ศปมผ. มั่นใจ ซีพีเอฟ จัดซื้อ-ใช้วัตถุดิบถูกต้องตามมาตรฐานสากล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/579280

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ก.พ. 2559 20:35

 

ศปมผ. เชื่อมั่น ซีพีเอฟ มีมาตรการจัดซื้อ-ใช้ปลาป่นของบริษัท ถูกต้องตามหลักสากล เผย สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ 100% ตั้งแต่ รง.ผลิตอาหาร จนถึงเรือประมงส่งปลา ยัน แหล่งที่มาของวัตถุดิบถูกกฎหมาย ไม่ใช้แรงงานทาส…

เมื่อวันที่ 17 ก.พ. ที่ผ่านมา น.อ.เบญจมาพร วงศ์นครสว่าง ผู้อำนวยการกองประชาสัมพันธ์ สำนักจิตวิทยา กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ ในฐานะผู้ช่วยเลขานุการ ส่วนประชาสัมพันธ์ ศปมผ. กล่าว หลังจากการเยี่ยมชมโรงงานผลิตอาหารสัตว์น้ำบ้านพรุ ของซีพีเอฟ ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ว่า ซีพีเอฟดำเนินการระบบตรวจสอบย้อนกลับที่มาของวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์น้ำอย่างจริงจัง และมีกระบวนการตรวจสอบที่ได้มาตรฐานสากล สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมืออย่างจริงจังของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคเอกชน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาการทำประมงของไทยได้รับการยอมรับของนานาประเทศทั่วโลก

“การดำเนินงานของ ศปมผ. ในการดูแลแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมายของประเทศไทยมีส่วนสนับสนุนให้ระบบตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของวัตถุดิบอาหารสัตว์น้ำของภาคเอกชนมีประสิทธิภาพ และได้มาตรฐาน ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับภาครัฐ และนานาประเทศถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหา IUU ของไทยมีความคืบหน้าที่ดีและเป็นรูปธรรม” น.อ.เบญจมาพร กล่าว

ด้าน นายจรัส อัศวชาญชัยสกุล รองกรรมการผู้จัดการ ซีพีเอฟ กล่าวว่า ปัจจุบัน ซีพีเอฟ มีความเข้มงวดในการซื้อและการใช้ปลาป่นในโรงงานผลิตอาหารสัตว์น้ำ โดยจะซื้อวัตถุดิบจากผู้ผลิตปลาป่นที่ได้การรับรองมาตรฐาน IFFO RS CoC (International Fishmeal and Fish Oil Organization Responsible Supply Chain of Custody) ซึ่งเป็นมาตรฐานสูงสุดระดับโลก ในการผลิตและการใช้ปลาป่นด้วยความรับผิดชอบอย่างยั่งยืน

ศปมผ.เข้าเยี่ยมชม โรงงาน ซีพีเอฟ สงขลา สามารถสอบย้อนกลับได้ 100% ยัน แหล่งที่มาของวัตถุดิบถูกกฎหมาย ไม่ใช้แรงงานทาส.

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังมีการใช้วัตถุดิบภายในโรงงานอย่างมีประสิทธิภาพและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้จนถึงต้นทาง ซึ่งมั่นใจว่า ปลาป่นที่ใช้ทุกวันนี้ สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของวัตถุดิบได้ 100%

นอกจากนี้ ซีพีเอฟ ยังคงเดินหน้าเผยแพร่และถ่ายทอดระบบมาตรฐานการตรวจสอบย้อนกลับอย่างเต็มรูปแบบที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบันไปยังคู่ค้าและผู้เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับมาตรฐานการจัดซื้อและการใช้วัตถุดิบปลาป่นของประเทศไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ตามแนวทางความรับผิดชอบอย่างยั่งยืน ปัจจุบัน ซีพีเอฟ มีการจำกัดจำนวนการซื้อปลาป่นเฉพาะจากผู้ผลิตที่ได้รับการรับรอง IFFO RS CoC เท่านั้น จากเดิมที่รับซื้อจากผู้ผลิตมากกว่า 50 ราย

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังมีความประสงค์ในการเพิ่มจำนวนซัพพลายเออร์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน เพื่อรองรับการผลิตของบริษัทฯ ในอนาคต.

หอการค้า เผย มาฆบูชาปีนี้ ปชช.รู้สึกคึกคักกว่าปีก่อน หวัง ศก.จะดีขึ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/579255

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ก.พ. 2559 19:15

 

หอการค้าไทย เผย ผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่าย ปชช. ช่วงวันมาฆบูชา พบ มีความรู้สึกคึกคักกว่าปีที่ผ่านมา ร้อยละ 49.8 คาดหวัง ศก.จะดีขึ้น แต่ไม่ฟื้น การใช้จ่ายวงเงินต่ำสุดรอบ 4 ปี ขณะที่ ภาพรวม ศก.ไทยยังชะลอตัว พร้อมฝากรัฐเร่งกระจายเงินลงพื้นที่ ขับเคลื่อนเมกะโปรเจกต์…

วันที่ 18 ก.พ. 59 นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของประชาชนในช่วงวันมาฆบูชา ว่า ประชาชนมีความรู้สึกคึกคักมากกว่าปีที่ผ่านมา โดยร้อยละ 49.8 คาดหวังว่า เศรษฐกิจจะดีขึ้น แต่ยังไม่ฟื้นระดับสบายใจ ส่วนการใช้จ่ายรวม 2,663.85 ล้านบาท เป็นวงเงินต่ำสุดในรอบ 4 ปี ต่ำกว่าปี 2556 มียอดใช้จ่าย 2,767 ล้านบาท และปี 2557 ที่มียอดใช้จ่าย 2,890 ล้านบาท แต่ไม่เทียบกับปี 2558 เนื่องจากวันมาฆบูชาอยู่กลางสัปดาห์ ซึ่งมียอดใช้จ่ายสะพัด 1,914.55 ล้านบาท

สำหรับวงเงินใช้จ่ายวันมาฆบูชา พบว่า ผู้ที่อาศัยอยู่ในต่างจังหวัดจ่ายเงินในช่วงเทศกาลนี้มากกว่าผู้ที่อยู่อาศัยในกรุงเทพมหานคร โดยต่างจังหวัดจ่าย 2,080.67 บาท กทม. จ่ายคนละ 1,842.16 บาท คิดเป็นค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนละ 1,995.50 บาท โดยแหล่งเงินส่วนใหญ่ใช้เงินเดือนถึงร้อยละ 57.4

ทั้งนี้ ในภาพรวมดังกล่าวสะท้อนว่าเศรษฐกิจไทยชะลอตัวลง ซึ่งสัญญาณการขาดความมั่นใจที่เศรษฐกิจฟื้นตัวช้ามีเพิ่มมากขึ้น นับตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นมา ทั้งนี้ ฝากรัฐบาลเร่งกระจายเงินลงพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อกระตุ้นและดูแลเศรษฐกิจประเทศ รวมทั้งขับเคลื่อนเมกะโปรเจกต์ เพราะภาพความเสี่ยงของเศรษฐกิจไทยจากเศรษฐกิจโลกมีมากขึ้น จากปัจจัยราคาน้ำมัน ราคาพืชผล และความเสี่ยงที่ธนาคารในเยอรมนีและยุโรปจะล้มมีมากขึ้น

ปลัด พณ. ย้ำชัด ปิดบัญชีข้าวปี 58 ไม่มีข้าวหายแม้แต่เม็ดเดียว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/579319

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ก.พ. 2559 18:40

 

พาณิชย์ ยันชัด ปิดบัญชีข้าวปี 58 ไม่มีข้าวหายแม้แต่เม็ดเดียว หลัง อคส.-อ.ต.ก. แจงการลงบัญชีแล้ว โครงการรับจำนำข้าวไม่เกิดความเสียหาย ส่วนปี 57 ผลพวงการบริหารจัดการข้าวของรัฐบาลก่อน ระบุ ข้าวหายจริง แจ้งความดำเนินคดีแล้ว…

วันที่ 18 ก.พ. 59 นางสาวชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้หารือร่วมกับหน่วยงานที่เก็บรักษาข้าวในสต๊อกของรัฐบาล ทั้งองค์การคลังสินค้า (อคส.) และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) เพื่อตรวจสอบการปิดบัญชีข้าวของปี 58 ตามที่กระทรวงการคลังได้ท้วงติงก่อนหน้านี้ว่า มีข้าวขาดไป 390,000 ตัน ซึ่งจากการตรวจสอบได้ข้อสรุปตรงกันว่า ข้าวไม่ได้หาย แต่เป็นขั้นตอนของการลงบัญชีที่ลงบัญชีสุทธิ แต่ยังไม่ได้หักข้าวที่ต้องส่งมอบตามสัญญาซื้อขาย และไม่ได้หักน้ำหนักกระสอบออก โดยในข้าว 100 กิโลกรัม จะมีน้ำหนักกระสอบประมาณ 1.1 กก. ซึ่งเมื่อเช็กตัวเลขแล้ว สามารถยืนยันได้ว่าข้าวอยู่ที่ไหนบ้าง ไม่ได้หายแต่อย่างใด

“ได้สรุปผลการตรวจสอบและส่งรายละเอียดกลับคืนไปให้คณะอนุกรรมการปิดบัญชีข้าวของกระทรวงการคลังแล้ว ซึ่งชัดเจนว่าข้าวสต๊อกที่รัฐบาลดูแลในปี 58 ไม่ได้หายไปไหน สามารถตรวจสอบได้ทั้งหมด ส่วนที่หายไปนั้น เป็นรอบการปิดบัญชีในปี 57 ซึ่งเป็นช่วงที่รัฐบาลนี้ได้เข้าไปตรวจสอบ และพบว่าข้าวหายจริง และกระทรวงพาณิชย์ ได้แจ้งความดำเนินคดีไปแล้ว ตำรวจอยู่ระหว่างการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง อย่านำเรื่องข้าวหายหรือไม่ มาโยงกับคดีโครงการรับจำนำข้าวที่กำลังฟ้องร้องกันอยู่” ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าว.

หอการค้า คาด มาฆบูชาเงินสะพัด 2,663 ล้าน ปชช. นิยมทำบุญมากที่สุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/579288

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ก.พ. 2559 17:21

 

หอการค้าไทย คาด เงินสะพัดวันมาฆบูชา 2,663 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.14% เหตุ มีวันหยุด 3 วัน ชี้ กิจกรรมที่นิยมสุดคือ ทำบุญ…

วันที่ 18 ก.พ. 59 นางอุมากมล สุนทรสุรัติ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของประชาชนในช่วงวันมาฆบูชาว่า จะมีมูลค่าการใช้จ่าย 2,663 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 39.14% เพราะปีนี้มีวันหยุด 3 วัน จากปีก่อนที่มีวันหยุด 1 วัน ทำให้ประชาชนเดินทางท่องเที่ยว ทำกิจกรรมด้านการทำบุญ ตามสถานที่ต่างๆ มากขึ้น โดยเฉพาะการเดินทางท่องเที่ยว มีมูลค่าการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 611.33%

“มูลค่าการใช้จ่ายปีนี้ทั้งหมด 2,663 ล้านบาท แบ่งเป็น ทำบุญ 1,724 ล้านบาท, ท่องเที่ยว 763 ล้านบาท และกิจกรรมอื่นๆ อีก 177 ล้านบาท โดยกิจกรรมที่นิยมทำในวันมาฆบูชา ประกอบด้วย การทำบุญมากที่สุด รองลงมาคือ ซื้อสังฆภัณฑ์, ตักบาตร, เวียนเทียน, ปล่อยนก ปล่อยปลา, ทำทาน, เที่ยวสถานที่ที่จัดงานวันมาฆบูชา, เที่ยวห้าง, กลับบ้านต่างจังหวัด, ท่องเที่ยวในประเทศ และนั่งวิปัสสนา เป็นต้น”

นางอุมากมล กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อถามถึงทัศนคติต่อศาสนาของไทยในปัจจุบันเป็นอย่างไร ประชาชนส่วนใหญ่ 43.7% ตอบว่า ยึดวัตถุนิยม และเป็นการพาณิชย์ อีก 35.6% ตอบมีความเสื่อมถอยลง จนขาดศรัทธา อีก 11.4% ตอบ ลบเลือนจางหายไปจากสังคม และอีก 9.3% ตอบ เฟื่องฟูขึ้นจนทำให้คนมีศรัทธามากขึ้น ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าประชาชนเริ่มมองว่าศาสนาของไทยมีความศรัทธาลดน้อยลง และคิดว่าศาสนาเริ่มเป็นการพาณิชย์มากขึ้น.

หุ้นไทยปิดตลาดพุ่ง 6.12 จุด มูลค่าซื้อขาย 46,993.39 ล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/579284

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ก.พ. 2559 17:12

 

หุ้นไทยปิดตลาด บวก 6.12  จุด ที่ระดับ 1,294.59  จุด มูลค่าซื้อขาย 46,993.39 ล้าน …

วันที่ 18 ก.พ. 59 ดัชนีหุ้นไทยปิดตลาด บวก 6.12 จุด ที่ระดับ 1,294.59  จุด หรือคิดเป็น 0.47% ด้วยมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 46,993.39 ล้านบาท

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 2.บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) 4. บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) 5.บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน)

‘ไทยดิลิเชียส’ ส่งอาหารไทย นำร่อง เจาะตลาดจีน 20 มณฑล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/579245

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ก.พ. 2559 15:42

 

“ไทยดิลิเชียส ฟู้ด” โกอินเตอร์ จับมือพันธมิตร นำอาหารพร้อมปรุง-กึ่งสำเร็จรูป ลุยตลาดจีน นำร่อง 20 มณฑล เร่งพัฒนาอีก 130 สูตรอาหาร จ่อ เจาะสหรัฐฯ-อังกฤษ-ฝรั่งเศส-อินโดฯ-เลโซโท-ตะวันออกกลาง ในปีนี้…

วันที่ 18 ก.พ.59 นางสาววิษณี เทพเจริญ กรรมการผู้จัดการบริษัท ไทยดิลิเชียส ฟู้ด อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า ได้จับมือบริษัท ไทยพาวิลเลี่ยน คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ประกอบการด้านการนำเข้าและจัดจำหน่าย และผลิตภัณฑ์อาหารในประเทศจีน นำผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมปรุงและอาหารกึ่งสำเร็จรูป ในลักษณะของอาหาร Frozen (การแช่แข็ง) และ Retort (การฆ่าเชื้อด้วยความร้อน) ไปจำหน่ายในประเทศจีน สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการยกระดับอาหารไทย ภายใต้โครงการครัวไทยสู่อาเซียน

นอกจากนี้ ยังมีเป้าหมายที่จะขยายตลาดผลิตภัณฑ์อาหารไปในประเทศสหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส อินโดนีเซีย สหราชอาณาจักรเลโซโท และประเทศกลุ่มตะวันออกกลาง ภายในปี 2559 ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยสามารถจำหน่ายสินค้าประเภทเกษตรกรรมแปรรูป ในรูปแบบของอาหารกึ่งสำเร็จรูป ซึ่งจะเป็นแนวทางที่ช่วยยกระดับราคาสินค้าภาคเกษตรของไทยได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งยังมีส่วนช่วยให้เกิดการส่งออกของสินค้าเกษตรไม่ว่าจะเป็นข้าว ที่เป็นสินค้าที่ต้องรับประทานกับอาหารไทย ซึ่งมียอดคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

“ปัจจุบัน บริษัทสามารถผลิตแล้ว 30 สูตร จากทั้งหมดที่อยู่ระหว่างการพัฒนา 130 สูตร คาดว่าจะนำออกมาสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทเน้นการทำตลาดในต่างประเทศเพียงอย่างเดียว ปี 2559 ตั้งเป้าหมายไว้ 300 ล้านบาท ในตลาดทั่วโลก และคาดว่าจะในแต่ละปีจะมีการอัตราการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดจีน เป็นตลาดแรกที่มีช่องทางการขยายตัวได้เป็นจำนวนมาก เนื่องจากผู้บริโภคจีนหันมานิยมบริโภคอาหารไทย เนื่องจากเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ โดยบริษัทตั้งเป้าหมายว่า ในทุกมื้อของอาหาร ต้องมีอาหารไทย 1 เมนู อยู่บนโต๊ะ”

ขณะที่ น.ส.นรีรัตน์ รัตนพรวิเศษกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยพาวิลเลี่ยน คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ประกอบการด้านการนำเข้าและจัดจำหน่าย และผลิตภัณฑ์อาหารในประเทศจีน กล่าวว่า ปัจจุบัน บริษัทพาวิลเลี่ยน ได้รับสิทธิในการทำตลาดภายใต้โครงการ WORLD FOOD CITY ที่ครอบคลุมถึง 20 มณฑลของประเทศจีน และครั้งนี้นับเป็นการส่งออกสินค้าผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมปรุงและอาหารกึ่งสำเร็จรูปครั้งแรกของไทย ที่มีแนวโน้มเติบโต

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน บริษัทมีร้านอาหารเฟรนไชส์ที่เป็นสาขาของไทยพาวิลเลี่ยน จัดจำหน่ายอยู่แล้ว 25 สาขา ในจีน และการพัฒนาเครือข่ายของกลุ่มบริษัทที่จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารและสินค้าอุปโภค บริโภค ครอบคลุมช่องทางการตลาดได้ครบวงจรทั้งการจัดจำหน่ายตามร้านค้า ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าโมเดิร์นเทรดในประเทศจีน รวมถึงการจำหน่ายบนเว็บไซต์ที่ได้รับอนุญาตจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศ จากรัฐบาลสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีน เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถหาซื้อได้สะดวกมากขึ้น บริษัทยังมีเป้าหมายการเปิดตลาดไปยังกลุ่มสินค้าประเภทอื่นๆ ของไทยด้วย

สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมปรุงและอาหารกึ่งสำเร็จรูป ของบริษัทไทยดิลิเชียส ถือเป็นบริษัทที่มีความพร้อม และความชำนาญในด้านการผลิตภัณฑ์นวัตกรรม ที่มีการผลิตจากวัตถุดิบทางธรรมชาติที่มีคุณภาพสูง ไม่มีผงชูรส ไม่มีสารเคมี หรือวัตถุกันเสียเจือปน และมีความเหมาะสมเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ที่คงรสชาติความเป็นไทย ตามต้นตำรับเดิม ซึ่งถูกปากกับผู้บริโภคชาวจีน.

ทางหลวงชนบท สร้างถนน สาย จ ผังเมืองรวมเมืองชุมพร คาดเสร็จ ก.ย.60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/579208

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ก.พ. 2559 15:37

 

กรมทางหลวงชนบท ดำเนินการสร้างถนน สาย จ ผังเมืองรวมเมืองชุมพร ระยะทางกว่า 8.440 กม. เผย เพื่อบรรเทาการจราจรถนนสายหลัก ช่วยเพิ่มทางเลือกคมนาคมให้กับตัวเมือง คาด ก่อสร้างแล้วเสร็จ ก.ย.60 ใช้งบ 788 ล้านบาท…

วันที่ 18 ก.พ.59 นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน อธิบดีกรมทางหลวงชนบท หรือ ทช. กล่าวว่า ทช. ได้ดำเนินการก่อสร้างถนนสาย จ ผังเมืองรวมเมืองชุมพร ระยะทางกว่า 8.440 กิโลเมตร โดยได้ดำเนินการสำรวจและออกแบบ ดำเนินการเวนคืนฯ และจัดสรรงบประมาณปี 2558 ถึง ปีงบประมาณ 2560 เพื่อก่อสร้างถนนสาย จ ผังเมืองรวมเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร ต่อเชื่อมถนนสาย ข ด้านปลายทางให้เป็นเส้นทางคมนาคมขนส่ง เข้า-ออก เมืองชุมพรด้านทิศใต้ โดยสอดรับต่อเชื่อมกับโครงการก่อสร้างปรับปรุงทางหลวงชนบทสาย ชพ.1007 (ช่อง 5 บ่อนไก่) ที่เชื่อมต้นทางถนนสาย ข กับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) เป็นทางเข้าออกตัวเมืองชุมพรด้านทิศเหนือ

สำหรับโครงการก่อสร้างดังกล่าว เป็นโครงข่ายถนนเลี่ยงเมืองชุมพรทางเลือกใหม่ในการแก้ปัญหาจราจรติดขัดเขตชุมชนเมืองและสี่แยกปฐมพรได้ดีขึ้น ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างชั้นดินถมคันทาง และงานตอกเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็ก คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณเดือนกันยายน 2560 ใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 788 ล้านบาท

ทั้งนี้ เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จจะช่วยลดความหนาแน่น คลี่คลายการจราจรบนถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 327 (สี่แยกปฐมพร-เมืองชุมพร) เพิ่มทางเลือกในการคมนาคมขนส่ง เข้า-ออก ตัวเมืองชุมพร เป็นการสนับสนุนการกระจายปริมาณการจราจรบนถนนทางหลวงสายหลัก อีกทั้งเป็นถนนเลี่ยงเมืองเพื่อลงสู่ภาคใต้แนวใหม่ ร่นระยะทางไปอีกประมาณ 6 กิโลเมตร ประหยัดเวลาในการเดินทางสู่เส้นทางหลัก ตลอดจนเป็นการขยายชุมชนออกไปทางด้านทิศใต้ เพื่อพัฒนาเมืองตามแผนยุทธศาสตร์ของจังหวัด

โครงการดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นโครงการฯ กม.ที่ 0+000 แยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4001 บริเวณ กม.ที่ 2+500 ด้านขวาทาง ตรงข้ามจุดสิ้นสุดถนนสาย ข ปรับเป็นสี่แยกในอนาคต แนวก่อสร้างไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ข้ามแม่น้ำท่าตะเภา สวนมะพร้าว ทุ่งนา ผ่านทางหลวงชนบทสาย ชพ.2018 คลองชุมพร และทางรถไฟใต้ ตัดทางหลวงชนบทสาย ชพ.3009 (บริเวณ กม.ที่ 6+850) จุดสิ้นสุดโครงการ (กม.ที่ 8+440) บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 41 บริเวณ กม.ที่ 6+100 ด้านซ้ายทางแบบ 4 ช่องจราจร ระยะทางรวมโดยประมาณ 8.440 กิโลเมตร และก่อสร้างสะพานข้ามทางรถไฟ ความยาวรวม 945 เมตร.

‘ติ๋ม ทีวีพูล’ ยัน ไม่จ่าย 1.6 พันล. ฟ้องศาลปกครอง ระงับจ่ายแบงก์การันตี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/579240

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ก.พ. 2559 15:35

 

ผู้บริหารไทยทีวี ยัน ไม่จ่าย 1,634.4 ล้านบาท จนกว่าศาลจะมีคำสั่งถึงที่สุด ชี้ กสทช. ไม่ทำตามแผนงานการแจกคูปอง การขยายโครงข่าย/การประชาสัมพันธ์ ล่าสุด ส่งทนายยื่นฟ้องศาลปกครอง ให้ระงับการจ่ายแบงก์การันตี

วันที่ 17 ก.พ. นางพันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยทีวี กล่าวว่า ได้รับหนังสือคำสั่ง จาก สำนักงาน กสทช. แล้ว เกี่ยวกับ มติเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการทีวีดิจิตอล 2 ช่อง ได้แก่ ช่องไทยทีวี และ ช่องโลก้า และได้มอบหมายให้ทนายความยื่นฟ้องศาลปกครอง เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 เพื่อขอให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ระงับคำสั่ง กสทช. ขอเรียกเก็บหลักทรัพย์ค้ำประกัน หรือแบงก์การันตี ที่ทำไว้กับธนาคารกรุงเทพ โดยศาลนัดไต่สวนนัดแรก วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 13.00 น.

 

ส่วนเหตุผล ที่ยกเลิกทั้ง 2 ช่อง เพราะ กสทช. ไม่สามารถดำเนินการเปลี่ยนผ่านทีวีดิจิตอลได้สำเร็จ และไม่เป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ทุกเรื่อง เช่น การแจกคูปองทีวีดิจิตอล การประชาสัมพันธ์ และการติดตั้งโครงข่าย ก่อนการประมูลได้มีแผนความเสี่ยงไว้แล้ว แต่ กสทช. ไม่มีแผนงานที่ชัดเจน ทำให้ได้รับผลกระทบ ทำให้ช่วงที่ผ่านมากว่า 1 ปี ลงทุนไปหมดไปกว่า 1 พันล้านบาท มีรายได้กลับมาไม่ถึง 3 ล้านบาท และเชื่อว่าทุกช่องก็ไม่ต่างกัน กรณีที่อาจกระทบกับใบอนุญาตทีวีดาวเทียม เชื่อว่าไม่กระทบ เพราะเป็นคนละนิติบุคคลกัน ขณะที่ กสทช. ต้องปรับ คือ การพิจารณา เรื่องการจ่ายงวดที่สาม เพื่อทำให้ผู้ประกอบการที่เหลืออยู่สามารถอยู่รอดได้ ยืนยันว่า บริษัท จะไม่ทำกิจการใดๆ ที่เกี่ยวกับภาครัฐอีก เพราะเกิดความเสียหายแล้วเรียกร้องความเสียหายได้ยาก พร้อมฝากถึงผู้ประกอบการรายอื่นให้คุมค่าใช้จ่าย และเข้าใจว่ามีหลายช่องที่ต้องการยุติ แต่ยังไม่สามารถออกมาบอกได้

สมคิด แจง สนช. ตั้งงบเพิ่มเติมปี 59 ควักเงินประมูล 4G ปรับโครงสร้าง ศก.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/579156

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ก.พ. 2559 14:13

 

“สมคิด” แจง สนช.ตั้งงบรายจ่ายเพิ่มเติมปี 59 ชี้ รัฐมีรายได้จาก ประมูลคลื่น 4G จ่อ ออกนโยบายเร่งด่วนรองรับปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ พัฒนาประเทศ เพิ่มขีดความสามารถแข่งขัน…

วันที่ 18 ก.พ. 59 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวชี้แจงต่อที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ถึงความจำเป็นที่รัฐบาลต้องจัดทำงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมในปีงบประมาณ 2559 ว่า ที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรีได้ผ่านความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.เพิ่มเติมงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ 2559 เนื่องจากรัฐบาลได้มีการอนุญาตให้เปิดประมูลคลื่นความถี่ 4G ในช่วงเดือน พ.ย. และ ธ.ค.58 ซึ่งทำให้มีรายได้นำส่งรัฐบาลนอกเหนือจากการจัดเก็บรายได้ในปีงบประมาณ เป็นจำนวนเงิน 56,283 ล้านบาท โดยเป็นรายได้จากการประมูลคลื่น 1800 งวดแรก ที่มีการนำส่งแล้ว 40,290 ล้านบาท และรายได้จากการประมูลคลื่น 900 งวดแรก ที่คาดว่าจะนำส่งในเดือน มี.ค.นี้อีก 15,992 ล้านบาท

“รัฐบาลเห็นว่าควรนำรายได้ดังกล่าว มาใช้ในการพัฒนาและสร้างความเข้มแข็งแก่ประเทศ รวมทั้งการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ จึงได้นำเสนอต่อที่ประชุม สนช.โดยมีการจัดตั้งงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมในวงเงินไม่เกิน 56,000 ล้านบาท โดยจะนำไปใช้ในนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล เพื่อรองรับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ รวมทั้งเป็นการกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาค พร้อมกับเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ”

สำหรับการตั้งงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม 56,000 ล้านบาทนี้ ประกอบด้วย ส่วนแรก 47,661 ล้านบาท จะนำไปใช้ในการพัฒนาตามแนวทางการปฏิรูป จำนวน 32,661 ล้านบาท และอีก 15,000 ล้านบาท จะนำไปจัดสรรตามแผนงานเศรษฐกิจดิจิตอล ส่วนที่สองอีก 8,338 ล้านบาท จะนำไปใช้เพื่อการชดเชยเงินคงคลัง

พร้อมระบุ การบริหารของรัฐบาล จำเป็นต้องทำให้เกิดความสมดุลสำหรับเป้าหมายเศรษฐกิจทั้ง ระยะสั้น และระยะยาว ตลอดจนให้สอดคล้องกับความยั่งยืนทางการคลัง ดังนั้นรัฐบาลจึงกำหนดยุทธศาสตร์ นโยบาย และโครงการต่างๆ ที่ครอบคลุมในการแก้ไขปัญหาเร่งด่วน และวางรากฐานเพื่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว โดย พ.ร.บ.ฉบับนี้ เป็นกลไกหนึ่งที่จะให้สามารถบรรลุตามเจตนารมณ์ สนับสนุนการปฏิรูปและยังสามารถหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจในประเทศในยามที่เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มถดถอยในขณะนี้

ทองเปิดตลาด ปรับเพิ่ม 50 รูปพรรณขายออกบาทละ 20,750

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/579086

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ก.พ. 2559 09:57

 

ราคาทองเปิดตลาด ราคาเพิ่ม 50 บาท ทองแท่งรับซื้อบาทละ 20,250 ขายออกบาทละ 20,350 รูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,950.56 ขายออกบาทละ 20,750 บาท …

วันที่ 18 ก.พ. 59 สมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทองเปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.29 น. ราคาเพิ่มขึ้น 50 บาท ส่งผลให้ราคาทองแท่งรับซื้อบาทละ 20,250.00 บาท ขายออกบาทละ 20,350.00 บาท รูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,950.56 บาท ขายออกบาทละ 20,750.00 บาท

ขณะที่ เมื่อคืนนี้ (17 ก.พ.) สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวก จากสกุลเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง หลังจากรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) บ่งชี้ว่า เจ้าหน้าที่เฟดได้แสดงความกังวลว่า การชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก อาจจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐ โดยสัญญาทองคำตลาดโคแมกซ์ ส่งมอบเดือน เม.ย. ปิดบวก 3.2 ดอลลาร์ หรือ 0.26% แตะที่ระดับ 1,211.40 ดอลลาร์/ออนซ์

ทั้งนี้ สัญญาทองคำปรับตัวขึ้นในกรอบที่จำกัด หลังพุ่งขึ้นติดต่อกัน 3 วันทำการของตลาดหุ้นนิวยอร์ก โดยได้กระตุ้นให้นักลงทุนเทขายสัญญาทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย และเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยง ซึ่งให้ผลตอบแทนสูงกว่า.