นักการเมืองบราซิลคาใจเลยใช้กำปั้นเคลียร์ ขึ้นสังเวียน MMA ชี้ขาด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671067

วันที่ 20 ธ.ค. 2564 เวลา 14:44 น.นักการเมืองบราซิลคาใจเลยใช้กำปั้นเคลียร์ ขึ้นสังเวียน MMA ชี้ขาดเมื่อสองนักการเมืองเคลียร์ปัญหาคาใจกันไม่ได้ เหลือวิธีเดียวเท่านั้นที่จะคุยกันแบบเปิดอก นั่นคือไปคุยกับบนเวทีมวย

ซีมาว เปโชโต (Simao Peixoto) วัย 39 ปี นายกเทศมนตรีของเมืองบอร์บา ในภูมิภาคอามาซูนัส และเอรินอย อัลวัส ดา ซิลวา (Erineu Alvas Da Silva) วัย 45 ปี อดีตสมาชิกสภาเมือง ทั้งสองมีเรื่องบาดหมางมานานหลายเดือนเรื่องการจัดการกับ Balneario Lima ซึ่งเป็นสวนน้ำในเมือง

ในที่สุดทั้งคู่ตัดสินใจที่จะยุติความขัดแย้งด้วยการขึ้นชกกันซะเลย ในเวทีการต่อสู้ศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานที่ Leonardo Almeida MMA Cup ประจำปีครั้งที่ 12 จากการรายงานของ National Post

“ผมไม่ใช่นักสู้ข้างถนน … ผมเป็นนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองบอร์บา” เปโชโต กล่าวบน Facebook

“[แต่] ถ้าเขาต้องการต่อสู้จริงๆ … เราพร้อมที่จะต่อสู้ … ผมเป็นผู้ชนะเสมอ”

เปโชโตอัดคลิปบอกด้วยท่าทางขึงขังและกำหมดชกที่ฝ่ามือตัวเองเหมือนจะลุยจริงๆ แต่ต่อมาเขาต้องแสดงท่าทีอ่อนลง เพราะประชาชนในพื้นที่บอกว่ามันไม่ใช่กิริยาที่เหมาะสมของนักการเมืองที่ประชาชนเลือกเข้ามา

หลังจากนั้นอีก 1 เดือนหลังการประกาศท้าชน ทั้งคู่ขึ้นสังเวียนแบบศึกชิงจ้าว MMA มีการถ่ายทอดสดบนโซเชียลมีเดีย และต่อหน้าฝูงชนที่คราคร่ำกันมาชมนักการเมืองเคลียร์ปัญหากันด้วยหมัด

ตอนแรกทั้งคู่เข้าโรมรันกันอย่างหนักหน่วง แต่ก็หมดแรงอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม เปโชโตที่มีอายุอ่อนกว่าก็สามาถเอาชนะไปได้ในที่สุด หลังขึ้นชกแล้ว นักการเมืองทั้งคู่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรคาใจอีก เพราะยิ้มแฉ่งด้วยกันทั้งสองคน

เปโชโตยังบอกกับฝูงชนว่าเขายอมรับการแลกหมัดครั้งนี้เพื่อส่งเสริมการฝึกฝนกีฬาในเมืองเท่านั้น ซึ่งดูเหมือนเป็นการหลบเกลื่อนเสียงตำหนิว่านักการเมืองไม่ควรแก้ปัญหาด้วยกำลัง

แต่ผู้ชมบางคนอดไม่ได้ที่จะบ่นว่า “นี่มันมวยล้มต้มคนดูชัดๆ”

จีนลั่นไต้หวันคือคนพเนจรที่จะต้องกลับบ้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671059

วันที่ 20 ธ.ค. 2564 เวลา 13:53 น.จีนลั่นไต้หวันคือคนพเนจรที่จะต้องกลับบ้าน“ไต้หวันคือคนพเนจรที่จะต้องกลับบ้านในที่สุด และไม่ใช่หมากที่ประเทศใดจะใช้เพื่อเล่นเกม” รมว.ต่างประเทศของจีนกล่าว

วันนี้ (20 ธ.ค.) สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า หวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของจีนกล่าวว่าไต้หวันคือคนพเนจรที่จะต้องกลับบ้านในที่สุด และไม่ใช่หมากที่ประเทศใดจะใช้เพื่อเล่นเกม ซึ่งตอกย้ำความตั้งใจของรัฐบาลจีนที่จะนำไต้หวันให้อยู่ภายใต้การควบคุม

จีนกล่าวเสมอว่าไต้หวันซึ่งปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยเป็นส่วนหนึ่งของจีน และในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาจีนได้เพิ่มแรงกดดันทางการทหารและการทูตต่อไต้หวัน ซึ่งนอกจากจะสร้างความไม่พอใจให้แก่ไต้หวันแล้ว ยังสร้างความกังวลต่อสหรัฐอีกด้วย

หวัง อี้ กล่าวว่าสาเหตุของความตึงเครียดในปัจจุบันเป็นเพราะไต้หวันพยายามที่จะพึ่งพาสหรัฐเพื่อเอกราชของตนเอง ขณะที่สหรัฐและประเทศอื่นๆ พยายามใช้ไต้หวันเป็นเครื่องมือในการต่อกรกับจีน

พร้อมเสริมว่าการกระทำที่เหล่านี้บ่อนทำลายสันติภาพในช่องแคบไต้หวัน และละเมิดฉันทามติของประชาคมระหว่างประเทศและบรรทัดฐานพื้นฐานของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

หวัง อี้ กล่าวว่าจีนใช้มาตรการที่รุนแรงเพื่อตอบโต้ความจองหองของผู้ที่สนับสนุนเอกราชของไต้หวัน พร้อมยืนยันว่าไต้หวันคือคนเพนจรที่จะต้องกลับบ้านในที่สุด ไม่ใช่หมากที่ประเทศอื่นจะใช้เพื่อเล่นเกม โดยเน้นย้ำว่า “จีนจะต้องรวมชาติอีกครั้ง”

รายงานระบุว่าการที่สหรัฐให้การสนับสนุนไต้หวัน และเป็นผู้สนับสนุนและจัดหาอาวุธระหว่างประเทศที่สำคัญที่สุดของไต้หวัน แม้ทั้งสองจะไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการ สร้างความไม่พอใจให้แก่ทางการจีนเป็นอย่างมาก

ขณะที่ไต้หวันก็ไม่พอใจท่าทีที่ข่มขู่คุกคามของจีน โดยกล่าวว่ามีเพียงชาวไต้หวันเท่านั้นที่มีสิทธิ์ตัดสินใจอนาคตของตัวเอง และยืนยันว่าไต้หวันจะไม่ยอมแพ้ต่อการข่มขู่

ทั้งนี้ พรรคก๊กมินตั๋งของเจียง ไคเชก ได้พ่ายแพ้ในการสู้รบสงครามกลางเมืองกับพรรคคอมมิวนิสต์ในปี 1949 พรรคคอมมิวนิสต์ซึ่งนำโดย เหมา เจ๋อตง จึงได้จัดตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน และขับไล่รัฐบาลจีนคณะชาติออกจากจีนแผ่นดินใหญ่ ส่วนเจียง ไคเชกและพรรคก๊กมินตั๋งได้ถอยร่นไปยังเกาะไต้หวัน

Photo by ANGELOS TZORTZINIS / AFP

ฮ่องกงโชว์แบตเตอร์รี EV ชาร์จเร็วพิเศษ ใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671050

วันที่ 20 ธ.ค. 2564 เวลา 13:15 น.ฮ่องกงโชว์แบตเตอร์รี EV ชาร์จเร็วพิเศษ ใช้เวลาไม่ถึง 5 นาทีDESTEN จากฮ่องกงพัฒนาแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า ชาร์จเร็ว-วิ่งไกล-อายุการใช้งานยาวนาน

DESTEN ผู้ผลิตแบตเตอรี่จากฮ่องกงเรียกเสียงฮือฮาหลังการเปิดตัวนวัตกรรมแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งสามารถชาร์จได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่ถึง 5 นาที ด้วยพลังในการชาร์จสูงถึง 900 กิโลวัตต์ ซึ่งมากกว่ารถยนต์ไฟฟ้ารุ่นอื่นๆ ในตลาด และมากกว่า Porsche Taycan ที่มีกำลังชาร์จ 270 กิโลวัตต์ถึง 3 เท่า

ผู้ผลิตแบตเตอรี่กล่าวว่าแบตเตอรี่จะสามารถชาร์จได้อย่างรวดเร็วจาก 0% ไปถึง 80% ภายในเวลาเพียง 4 นาที 40 วินาที แก้ปัญหาการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่ช้า ซึ่งผู้ซื้อมักกล่าวว่าเป็นอุปสรรคสำคัญในการใช้รถยนต์ไฟฟ้า

“การชาร์จเพียง 5 นาทีจะทำให้รถยนต์ไฟฟ้าน่าดึงดูดกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เพราะผู้ใช้ไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่ ในไม่ช้าคุณจะสามารถซื้อรถยนต์ไฟฟ้าที่มีแบตเตอรี่ของ DESTEN อยู่ข้างใน คุณจะไม่ต้องรอการชาร์จที่ใช้เวลานานกว่าการเติมน้ำมันอีกต่อไป” Siamak Kia ซีอีโอของ DESTEN Group กล่าว

จากข้อมูลของ DESTEN คาดว่าแบตเตอรี่รุ่นนี้จะนำไปใช้กับรถสปอร์ตไฟฟ้า Piech GT จาก Piëch Automotive สตาร์ทอัพรถยนต์ไฟฟ้าจากสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งอาจวิ่งได้ไกลถึง 500 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง

DESTEN กล่าวว่าการชาร์จแบบเร็วพิเศษและวิ่งได้ไกลจะช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ขับขี่รถ EV โดยเฉพาะในเขตเมืองและพื้นที่ที่การจราจรแออัด โดยไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของส่วนประกอบต่างๆ ของแบตเตอรี่ต้นแบบนี้ แต่กล่าวว่าบริษัทได้คิดค้นนวัตกรรม สูตรเคมีใหม่ๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายข้างต้น

นอกจากนี้แบตเตอรี่ดังกล่าวรองรับการชาร์จสูงถึง 3,000 รอบ และระยะการขับขี่ทั้งหมดมากกว่า 1.5 ล้านกิโลเมตร ยิ่งไปกว่านั้นการชาร์จอย่างรวดเร็วมักก่อให้เกิดความร้อนสะสมภายในแบตเตอรี่ในระดับสูง แต่ DESTEN สามารถรักษาอุณหภูมิไม่ให้เพิ่มขึ้นมากกว่า 15 องศาเซลเซียส

DESTEN ได้เปิดตัวเทคโนโลยีนี้ครั้งแรกในจาการ์ตา อินโดนีเซีย เมื่อเดือนต.ค. ที่ผ่านมา และวางแผนจัดแสดงนวัตกรรมในโรดโชว์ระดับโลก โดยเริ่มจากเอเชีย และขยายไปยังตะวันออกกลาง ยุโรป และอเมริกาเหนือ

ทั้งนี้ DESTEN ก่อตั้งขึ้นในฮ่องกงเมื่อปี 2015 โดยตั้งเป้าที่จะเป็นผู้นำด้านพลังงานไฟฟ้าในการขับขี่ และการขับขี่พลังงานสีเขียว โดยปัจจุบันมีศูนย์วิจัยและพัฒนาดำเนินการอยู่ในเอเชีย ตะวันออกกลาง อเมริกาเหนือ และยุโรป

DESTEN เชื่อว่าเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจะมีส่วนช่วยในการต่อสู้กับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยแบตเตอรี่ของบริษัทผลิตจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนเป็นหลัก ซึ่งส่งผลให้มีการปล่อยคาร์บอนน้อยลง

“เนื่องจากแบตเตอรี่ของเรามีอายุการใช้งานยาวนานกว่าแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าทั่วไปหลายเท่า เทคโนโลยีของเราจึงเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและยั่งยืนมากขึ้น เทคโนโลยีของเราจึงเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและยั่งยืนมากขึ้น แบตเตอรี่ของเราสามารถนำไปใช้ในระบบกักเก็บพลังงานสำหรับการใช้งานที่หลากหลายเพื่อยืดอายุการใช้งาน” ซีอีโอ DESTEN กล่าว

ที่มา: DESTENGreen Car CongressAuto Blog

ภาพ: DESTEN

อาเซียนวิปโยค พายุคร่าฟิลิปปินส์ 200 ชีวิต มาเลเซียน้ำท่วมครั้งใหญ่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671022

วันที่ 20 ธ.ค. 2564 เวลา 10:59 น.อาเซียนวิปโยค พายุคร่าฟิลิปปินส์ 200 ชีวิต มาเลเซียน้ำท่วมครั้งใหญ่ซูเปอร์ไต้ฝุ่นถล่มฟิลิปปินส์พังพิพาศไม่แพ้สงครามโลก ขณะที่มาเลเซียเจอน้ำท่วมหนักสุดในรอบหลายปี

วันนี้ (20 ธ.ค.) สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่าโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติฟิลิปปินส์เปิดเผยยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุพายุไต้ฝุ่นราอี (Rai) เพิ่มเป็นอย่างน้อย 208 ศพ หลังจากซูเปอร์ไต้ฝุ่นพัดเข้าถล่มฟิลิปปินส์เมื่อสัปดาห์ก่อน

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่ายังคงมีผู้สูญหายอีก 52 คน ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดมกำลังเร่งบรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบภัย

รายงานระบุว่าพายุไต้ฝุ่นราอีทำให้มีผู้คนพลัดถิ่นเกือบ 490,000 คนในฟิลิปปินส์ ก่อนที่จะเคลื่อนตัวไปยังทะเลจีนใต้ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ซึ่งทิ้งร่องรอยความเสียหายครั้งใหญ่ไว้ในหลายพื้นที่ของฟิลิปปินส์ โดยริชาร์ด กอร์ดอน ประธานสภากาชาดฟิลิปปินส์กล่าวว่าหลายพื้นที่ของประเทศไม่มีไฟฟ้าใช้ ระบบสื่อสารโทรคมนาคมใช้การไม่ได้ สภาพบางพื้นที่ราวกับโดนทิ้งระเบิด ซึ่งเลวร้ายยิ่งกว่าสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เสียอีก

ด้านประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต ให้คำมั่นว่าจะจัดสรรงบประมาณราว 40 ล้านเหรียญสหรัฐให้แก่จังหวัดต่างๆ ที่ประสบภัยพิบัติ

เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. ที่ผ่านมาสำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่ามาเลเซียกำลังเผชิญกับอุทกภัยครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี ซึ่งส่งผลให้ประชาชนมากกว่า 30,000 คนใน 8 รัฐต้องอพยพ

เอเอฟพีอ้างรายงานบนเว็บไซต์ของรัฐบาลมาเลเซียระบุว่าระดับน้ำใน 6 รัฐทางภาคกลางและภาคตะวันออกเกินขีดอันตรายเมื่อช่วงบ่ายวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ขณะที่เส้นทางเดินรถประจำทางหลายสิบสายทั้งในและรอบเมืองหลวงถูกระงับ

นอกจากนี้โรงบำบัดน้ำ 3 แห่งในรัฐสลังงอร์ก็หยุดชะงักเช่นกัน โดยคาดว่าจะส่งผลให้ประชาชนหลายหมื่นคนต้องขาดแคลนน้ำ

นายกรัฐมนตรีอิสมาอิล ซาบรี ยาคอบ ของมาเลเซียกล่าวว่าปริมาณฝนที่ตกในรัฐสลังงอร์เมื่อวันก่อนเพียงวันเดียว เทียบเท่ากับปริมาณน้ำฝนที่มักตกตลอดทั้งเดือน พร้อมให้คำมั่นว่าจะให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบอุทกภัยโดยเร็วที่สุด รวมถึงจัดสรรงบประมาณเบื้องต้น 23.7 ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อซ่อมแซมอาคารบ้านเรือนและโครงสร้างพื้นฐานที่เสียหาย

ทั้งนี้ มาเลเซียเคยประสบอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อปี 2014 ซึ่งส่งผลให้ประชาชนประมาณ 118,000 ต้องอพยพหนีน้ำท่วม

Photo by Erwin MASCARINAS / AFP

เตือน Omicron ‘โหมกระหน่ำทั่วโลก’ โรงพยาบาลอาจล้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671014

วันที่ 20 ธ.ค. 2564 เวลา 10:01 น.เตือน Omicron 'โหมกระหน่ำทั่วโลก' โรงพยาบาลอาจล้นสถานการณ์ในยุโรปและสหรัฐไม่ธรรมดาเสียแล้ว หลังจากเกิดการติดเชื้ออย่างหนักและเสียงเตือนจากผู้เชี่ยวชาญ

แอนโธนี่ เฟาซี ที่ปรึกษาด้านการระบาดใหญ่ของสหรัฐในวันอาทิตย์ เตือนถึงสถานการณ์ที่น่าหวาดหวั่นในอนาคตอันใกล้ เนื่องจากสายพันธุ์ Omicron กระตุ้นให้เกิดการติดเชื้อระลอกใหม่ทั่วโลก ทำให้ต้องใช้มาตรการข้อจำกัดทางสังคมอีกครั้ง และความกังวลเกี่ยวกับศักยภาพของโรงพยาบาลที่จะรับมือกับการระบาดคลื่นใหม่

“สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนมาก… คือความสามารถพิเศษในการแพร่กระจาย (ของ Omicron)” เฟาซีบอกกับเอ็นบีซีนิวส์ “มันจะ… โหมกระหน่ำไปทั่วโลก”

นับตั้งแต่มีการรายงานครั้งแรกในแอฟริกาใต้ในเดือนพฤศจิกายน Omicron ได้รับการระบุในหลายสิบประเทศ กระตุ้นให้หลายๆ ประเทศกำหนดข้อจำกัดการเดินทางและมาตรการอื่นๆ อีกครั้ง

แม้จะมีข้อบ่งชี้ว่าไม่รุนแรงไปกว่าสายพันธุ์เดลต้า ซึ่งปัจจุบันยังคงเป็นสายพันธุ์หลัก แต่ Omicron ที่กลายพันธุ์อย่างหนักได้แสดงให้เห็นในข้อมูลช่วงแรกว่ามีความต้านทานต่อวัคซีนและการแพร่เชื้อที่สูงขึ้นในระดับที่น่าเป็นห่วง

เฟาซียังเตือนว่าอย่ามองโลกในแง่ดีมากเกินไปเกี่ยวกับความรุนแรงของ Omicron โดยตั้งข้อสังเกตว่าในแอฟริกาใต้ ในขณะที่อัตราส่วนการรักษาตัวต่อผู้ป่วยในโรงพยาบาลต่ำกว่าเดลต้า อาจเป็นเพราะภูมิคุ้มกันจากการติดเชื้อก่อนหน้านี้ที่แพร่หลาย

“ไม่ว่าคุณจะมองอย่างไร” เขากล่าว “เมื่อคุณมีการติดเชื้อจำนวนมาก แม้ว่าจะรุนแรงน้อยกว่าก็ตาม มันก็ไม่สำคัญแล้วว่าจะมีอาการเล้กน้อยหรือปานกลาง” (เพราะการติดเชื้อจำนวนมากจะทำให้การรักษายากขึ้น)

เฟาซีกล่าวว่า หากสถานการณ์เป็นเหมือนตอนนี้ ในสัปดาห์หน้าหรือสองสัปดาห์หน้าโรงพยาบาลของสหรัฐจะตึงเครียดมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ของประเทศที่มีระดับการฉีดวัคซีนต่ำ

เมื่อวันอาทิตย์ วุฒิสมาชิกสหรัฐ อลิซาเบธ วอร์เรน และคอรี บุ๊คเกอร์ ต่างก็พูดแยกกันบน Twitter ว่าพวกเขามีผลตรวจโควิด-19 เป็นบวก แม้ว่าจะได้รับวัคซีนและได้รับการฉีดกระตุ้น  และมีอาการไม่รุนแรง แต่ไม่ได้ระบุว่าพวกเขาติดเชื้อ Omicron หรือไม่

เฟาซีเรียกร้องให้ชาวอเมริกันที่ไม่ได้รับวัคซีนให้ฉีดวัคซีน และฉีดวัคซีนเพื่อรับการกระตุ้น ซึ่งการกระตุ้นแสดงให้เห็นว่าผู้นั้นจะได้รับการคุ้มครองจากโควิด-19 อีกครั้ง

รัฐบาลของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ซึ่งมีกำหนดจะกล่าวถึงการพัฒนาการการควบคุมโควิด-19 ต่อประชาชนในประเทศในวันอังคารนี้ ได้รณรงค์อย่างหนักเพื่อฉีดวัคซีน

แม้ว่าประชากรสหรัฐกว่า 70% จะได้รับการฉีดวัคซีนอย่างน้อย 1 ครั้งก็ตาม ตามรายงานของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค แต่อีก 50 ล้านคนที่มีสิทธิ์ยังคงไม่ได้รับการคุ้มครอง เฟาซีกล่าว

“สำหรับ Omicron… มันจะเป็นสัปดาห์ที่ยากลำบากในช่วงสองสามสัปดาห์หรือหลายเดือนเมื่อเราเข้าสู่ฤดูหนาวมากขึ้น” เขากล่าวเสริม

ปัจจุบัน Omicron มีผู้ป่วยประมาณ 3% ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นตัวเลขที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วดังที่เคยเห็นในประเทศอื่นๆ

เมื่อวันเสาร์ รัฐนิวยอร์กประกาศจำนวนผู้ป่วยรายวันสูงสุดเป็นประวัติการณ์เป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน โดยมีผลบวกเกือบ 22,000 ราย

สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดจากการระบาดใหญ่ โดยมีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ที่ทราบแล้ว 800,000 รายเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ตามรายงานของมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกิ้นส์

Photo by MANDEL NGAN / AFP

สื่อนอกชี้ลาวเปิดทางรถไฟ “วิวสวย” แต่สร้างบนภูเขาหนี้จีน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/670971

วันที่ 19 ธ.ค. 2564 เวลา 14:03 น.สื่อนอกชี้ลาวเปิดทางรถไฟ "วิวสวย" แต่สร้างบนภูเขาหนี้จีนนี่เป็นรายงานของสำนักข่าว AFP เรื่อง “Laos opens scenic railway built on a mountain of Chinese debt”

ลาวเปิดเส้นทางรถไฟใหม่มูลค่า 6,000 ล้านดอลลาร์กับจีนกลายเป็นข่าวที่ถูกประโคมข่าวมากมายในเดือนนี้ แต่นักวิเคราะห์เตือนว่า ช่วงเวลาชื่นมื่นอาจมีอายุสั้นได้ เนื่องจากรัฐบาลต้องเผชิญกับวิกฤตหนี้ที่อาจเกิดขึ้น

เส้นทางนี้จะเชื่อมเมืองหลวงเวียงจันทน์กับเมืองคุนหมิงทางตอนใต้ของจีน และมีแผนใหญ่สำหรับเครือข่ายรถไฟความเร็วสูงที่วิ่งไปยังสิงคโปร์ผ่านไทยและมาเลเซีย

ทองลุน สีสุลิด ประธานาธิบดีลาว กล่าวเปิดงาน “ยุคใหม่ของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย” สำหรับประเทศที่ยากจน พร้อมเสริมว่า “ความฝันของชาวลาวเป็นจริงแล้ว”

รัฐบาลหวังว่าการรถไฟจะทำกำไรได้ภายในปี 2570 แต่นักวิเคราะห์มีความกังวลเกี่ยวกับเงินกู้จากจีนที่ไม่ยั่งยืนเพื่อจ่ายสำหรับโครงการนี้และโครงการอื่นๆ

โจนาธาน แอนดรูว์ เลน ระบุในรายงานของสถาบันธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (Asian Development Bank Institute) ว่า ด้วยความที่ลาวมีตลาดขนาดเล็ก จึงมี “ความสมเหตุสมผลทางการค้าที่จำกัด” ในการเชื่อมโยงประเทศที่มีประชากร 7 ล้านคนเข้ากับคุนหมิง

การวิเคราะห์ของเขาพบว่าผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นกับลาวไม่ได้ดูเหมือนเกินดุลความเสี่ยง

“การชำระหนี้นั้นจะทำให้ภาระภาษีของรัฐบาลเพิ่มมากขึ้น” เลนเขียน

ลาวต้องเผชิญกับการที่ต้องเสียเงินจำนวนมากเพื่อจ่ายค่าเส้นทางรถไฟ ซึ่งจัดตั้งขึ้นในฐานะบริษัทร่วมทุนระหว่างลาว-จีนภายใต้โครงการริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (BRI) มูลค่ามหาศาลของรัฐบาลจีน

ในขณะที่หนี้โดยรวมของประเทศที่สันโดษในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้เพิ่มขึ้นเป็น 13,300 ล้านดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็นเกือบสามในสี่ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ผู้เชี่ยวชาญเกรงว่าลาวอาจเสี่ยงต่อการผิดนัดชำระ

เรื่องนี้ยิ่งทำให้ลาวต้องผูกมัดกับจีน ซึ่งตอนนี้ลาวถูกตั้งฉายาว่าเป็น “รัฐบริวารของจีน” ไปแล้ว โดยจีนมีสัดส่วนเงินกู้ 47% ของลาว

– ‘หนี้ที่ซ่อนอยู่’ –

นอกเหนือจากหนี้สินในหนี้จำนวน 1,060 ล้านดอลลาร์แล้ว ลาวยังได้เปิดตัวเผชิญกับความเสี่ยงที่เรียกว่า “หนี้ที่ซ่อนอยู่” ในการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อสนับสนุนการเงินการรถไฟ ตามรายงานของ AidData ห้องปฏิบัติการวิจัยของมหาวิทยาลัยอเมริกัน William & Mary

การควบรวมกิจการดังกล่าวประกอบด้วยบริษัทของรัฐของจีน 3 แห่งและบริษัทลาว 1 แห่ง โดยจีนถือหุ้น 70% ของหนี้จำนวน 3,540 ล้านดอลลาร์

แม้จะถูกมองว่าการร่วมทุนนี้ “ใหญ่เกินกว่าจะปล่อยให้ล้มเหลวได้” นักวิจัยกล่าวว่ามีความไม่แน่นอนบางประการว่าลาวจำเป็นต้องค้ำยันกิจการร่วมค้าดังกล่าวหากเกิดการผิดนัดชำระหนี้

หาก “ผลกำไรไม่เพียงพอ ระหว่าง 0-100 เปอร์เซ็นต์ของหนี้ทั้งหมด 3,5400 ล้านดอลลาร์อาจกลายเป็นภาระผูกพันในการชำระคืนของรัฐบาลลาว” AidData เตือน

หนี้ที่ซ่อนอยู่อีกประการหนึ่งคือสัดส่วนการถือหุ้นของลาวในการร่วมทุน เงินกู้อีก 480 ล้านดอลลาร์ซึ่งได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากจีนด้วย ซึ่งบ่งชี้ว่าทรัพย์สินของประเทศเล็กๆ นี้ “อาจไร้ค่า” AidData กล่าวเสริม

ผู้นำคอมมิวนิสต์ของลาวเชื่อมโยงการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศกับเพื่อนบ้านยักษ์ใหญ่มาเป็นเวลานาน

ระหว่างปี 2551-2562 ได้ลงนามในเงินกู้จีนจำนวน 5,000 ล้านดอลลาร์สำหรับโครงการโครงสร้างพื้นฐานมากกว่าสิบโครกงาร ส่วนใหญ่ใช้ไปกับการสร้างเขื่อนและไฟฟ้าพลังน้ำ

ในเดือนสิงหาคม 2020 หน่วยงานสินเชื่อระดับโลก Moody’s ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศลาวเป็น junk status ต่อจากนั้น Fitch Ratings ปรับลดสถานะของลาวหลังจากนั้นไม่นาน

– ‘ทางเลือกคืออะไร’ –

นายกรัฐมนตรี พันคำ วิพาวัน แห่งลาว ซึ่งได้รับการติดตั้งในเดือนมีนาคม หวังที่จะลดหนี้จาก 72% เป็น 64.5% ของ GDP ภายในสิ้นปี 2566

แต่ในขณะเดียวกัน ลาวเป็นหนี้ 1,160 ล้านดอลลาร์ต่อปีระหว่างปี 2565 ถึง 2568 Fitch Ratings กล่าว

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระบุว่า หนี้สาธารณะของบริษัทสูงกว่าคู่ค้าในภูมิภาคส่วนใหญ่ ซึ่งรวมถึงกัมพูชา เวียดนาม และฟิลิปปินส์ ซึ่งมีโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับทุนสนับสนุนจากจีนด้วย

ในช่วงต้นปี 2564 ลาว “เกือบอยู่ในภาวะผิดนัดชำระหนี้รัฐบาลและกำลังแสวงหาการปลดหนี้จากเจ้าหนี้ชาวจีนอย่างเร่งด่วน” AidData กล่าว

แต่จีนมักไม่เต็มใจที่จะยกเลิกหนี้ BRI แต่จะเสนอการเลื่อนเวลาออกไป ซึ่งบางครั้งมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น หรือกำหนดแผนการชำระเงินใหม่

นักวิจัยต่างๆ ระบุว่า ในเดือนกันยายน ลาวขายโครงข่ายส่งไฟฟ้าให้กับรัฐวิสาหกิจของจีนมูลค่า 600 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นการแลกเปลี่ยนหนี้กับส่วนของผู้ถือหุ้นอย่างเห็นได้ชัด

Fitch กล่าวในเดือนสิงหาคมว่าคาดว่าจะมีการขายสินทรัพย์ของประเทศต่อไป

แนวโน้มนี้พบเห็นได้ในประเทศอื่นๆ ในเอเชียที่มีหนี้จีนอยู่ในระดับสูง

กรณีที่โดดเด่นที่สุดกรณีหนึ่งคือการที่จีนเข้ากุมท่าเรือฮัมบันโตตาของศรีลังกาในปี 2560 หลังจากศรีลังกาไม่สามารถชำระคืนเงินกู้จำนวนมหาศาลได้

AidData กล่าวในเดือนกันยายนว่า BRI ทำให้ประเทศยากจนแบกรับ “หนี้ที่ซ่อนอยู่” มูลค่า 385,000 ล้านดอลลาร์และมากกว่าหนึ่งในสามของโครงการได้รับผลกระทบจากการทุจริตและการประท้วงที่ถูกกล่าวหา

แต่ในขณะที่โลกภายนอกครุ่นคิดอยู่ว่าจีนจะเข้ายึดครองลาวหรือไม่ เบน แบลนด์ แห่ง Lowy Institute กล่าวว่า รัฐที่ยากจนไม่มีทางเลือกในการค้นหาพันธมิตรเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ

“ทางเลือกอื่นคืออะไร ดูเหมือนว่าหุ้นส่วนการลงทุนและการพัฒนาจากต่างประเทศอื่น ๆ ไม่กระตือรือร้นที่จะเข้ามาแทนที่จีน” เขากล่าวกับเอเอฟพี

Photo by various sources / AFP

“จีนมาถูกทางแล้ว” เชื่อคุม Omicron ได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/670949

วันที่ 19 ธ.ค. 2564 เวลา 13:24 น."จีนมาถูกทางแล้ว"  เชื่อคุม Omicron ได้นายแพทย์ใหญ่ของจีนเผย “ความสำเร็จ” ของจีนในการควบคุมการระบาด สื่อจีนเชื่อว่านี่คือสิ่งที่หลายประเทศคิดว่าทำถูกต้องแล้ว

China News Service รายงาน นายแพทย์จงหนานซาน ซึ่งมีบทบาทและอิทธิพลสำคัญในด้านการรับมือกับการระบาดใหญ่กล่าวว่า ความสำเร็จของจีนนการควบคุมการระบาดมาจาก “ขวาน 2 เล่ม”

“ขวาน 2 เล่ม” หมายถึงการจัดการที่เด็ดขาด 2 วิธีการ คือ 1. การตรวจพบการติดเชื้อแต่เนิ่นๆ รวมถึงการวินิจฉัยแต่เนินๆ การกักตัวแต่เนินๆ และการรักษาอย่างทันท่วงที 2. คือ การฉีควัคซีนอย่างครอบคลุม

“ตอนนี้หลายประเทศยังคิดว่าเราทำถูกแล้ว” จงหนานซานกล่าว

จงหนานซานกล่าวว่า หลังจากเกิดการระบาดของโอมิครอน/โอไมครอน ทุกๆ คนต่างหวาดระแวงกันมาก ตั้งแต่การระบาดใหญ่ใหม่ๆ แล้วที่หลายประเทศคิดว่าการป้องกันและควบคุมของจีนนั้นเข้มงวดเกินไป แต่ตอนนี้ประเทศเหล่านี้ต่างรู้สึกว่าวิธีการของจีนถูกต้องแล้ว

จงหนานซานกล่าวว่าวัคซีนของจีนได้รับการพัฒนาเร็วมาก แต่เนื่องจากไม่มีผู้ป่วยมากพอ จึงไม่สามารถทำการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 ได้ เขาจึงติดต่อได้เฉพาะประเทศอื่นๆ ทุกที่และทำการทดลองทางคลินิกในบราซิลและประเทศอื่น ๆ และในที่สุดก็พิสูจน์ให้เห็นว่าวัคซีนจีนมีประสิทธิภาพ

Photo by AFP) / China OUT

กินเหล้ากันมาเกือบหมื่นปี จีนพบซากกาก ‘เหล้า’ อายุ 8,000 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/670945

วันที่ 19 ธ.ค. 2564 เวลา 12:11 น.กินเหล้ากันมาเกือบหมื่นปี จีนพบซากกาก ‘เหล้า’ อายุ 8,000 ปีมนุษย์เมามายกับสุราเมรัยกันมานานแล้ว จากการค้นพบของนักโบราณคดีจีนที่พบซากกาก ‘เหล้า’ อายุ 8,000 ปี

เจิ้งโจว, 18 ธ.ค. (ซินหัว) — เมื่อวันศุกร์ (17 ธ.ค.) คณะนักโบราณคดีจีนเปิดเผยการค้นพบหลักฐานอันเก่าแก่ที่สุด ซึ่งบ่งชี้ว่าชาวจีนรู้จักใช้เชื้อราข้าวแดง (monascus) ผลิตเหล้า ในหม้อดินเผาอายุ 8,000 ปี ที่ขุดพบในมณฑลเหอหนานทางตอนกลางของประเทศ

หลี่หย่งเฉียง ผู้ช่วยนักวิจัยของสถาบันโบราณคดี สังกัดสถาบันบัณฑิตสังคมศาสตร์แห่งชาติจีน ระบุว่ามีการตรวจพบเส้นใยของเชื้อราข้าวแดงปริมาณมาก และเม็ดแป้งจากข้าวหมัก ในซากกากจากหม้อดินเผาสองใบที่พบในแหล่งวัฒนธรรมเผยหลี่กั่ง

การค้นพบครั้งนี้บ่งบอกว่าหม้อดินเผาทั้งสองใบเคยถูกใช้ต้มเหล้าและกักเก็บเหล้า

อนึ่ง เผยหลี่กั่งเป็นหนึ่งในซากหมู่บ้านเก่าแก่ที่สุดในจีน มีอายุราว 8,000 ปี ถือเป็นหลักฐานสำคัญต่อการศึกษาต้นกำเนิดและพัฒนาการของการเกษตร การทำหม้อดินเผา อุตสาหกรรมทอผ้า รวมถึงเทคนิคการผลิตเหล้าในยุคโบราณกาล

เนื้อหาข่าวและภาพด้วยความร่วมมือกับสำนักข่าวซินหัว

Pfizer ชี้ระบาดอาจลากยาวถึงปี พ.ศ. 2567

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/670943

วันที่ 19 ธ.ค. 2564 เวลา 10:55 น.Pfizer ชี้ระบาดอาจลากยาวถึงปี พ.ศ. 2567 ในขณะข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีนในเด็กจะต้องรอไปก่อน ท่ามกลางการระบาดของ Omicron ที่หนักขึ้นเรื่อยๆ

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน Pfizer Inc คาดการณ์ว่าการระบาดของโควิด-19 จะไม่จบลงจนกว่าจะถึงปี 2024 (พ.ศ. 2567) และกล่าวว่าวัคซีนในขนาดที่ต่ำกว่าสำหรับเด็กอายุ 2 ถึง 4 ขวบสร้างภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอกว่าที่คาดไว้ อาจทำให้การอนุญาตล่าช้า

มิคาเอล ดอลสเตน ( Mikael Dolsten) หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิทยาศาสตร์ของ Pfizer กล่าวในการนำเสนอต่อนักลงทุนว่า บริษัทคาดว่าบางภูมิภาคจะยังคงพบผู้ป่วยโควิด-19 ในระดับระบาดใหญ่ในปีหน้าหรือสองปีหน้า ประเทศอื่นๆ จะเปลี่ยนไปเป็น “โรคเฉพาะถิ่น” ด้วยจำนวนเคสโหลดที่จัดการได้ต่ำในช่วงเวลาเดียวกันนั้น

บริษัทคาดการณ์ว่าภายในปี 2024 (พ.ศ. 2567)โรคนี้จะกลายเป็น “โรคเฉพาะถิ่น” (endemic) ไปทั่วโลก

“เรื่องนี้จะเกิดขึ้นเมื่อใดและอย่างไรขึ้นอยู่กับวิวัฒนาการของโรค ขึ้นอยู่กับสังคมใช้วัคซีนและการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด และการกระจายอย่างเท่าเทียมกันไปยังสถานที่ที่มีอัตราการฉีดวัคซีนต่ำ” ดอลสเตกล่าว “การเกิดขึ้นของสายพันธุ์ใหม่อาจส่งผลต่อการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง”

Pfizer พัฒนาวัคซีนป้องกันโควิด-19 กับ BioNTech SE ของเยอรมนี และปัจจุบันคาดว่าจะสร้างรายได้ 31,000 ล้านดอลลาร์ในปีหน้า มีแผนจะผลิตอีก 4,000 ล้านช็อตในปีหน้า

Pfizer ยังมียาต้านไวรัสชนิดทดลองที่เรียกว่า Paxlovid ซึ่งช่วยลดการรักษาในโรงพยาบาลและการเสียชีวิตในบุคคลที่มีความเสี่ยงสูงได้เกือบ 90% ในการทดลองทางคลินิก โดยมีนักวิเคราะห์สามคนประเมินยอดขาย 15,000 ล้านดอลลาร์ถึง 25,000 ล้านดอลลาร์ในปีหน้าตามข้อมูลของ IBES จาก Refinitiv

การคาดการณ์ของ Pfizer เกิดขึ้นหลังจากการเกิดขึ้น Omicron เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งมีการกลายพันธุ์มากกว่า 50 ครั้งเมื่อเทียบกับไวรัสเวอร์ชันดั้งเดิม ซึ่งได้ลดประสิทธิภาพของวัคซีนสองโดสในการป้องกันการติดเชื้อ และกระตุ้นให้เกิดความกลัวว่าจะแพร่กระจายอย่างรวดเร็วไปทั่วโลก

ก่อนหน้าที่จะมี Omicron แพทย์ด้านโรคชั้นนำของสหรัฐอเมริกา Anthony Fauci คาดการณ์ว่าการระบาดใหญ่จะสิ้นสุดในปี 2022 (พ.ศ. 2565) ในสหรัฐอเมริกา

ทั้งนี้ วัคซีน Pfizer ได้รับอนุญาตในสหรัฐอเมริกาสำหรับผู้ที่อายุ 5 ปีขึ้นไป แต่ Pfizer กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่าการศึกษาในเด็กอายุระหว่าง 2 ถึง 4 ปีที่ได้รับวัคซีนขนาด 3 ไมโครกรัม 2 ครั้งพบว่าไม่ได้สร้างการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันแบบเดียวกันกับที่ฉีดวัคซีนในปริมาณที่มากขึ้นในเด็กโต

ส่วนปริมาณ 3 ไมโครกรัมสร้างการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันที่คล้ายคลึงกันในเด็กอายุ 6 ถึง 24 เดือน

บริษัทกล่าวว่าขณะนี้จะทดสอบสูตรสามขนาดในทั้งสองกลุ่มอายุ เช่นเดียวกับในเด็กโต ก่อนหน้านี้ บริษัทคาดการณ์ว่าจะมีข้อมูลเด็กอายุ 2 ถึง 4 ขวบในปีนี้ แต่กล่าวว่าไม่ได้คาดหวังว่าความล่าช้าดังกล่าวจะเปลี่ยนแผนการยื่นขออนุมัติการใช้ในกรณีฉุกเฉินอย่างมีความหมายในไตรมาสที่สองของปี 2565

ผู้บริหารของ Pfizer กล่าวว่า Pfizer และ BioNTech ยังได้พัฒนาวัคซีนในเวอร์ชันที่ออกแบบมาเพื่อต่อสู้กับเชื้อ Omicron ที่แพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว แม้ว่าพวกเขาจะยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะมีความจำเป็นหรือไม่ก็ตาม พวกเขาคาดว่าจะเริ่มการทดลองทางคลินิกสำหรับวัคซีนที่ได้รับการปรับปรุงในเดือนมกราคมนี้

หากจำเป็นต้องมีวัคซีนช็อตเฉพาะ Omicron อาจช่วยเพิ่มยอดขายในปี 2565

ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ Omicron ที่แพร่ได้สูงได้รับการตรวจพบในกว่า 77 ประเทศและแพร่กระจายไปยังประมาณหนึ่งในสามของรัฐต่างๆ ในสหรัฐอเมริกา

วัคซีนมีประสิทธิภาพประมาณ 95% ในการทดลองทางคลินิกสำหรับผู้ใหญ่ แต่ Pfizer กล่าวว่าภูมิคุ้มกันจะลดลงหลายเดือนหลังจากให้เข็มที่สอง ข้อมูลเบื้องต้นชี้ให้เห็นว่าอาจจำเป็นต้องฉีดสามครั้งเพื่อป้อง Omicron

ล็อคดาวน์หนี Omicron ยุโรป-สหรัฐเอาไม่อยู่แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/670936

วันที่ 19 ธ.ค. 2564 เวลา 09:53 น.ล็อคดาวน์หนี Omicron ยุโรป-สหรัฐเอาไม่อยู่แล้วสถานการณ์การระบาดระลอกใหม่ไว้วางใจไม่ได้เสียแล้ว เมื่อสบางหน่วยงานของสหรัฐสั่งล็อคตัวเองและบางประเทศในยุโรปล็อคดาวน์เพราะ Omicron

สรุปสถานการณ์การระบาดล่าสุดทั้งจากเชื้อสายพันธุ์เดลตาและโอมไครอน/โอมิครอน ในตอนนี้ดูเหมือนว่าทั้งสองเชื้อจะผนึกกำลังกันสร้างความปั่นป่วนในยุโรปและสหรัฐอย่างหนัก ในยุโรปนั้นชัดเจนแล้วว่าต้องล็อคดาวน์เพราะควบคุมการระบาดของ Omicron และมีแนวโน้มที่ระบบสาธารณวุขจะรับไม่ไหว

1. นายกเทศมนตรีลอนดอน ซาดิก ข่าน (Sadiq Khan) ประกาศเมื่อวันเสาร์ว่าเมืองหลวงของอังกฤกำลังเผชิญกับ “เหตุการณ์สำคัญ” (major incident) เนื่องจากการแพร่กระจายของ Omicron

2. “เหตุการณ์สำคัญ” มีความว่าเป็นเหตุการณ์ที่มีผลกระทบร้ายแรงหลายอย่าง ซึ่งต้องมีการจัดการพิเศษเพื่อดำเนินการ และมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้เจ้าหน้าที่ทำงานสนับสนุนซึ่งกันและกันเพื่อลดการหยุดชะงักของบริการในเมือง

3. ก่อนหน้านี้ ข่านได้ประกาศเหตุการณ์สำคัญเมื่อวันที่ 8 มกราคม ระหว่างคลื่นลูกก่อนหน้าของไวรัส แต่ยกเลิกคำสั่งในอีกหนึ่งเดือนต่อมาเนื่องจากจำนวนผู้ป่วยลดลง

4. “การเพิ่มขึ้นของกรณีของช Omicron ทั่วเมืองหลวงของเราเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างมาก ดังนั้นเราจึงประกาศเหตุการณ์สำคัญอีกครั้งเนื่องจากภัยคุกคามของ Covid-19 ต่อเมืองของเรา” ข่านกล่าว

5. มีผู้ป่วยโควิดรายใหม่มากกว่า 65,000 รายที่ได้รับการยืนยันในลอนดอนในช่วง 7 วันที่ผ่านมา และมีรายงานผู้ป่วย 26,418 รายในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ซึ่งเป็นจำนวนสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มแพร่ระบาด

6. มาร์ค รุทเทอ (Mark Rutte) นายกรัฐมนตรีเนเธอร์แลนด์กล่าวเมื่อวันเสาร์ว่าเนเธอร์แลนด์จะเข้าสู่การ “ล็อคดาวน์” ในช่วงคริสต์มาสเพื่อพยายามหยุดยั้งการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของ Omicron

7. ร้านค้า ร้านอาหาร บาร์ โรงภาพยนตร์ พิพิธภัณฑ์ และโรงละคร สถานที่ที่ไม่จำเป็นทั้งหมดต้องปิดตั้งแต่วันอาทิตย์จนถึง 14 มกราคม ในขณะที่โรงเรียนต้องปิดจนถึงอย่างน้อย 9 มกราคม จำนวนแขกที่อนุญาตให้คนในบ้านก็ถูกตัดจาก 4 คนเป็น 2 คน ยกเว้นวันคริสต์มาสในวันที่ 25 ธันวาคม

8. รุทเทอกล่าวว่า “เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เพราะคลื่นลูกที่ 5 และด้วย Omicron ที่แพร่กระจายได้เร็วกว่าที่เราเคยกลัวกัน ตอนนี้เราต้องเข้าไปแทรกแซงเพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อน”

9. ยาป ฟาน ดิสเซิล (Jaap van Dissel) หัวหน้าทีมจัดการการระบาดของเนเธอร์แลนด์กล่าวว่าสายพันธุ์ Omicron จะแซงหน้าเดลต้าในไม่ช้า เขาบอกว่า “ระหว่างคริสต์มาสและช่วงเปลี่ยนปี Omicron จะกลายเป็นตัวนำ”

10. ในส่วนของสหรัฐ สถานการณ์ย่ำแย่เช่นกันจากการระบาดที่พุ่งสูงในตอนนี้ มีรายงานจาก WSJ สำนักข่าว CNN ต้องสั่งปิดออฟฟิศต่างๆ เพื่อรับมือกับยอดผู้ติดเชื้อที่เพิ่มเร็วมาก

11. Bloomberg รายงานว่าโชว์ดังๆ อย่าง “Christmas Spectacular” และ “Hamilton” ซึ่งเป็นงานแสดงที่ใหญ่ที่สุดสองรายการของนิวยอร์กซิตี้ต้องถูกยกเลิกเนื่องจากการระบาด ส่วนเกมอเมริกันฟุตบอล NFL และฮ็อกกี้น้ำแข็ง NHL บางเกมจะถูกเลื่อนออกไป

12. ส่วน NYT รายงานว่า “Saturday Night Live” โชว์ดังทางทีวีประกาศก่อนเวลาฉายไม่กี่ชั่วโมงว่าจะไม่มีผู้ชมสดในคืนวันเสาร์ “ด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง” ท่ามกลางจำนวนผู้ป่วยในนิวยอร์กที่พุ่งสูงขึ้นเชื่อมโยงกับโอไมครอน

13. Bloomberg รายงาน ตอนนี้ รัฐนิวยอร์กกำลังประสบกับจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก จนต้องปิดโรงเรียน สั่งทำงานจากที่บ้าน และการหยุดชะงักของธุรกิจ โดยผู้ติดเชื้อรายใหม่ 21,027 รายเมื่อวันศุกร์ แซงหน้าสถิติเดิมที่ 19,942 รายในเดือนมกราคม จากผู้ป่วยประมาณ 263,500 คนที่ได้รับการทดสอบ 7.98% มีผลบวก

Photo by Leon Neal / various sources / AFP