ทอ.อิหร่าน จับ บ.ขับไล่รุ่นลุง ‘เอฟ-14’ โมใหม่ติดขีปนาวุธครุยส์มิสไซล์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/576802

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ก.พ. 2559 04:45

 

เอฟ-14 เอ ทอมแคท ทอ.อิหร่าน ภาพโดย Shahram Sharifi

สำนักข่าวของอิหร่าน รายงานว่า ผอ.ทอ.อิหร่าน ประกาศว่า กองทัพฯ ประสบความสำเร็จในการนำเครื่องบินขับไล่ไอพ่น เอฟ-14 ทอมแคท มาติดตั้งขีปนาวุธครุยส์มิสไซล์ ‘Nasr-1’ เพื่อใช้ยิงโจมตีเป้าหมายบนพื้นดินจากอากาศได้แล้ว…

เมื่อวันที่ 11 ก.พ.2559 ที่ผ่านมา สำนักข่าวไอราน่า (IRNA) ของอิหร่าน รายงานว่า พลจัตวา อาซิส นาสเซอร์ซาเดห์ ผู้บัญชาการกองทัพอากาศอิหร่าน แถลงระหว่างพิธีฉลองครบ 37 ปีของการปฏิวัติอิหร่านว่า เครื่องบินขับไล่ เอฟ-14 ทอมแคท ของ ทอ.อิหร่าน ได้รับการติดตั้งขีปนาวุธครุยส์มิสไซล์ นาร์ซ-1 ‘Nasr-1’ เรียบร้อยแล้ว โดย ‘Nasr-1’ รุ่นยิงจากอากาศยาน ขณะนี้ ได้ติดตั้งกับ เอฟ-4 แฟนธอม อยู่ก่อนแล้ว

ขีปนาวุธครุยส์มิสไซล์สำหรับต่อต้านเรือผิวน้ำแบบ นาร์ซ-1 ของอิหร่าน ภาพโดย iran-daily.com

เครื่องบินขับไล่ไอพ่น เอฟ-14 เครื่องบินโจมตีไอพ่น ซู-24 และเครื่องบินขับไล่ไอพ่น เอฟ-4 สามารถยิงขีปนาวุธครุยส์มิสไซล์ นาร์ซ-1 เพื่อโจมตีเป้าหมายต่างๆ บนพื้นดินที่ไม่ได้ระบุไว้ล่วงหน้าได้ และการนำไปยิงจากอากาศยาน ทำให้สามารถยิงเป้าหมายที่อยู่ไกลออกไปหลายพันกิโลเมตรได้

ในกรณีนี้ การนำเอาขีปนาวุธนาร์ซ มาใช้กับอากาศยาน นับเป็นก้าวย่างสำคัญของเทคโนโลยีอาวุธที่ทางรัฐบาลยังไม่เคยได้ใช้งานมัน หรือใช้งานแต่ใช้โจมตีภาคพื้นดินจากการยิงแบบพื้นสู่พื้น โดยในปีที่ผ่านมาอิหร่านได้สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ที่สำคัญในการป้องกันประเทศและบรรลุผลในการพึ่งพาตัวเอง ด้านการผลิตระบบอาวุธและอุปกรณ์ทางทหาร

ทั้งนี้ ขีปนาวุธ นาร์ซ-1 ‘Nasr-1’ เป็นครุยส์มิสไซล์ ระยะสั้น สำหรับต่อต้านเรือผิวน้ำผลิตในอิหร่าน อำนาจการทำลายสามารถจมเรือรบขนาด 1,500 ตัน เช่น เรือฟริเกตได้ในนัดเดียว หรือเป้าหมายบนชายฝั่ง และยานพาหนะบนพื้นดินได้ ใช้มอเตอร์ขับดันเป็นเชื้อเพลิงแข็ง หัวรบหนัก 150 กิโลกรัม พิสัยการยิงราวๆ 35 กิโลเมตร นำวิถีด้วยระบบทีวี และเรดาร์.

ที่มา : irna

‘ดิ อินดีเพนเดนต์’ สื่อใหญ่ผู้ดี ยุติฉบับพิมพ์-หันทำข่าวดิจิตอลเต็มตัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/576794

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ก.พ. 2559 03:55

 

(ภาพ: AFP)

ดิ อินดีเพนเดนต์ หนังสือพิมพ์รายใหญ่ของอังกฤษ ประกาศยุติการทำสื่อฉบับพิมพ์แล้ว และจะหันไปทำข่าวฉบับดิจิตอลบนโลกออนไลน์เพียงอย่างเดียว…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ‘ดิ อินดีเพนเดนต์’ หนังสือพิมพ์รายใหญ่ของอังกฤษที่ก่อตั้ง ตั้งแต่ปี 1986 ประกาศเมื่อวันศุกร์ (12 ก.พ.) ว่าพวกเขาจะเลิกตีพิมพ์หนังสือพิมพ์รายวัน กับรายสัปดาห์แล้ว และจะเดินหน้าทำข่าวฉบับดิจิตอลบนโลกออนไลน์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น โดย ดิ อินดีเพนเดนต์ กำลังประสบปัญหาเรื่องยอดขายอย่างหนัก ในยุครุ่งเรืองที่สุดช่วงปลายทศวรรษที่ 1980 พวกเขาเคยมียอดขายรายสัปดาห์ถึง 400,000 ฉบับ แต่ในปัจจุบันลดเหลือเพียง 40,000 ฉบับเท่านั้น

ในแถลงการณ์ของ ดิ อินดีเพนเดนต์ พวกเขาพยายามเปิดเผยเรื่องนี้ด้วยถ้อยคำเชิงบวก ว่าพวกเขาเป็นหนังสือพิมพ์สัญชาติอังกฤษเจ้าแรกที่ขยับเข้าสู่อนาคตที่มีดิจิตอลเพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม ในเมโมภายในของ ดิ อินดีเพนเดนต์ นาย เยฟจีนี เลเบเดฟ ผู้เป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ ระบุว่า ข่าวฉบับพิมพ์ไม่สามารถเติบโตได้ในเชิงเศรษฐกิจ

นายเลเบเดฟ ยังระบุด้วยว่า เขาต้องการให้มุ่งเน้นเรื่องการทำให้ ดิ อินดีเพนเดนต์ กลายเป็นแบรนด์หนังสือพิมพ์ดิจิตอลระดับโลก หรือเปลี่ยนรากฐานทางดิจิตอลที่พวกเขาได้สร้างไว้ให้เป็นอนาคตที่ยั่งยืนและสามารถสร้างกำไรได้

ทั้งนี้ สื่อฉบับพิมพ์แบบรายสัปดาห์ฉบับสุดท้ายของ ดิ อินดีเพนเดนต์ จะวางจำหน่ายในวันอาทิตย์ที่ 20 มี.ค.นี้ ส่วนฉบับรายวันฉบับสุดท้ายจะวางจำหน่ายในวันเสาร์ที่ 26 มี.ค.

ดิ อินดีเพนเดนต์ ไม่ใช่หนังสือพิมพ์สัญชาติอังกฤษเพียงเจ้าเดียวที่กำลังประสบปัญหาทางการเงิน โดยเมื่อเดือนก่อน บริษัท การ์เดียน มีเดีย กรุ๊ป ประกาศว่าพวกเขากำลังหาทางตัดลดรายจ่ายราว 20% จากปัญหาทางการเงินของบริษัท ซึ่งมีสาเหตุมาจากการลดลงของโฆษณาในสื่อฉบับพิมพ์ กอปรกับรายได้ของสื่อดิจิตอลที่เติบโตไม่รวดเร็วพอ และค่าใช้จ่ายในการขยายธุรกิจของบริษัทไปยังต่างประเทศ

กลุ่มติดอาวุธสอยบินรบลิเบียร่วงลำที่ 3 ในรอบ 1 เดือน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/576790

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ก.พ. 2559 03:20

 

(ภาพ: AFP)

เสนาธิการกองทัพลิเบียเปิดเผยว่า เครื่องบินขับไล่ของพวกเขาถูกยิงตกระหว่างออกปฏิบัติการโจมตีทางอากาศใส่กลุ่มติดอาวุธมุสลิม โดยเป็นเครื่องบินลำที่ 3 แล้วที่ถูกยิงตกในรอบเกือบ 40 วัน…

สำนักข่าว เอพี รายงานอ้างการเปิดเผยของ พลจัตวา ซาการ์ อัล-จารูชี ว่า เครื่องบินรบ ‘มิก23’ (MIG23) ของกองทัพลิเบีย ถูกโจมตีโดยปืนต่อสู้อากาศยานของกลุ่มติดอาวุธในเมืองเบงกาซี ทางตะวันออกของประเทศ เมื่อวันศุกร์ (12 ก.พ.) ขณะที่นักบินสามารถดีดตัวออกมาและลงสู่พื้นได้อย่างปลอดภัย โดยนักบินคนนี้เคยประสบเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันนี้มาแล้วเมื่อวันที่ 4 ม.ค.

พลจัตวา อัล-จารูชี ระบุว่า กองทัพกำลังสืบสวนว่า ผู้ก่อการร้ายมีอาวุธใหม่ที่มีขีดความสามารถยิงเครื่องบินรบของพวกเขาจนตกหรือไม่

ยอมแพ้แล้ว! นักวิทย์เลิกพยายามติดต่อยาน ‘ฟิเล’ บนดาวหาง ’67พี’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/576774

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ก.พ. 2559 01:10

 

(ภาพ: AFP)

นักวิทยาศาสตร์ในภารกิจสำรวจดาวหาง ประกาศยุติความพยายามติดต่อกับหุ่นยนต์สำรวจ ฟิเล ซึ่งถูกส่งไปลงจอดบนดาวหาง 67พี ตั้งแต่ปลายปี 2014 แล้ว หลังติดต่อไม่ได้เลยในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทีมนักวิทยาศาสตร์ในภารกิจ ‘โรเซตตา’ ขององค์การอวกาศยุโรป (อีซา) ซึ่งส่งหุ่นยนต์ ‘ฟิเล’ ลงบนดาวหาง ’67พี’ หรือ ‘ชูริวมอฟ-เกราซิเมนโก’ เมื่อเดือน พ.ย. 2014 ตัดสินใจยอมแพ้ เลิกพยายามติดต่อกับหุ่นตัวนี้แล้ว หลังจากขาดการติดต่อกับหุ่นตัวนี้ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2015 เนื่องจากหุ่นลงจอดในจุดอับแสงของดาวหาง ทำให้แบตเตอรี่สะสมพลังแสงอาทิตย์ได้ไม่มากพอ

ศูนย์อวกาศเยอรมนี (ดีแอลอาร์) ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์กรวิทยาศาสตร์เบื้องหลังหุ่นฟิเล คาดการณ์ว่า ตอนนี้ ฟิเล อาจถูกปกคลุมด้วยฝุ่นและเย็นเกินกว่าที่จะทำงานได้แล้ว “น่าเสียดาย ที่โอกาสที่ฟิเลจะติดต่อกับทีมของเราที่ศูนย์ควบคุมยานดีแอลอาร์ได้อีกครั้งนั้น เกือบเป็นศูนย์ และเราจะไม่ส่งคำสั่งใดๆ ไปอีก” ดร. สเตฟาน อูลาเมค ผู้จัดการโครงการของดีแอลอาร์กล่าว

ทั้งนี้ หุ่นยนต์ ฟิเล ออกปฏิบัติการภายใต้ภารกิจ ‘โรเซตตา’ ซึ่งเป็นโครงการที่นำโดย อีซา ติดไปกับด้านข้างของยานอวกาศ โรเซตตา เดินทางข้ามระบบสุริยะเป็นเวลาถึง 10 ปี จนกระทั่งโรเซตตาเดินทางถึงดาวหาง 67พี และยานฟิเล ก็แยกตัวออกจากยานแม่จอดบนดาวหางดวงนี้สำเร็จในวันที่ 12 พ.ย. นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีการนำยานลงจอดบนดาวหางแบบนุ่มนวล ไม่ใช่การกระแทก

อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ไม่รู้ว่าหุ่นตัวนี้ลงจอด ณ จุดใดของดาวหาง แต่เมื่อดูจากภาพที่มันส่งกลับมาทำให้เชื่อว่า ฟิเล ลงจอดในจุดอับแสงและทำมุมแปลกๆ ส่งผลให้ฟิเลไม่สามารถชาร์จแบตเตอรี่พลังงานแสงอาทิตย์ได้ และปฏิบัติภารกิจได้เพียง 110 นาที และส่งข้อมูลทุกอย่างเท่าที่รวบรวมได้กลับมายังโลกทัน ก่อนที่พลังงานของมันจะลดต่ำลงจนต้องเข้าสู่โหมดเตรียมพร้อม (สแตนด์บาย)

ถึงกระนั้น เจ้าหน้าที่ยังพยายามติดต่อกับหุ่นตัวนี้ผ่านยานโรเซตตา ซึ่งยังโคจรอยู่รอบดาวหาง 67P หลายครั้ง และได้รับการตอบสนองครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2015 แต่ตอนนี้ ดาวหางโคจรออกห่างจากดวงอาทิตย์ ทำให้อุณหภูมิบนพื้นผิวลดต่ำลงสู่ -180 องศาเซลเซียส ซึ่ง ฟิเล ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ปฏิบัติการในภาวะเช่นนี้ได้ “คงเป็นเรื่องน่าประหลาดใจมาก หากเราได้รับสัญญาณตอนนี้” ดร. อูลาเมค กล่าว

ด้าน ศาสตราจารย์ มาร์ค แมคคอรีน ที่ปรึกษาวิทยาศาสตร์อาวุโสของอีซา เผยต่อสถานีวิทยุ ‘Radio 5 Live’ ของสำนักข่าวบีบีซีว่า นี่ถือเป็นข่าวเศร้าแต่หลีกเลี่ยงไม่ได้ “แน่นอน มันเป็นวันที่น่าเศร้า เมื่อปี 2014 ฟิเลยังสามารถจับภาพรอบโลกได้ แต่เรื่องดีทั้งหมดต้องมีจุดจบ ที่จริง หากมันลงจอดอย่างเหมาะสมตั้งแต่แรก ภารกิจของมันคงยุติตั้งแต่เดือน มี.ค.ปีก่อนแล้ว เพราะฟิเลจะทำงานจนร้อนเกินไป” ศ.แมคคอรีน เสริมด้วยว่า ยานโรเซตตาจะยังทำภารกิจของมันต่อไป

ยอดเหยื่อดินไหวไต้หวันพุ่ง 94 ศพ ยังเหลือผู้สูญหายอีก 30 คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/576718

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ก.พ. 2559 23:25

 

(ภาพ: AP)

จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวในภาคใต้ของไต้หวันเมื่อช่วงสุดสัปดาห์เพิ่มขึ้นเป็น 94 รายแล้ว ขณะที่ยังมีผู้สูญหายซึ่งคาดว่าติดอยู่ใต้ซากอาคารที่พังถล่ม…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวระดับ 6.4 ในภาคใต้ของเกาะไต้หวัน ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 ก.พ. ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นเป็น 94 รายแล้วในวันศุกร์ ขณะที่หน่วยกู้ภัยของสำนักงานดับเพลิงกำลังค้นหาผู้สูญหายอีกราว 30 คน ที่เชื่อว่าถูกฝังอยู่ใต้ซากอาคารที่พังถล่มลงมา

ทั้งนี้ แผ่นดินไหวดังกล่าวมีจุดศูนย์กลางอยู่ใกล้กับเมืองไถหนาน ทางใต้ของไต้หวัน ทำให้อพาร์ตเมนต์ ‘เว่ยกวน จินหลง’ (มังกรทอง) สูง 17 ชั้นในเมืองแห่งนี้พังถล่ม มีผู้ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังหลายร้อยคน ซึ่งผู้เสียชีวิตเกือบทั้งหมด หรือ 92 คน ถูกพบใต้ซากอาคารหลังนี้ และเจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือผู้รอดชีวิตออกมาได้แล้ว 310 คน

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่สืบสวนของไต้หวันดำเนินการจับกุมอดีตผู้บริหารของบริษัทซึ่งรับผิดชอบในการสร้างอพาร์ตเมนต์มังกรทอง 3 คน ในข้อหากระทำการโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย เนื่องจากเกิดข้อสงสัยว่ามีการทุจริตในการก่อสร้างหรือไม่ เพราะมีอาคารหลายหลังที่เก่ากว่าอพาร์ตเมนต์หลังนี้แต่กลับไม่พังถล่ม

ส.ส.หนุ่มญี่ปุ่น ลาออก! ยอมรับคบหาหญิงอื่น ขณะภรรยาคลอดลูก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/576662

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ก.พ. 2559 19:04

 

(นายเคนสุเกะ มิยาซากิ และภรรยา มิกูมิ คาเนโกะ)

เคนสุเกะ มิยาซากิ ส.ส.เกียวโต ดิ้นไม่หลุด ยอมลาออกจากตำแหน่ง ส.ส.แล้ว หลังโดนสื่อในญี่ปุ่นแฉ แอบ‘มีกิ๊ก’กับหญิงอื่นขณะที่ภรรยาของตนเอง ซึ่งเป็น ส.ส.สังกัดพรรคเดียวกัน อยู่ระหว่างคลอดลูก

เมื่อ 12 ก.พ.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานครึกโครม นายเคนสุเกะ มิยาซากิ ส.ส.หนุ่ม แห่งเมืองเกียวโต ในญี่ปุ่น ผู้จุดกระแสผู้ชายสมควรได้สิทธิ์ลางานไปดูแลภรรยาที่คลอดบุตร กลับต้องตกเป็นข่าวฉาวโฉ่ในเรื่องนี้เสียเอง จนทำให้ต้องลาออกจากตำแหน่ง พร้อมยอมรับผิด ได้แอบไปพบคบหากับหญิงอื่นจริง ในช่วงที่นาง มิกูมิ คาเนโกะ ภรรยาของตนเองจะคลอดบุตร หลังจากถูก นสพ.ท้องถิ่น ‘ชูกัน บันชุน’ ลงข่าวแฉเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า นายมิยาซากิ แอบไปพบกับผู้หญิงอื่น ซึ่งเป็นนางแบบชุดว่ายน้ำ และช่างตัดชุดกิโมโน

นสพ.ชูกัน บันชุน ยังได้ลงภาพหญิงคนดังกล่าวกำลังเดินออกจากบ้านพักของนายมิยาซากิในเมืองเกียวโต เป็นหลักฐานสำคัญ
และมัดตัวจนดิ้นไม่หลุด พร้อมกับระบุว่าภาพนี้ถูกถ่ายในช่วงหลายวันก่อนที่นางคาเนโกะ ภรรยาของนายมิยาซากิ ซึ่งเป็น ส.ส.สังกัดพรรครัฐบาลเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) เช่นเดียวกันกับเขาจะคลอดลูกในวันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา

นายเคนสุเกะ มิยาซากิ ขอโทษกับความผิดของตนเอง และพร้อมลาออกจากตำแหน่ง ส.ส.เมืองเกียวโต

ข่าวแจ้งว่า จากหลักฐานแน่นหนา ทำให้ในที่สุด นายมิยาซากิ ได้เปิดแถลงข่าวในกรุงโตเกียว เมื่อวันที่ 12 ก.พ. ประกาศขอลาออกจากตำแหน่ง ส.ส. และยอมรับว่าเขาได้คบหากับหญิงคนนี้จริง โดยได้พบเธอตอนที่ได้มาช่วยเหล่า ส.ส.แต่งตัวในชุดประจำชาติในพิธีเปิดประชุมรัฐสภา เมื่อวันที่ 4 ม.ค.ที่ผ่านมา “เท่าที่ผมจำได้ ผมพบกับเธอ 3 ครั้ง ครั้งสุดท้าย เจอกันในเกียวโต และจากนั้นเราก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย” นายมิยาซากิกล่าว พร้อมบอกว่าเขาได้อธิบายเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้ภรรยาฟังแล้ว และเขาเสียใจจริงๆ ที่ทำเรื่องโหดร้ายกับภรรยาที่กำลังคลอดบุตร

ทั้งนี้ สาเหตุที่ทำให้ข่าวฉาวของนายมิยาซากิโดนวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เนื่องจากเมื่อเดือนก่อน นายมิยาซากิเพิ่งจุดกระแสคนในชาติให้มีการถกเถียงกันว่าผู้ชายญี่ปุ่นสมควรลางานเพื่อไปดูแลภรรยาที่เพิ่งคลอดบุตรได้หรือไม่ ในขณะที่ชาวญี่ปุ่นที่คัดค้านเรื่องนี้มองว่า เป็นการทอดทิ้งหน้าที่การงานมากกว่า.

แผ่นดินไหวเขย่าอินโดฯ ขนาด 6.2 ไร้เตือนสึนามิ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/576672

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ก.พ. 2559 18:45

 

เกิดแผ่นดินไหว ขนาด 6.2 ภาคตะวันออกของอินโดนีเซีย ยังไม่มีรายงานความเสียหาย ผู้บาดเจ็บ หรือเสียชีวิต ทั้งยังไม่มีคำเตือนเกิดคลื่นยักษ์…

วันที่ 12 ก.พ. สำนักแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 17.02 น. ตามเวลาในประเทศไทย เกิดเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 6.2 ทางภาคตะวันออกของอินโดนีเซีย โดยมีศูนย์กลางอยู่ในเขตซุมบา วัดระดับความลึกได้ราว 30 กิโลเมตร อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายงานความเสียหาย ผู้บาดเจ็บ หรือเสียชีวิต รวมทั้งยังไม่มีการประกาศเตือนภัยสึนามิ.

‘อินเดีย’ สอบธรรมประวัติศาสตร์ครั้งแรก บนดินแดนพุทธภูมิ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/576586

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ก.พ. 2559 17:00

 

เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา เสนอให้มีการสอบธรรมสนามหลวง ในประเทศอินเดียซึ่งเป็นดินแดนพุทธภูมิ จากที่ผ่านมีการสอบเฉพาะในประเทศไทย เผย จะมีการเข้าสอบครั้งประวัติศาสตร์ทั้งมาจาก 15 วัด ทั้งในอินเดีย เนปาล ในวันที่ 13-14 ก.พ.นี้

เมื่อวันที่ 12 ก.พ.59 พระเทพโพธิวิเทศ หัวหน้าพระธรรมทูตไทยสายอินเดีย-เนปาล เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา รัฐพิหาร เปิดเผยว่า จากที่ในอดีตที่ผ่านมาการสอบธรรมสนามหลวงจะมีขึ้นเฉพาะในประเทศไทย สำหรับที่ประเทศอินเดียซึ่งเป็นแดนพุทธภูมิอย่างแท้จริงยังไม่เคยมีการสอบธรรมสนามหลวงมาก่อนเลย ดังนั้นวัดไทยพุทธคยา จึงได้เสนอขออนุมัติดำเนินโครงการส่งเสริมพระปริยัติธรรม แผนกธรรม ให้มีการสอบธรรมสนามหลวงขึ้นเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ในดินแดนพุทธภูมิและได้รับอนุมัติจาก พระพรหมมุนี แม่กองธรรมสนามหลวง โดยวัดไทยพุทธคยาได้มอบหมายให้พระครูวินัยธรณรงค์ อุตฺตมวํโส เลขานุการสำนักเรียนวัดไทยพุทธคยา เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ

เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา เผยต่อไปว่า โครงการนี้เกิดขึ้นเพื่อส่งเสริมการศึกษาของคณะสงฆ์ไทย ในการจัดการศึกษาพระปริยัติธรรม เพื่อเสริมทักษะเบื้องต้นให้กับพระภิกษุ สามเณร แม่ชี อุบาสก อุบาสิกา ที่จำพรรษาในประเทศอินเดีย-เนปาล เป็นการเปิดโอกาสให้สามเณรและคนอินเดีย ได้ศึกษาเรียนรู้พุทธประวัติ ธรรมวินัย และทักษะชีวิต เพื่อเสริมสร้างความรู้สติปัญญาการเรียนรู้ให้เท่าทันเหตุการณ์ในยุคปัจจุบัน รวมทั้งเพื่อใช้การศึกษาพระปริยัติธรรม ไปสนับสนุนแผนงานนำพระพุทธศาสนาคืนสู่มาตุภูมิ โดยได้มีการเปิดสอนธรรมให้กับพระสงฆ์ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา ณ สำนักศาสนศึกษาในวัดไทยในประเทศอินเดียรวม 15 วัดมาอย่างต่อเนื่องจนถึงเวลานี้ พระสงฆ์ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา ได้เรียนจบในระดับต่างๆ พร้อมที่จะเข้าสอบธรรมสนามหลวงแล้วรวม 105 รูป

ทั้งนี้ การสอบธรรมสนามหลวงซึ่งถือเป็นครั้งประวัติศาสตร์ครั้งแรกที่จะมีขึ้นในประเทศอินเดีย บนแผ่นดินพุทธภูมิครั้งนี้จะมีขึ้นในวันที่ 13-14 ก.พ.นี้ ทีอาคารวิปัสสนาวีระภุชงค์ วัดไทยพุทธคยา โดยมี พระพรหมมังคลาจารย์ เจ้าคณะรองสมเด็จพระราชาคณะ รองแม่กองธรรมสนามหลวง ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนแม่กองธรรมสนามหลวง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม เดินทางมาเป็นประธานในการสอบ และมีพระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ประธานผู้กำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ เป็นอุปถัมภ์และให้การสนับสนุนโครงการ

สำหรับพระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกาที่จะเข้าสอบครั้งประวัติศาสตร์ครั้งนี้มาจาก 15 วัดในประเทศอินเดีย-เนปาล จำนวน 105 รูป ประกอบด้วย วัดไทยพุทธคยา วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ วัดไทยเชตวันมหาวิหาร วัดไทยลุมพินี ประเทศเนปาล วัดไทยมคธพุทธวิปัสสนา วัดไทยนาลันทา วัดไทยสิริราชคฤห์ วัดไทยพุทธภูมิ วัดป่ามุจลินท์ วัดพุทธสาวิกา วัดไทยนวราชรัตนาราม 960 วัดอโศกมหาราช วัดไทยสาวัตถีพุทธวิปัสสนา วัดไทยพุทธบารมี และวัดลาวอินเตอร์ แบ่งเป็นผู้เข้าสอบระดับนักธรรมชั้นเอก 5 รูป นักธรรมชั้นโท 8 รูป นักธรรมชั้นตรี 59 รูป เป็นพระภิกษุและสามเณรชาวไทย 5 รูป พระภิกษุและสามเณรชาวอินเดีย 54 รูป ธรรมศึกษาชั้นตรี 33 คน แบ่งเป็นชาวไทย 29 คน ชาวอินเดีย 4 คน.

ชาติมหาอำนาจบรรลุข้อตกลงหยุดยิงในซีเรีย แต่ยังไม่เลิกถล่มไอซิส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/576598

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ก.พ. 2559 15:58

 

(เซอร์เก ลาฟรอฟ (ซ้าย) และ จอห์น แคร์รี)

รมต.ชาติมหาอำนาจ บรรลุข้อตกลงหยุดยิงในซีเรียกันแล้ว แต่เห็นพ้องตรงกันที่จะยังคงเดินหน้าโจมตีทางอากาศถล่มกลุ่มไอซิสในซีเรียต่อไป

เมื่อ 12 ก.พ. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน รัฐมนตรีจากประเทศมหาอำนาจ และตัวแทนจากกลุ่มสนับสนุนซีเรียสากล (ISSG) อาทิ นายจอห์น แคร์รี รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ และ นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.ต่างประเทศรัสเซีย ได้บรรลุข้อตกลงหยุดยิงในซีเรียแล้ว ระหว่างร่วมประชุมกันที่เมืองมิวนิก ทางตอนใต้ของประเทศเยอรมนี เพียงแต่การโจมตีทางอากาศถล่มเป้าหมายกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง ‘รัฐอิสลาม’ ในซีเรีย และอิรักจะยังคงดำเนินต่อไป

นายจอห์น แคร์รี และ นายเซอร์เก ลาฟรอฟ ในฐานะประธานการประชุม ได้เปิดแถลงข่าว เมื่อวันที่ 12 ก.พ. ว่า นอกจากกลุ่มไอเอสเอสจี ได้สนับสนุนให้มีการหยุดยิงในซีเรียแล้ว ยังเห็นตรงกันว่า การเจรจาสันติภาพระหว่างรัฐบาลซีเรียกับกลุ่มกบฏต่อต้านรัฐบาลควรจะหวนกลับมาประชุมกันใหม่โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ พร้อมทั้งควรจะเร่งและขยายความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ชาวซีเรีย

การประชุมของ รมต. และตัวแทนกลุ่มไอเอสเอสจี ที่เมืองมิวนิก

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ รมต.ของกลุ่มไอเอสเอสจี ได้บรรลุข้อตกลงหยุดยิงในซีเรีย แต่ยังไม่ทราบว่า รัฐบาลประธานาธิบดีบาซาร์ อัล อัสซาดแห่งซีเรีย และกบฏกลุ่มสำคัญในซีเรีย ที่เปิดฉากทำสงครามกลางเมืองกันมาหลายปีจะยอมหยุดยิงกันหรือไม่

เมียนมา จัด ตร.รักษาความปลอดภัยเข้ม ซูจี โดนขู่ฆ่า ถ้าแก้ไข รธน.!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/576503

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ก.พ. 2559 12:56

 

ผวา..ทางการเมียนมาออกคำสั่งให้ตำรวจคอยคุ้มครองความปลอดภัยให้แก่ ออง ซาน ซูจี หลังจากถูกขู่ฆ่า หากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเปิดทางให้นางก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ของเมียนมา

เมื่อ 12 ก.พ. 59 สำนักข่าวบีบีซี รายงาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติของเมียนมาได้มีคำสั่งเป็นครั้งแรกให้ตำรวจคอยให้ความอารักขาคุ้มครอง นางออง ซาน ซูจี หัวหน้าพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) หลังจากถูกชายผู้หนึ่งขู่ฆ่าผ่านทางเฟซบุ๊ก หากนางซูจีมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งห้ามไม่ให้นางมีโอกาสได้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี เนื่องจากมีบุตรชายถือสัญชาติอื่นไม่ใช่เมียนมา

นายตำรวจระดับสูงของเมียนมา เผยกับผู้สื่อข่าวบีบีซี ว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติถือว่าคำขู่ดังกล่าวเป็นเรื่องจริงจัง จึงได้มีคำสั่งให้ตำรวจในพื้นที่คอยให้ความคุ้มครองความปลอดภัยแก่นางซูจี หลังจากได้เห็นข้อความขู่ฆ่าในเฟซบุ๊ก ซึ่งผู้ชายคนดังกล่าว ยังได้โพสต์รูปภาพตนเองถือปืนไรเฟิลด้วย ขณะที่ เว็บไซต์ mizzima.com ได้เผยชื่อว่า ชายคนนี้ชื่อ นายยี ลวิน มินต์ และเขาได้ขอโทษที่ได้โพสต์ข้อความขู่สังหารนางซูจีผ่านทางเฟซบุ๊กแล้ว

บีบีซี แจ้งว่า ที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ นางซูจี ซึ่งนำพรรคเอ็นแอลดีคว้าชัยเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมาอย่างถล่มทลาย จะได้รับการอารักขาจากทีมรักษาความปลอดภัยของนางเอง และจะมีการจัดกำลังตำรวจชุดพิเศษมารักษาความปลอดภัยเวลานางซูจีเวลาออกนอกบ้านเท่านั้น.