หุ้นไทยปิดตลาดบวก 6.47 จุด มูลค่าซื้อขาย 39,654.93 ล้านบาท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572286

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 ก.พ. 2559 17:45

 

หุ้นไทยปิดตลาดบวก 6.47 จุด ที่ระดับ 1,291.77 จุด มูลค่าซื้อขาย 39,654.93 ล้านบาท…

วันที่ 3 ก.พ. 59 ดัชนีหุ้นไทยปิดตลาด เพิ่มขึ้น 6.47 จุด ที่ระดับ 1,291.77 จุด หรือคิดเป็น 0.50 % ด้วยมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 39,654.93 ล้านบาท

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 2. บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) 4. ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) 5. บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)

สมคิด ปลื้มผลเจรจา ยกทีม ศก. หารือร่วม รบ.อิหร่าน เซ็นข้อตกลง 6 ฉบับ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572216

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 ก.พ. 2559 17:36

 

ไทย-อิหร่าน เซ็นข้อตกลงร่วม 6 ฉบับ “สมคิด” ปลื้มผลเจรจา หลังไปถูกที่ ถูกจังหวะพ้นคว่ำบาตร ลั่น ช่วยโปรโมตการท่องเที่ยว “ดอน” เผย อิหร่านขอแลกตัวนักโทษกลับประเทศ…

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 3 ก.พ.59 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้นำคณะรัฐมนตรีจากกระทรวงการคลัง กระทรวงต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงคณะผู้แทนจากภาคเอกชน และธนาคารแห่งประเทศไทย เดินทางไปยังพระราชวังซาดาบัด เพื่อเข้าร่วมประชุม ครม.ร่วมเศรษฐกิจไทย-อิหร่าน โดยฝ่ายอิหร่าน มีนายโมฮัมหมัด ชาลีอัทมาดารี รองประธานาธิบดีอิหร่าน นำทีมร่วมประชุม จากนั้นนายสมคิด ได้หารือทวิภาคีกับรองประธานาธิบดีอิหร่าน ก่อนเป็นสักขีพยานพิธีลงนามความตกลงระหว่าง 2 ประเทศ จำนวน 6 ฉบับ ที่ครอบคลุมด้านการค้า การลงทุน ข้อตกลงการส่งเสริมการค้าระหว่างกัน การส่งออก ความร่วมมือด้านนาโนเทคโนโลยี และการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างบุคลากรของทั้ง 2 ประเทศ

ต่อมา รองประธานาธิบดีอิหร่าน กล่าวว่า การเดินทางมาเยือนของนายสมคิด ทำให้เห็นถึงความพร้อมและความมุ่งมั่นของไทย ที่จะร่วมมือกันด้านเศรษฐกิจในลักษณะความสัมพันธ์แบบพี่น้อง ซึ่งยิ่งใหญ่กว่าความร่วมมือทางธุรกิจที่ 2 ฝ่ายมีต่อกัน ขณะที่การลงนามข้อตกลง 6 ฉบับ ในครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และจะนำไปสู่มิตรภาพที่ยั่งยืนต่อไป รวมถึงเป็นหลักประกันว่าทั้ง 2 ประเทศ จะมีความร่วมมือกันอีกหลายด้าน

ด้าน นายสมคิด กล่าวว่า ไทยและอิหร่านมีความพอดี 2 จุด โดยอิหร่านมีความมั่นคงด้านพลังงานและความก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์ ขณะที่ไทยมีความมั่นคงด้านอาหาร ซึ่งทั้ง 2 ประเทศสามารถเสริมกันและกันได้อย่างพอดี จะเสริมสร้างศักยภาพและประโยชน์ต่อกัน การที่เรามาเยือนอิหร่านครั้งนี้ถือว่าถูกจังหวะมาก โดยอิหร่านจะนำไปสู่กลุ่มประเทศซีไอเอสที่มีแนวโน้มทางเศรษฐกิจเติบโตสูง ซึ่งจะช่วยให้ไทยได้รับประโยชน์จากประเทศเหล่านี้ที่มีทรัพยากรธรรมชาติที่ยังคงความสมบูรณ์ อย่างไรก็ตามอิหร่านได้ขอไทยเป็นพิเศษให้มาช่วยพัฒนาการท่องเที่ยวของเขา เนื่องจากเห็นว่าไทยประสบความสำเร็จด้านการท่องเที่ยวสูง และมีจิตใจด้านการบริการ

ด้าน นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า เราจะได้เห็นความร่วมมือระหว่างไทยกับอิหร่านที่เป็นรูปธรรมชัดเจนมากขึ้น โดยจะมีการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูง ซึ่ง รมว.พาณิชย์อิหร่าน จะนำคณะมาหารือร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ของไทยเป็นครั้งแรกภายใต้ความตกลงที่ได้ลงนามร่วมกัน

อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่อิหร่านต้องการเห็นในการเปิดศักราชใหม่ในด้านความสัมพันธ์ไทย-อิหร่าน คือต้องการให้ไทยพิจารณาการแลกเปลี่ยนตัวนักโทษระหว่างกัน โดยมีชาวอิหร่านที่ต้องโทษจำคุกอยู่ในเรือนจำของไทย ประมาณ 200 กว่าคน ขณะที่มีนักโทษชาวไทยถูกจำคุกในอิหร่าน 1 คน โดยผ่านสนธิสัญญาการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งฝ่ายไทยรับปากว่าจะนำไปหารือกัน โดยในเบื้องต้น ตนได้มอบหมายกรมการกงสุล และกรมเอเชียใต้ ตะวันออกและแอฟริกา ไปศึกษาข้อมูลในเรื่องนี้ ก่อนจะไปหารือกับกระทรวงยุติธรรมต่อไป ทั้งนี้เราจะต้องพิจารณาให้รอบด้าน เช่น ลักษณะความผิด ระยะเวลาที่จำคุกไปแล้ว เป็นต้น.

ห้าง-ยักษ์น้ำดำงัดแคมเปญปลุกกำลังซื้อเทศกาลตรุษจีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572236

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 ก.พ. 2559 17:04

 

บิ๊กห้างเซ็นทรัลเผยเตรียมงบ 70 ล้าน จัดกิจกรรมปลุกกำลังซื้อช่วงเทศกาลตรุษจีน ชี้ 2 ปัจจัยปลุกมู้ดจับจ่าย ด้าน “เป๊ปซี่” งัดแคมเปญเป๊ปซี่โมจิดีไซน์ 3 ลวดลายจีนสุดน่ารัก…

มีรายงานว่า ย่างเข้าสู่ช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2559 หลายบริษัททุกภาคอุตสาหกรรมจัดกิจกรรมทางการตลาด เพื่อกระตุ้นการจับจ่าย ท่ามกลางหลายฝ่ายที่มองว่า ตรุษจีนปีนี้จะคึกคักขนาดไหน ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน

น.ส.ปิยวรรณ ลีละสมภพ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการตลาดบริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด กล่าวว่าห้างเซ็นทรัลเตรียมงบกว่า 70 ล้านบาท จัดกิจกรรมการตลาด โฆษณาประชาสัมพันธ์แคมเปญภายใต้ชื่อ “Central Chinese New Year 2016” ไฮไลต์พิเศษ คือ พาลูกค้าที่มียอดช็อปสูงสุด ร่วมทริปเดินทางไหว้พระเสริมสิริมงคลแก้ปีชงและอื่นๆ อีกมากมาย พร้อมเพิ่มความคึกคักด้วยกิจกรรมทางการตลาดต่างๆ โดยตลอดแคมเปญนี้ หวังดึงลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น 30% เทียบกับช่วงเวลาปกติและมีเงินสะพัดกว่า 2,300 ล้านบาท

ทั้งนี้ ปัจจัยที่ทำให้มั่นใจว่า ผู้บริโภคจะออกมาจับจ่ายใช้สอยช่วงตรุษจีนคึกคัก มีด้วยกัน 2 ปัจจัย คือ เนื่องจากประเทศไทยมีคนไทยเชื้อสายจีนจำนวนมาก บวกกับคนมีความเชื่อและความศรัทธาต่อเทศกาลโดยใช้โอกาสนี้ เข้าวัดทำบุญ สะเดาะเคราะห์ เพื่อให้เกิดสิริมงคลในชีวิต โดยคนจะหันมาจับจ่ายของไหว้บรรพบุรุษ ของฝากและซื้อของให้ตัวเอง เพื่อต้อนรับอะไรใหม่ๆ ให้ชีวิต อีกปัจจัยคือ อยู่ในช่วงที่คนมีมู้ดในการจับจ่าย เนื่องจากบางบริษัทมีการจ่ายโบนัส หรือเงินแต๊ะเอียในช่วงนี้ เป็นโอกาสดีที่หลายกลุ่มธุรกิจ รวมถึงห้างสรรพสินค้าจะงัดกลยุทธ์เด็ดช่วงชิงกำลังซื้อในช่วงนี้

อีกด้านหนึ่งมีรายงานว่า โรงแรมเชอราตัน พัทยา รีสอร์ท ขอเชิญร่วมฉลองเทศกาลตรุษจีนกับมื้อค่ำสุดพิเศษ ด้วยบุฟเฟ่ต์อาหารจีนและอาหารนานาชาติ ณ ห้องอาหาร อิลิเม้นท์ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0-3825-9888

ขณะที่ เครื่องดื่มเป๊ปซี่ชวนร่วมเทศกาลตรุษจีนซินเจียยู่อี่แบบสุดซ่า ส่งแพ็กเกจจิ้งลิมิเต็ดเอดิชั่นที่มาพร้อมเป๊ปซี่โมจิดีไซน์กับ 3 ลวดลายจีนสุดน่ารัก ทั้งลายอั่งเปา ลายสิงโตมงคล และลายเจ้าจ๋อต้อนรับปีวอกให้ได้สะสมและใช้แทนคำอวยพร ภายใต้โกลบอลแคมเปญล่าสุด “Say it with Pepsi” หรือ “พูดด้วยเป๊ปซี่…เต็มที่ทุกอารมณ์” โดยพบกับสินค้าได้แล้ววันนี้ ในรูปแบบขวดพีอีทีทั้งขนาด 1.26 ลิตร และ 1.45 ลิตร ในร้านค้าปลีก-ส่ง ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ และห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศ.

พณ. จัดขายสินค้าจำเป็นช่วงตรุษจีน ถูกกว่าท้องตลาด 20-40%

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572174

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 ก.พ. 2559 16:37

 

พาณิชย์ จัดงานจำหน่าย สินค้าจำเป็นช่วงตรุษจีน ถูกกว่าท้องตลาด 20-40% หวังลดค่าครองชีพประชาชน เผย เตรียมนัดผู้ผลิตยางรถยนต์หารือปรับลดราคา …

วันที่ 3 ก.พ. 59 นางสาววิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังการเปิดงาน “มหกรรมสินค้าเกษตร ต้อนรับเทศกาลตรุษจีน” ที่ลานอเนกประสงค์ชั้น 3 กระทรวงพาณิชย์ ว่า จากการสำรวจภาวะราคาสินค้าก่อนเทศกาลตรุษจีนทั่วประเทศ พบว่าในภาพรวมถือว่าราคาเป็นปกติ และสินค้ามีเพียงพอต่อความต้องการใช้ในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้

กรมการค้าภายในได้จัดงานรับเทศกาลตรุษจีน โดยนำสินค้าที่มีความต้องการใช้ในช่วงเทศกาลตรุษจีนมาจำหน่าย เช่น เนื้อสุกร ไก่สดทั้งตัว เนื้อไก่ เป็ด ไข่ไก่ ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อสัตว์ อาหารทะเล ข้าวสาร ผัก ผลไม้ ขนมและอุปกรณ์เซ่นไหว้ มาจำหน่ายในราคาต่ำกว่าท้องตลาดทั่วไป ประมาณ 20-40% ที่บริเวณลานอเนกประสงค์ ชั้น 3 กระทรวงพาณิชย์ จ.นนทบุรี

นอกจากนี้ ยังได้นำสินค้าจากศูนย์จำหน่ายสินค้าเกษตรชุมชน (Farm Outlet) สินค้าเกษตรอินทรีย์ สินค้ายอดนิยมจากตลาดต้องชม 5 จังหวัด 6 ตลาด ได้แก่ ตลาดลาวเวียง ตลาดน้ำลำพญา ตลาดน้ำโบราณบ้านต้นตาล ตลาดถนนคนเดินสระน้ำทิพย์เมืองท่าผา ตลาดน้ำวัดตะเคียน ตลาดวัฒนธรรมตำบลบ้านสวน (ตลาดวัดภุมรินทร์กุฎีทอง) มาจำหน่ายด้วย

“การจัดงานดังกล่าว นอกจากช่วยให้เกษตรกรขายผลผลิตได้เพิ่มขึ้น ผู้บริโภคประหยัดค่าใช้จ่ายแล้ว ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศด้วย จึงขอเชิญชวนประชาชนไปเลือกซื้อสินค้าได้ตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว”

สำหรับแนวโน้มราคาสินค้าจากนี้ไป จะยังทรงตัวอยู่ในระดับนี้ แต่น่าจะมีอีกหลายรายการที่จะปรับลดราคาขายลงตามต้นทุนน้ำมันที่ลดลง เช่น ซีอิ๊ว น้ำปลา สบู่ ผงซักฟอก ยาสีฟัน รวมถึงยางรถยนต์ ที่มีแนวโน้มจะลดราคาลงได้อีก ซึ่งกรมฯ อยู่ระหว่างการนัดหารือกับสมาคมผู้ผลิตยางรถยนต์ และผู้ผลิตรายใหญ่ เพื่อหารือโครงสร้างต้นทุน และการปรับลดราคาตามต้นทุนยางพาราที่ลดลงในเร็วๆ นี้.

ขนส่ง ถกแก้ปัญหารถสาธารณะ หวั่น กระทบภาพลักษณ์ท่องเที่ยว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572226

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 ก.พ. 2559 16:26

 

ขนส่งทางบก ประชุมร่วมทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง หามาตรการแก้ปัญหาการใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ เน้นตามสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ หวั่นกระทบภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย ย้ำ พบกระทำผิดโทษขั้นสูงสุดทุกกรณี เผย ผิดซ้ำซากพักใช้เพิกถอนใบอนุญาต…

วันที่ 3 ก.พ. 59 นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ประชุมร่วมกับ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ทหาร และตำรวจ เพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหา การให้บริการของรถโดยสารสาธารณะทุกประเภท ทั้งในเขตกรุงเทพมหานครและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในจังหวัดต่างๆ เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการรถโดยสารสาธารณะ และสร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย

นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ที่ผ่านมากรมการขนส่งทางบกได้บูรณาการการทำงานร่วมกับทหาร และตำรวจ เพื่อจัดระเบียบการให้บริการรถโดยสารสาธารณะมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีการตรวจสอบพฤติกรรม การให้บริการ และกวดขันจับกุมรถโดยสารสาธารณะที่กระทำความผิดอย่างเข้มข้นจริงจัง

ทั้งนี้ ได้กำหนดพื้นที่ดำเนินการทั่วทุกพื้นที่ในเขตกรุงเทพมหานคร ย่านศูนย์การค้า และในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในจังหวัดต่างๆ เช่น สมุย ภูเก็ต และพัทยา รวมถึงตรวจสอบพฤติกรรมการให้บริการของรถแท็กซี่สนามบินดอนเมือง และสนามบินสุวรรณภูมิด้วย เพื่อยกระดับรถโดยสารสาธารณะให้เป็นบริการที่มีมาตรฐาน เสริมสร้างภาพลักษณ์แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เนื่องจากเป็นบริการขนส่งสาธารณะที่นักท่องเที่ยวจะเลือกใช้บริการเป็นลำดับแรกเมื่อเดินทางมาประเทศไทย โดยจะมีการประสานข้อมูลผลการดำเนินงานของแต่ละหน่วยงานผ่านระบบสารสนเทศของกรมการขนส่งทางบก เพื่อตรวจสอบประวัติการกระทำความผิดจากศูนย์ข้อมูลประวัติผู้ขับรถสาธารณะ

หากพบประวัติมีพฤติกรรมผิดซ้ำซาก จะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาพักใช้เพิกถอนใบอนุญาตขับรถทันที ซึ่งการประสานความร่วมมือในการตรวจสอบและรายงานผลครั้งนี้ จะทำให้การจัดระเบียบรถโดยสารสาธารณะของประเทศมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สามารถตรวจสอบประวัติการกระทำผิดได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และสามารถคัดกรองผู้ขับรถที่ไม่มีคุณภาพออกจากระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายสนิท กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของกรมการขนส่งทางบกซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแลรถโดยสารสาธารณะ ได้กำหนดมาตรการบังคับใช้กฎหมายเด็ดขาด ด้วยการลงโทษผู้กระทำความผิดในอัตราโทษสูงสุดทุกกรณีโดยไม่มีข้อยกเว้น พร้อมส่งตัวเข้ารับการอบรมเพื่อสร้างจิตสำนึกการให้บริการทุกราย และหากตรวจสอบพบการกระทำความผิดซ้ำซาก พิจารณาพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถทันที

สำหรับผลการดำเนินการมาตรการพักใช้เพิกถอนใบอนุญาตขับรถ (ตั้งแต่ 1 เม.ย. 57–31 ธ.ค. 58) มีผู้ขับรถแท็กซี่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับรถแล้วจำนวน 4 ราย และถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตจำนวนทั้งสิ้น 236 ราย ส่วนผู้ขับรถตู้โดยสารถูกพักใช้ใบอนุญาตขับรถจำนวน 19 ราย

ทั้งนี้ มาตรการกวดขันจับกุมรถโดยสารสาธารณะ รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง จะดำเนินการควบคู่ไปกับการประชาสัมพันธ์มาตรการทางกฎหมาย และสร้างจิตสำนึกการให้บริการที่มีคุณภาพปลอดภัยให้แก่ผู้ประกอบการและพนักงานขับรถ เพื่อแก้ไขปัญหาการให้บริการรถโดยสารสาธารณะอย่างยั่งยืน ทั้งยังเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศ.

กนง. มีมติคงดอกเบี้ย 1.50% เป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572239

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 ก.พ. 2559 16:15

 

กนง.มีมติเอกฉันท์คงดอกเบี้ยนโยบาย ที่ระดับ 1.50% เป็นไปตามที่ตลาดคาด มอง นโยบายการเงินอยู่ในระดับที่ผ่อนปรน ระบุ ต้องระวังความเสี่ยงด้านเสถียรภาพการเงิน พร้อมประมาณการจีดีพีไทยปี 59 ขยายตัว 3.5% …

เมื่อวันที่ 3 ก.พ. 59 คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.50% ต่อปี โดยประเมินว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2559 ยังคงขยายตัวใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้ในการประชุมครั้งก่อน โดยอุปสงค์ในประเทศเป็นปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญ ในขณะที่มีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกสูงขึ้น ทั้งด้านการฟื้นตัวของเศรษฐกิจคู่ค้าหลัก การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการค้าโลก ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ยังอยู่ในระดับต่ำ รวมทั้งทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของประเทศอุตสาหกรรมหลัก ซึ่งส่งผลต่อเงินทุนเคลื่อนย้าย และอัตราแลกเปลี่ยน

อย่างไรก็ดี อัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่ติดลบในปัจจุบันจะทยอยปรับสูงขึ้น และมีแนวโน้มจะกลับมาเป็นบวกในช่วงครึ่งแรกของปี 2559 ขณะที่ความเสี่ยงของการเกิดภาวะเงินฝืดมีจำกัด เนื่องจากอุปสงค์ยังคงขยายตัวและอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังเป็นบวก สะท้อนว่าราคาสินค้านอกกลุ่มพลังงานส่วนใหญ่มีแนวโน้มทรงตัวหรือปรับสูงขึ้น สอดคล้องกับคาดการณ์เงินเฟ้อในระยะปานกลางของสาธารณชน

นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ เห็นว่านโยบายการเงินในปัจจุบันยังอยู่ในระดับที่ผ่อนปรน และควรรักษาขีดความสามารถในการดำเนินนโยบาย (policy space) รวมทั้งยังคงต้องระมัดระวังความเสี่ยงด้านเสถียรภาพการเงิน จึงเห็นควรให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งนี้ พร้อมจะติดตามพัฒนาการด้านต่างๆ อย่างใกล้ชิด และพร้อมจะใช้เครื่องมือเชิงนโยบายที่มีอยู่อย่างเหมาะสม เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพการเงินของประเทศ

ด้าน นายจาตุรงค์ จันทรังษ์ เลขานุการ กนง. ระบุว่า กนง. ยังคงประมาณการจีดีพี ปี 59 ไว้ที่ 3.5% เท่ากับประมาณการล่าสุดเมื่อ 25 ธ.ค. 58 โดยความเสี่ยงที่มีผลต่อการขยายตัวมากที่สุด คือ ปัจจัยต่างประเทศ ขณะที่ตัวขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ คือ อุปสงค์ในประเทศ การบริโภคภาคเอกชน การใช้จ่ายภาครัฐและรัฐวิสาหกิจที่เป็นไปตามเป้าหมาย

“มองว่าความเสี่ยงด้านต่างประเทศมีมากขึ้นที่จะส่งผลต่อการขยายตัวในปีนี้” นายจาตุรงค์กล่าว

ทั้งนี้ การคงดอกเบี้ยที่ 1.50% เป็นการคาดการณ์ในอนาคตกรณีเศรษฐกิจชะลอตัวลง กนง. ก็ยังมีช่องที่จะสามารถใช้นโยบายการเงินได้อีก โดยระดับดอกเบี้ยในปัจจุบันถือว่าผ่อนคลาย เห็นได้จากการขยายตัวของสินเชื่อไม่ได้ลดลง

นอกจากนี้ ในที่ประชุม กนง. ได้มีการพูดถึงนโยบายการเงินโดยรวม ไม่ได้เฉพาะรายประเทศ เช่น ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ที่ประกาศนโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบ โดยภาพรวมเห็นการขยับตัวของนโยบายการเงินในหลายหลายประเทศ ซึ่งจะต้องติดตามในส่วนของเงินทุนเคลื่อนย้ายและความผันผวนตลาดต่างประเทศ

ขณะที่อัตราแลกเปลี่ยน กนง. มีกลไกดูแลอยู่แล้ว ที่จะส่งผลกระทบน่าจะเป็นความเสี่ยงจากเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า เช่น จีน หรือเอเชียมากกว่าความผันผวนของตลาดการเงิน

กนง. ยังมองว่าทิศทางราค น้ำมันจะอ่อนค่าลงจากที่ประเมินไว้ครั้งก่อนหน้าที่ 40 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งถือว่าเป็นความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจไทย ขณะที่อัตราเงินเฟ้อมองว่าจะปรับตัวสูงขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปี 59 เป็นการปรับตัวไปในทิศทางที่ถูกต้อง โดย กนง. ยังให้ความสำคัญต่ออัตราเงินเฟ้อเป็นเป้าหมายหลักในการดูแลนโยบายการเงิน และเชื่อว่าอัตราเงินเฟ้อจะกลับเพิ่มเป็นไปตามกรอบที่วางไว้.

ศาลปกครองไม่รับคดี ‘รสนา’ ฟ้อง ครม.-พวก โอนหุ้น บ.ขนส่งก๊าซ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572205

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 ก.พ. 2559 15:40

 

ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งไม่รับคดี “รสนา” ฟ้อง ครม.-พวก โอนหุ้น บ.ทรานส์ ไทย-มาเลเซีย เหตุ ละเลยหน้าที่ปฏิบัติงานล่าช้า เผย ผู้ฟ้องไม่ใช่ผู้ได้รับความเดือดร้อนเสียหายที่มีสิทธิ์ฟ้อง พร้อมให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ…

เมื่อวันที่ 3 ก.พ. 59 ศาลปกครองกลางมีคำสั่งไม่รับพิจารณาคดีที่ นางสาวรสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา ยื่นฟ้องคณะรัฐมนตรี (ครม.) กับพวก กรณีไม่ดำเนินการแบ่งแยกหุ้นและสิทธิ์ในหุ้นของบริษัท ทรานส์ ไทย-มาเลเซีย (ประเทศไทย) และ Trans Thai-Malaysia (Malaysia) Sdn. Bhd. กลับมาเป็นของรัฐ เพราะหุ้นในบริษัทดังกล่าว เป็นทรัพย์สินของรัฐที่ บมจ.ปตท. (PTT) ถือครองไว้แทน

ทั้งนี้ ศาลเห็นว่า นางสาวรสนา ไม่ใช่ผู้ได้รับความเดือดร้อนเสียหายที่มีสิทธิ์ฟ้อง โดยให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ

นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาคำฟ้องแล้วจะเห็นได้ว่า ผู้ฟ้องคดีมีความประสงค์ให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งห้าปฏิบัติให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ในคดีหมายเลขแดงที่ ฟ.35/2550 โดยให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งห้าร่วมกันแบ่งแยกทรัพย์สินในส่วนที่เป็นหุ้น หรือสิทธิ์ในส่วนที่เป็นอำนาจมหาชน รวมถึงผลประโยชน์ของหุ้นหรือสิทธิมหาชนดังกล่าวที่ควรได้รับต่อเนื่องมานับ จากแปรสภาพจากการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยไปเป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 5 ให้กลับคืนมาเป็นของรัฐ อันมีลักษณะเป็นการร้องขอให้มีการบังคับคดีตามคำพิพากษาตามมาตรา 72 วรรคห้าแห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครอง และวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ประกอบมาตรา 271 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ซึ่งไม่จำต้องนำคดีมาฟ้องศาลปกครองเป็นคดีใหม่

ศาลยังเห็นว่า ผู้ฟ้อง ชอบที่จะดำเนินการขอบังคับคดีต่อศาลปกครองสูงสุดในคดีดังกล่าวโดยตรง กรณีนี้จึงถือได้ว่าผู้ฟ้องคดีไม่ใช่ผู้ได้รับความเดือดร้อนเสียหาย หรืออาจจะเดือดร้อนเสียหายโดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ที่จะมีสิทธิ์ฟ้องคดีต่อศาลตามมาตรา 42 วรรคหนึ่งแห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ศาลจึงไม่อาจรับคำฟ้องของผู้ฟ้องคดีไว้พิจารณาได้ จึงมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา และให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ คำสั่งศาลปกครองกลาง ระบุ

สำหรับคดีนี้ นางสาวรสนา ได้ยื่นฟ้อง คณะรัฐมนตรี, นายกรัฐมนตรี, กระทรวงพลังงาน, รมว.พลังงาน และ บมจ.ปตท. ในคดีละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ หรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร.

เคาะปลายปีเปิด ‘เทอร์มินอล 21 โคราช’ บุกพัทยา-ขอนแก่นต่อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572207

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 ก.พ. 2559 15:40

 

“สยาม รีเทล ดีเวลล็อปเม้นท์” เดินหน้า “เทอร์มินอล 21 โคราช” โดยเตรียมงบ 100 ล้าน เปิดตัวปลายปี 2559 พร้อมเตรียมลุยเปิดสาขาในพัทยาและขอนแก่นเพิ่ม…

นายประเสริฐ ศรีอุฬารพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยาม รีเทล ดีเวลล็อปเม้นท์ จำกัด ผู้พัฒนาศูนย์การค้า 4 แห่ง ได้แก่ แฟชั่นไอส์แลนด์ เทอร์มินอล 21 เดอะพรอมานาดและไลฟ์เซ็นเตอร์ กล่าวว่า บริษัทฯ เตรียมเปิดให้บริการศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช ช่วงปลายปีนี้ โดยกำหนดวันที่ชัดเจนจะแจ้งอีกครั้ง แต่อยู่ระหว่างเดือน ต.ค.-ธ.ค. 2559 ขณะนี้ การก่อสร้างโครงสร้างอาคารแล้วเสร็จกว่า 90% ได้รับความสนใจและการตอบรับที่ดีทั้งจากพันธมิตร ผู้เช่า ผู้ประกอบการในท้องถิ่น ตลอดจนผู้บริโภคเป้าหมายหลักในพื้นที่

ทั้งนี้ เทอร์มินอล 21 โคราชยังคงแนวคิดหลักเดียวกับเทอร์มินอล 21 กรุงเทพฯ คือ สร้างสรรค์บรรยากาศแบบมาร์เก็ตสตรีทจาก 7 มหานคร แห่งการช็อปปิ้งระดับโลก โดดเด่นด้วยบันไดเลื่อนยาวที่สุดในศูนย์การค้าของไทย มีหอคอยชมวิวสูงสุดในภาคอีสาน ตั้งอยู่ในทำเลดีบนพื้นที่ 32 ไร่ ของ ถนนมิตรภาพ มีมูลค่าโครงการกว่า 6,000 ล้านบาท กับแนวคิดท่าอากาศยานแห่งการช็อปปิ้งในรูปแบบช็อปปิ้งมอลล์

นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า บริษัทฯ มองโคราชมีทั้งศักยภาพ และความพร้อมเป็นหัวเมืองที่มีความสำคัญเศรษฐกิจมีจำนวนประชากรสูงถึง 2.6 ล้านคน สูงเป็นอันดับ 2 สองรองจากกรุงเทพฯ ผู้บริโภคมีกำลังซื้อสูง มีไลฟ์สไตล์และรสนิยมใกล้เคียงกับคนกรุงเทพฯ และเป็นจังหวัดที่มีจำนวนนักศึกษาสูงถึง 50,000 คน เป็นอันดับ 3 ของภาคอีสาน อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว มีนักท่องเที่ยวมากกว่า 5 ล้านคนต่อปี เป็นอันดับ 1 ของภาคอีสาน นอกจากนั้น เป็นพื้นที่มีการพัฒนาระบบการคมนาคมขนส่งอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ทั้งระบบถนน และระบบราง ที่กำลังจะเกิดขึ้น

บรรยากาศจำลองห้างเทอร์มินอล 21 โคราช

อย่างไรก็ตาม 2-3 ปีที่ผ่านมา ผู้ประกอบการค้าปลีกหลักๆ ได้หันไปพัฒนาโครงการใหม่ๆ ตามหัวเมืองใหญ่และหัวเมืองรองในต่างจังหวัด สยาม รีเทลเองก็มั่นใจในความพร้อมจุดแข็งในการมุ่งเน้นการพัฒนาโครงการศูนย์การค้าที่สร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าในแต่ละพื้นที่ที่แตกต่างกันไป ทั้งการออกแบบและพัฒนารูปแบบส่วนผสมร้านค้า บรรยากาศ องค์ประกอบต่างๆ ให้เหมาะสมพื้นที่ ขณะนี้ มีการศึกษาความพร้อมและเตรียมขยายการลงทุนสู่หัวเมืองหลักศักยภาพสูงคือ พัทยาและขอนแก่นต่อไป

กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยาม รีเทลฯ กล่าวอีกว่า โครงการศูนย์การค้าแห่งต่อไป  ของบริษัทฯ จะเป็นที่พัทยา ใช้ชื่อว่า เทอร์มินอล 21 พัทยา ซึ่งขณะนี้ได้สถานที่แล้วและเตรียมเริ่มก่อสร้างประมาณปลายปี 2559 ส่วนโครงการใน จ.นครศรีธรรมราช ได้ชะลอไว้ก่อน

ด้าน น.ส.สิรีน สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโสการตลาดและพัฒนาธุรกิจ บริษัท สยาม รีเทลฯ กล่าวว่า เทอร์มินอล 21 โคราช มีจุดเด่นที่เป็นหอคอยชมเมืองคล้ายหอบังคับการบินสูงเท่าตึก 30 ชั้น มีพื้นที่รวม 200,000 ตารางเมตร พื้นที่ส่วนให้เช่า 70,000 ตารางเมตร พื้นที่จอดรถยนต์ 2,500 คัน รถยนต์จักรยานยนต์ 1,800 คัน เตรียมงบประมาณกว่า 100 ล้านบาท สำหรับการเปิดตัวเป็นทางการอย่างยิ่งใหญ่ในช่วงปลายปี 2559 และกิจกรรมส่งเสริมการตลาดต่างๆ ควบคู่กับการใช้สื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ครบวงจร.

กบง. ลดราคาขายปลีก LPG เดือน ก.พ. ลง 2 บาท/กก.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572186

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 ก.พ. 2559 15:02

 

กบง. มีมติลดราคาขายปลีกแอลพีจี เดือน ก.พ. ลง 2 บาท/กก. เหลือ 20.29 บาท จากเดิม 22.29 บาท มีผลพรุ่งนี้…

เมื่อวันที่ 3 ก.พ. 59 คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติลดราคาขายปลีก ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ในเดือน ก.พ. ลง 2 บาท/กิโลกรัม มาอยู่ที่ 20.29 บาท จากเดิม 22.29 บาท/กก.

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ กบง.ได้ปรับโครงสร้างราคาแอลพีจี โดยให้ราคาจากทุกแหล่งผลิตมีราคาเดียวกัน ซึ่งเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 2 ก.พ. 59 และจะมีการปรับราคาถัวเฉลี่ยเป็นระยะ เพื่อให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง โดยล่าสุดราคาแอลพีจีตลาดโลกอยู่ที่ประมาณ 300 เหรียญสหรัฐต่อตัน ลดลงจากเดือน ม.ค. 2559 ซึ่งอยู่ที่ 363 เหรียญสหรัฐต่อตัน

สำหรับราคาขายปลีกใหม่ เป็นดังนี้ ราคากรุงเทพฯ ปริมณฑลและภาคตะวันออก จะลดลง 2 บาท/กก. หรือ 30 บาท /ถัง 15 กก.ราคาขายปลีกอยู่ที่ 20.29 บาท/กก. คลังนครสวรรค์ ลดลง 13.67 บาท/ถัง หรือลดลง 0.92 บาท/กก. ราคาขายปลีก 21.37 บาท/กก.

ส่วนคลังลำปาง ไม่ปรับลดราคาขายปลีกอยู่ที่ 22.29 บาท/กก. คลังขอนแก่นลดลง 7.48บาท/ถัง หรือลดลง 50 สต./กก.ราคาขายปลีก 21.79 บาท /กก. คลังสุราษฎร์ธานี ลดลง 24.61 บาท/ถัง หรือ 1.64 บาท/กก. ราคาขายปลีก 20.65 บาท/กก. และ คลังสงขลา ลดลง 24.28 บาท/กก. ลดลง 1.62 บาท /กก. ราคาขายปลีก 20.67 บาท /กก.

ยอดซื้อสลาก 113,070 เล่มคู่ งวด 16 ก.พ. เกลี้ยงภายใน 21.29 นาที

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572159

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 ก.พ. 2559 14:37

 

ผอ.สำนักงานสลากฯ พอใจผลการจอง-ซื้อสลากฯผ่านเน็ต-สาขา ที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น ช่วยลดปัญหาการจองแถวหน้าตู้เอทีเอ็ม เกิดความสะดวกแก่ผู้ค้า ขณะที่ ยอดซื้อสลากฯงวด 16 ก.พ. จำหน่าย 113,070 เล่มคู่ สั่งซื้อหมดภายใน 21.29 นาที…

วันที่ 3 ก.พ.59 พล.ต.ฉลองรัฐ นาคอาทิตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยถึง การเปิดซื้อ-จองสลากล่วงหน้า ผ่าน 3 ช่องทาง คือ เอทีเอ็ม เน็ตแบงก์ และสาขา ที่มีการเหลื่อมเวลา 15 นาที พบว่า ยอดการซื้อ-จองเมื่อแบ่งสัดส่วนแต่ละช่องทางการจองซื้อผ่านเอทีเอ็มมี สัดส่วนร้อยละ 40 คิดเป็น 25,214 ราย เน็ตแบงก์ร้อยละ 32 จำนวน 20,075 ราย และสาขาร้อยละ 28 จำนวน 17,325 ราย เมื่อพิจารณาพบว่าการจองผ่านเน็ตแบงก์และสาขาที่มีสัดส่วนรวมกันร้อยละ 60 เป็นแนวโน้มที่ดีช่วยลดแถวการจองหน้าตู้เอทีเอ็ม ซึ่งสำนักงานสลากฯ จะดำเนินการต่อไป เพื่อให้การซื้อ-จองล่วงหน้าเกิดความสะดวกกับผู้ค้ามากที่สุด

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาแบ่งตามยอดการซื้อสลากสำหรับงวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ มีการจำหน่าย 113,070 เล่มคู่ เปิดสั่งซื้อวันนี้เวลา 08.15 น. สามารถสั่งซื้อหมดภายในเวลา 08.35 นาที หรือใช้เวลา 21.29 นาที มีผู้สั่งซื้อทั้งสิ้น 22,614 ราย แบ่งเป็นการซื้อผ่านเอทีเอ็ม 120,515 ราย เน็ตแบงก์ 7,753 ราย และสาขา 2,346 ราย

ส่วนยอดสั่งจองงวดวันที่ 1 มีนาคม 2559 จำนวน 200,000 เล่มคู่ มีการเปิดจองตั้งแต่เวลา 08.36 น. สามารถจองหมดภายในเวลา 09.03 น. หรือใช้เวลา 27 นาที มีผู้สั่งจอง 40,000 ราย จองผ่านเอทีเอ็ม 12,699 ราย เน็ตแบงก์ 12,322 ราย และสาขา 14,979 ราย

ขณะที่นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบริหารจัดการทางการเงินเพื่อธุรกิจ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า การจอง-ซื้อผ่านเน็ตแบงก์และแอพพลิเคชั่น ถือมีสัดส่วนน่าพอใจ โดยในอนาคตสำหรับผู้ใช้แอพฯ เพื่อทำการจองซื้อสลากขอให้อัพเดตแอพฯ ทำให้การจองซื้อสลากล่วงหน้าได้รับความสะดวก เนื่องจากธนาคารพยายามลดขั้นตอนการจองซื้อลงหลายขั้นตอน ทั้งผ่านเน็ตแบงก์ แอพฯ และสาขาของธนาคาร.