การล็อกดาวน์ชายแดนเพื่อต่อต้านไวรัสโคโรน่า สำนักข่าวยอนฮัปของเกาหลีใต้รายงาน โดยอ้างแหล่งข่าวที่กล่าวว่ารถไฟอาจจะบรรทุก ” วัสดุฉุกเฉิน”

รถไฟบรรทุกสินค้าของเกาหลีเหนือข้ามสะพานรถไฟแม่น้ำยาลูเพื่อมาถึงเมืองตานตงของจีนเมื่อวันอาทิตย์ ยอนฮัปกล่าวโดยอ้างแหล่งข่าวหลายแหล่ง

ไม่ชัดเจนว่ารถไฟบรรทุกสินค้าใด ๆ ไปยังจีนหรือไม่ แต่มีแนวโน้มว่าจะกลับไปเกาหลีเหนือในวันจันทร์พร้อม “วัสดุฉุกเฉิน” มากมาย แหล่งข่าวกล่าวกับยอนฮัปโดยไม่ให้รายละเอียดเพิ่มเติม

จับตาภัยเสี่ยง “เชื้อกลายพันธุ์แฟรงเกนสไตน์”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/673119

วันที่ 16 ม.ค. 2565 เวลา 10:27 น.จับตาภัยเสี่ยง "เชื้อกลายพันธุ์แฟรงเกนสไตน์"  มันเริ่มมาจากคำเตือนของผู้เชี่ยวชาญรายงานข่าวของสำนักข่าว AP แต่มันมีโอกาสแค่ไหน หลังเคยมีรายงานการพบเดลตาและโอมิครอนรวมพลังกันที่ไซปรัส

ขณะนี้การระบาดของโอดมิครอน (Omicron) กลายเป็นเชื้อหลักในหลายประเทศแล้วตั้งแต่สหรัฐไปจนถึงออสเตรเลีย เข้าแทนที่เดลตา (Delta) โดยมีอาการที่อ่อนกว่าเดลตา แต่อัตราการติดเชื้อแพร่เร็วกกว่า

แต่ในขณะที่เดลตายังไม่ไปไหน มีคำเตือนจากบางประเทศ เช่น ออสเตรเลียให้ประชาชนไปฉีดเข็มกระตุ้นเพื่อป้องกันมัน และมีคำถามเกิดขึ้นมาบ้างแล้วว่า “จะเป็นไปได้ไหมที่จะติดทั้งโอมิครอนและเดลตาในเวลาเดียวกัน?”

ก่อนหน้านี้มีรายงานข่าวว่าที่ไซปรัส นักวิทยาศาสตร์พบลักษณะทางพันธุกรรมของเชื้อโอมิครอนและเดลตาในตัวอย่างจากผู้ป่วย ทำให้เกิดกระแสเรื่อง “เดลไมครอน” หรือเชื้อทั้งสองผนึกกำลังกันมาระยะหนึ่ง แต่ก็มีกระแสกังขาว่านักวิทยาศาสตร์ที่ไซปรัสทำให้เชื้อทั้งสองผสมกันโดยอุบัติเหตุหรือไม่? ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ที่เปิดเผยเรื่องดังกล่าวยืนยันเสียงแข็งว่าไม่ได้เกิดเรื่องเช่นนั้น

แล้วมันเป็นไปได้หรือไม่? นายแพทย์ อาเมช เอ. อาดัลจา (Amesh A. Adalja, MD) ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อและนักวิชาการอาวุโสศูนย์ความมั่นคงด้านสาธารณสุขที่มหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ กล่าวกับเว็บไซต์ Health ว่าการติดเชื้อไวรัสสองสายพันธุ์สามารถเกิดขึ้นได้ เขาบอกว่า “ในทางชีววิทยา ใช่ เป็นไปได้ที่จะติดเชื้อโอมิครอนและเดลตาในครั้งเดียวกัน”

นายแพทย์ โทมัส รัสโซ (Thomas Russo, MD) ศาสตราจารย์และหัวหน้าแผนกโรคติดเชื้อที่มหาวิทยาลัยบัฟฟาโลกล่าวกับ Health โดยอธิบายว่าเชื้อโอมิครอนของ SARS-CoV-2 แพร่ระบาดในเซลล์บางเซลล์ และเดลตาแพร่เชื้อในเซลล์อื่นๆ เมื่อใดก็ตามที่ไวรัสเข้าสู่ร่างกายของเรา อนุภาคต่างๆ จะไม่จับกับทุกเซลล์ ดังนั้นในการติดไวรัสร่วม ไวรัสสายพันธุ์ต่างกันจึงมีโอกาสที่จะสามารถจับกับเซลล์ต่างๆ ได้ในเวลาเดียวกัน

แต่การติดเชื้อร่วมอาจนำไปสู่การสร้างสายพันธุ์ที่อันตรายยิ่งขึ้นได้หรือไม่?

ดร.สจ๊วต แคมป์เบลล์ เรย์ (Dr Stuart Campbell Ray) ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อจากมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ กล่าวกับาสำนักข่าว AP ว่า การหมุนเวียนของเชื้อโอมิครอนและเดลตาไปพร้อมๆ กันผู้คนอาจติดเชื้อซ้ำซ้อนซึ่งสามารถทำให้เกิดสิ่งที่ดร. เรย์เรียกว่า “Frankenvariants” หรือ “เชื้อกลายพันธุ์แฟรงเกนสไตน์” คือลูกผสมที่มีลักษณะเฉพาะของทั้งสองประเภท

บางที เราอาจจะต้องจับตาสถานการณ์ในประเทศที่โอมิครอนและเดลตาแสดงพลังงในระดับเท่าๆ กัย เช่น ในเนปาล Kathmandu Post รายงานอ้างผู้เชี่ยวชาญว่าขณะที่การติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นมาอีกครั้งในเนปาลเป็นผลมาจากทั้งโอมิครอนและเดลตา และเนปาลกำลังตกอยู่ภายใต้ภัยคุกคามที่ร้ายแรงจากทั้งสองเชื้อนี้ ในสถานการณ์ที่ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าคือ “ภัยเสี่ยงคู่”

แต่จนถึงตอนนี้รัฐบาลเนปาลก็ยังไม่ออกคำเตือนเรื่องโอมิครอน และผู้เชี่ยวชาญชี้ว่ารัฐบาลไม่ควรมองว่ามันมีอาการเบา

Photo by Miguel MEDINA / AFP

ตองกาเจอสึนามิ 1.2 เมตรหลังภูเขาไฟปะทุใต้ทะเล (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/673090

วันที่ 15 ม.ค. 2565 เวลา 18:51 น.ตองกาเจอสึนามิ 1.2 เมตรหลังภูเขาไฟปะทุใต้ทะเล (คลิป)ชาวตองกาพากันอพยพหนีสึนามิสูง 1.2 หลังภูเขาไฟปะทุรุนแรงใต้ทะเล

สำนักข่าว AFP รายงานว่า กรมอุตุนิยมกวิทยาออสเตรเลียทวีตว่า พบคลื่นสึนามิสูง 1.2 เมตรในกรุงนูกูอะโลฟา เมืองหลวงของตองกาและอเมริกันซามัว ซึ่งเป็นดินแดนของสหรัฐในแปซิฟิกใต้ หลังจากภูเขาไฟฮังกา-ตองกา-ฮังกา-ฮาอาไปซึ่งตั้งอยู่ห่างจากกรุงนูกูอาโลฟาไปทางเหนือราว 65 กิโลเมตรปะทุใต้น้ำเมื่อเวลา 11.10 น. ตามเวลาในประเทศไทย

การปะทุรอบแรกกินเวลาราว 8 นาที ส่งผลให้แก๊ส ขี้เถ้า และกลุ่มควันลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าสูงราว 20 กิโลเมตร

ประชาชนในพื้นที่แนวชายฝั่งได้รับคำเตือนให้อพยพขึ้นสู่ที่สูง

การปะทุของภูเขาไฟฮังกา-ตองกา-ฮังกา-ฮาอาไปรุนแรงมากจนเสียงคล้ายฟ้าผ่าได้ยินไปถึงฟิจิซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 800 กิโลเมตร โดยทางการฟิจิออกคำเตือนให้ประชาชนปิดแท็งก์น้ำให้มิดชิดเนื่องจากอาจเกิดฝนกรด

ศูนย์เตือนภัยสึนามิแปซิฟิกออกคำเตือนสึนามิในอเมริกันซามัว โดยระบุว่า มีอันตรายมจาก ความผันผวนของระดับน้ำทะเลและกระแสน้ำในมหาสมุทรที่รุนแรงที่อาจเป็นอันตรายตามชายหาด

ทางการนิวซีแลนด์ ฟิจิ วานูอาตู และออสเตรเลียออกคำเตือนคล้ายกันนี้ โดยในออสเตรเลียนั้นทางการระบุว่าพื้นที่ชายฝั่งหลายแห่งรวมทั้งซิดนีย์อาจถูกคลื่นสึนามิซัดถล่ม

ขณะที่ประชาชนในรัฐนิวเซาท์เวลส์ได้รับคำเตือนให้ขึ้นจากน้ำและให้หลีกเลี่ยงชายฝั่ง

ในเวลาต่อมาศูนย์เตือนภัยสึนามิแปซิฟิกยกเลิกคำเตือนสึนามิในอเมริกันซามัวและฮาวาย แต่ระบุว่าสึนามิยังเป็นภัยคุกคามแถบแปซิฟิกที่อยู่ใกล้กับภูเขาไฟ

CIRA/NOAA/Handout via REUTERS

รวยได้ไม่ยาก! แค่ตั้งชื่อให้เด็กก็ทำเงินกว่า 27 ล้านบาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/673085

วันที่ 15 ม.ค. 2565 เวลา 18:16 น.รวยได้ไม่ยาก! แค่ตั้งชื่อให้เด็กก็ทำเงินกว่า 27 ล้านบาทสาวอังกฤษวัย 19 หาเงินหลักล้านส่งตัวเองเรียนมหาวิทยาลัยด้วยการตั้งชื้อให้เด็ก

โบ เจสซัพ สร้างชื่อให้ตัวเองในฐานะผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Special Name เว็บไซต์ที่ช่วยให้พ่อๆ แม่ๆ ชาวจีนตั้งชื่อภาษาอังกฤษที่เหมาะสมให้กับลูกๆ

เจสซัพเกิดแรงบันดาลใจในการเริ่มธุรกิจตั้งแต่ปี 2015 ซึ่งขณะนั้นเธออายุเพียง 15 ปี และในอีก 6 เดือนต่อมาสาวน้อยคนนี้ทำเงินได้มากกว่า 60,000 เหรียญสหรัฐ หรือ 1,990,380 บาทจากการตั้งชื่อให้เด็กๆ จีนกว่า 200,000 ชื่อ

และจนถึงตอนนี้เจสซัพตั้งชื่อมาแล้ว 1,197,334 ชื่อ (และอีกมากมายที่กำลังจะตามมา) มีเงินเข้ากระเป๋าแล้วกว่า 817,913 เหรียญหสรัฐ หรือ 27,132,627 บาท

เจสซัพบอกกับ CNBC Make It ว่า ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะการคว้าโอกาส

ขณะนั้นเจสซัพเดินทางไปเมืองจีนกับคุณพ่อ แล้วหุ้นส่วนธุรกิจของคุณพ่อขอให้เจสซัพช่วยตั้งชื่อภาษาอังกฤษให้ลูกสาววัย 3 ขวบของเธอ ซึ่งเจสซัพเล่าว่าเธอรู้สึกทั้งเป็นเกียรติและเซอร์ไพรส์ และมองว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำ

ด้วยความที่อยากได้ชื่อที่เหมาะสมที่สุด เจสซัพจึงถามหุ้นส่วนธุรกิจของคุณพ่อเกี่ยวกับความหวังในตัวลูกสาว ซึ่งได้รับคำตอบกลับมาว่า หุ้นส่วนคนนี้ต้องการให้ผู้คนประหลาดใจกับความสำเร็จของลูกสาว

หลังจากได้โจทย์มาจากคนเป็นแม่และผ่านการไตร่ตรองอย่างดีแล้ว เจสซัพแนะนำชื่อ “เอไลซา (Eliza)” ซึ่งมาจากชื่อของ เอไลซา ดูลิตเติล ฮีโร่จาก My Fair Lady

เจสซัพเล่าว่า หุ้นส่วนของคุณพ่อคนนี้ดีใจมากและเล่าให้เธอฟังถึงความสำคัญในการมีชื่อภาษาอังกฤษของชาวจีน

เด็กชาวจีนทุกคนจะมีชื่อภาษาจีนที่ประกอบด้วยตัวอักษรที่ผ่านการคัดสรรและเลือกความหมายมาอย่างดี 2 หรือ 3 ตัว แต่ชาวจีนหลายคนมองว่าการติดต่อกับคนที่ใช้ภาษาอังกฤษจะสะดวกมากขึ้นหากพวกเขามีชื่อภาษาอังกฤษด้วย

เจสซัพบอกว่า โดยปกติแล้วชาวจีนมักจะให้ครูตั้งชื่อภาษาอังกฤษให้ หรือไม่ก็ตั้งเอง แต่ด้วยอุปสรรคด้านภาษาและการเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตในจีน ทำให้การค้นหาชื่อภาษาอังกฤษถูกจำกัด ชื่อที่ออกมาจึงไม่ค่อยจะเหมือนชื่อชาวตะวันตก หรืออาจจะฟังดูแปลกๆ โดยยกตัวอย่างชื่อ โรเล็กซ์ หวัง ซึ่งเป็นชื่อแบรนด์นาฬิกา หรือ แกนดัล์ฟ อู๋ ที่มาจากชื่อแกนดัล์ฟในภาพยนตร์เรื่อง The Lord of the Rings

“ฉันคิดว่าถ้าหุ้นส่วนของคุณพ่อต้องการให้ตั้งชื่อให้ พ่อแม่คนอื่นๆ ก็อาจจะต้องการบริการนี้เช่นกัน” เจสซัพเล่า

ปี 2015 เป็นปีสุดท้ายที่จีนใช้นโยบายลูกคนเดียว ส่งผลให้ปี 2016 อัตราการเกิดเพิ่มขึ้น 7.9% เป็น 17.86 ล้านคน

เจสซัพคิดว่านี่อาจเป็นโอกาสสำหรับเธอ Special Name จึงเกิดขึ้น

หน้าตาของเว็บไซต์ Special Name

สาวน้อยคนนี้เริ่มจากการทำเว็บไซต์ภาษาจีนที่สามารถรันการเลือกชื่อให้คนได้หลายๆ คนในเวลาเดียวกัน และเมื่อเธอเดินทางกับอังกฤษเพื่อสอบ A-levels เจสซัพตัดสินใจยืมเงิน 1,980 เหรียญสหรัฐ หรือ 65,682 บาทจากคุณพ่อ และจ้างนักพัฒนาเว็บไซต์ฟรีแลนซ์เพื่อสร้างเว็บ

ส่วนตัวเธอก็ป้อนข้อมูลชื่อเด็กชายและหญิงกว่า 4,000 ชื่อซึ่งมาจากแต่ละลักษณะ 5 ลักษณะที่เธอมองว่าเหมาะที่จะเป็นตัวแทนของชื่อ อาทิ ซื่อสัตย์ มองโลกในแง่ดี

เจสซัพเล่าว่า ตอนแรกๆ กระบวนการนี้ต้องใช้แรงงานมาก แต่ตอนนี้อัลกอริทึมรับหน้าที่ในกระบวนการตั้งชื่อส่วนใหญ่นี้ไปแล้ว

เจสซัพมักจะได้รับคำถามว่า เธอเอาเวลาที่ไหนมาตั้งชื่อ คำตอบคือ “มันก็เหมือนกับที่กูเกิลสามารถค้นหาทุกอย่างให้ทุกคนได้ในเวลาเดียวกัน ฉันใช้อัลกอริทึม”

ส่วนเว็บไซต์ของเธอจะทำงานโดยให้ผู้ใช้เลือกลักษณะ 5 จาก 12 ลักษณะที่ต้องการให้ลูกๆ เป็น จากนั้นอัลกอริทึมจะเลือกชื่อเฉพาะเพศ 3 ชื่อที่ตรงกับลักษณะที่ผู้ใช้เลือก

มาถึงจุดนี้เว็บไซต์จะแนะนำให้ผู้ใช้แชร์ชื่อที่แนะนำทั้ง 3 ชื่อกับเพื่อนๆ หรือครอบครัว ซึ่งจะเป็นลิ้งค์โดยตรงไปยังแอพพลิเคชั่น WeChat ที่นิยมใช้ในจีน เพื่อให้ช่วยเลือกชื่อที่ดีและเหมาะสมที่สุด นอกจากนี้ วิธีนี้ยังเป็นการโปรโมทเว็บไซต์ไปในตัวด้วย

กระบวนการตั้งชื่อทั้งหมดนี้ใช้เวลาเพียง 3 นาทีเท่านั้น

เริ่มแรกนั้นเจสซัพตั้งชื่อให้แบบไม่คิดเงิน แต่หลังจากตั้งชื่อเด็กๆ มาแล้ว 162,000 คน เธอก็เริ่มคิดค่าบริการ 79 เซ็นต์ หรือ 26 บาท

เจสซัพเผยกับ news.com.au ว่าเงินเหล่านี้ถูกนำไปเป็นค่าเทอมสำหรับมหาวิทยาลัย การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ และจ่ายคืนเงินที่เคยยืมคุณพ่อมา แน่นอนว่าเธอบวกดอกเบี้ยให้ด้วย

“ฉันยังอัพเดตฐานข้อมูลทุกเดือน แต่ส่วนใหญ่ธุรกิจมันดำเนินไปแบบอัตโนมัติ ทำให้ฉันมีเวลาเรียนอย่างเต็มที่” เจสซัพซึ่งกำลังศึกษามานุษยวิทยาสังคมที่ London School of Economics เผย

ภาพ: beaujessup.com

อังกฤษชี้โควิดอยู่ในห้องน้ำได้อีก 20 นาทีหลังคนป่วยเข้าใช้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/673075

วันที่ 15 ม.ค. 2565 เวลา 15:45 น.อังกฤษชี้โควิดอยู่ในห้องน้ำได้อีก 20 นาทีหลังคนป่วยเข้าใช้วิจัยชี้เชื้อโคโรนาไวรัสยังคงอยู่ได้นาน 20 นาทีหลังผู้ป่วย Covid-19 ใช้

ผลการวิจัยจากมหาวิทยาลัยบริสทอลของอังกฤษพบว่า เชื้อโคโรนาไวรัสยังคงอยู่และแพร่เชื้อได้ในห้องน้ำหรือห้องอบไอน้ำได้อีกอย่างน้อย 20 นาทีหลังจากผู้ป่วย Covid-19 ใช้เสร็จแล้ว

ทีมนักวิจัยพบว่าเชื้อโคโรนาไวรัสสามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมที่เปียกชื้น

ทั้งนี้ จนถึงขณะนี้ การวิจัยว่าเชื้อโคโรนาไวรัสสามารถแพร่เชื้อได้อย่างไรในสถานที่ต่างๆ ล้วนใช้วิธีการฉีดพ่นอนุภาคไวรัสในถังที่ปิดมิดชิดซึ่งให้ผลไม่ค่อยแม่นยำ เนื่องจากวิธีการดังกล่าวไม่สามารถจำลองความแตกต่างเพียงเล็กน้อยที่เกิดขึ้นเมื่อผู้ป่วยไอ จาม หรือหายใจในสภาพแวดล้อมจริงๆ

ทว่า การวิจัยนี้ใช้วิธีการใหม่ที่แม่นยำกว่าในการเฝ้าจับตากระบวนการเหล่านี้

ทางทีมพบว่าเมื่ออนุภาคของเชื้อไวรัสออกมาจากปอดซึ่งมีความชื้นและล่องลอยอยู่ในอากาศ ไวรัสมันจะแห้งลงอย่างรวดเร็ว แต่ในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้น 90% ซึ่งเทียบเท่ากับห้องอาบน้ำหรือห้องอบไอน้ำ ครึ่งหนึ่งของอนุภาคไวรัสยังสามารถแพร่เชื้อได้หลังผ่านไป 5 นาที

และหลังจากผ่านไป 20 นาที เชื้อไวรัสราว 10% ยังสามารถแพร่เชื้อได้

REUTERS/Shannon Stapleton

แฮกเกอร์เกาหลีเหนือปล้นคริปโตเกือบ 400 ล้านเหรียญ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/673069

วันที่ 15 ม.ค. 2565 เวลา 14:00 น.แฮกเกอร์เกาหลีเหนือปล้นคริปโตเกือบ 400 ล้านเหรียญปีที่แล้วแฮกเกอร์เกาหลีเหนือปล้นคริปโตไปเกือบ 400 ล้านเหรียญสหรัฐ

รายงานของบริษัท Chainalysis ที่ติดตามสกุลเงินดิจิทัลระบุว่า เมื่อปีที่แล้วแฮกเกอร์เกาหลีเหนือขโมยคริปโตเคอร์เรนซีรวมมูลค่าเกือบ 400 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 13,269 ล้านบาท

Chainalysis เผยว่า เฉพาะปีที่แล้วแฮกเกอร์ลงมือโจมตีอย่างน้อย 7 ครั้งในเวลาแตกต่างกัน โดยส่วนใหญ่พุ่งเป้าไปที่บริษัทด้านการลงทุนและบริษัทซื้อขายแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล ซึ่งรวมถึง Liquid.com ซึ่งประกาศเมื่อเดือนสิงหาคมว่ามีผู้ใช้ที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้าถึงกระเป๋าเงินดิจิทัลบางส่วน

แฮกเกอร์งัดหลากหลายแท็กติกมาใช้ รวมทั้งการสร้างเหยื่อล่อให้ติดกับ (phishing) มัลแวร์ และวิศวกรรมสังคมชั้นสูง และเจาะเข้าไปยังกระเป๋าเงินดิจิทัลที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต แล้วเคลื่อนย้ายเงินไปยังบัญชีปลายทางที่ควบคุมโดยเกาหลีเหนือ

Chainalysis เผยอีกว่า การปล้นเงินส่วนใหญ่ของปีที่แล้วเป็นการลงมือของลาซารัส กรุ๊ป (Lazarus Group) ซึ่งเป็นกลุ่มแฮกเกอร์ที่เกี่ยวข้องกับเกาหลีเหนือที่เคยลงมือแฮกบริษัท โซนี พิคเจอร์ส และยังถูกกล่าวหาว่าเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ WannaCry หรือการโจมตีแบบแรนซัมแวร์ เจาะเข้าระบบพร้อมขู่เรียกค่าไถ่ กับสถาบันการเงินระหว่างประเทศและบัญชีลูกค้า

สำนักข่าว CNN ระบุว่า การปล้นสกุลเงินดิจิทัลครั้งล่าสุดนี้ชี้ให้เห็นว่า เกาหลีเหนือซึ่งถูกคว่ำบาตรอย่างหนักยังคงพึ่งพาเครือข้ายแฮกเกอร์ให้ช่วยหาเงินเข้าประเทศ

รายงานลับขององค์การสหประชาชาติก่อนหน้านี้เคยกล่าวหาว่า คิมจองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือสั่งให้ปฏิบัติการโจมตีสถาบันการเงินและบริษัทซื้อขายแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล เพื่อนำเงินมาใช้ในการพัฒนาอาวุธและขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ

นอกจากนี้ เมื่อเดือน ก.พ. กระทรวงยุติธรรมสหรัฐตั้งข้อหาชาวเกาหลีเหนือ 3 คนที่ร่วมปล้นเงินกว่า 1,300 ล้านเหรียญสหรัฐจากธนาคารและบริษัทต่างๆ ทั่วโลก และยังโจรกรรมสกุลเงินดิจิทัลด้วย

REUTERS/Dado Ruvic/Illustration/File Photo

โพลล์ชี้คนอเมริกัน 58% เชื่อประชาธิปไตยสหรัฐเสี่ยงล่มสลาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/673060

วันที่ 15 ม.ค. 2565 เวลา 11:45 น.โพลล์ชี้คนอเมริกัน 58% เชื่อประชาธิปไตยสหรัฐเสี่ยงล่มสลายชาวอเมริกัน 6 จาก 10 คนเชื่อว่าประชาธิปไตยของประเทศเสี่ยงล่มสลาย

สำนักข่าว AFP รายงานว่า ผลการสำรวจความคิดเห็นชาวอเมริกันที่ทำขึ้นในโอกาสครบรอบ 1 ปีเหตุการณ์ที่กลุ่มผู้สนับสนุนอดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ บุกโจมตีอาคารรัฐสภาสหรัฐเมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2021 พบว่า ชาวอเมริกัน 6 ใน 10 คนเชื่อว่าประชาธิปไตยของประเทศกำลังตกอยู่ในอันตรายจากการล่มสลาย

ผลการสำรวจความคิดเห็นโดย Quinnipiac University ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 12 ม.ค. พบว่า 76% ของผู้ตอบแบบสอบถามคิดว่าความไร้เสถียรภาพทางการเมืองในสหรัฐอันตรายกว่าภัยคุกคามจากต่างประเทศ

ส่วนใหญ่ของผู้ตอบแบบสอบถาม หรือ 58% เห็นว่าประชาธิปไตยของประเทศเสี่ยงจะล่มสลาย ขณะที่ 37% ไม่เห็นด้วย

ขณะที่ 53% คาดว่าความแตกแยกทางการเมืองในประเทศจะเลวร้ายลงในตลอดช่วงชีวิตของพวกเขา

เมื่อถูกถามถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดเหตุโจมตีสหรัฐเช่นที่เกิดขึ้นกับอาคารรัฐสภา 53% เผยว่ามีความเป็นไปได้อย่างมากหรือค่อนข้างมาก

ขณะนี้คณะกรรมการพิเศษของสภาผู้แทนราษฎรกำลังสอบสวนเหตุการณ์เมื่อวันที่ 6 ม.ค. ปรากฏว่า 61% เห็นด้วยกับการสอบสวน โดย 83% ของผู้สนับสนุนพรรคเดโมแครตเห็นด้วยกับการสอบสวน ส่วน 60% ของผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกันไม่เห็นด้วย

นอกจากนี้ ยังสอบถามถึงความคิดเห็นต่อผลงานของประธานาธิบดี โจ ไบเดน ซึ่งมีเพียง 33% ที่พอใจผลงานของไบเดน ลดลงจากการสำรวจเมื่อเดือน พ.ย.ปีที่แล้วของ Quinnipiac ที่พอใจ 38% ขณะที่ 53% ไม่พอใจ และ 13% ไม่ออกความเห็น

ทั้งนี้ ผลการสำรวจดังกล่าวทำในชาวอเมริกัน 1,313 คนระหว่างวันที่ 7-10 ม.ค. โดยมีค่าความผิดพลาดบวกลบ 2.7%

Photo by Mathieu Lewis-Rolland / AFP

จีนยังคุมไม่อยู่ Omicron ลามไปถึงชายแดนมาเก๊าแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/673055

วันที่ 15 ม.ค. 2565 เวลา 10:37 น.จีนยังคุมไม่อยู่ Omicron ลามไปถึงชายแดนมาเก๊าแล้วโอมิครอนในจีนยังลามไม่หยุดล่าสุดระบาดไปถึงเมืองทางใต้ติดชายแดนมาเก๊าแล้ว

สำนักข่าว AFP รายงานว่า ทางการเมืองจูไห่ทางตอนใต้ของประเทศซึ่งติดกับชายแดนมาเก๊าสั่งระงับการเดินรถโดยสารสาธารณะทันทีหลังพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอน (Omicron) แล้วอย่างน้อย 7 ราย โดย 1 รายอาการไม่รุนแรง ส่วนอีก 6 รายไม่แสดงอาการ

นอกจากนี้ยังเตือนประชาชนไม่ให้ออกจากเมืองโดยไม่จำเป็น หากจำเป็นต้องเดินทางต้องแสดงผลการตรวจหาเชื้อที่ออกมาเป็นลบซึ่งตรวจภายใน 24 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง

การพบผู้ติดเชื้อครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากทางการเมืองจูไห่สั่งปูพรมตรวจหาเชื้อเชิงรุกประชากรกว่า 2.4 ล้านคนวานนี้ (14 ม.ค.) หลังจากเมืองจงชานซึ่งอยู่ใกล้เคียงพบผู้ติดเชื้อเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา

ทางการจีนพยายามควบคุมไม่ให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้นตามนโยบายกำจัดโควิดให้เป็นศูนย์ หรือ Zero Covid โดยประชากรหลายล้านคนทั่วประเทศต้องถูกล็อกดาวน์ เที่ยวบินในประเทศหลายเที่ยวต้องถูกยกเลิก โรงงานหลายแห่งต้องปิดชั่วคราวในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

ทว่าการระบาดของเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนในประเทศทำให้เชื้อแพร่กระจายไปอีกหลายเมือง เริ่มจากเมืองเทียนจินซึ่งเป็นเมืองท่าสำคัญทางตอนเหนือไม่ไกลจากกรุงปักกิ่ง หลังพบโอมิครอนระบาดในชุมชนครั้งแรกเมื่อต้นเดือนตัวเลขผู้ติดเชื้อก็เพิ่มขึ้นเป็นหลักร้อย

จากนั้นเชื้อแพร่ไปถึงเมืองอันหยางทางตอนกลางของประเทศ ซึ่งเชื่อมโยงกับนักศึกษาที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากเมืองเทียนจิน จนอัยหยางกลายเป็นจุดฮอตสปอตการแพร่ระบาดจุดล่าสุด

นักศึกษาอีกรายหนึ่งที่เดินทางกลับจากเมืองเทียนจินนำเชื้อไปยังเมืองต้าเหลียน เมืองท่าทางตะวันอกเฉียงเหนือซึ่งเป็นจุดสำคัญในการขนส่งสินค้าควบคุมความเย็น

ขณะที่เมืองท่าอย่างหนิงโปกำลังตั้งการ์ดสูงรับมือการแพร่ระบาดของเดลตา ข้อจำกัดการเดินทางต่างๆ กระทบกับการให้บริการรถบรรทุกและทำให้การปฏิบัติการของโกดังสินค้าบางแห่งชะงักลง

ด้านฝั่งตะวันออกของประเทศ เซี่ยงไฮ้พบผู้ติดเชื้อ 5 รายที่เชื่อมโยงกับผู้ป่วยรายหนึ่งที่ติดเชื้อมาจากต่างประเทศซึ่งพบว่าติดเชื้อหลังออกจากสถานที่กักตัวแล้ว

ทางตอนใต้ เมืองเซินเจิ้นเผชิญกับการแพร่ระบาดของเดลตา ขณะที่เมืองซีอานตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันลดลงเหลือหลักเดียวหลังทะยานทะลุ 150 รายในช่วงพีค

cnsphoto via REUTERS