งดแบงก์ใหญ่สู้ภัยมืด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/579536

โดย ตติกานต์ เดชชพงศ 20 ก.พ. 2559 05:01

 

ภาพธนบัตรสกุลดอลลาร์สหรัฐฯปลิว กระจายในอากาศ ซึ่งกองทัพสหรัฐฯเผยแพร่ผ่านสื่อเพื่อเป็นการยืนยันว่าปฏิบัติการทิ้งระเบิดโจมตีคลังเงินสดของกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) ในอิรักและซีเรียตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมานั้นได้ผลเป็นอย่างดี แต่ขณะเดียวกัน ก็สะท้อนให้เห็นว่า “เงินสด” จำนวนมหาศาลได้รั่วไหลผ่านช่อง ทางเถื่อนไปยังกลุ่มติดอาวุธและกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจมืดต่างๆได้อย่างมากมาย ทำให้นักวิจัยบางรายเสนอให้ทบทวนการผลิตธนบัตรที่มีมูลค่าสูงๆ โดยหวังว่าจะเป็นวิธีการหนึ่งที่จะช่วย ป้องกันไม่ให้เงินสดรั่วไหลไปถึงกลุ่มอาชญากร

“ปีเตอร์ แซนด์ส” อดีตผู้บริหารธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด เพิ่งเสนอผลงานวิจัยต่อมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในสหรัฐฯ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากนายแลร์รี ซัมเมอร์ อดีต รมว.กระทรวงการคลังของสหรัฐฯ หยิบเนื้อหางานวิจัยมาถกเถียงในวงประชุมฝ่ายนโยบายและการวางแผนรัฐบาล

ระบุว่าการลดปริมาณการผลิตหรือยกเลิกการใช้ธนบัตรใหญ่ๆ ในสกุลเงินตะวันตก เช่น แบงก์ 500 ยูโร, แบงก์ 1,000 ฟรังก์สวิส หรือแบงก์ 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ จะทำให้การลักลอบขนเงินสดของกลุ่มอาชญากรระหว่างประเทศเป็นไปอย่างยากลำบากขึ้น พร้อมยกตัวอย่างว่า เงินสด 1 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นแบงก์ 100 ดอลลาร์ทั้งหมด มีน้ำหนักรวมเพียง 10 กก. ซึ่งสามารถบรรจุลงไปได้หมดในกระเป๋าเอกสารเพียง 1 ใบ ขณะที่เงิน 1 ล้านดอลลาร์ที่เป็นแบงก์ 20 ทั้งหมดจะหนักถึง 50 กก. และต้องใช้กระเป๋าเอกสารถึง 4 ใบ จึงจะบรรจุได้ทั้งหมด

น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นของเงินสดจะทำให้ เจ้าหน้าที่รัฐสกัดจับการลักลอบขนเงินสดไปยังที่ต่างๆได้ง่ายขึ้น โดยยกตัวอย่างว่า หากกลุ่มค้า ยาเสพติดในเม็กซิโกต้องขนเงินสดประมาณ 7 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นแบงก์ 20 ดอลลาร์ทั้งหมด จะต้องใช้รถกระบะหนึ่งคันถึงจะขนย้ายได้หมดในครั้งเดียว ขณะที่การเก็บเงินสดของกลุ่มอาชญากรต้องใช้พื้นที่เพิ่มขึ้น และโกดังเก็บเงินที่ใหญ่ขึ้นก็จะช่วยให้เจ้าหน้าที่สังเกตหรือจับพิรุธได้ง่ายขึ้นเช่นกัน

งานวิจัยของแซนด์สย้ำด้วยว่าผู้ประกอบธุรกิจถูกกฎหมายจะไม่ได้รับผลกระทบมากนักจากการลดหรือเลิกการผลิตธนบัตรมูลค่าสูง เพราะธุรกิจเหล่านี้มักหลีกเลี่ยงการขนย้ายเงินสดจำนวนมาก และหันไปใช้บริการโอนเงินผ่านระบบธนาคารออนไลน์กันมากขึ้นเรื่อยๆ

ส่วนผลข้างเคียงในกรณีที่มีการบังคับใช้มาตรการลดหรือเลิกใช้แบงก์ใหญ่จริง อาจทำให้มูลค่าเงินในตลาดมืดสูงกว่าความเป็นจริง ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความผันผวนของค่าเงินได้.

ตติกานต์ เดชชพงศ

รอบโลก 20/02/59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/579873

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 20 ก.พ. 2559 05:01

 

คว่ำกฎบังคับใส่ถุงยาง
ลอสแอนเจลิส-เมื่อ 19 ก.พ. คณะกรรมการมาตรฐานความปลอดภัยและสุขภาพในอาชีพ ประจำรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯลงมติ 3 ต่อ 2 เสียง คว่ำกฎระเบียบที่จะบังคับให้ดารา ภาพยนตร์สำหรับผู้ใหญ่ ต้องสวมถุงยาง ผ้า ยางครอบปาก และแว่นตากันน้ำระหว่างการถ่ายทำ เพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การตัดสินใจลงมติคว่ำกฎระเบียบดังกล่าวมีขึ้นหลังคณะกรรมการฟังคำให้การของดารา ภาพยนตร์ผู้ใหญ่จำนวนหลายสิบคนที่ระบุว่าจะเป็นการทำลายอุตสาหกรรมมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ.

สั่งเทปโกชดเชยสามีภริยาญี่ปุ่น
โตเกียว-เมื่อ 19 ก.พ. ศาลญี่ปุ่นออกคำสั่งให้บริษัทพลังงานเทปโก ผู้ดูแลโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ในจังหวัดฟูกูชิมะ จ่ายเงินชดเชยแก่สองสามีภริยาไม่เปิดเผยชื่อและอายุ ที่ได้รับผลกระทบทางการเงินและสุขภาพจากเหตุกัมมันตภาพรังสีรั่วไหล เป็นมูลค่า 30 ล้านเยน หรือประมาณ 9.4 ล้านบาท โดยถือเป็นครั้งแรกที่บริษัทเทปโกต้องจ่ายเงินชดเชยให้แก่บุคคลที่อยู่อาศัยนอกเขตพื้นที่อพยพ ทั้งนี้ เขตอพยพที่ทางการตั้งไว้คือรอบรัศมี 20 กิโลเมตรของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์.

รับตำรวจพัวพันธุรกิจโสเภณีชาย
โบโกตา-กระทรวงกลาโหมโคลอมเบีย อเมริกาใต้ ออกมายอมรับเมื่อ 19 ก.พ. ว่า เจ้าหน้าที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติโคลอมเบีย มีส่วนพัวพันในธุรกิจมืดจัดหาโสเภณีชาย แต่ไม่ยืนยันว่า พล.ต.อ.โรดอลโฟ พาโลมิโน ผบ.ตร. มีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ แม้ว่า พล.ต.อ.พาโลมิโนจะประกาศลาออกแสดงความรับผิดชอบไปก่อนหน้านี้ พร้อมปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ทั้งกระทรวงกลาโหมก็มิได้ระบุถึงกรณีนายคาร์ลอส เฟอร์โร รมช.มหาดไทยโคลอมเบีย ที่ประกาศลาออกจากตำแหน่ง หลังถูกสถานีวิทยุท้องถิ่นคลื่นลา เอฟเอ็ม นำคลิปวีดิโอ 8 นาทีมาแฉ แสดงภาพนายเฟอร์โรสนทนาเรื่องเพศและแลกจูบกับนายตำรวจหนุ่มรายหนึ่ง.

นอนไม่พอเสี่ยงโรค
ไมอามี-สำนักงานควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐฯ หรือซีดีซี เปิดเผยเมื่อ 19 ก.พ. ว่า จากการสำรวจข้อมูลชาวอเมริกันทั่วประเทศ ทำให้พบว่าชาวอเมริกันถึง 1 ใน 3 นอนพักผ่อนไม่เพียงพอ เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน อ้วน ความดัน ไปจนถึงโรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง ในจำนวนนี้กลุ่มคนที่นอนหลับเพียงพอคือชาวอเมริกันผิวขาว ตามด้วย เชื้อสายละติน เอเชีย ส่วนนอนพักผ่อน น้อยที่สุดคือแอฟริกัน-อเมริกัน.

ชาวบ้านผวา! สิงโตหลายตัวหลุดจากอุทยานเคนยา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/579970

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ก.พ. 2559 04:45

 

สิงโตเพศเมียตัวหนึ่งเดินอยู่ในเขตของอุทยานแห่งชาติไนโรบี (ภาพ: AFP)

ชาวบ้านในกรุงไนโรบีอันสงบสุขของเคนยาต้องเผชิญเหตุระทึกเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังจากสิงโตหลายตัวหลุดออกจากอุทยานแห่งชาติ ก่อนเจ้าหน้าที่จะตามตัวเจอทั้งหมดในช่วงเย็นวันเดียวกัน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่อนุรักษ์พันธ์ุสัตว์ป่าของประเทศเคนยาออกมาเตือนว่า เกิดเหตุสิงโต 4 ตัวหลุดออกมาจากอุทยานแห่งชาติไนโรบี ในเมืองหลวงของเคนยา ซึ่งอยู่ห่างจากสลัม คิเบรา ชุมชนแออัดที่ใหญ่ที่สุดในทวีปแอฟริกาเพียงไม่กี่ไมล์เท่านั้น

นายพอล อูโดโต โฆษกของสำนักงานอนุรักษ์พันธ์ุสัตว์ป่าเคนยา ทวีตข้อความบนเว็บไซต์ทวิตเตอร์เตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงการยั่วยุสิงโตหากมีการเผชิญหน้ากับพวกมัน นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังเปิดเบอร์โทรศัพท์ฟรีให้ใครก็ตามที่พบสิงโตเหล่านี้ติดต่อเข้ามาให้ข้อมูลด้วย

ด้าน เนลลี ปาลเมอริส เจ้าหน้าที่ควบคุมอุทยานอาวุโสของอุทยานแห่งชาติไนโรบี ระบุว่า ผู้คนกำลังแตกตื่นกับเรื่องนี้ โดยพวกเขาพบว่าสิงโตแอบออกจากอุทยานฯ ผ่านท่อระบายน้ำ ในขณะที่กำลังไล่ตามหมูป่า โดยจนถึงช่วงเย็นวันศุกร์ (19 ก.พ.) มีสิงโต 2 ตัว ประกอบด้วย สิงโตตัวเมียและลูกของมัน กลับมายังอุทยานอย่างปลอดภัย ขณะที่อีก 2 ตัวถูกพบที่ค่ายทหารที่อยู่ใกล้กับอุทยานฯ

ทั้งนี้ ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บในเหตุสิงโตหลุดครั้งนี้ โดยหลังจากประชาชนได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ว่าพบตัวสิงโตทั้งหมดแล้ว เหตุการณ์นี้ก็กลายเป็นเรื่องขำขันที่ถูกส่งต่อบนโลกออนไลน์โดยเฉพาะในเว็บไซต์ทวิตเตอร์

จีนคุมเนื้อหาออนไลน์ บ.ต่างชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/579948

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 20 ก.พ. 2559 04:00

 

(ภาพ: AFP)

สำนักงานดูแลจัดการสื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ ภาพยนตร์และโทรทัศน์ของ รัฐบาลจีน เปิดเผยเมื่อวันที่ 19 ก.พ. ว่า ทางการจีนเตรียมออกมาตรการใหม่ในการควบคุมเนื้อหาในอินเตอร์เน็ต โดยนับตั้งแต่วันที่ 10 มี.ค. เป็นต้นไป บริษัทต่างชาติหรือบริษัทที่มีชาวต่างชาติเป็นผู้ถือหุ้น จะต้องขออนุญาตและผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงาน ในการที่จะผลิตเนื้อหานำออกเผยแพร่ในจีนแผ่นดินใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นข้อความ รูปภาพ แผนที่ เกม แอนิเมชั่น หรือ เสียงประกอบ และเนื้อหาทั้งหมดดังกล่าวจะต้องจัดเก็บในเซิร์ฟเวอร์ภายในประเทศจีนเท่านั้น ซึ่งกรณีนี้ถูกมองว่าเพื่อที่รัฐบาลจีนจะมีอำนาจในการตรวจสอบและเข้าถึงเนื้อหาโดยง่าย อย่างไรก็ตาม ทางการจีนมิได้เปิดเผยถึงมาตรการลงโทษบริษัทที่ละเมิดมาตรการใหม่ฉบับนี้

วันเดียวกัน นายมัลคอล์ม เทิร์นบูลล์ นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย และนายจอห์น คีย์ นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ ออกแถลงการณ์แสดงความกังวลต่อกรณีที่มีข่าวกองทัพจีนติดตั้งจรวดต่อสู้อากาศบนหมู่เกาะพิพาทพาราเซล โดยเรียกร้องให้รัฐบาลจีนหลีกเลี่ยงการใช้มาตรการทางทหาร และการอ้างกรรมสิทธิ์เหนือพื้นที่เกาะพิพาท และจำเป็นอย่างยิ่งที่ควรจะดำเนินมาตรการใดๆ เพื่อลดความตึงเครียดโดยเร็ว.

WHO พบหลักฐาน ไวรัสซิกาทำให้ทารกป่วยศีรษะเล็ก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/579944

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ก.พ. 2559 03:30

 

(ภาพ: AP)

องค์การอนามัยโลก (WHO) ออกมาเปิดเผยในวันศุกร์ที่ 19 ก.พ. ว่า พวกเขาพบหลักฐานที่เชื่อมโยงเชื้อไวรัสซิกา เข้ากับภาวะศีรษะเล็กในทารกแรกเกิด แต่ยังต้องใช้เวลาอีกประมาณ 4-6 เดือนเพื่อพิสูจน์ให้ชัดเจน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ดร. บรูซ ไอล์วาร์ด ผู้อำนวยการแผนกภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขและการระบาดของ WHO เปิดเผยในการแถลงข่าวเมื่อวันศุกร์ว่า แพทย์ในประเทศบราซิลได้ชันสูตรพลิกศพและพบหลักฐานว่ามีไวรัสซิกาในสมองของเด็กทารกที่เกิดมาพร้อมกับภาวะศีรษะเล็ก

ดร. บรูซ ไอล์วาร์ด ผู้อำนวยการแผนกภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขและการระบาดของ WHO (ภาพ: AP)

“เรื่องนี้ยังไม่อาจพิสูจน์สาเหตุที่ทำให่เกิดโรค แต่มันเป็นการเพิ่มหลักฐานในแง่ของความเชื่อมโยงทางภูมิศาสตร์ชั่วคราวของไวรัสตัวนี้ กับผลที่ตามมาซึ่งเราเป็นห่วงกัน” ดร.ไอล์วาร์ดกล่าว และเสริมว่า “เรากำลังเผชิญกับการขาดซึ่งสาเหตุอื่นๆ ที่เป็นเหตุเป็นผล”

ดร.ไอล์วาร์ด ระบุด้วยว่า พวกเขาจะเริ่มเร่งการวิจัยเพื่อพัฒนาวิธีทดสอบและวัคซีนป้องกันไวรัสซิกาในช่วงต้นเดือนหน้า ด้วยการเรียกผู้เชี่ยวชาญจากนานาชาติมาประชุมร่วมกัน ซึ่งคล้ายกับสิ่งที่พวกเขาทำช่วงที่ไวรัสอีโบลาระบาดใหม่ๆ มาก นอกจากนี้มีรายงานด้วยว่า ผู้หญิงมีครรภ์ซึ่งได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อซิกาหลายคนในประเทศโคลอมเบียจะให้กำเนิดทารกในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ถือว่าเป็นโอกาสที่จะรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม

ทรัมป์แก้ต่างถูกโป๊ปวิจารณ์! ลุ้นเลือกตั้งสนาม 3

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/579947

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 20 ก.พ. 2559 02:55

 

(ภาพ: AFP)

เมื่อ 18 ก.พ. สมเด็จพระสันตะปาปา “โป๊ป” ฟรานซิส พระประมุขแห่งคริสตจักรนิกายโรมันคาทอลิก มีอันต้องถูกโยงเข้าสู่เกมการเมืองหาเสียงเลือกตั้งสหรัฐฯไปโดยไม่ตั้งใจ หลังทรงให้สัมภาษณ์ช่วงหนึ่ง ระหว่างเสด็จกลับนครรัฐวาติกันหลังสิ้นสุดพระภารกิจ การเยือนเม็กซิโก ระบุว่า คนที่คิดแต่จะ สร้างกำแพง ไม่ว่าจะเป็นที่ใด และไม่สร้างสะพาน ไม่ใช่คริสเตียน ซึ่งเป็นการพูดถึงนายโดนัลด์ ทรัมป์ มหาเศรษฐีฝีปากกล้า ผู้สมัครตัวเต็งชิงตัวแทนพรรครีพับลิกัน เพื่อไปสนามเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯช่วงเดือน พ.ย. ซึ่งเคยเสนอสร้างกำแพงกั้นพรมแดนเม็กซิโก เพื่อกันผู้อพยพเข้าเมืองผิดกฎหมาย กล่าวหาเม็กซิโกส่งพ่อค้ายาเสพติดและคนก่อคดีข่มขืนเข้าสหรัฐฯ

ประเด็นนี้ ทำให้นายทรัมป์กล่าวตอบโต้โป๊ปฟรานซิสด้วยถ้อยคำแข็งกร้าวก่อนจะลดท่าทีมาเป็นประนีประนอมมากขึ้น โดยนายทรัมป์ระบุที่รัฐเซาท์แคโรไลนา ซึ่งจะมีเลือกตั้งภายในของฝ่ายรีพับลิกันในวันที่ 20 ก.พ. ว่า ตนจะไม่อธิบายการตอบโต้กับ โป๊ปฟรานซิสว่าเป็นการต่อสู้กันและไม่อยากสู้กับพระองค์ที่ตนมีความเคารพอยู่มาก เข้าใจว่าโป๊ปฟรานซิสทรงได้รับรู้ข้อมูลมาผิดๆจึงได้วิจารณ์ข้อเสนอสร้างกำแพงของตน เพราะโป๊ปทรงไม่รู้ว่ายาเสพติดกำลังทะลักเข้ามาและยังมีปัญหาด้านความมั่นคงอื่นๆที่จำเป็นต้องควบคุมพรมแดนเข้มงวด

พระสันตะปาปาฟรานซิส (ภาพ: AP)

อย่างไรก็ดี เมื่อถูกถามว่า ชาวคาทอลิกควร เลือกคนที่มีมุมมองเหมือนนายทรัมป์หรือไม่ โป๊ป ฟรานซิสตรัสตอบว่า พระองค์ไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวเรื่องนี้ (การเลือกตั้ง) เพียงแต่บอกว่าถ้าคนคนนั้นพูดอย่างนี้ ก็ไม่ใช่ชาวคริสต์ ซึ่งต้องดูก่อนว่าพูดอย่างนี้จริงหรือไม่ หาไม่แล้วคงต้องยกประโยชน์ให้จำเลย (เพราะยังไม่รู้ว่าพูดหรือทำจริงอย่างไรหรือไม่)

แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แนวคิดของนายทรัมป์ถูกต่อต้าน ก่อนหน้านี้ เขาเสนอให้สั่งห้ามชาวมุสลิมเข้าสหรัฐฯชั่วคราวจนกว่าจะมีมาตรการรับมือผู้อพยพ อย่างเหมาะสมจนถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักทั้งในสหรัฐฯและทั่วโลก และจากประเด็นนี้ได้มีชาวอังกฤษกว่าครึ่งล้านคน ลงชื่อในฎีกาขอให้ทางการอังกฤษห้ามนายทรัมป์เข้าประเทศ แต่ฎีกาถูกตีตก เพราะถูกมองเป็นการละเมิดเสรีภาพการแสดงออก

เรื่องร้อนดังกล่าว เกิดขึ้น 2 วัน ก่อนฝ่ายรีพับลิกันและเดโมแครตจัดเลือกตั้งภายในที่รัฐเซาท์แคโรไลนาและเนวาดา ตามลำดับ ซึ่งทรัมป์ ยังเป็นตัวเต็งในซีกของรีพับลิกันเหมือน 2 เวทีแรกที่ผ่านมาและยังชนะที่รัฐนิวแฮมพ์เชียร์มา ส่วนเดโมแครต เป็นการขับเคี่ยวของ 2 ผู้สมัครอย่างนางฮิลลารี คลินตัน อดีตสตรีหมายเลข 1 และ รมว.ต่างประเทศ กับนายเบอร์นี แซนเดอร์ส ส.ว.รัฐเวอร์มอนต์ ซึ่งต่างผลัดกันชนะมาได้คนละรัฐ.

ทูตไทย กรุงโตเกียว เชิญ “เจมส์จิ” ไปโชว์งาน “เทศกาลไทย”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/579917

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ก.พ. 2559 01:40

 

เอกอัครราชทูตไทย กรุงโตเกียว ญี่ปุ่น เชิญ เจมส์จิ-จิรายุ ตั้งศรีสุข พระเอกและนักร้องชื่อดัง ไปร่วมงาน “เทศกาลไทย” พ.ค.นี้ ในฐานะพระเอกยอดนิยม ขวัญใจของแฟนคลับชาวญี่ปุ่น ด้านเจมส์จิ ตอบรับ-บินหารือรูปแบบการแสดงแล้ว

วันที่ 20 ก.พ. นางสุพิชญ์ชญา แฮริส ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น รายงานว่า นายบรรสาน บุนนาค เอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ได้ต้อนรับ นายจิรายุ ตั้งศรีสุข หรือเจมส์จิ พระเอกและนักร้องชื่อดัง ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะที่สถานเอกอัครราชทูต เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเจมส์จิพร้อมทีมงานได้หารือกับนายบรรสานเกี่ยวกับแผนการร่วมงาน “เทศกาลไทย ครั้งที่ 17” ซึ่งเป็นงานเทศกาลไทย ที่มีชื่อเสียงติดอันดับโลกของงานชาวไทยในต่างประเทศ ปีนี้กำหนดจัดวันที่ 14-15 พฤษภาคม ที่สวนโยโยงิ กรุงโตเกียว ในการหารือดังกล่าว เจมส์จิ พระเอกชื่อดังที่กำลังได้รับความนิยมจากแฟนละครชาวญี่ปุ่นและมีแฟนคลับมาก ได้รับปากที่จะมาร่วมงานทั้ง 2 วัน

พร้อมกันนี้ นายบรรสาน ได้ถือโอกาสให้เจมส์จิ ช่วยประชาสัมพันธ์การบริการต่อบัตรประจำตัวประชาชนให้กับชาวไทยในประเทศญี่ปุ่นด้วย โดย เจมส์จิ ได้ถือโอกาสใช้กล้องโทรศัพท์มือถือถ่ายภาพเซลฟี่กับนายบรรสานไว้เป็นที่ระลึก ในการประชาสัมพันธ์เชิญชวนชาวไทยในญี่ปุ่นทำบัตรประจำตัวประชาชนด้วย

นายบรรสาน บุนนาค เอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ต้อนรับ นายจิรายุ ตั้งศรีสุข หรือเจมส์จิ พระเอกและนักร้องชื่อดัง พร้อมถ่ายรูปเซลฟี่ร่วมกัน

สำหรับงาน “เทศกาลไทย” ที่สวนโยโยงิ กรุงโตเกียว นับเป็นงานแสดงสินค้าและวัฒนธรรมของไทยที่จัดอย่างย่ิงใหญ่ มีการออกบูธจำหน่ายอาหารไทย ผลไม้ไทย สินค้าโอทอป และผลิตภัณฑ์ต่างๆ จากประเทศไทย โดยเฉพาะเป็นงานที่ชาวญี่ปุ่นและชาวต่างประเทศ เฝ้ารอคอยทุกปี เพื่อมาชิมอาหารและซื้อผลไม้ไทยรับประทาน ทำให้อาหาร ผลไม้และสินค้าไทยขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่า นอกจากนี้ ยังเป็นอีกงานที่ชาวไทยและชาวญี่ปุ่นจะได้พบกับดารา นักแสดงและนักร้องชื่อดังจากประเทศไทย มาโชว์การแสดงสร้างสีสันเป็นประจำ รวมทั้งการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยตระการตา เมื่อปี 2558 ที่ผ่านมา มีผู้เข้าชมงานทั้ง 2 วัน ประมาณ 400,000 คน

มะกันส่งบินรบโจมตีไอซิสในลิเบีย ทำคนดับกว่า 41 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/579882

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ก.พ. 2559 23:50

 

ความเสียหายในเมืองซาบราธา จากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ (ภาพ: REUTERS)

เครื่องบินรบสหรัฐฯ ออกปฏิบัติการโจมตีทางอากาศใส่บ้านหลังหนึ่งในเมืองทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศลิเบีย จนมีผู้เสียชีวิต 41 ราย โดยมีเป้าหมายที่สมาชิกกลุ่มไอซิส ผู้ต้องสงสัยก่อเหตุโจมตี 2 ครั้งในตูนิเซียเมื่อปีก่อน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สหรัฐฯ ส่งเครื่องบินรบออกปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อต้านกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส) ในภาคตะวันตกของประเทศลิเบียในวันศุกร์ (19 ก.พ.) ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 41 ราย โดยอ้างว่าเป็นการโจมตีเป้าหมายที่ต้องสงสัยว่าเชื่อมโยงกับการโจมตี 2 ครั้งในประเทศตูนิเซียเมื่อปีก่อน

เจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ ระบุว่า การโจมตีทางอากาศในลิเบียครั้งที่ 2 ในรอบ 3 เดือนนี้ มีเป้าหมายที่ที่พักของนักรบไอซิสในเมืองซาบราธา ซึ่งหาจากกรุงตริโปลี เมืองหลวงของลิเบียไปทางตะวันตกราว 70 กม. และเชื่อว่าการโจมตีครั้งนี้ได้สังหาร นาย นูเรดดีน ชูชาน นักรบติดอาวุธชาวตูนิเซีย ซึ่งต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับเหตุโจมตี 2 ครั้งในตูนิเซียเมื่อปีก่อน

ด้าน นาย ฮุซเซน อัล-ธวาดี นายกเทศมนตรีเมืองซาบราธา เผยต่อสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า เครื่องบินรบของสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีเมื่อเวลาประมาณ 3:30 น. วันศุกร์ (8:30 น. วันเดียวกันตามเวลาไทย) ถูกอาคารหลังหนึ่งเขต คาซาร์ ทาลิล ซึ่งมีแรงงานต่างชาติอยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก ทำให้มีผู้เสียชีวิต 41 ราย ส่วนใหญ่เป็นชาวตูนิเซีย

หลุมระเบิดจากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ (ภาพ: REUTERS)

ขณะที่หน่วยงานปกครองท้องถิ่นออกแถลงการณ์ระบุว่า การโจมตีของสหรัฐฯ มีเป้าหมายที่บ้านหลังหนึ่งในเขตที่อยู่อาศัยซึ่งห่างจากศูนย์กลางเมืองซาบราธาประมาณ 8 กม. โดยบ้านหลังดังกล่าวถูกเช่าโดยชาวต่างชาติ ซึ่งรวมถึงผู้ต้องสงสัยเป็นสมาชิกกลุ่มไอซิส และมีการพบปืนลำกล้องขนาดกลาง รวมทั้งปืนกลและเครื่องยิงจรวดอาร์พีจีภายในซากบ้านหลังนี้ด้วย

ทั้งนี้ กลุ่มไอซิสเคลื่อนไหวในประเทศลิเบียมานานกว่า 1 ปีแล้ว โดยสหรัฐฯ ประเมินว่าพวกเขามีนักรบอยู่ประมาณ 6,000 คน ท่ามกลางความวุ่นวายจากการต่อสู้กันเองของกลุ่มในลิเบีย ที่หลังเหลือจากการต่อสู้โค่นล้มอดีตผู้นำ พันเอกโมฮัมมาร์ กัดดาฟี เมื่อปี 2011

นักศึกษาจากออสเตรเลีย ปลื้มเลย! ททท.จัดให้เรียนมวยไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/579760

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ก.พ. 2559 18:20

 

ปิดท้ายโครงการยุวทูตออสเตรเลียน-ไทย นักศึกษาจากออสเตรเลียประทับใจกันถ้วนหน้า ททท.จัดให้ทัศนศึกษาด้านการท่องเที่ยว เรียนรู้วิถีไทย โดยเฉพาะการเรียนมวยไทย ขณะที่นักศึกษาชายและหญิงมุ่งมั่นเรียนแม่ไม้มวยไทยอย่างตั้งอกตั้งใจ

นายณัฐพันธ์ ตรีเมฆ ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำนครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย รายงานเมื่อวันที่ 19 ก.พ. 59 ว่า กิจกรรมทัศนศึกษาเกี่ยวกับการท่องเที่ยวและเรียนรู้วิถีไทย ตลอดจนศิลปวัฒนธรรมไทย ในกรุงเทพมหานคร เป็นกิจกรรมส่งท้ายของ โครงการยุวทูตเยาวชนออสเตรเลียน-ไทย (Australian Thai Youth Ambassadors Program) หรือ ATYAP นำนักศึกษาลูกครึ่งไทย พร้อมนักศึกษาต่างชาติจากประเทศออสเตรเลีย จีน และอินเดีย มาร่วมกิจกรรมจิตอาสาไปสอนภาษาอังกฤษให้กับนักเรียนไทยที่ จ.อุบลราชธานี

นายณัฐพล ขันธหิรัญ กงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ นางสาวกมลรัตน์ สวนแก้ว กงสุล และนายดำฤทธิ์ วิริยะกุล ที่ปรึกษาโครงการฯ ได้นำคณะนักศึกษาต่างชาติ จำนวน 31 คน ไปทัศนศึกษาด้านการท่องเที่ยววิถีไทยที่สำนักงานใหญ่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ถนนเพชรบุรี กทม. จากการประสานงานของ ททท.สำนักงานซิดนีย์ โดยมีนางวไลลักษณ์ น้อยพยัคฆ์ ผู้อำนวยการภูมิภาคอาเซียน เอเชียใต้และแปซิฟิกใต้ ททท.ให้การต้อนรับและบรรยายสรุปให้ฟังเกี่ยวกับการท่องเที่ยววิถีไทยภาคต่างๆ

จากนั้น นางสาวแอนเจลิกา คาซาโด ผู้อำนวยการโครงการ ATYUP ได้รายงานสรุปการทำกิจกรรมที่ จ.อุบลราชธานี ให้ทราบเกี่ยวกับการไปทัศนศึกษาสถานที่ท่องเที่ยวที่สามพันโบก พร้อมถ่ายทำวีดิทัศน์ไปเผยแพร่ด้วย และนำมาฉายให้ผู้บริหาร ททท.ได้ชมพร้อมทั้งเป็นตัวแทนกล่าวขอบคุณ ททท.ที่ให้การสนับสนุนโครงการฯ จัดให้ทัศนศึกษาสถานที่ท่องเที่ยว และจัดโปรแกรมให้เรียนศิลปะแม่ไม้มวยไทย ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สร้างความตื่นเต้นแก่นักศึกษาที่ร่วมโครงการ นอกเหนือจากเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมไทยด้านต่างๆ

ต่อมา เจ้าหน้าที่การตลาด กองภูมิภาคอาเซียน เอเชียใต้และแปซิฟิกใต้ ททท. ได้นำคณะนักศึกษาจากประเทศออสเตรเลียไปเรียนศิลปะป้องกันตัว ที่ค่ายเพชรยินดี ซึ่งควบคุมการสอนโดย นายณัฐเดช วชิรรัตนวงศ์ ผู้จัดการค่ายมวย พร้อมครูมวยทั้งค่ายมาช่วยกันสอน ตั้งแต่ประวัติความเป็นมาของมวยไทย การพันมือ สวมอุปกรณ์และแต่งกายต่างๆ ก่อนจะเร่ิมบริหารร่างกายยืดเส้นและกล้ามเนื้อ และถึงช่วงที่นักศึกษาจากออสเตรเลียต่างรอคอย คือ การสอนชั้นเชิงมวยไทยต่างๆ ตั้งแต่การออกหมัดแย็บ ชก ศอก เข่า ทั้งรุกและรับ จบการสอนครูมวยได้แยกกลุ่มให้นักศึกษาทุกคนซ้อมกับครูมวยและอุปกรณ์ นักศึกษาแต่ละคนตั้งอกตั้งใจ เตะ ต่อย และศอกอย่างไม่ยั้ง ด้วยความตั้งอกตั้งใจ บางคนยังแยกย้ายไปซ้อมชกกับอุปกรณ์และเตะกระสอบทรายอย่างสนุกสนาน

นางสาวแอนเจลิกา ผู้อำนวยการโครงการฯ เปิดเผยว่า โปรแกรมเรียนมวยไทยถือว่าสุดยอดสำหรับนักศึกษาทุกคน ทั้งชายและหญิงมุ่งมั่นจะมาเรียนให้ได้ เนื่องจากมวยไทยเป็นศิลปะป้องกันตัวที่กำลังได้รับความนิยมในต่างประเทศ ได้รับการยกย่องว่าเป็นสุดยอดศิลปะการป้องกันตัว ที่ใช้อวัยวะในร่างกายต่อสู้ป้องกันตัวเองได้ทั้งรุกและรับโดยเฉพาะผู้หญิง ใช้ป้องกันตัวเองได้อย่างดีหากมีการฝึกฝนอย่างชำนาญ “นักศึกษาทั้งชายและหญิงหลายคน ไปซื้อกางเกงมวยไทยมาไว้ล่วงหน้า และนำมาใส่เรียนมวยไทยกันด้วยความดีใจ ต้องขอบคุณ ททท.ที่จัดโปรแกรมนี้ให้” นางสาวแอนเจลิกา กล่าว

สำหรับ กิจกรรมปิดท้ายโปรแกรมที่สร้างความประทับใจก่อนอำลาประเทศไทย ทาง ททท.จัดให้ไปชมการแสดงอลังการที่สยามนิรมิต นักศึกษาต่างประทับใจ ได้เรียนรู้วิถีความเป็นไทยภาคต่างๆ รับประทานอาหารและขนมไทย ก่อนเข้าชมการแสดงอันตื่นตาตื่นใจที่ใช้เทคนิคต่างๆ ไม่น้อยหน้าการแสดงที่นครลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกา นักศึกษาที่ร่วมโครงการฯ กล่าวว่าประทับใจที่ได้มาร่วมโครงการฯ นี้ ทำให้ได้สัมผัสประเทศไทยอย่างลึกซึ้ง และมีโอกาสจะชวนเพื่อนๆ และครอบครัวมาเที่ยวอีก.

อาร์มาเกดดอนของจริง! ปธน.ปูติน ทุ่มหลายหมื่นล้าน สกัดอุกกาบาตชนโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/579744

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ก.พ. 2559 17:20

 

ประธานาธิบดีปูตินเอาจริง..เดินหน้าโครงการสกัดทำลายอุกกาบาตหรือดาวเคราะห์น้อยพุ่งชนโลก มอบหมายให้ทีมนักวิทย์ดัดแปลงขีปนาวุธพิสัยไกล เพื่อมาใช้ยิงทำลายก่อนพุ่งชน หลังมีบทเรียนจากเหตุการณ์อุกกาบาตตกในรัสเซีย เมื่อปี 2556

เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 59 สื่อต่างประเทศรายงานครึกโครม ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย กำลังเดินหน้าโครงการระเบิดทำลายวัตถุนอกโลก ไม่ว่าจะเป็น อุกกาบาตหรือดาวเคราะห์น้อย ที่เคลื่อนเข้าใกล้โลกในระยะอันตราย เหมือนกับพล็อตเรื่องของภาพยนตร์ อาร์มาเกดดอน ไม่มีผิด โดยขณะนี้ บรรดานักวิทยาศาสตร์กำลังทำงานภายใต้คำสั่งของประธานาธิบดีปูติน เพื่อดัดแปลงขีปนาวุธนำวิธีพิสัยยิงไกลข้ามทวีป มาใช้ยิงวัตถุที่เข้าใกล้โลก (near-earth Objects) รวมถึงอุกกาบาต ดาวเคราะห์น้อย และซากช้ินส่วนยานอวกาศ

สำหรับโครงการมูลค่าหลายพันล้านปอนด์ดังกล่าว ของรัฐบาลรัสเซีย มุ่งหวังจะระเบิดทำลายซากวัตถุจากนอกโลก ให้มีขนาดเล็กลงจนไม่เป็นอันตรายต่อโลก และวัตถุขนาดเล็กลงเหล่านี้จะถูกเผาไหม้ขณะเข้าสู่ชั้นบรรยากาศด้วย จึงเป็นการลดความเสี่ยงจากความรุนแรงที่จะสร้างความเสียหายต่อโลก

ซาบิต ซาอิตการาเยฟ นักวิจัยของสำนักงาน มาคีเยฟ ร็อกเก็ต ดีไซน์ ในรัสเซีย กล่าวว่า การดัดแปลงขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีปนั้น จะทำให้สามารถยิงดาวเคราะห์น้อยที่มีขนาดความยาว 20-50 เมตร ขณะเดียวกัน ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า ทำไมเหล่านักวิทยาศาสตร์จึงกำลังคิดที่จะยิงดาวเคราะห์น้อย 99942 อาโพฟิส ซึ่งจากคำนวณหลังตรวจจับด้วยเรดาร์เมื่อปี 2556 พบว่าดาวเคราะห์น้อยดวงนี้มีขนาดความยาวกว่า 325 เมตร และคาดว่าจะเคลื่อนผ่านโลกในระยะใกล้มากในปี ค.ศ. 2036

ทั้งนี้ รัฐบาลรัสเซีย ให้ความสนใจที่จะพัฒนาโครงการป้องกันวัตถุนอกโลก หลังจากเกิดเหตุการณ์อุกกาบาตพุ่งชนโลกและตกที่เขตเชลยาบินสก์​ ของรัสเซีย เมื่อ ก.พ. 2556 เพราะถึงแม้อุกกาบาตดังกล่าว ได้เกิดการระเบิดในชั้นบรรยากาศโลก แต่ส่งผลให้เกิดช็อกเวฟ แรงสั่นสะเทือนรุนแรง ทำให้กระจกอาคารจำนวนมากแตกกระจัดกระจาย จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่าพันคน.