ชาวจีนเตรียมเดินทางเที่ยวฉลองตรุษปีวอก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/573453

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 6 ก.พ. 2559 01:50

 

(ภาพ: REUTERS)

บรรยากาศเทศกาลตรุษจีนต้อนรับปีวอกทั่วโลก ชาวจีนเตรียมเดินทางท่องเที่ยวกันตั้งแต่ช่วงวันอาทิตย์ 7 ก.พ. หลังเสร็จสิ้นการไหว้เจ้า โดยปีนี้ บรรยากาศในประเทศจีนไม่คึกคักมากเช่นทุกปีที่ผ่านมา อาจเนื่องจากช่วงปีที่แล้วสภาพเศรษฐกิจของจีนเติบโตช้าที่สุดในรอบ 25 ปี ทำให้แรงงานจำนวนมากไม่ได้รับเงินโบนัสหรือบ้างก็ไม่ได้รับค่าจ้าง โดยผลสำรวจความคิดเห็นของแรงงานชาวจีนในมณฑลกวางตุ้ง ทางภาคใต้ มากกว่า 10,000 คน พบว่า 2 ใน 3 ไม่คิดว่าจะได้รับเงินโบนัส ขณะที่รัฐบาลจีนอยู่ระหว่างเฝ้า ติดตามสถานการณ์ประท้วงของเหล่าแรงงาน โดยให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นคอยตรวจสอบความเคลื่อนไหว

ส่วนความเคลื่อนไหวที่นครซิดนีย์ ออสเตรเลีย ชาวเอเชียและชาว เชื้อสายจีนจากหลายประเทศพากันเที่ยวรับประทานอาหารทะเลกันอย่างคึกคัก ส่งผลให้ตลาดสินค้าอาหารทะเลทั้งจากออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ต้องเตรียมกักตุนสินค้าไว้บริการตลอดช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า ทั้งนี้ ออสเตรเลียและ นิวซีแลนด์ กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่งหนึ่งของเหล่านักท่องเที่ยวชาวจีน หลังเกิดกรณีนมผงปนเปื้อนสารเมลามีนในประเทศจีนเมื่อหลายปีก่อน ทำให้ชาวจีนเชื่อมั่นในสินค้าคุณภาพจากออสเตรเลียและนิวซีแลนด์.

ยูนิเซฟห่วงเด็กหญิงทั่วโลกถูกขลิบอวัยวะเพศเพิ่มขึ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/573452

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 6 ก.พ. 2559 01:15

 

(ภาพ: AFP)

กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ หรือยูนิเซฟ เปิดเผยรายงานระบุสตรีและเด็กหญิงทั่วโลกมากกว่า 200 ล้านคนในกว่า 30 ประเทศ ถูกนำเข้า พิธีขลิบอวัยวะเพศ โดยตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นมากจากข้อมูลของปี 2557 ซึ่งมีผู้หญิงและเด็กหญิงถูกนำเข้าพิธีขลิบอวัยวะเพศมากเกือบ 70 ล้านคน

ทั้งนี้ กลุ่มชาติที่สตรีและเด็กหญิงถูกนำเข้าพิธีขลิบส่วนใหญ่อยู่ในทวีปแอฟริกา, ตะวันออกกลางและเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอียิปต์ เอธิโอเปีย และอินโดนีเซีย อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเรื่องนี้ในอีกหลายประเทศยังตรวจสอบความจริงไม่ได้ อาทิ อินเดีย มาเลเซีย โอมาน ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอีกบางพื้นที่ในออสเตรเลีย อเมริกาเหนือและยุโรป ซึ่งเป็นชุมชนของผู้อพยพต่างชาติ

ข่าวแจ้งว่า สหประชาติลงมติด้วยเสียงเอกฉันท์เมื่อเดือน ธ.ค.ปี 2555 อนุมัติยุติการขลิบอวัยวะเพศสตรี ทั้งยังได้ปรับแก้ไขข้อกำหนดเมื่อเดือน ก.ย.ปีที่แล้ว ห้ามการขลิบอวัยวะเพศสตรีทั้งหมดทั่วโลกภายในปี 2573 อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายหวั่นเกรงว่าตลอดช่วงเวลาอีก 15 ปี จะมีผู้หญิงและสตรีถูกนำเข้าพิธีขลิบอวัยวะเพศอีกมากและตามข้อมูลระบุเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 14 ปี ถูกนำเข้าพิธีขลิบอวัยวะเพศแล้วราว 44 ล้านคน.

หลับให้สบาย! ตาลีบันสู้ซึ่งๆ หน้าแล้วแพ้ ลอบสังหาร ด.ช.‘ฮีโร่’ วัยแค่ 11

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/573385

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ก.พ. 2559 18:26

 

ตาลีบันเหี้ยมมาก…ส่งลูกสมุนมาลอบสังหาร ยิงปลิดชีพเด็กชายชาวอัฟกานิสถาน ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นฮีโร่ จากความกล้าหาญ อาสาเป็นหัวหน้ากลุ่มผู้ชายต่อสู้ขับไล่กลุ่มตาลีบัน ทั้งที่วัยเพียง 10 กว่าขวบ

เมื่อ 5 ก.พ.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน กลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง ตาลีบันในอัฟกานิสถาน ส่งสมาชิกในกลุ่มขี่รถจักรยานยนต์มาลอบสังหาร ยิงปลิดชีพเด็กชายวาซิล อาห์เหม็ด อายุ 11 ขวบ ที่เมืองทาริน ควอต ในจ.อูรุซกัน จนเสียชีวิต หลังจากเด็กชายอาห์เหม็ดเคยเป็นผู้นำกองกำลังหน่วยหนึ่งเป็นเวลา 43 วัน ต่อสู้ขับไล่กลุ่มตาลีบันที่เข้ามายึดครองพื้นที่ เมื่อปีก่อน จนประสบชัยชนะ และได้รับการยกย่องว่าเป็นเด็กฮีโร่จากความกล้าหาญ

โฆษกประจำจังหวัดอูรุซกัน กล่าวว่า มือปืนได้ยิงเข้าที่ศีรษะเด็กชายอาห์เหม็ด ระหว่างไปโรงเรียน ในเมืองทาริน ควอต เมืองเอกจังหวัดอูรุซกัน เมื่อวันจันทร์ที่ 1 ก.พ.59 จนเด็กชายได้รับบาดเจ็บสาหัส และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลท้องถิ่นอย่างเร่งด่วน ก่อนต่อมา จะมีการย้ายเด็กชายอาห์เหม็ดไปรักษาที่เมืองกันดาฮาร์ เนื่องจากเห็นว่ามีเครื่องมืออุปกรณ์การแพทย์ที่ทันสมัยกว่า แต่แล้ว เด็กชายอาห์เหม็ดซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสที่ศีรษะ ได้เสียชีวิตในที่สุด จนสร้างความสะเทือนใจอย่างยิ่ง

ญาติช่วยกันฝังศพเด็กชายวาซิล อาห์เหม็ด

ซีเอ็นเอ็นแจ้งว่า กลุ่มมุสลิมสุดโต่ง ‘ตาลีบัน’ ได้ออกมาอ้างความรับผิดชอบผ่านทางเว็บไซต์ว่า อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ปลิดชีวิตเด็กชายอาห์เหม็ดในครั้งนี้ ขณะที่ นายมุลเลาะห์ ซามัด ลุงของเด็กชายอาห์เหม็ด เล่าถึงสาเหตุที่เด็กชายอาเหม็ดจับปืนต่อสู้กับกลุ่มตาลีบัน ทั้งที่ยังเป็นเด็กชายแค่วัย 10 ขวบกว่าว่า อาห์เหม็ดสูญเสียพ่อจากการต่อสู้กับกลุ่มตาลีบัน จึงได้พยายามขอร้องให้ผู้เป็นลุงช่วยฝึกสอนการใช้ปืนกล อาก้า -47 ให้กับเขามานานเป็นปี เพื่อต้องการแก้แค้นให้พ่อ

กระทั่งฤดูร้อนปีที่แล้ว ดินแดนที่นายซามัด ซึ่งลุงของอาห์เหม็ดถือครองอยู่ ได้ถูกกลุ่มตาลีบันเข้ามายึดไป โดยนายซามัด และลูกน้องของเขาหลายคนได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้กับกลุ่มตาลีบัน จึงทำให้เด็กชายอาเหม็ดอาสามาเป็นหัวหน้ากลุ่มลูกน้องของลุงต่อสู้กับกลุ่มตาลีบันเอง โดยนายซามัดเล่าว่า อาห์เหม็ดได้เป็นหัวหน้ากลุ่มผู้ชาย 75 คน สู้กับสมาชิกตาลีบันหลายร้อยคน จนประสบชัยชนะภายในเวลา 43 วัน โดยเด็กชายได้ขึ้นไปบนหลังคาบ้านเพื่อคอยยิงกลุ่มตาลีบันตั้งแต่เช้าจรดค่ำ และสามารถสังหารสมาชิกตาลีบันไปได้หลายคน.

สุดอึ้ง.. ชายชราจีนช็อกตายคาอกสาว! แถมอวัยวะเพศเกิดล็อก ดึงไม่ออก (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/573305

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ก.พ. 2559 15:39

 

ชายจีนสูงวัยเสียชีวิตกะทันหัน จากอาการหัวใจวายระหว่างมีเซ็กซ์กับหญิง หนำซ้ำอวัยวะเพศยังเกิดอาการล็อกจนดึงออกจากกันไม่ได้ จนต้องถูกเข็นเข้าโรงพยาบาล ในสภาพที่ผู้หญิงนอนประกบอยู่บนร่างไร้ลมหายใจ

เมื่อ 5 ก.พ. 59 สื่อต่างประเทศรายงาน มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอเหตุการณ์สุดอึ้ง หญิงคนหนึ่งต้องเผชิญกับเรื่องเลวร้ายสุดๆ เมื่อฝ่ายชายสูงอายุที่เธอกำลังมีเพศสัมพันธ์ด้วยนั้น เกิดเสียชีวิตกะทันหัน ด้วยอาการหัวใจวาย แต่แล้วยังเกิดเรื่องเลวร้ายยิ่งกว่าตามมา เมื่ออวัยวะเพศของชายสูงวัยคนนี้เกิดอาการล็อก จนทำให้อวัยวะเพศของทั้งคู่ติดแน่นถึงขนาดไม่สามารถจะหลุดออกจากกันได้

จากคลิปวิดีโอที่มีการเผยแพร่ทางโลกออนไลน์ โดยเว็บไซต์ Miaopai (เหมี่ยวไป๋) ในประเทศจีน เป็นที่แรก ก่อนจะถูกแชร์โดยไลฟ์ลีก ได้แสดงให้เห็นเหตุการณ์ที่ชาย 3 คนซึ่งเป็นบุคคลากรทางการแพทย์ได้ช่วยกันเข็นรถเข็นคันหนึ่งเพื่อไปยังโรงพยาบาล ซึ่งบนรถเข็นมีร่างของชายชรานอนเหยียดยาวอยู่ และมีผู้หญิงคนหนึ่งนอนคว่ำอยู่บนลำตัวของชายที่หมดลมหายใจไปแล้ว โดยมีการใช้ผ้าห่มปิดคลุมศีรษะ และลำตัวของฝ่ายหญิงไว้ ท่ามกลางสายตาของประชาชนที่เห็นเหตุการณ์ ที่ต่างพูดวิพากษ์วิจารณ์กันเสียงดังอื้ออึง

ข่าวแจ้งว่า เชื่อว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในประเทศจีน ถึงแม้จะไม่รู้สถานที่แน่ชัดก็ตาม โดยคาดว่าทั้งคู่ได้ถูกนำตัวไปยังห้องผ่าตัด เพื่อแยกอวัยวะเพศให้ออกจากกัน ก่อนที่ฝ่ายชายจะถูกนำไปยังห้องดับจิต โดยสื่อต่างชาติชี้ว่า การเสียชีวิตระหว่างการมีเซ็กซ์​ ถึงแม้เป็นเหตุการณ์ที่ไม่ปกติ แต่ก็สามารถเกิดขึ้นได้จากอาการหัวใจวาย ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดกับผู้ชาย

ชมคลิป ที่นี่

กาเต เดล กาสติลโญ งานเข้า! อัยการเม็กซิโกพยายามสอบปากคำเกี่ยวข้อง เอล ชาโป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/573239

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ก.พ. 2559 14:01

 

อัยการเม็กซิโกพยายามจะสอบปากคำ กาเต เดล กาสติลโญ ในฐานะพยาน เชื่อดาราสาวชาวเม็กซิโก ซึ่งขณะนี้อยู่ในสหรัฐฯ ติดต่อเกี่ยวข้องกับเอล ชาโป ราชายาเสพติดตัวเอ้ และยังตกเป็นข่าวครึกโครม เป็นคนกลางให้ ฌอน เพนน์ ได้สัมภาษณ์เอล ชาโป ระหว่างหลบหนีหลังแหกคุกก่อนโดนรวบ

เมื่อวันที่ 5 ก.พ. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน คณะอัยการของเม็กซิโกเรียกตัวนางสาวกาเต เดล กาสติลโญ ดาราหญิงชาวเม็กซิโก วัย 43 ปี ให้มาสอบปากคำ จากกรณีที่เธอมีการติดต่อกับนายฮัวคิน กุซมัน ราชายาเสพติดรายใหญ่เจ้าของฉายา ‘เอล ชาโป’ อีกทั้งยังคาดว่า กาเต เดล กาสติลโญ เป็นคนกลางที่ช่วยให้ ฌอน เพนน์ นักแสดงและผู้กำกับภาพยนตร์ฮอลลีวูดคนดัง ได้พบกับเอล ชาโป และสัมภาษณ์เขากลางป่าแห่งหนึ่งของเม็กซิโก เมื่อเดือนตุลาคม ปี 58 ระหว่าง เอล ชาโป กำลังหลบหนีหลังแหกคุก ก่อนถูกเจ้าหน้าที่เม็กซิโกบุกจับกุมเมื่อ 9 ม.ค. 59

คณะอัยการเม็กซิโก กล่าวว่า กาเต เดล กาสติลโญ อาจรับเงินจาก เอล ชาโป เพื่อนำมาใช้ในการดำเนินธุรกิจของเธอเมื่อปีที่แล้ว ทว่านักแสดงหญิงปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาทั้งหมด และยืนยันไม่ได้ทำอะไรผิด โดยเฉพาะข้อกล่าวหาที่ว่าเธอเป็นคนกลางติดต่อให้ ฌอน เพนน์ ได้สัมภาษณ์ฮัวคิน กุซมัน

ฌอน เพนนน์ (ซ้ายสุด) , เอล ชาโป และ กาเต เดล กาสติลโญ

บีบีซี รายงานว่า กาเต เดล กาสติลโญ ซึ่งยังได้สัญชาติเป็นพลเมืองอเมริกันด้วย ได้ถูกเรียกตัวให้มาสอบปากคำที่สถานเอกอัครราชทูตเม็กซิโกในนครลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐฯ ซึ่งเป็นเมืองที่เธออาศัยอยู่ แต่ดาราหญิงไม่ได้ไป และคำสั่งดังกล่าวจะทำให้ถ้าหาก กาเต เดล กาสติลโญ เดินทางกลับเม็กซิโกเมื่อไหร่ จะถูกควบคุมตัวและถูกสอบปากคำในฐานะพยาน โดยเมื่อวันพุธที่ 3 ก.พ. ที่ผ่านมา กาเต เดล กาสติลโญ พยายามที่จะให้คำสั่งของทางการเม็กซิโกที่เรียกตัวเธอมาสอบปากคำ ไม่ทำให้เธอถูกจับ

ฌอน เพนน์ พบกับเอล ชาโป เมื่อ ตุลาคม 2558

เริ่มมายุโรป!! สเปนผวา พบหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อไวรัสซิการายแรกแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/573188

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ก.พ. 2559 11:31

 

ยุโรป พบหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อไวรัสซิการายแรก เป็นหญิงชาวสเปนเพิ่งเดินทางกลับจากประเทศแถวอเมริกาใต้ไม่นาน ขณะที่ องค์การอนามัยโลก แนะนำหน่วยงานสาธารณสุขทั่วโลกควรงดรับบริจาคเลือดจากผู้ที่เดินทางไปลาตินอเมริกา หรือแคริบเบียน หลังจากพบว่าไวรัสซิกาสามารถติดต่อผ่านการถ่ายเลือด

เมื่อ 5 ก.พ. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน กระทรวงสาธารณสุขสเปน ยืนยัน พบหญิงตั้งครรภ์ชาวสเปนติดเชื้อไวรัสซิกาเป็นรายแรกแล้ว หลังเพิ่งเดินทางกลับจากประเทศโคลอมเบียเมื่อเร็วๆ นี้ อีกทั้งยังนับเป็นหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อไวรัสซิกาคนแรกในทวีปยุโรปด้วย ขณะที่อันตรายร้ายแรงจากเชื้อไวรัสซิกาที่กำลังสร้างความวิตกกังวลอย่างยิ่งคือ พบอัตราเด็กทารกในบราซิล ที่แม่ติดเชื้อไวรัสซิการะหว่างตั้งครรภ์ เกิดมามีศีรษะเล็กเพิ่มสูงขึ้นมาก

กระทรวงสาธารณสุขสเปน แถลงว่า หญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อซิการายนี้ (ไม่มีการเปิดเผยชื่อ-นามสกุล) อยู่ที่แคว้นคาตาโลเนีย ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสเปน และนับเป็นชาวสเปนหนึ่งใน 7 ราย ที่ได้รับการตรวจวินิจฉัย และยืนยันว่าติดเชื้อไวรัสซิกา โดยขณะนี้มีผู้ติดเชื้อไวรัสซิกามากกว่า 2 รายอยู่ในแคว้นคาตาโลเนีย และ 1 ราย อยู่ที่กรุงมาดริด อย่างไรก็ตาม ผู้ติดเชื้อไวรัสซิกาทั้ง 7 คนในสเปนยังแข็งแรงดี

ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้แนะนำให้หน่วยงานสาธารณสุขในประเทศต่างๆ ไม่ควรรับบริจาคเลือดจากประชาชนที่เดินทางไปยังประเทศที่มีการระบาดของไวรัสซิกา ไม่ว่าจะเป็นภูมิภาคลาตินอเมริกา หรือแถบแคริบเบียน หลังจากหน่วยงานสาธารณสุขในประเทศบราซิลซึ่งเกิดการระบาดของเชื้อไวรัสซิกาอย่างรุนแรง ยืนยันพบการติดต่อของไวรัสซิกาผ่านการถ่ายเลือดด้วย หลังจากก่อนหน้านี้ เชื้อไวรัสซิกามีการแพร่ระบาดโดยมียุงลายเป็นพาหะ และ ที่สหรัฐฯ พบมีการติดเชื้อไวรัสซิกาผ่านการมีเพศสัมพันธ์แล้ว 1 ราย

บราซิลยืนยันพบ ‘ซิกา’ ติดต่อผ่านการถ่ายเลือด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/573043

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ก.พ. 2559 06:10

 

(ภาพ: AFP)

เจ้าหน้าที่หน่วยงานสาธารณสุขของประเทศบราซิลยืนยันว่า พบกรณีการติดต่อของไวรัส ‘ซิกา’ ผ่านการถ่ายเลือดจากผู้บริจาคซึ่งติดเชื้อตัวนี้ ที่กำลังระบาดหนักในอเมริกาใต้โดยเฉพาะในบราซิล…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สำนักงานสาธารณสุขแห่งเมือง กัมปินัส ซึ่งตั้งอยู่ใกล้นครเซา เปาโล เปิดเผยว่า คนไข้รายหนึ่งซึ่งถูกยิงได้รับบาดเจ็บและถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลที่ไม่มีการเปิดเผยชื่อเมืองแห่งนี้ ติดเชื้อไวรัสซิกา หลังจากได้รับการถ่ายเลือดหลายครั้งเมื่อเดือน เม.ย. 2015 และเจ้าหน้าที่ลงความเห็นว่า หนึ่งในผู้บริจาคเลือดที่ใช้ในการช่วยคนไข้รายนี้ ติดเชื้อซิกา

ผู้บริจาคเลือดให้คนไข้ที่ถูกยิงดังกล่าว เริ่มแสดงอาการป่วยหลังจากบริจาคเลือดไปแล้ว แต่ในเบื้องต้นเชื่อว่าเป็นไข้เลือดออก ทว่าผลการทดสอบซึ่งเพิ่งออกเมื่อวันที่ 28 ม.ค. ปีนี้ พบว่าเขาติดเชื้อไวรัสซิกา ในเวลาต่อมาผู้รับบริจาคเลือดจากคนผู้นี้ก็เสียชีวิต แต่กระทรวงสาธารณสุขบราซิลยืนยันว่า คนไข้เสียชีวิตเพราะแผลถูกยิง

ขณะที่ศูนย์รับบริจาคเลือดของมหาวิทยาลัยกัมปินัส ระบุว่า บุคคลที่ 2 ซึ่งบริจาคเลือดในเดือน พ.ค. ปีก่อน มีอาการป่วยและผลการทดสอบพบว่าติดเชื้อไวรัสซิกา แต่ผู้รับบริจาคเลือดจากคนผู้นี้ไม่มีแสดงอาการป่วยแต่อย่างใด

เหตุการณ์นี้ทำให้กระทรวงสาธารณสุขของบราซิลประกาศห้ามไม่ให้ผู้ที่ติดเชื้อซิกาหรือไข้เลือดออกบริจาคเลือด เป็นเวลา 30 วัน หลังจากหายดีแล้ว

ทั้งนี้ ตามปกติแล้ว ไวรัสซิกาจะติดต่อสู่คนโดยมียุงลายเป็นพาหะนำโรค ดังนั้นการติดเชื้อจากการรับเลือดจากผู้ป่วยซิกาจึงกลายเป็นอีกหนึ่งความกังวลที่เพิ่มเข้ามาในความพยายามในการควบคุมการแพร่กระจายของไวรัสตัวนี้ และบางประเทศได้เพิ่มข้อจำกัดสำหรับผู้บริจาคเลือด เพื่อป้องกันไม่ให้มีเลือดปนเปื้อนเข้ามาในคลังเลือด

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันอังคารที่ 2 ก.พ. สภากาชาดของสหรัฐฯ เพิ่งออกมาเรียกร้องให้ผู้ต้องการบริจาคเลือดที่เพิ่งกลับจากพื้นที่เสี่ยง ให้รอเป็นเวลาอย่างน้อย 28 วันก่อนบริจาค และให้ผู้บริจาคเลือดไปแล้วแต่มีอาการป่วยภายใน 14 วัน หลังบริจาคไปแจ้งเรื่องต่อสภากาชาดทันที แม้พวกเขาจะย้ำว่า โอกาสที่โรคจะติดต่อผ่านการถ่ายเลือดในแผ่นดินสหรัฐฯ นั้นมีน้อยมากๆ

เจาะขั้นตอนเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประชาธิปไตยแบบอเมริกัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/573033

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ก.พ. 2559 05:30

 

ทุกๆ 4 ปี สหรัฐอเมริกาจะจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ในวันอังคาร หลังวันจันทร์แรกของเดือน พ.ย. โดยประชาชนจะออกมาใช้สิทธิ์เลือกผู้นำคนใหม่ของพวกเขา ซึ่งเป็นตัวแทนจาก 2 พรรคการเมืองใหญ่อย่าง เดโมแครต และ รีพับลิกัน หากแต่ใช่ว่าผู้ที่ได้คะแนนโหวตมากจะเป็นผู้คว้าชัยชนะในท้ายที่สุด

การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีความซับซ้อนตั้งแต่ขั้นตอนการเลือกตัวแทนพรรคเพื่อมาลงศึกชิงเก้าอี้ผู้นำประเทศ ไปจนถึงการนับคะแนนสุดท้ายเพื่อหาตัวประธานาธิบดีในวันเลือกตั้งทั่วไป ซึ่งอธิบายโดยสังเขปได้ดังต่อไปนี้

ฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครชิงตำแหน่งตัวแทนพรรคเดโมแครตไปชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ชนะเลือกตั้งขั้นต้นแบบคอคัส ที่รัฐไอโอวา เมื่อ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา (ภาพ: AFP)

การเลือกตั้งขั้นต้น

กระบวนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เริ่มต้นจากการเลือก ตัวแทนผู้ลงคะแนน หรือ เดเลเกต (delegate) ในแต่ละรัฐ เพื่อไปร่วมประชุมใหญ่ระดับของพรรค ที่เรียกว่า National Convention เพื่อโหวตเลือก ผู้สมัครเป็นตัวแทนพรรค หรือ แคนดิเดต (candidate) เพียงหนึ่งเดียวไปชิงตำแหน่งประธานาธิบดี โดยการคัดเลือกเดเลเกตในแต่ละรัฐ นิยมทำด้วยการเลือกตั้งขั้นต้น หรือการหยั่งเสียง มี 2 แบบ คือ

1. ไพรมารี เป็นระบบเลือกตั้งขั้นต้นที่ได้รับความนิยมมากที่สุด จัดโดยรัฐบาลระดับท้องถิ่นหรือรัฐ และให้ผู้ลงคะแนนที่ลงทะเบียนกับพรรคการเมืองออกมาลงคะแนนเพื่อเลือกผู้แทนพรรคของตัวเอง โดยมีทั้งการลงคะแนนแบบลับ ซึ่งผู้โหวตที่ลงทะเบียนกับพรรคหนึ่งๆสามารถลงคะแนนในการไพรมารีของพรรคที่ตัวเองสังกัดเท่านั้น กับแบบเปิดเผย ที่ผู้โหวตสามารถลงคะแนนในการไพรมารีของพรรคใดก็ได้ แต่เลือกได้เพียง 1 พรรค

ผู้ลงคะแนนยังสามารถเลือกได้ว่า กาบัตรที่เป็นชื่อผู้สมัครเป็นตัวแทนพรรคโดยตรง หรือจะเลือกชื่อเดเลเกตที่อาจสนับสนุนหรือยังไม่ตัดสินใจสนับสนุนผู้แทนพรรคคนใดคนหนึ่งก็ได้

2. คอคัส เป็นการเลือกตั้งขั้นต้นแบบดั้งเดิม ปัจจุบันมีเพียง 11 รัฐที่ยังใช้ระบบนี้ ได้แก่ ไอโอวา, นิวเม็กซิโก, นอร์ทดาโกตา, เมน, เนวาดา, ฮาวาย, มินนิโซตา, แคนซัส, อะแลสกา, ไวโอมิง, โคโลราโด และที่เมืองหลวง กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

การเลือกตั้งขั้นต้นแบบ คอคัส มีความซับซ้อนมากกว่าไพรมารี โดยพรรคการเมืองจะประกาศวันที่, เวลา และสถานที่สำหรับการประชุม ซึ่งผู้สนับสนุนพรรคสามารถเข้าร่วมได้ เพื่อเลือกผู้สมัครฯ เพื่อแบ่งเดเลเกตเป็นตัวแทนรัฐนั้นๆ ไปร่วมประชุมใหญ่แห่งชาติ ซึ่งขั้นตอนของการลงคะแนนของรีพับลิกันจะเป็นการลงคะแนนแบบลับ ส่วนเดโมแครตจะเป็นแบบเปิดเผย โดยให้ผู้มาร่วมคอคัสแบ่งกลุ่มไปเข้ากับกลุ่มของผู้สมัครรายที่พวกเขาชื่นชอบ หากกลุ่มใดมีจำนวนสมาชิกไม่ถึง 15% ของผู้เข้าร่วม คอคัสก็จะถูกยุบ และไปรวมตัวกับของผู้สมัครคนอื่นๆ จนกระทั่งมีสมาชิกเพียงพอจะได้รับเดเลเกต

โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครชิงตำแหน่งตัวแทนพรรครีพับลิกันพลิกล็อกพ่ายศึกคอคัสไอโอวาให้แก่ นาย เทด ครูซ คู่แข่ง ทั้งที่คะแนนนิยมนำมาตลอด (ภาพ: AP)

การแบ่งเดเลเกตให้ผู้สมัครเป็นตัวแทนพรรคของเดโมแครตและรีพับลิกันก็ต่างกันอีก โดยเดโมแครตใช้การแบ่งตามสัดส่วนเปอร์เซ็นต์ที่ผู้สมัครฯ ได้รับเสมอ ส่วนรีพับลิกัน ให้เจ้าหน้าที่พรรคในแต่ละรัฐตัดสินใจเอาเองว่าจะใช้ระบบผู้ที่ได้คะแนนโหวตสูงสุดได้เดเลเกตไปทั้งหมด หรือแบบแบ่งสัดส่วนตามเปอร์เซ็นต์

การเลือกเฟ้นหาเดเลเกตแบบนี้จะดำเนินไปใน 50 รัฐ จนถึงเสร็จสิ้นในวันที่ 14 มิ.ย. โดยจำนวนเดเลเกตของพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันจะไม่เท่ากัน แต่โดยรวมแบ่งออกได้ 2 ประเภท คือ เดเลเกตที่มีพันธะผูกพันว่าจะต้องลงคะแนนให้ผู้สมัครรายใดตามที่ประกาศไว้ กับเดเลเกตที่มีอิสระในการลงคะแนนให้ผู้สมัครคนใดก็ได้ ซึ่งมีจำนวนน้อยกว่า

วันเลือกตั้งขั้นต้นที่น่าจับตามองคือ สุดยอดวันอังคาร หรือ Super Tuesdayซึ่งตรงกับวันอังคารแรกของเดือน มี.ค. หรือในการเลือกตั้งครั้งนี้ตรงกับวันที่ 1 มี.ค. โดยจะมีการหยั่งเสียงทั้งแบบไพรมารีและคอคัสในหลายมลรัฐพร้อมๆ กัน โดยเป็นช่วงที่ผู้สมัครชิงตำแหน่งตัวแทนพรรคจะแข่งขันกันอย่างเข้มข้นเพื่อชิงเสียงข้างมากของเดเลเกต

การประชุมใหญ่แห่งชาติ

การประชุมใหญ่ National Convention หรือ การประชุมใหญ่แห่งชาติ จะมีขึ้นในเดือน ก.ค. เพื่อให้เดเลเกตของพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันเลือกผู้แทนพรรคไปชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ และรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ

การประชุมใหญ่แห่งชาติของพรรครีพับลิกันจะจัดขึ้นก่อน ในวันที่ 18-21 ก.ค. ที่สนามกีฬา ควิกเคน โลนส์ อารีนา ในเมืองคลีฟแลนด์ รัฐโอไฮโอ โดยจะมีเดเลเกตเข้าร่วมการประชุมจำนวน 2,472 คน เท่ากับว่าผู้ที่จะได้เป็นตัวแทนพรรคจะต้องได้คะแนนเสียงจากเดเลเกตไม่น้อยกว่า 1,237 เสียง

ขณะที่การประชุมใหญ่แห่งชาติของพรรคเดโมแครตจะจัดขึ้นในวันที่ 25-28 ก.ค. หรือ 1 สัปดาห์หลังจากการประชุมของรีพับลิกัน ที่ศูนย์ประชุม เวลส์ ฟาร์โก เซ็นเตอร์ ในเมืองฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย โดยจะมีเดเลเกตเข้าร่วมการประชุมจำนวน 4,764 คน เท่ากับว่าผู้ที่จะได้เป็นตัวแทนพรรคจะต้องได้คะแนนเสียงจากเดเลเกตไม่น้อยกว่า 2,383 คะแนน

ภาพสมัยประธานาธิบดีบารัค โอบามา ดีเบต กับ ผู้ท้าชิงตำแหน่งอย่างนาย มิตต์ รอมนีย์ ผู้สมัครจากพรรครีพับลิกัน (ภาพ: AFP)

การดีเบต (โต้วาที)

หลังจากแต่ละพรรคได้ผู้แทนของตัวเองแล้ว การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะเข้าสู่ช่วงของการดีเบต หรือการโต้วาที เพื่อประชาชนได้ฟังผู้สมัครแต่ละคน นำเสนอนโยบาย แสดงความสามารถ ไพวพริบ ตอบข้อซักถาม พร้อมๆ กันบนเวทีเดียวกัน ซึ่งบ่อยครั้งที่การดีเบตส่งผลต่อคะแนนนิยมของผู้สมัคร

การดีเบตของผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจะมีทั้งหมด 3 ครั้ง โดยครั้งแรกจะเกิดขึ้นในวันที่ 26 ก.ย. ครั้งที่ 2 จัดขึ้นในวันที่ 9 ต.ค. และครั้งสุดท้ายจะมีขึ้นในวันที่ 19 ต.ค. หรือประมาณ 2 สัปดาห์ ก่อนการลงคะแนนเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะเริ่มต้นขึ้น

วันเลือกตั้งทั่วไป และคณะผู้เลือกตั้ง (Electoral College)

วันเลือกตั้งทั่วไปจะตรงกับวันอังคารหลังวันจันทร์แรกของเดือน พ.ย. ซึ่งในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ครั้งนี้ ตรงกับวันที่ 8 พ.ย. ประชาชนจะออกไปใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียง ทว่าไม่ได้เลือกตัวประธานาธิบดีโดยตรง แต่เป็นการเลือกคณะผู้เลือกตั้ง หรือ Electoral College ซึ่งจะไปทำหน้าที่ออกเสียงเลือกประธานาธิบดีต่อไป โดยการลงคะแนนแบบนี้เรียกว่า ป๊อปปูลาร์โหวต(popular vote)

รัฐธรรมนูญสหรัฐฯ กำหนดให้มี คณะผู้เลือกตั้ง ทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 538 คน จาก 50 รัฐ โดยสัดส่วนของคณะผู้เลือกตั้งในแต่ละรัฐจะเท่ากับจำนวนสมาชิกสภาล่าง ซึ่งคิดตามสัดส่วนของประชากรในแต่ละรัฐอีกทีหนึ่ง และจำนวนสมาชิกสภาสูงซึ่งมีรัฐละ 2 คน กล่าวคือ ยิ่งรัฐใดมีประชากรมากก็จะยิ่งมีคณะผู้เลือกตั้งมากนั่นเอง

ตัวอย่างบัตรลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในเมืองหนึ่งของรัฐไอโอวา ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อปี 2008 (ภาพ: AFP)

ผู้ที่จะมาเป็นคณะผู้เลือกตั้งจะมาจากการเสนอบัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง ซึ่งเลือกจากผู้ที่ภักดีต่อพรรค และจะลงคะแนนให้ผู้สมัครจากพรรคที่เสนอชื่อตัวเอง โดยห้ามสมาชิกสภาคองเกรสและลูกจ้างของรัฐบาลกลาง มาเป็นคณะผู้เลือกตั้ง

สำหรับการนับคะแนนเพื่อตัดสินผู้ชนะการเลือกตั้ง เกือบทุกรัฐยกเว้นรัฐเมนและรัฐเนบราสกา จะใช้ระบบ ผู้ชนะกินเรียบ (winner-take-all) คือฝ่ายที่ชนะ ป๊อปปูลาร์โหวต ในแต่ละรัฐก็จะได้คะแนนจากคณะผู้เลือกตั้งในรัฐนั้นไปทั้งหมด และใครได้คะแนน Electoral College ถึง 270 หรือเกินครึ่ง จะเป็นผู้ชนะการเลือกตั้ง ดังนั้นรัฐที่มีคะแนนในส่วนนี้สูงจึงมีความสำคัญ และผู้สมัครจะทุ่มสุดตัวเพื่อให้ได้คะแนนจากรัฐเหล่านี้

แผนที่แสดงจำนวนของ คณะผู้เลือกตั้ง ในแต่ละรัฐ ในการเลือกตั้งปี 2004 (ภาพ: AFP)

ใครบีบนางแบบขี้ก้าง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572564

โดย ฤทัยรัช จันทร์เพ็ญ 5 ก.พ. 2559 05:01

 

ความจริงปัญหาเรื่องนางแบบผอมแห้งบนเวทีแคตวอล์กโลกไม่ใช่เรื่องใหม่ และเคยมีตัวอย่างถึงแก่ชีวิตอย่าง “อิสลาเบลล์ คาโร” ซุปเปอร์โมเดลที่ทำให้คนผ่านไปเห็นแล้วช็อก!!! กับบิลบอร์ดป้ายเบ้อเริ่มต่อต้านโรคอะนอเร็กเซีย ในช่วงที่กำลังมีงาน มิลาน แฟชั่น วีค เมื่อปี 2007 ก่อนที่เธอจะหมดลมหายใจเพราะโรคนี้ในอีก 3 ปีต่อมาด้วยอายุเพียง 28 ปี

ปัจจุบัน “Victoire Macon–Dauxerre” ซุปเปอร์โมเดลอีกคนที่ลุกขึ้นมากล้าฝืน-แหก-ฉีก กฎ “สงครามประสาท” ของผู้มีอิทธิพลใน วงการด้วยการเขียนหนังสือชีวประวัติตัวเอง ชื่อ “ผอมไม่เคยพอ : ชีวิตประจำวันของนางแบบชั้นนำ” (Jamais asses maigre : Journal d’un top model)

เธอก้าวเข้าสู่วงการเมื่อตอนอายุ 18 เมื่อ 5 ปีก่อน ย้อนความทรงจำว่า “ตอนเข้ามาใหม่ๆ ไม่มีใครบอกให้ชั้นต้องผอมเพรียวหรอก แต่พวก เขาบอกแค่ว่าเดือน ก.ย.นี้นะ เธอจะเป็นดาวเด่น ในงานแฟชั่น วีค เสื้อผ้าที่ใส่เป็นไซส์ 32-34 (ประมาณไซส์ xs-s) แล้วเธอจะต้องใส่ให้ได้นะ”

นั่นจึงเป็นจุดหักดิบการกินให้เหลือเพียงวันละแอปเปิ้ล 3 ลูกกับไดเอตโค้กอาทิตย์นึงปล่อยใจให้กินได้แค่เนื้อปลา หรือเนื้อไก่ชิ้นจิ๋ว…2 เดือน สาวน้อยความสูง 178 ซม. หนัก 56 กก. เหลือเพียง 47 กก.!!!

ผลที่ตามมาเธอก็ได้โลดแล่นตัวปลิวสมใจ เพราะแบรนด์ชั้นนำต่างไล่ล่าคว้าตัวเธอมาเป็นแบบ แต่ 8 เดือนต่อมา เธอกลับต้องทรมานกับโรคบลูลิเมียกับภาวะฆ่าตัวตาย

เล่มนี้ เธอแฉถึงเบื้องหลังเวทีที่เหล่า นางแบบ พอลับหลังคนก็วิ่งเข้าห้องน้ำล้วงคอให้อาเจียน “สำหรับพวกเราเป็นได้ก็แค่ที่แขวนเสื้อผ้า พวกครีเอทีฟต้องการเพียง “รูปร่าง” ไม่ใช่ “ทรวดทรง” แม้แต่คาร์ล ลาเกอร์เฟล์ดเองก็เคยพูดว่า ไม่มีใครอยากดูผู้หญิงตัวยักษ์บนรันเวย์หรอก”

ทุกวันนี้ Dauxerre กลับมาใส่เสื้อผ้า ไซส์ 38 หรือไซส์ L เหมือนเดิม และหนังสือของ เธอก็ทำให้บรรดา ส.ส.ฝรั่งเศส มีมติให้ผ่านข้อ ร่างกฎหมายห้ามมีนางแบบผอมบักโกรกเป็นประเทศที่ 2 ของโลก หลังอิสราเอล ซึ่งหากบังคับ ใช้จริง เอเจนซีทั้งหลายอาจติดคุก 6 เดือน ปรับ 75,000 ยูโร (ราว 2.9 ล้านบาท) พวกสิ่งพิมพ์ ด้วย 37,500 ยูโร ถ้ารีทัชภาพนางแบบให้เพรียวกว่าตัวจริง…ดูซิว่าครั้งนี้จะ “เขียนเสือให้วัวกลัว” หรือเปล่า?

ฤทัยรัช จันทร์เพ็ญ

ครูสาวเปลื้องผ้าสอนภาษา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572567

โดย ดอย ดอกฝิ่น 5 ก.พ. 2559 05:01

 

ปกติเวลาครูบาอาจารย์สอนนักเรียน ท่านจะแต่งกายเป็นระเบียบเรียบร้อย ครูบางคนอาจทำตัวสบายๆ ครูสอนศิลปะมักมีไลฟ์สไตล์ส่วนตัว…ผมเผ้าหนวดเครายาวเฟื้อย

แต่ในสเปนทีวีช่องหนึ่ง ซึ่งเน้นความจริงแท้จริงจัง ได้เปิดรายการ “Naked Language–ภาษาเปลือย” คอร์สสอนภาษาอังกฤษแนวใหม่ถอดด้าม สลัดทิ้งประเพณีการสอนแบบดั้งเดิมหมดสิ้น โดยบรรดาครูสาวพร้อมใจกัน “เปลือยกายอล่างฉ่าง” สอนภาษาอังกฤษหน้าชั้นเรียน!?

ตามรายงานสำนักข่าว “Trome” เหล่าติวเตอร์สาวสวยแสนเซ็กซี่สุดๆ ต่างเชื่อมั่นว่า “ห้องเรียนเรตเอ็กซ์” จะเป็นแรงจูงใจกระตุ้นนักศึกษาให้อยากรู้ (อยากดู) ใคร่เรียนมากขึ้น

หลักสูตร “ภาษาเปลือย ออนไลน์” ให้คำมั่นว่าจะหลีกลี้หนีไกลจากวิธีสอนวิธีเรียนภาษาอังกฤษแบบเก่าๆ “โปรแกรมนี้สอนชนิดเปิดตัวเปิดใจโดยครูผู้สอนเปิดเผยอ้าซ่าอย่างสมบูรณ์นอกจากนั้นยังรับรองว่าทฤษฎีเนื้อหาสาระจะเรียนรู้ได้ง่ายๆธรรมดาๆ แถมสนุกสนานด้วยวีดิโอเซ็กซี่” เจ้าของหลักสูตรชี้แจงเพิ่มเติมผ่านเว็บไซต์

ร่ำเรียนครบคอร์ส นักศึกษาก็จะได้รับใบประกาศนียบัตรรับรองทักษะภาษาสากล.

ดอย ดอกฝิ่น