ดัน พ.ร.บ.เบิกจ่ายงบ-ลดคอร์รัปชัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/578438

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 17 ก.พ. 2559 05:05

 

นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยหลังเป็นประธานเปิดสัมมนาสรุปร่างพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. … ร่วมกับนายมาร์ติน ฮาร์ท แฮนเซ่น รองผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) สำนักงานประเทศไทยว่า กรมบัญชีกลางและ UNDP ซึ่งเป็นองค์กรเพื่อการพัฒนาภายใต้องค์การสหประชาชาติ ได้ร่วมกันกำหนดนโยบาย กฎระเบียบที่จำเป็น และมาตรการในการจัดการกับปัญหาคอร์รัปชันอย่างมีประสิทธิภาพ โดย UNDP สนับสนุนด้านความรู้ ความชำนาญ และแนวทางปฏิบัติการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมาตรฐานสากล

และเพื่อให้รูปแบบการจัดซื้อจัดจ้างของไทยเป็นไปตามแนวทางที่เป็นมาตรฐานสากล กรมบัญชีกลางได้กำหนดเป้าหมาย พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐไว้ดังนี้คือ 1.ปรับปรุงกฎหมายการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐให้เป็นสากลและสอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติระดับนานาชาติ 2.พัฒนากรมบัญชีกลางในฐานะที่เป็นหน่วยงานหลักที่กำกับด้านการจัดซื้อจัดจ้างให้มีศักยภาพและรองรับ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต 3.ยกระดับวิชาชีพและยุทธศาสตร์การสร้างวิชาชีพ ด้านการจัดซื้อจัดจ้าง ทั้งนี้ พ.ร.บ.ดังกล่าวจะนำมาใช้แทนระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างของสำนักนายกรัฐมนตรีที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน “กรมบัญชีกลางได้พัฒนาระบบจัดซื้อจัดจ้างให้โปร่งใส ทันสมัยและมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การพัฒนาระบบการจัดซื้อจัดจ้างให้เป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้ครั้งแรกเมื่อ มี.ค.58 จนถึง ธ.ค.58 ทั้งหมด 2 วิธีคือ 1.การประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ที่มีมูลค่าเกิน 2 ล้านบาท ประหยัดเงินงบฯได้ 9.95% หรือ 31,000 ล้านบาท จากงบฯทั้งหมด 311,631 ล้านบาท 2.การประมูลด้วยวิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ (e-market) ประหยัดงบฯซื้อกระดาษ แฟ้มเอกสารและตลับผงได้ 48 ล้านบาทหรือ 17.68% จากงบฯ 276 ล้านบาท

นายมนัสกล่าวว่า กรมบัญชีกลางหวังว่า พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐจะเป็นกฎหมายสำคัญที่ช่วยลดการทุจริตให้แก่ภาคราชการได้ เนื่องจากเป็นการยกระดับจากระเบียบสำนักนายกฯ เป็นกฎหมายชั้น พ.ร.บ. โดยใช้กรอบแนวคิดกฎหมายต่างประเทศภายใต้องค์การการค้าโลก (WTO) มาเป็นต้นแบบ การยกร่าง พ.ร.บ. ขณะนี้อยู่ในการพิจารณาของ สนช. คาดว่าจะผ่านเดือน พ.ค.นี้ ทั้งนี้ กฎหมายใหม่จะมี บทลงโทษที่รุนแรง โดยเพิ่มโทษอาญาจำคุก 1 เดือน ถึง 10 ปี ปรับ 40,000 บาท ถึง 400,000 บาทด้วย จากเดิมมีเฉพาะโทษวินัยและความรับผิดทางแพ่ง.

งานคือเงิน 17/02/59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/578110

โดย หมึกเขียว 17 ก.พ. 2559 05:01

 

ไม่มีความพยายามใดที่จบลงอย่างสูญเปล่า

หมึกเขียว ขอส่งกำลังใจให้ คนที่มุ่งมั่น ไม่ย่อมแพ้ต่อทุกอุปสรรคและปัญหา ได้พบความสำเร็จในชีวิต ส่วน คนที่ยังเล็งหาตำแหน่งงานโดนใจ แวะเวียนมาที่ งานคือเงิน มีมาฝากกันเช่นเคย

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย รับ ลูกจ้างชั่วคราวรายเดือน ตำแหน่ง นักวิชาการคอมพิวเตอร์ 1 อัตรา สังกัดคณะวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ วุฒิ ปริญญาตรี ทางด้าน คอมพิวเตอร์ สารสนเทศ บริหารธุรกิจ หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง มีความรู้ ความสามารถในการใช้คอมพิวเตอร์อย่างดี และสามารถใช้คอมพิวเตอร์ได้อย่างเหมาะสมกับหน้าที่ ได้แก่ ระบบการจัดการฐานข้อมูล เช่น Oracle, Access, SOL, PHP เป็นต้น มีความรู้ด้านการบำรุงรักษา และซ่อมแซมคอมพิวเตอร์ มีความรู้ ความเข้าใจในกฎระเบียบและข้อบังคับในการปฏิบัติงาน สมัครที่ งานบริหารบุคคลวิทยาเขตอุเทนถวาย ถนนพญาไท เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ โทร.0-2252-7029 ต่อ 55 ถึง 19 ก.พ.นี้

ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 3 จังหวัดสงขลา รับ ลูกจ้างชั่วคราว ตำแหน่ง พี่เลี้ยงเด็ก พิการ 1 อัตรา สถานที่ปฏิบัติงาน ศูนย์การเรียนเฉพาะความพิการประจำอำเภอ/ศูนย์สาขา/อื่นๆ อายุ 20 ปีขึ้นไป วุฒิ ไม่ต่ำกว่ามัธยมศึกษาตอนปลาย สามารถทำงานร่วมกับเด็กพิการได้ สมัครที่ ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 3 จังหวัดสงขลา เลขที่ 81/2 หมู่ 1 ต.จะโหนง อ.จะนะ จ.สงขลา 90130 โทร.0- 7447-7260, 0-7447-7453 ถึง 19 ก.พ.นี้

คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รับ เจ้าหน้าที่บริการวิทยาศาสตร์ (วิทยาศาสตร์) P7 จำนวน 1 อัตรา ปฏิบัติงานในภาควิชาพยาธิวิทยา (หน่วยปรสิตวิทยา) วุฒิ วิทยาศาสตรบัณฑิตทุกสาขา ต้องผ่านการทดสอบภาษาอังกฤษอย่างใดอย่างหนึ่ง (ไม่เกิน 2 ปี) ได้แก่ TOEIC ไม่น้อยกว่า 400 คะแนน, CULI–TEST ไม่น้อยกว่า 40 คะแนน, CU–TEP ไม่น้อยกว่า 40 คะแนน หรือ IELTS ไม่น้อยกว่า 400 คะแนน มีความรู้ความสามารถทางห้องปฏิบัติการ สามารถอ่านเขียนภาษาอังกฤษ ปฏิบัติงานนอกเวลาทำการและปฏิบัติงานต่างจังหวัดได้ หากเป็นเพศชายต้องผ่านการเกณฑ์ทหารแล้ว สมัครได้ทาง http://www.hrm. chula.ac.th/ recruitmentonline สอบถามที่ หน่วยการเจ้าหน้าที่ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โทร.0-2218-97 73 ถึง 25 ก.พ. นี้

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะเกษตร ภาควิชาส่งเสริมและนิเทศศาสตร์เกษตร รับอาจารย์ 2 อัตรา วุฒิ ปริญญาเอก ทางส่งเสริมการเกษตร เกษตรศาสตร์ และเกษตรเขตร้อน,อาจารย์ 1 อัตรา วุฒิ ปริญญาเอก ทาง พัฒนาการเกษตรวิจัยและพัฒนาการเกษตร ธุรกิจเกษตร Agricultural System และ Agricultural Information Technology สอบถามและสมัครที่ ภาควิชาส่งเสริมและนิเทศศาสตร์เกษตร ชั้น 4 ตึกจรัด สุนทรสิงห์ คณะเกษตร มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ กรุงเทพฯ โทร.0-2579-1025, 0-2942- 8456 ถึง 29 ก.พ.นี้

มหาวิทยาลัยศิลปากร รับ อาจารย์ 1 อัตรา สังกัดภาควิชาภาษาเยอรมัน คณะอักษรศาสตร์ วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม วุฒิ ปริญญาเอก สาขาวิชา ภาษาและวรรณคดี เยอรมัน การสอนภาษาเยอรมันในฐานะภาษาต่างประเทศ หรือสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง ต้องมีคะแนนทดสอบความสามารถภาษาอังกฤษตามเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยศิลปากรกำหนด สมัครที่ กองการเจ้าหน้าที่ ชั้น 7 สำนักงานอธิการบดี (ตลิ่งชัน) มหาวิทยาลัยศิลปากร ถนนบรมราชชนนี กรุงเทพฯ โทร.0-2849- 7500 ต่อ 31704 หรืองานการเจ้าหน้าที่ ชั้น 2 สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ จ.นครปฐม โทร.0-3425-3840 (-4) ต่อ 22142 หรือสำนักงานเลขานุการ คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร จ.นครปฐม โทร.0-3425-5097 ถึง 29 ก.พ.นี้

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) รับ ผู้ช่วยวิจัย/ห้องปฏิบัติ การวิจัยเทคโนโลยีการวิเคราะห์กระบวนการเชิงคำนวณ 1 อัตรา อายุ 21–35 ปี วุฒิ ปริญญาตรี สาขา วิชา วิทยาศาสตร์ วิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือวิศวกรรมคอมพิวเตอร์/ซอฟต์แวร์ มีความรู้ทางด้าน PHP (Laravel Framework) Java Script, MySQL, Arduino, Andriod App, ผู้ช่วยวิจัย/ห้องปฏิบัติการวิจัยคลังอนุพันธ์ความรู้ 1 อัตรา อายุ 21–35 ปี วุฒิ ปริญญาตรีขึ้นไป สาขาวิชา วิศวกรรมศาสตร์คอมพิวเตอร์ วิทยาศาสตร์ สาขาคอมพิวเตอร์ คณิตศาสตร์ประยุกต์ หรือวิทยาการคอมพิวเตอร์ มีความสามารถในการเขียนภาษา Java Script, HTML5 หรือ Python อย่างดี มีความรู้พื้นฐานหรือทักษะทางด้าน GIS มีความสนใจในงานการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Date Analytics), ผู้ช่วยวิจัย/ห้องปฏิบัติการวิจัยความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ 1 อัตรา อายุ 21–30 ปี วุฒิ ปริญญาตรี สาขาวิชา เทคโนโลยีสารสนเทศ วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ วิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือ วิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ต้องมีประสบการณ์ด้าน Programming, Computer Security, Network มีทักษะด้าน Mobile Application (Andriod / IOS), Web Programming, Database, Network, ผู้ช่วยวิจัย/ห้องปฏิบัติการวิจัยระบบอัตโนมัติขั้นสูง 1 อัตรา อายุ 22–40 ปี วุฒิ ปริญญาโทขึ้นไป สาขาวิชา Mechatronics หรือ Computer or Electrical Engineering มีความรู้ด้าน Robotic and Computer Programming, ผู้ช่วยวิจัย/สถาบันเทคโนโลยีเพื่อคนพิการและผู้สูงอายุ 1 อัตรา อายุ 25–35 ปี วุฒิ ปริญญาตรีขึ้นไป สาขาวิชา วิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ หรือ วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มีประสบการณ์ ด้านวิเคราะห์และออกแบบระบบ/พัฒนาโปรแกรม 2 ปีขึ้นไป มีความสามารถวิเคราะห์และออกแบบระบบ System analysis and design พัฒนา ซอฟต์แวร์ process เน้น software development วิเคราะห์ข้อจำกัดต่างๆของโปรแกรม มีทักษะการสื่อสาร ช่างสังเกต ละเอียดรอบคอบ และประสานงานได้ดี อ่าน–พูด–เขียนภาษาอังกฤษในระดับดี มีวุฒิภาวะความรับผิดชอบ, วิศวกร/งานบริหารเครือข่าย และระบบคอมพิวเตอร์ 1 อัตรา อายุ 25–35 ปี วุฒิ ปริญญาตรีขึ้นไป สาขาวิชา วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ สาขาคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ มีประสบการณ์ด้านการดูแลระบบ และเครื่องให้บริการ/ VM Ware 1–2 ปี มีความรู้ความสามารถเกี่ยวกับระบบปฏิบัติการลินุกซ์ และซอฟต์แวร์ Open source ที่เกี่ยวข้องกับระบบเครือข่ายสามารถเขียนโปรแกรมระบบงานบนเว็บหรือระบบปฏิบัติการลินุกซ์ ผ่านภาษา Ruby/Perl/Java/PHP ติดตั้ง ดูแล ปรับปรุง ซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ของเครื่องแม่ข่าย/อุปกรณ์เครือข่าย ดูแลการสำรองข้อมูลของระบบ และอุปกรณ์สำคัญต่างๆ ให้ความช่วยเหลือ ในการใช้งานระบบเครือข่าย ตามข้อตกลงการให้บริการ (SLA) จัดทำรายงานสรุปปัญหาและแนวทางการแก้ไขที่พบ และเอกสารอื่นๆ มีความรู้ทางสถิติและทักษะในการคิดวิเคราะห์โดยสามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้ และมีความคิดเชิงระบบ สามารถใช้ภาษาอังกฤษ (อ่าน พูด เขียน) ในเกณฑ์ดีและมีความสนใจ กระตือรือร้นและขอศึกษาเทคโนโลยีใหม่ๆ สนใจสมัครด้วยตนเอง หรือส่งจดหมายพร้อมเอกสารประกอบการสมัครได้ที่ ห้อง 106 งานสรรหาและคัดเลือก ฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคล สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 111 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ถนนพหลโยธิน ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12120 โทร.0-2564-7000 ต่อ 1142 รับถึง 29 ก.พ.นี้

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร รับ นักวิชาการศึกษาปฏิบัติการ 1 อัตรา หน่วยงานสถานีวิทยุสาธารณะเพื่อการศึกษา งานรายการและข่าว วุฒิ ปริญญาตรี ด้าน สื่อสารมวลชน นิเทศศาสตร์ วารสารศาสตร์ หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง สอบถามและสมัครที่ กองบริหารงานบุคคล ชั้น 4 อาคารสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ถนนสามเสน แขวงวชิรพยาบาล เขตดุสิต กรุงเทพฯ โทร.0-2665-3777 ต่อ 6061-6066 ถึง 29 ก.พ.นี้

คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รับ อาจารย์ 1 อัตรา ภาควิชาภาษาอังกฤษ วุฒิ ปริญญาเอก ทางด้าน ภาษาอังกฤษ หรือสาขา วิชาอื่นๆที่เกี่ยวข้อง (ยกเว้นสาขาวิชาการสอนภาษา อังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศ) และ พนักงานเงินรายได้ ประเภทชั่วคราว ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป 1 อัตรา สังกัดงานประกันคุณภาพการศึกษา วุฒิ ปริญญาตรี สอบถามและสมัครที่ สำนักงาน เลขานุการ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต โทร.0-2696-5207 ถึง 29 ก.พ.นี้

สหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รับ เจ้าหน้าที่นิติกร 1 อัตรา อายุไม่เกิน 30 ปี (เกิดหลัง 1 มี.ค.2529) วุฒิ ปริญญาตรี นิติศาสตรบัณฑิต มีความสามารถในการใช้คอมพิวเตอร์ หากเป็นเพศชายต้องพ้นการเกณฑ์ทหารหรือได้รับการยกเว้น สมัครที่ ฝ่ายแผนและพัฒนาบุคลากร สหกรณ์ออมทรัพย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำกัด อาคารจามจุรี 9 โทร.0- 2218-0555 ต่อ 2301 (-2) ถึง 29 ก.พ.นี้

ชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย จำกัด รับ เจ้าหน้าที่พัฒนาโปรแกรม (Web Programmer) 1 อัตรา ปฏิบัติงานในฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ อายุไม่เกิน 40 ปี วุฒิ ปริญญาตรี สาขาวิชา วิศวกรรม คอมพิวเตอร์ วิทยาการคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้านคอมพิวเตอร์ สามารถใช้คอมพิวเตอร์ โปรแกรม Microsoft Office อย่างดี ต้องมีความรู้และประสบการณ์ในการทำงานด้านพัฒนา Web Application อย่างน้อย 2 ปี มีทักษะในการอ่าน พูด เขียน ภาษาอังกฤษได้, เจ้าหน้าที่การลงทุน (Investment Officer) 1 อัตรา ปฏิบัติงานในฝ่ายบริหารเงิน อายุไม่เกิน 35 ปี วุฒิ ปริญญาตรี สาขา การเงิน การเงินการธนาคาร เศรษฐศาสตร์ธุรกิจ เศรษฐศาสตร์สหกรณ์ บัญชี หรือ สาขาที่เกี่ยวข้องด้านการเงิน มีความรู้ความสามารถด้านตราสารการเงิน มีความรู้ทางด้านผลิตภัณฑ์ทางการเงินของสถาบันการเงินอย่างดี มีความรู้ ความเข้าใจสามารถวิเคราะห์ตลาดทุน และภาวะเศรษฐกิจได้ มีทักษะในการวิเคราะห์เชิงปริมาณ มีความละเอียดรอบคอบ มีความกระตือรือร้นมุ่งมั่นในการทำงาน มีทักษะในการติดต่อสื่อสาร และมีบุคลิกภาพดี มีใจรักงานบริการ และมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ สามารถใช้คอมพิวเตอร์โปรแกรม Microsoft Office มีทักษะในการอ่าน พูด เขียน ฟัง ภาษาอังกฤษได้ ทั้ง 2 ตำแหน่งหากเป็นเพศชายต้องผ่านการเกณฑ์ทหาร หรือพ้นภาระทางทหารแล้ว สมัครที่ แผนกบริหารงานบุคคล สำนักผู้บริหาร สำนักงานชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย จำกัด เลขที่ 199 หมู่ 2 ต.บางสีทอง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี โทร.0-2496-1199 ต่อ 204, 206,224 และ 225 ถึง 29 ก.พ.นี้

หมึกเขียว

ดัชนีเศรษฐกิจ 17/02/59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/578407

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 17 ก.พ. 2559 05:01

 

ลุ้น 1,300 จุด!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/578410

โดย อินเด็กซ์ 51 17 ก.พ. 2559 05:01

 

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 16 ก.พ.59 ปิดที่ 1,289.36 จุด เพิ่มขึ้น 0.96 จุด ระหว่างวันแกว่งตัวในกรอบ 1,286.26-1,298.71 จุด ขณะที่มีมูลค่าการซื้อขาย 40,758.27 ล้านบาท

หุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด TASCO ปิด 24.40 บาท บวก 1.80 บาท, PTT ปิด 238 บาท บวก 3 บาท, AOT ปิด 380 บาท บวก 11 บาท, PTTEP ปิด 61 บาท บวก 3 บาท และ PTTGC ปิด 53.25 บาท บวก 0.25 บาท

บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ระบุว่า นักลงทุนขายทำกำไรระยะสั้น หลังประเมินดัชนีไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านจิตวิทยาที่ระดับ 1,300 จุดได้ เพราะยังไม่มั่นใจทิศทางตลาดที่แน่นอน เนื่องจากยังมีความผันผวนสูงจากปัจจัยเสี่ยงทั้งในและต่างประเทศ

โดยยังคงต้องติดตามการประชุมของผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ซาอุดีอาระเบีย และรัสเซีย ว่าจะมีแนวทางการจัดการปัญหาราคาน้ำมันอย่างไร ซึ่งมีผลต่อทิศทางราคาน้ำมัน และราคาหุ้นพลังงาน

รวมทั้งติดตามค่าเงินของประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของโลก ทั้งค่าเงินเยนญี่ปุ่นและค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ตลาดยังหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากทางการญี่ปุ่น จีน และยุโรป

มองแนวโน้มระยะสั้น คาดตลาดแกว่งตัว มอง Sentiment ยังไม่ดีมากนัก ด้านเทคนิคให้แนวต้านดัชนีไว้ที่ 1,300 จุด ส่วนแนวรับอยู่ที่ 1,270 จุด

มีข่าว “สันติ หอกิตติกุล” กรรมการผู้จัดการ GCAP ตั้งเป้าพอร์ตสินเชื่อปี 59 โต 50% ส่วนปี 58 หดตัว 36% จากภัยแล้งกระทบตลาดเครื่องจักรกลการเกษตร โดยมีรายได้ 177.36 ล้านบาท ลดลงจากปี 57 ที่ 4.76% และมีกำไรสุทธิ 55.21 ล้านบาท โดยบอร์ดมีมติจ่ายปันผลปี 58 หุ้นละ 0.20 บาท โดยได้จ่ายงวด ม.ค.-มิ.ย.58 ไปแล้ว หุ้นละ 0.05 บาท คงเหลือจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งปีหลังหุ้นละ 0.15 บาท

ขณะที่ปี 59 จะมุ่งขยายบริการและหาพันธมิตรคู่ค้าใหม่ๆ เน้นสินเชื่อเครื่องจักรกลการเกษตรประเภทพืชไร่ และเครื่องจักรประเภทอื่น รวมทั้งเพิ่มบริการทางการเงินอีก 2 ประเภทคือ สินเชื่อส่วนบุคคล สำหรับพนักงานของบริษัทคู่ค้า บริษัทพันธมิตร และสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพ

ปิดท้าย บมจ.พลังงานบริสุทธิ์ (EA) เร็วๆนี้เตรียมรับ 2 รางวัลใหญ่ คือ “Thailand Top Company Awards 2016 Fast-growing Company Award” สุดยอดบริษัทที่มีผลประกอบการโตอย่างรวดเร็วทั้งยอดขาย-กำไร และอีกรางวัลคือ ASIA PACIFIC ENTREPRENEURSHIP AWARDS 2016 THAILAND-Outstanding Category ที่ “อมร ทรัพย์ทวีกุล” รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เป็นผู้ที่คว้ารางวัลนี้ ที่นำพาบริษัทเติบโตได้อย่างโดดเด่น.

อินเด็กซ์ 51

พาณิชย์ เผย เอกชน 15 ราย เสนอราคาซื้อข้าวดีสต็อกรัฐ สูงสุด 1.52 แสนตัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/578315

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ก.พ. 2559 20:19

 

โรงสี-ผู้ส่งออกข้าว 15 ราย เสนอซื้อข้าวดีสต็อกรัฐ ราคาสูงสุด รวม 1.52 แสนตัน มูลค่า 1,783 ล้าน ขณะที่ ข้าวเกรดซี เข้าอุตสาหกรรม เปิดให้ยื่นซองเสนอราคา 17 ก.พ. นี้…

วันที่ 16 ก.พ. 59 นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้เปิดให้ผู้ที่ผ่านคุณสมบัติ 34 ราย ยื่นซองเสนอราคาซื้อข้าวรัฐบาลคุณภาพดีเป็นการทั่วไป ปริมาณ 204,000 ตัน ปรากฏว่า มีผู้ยื่นซองเสนอราคาเพียง 25 ราย แต่ในจำนวนนี้มีผู้เสนอราคาซื้อสูงสุด 15 ราย ใน 35 คลัง คิดเป็นปริมาณ 152,000 ตัน หรือ 74% ของปริมาณข้าวที่นำมาเปิดประมูลทั้งหมด มูลค่าเสนอซื้อรวม 1,783 ล้านบาท แบ่งเป็นข้าวเหนียวขาว 10% ปริมาณ 83,200 ตัน สัดส่วน 55% รองลงมาได้แก่ ปลายข้าวเอวัน เลิศ ปลายข้าวหอมมะลิ ข้าวท่อนหอมมะลิ ปลายข้าวปทุมธานี ข้าวปทุมธานี ข้าวท่อนปทุมธานี และปลายข้าวเอวัน

สำหรับการเปิดให้ยื่นซองเสนอราคาซื้อข้าวสารรัฐบาล เพื่อเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมปริมาณ 360,000 ตัน วันที่ 17 ก.พ. นี้นั้น มีผู้ผ่านคุณสมบัติ ที่สามารถยื่นซองเสนอราคาได้รวม 16 ราย โดยข้าวที่นำมาเปิดประมูลข้าวเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมเป็นข้าวเกรดซี (ข้าวเสื่อมคุณภาพ) ประกอบด้วย ข้าวปทุมธานี ข้าวขาว 5% ข้าวขาว 15% ข้าวเหนียวขาว 10% ข้าวท่อนหอมมะลิ ข้าวท่อนหอมจังหวัด และปลายข้าว เอวัน เลิศ รวม 119 คลัง ใน 28 จังหวัด

“เมื่อได้ผลสรุปจากการเปิดระบายของข้าวทั้ง 2 แบบแล้ว จะนำรายชื่อผู้เสนอราคาสูงสุดให้คณะทำงานดำเนินการระบายข้าวในสต็อกรัฐพิจารณา ก่อนนำเสนอให้ประธานคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) อนุมัติต่อไป” อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ระบุ.

ปศุสัตว์ ค้าน ร่วมTPP หวั่น ชิ้นส่วนเครื่องในทะลัก ไทยเสียหายหนัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/578303

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ก.พ. 2559 18:18

 

กลุ่มปศุสัตว์ ยื่นหนังสือค้านไทยร่วมวงทีพีพี หวั่น เครื่องในหมูมะกันทะลักเข้าไทย ทุบ ผู้เลี้ยงหมูรายย่อยเดี้ยง 3.5 แสนล้าน ด้าน พาณิชย์ รับ นำผลกระทบไปประกอบข้อมูลสรุปให้รัฐบาลตัดสินใจ…

วันที่ 16 ก.พ. 59 นายสุรชัย สุทธิธรรม นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ เปิดเผยว่า สมาคมที่เกี่ยวกับปศุสัตว์ 11 สมาคม ได้ยื่นหนังสือให้กับ น.ส.สุนันทา กังวาลกุลกิจ รองอธิบดีกรมเจรจาการค้า เพื่อคัดค้านการเข้าร่วมการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (ทีพีพี) เพราะการเข้าร่วมพีพี จะทำให้เสียเปรียบสหรัฐฯ สมาชิกทีพีพีและผู้ผลิตปศุสัตว์รายใหญ่ของโลก เนื่องจากอุตสาหกรรมปศุสัตว์ของสหรัฐฯ มีความได้เปรียบทั้งต้นทุนการผลิต ที่ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ถูกกว่าไทย สามารถส่งออกชิ้นส่วนสุกรมาไทย เช่น เครื่องใน ซึ่งตลาดสหรัฐฯ ไม่นิยมบริโภค ซึ่งจะสร้างความเสียหายให้กับอุตสาหกรรมสุกรทั้งระบบของไทยไม่ต่ำกว่า 350,000 ล้านบาท หากนับรวมปศุสัตว์อื่น ความเสียหายจะเพิ่มขึ้นอีกหลายแสนล้านบาท

“อยากให้รัฐบาลตระหนักถึงผลกระทบที่มีต่อรากหญ้าด้วย ถ้ารัฐบาลยืนยันจะเข้าร่วม และเจรจาลดภาษีปศุสัตว์ จะส่งผลกระทบต่อไทยแบบเดียวกับที่เจรจาเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ไทย-ออสเตรเลีย หรือเอฟทีเอไทย-นิวซีแลนด์”

อย่างไรก็ตาม กลุ่มปศุสัตว์สนับสนุนรัฐบาลในการเข้าร่วมการเจรจาการเปิดเสรีในกรอบความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (อาร์เซพ) แทนทีพีพี เพราะหากการเจรจาสำเร็จจะทำให้สมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ กับคู่เจรจา 6 ประเทศ ได้แก่ จีน เกาหลี ญี่ปุ่น อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ รวมกลุ่มเป็นตลาดขนาดใหญ่ มีประชากรรวมกว่า 3,700 ล้านคน หรือคิดเป็นสัดส่วน 50% ของประชากรโลก นอกจากนี้ ยังต้องการให้ภาครัฐเผยแพร่ข้อมูลผลการศึกษา ผลกระทบ ความได้เปรียบเสียเปรียบจากการเข้าร่วมทีพีพี ที่สถาบันปัญญาภิวัฒน์ศึกษาเสร็จสิ้นแล้ว ให้สาธารณชนได้รับทราบข้อเท็จจริงทั้งหมดด้วย

ด้าน นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า กรมฯ จะนำข้อคัดค้านของกลุ่มปศุสัตว์ หารือกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในเร็วๆ นี้ และจะจัดทำประชาพิจารณ์ทั่วประเทศในทุกเดือน ซึ่งทุกภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบสามารถนำเสนอข้อมูลเข้ามาได้ หลังจากนั้นจะสรุปและเสนอต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยเร็วที่สุด

“กรมฯ ไม่สามารถสรุป และตัดสินได้ว่าจะเข้าร่วมเจรจาทีพีพีหรือไม่ ต้องรอรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ก่อนนำมาจัดทำข้อสรุป และแนวทางเยียวยาผลกระทบ เพื่อเสนอต่อรัฐบาล ส่วนผลการศึกษาเกี่ยวกับการเข้าร่วมทีพีพี ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการขั้นสุดท้าย หากเสร็จสิ้นแล้วจะเปิดเผยต่อสาธารณชนได้แน่นอน” นางสาวสุนันทา ระบุ.

พาณิชย์ ดันผู้ค้าออนไลน์จดทะเบียน เผย นัดถกสมาคมการค้า 23 ก.พ.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/578260

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ก.พ. 2559 18:00

 

“พาณิชย์” ดึงพ่อค้าแม่ค้าเฟซบุ๊ก ไอจี จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เผย สร้างความน่าเชื่อถือสินค้าออนไลน์ ป้องกันผู้บริโภคถูกหลอกลวง พร้อมนัดสมาคมการค้า ตลาดกลางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ถก 23 ก.พ.นี้ ตั้งเป้าปีนี้ 6 หมื่นราย

เมื่อวันที่ 16 ก.พ. 59 นางสาวรัตนา เธียรวิศิษฎ์สกุล รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า มีนโยบายผลักดันให้ผู้ประกอบการที่ทำการค้าขายผ่านออนไลน์ ทั้งเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม (ไอจี) ทั้งบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล มาจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (DBD Registered) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคว่า บุคคลเหล่านี้มีตัวตนและเป็นผู้ทำธุรกิจจริง และมั่นใจได้ว่าจะไม่ถูกหลอกลวง ซึ่งจะช่วยผลักดันให้การค้าขายออนไลน์ของไทยขยายตัวเพิ่มมากขึ้น

นอกจากนี้ ได้เชิญสมาคมการค้าและตลาดกลางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Marketplace) ประมาณ 13 ตลาด มาหารือร่วมกันในวันที่ 23 ก.พ.นี้ เพื่อขอความร่วมมือให้ช่วยผลักดันให้สมาชิกที่ค้าขายออนไลน์มาจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์กับกรมฯ หากดำเนินการได้สำเร็จตามเป้าหมาย จะประกาศเกียรติคุณเพื่อจูงใจให้สมาคม และตลาดกลางฯ จูงใจให้สมาชิกมาจดทะเบียนมากขึ้น โดยตั้งเป้าหมายผลักดันให้บุคคลธรรมดา นิติบุคคล ร้านค้าออนไลน์ เว็บไซต์ที่ค้าขายออนไลน์ จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในปีนี้ให้ได้ 60,000 ราย เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันกว่า 3 เท่าตัว

สำหรับการผลักดันให้ธุรกิจไทยใช้ช่องทางอี-คอมเมิร์ซขยายตลาดนั้น กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ร่วมมือกับ Alibaba Group เจ้าของเว็บไซต์ค้าส่งออนไลน์รายใหญ่ของโลกจากจีน จัดส่งผู้เชี่ยวชาญมาช่วยฝึกอบรมให้กับผู้ประกอบการไทยในเดือน มี.ค. 59 ซึ่งจะอบรมตั้งแต่ขั้นเริ่มต้นไปจนถึงการค้าขายจริง โดยใช้ Alibaba เป็นตัวเชื่อม ผู้สนใจสอบถามได้ที่สายด่วน 1570.

‘ฐากร’ เผย ขอจบปัญหาทีวีดิจิตอล ไม่เกิน 5 มี.ค.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/578280

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ก.พ. 2559 17:36

 

บอร์ด กสทช. รับทราบ แก้ปัญหาทีวีดิจิตอล พายเรือวนในอ่าง “ฐากร” ขอจบแบบชัดๆ ไม่เกิน 5 มี.ค.นี้ พร้อม อนุมัติงบประมาณปี 59 รายได้ 8,500 ล้าน รายจ่ายอีก 5,395 ล้าน ที่เหลือส่งเป็นรายได้แผ่นดิน…

วันที่ 16 ก.พ.59 นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า สำนักงาน กสทช.ได้รายงานความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาทีวีดิจิตอลให้ที่ประชุมบอร์ด กสทช.รับทราบอีกครั้ง ซึ่งยังไม่สามารถที่จะสรุปแนวทางแก้ไขปัญหาได้ชัดเจน เนื่องจากตัวแทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานอัยการสูงสุด และกระทรวงการคลัง ขอกลับไปพิจารณารายละเอียดและจะนำมาหารืออีกกันในสัปดาห์หน้า เพื่อให้ข้อยุติที่ชัดเจนภายในเดือน ก.พ.นี้ หรืออย่างช้าก่อนวันที่ 5 มี.ค.59

สำหรับประเด็นที่ 3 หน่วยงานดังกล่าว ขอกลับไปพิจารณา ได้แก่ การเลื่อนระยะเวลาการชำระค่าประมูลงวดที่ 3 ซึ่งจะครบกำหนดชำระในวันที่ 22 พ.ค.59 นี้ การขยายระยะเวลาใบอนุญาต การคืนใบอนุญาตประกอบกิจการทีวีดิจิตอล เนื่องจากการประชุมคณะทำงานที่ผ่านมา มีความเห็นที่ไม่ตรงกัน ซึ่งมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

“ผมขอยืนยันเช่นเดิมว่า ถ้าเรื่องใดเป็นอำนาจของ กสทช.ก็จะดำเนินการให้อย่างเต็มที่ แต่ประเด็นใดที่เกินอำนาจ ก็ต้องทำเรื่องเสนอรัฐบาล และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เนื่องจากรัฐบาลให้กสทช.รายงานความคืบหน้าปัญหาที่มีการฟ้องร้องระหว่างภาครัฐกับเอกชน ซึ่งผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลได้ฟ้อง กสทช. ขณะเดียวกันก็ต้องรายงานให้ศาลปกครองรับทราบความคืบหน้าของการแก้ไขปัญหาด้วย อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวหารือกันมาหลายครั้ง น่าจะถึงเวลาที่ควรจะมีความกระจ่างชัดได้แล้ว”

นายฐากร กล่าวต่อว่า สำหรับประเด็นที่ กสทช.สามารถดำเนินการได้ แต่ต้องเสนอคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ให้มีมติเห็นชอบตามขั้นตอน ได้แก่ การปรับลดค่าเช่าโครงข่ายดาวเทียม ในกรณีที่ผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลต้องปฏิบัติตามประกาศ กสทช.เรื่องหลักเกณฑ์การเผยแพร่กิจการโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไป (มัสต์แครี่) ซึ่งผู้ประกอบการช่องทีวีดิจิตอล 24 ช่อง จ่ายรวมกันปีละ 200 ล้านบาทนั้น สามารถขอใช้เงินกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) ได้ การขอสนับสนุนเงินกองทุน กทปส.เพื่อดำเนินการวัดความนิยม (เรตติ้ง) ซึ่ง กสทช.ต้องเป็นผู้ดำเนินการเอง การจัดเก็บเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาต เพื่อนำส่งเข้ากองทุน กทปส.ในอัตรา 0.1-1% โดยไม่เรียกเก็บย้อนหลัง เป็นต้น

ขณะที่ การเรียงเลขช่องทีวีดิจิตอลให้เหมือนกันทุกโครงข่ายนั้น ก็ได้ดำเนินการไปแล้ว เหลือเพียงโครงข่ายเดียวที่ไม่ยอมเรียงช่องทีวีดิจิตอล เพราะยื่นฟ้อง กสทช.ต่อศาลปกครอง ก็ต้องรอการตัดสินของศาลปกครอง ส่วนการแจกคูปองทีวีดิจิตอล 690 บาทต่อครัวเรือน เพิ่มอีก 11.6 ล้านครัวเรือนนั้น จะต้องชี้แจงให้คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) เข้าใจถึงเหตุผลการขอแจกคูปองทีวีดิจิตอลเพิ่มอีก 11.6 ล้านครัวเรือน เพื่อรายงานให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พิจารณาอนุมัติต่อไป

ทั้งนี้ การแจกคูปองทีวีดิจิตอลนั้น จากเดิมแจกไปแล้ว 13.8 ล้านครัวเรือน วงเงิน 11,000 ล้านบาท มีประชาชนมาแลกเพียง 8.6 ล้านครัวเรือน ใช้เงินไปราว 4,000 ล้านบาท ทำให้วงเงินเหลือราว 7,000 ล้านบาท ฉะนั้นจึงขอแจกคูปองเพิ่ม เพื่อให้ครอบคลุมทุกครัวเรือน

นายฐากร กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมบอร์ด กสทช.ได้อนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2559 วงเงิน 5,395 ล้านบาท รายได้ 8,500 ล้านบาท ซึ่งรายได้ส่วนใหญ่มาจากค่าธรรมเนียมใบอนุญาตโทรคมนาคม ใบอนุญาตทีวี ค่าธรรมเนียมเลขหมายโทรคมนาคม เป็นต้น โดยรายได้ที่เหลือจะเป็นรายได้แผ่นดินทั้งหมด.

หุ้นไทยปิดตลาดบวก 0.96 จุด มูลค่าซื้อขาย 40,758.27 ล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/578316

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ก.พ. 2559 17:18

 

ดัชนีหุ้นไทยปิดตลาด บวก 0.96 จุด ที่ระดับ 1,289.36 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 40,758.27 ล้านบาท …

วันที่ 16 ก.พ. 59 ดัชนีหุ้นไทยปิดตลาด บวก 0.96 จุด ที่ระดับ 1,289.36 จุด หรือคิดเป็น 0.07% ด้วยมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 40,758.27 ล้านบาท

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) 2. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) 4. บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) 5. บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)

ธุรกิจเจ๊ง 1.4 พันราย โต 6% เหตุคุมเข้มค้าสลากฯ ทำเลิกมากสุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/578258

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ก.พ. 2559 15:20

 

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผย ธุรกิจเดือน ม.ค. เจ๊ง 1.4 พันราย โต 6% เหตุคุมเข้มค้าสลากฯ ทำเลิกมากสุด ส่วนจัดตั้งใหม่ 5.7 พันราย ลด 4% จำนวน ตั้งเป้าจัดตั้งใหม่ปีนี้ได้แน่ 6-6.5 หมื่นราย

เมื่อวันที่ 16 ก.พ. 59 นางสาวผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผย ถึงการจดทะเบียนนิติบุคลทั่วประเทศในเดือน ม.ค. 59 ว่า มีผู้ยื่นจดทะเบียนเลิกกิจการจำนวน 1,469 ราย เพิ่มขึ้น 6% เทียบกับเดือน ม.ค.58 โดยมีทุนจดทะเบียนเลิกกิจการคิดเป็นมูลค่า 9,629 ล้านบาท เพราะมาตรการคุมเข้มธุรกิจค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล ทำให้ในเดือน ม.ค. 59 มีธุรกิจค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลจดทะเบียนเลิก 258 ราย คิดเป็น 18% ของธุรกิจที่จดทะเบียนเลิกทั้งหมด ส่วนธุรกิจที่จดทะเบียนเลิกรองลงมาคือ ธุรกิจก่อสร้าง 119 ราย และอสังหาริมทรัพย์ 57 ราย

ขณะที่การจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจในเดือน ม.ค. 59 มีการยื่นจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัททั่วประเทศ 5,749 ราย ลดลง 4% เทียบกับเดือน ม.ค. 58 โดยมีทุนจดทะเบียนจัดตั้งรวม 28,100 ล้านบาท สาเหตุที่มีทุนจดทะเบียนสูงมาก เพราะมีการจดทะเบียนควบรวมของกลุ่มรถไฟฟ้ามหานคร โดยประเภทธุรกิจที่จดทะเบียนจัดตั้งสูงสุดคือ ก่อสร้างอาคารทั่วไป 765 ราย อสังหาริมทรัพย์ 300 ราย ให้คำปรึกษาด้านการจัดการ 171 ราย ขายส่งวัสดุก่อสร้าง 140 ราย และขายส่งเครื่องจักร 131 ราย

การจดทะเบียนจัดตั้งในเดือน ม.ค. ที่ลดลง 4% ยังอยู่ในระดับปกติ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า คาดว่าแนวโน้มการจดทะเบียนจัดตั้งใหม่ในปีนี้จะไม่น้อยกว่า 60,000-65,000 ราย เพราะภาวะเศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัว จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ สอดคล้องกับการคาดการณ์ของสำนักงานเศรษฐกิจการคลังที่ว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวในอัตราเร่งขึ้น จากมาตรการสนับสนุนของภาครัฐ

นอกจากนี้ ยังได้รับแรงหนุนจากการลงทุนภาครัฐ โดยเฉพาะจากโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ และกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายลงทุนในปี 59 เพิ่มขึ้น แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยง คือ ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ยังคงชะลอตัว และสถานการณ์ส่งออกไทย.