โอบามา ลงดาบ! ขยายมาตรการคว่ำบาตรโสมแดงแล้ว หวังสกัดโครงการนิวเคลียร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/579711

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ก.พ. 2559 16:10

 

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ลงนามประกาศใช้กฎหมายขยายมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือแล้ว ตัดเส้นทางการเงินของบุคคลใดก็ตามที่ส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการสร้างหัวรบนิวเคลียร์ของคิม จอง อึน หลังทำคาบสมุทรเกาหลีตึงเครียด ทดลองระเบิดนิวเคลียร์ครั้งที่ 4 ตั้งแต่ต้นปี

เมื่อ 19 ก.พ.59 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ประธานาธิบดีบารัค โอบามาของสหรัฐฯ ได้ลงนามประกาศใช้กฎหมาย ขยายมาตรการคว่ำบาตรต่อเกาหลีเหนือ เพื่อเป็นการสกัดกั้นการเดินหน้าโครงการพัฒนานิวเคลียร์แล้ว หลังจากทางการเกาหลีเหนือภายใต้การนำของคิม จอง อึน ได้ทดลองระเบิดนิวเคลียร์ครั้งที่ 4 ไปเมื่อต้นเดือนมกราคม 2559

สำหรับกฎหมายฉบับนี้ของสหรัฐฯ ได้ผ่านการเห็นชอบจากสมาชิกรัฐสภาส่วนใหญ่ของสหรัฐฯ อย่างง่ายดาย เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นความพยายามที่จะตัดเส้นทางการเงินของเกาหลีเหนือที่จะนำมาพัฒนาการสร้างหัวรบนิวเคลียร์ ด้วยการจะอายัดเงินของบุคคลใดก็ตามที่ทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโครงการนิวเคลียร์ หรือโครงการอาวุธของเกาหลีเหนือ หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนในเกาหลีเหนือ นอกจากนั้น ยังจะอนุมัติเงิน 50 ล้านดอลลาร์เพื่อสนับสนุนโครงการส่งเสริมด้านสิทธิมนุษยชนและการกระจายเสียงทางวิทยุไปยังเกาหลีเหนือ

คิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ

ด้านกระทรวงการต่างประเทศของเกาหลีใต้ ได้ออกแถลงการณ์ที่มีต่อการที่สหรัฐฯ ประกาศกฎหมายขยายมาตรการคว่ำบาตรต่อเกาหลีเหนือว่า กฎหมายฉบับนี้ เป็นกฎหมายพิเศษของสหรัฐฯ ฉบับแรกที่มุ่งเป้าไปที่เกาหลีเหนือโดยตรง ซึ่งทางการเกาหลีใต้คาดหวังว่าจะเป็น ‘แพลตฟอร์ม’ ของสหรัฐฯ ในการดำเนินมาตรการที่แข็งกร้าวและมีผลต่อเกาหลีเหนือ.

ไม่สิ้นมนต์ขลัง! ประมูลซื้อรถแอสตัน มาร์ตินในหนัง เจมส์ บอนด์ แพงหูฉี่ 124 ล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/579672

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ก.พ. 2559 14:33

 

รถสปอร์ตคลาสสิก แอสตัน มาร์ติน รุ่น DB 10 ในหนังเจมส์ บอนด์ ตอนสเปคเตอร์ มีผู้ประมูลซื้อไปด้วยสนนราคากว่า 2 ล้านปอนด์ หรือกว่า 124 ล้านบาท

เมื่อ 19 ก.พ.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน บริษัทประมูลคริสตี้ ในกรุงลอนดอน จัดประมูลรถสปอร์ตหรูคลาสสิก ยี่ห้อ แอสตัน มาร์ติน รุ่น DB 10 ในภาพยนตร์เรื่องเจมส์ บอนด์ 007 ภาคล่าสุด สเปคเตอร์ ปรากฏว่า มีผู้ประมูลซื้อไปด้วยราคาสูงลิ่วถึง 2,434,500 ปอนด์ หรือประมาณ 124 ล้านบาท โดยรถสปอร์ตแอสตัน มาร์ติน รุ่นพิเศษ DB 10 นั้น บริษัทแอสตัน มาร์ติน สร้างขึ้นมาแค่ 10 คันเท่านั้น สำหรับภาพยนตร์เรื่องเจมส์ บอนด์โดยเฉพาะ และมีเพียง 2 ใน 10 คัน ที่ไม่มีการดัดแปลงรถ

รถสปอร์ต แอสตัน มาร์ติน รุ่น DB 10

ข่าวแจ้งว่า นอกจากจะมีการนำรถสปอร์ตหรู แอสตัน ดีบี 10 จากภาพยนตร์เรื่อง เจมส์ บอนด์ ตอนสเปคเตอร์ ออกมาประมูลแล้ว ยังมีการประมูลสิ่งของจากภาพยนตร์เรื่องนี้ รวม 24 ช้ิน อาทิ เสื้อผ้าของเดเนียล เครก พระเอกในเรื่อง ได้มีผู้ประมูลซื้อในราคา 98,500 ปอนด์, นาฬิกาโอเมกา ซีมาสเตอร์ 300 ที่เดเนียล เครกผูกติดข้อมือในหนัง ก็มีคนประมูลซื้อไปในราคา 92,500 ปอนด์ ส่วนสิ่งของอื่นๆ ในหนังเจมส์ บอนด์ อีก 14 ชิ้น ยังคงมีการประมูลผ่านทางออนไลน์กันต่อไป และจะสิ้นสุดลงในวันอังคารที่ 23 ก.พ.

นาฬิกาโอเมกา ซีมาสเตอร์ 300 ในภาพยนตร์ เจมส์ บอนด์ ตอนสเปคเตอร์

โดนัลด์ ทรัมป์ งานเข้า! โป๊ปฟรานซิส ตรัสถาม ยังเป็นชาวคริสต์อยู่หรือเปล่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/579621

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ก.พ. 2559 11:00

 

โป๊ปฟรานซิสตรัสถามสั้นๆ แต่เจ็บลึก..โดนัลด์ ทรัมป์ ‘ยังเป็นชาวคริสต์อยู่หรือเปล่า’ จากการชูนโยบายให้สร้างกำแพงกั้นพรมแดนระหว่างสหรัฐฯกับเม็กซิโก ป้องกันคนลักลอบเข้าสหรัฐฯผิดกฎหมาย

เมื่อวันที่ 19 ก.พ.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน สมเด็จพระสันตะปาปา (โป๊ป) ฟรานซิสที่ 2 ประมุขแห่งคริสตจักรนิกายโรมันคาทอลิก ตรัสตั้งคำถามกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ มหาเศรษฐีจากนิวยอร์กที่อยู่ระหว่างลงสมัครเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯสมัยหน้าว่า เขายังเป็นชาวคริสเตียนอยู่หรือเปล่า ที่ชูนโยบายหาเสียงเรียกร้องให้มีการสร้างกำแพงกั้นพรมแดนระหว่างสหรัฐฯกับเม็กซิโก เพื่อป้องกันคนลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และสนับสนุนให้ทางการเนรเทศคนเข้าสหรัฐฯโดยผิดกฎหมายเกือบ 11 ล้านคน

บีบีซี แจ้งว่า โป๊ปฟรานซิส ได้ตรัสคำถามนี้  ในระหว่างที่ทรงตอบคำถามของนักข่าว บนเครื่องบิน หลังเสร็จสิ้นการ เสด็จเยือนประเทศเม็กซิโกเป็นเวลา 6 วัน  พร้อมทรงชี้ว่า บุคคลใดก็ตามที่คิดเพียงแต่การสร้าง ‘กำแพง’ ไม่ใช่การสร้าง ‘สะพาน’ แล้วละก็ คนๆ นั้น ไม่ใช่ชาวคริสเตียน เพราะนี่ไม่ใช่พระกิตติคุณ คำสอนขององค์พระเยซู

สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรานซิส ระหว่างเสด็จเยือนเม็กซิโก

อย่างไรก็ตาม โป๊ปฟรานซิสปฏิเสธที่จะตรัสตรงๆ ว่า ชาวอเมริกันควรจะโหวต เลือกโดนัลด์ ทรัมป์ หรือไม่ ขณะที่ ตอนนี้ เขากำลังเป็นผู้สมัครซึ่งมีคะแนนนิยมเหนือผู้สมัครคนอื่นๆ ของพรรครีพับลิกัน

ส่วนการตอบโต้ของโดนัลด์ ทรัมป์ นั้น เขากล่าวว่า สำหรับบุคคลที่เป็นผู้นำศาสนาที่ตั้งคำถามในเรื่องนี้ เป็นสิ่งที่น่าอาย เพราะเขาภูมิใจที่เป็นคริสเตียน พร้อมกับกล่าวว่า ไม่ว่าผู้นำคนไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้นำศาสนา ไม่ควรมีสิทธิที่จะตั้งคำถามถึงศรัทธาต่อศาสนาของผู้อื่น ‘โป๊ปตรัสในสิ่งที่เป็นแง่ลบต่อผม เพราะว่ารัฐบาลเม็กซิโกได้โน้มน้าวให้พระองค์เห็นว่า ทรัมป์ไม่ใช่คนดี’ โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าว

โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังหาเสียงเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

ลอบบึมตุรกี ดับโหด35ศพ คาร์บอมบ์สนั่น2จุด เป้าหมายถล่มทหาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/579521

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 19 ก.พ. 2559 08:01

 

ตุรกีเจอหนัก คาร์บอมบ์สองครั้งเวลาไล่เลี่ย เน้นโจมตีทหาร คันแรกล่อกลางเมืองหลวงกรุงอังการา ใกล้อาคารรัฐสภา ส่งผลมีผู้เสียชีวิต 28 ราย บาดเจ็บ 61 คน ส่วนอีกจุดเกิดที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ในเขตอิทธิพลชาวเคิร์ด ทหารตาย 7 นาย ผู้นำตุรกีกร้าว พร้อมตอบโต้อย่างเหมาะสม ส่งเครื่องบินปูพรมทิ้งระเบิดถล่มฐานที่มั่นกลุ่มกบฏเคิร์ด ในพื้นที่ภาคเหนือของอิรัก และกลุ่มวายพีจีอย่างต่อเนื่อง

โลกยังระอุด้วยภัยก่อการร้าย เมื่อสำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 18 ก.พ.ว่าเกิดเหตุคนร้ายใช้รถบรรทุกระเบิดจุดชนวนถล่มรถบรรทุกทหารตุรกีหลายคัน ขณะกำลังแล่นผ่านกลางกรุงอังการา เมืองหลวงตุรกี เมื่อช่วงเย็นวันพุธที่ 17 ก.พ. ตามเวลาท้องถิ่น คร่าชีวิตผู้คน 28 ราย บาดเจ็บ 61 คน เหตุรุนแรงเกิดขึ้นกลางกรุงอังการา ใกล้อาคารรัฐสภาและใกล้กองบัญชาการทหาร

ส่งผลให้รัฐบาลตุรกีประกาศกร้าวตอบโต้อย่างเหมาะสมต่อกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเหตุรุนแรงครั้งนี้ โดยประธานาธิบดีเรเซพ เตย์ยิพ เออร์โดกัน ผู้นำตุรกี ระบุตุรกีจะไม่รีรอใช้สิทธิป้องกันตนเองทุกเวลา ทุกสถานที่และทุกโอกาส

ข่าวแจ้งว่า เหตุระเบิดเกิดขึ้นบริเวณแยกไฟแดงแห่งหนึ่ง ในเวลาต่อมานายกรัฐมนตรีอาห์เหม็ด ดาวูโตกลู แห่งตุรกี กล่าวสุนทรพจน์ผ่านทางโทรทัศน์ตุรกี ระบุถึงกลุ่มผู้อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดถล่มรถ ทหารกลางกรุงอังการา คือกลุ่มปกป้องประชาชนชาวซีเรียเคิร์ด หรือ YPG ยืนยันมือระเบิดพลีชีพครั้งนี้คือ นายซาลีห์ เนการ์ สัญชาติซีเรีย มีสถานะผู้ลี้ภัยในตุรกี นอกเหนือจากการจับกุมผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องเหตุระเบิดครั้งนี้ได้อีก 9 คน

นายกรัฐมนตรีดาวูโตกลูยังระบุอีกว่า นอกจากนี้ยังมีสมาชิกกองกำลังกบฏเคิร์ด (PKK) มีฐานที่มั่นอยู่ทางภาคเหนือของอิรักและมีสมาชิกแฝงตัวอยู่ในตุรกีกับซีเรีย ได้ร่วมมือกันปฏิบัติการโจมตีในตุรกีแล้วหลายครั้ง อาทิ เหตุรุนแรงระเบิดฆ่าตัวตายเมื่อช่วงเดือน ต.ค.ปีที่แล้ว กลางกรุงอังการา ที่คร่าชีวิตกลุ่มผู้เดินขบวนเรียกร้องสันติภาพภายในประเทศมากถึง 102 ศพ ถือเป็นความรุนแรงมากที่สุดของตุรกีในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นอกเหนือจากเหตุคนร้ายระเบิดถล่มคร่านักท่องเที่ยวชาวเยอรมัน เสียชีวิตมากกว่า 10 ศพ ที่นครอิสตันบูลเมื่อช่วงเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา เชื่อกันว่าการก่อเหตุร้ายครั้งนี้เป็นฝีมือของกองกำลังรัฐอิสลามหรือไอเอส

หลังเกิดเหตุระเบิดถล่มตุรกีครั้งล่าสุด รัฐบาลตุรกียังคงสั่งการใช้ปฏิบัติการทางอากาศทิ้งระเบิดถล่มโจมตีฐานที่มั่นกลุ่มกบฏเคิร์ดในพื้นที่ภาคเหนือของอิรักอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งคืน ทั้งยังโจมตีฐานที่มั่นกลุ่มปกป้องประชาชนชาวซีเรียเคิร์ดในซีเรีย หรือ (YPG) ด้วย

ประธานาธิบดีเตย์ยิพ เออร์โดกัน ผู้นำตุรกี แถลงผ่านโทรทัศน์อีกครั้งในเวลาต่อมา ระบุชี้ชัดกองกำลังซีเรียเคิร์ด หรือ YPG อยู่เบื้องหลังการระเบิดครั้งล่าสุดในตุรกี ทั้งอ้างว่าทางการตุรกีจับกุมผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องก่อการร้ายครั้งนี้ได้เพิ่มเป็น 14 ราย ขณะที่ผู้นำกลุ่มซีเรียเคิร์ดรีบแถลงปฏิเสธข้อกล่าวหา ระบุกลุ่มซีเรียเคิร์ดไม่ได้เป็นศัตรูกับรัฐบาลตุรกี ทั้งอ้างว่ากลุ่มซีเรียเคิร์ด หรือ YPG กับกลุ่มกองกำลังเคิร์ดในอิรัก หรือ PKK ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกัน

ขณะเดียวกัน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานระบุพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงใต้ของตุรกีเกิดความรุนแรงขึ้นเช่นกัน เกิดเหตุคนร้ายใช้ระเบิดควบคุมจากรีโมตจุดชนวนถล่มยานพาหนะของหน่วยปฏิบัติการพิเศษของตุรกีที่เมืองดิยาร์บาเคอร์ เขตอิทธิพลของชาวเคิร์ด ทำให้ทหารตุรกีเสียชีวิตอีก 7 นาย และก่อนหน้านั้นไม่นาน เกิดระเบิดขึ้นที่ศูนย์วัฒนธรรมตุรกี กลางกรุงสตอกโฮล์ม เมืองหลวงสวีเดน แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ทั้งไม่ชัดเจนว่าเหตุระเบิดในสวีเดนกับเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นกลางกรุงอังการาเกี่ยวข้องกันหรือไม่

อย่างไรก็ดี รัฐบาลสหรัฐอเมริกาแถลงประณามความรุนแรงที่เกิดขึ้นในตุรกี ทั้งระบุจะยืน เคียงข้างตุรกีต่อสู้กับภัยก่อการร้ายในฐานะพันธมิตรชาตินาโต้ ขณะที่รัฐบาลรัสเซียส่งสาส์นแสดงความเสียใจถึงรัฐบาลตุรกีผ่านไปถึงครอบครัวญาติพี่น้องผู้สูญเสียแล้ว

ป่วนอีก! มือมืดยิงแสงเลเซอร์ใส่เครื่องบิน ‘โป๊ปฟรานซิส’ ขณะลงจอดที่เม็กซิโก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/579500

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ก.พ. 2559 06:30

 

พระสันตะปาปาฟรานซิส (ภาพ: AP)

เครื่องบินของสายการบินของอิตาลี เที่ยวบินจากคิวบาไปยังเม็กซิโก ซึ่งพระสันตะปาปาฟรานซิสเสด็จไปด้วย ถูกยิงด้วยแสงเลเซอร์ขณะเตรียมลง โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเครื่องลงจอดได้อย่างปลอดภัย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เครื่องบินโดยสารของสายการบิน อาลิตาเลีย ของประเทศอิตาลี ซึ่งสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ใช้เสด็จจากประเทศคิวบาไปยังประเทศเม็กซิโก เมื่อวันที่ 12 ก.พ. ที่ผ่านมา โดยยิงด้วยแสงเลเซอร์ในขณะที่เครื่องกำลังลงจอด แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

สายการบิน อาลิตาเลีย ออกแถลงการณ์ระบุว่า เมื่อวันที่ 12 ก.พ. ลูกเรือในห้องโดยสารของเครื่องบินโดยสารแอร์บัส เอ330 เที่ยวบินที่ เอแซด 4000 (AZ4000) พบเห็นแสงเลเซอร์ถูกยิงมาจากภาคพื้น ในขณะที่พวกเขากำลังเตรียมนำเครื่องลงจอดที่สนามบินในกรุงเม็กซิโกซิตี กัปตัน มาสซิมิเลียโน มาร์เซลลี จึงได้แจ้งต่อหอบังคับการบินในสิ่งที่ลูกเรือพบเห็น ตามมาตรฐานที่ต้องแจ้งหากเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ ไม่มีลูกเรือหรือผู้โดยสารคนใดบนเครื่องได้รับบาดเจ็บจากลำแสง และเครื่องบินสามารถลงจอดอย่างปลอดภัย

ทั้งนี้ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเพิ่งเกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกัน โดย เครื่องบินโดยสารของสายการบินเวอร์จิน แอตแลนติก เที่ยวบิน VS025 ต้องบินกลับไปขอลงจอดฉุกเฉินที่ท่าอากาศยานระหว่างประเทศฮีทโธรว์ ในกรุงลอนดอน ของอังกฤษ เนื่องจากโดนยิงด้วยแสงเลเซอร์ หลังจากทะยานขึ้นจากท่าอากาศยานระหว่างประเทศฮีทโธรว์ได้ไม่นาน

ขณะที่สถิติชี้ว่า ในช่วงปี 2009-2015 เกิดเหตุการณ์ยิงแสงเลเซอร์ใส่เครื่องบินเกิดขึ้นเกือบ 9,000 ครั้ง เฉพาะในสหราชอาณาจักรเพียงแห่งเดียว ซึ่งนายจิม แมคออสลัน เลขาธิการของสมาพันธ์นักบินสหราชอาณาจักร ‘บัลปา’ (Balpa) ระบุว่า เรื่องนี้ตอกย้ำให้เห็นถึงความร้ายแรงและการแพร่กระจายของการโจมตีเครื่องบินด้วยแสงเลเซอร์

“แสงเลเซอร์สมัยใหม่มีพลังสามารถทำให้ตามองไม่เห็น และอาจทำให้นักบินตาลายหรือถูกเบี่ยงเบนความสนใจในช่วงสำคัญของการบิน การยิงแสงเลเซอร์ใส่เครื่องบินเป็นเรื่องผิดกฎหมายและอันตราย ทำให้ผู้ที่อยู่บนเครื่องและภาคพื้นต้องเสี่ยงโดยไม่จำเป็นอย่างสิ้นเชิง” นายแมคออสลันกล่าว

สิ่งพิมพ์ตะวันตกจี้จีน ปล่อยตัว 5 นักเขียนฮ่องกง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/579414

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 19 ก.พ. 2559 06:00

 

(ภาพ: AFP)

เมื่อวันที่ 18 ก.พ. ศูนย์อเมริกันพีอีเอ็น, สมาคมสำนักพิมพ์อเมริกัน และสมาพันธ์สำนักพิมพ์ยุโรป ที่มีบทบาทส่งเสริมเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นในรูปแบบวรรณกรรม รวมตัวเรียกร้องรัฐบาลฮ่องกงให้เรียกร้องรัฐบาลจีนปล่อยตัว นักเขียนของสำนักพิมพ์ฮ่องกง 5 คน ที่ถูกทางการจีนควบคุมตัวไว้ โดยระบุว่า คดีที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นว่าหากใครเปิดประเด็นล่อแหลมทางการเมือง ก็จะได้รับผลกระทบทั้งเสรีภาพและความปลอดภัย

ทั้งนี้ สื่อสำนักพิมพ์ “ไมท์ตี เคอร์เรนต์” ของฮ่องกง 5 คน ได้หายตัวไปอย่างลึกลับทีละคน ระหว่างเดือน ต.ค.-ธ.ค.ปีก่อน หลังตีพิมพ์หนังสือเกี่ยวกับผู้นำและรัฐบาลจีน ในจำนวนนี้มี 2 คน หายตัวไปในเมืองไทย ก่อนจะปรากฏตัว อีกครั้งต้นเดือน ม.ค. ภายใต้การควบคุมตัวของทางการจีน ส่วนสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่การทูตระดับสูงของชาติตะวันตกในกรุงปักกิ่ง ว่า ประเทศไทยไม่ถือเป็นที่พักพิงสำหรับชาวจีนฝ่ายเห็นต่างกับรัฐบาลอีกต่อไป.

พลิกความเชื่อ! ผู้เชี่ยวชาญเตือน ผู้ชายติดไวรัสซิกาน่าห่วงกว่าผู้หญิง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/579494

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ก.พ. 2559 05:45

 

(ภาพ: AFP)

ชั่วโมงนี้คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักชื่อของไวรัสซิกาอีกแล้ว หลังจากมันระบาดอย่างรวดเร็วในทวีปอเมริกาใต้และเริ่มแพร่กระจายไปยังพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งที่มันเคยถูกพบในพื้นที่แคบๆ ในแอฟริกาและเอเชียเท่านั้น

ความน่ากลัวของซิกาคือ มันอาจทำให้เด็กทารกในครรภ์มารดาป่วยด้วยภาวะศีรษะเล็ก ซึ่งจะทำให้เด็กเกิดความผิดปกติตามมามากมาย แม้เรื่องนี้จะยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่องค์การอนามัยโลกเคยออกมาระบุว่า พวกเขาเชื่ออย่างยิ่งว่า ซิกากับภาวะศีรษะเล็กมีความเกี่ยวโยงกัน ทำให้หลายประเทศออกคำเตือนให้ผู้หญิงตั้งครรภ์ระวังตัว ไม่เดินทางไปยังประเทศเสี่ยง หรือขอให้พับแผนจะตั้งครรภ์ไปก่อน จะกว่าจะรู้เรื่องเกี่ยวกับไวรัสตัวนี้ดีกว่านี้

แต่ล่าสุด ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขในสหรัฐฯ ออกมาระบุว่า โลกควรจะเฝ้าระวังผู้ชายไม่ให้ติดเชื้อมากกว่าระวังผู้หญิง แต่ก่อนจะเฉลยคำตอบว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ขอพาท่านผู้อ่านไปทำความรู้จักกับไวรัสซิกากันก่อน

เจ้าหน้าที่ในประเทศเปรูฉีดยาฆ่ายุง เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของไวรัสซิกา (ภาพ: REUTERS)

ไวรัสซิกามาจากที่ใด?

ไวรัสซิกา เป็นเชื้อไวรัสในสกุล ‘ฟลาวิวิริแด’ (Flaviviridae) หรือไวรัสที่อาศัยอยู่ในตัวคนหรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่นๆ โดยมีสัตว์ขาปล้องเป็นพาหะ ซึ่งในกรณีของซิกา คือ ยุงลายที่ออกหากินในเวลากลางวัน เช่น ยุงลายบ้าน และยุงลายสวน ที่มาของชื่อมาจากป่าซิกาในประเทศยูกันดาอันเป็นสถานที่แรกที่มีการพบเชื้อตัวนี้เมื่อปี 1947 ซิกายังเป็นไวรัสที่อยู่ในวงศ์ ฟลาวิไวรัส (Flavivirus) เช่นเดียวกับไวรัสเด็งกี, ไวรัสไข้เหลือง, ไวรัสไข้สมองอักเสบบีญี่ปุ่น และไวรัสเวสต์ไนล์ด้วย

อาการของผู้ติดเชื้อไวรัสชนิดนี้จะถูกเรียกว่า ไข้ซิกา ปกติจะไม่แสดงอาการหรือแสดงอาการป่วยเพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยมีลักษณะอาการคล้ายเป็นไข้เลือดออกเด็งกีแบบไม่รุนแรง รักษาได้ด้วยการพักผ่อน ไวรัสซิกาเริ่มแพร่กระจายในพื้นที่แคบๆ ในพื้นที่แถบเส้นศูนย์สูตรในทวีปแอฟริกาและเอเชีย แต่ในปี 2014 ไวรัสตัวนี้กลับข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกไปยังหมู่เกาะ เฟรนช์โปลินีเซีย ดินแดนโพ้นทะเลของฝรั่งเศส จากนั้นจึงลามต่อไปยังเกาะอีสเตอร์ และต่อมาในปี 2015 เชื้อตัวนี้แพร่กระจายไปถึงประเทศเม็กซิโก, ประเทศในอเมริกากลางและแถบทะเลแคริบเบียน กระทั่งถึงทวีปอเมริกาใต้ ซึ่งการแพร่กระจายอยู่ในระดับ ระบาดไปทั่ว (pandemic) แล้วในขณะนี้

ปัจจุบันยังไม่มียาหรือวัคซีนสำหรับรักษาไข้ซิกา และจนถึงเดือน ก.พ. 2016 มีการพบหลักฐานว่า ไข้ซิกาในหญิงตั้งครรภ์อาจทำให้เด็กในท้องเกิดภาวะสมองพัฒนาผิดปกติ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการแท้งหรือเด็กเกิดมาพร้อมกับภาวะศีรษะเล็กผิดปกติได้ โดยในขณะนี้มีทารกศีรษะเล็กในอเมริกาใต้จำนวนหลายพันคนที่ต้องสงสัยว่ามีสาเหตุมาจากไวรัสตัวนี้ ไข้ซิกายังเชื่อมโยงกับอาการทางระบบประสาทในผู้ใหญ่ที่ติดเชื้อ รวมไปถึงอาจทำให้เกิดกลุ่มอาการกิลแลง-บาร์เร หรือโรคภูมิแพ้ตัวเอง แม้ว่ายังไม่มีการยืนยันในความเชื่อมโยงเหล่านี้อย่างชัดเจนก็ตาม

เจ้าหน้าที่แจกใบปลิวข้อมูลเกี่ยวกับไวรัสซิกาแก่นักเดินทาง (ภาพ: REUTERS)

แล้วทำไมผู้ชายติดเชื้อจึงน่ากังวลกว่าผู้หญิง?

การแพร่กระจายอย่างรวดเร็วของไวรัสซิกา และความน่ากลัวของการเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วของเด็กทารกที่เกิดมาพร้อมกับภาวะศีรษะเล็กผิดปกติในอเมริกาใต้ ทำให้เกิดกระแสความกังวลไปทั่วโลก โดยสหรัฐฯ ได้ออกคู่มือแนะนำสำหรับหญิงตั้งครรภ์ที่ต้องการเดินทางไปประเทศกลุ่มเสี่ยง ขณะที่โคลอมเบีย, โดมินิกัน, เอกวาดอร์, เอลซัลวาดอร์ และจาเมกา ออกคำแนะนำให้ผู้หญิงชะลอการตั้งครรภ์ออกไปก่อน จนกว่าจะรู้ความเสี่ยงที่แน่ชัดจากไวรัสซิกา

แต่ว่าล่าสุด ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขหลายคน รวมทั้ง ดร.วิลเลียม ชาฟฟ์เนอร์ จากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแวนเดอร์บิลต์ ในเมืองแนชวิลล์ สหรัฐอเมริกา ออกมาเตือนว่า เรื่องที่น่ากังวลไม่ใช่ผู้หญิงติดเชื้อซิกา แต่เป็นผู้ชายที่ติดเชื้อต่างหาก เนื่องจากมีการพบหลักฐานเมื่อไม่นานมานี้ว่า ไวรัสซิกาอยู่ในเชื้ออสุจิของผู้ชายที่ติดเชื้อด้วย และไม่รู้ว่าเชื้อจะอยู่ในอสุจิไปนานเท่าไร

ดร.ชาฟฟ์เนอร์ ระบุว่า หากผู้ชายติดเชื้อไวรัสซิกาจากยุง เขาก็มีโอกาสที่จะถ่ายทอดเชื้อไปสู่ผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์กับเขา และทำให้ทารกที่ยังไม่เกิดมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะศีรษะเล็กได้ ที่น่าเป็นห่วงกว่านั้นคือ นักวิทยาศาสตร์ยังไม่รู้ว่าไวรัสชนิดนี้สามารถอยู่ในน้ำอสุจิได้นานเท่าใด รวมทั้งไม่มีวิธีการตรวจแบบง่ายๆ ทำให้ไม่อาจรู้ได้เลยว่า ผู้ชายที่ติดโรคจะต้องกังวลว่าอาจจะทำให้คู่นอนติดเชื้อไปจนถึงเมื่อไร

ด้าน นาย ทอม สกินเนอร์ โฆษกของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ (ซีดีซี) ระบุว่า ซีดีซีหวังว่าจะได้เริ่มการศึกษาเพื่อหาคำตอบเรื่องระยะเวลาที่ไวรัสซิกาสามารถมีชีวิตอยู่ในน้ำอสุจิ โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ซีดีซียังออกคำแนะนำให้ผู้ชายที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงในอเมริกาใต้งดเว้นจากการมีเพศสัมพันธ์ หรือใช้ถุงยางขณะร่วมรักไปก่อนโดยไม่ระบุช่วงเวลาที่ต้องเฝ้าระวังที่แน่ชัด

ภาพแสดงให้เห็นความผิดปกติในดวงตาของเด็กทารกที่เกิดมาพร้อมภาวะศีรษะเล็กซึ่งเชื่อว่า ไวรัสซิกาเป็นสาเหตุ (ภาพ: AP)

ในทางกลับกัน ขณะที่ผู้ชายที่ติดเชื้อต้องกังวลว่าตัวเองอาจแพร่เชื้อให้คนอื่นในช่วงเวลาที่ไม่แน่นอน ผู้หญิงต้องห่วงว่าตัวเองจะติดเชื้อในช่วงเวลาจำกัดเท่านั้น โดยผู้หญิงสามารถส่งผ่านไวรัสไปยังทารกในครรภ์ผ่านกระแสเลือด แต่ไวรัสตัวนี้มีชีวิตอยู่ในเลือดของมนุษย์ได้ไม่นาน

ดร.แอนโธนี เฟาชี ผู้อำนวยการของสถาบันโรคติดต่อและโรคภูมิแพ้แห่งชาติ (เอ็นไอเอไอดี) ของสหรัฐฯ กล่าวว่า พวกเขาได้ตรวจสอบไวรัสซิกาในเลือดของผู้ที่ติดเชื้อแล้ว และพบว่าตามปกติมันจะหายไปจากกระแสเลือดในระยะเวลา 5-7 วัน และมากที่สุดที่พบคือ 10 วัน ส่วนสภาสูติแพทย์และนรีแพทย์อเมริกัน (เอซีโอจี) ยืนยันว่า ไม่พบหลักฐานว่าผู้หญิงที่เคยติดเชื้อจะมีความเสี่ยงทำให้การตั้งครรภ์ในอนาคตมีปัญหา

ขณะที่ ดร. มาร์ค วิลสัน นักระบาดวิทยาจากโรงเรียนแพทย์มหาวิทยาลัยมิชิแกน เผยด้วยว่า การติดเชื้อทำให้เกิดภูมิคุ้มกันเป็นระยะเวลายาวนานมาก ผู้หญิงจะไม่ต้องกังวลหากพวกเธอจะตั้งครรภ์ในอนาคต และนี่อาจเป็นวิธีป้องกันไวรัสซิกาที่ดีที่สุดในขณะนี้ เนื่องจากยังไม่มีวัคซีน

ภาพแสดงขนาดศีรษะที่เล็กกว่าปกติของทารกที่มีอาการของภาวะศีรษะเล็กกับทารกปกติ (ภาพ: wikipedia)

แถมท้าย…ภาวะศีรษะเล็กผิดปกติคืออะไร?

รศ.นพ.สมศักดิ์ เทียมเก่า อายุรแพทย์ประสาทวิทยา และอาจารย์ภาควิชาอายุรศาสตร์คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้เขียนบทความเกี่ยวกับ ภาวะศีรษะเล็ก เอาไว้บนเว็บไซต์ haamor.com (หาหมอ.คอม) ว่า ศีรษะเล็กคือภาวะที่เส้นรอบวงศีรษะมีขนาดเล็กกว่าปกติมากเมื่อเทียบกับเด็กทั่วไปที่เพศและอายุเดียวกัน โดยเป็นผลสืบเนื่องของการพัฒนาการของสมองหรือของกะโหลกศีรษะที่ผิดปกติ ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ หรือหลังคลอด โดยการตรวจวัดขนาดหรือเส้นรอบวงศีรษะจะกระทำโดยแพทย์ด้วยเทคนิคเฉพาะเท่านั้น

ภาวะศีรษะเล็กเป็นอาการที่พบไม่บ่อย เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ แต่หลักๆ คือจากความผิดปกติทางพันธุกรรมตั้งแต่เป็นทารกในครรภ์ หรือเกิดความผิดปกติจากสาเหตุภายนอกตั้งแต่ยังเป็นทารก เช่น ได้รังสีชนิดต่างๆ อาทิ รังสีเอ็กซ์, รังสีจากการตรวจโรค เป็นต้น หรือได้รับสารเคมี นอกจากนี้ยังมีปัจจัยที่เกิดหลังคลอดทำให้เด็กได้รับบาดเจ็บทางสมอง เช่น การติดเชื้อ, ภาวะขาดออกซิเจน ทำให้สมองไม่เจริญเติบโต ไม่มีพัฒนาการ ศีรษะจึงมีขนาดเล็กลงตามไปด้วย

อาการผิดปกติที่พบของภาวะศีรษะเล็ก คือ เด็กมีพัฒนาการช้าในทุกด้าน ตัวเตี้ย ใบหน้าผิดรูป ซนผิดปกติ ปัญญาอ่อน และอาจมีชัก และภาวะศีรษะเล็กเกือบทุกกรณีไม่มีวิธีรักษา ความรุนแรงของอาการจะขึ้นอยู่กับขนาดของศีรษะ และการมีความผิดปกติของอวัยวะอื่นๆ ร่วมอยู่ด้วย อายุขัยของเด็กศีรษะเล็กก็มักสั้นกว่าเด็กทั่วไป ทั้งนี้จะมากน้อยขึ้นอยู่กับขนาดศีรษะที่เล็กลง

อาเซียน E-Shopping

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/579051

โดย ฤทัยรัช จันทร์เพ็ญ 19 ก.พ. 2559 05:01

 

ประเทศไทย 1 ใน 10 ประเทศสมาชิก ประชาคมอาเซียน ร่วมตั้งเป้าหวังเป็นตลาดเดี่ยวรายใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก ด้วยจำนวนผู้บริโภครวมกันแล้ว 633 ล้านคน และมีเศรษฐกิจเคลื่อนไหวที่ยิ่งใหญ่สุดเป็นอันดับ 7 ของโลก จนคาดว่าอาจเขยิบขึ้นไปเป็นอันดับ 5 ในอีก 2 ปีข้างหน้าหากไม่มีอะไรสะดุด

หลายๆบริษัทที่ประกอบธุรกิจน้อยใหญ่ในภูมิภาคนี้กำลังอัดฉีดเงินทุนเพิ่มเพื่อสนองความต้องการคนในท้องถิ่น และจากการร่างแผนที่อาเซียนใหม่+การสำรวจ 171 บริษัทก็พบว่ามี 3 เหตุผลหลักที่แต่ละแห่งกำลังเลือก ตัดสินใจผลิตสินค้าป้อนอาเซียน ได้แก่

1.ตอบสนองความต้องการคนท้องถิ่นให้มากขึ้น 2.คิดหาวิธีแซงหน้าคู่แข่งท้องถิ่นให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และ 3.ลดต้นทุนการขนส่งด้วยการเข้าไปใกล้ตลาด

ทั้งหมดทั้งมวลนี้ก็ทำให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่า เป้าหมายหลักก็คือขายสินค้าในอาเซียน!!!

ตลาดค้าปลีกออนไลน์ด้วยระบบ อี-คอมเมิร์ซในอาเซียนพบใน 6 ประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนามและไทย คิดเป็นมูลค่า 7,100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แล้วกลุ่มประเทศเหล่านี้ก็มีประชากรที่เล่นอินเตอร์เน็ต 158 ล้านคน หรือเทียบเท่าเพียง 29% จากจำนวนประชากรทั้งหมด

ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา การค้า ปลีกออนไลน์ในอาเซียนเติบโตขึ้นปีละราว 15% และคาดว่าในอนาคตจะไต่ขึ้นไปเป็น 25% จากแรงขับของพลังแห่งการช็อปปิ้ง อินเตอร์เน็ต และการนำเสนอสินค้าที่เป็นความต้องการมากขึ้นๆ ตามสภาวะการเติบโตของตลาดออนไลน์ในอาเซียน

แล้วยิ่งมีการส่งเสริมทั้งภาครัฐและเอกชน ก็ยิ่งดึงสินค้าท้องถิ่นไม่ให้จมอยู่แต่ภายในบ้าน ผลักดันการพัฒนาศักยภาพฝีมือแรงงาน เปิดประตูให้สินค้าบางชนิดที่มีฐานลูกค้าเฉพาะกลุ่ม (niche market) ออกไปสู่ประเทศเพื่อนบ้าน

ไม่เพียงเท่านั้น หากสินค้ามีความหลาก– หลายในตลาดออนไลน์มากเท่าไหร่ ผลประ– โยชน์ก็ตกเป็นของลูกค้าที่มีโอกาสเลือกใช้บริการ งัดกลยุทธ์จนสินค้าในตลาดมีคุณภาพขึ้น แต่ราคาถูกลง ที่สำคัญอีกประการหนึ่ง ธุรกิจโลจิสติกส์ก็ได้รับอานิสงส์เบ่งบานไปด้วย.

ฤทัยรัช จันทร์เพ็ญ

“สตรีวิฬาร์” ดูแลแมวมากสุดๆ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/579052

โดย ดอย ดอกฝิ่น 19 ก.พ. 2559 05:01

 

ไลเนีย แลตตันซิโอ ชาวอเมริกัน วัย 67 ปี ได้รับยกย่องเป็น “สตรีวิฬาร์–cat lady” เพราะเธอรักเมตตา “แมว” หลายหมื่นตัว แบบชีวิตนี้ขอทุ่มเทเพื่อแมวสุดจิตสุดใจ

คฤหาสน์ขนาด 4,200 ตารางฟุต ห้าห้องนอน สร้างบนที่ดิน 15 ไร่ อันคุณป้าไลเนียพำนักนั้น ท่านเสียสละ ยกให้เหล่าวิฬาร์อยู่อย่างอิสระเสรี ปัจจุบันนี้มีกว่า 1,000 ตัว ส่วนคุณป้าย้ายไปอยู่ใน “บ้านติดรถพ่วง” 1,600 ตร.ฟุต ตัวถังรถสนิมเขรอะ

นางไลเนียเริ่มเก็บแมวจรจัดมาเลี้ยงดูตั้งแต่ พ.ศ. 2535 สิ้นปีแรกให้ชีวิตใหม่แก่แมว 96 ตัว ปีรุ่งขึ้นได้ร่ำเรียนเทคนิคสัตวแพทย์ เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลแมวเจ็บป่วย

แม่พระของเหล่าวิฬาร์ตั้ง “Cat House On The King” สถานเลี้ยงดูแมวที่ถูกทอดทิ้งและแมวจรจัดขนาดใหญ่ที่สุดในแคลิฟอร์เนีย “ตอนเริ่มเก็บแมวมาเลี้ยงเพื่อรอผู้ใจบุญขอรับไปอุปการะนั้น ดิฉันคาดไม่ถึงว่าจะต้องดูแลแมวนับพันตัว เวลา 24 ปีที่ผ่านมา ดิฉันช่วยเหลือแมวรวมแล้ว กว่า 28,000 ตัว น่าจะมาก ที่สุดในโลกนะคะ ขณะนี้มีแมวรอไปอยู่บ้านใหม่ 1,100 ตัว”

ผู้มีจิตเมตตาท่าน ใดสนเชิญแวะเยี่ยมที่ http:// http://www.cathouseonthekings.com สิจ๊ะ.

ดอย ดอกฝิ่น

น้ำผึ้งหยดเดียว สงครามกลางเมือง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/579058

โดย คุณนิติ นวรัตน์ 19 ก.พ. 2559 05:01

 

นายสมพร ดำพริก ประธานสภาทนายความจังหวัดมีนบุรี เชิญร่วมงานวันทนายความ พบปะสังสรรค์กัน 18.00-22.00 น. ของวันเสาร์พรุ่งนี้ ที่ศาลาประชาคมเขตมีนบุรี พบวงดนตรี จ๊ะ อาร์สยาม และวงดนตรีลูกทุ่งสุโขทัยของ ม.รามคำแหง

เมียนมาเคยมี 2 สถาบันหลักที่ช่วยยึดเหนี่ยวจิตใจของผู้คน คือ สถาบันกษัตริย์และสถาบันศาสนาพุทธอันแข็งแกร่ง

ภายหลัง อังกฤษทำลายสถาบันกษัตริย์ แต่คนเมียนมาก็ยังอยู่ได้ด้วยการยึดเอาศาสนาพุทธเป็นสรณะ

ส่วนสถาบันชาติของเมียนมานั้นเปราะบางมาก ความผูกพันกันของผู้คนแต่ละเผ่าพันธุ์มีน้อย แม้แต่วันที่ผมเขียนเปิดฟ้าส่องโลก รับใช้ผู้อ่านท่านอยู่นี่ ก็ยังมีการรบกันระหว่างสภาเพื่อการกอบกู้รัฐชานและกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติตะอาง

ไทยเป็นประเทศโชคดีที่มีทั้ง 3 สถาบันหลักอันแข็งแกร่ง ทั้งสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ แต่ในห้วงสองปีมานี้ สถาบันศาสนาสั่นคลอนมาก คลิปที่แพร่ขยายกระจายในโซเชียล–มีเดีย มีคำพูดหยาบคายของผู้คนที่ด่าทอพระภิกษุ ทำให้เราเข้าใจ ได้ว่า ศาสนาที่เคยฝังลึกอยู่ใต้สมองของคนไทยนั้น บัดนี้ได้ถูกทำลายไปแล้วส่วนหนึ่ง

สังคมไทยต้องรีบแก้เรื่องนี้ครับ ไม่เช่นนั้นเราจะต้องทุกข์อยู่ในประเทศที่มีความแตกแยกทางศาสนาไปอีกนาน ใครที่ชอบ อ่านประวัติศาสตร์ก็คงจะเข้าใจนะครับ ว่าความแตกแยกที่เกิดขึ้นมาแล้ว ก็จะสร้างความทุกข์ให้คนในชาติ ที่บางครั้งนานเป็นร้อยปี

ความแตกแยกรุนแรงที่กำลังเกิดขึ้นในสังคมไทยวันนี้ คือสิ่งที่เคยเกิดในประเทศที่มีสงครามกลางเมืองมาแล้วทั้งสิ้น ต้องยอมรับครับว่า มือที่มองไม่เห็นของกลุ่มคนที่ชำนาญในทฤษฎีสมคบคิดทำงานได้สำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยุให้พุทธทะเลาะกับพุทธ พุทธทะเลาะกับมุสลิม และมุสลิมทะเลาะกับมุสลิม

หลายจังหวัดทางภาคเหนือของไทย มีชาวพุทธบางกลุ่มออกมาต่อต้านมุสลิมอย่างเปิดเผย มีการจัดอภิปรายโจมตีใส่ร้ายกันในที่สาธารณะ ประเด็นนี้อ่อนไหวมาก และเชื่อผมเถิดครับ ว่าต่อไปจะบานแน่นอน เปิดแผลเหวอะไว้แล้ว เชื้อโรคก็จะเข้ามาสู่ร่างกายของเรา จนเราจะกลายเป็นผู้ป่วยคนใหม่ของเอเชียอย่างที่เขาพูดกัน

เรื่องความแตกแยกระหว่างศาสนาพุทธกับศาสนาอิสลามนี่ ท่านโปรดอย่าย่ามใจว่าไม่มีอันตราย สถานการณ์จะบานปลายจากน้ำผึ้งเพียงหยดเดียว เมื่อเกิดขึ้นมาแล้ว ก็ไม่มีใครหยุดได้ กลุ่มการก่อการร้ายในภูมิภาคและระดับโลกจะต้องกระโจนลงมาร่วมเล่นด้วยแน่นอน เพราะพวกนี้กำลังหาความชอบธรรมที่จะเข้ามาสร้างความยุ่งยากอยู่แล้ว

เปิดฟ้าส่องโลกเคยเขียนเปรียบเทียบว่า ความขัดแย้งในประเทศไทยจะลามปามออกไปในทุกภาคส่วนเหมือนมะเร็ง ภายหลังก็มี หลายท่านมาต่อยอดด้วยคำพูดที่ว่า เรากำลังจะกลายเป็นราชอาณาจักรมะเร็ง ถึงปัจจุบันนี้ คำกล่าวนี้ก็ไม่เกินความเป็นจริงเลยครับ เพราะมองไปทางใด เรามีปัญหาความขัดแย้งกันอย่างรุนแรง

สิบกว่าปีก่อน พ่อผมไปเยือนสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ไทยประจำกรุงดามัสกัส ประเทศซีเรีย ก่อนกลับ ผู้ช่วยกงสุลซึ่งเป็นชายหนุ่มชาว ซีเรียความรู้ดีพาครอบครัวมาพบ และขอให้พ่อผมช่วยรับตนมาทำงานในไทย ส่วนพี่ชายซึ่งเป็นแพทย์ก็จะพยายามไปทำงานในอังกฤษ

สมัยนั้น สถานการณ์ในซีเรียยังนิ่งมาก ไม่มีใครคิดว่าจะมีสงคราม ยกเว้นครอบครัวของผู้ช่วยกงสุล ที่ทำนายทายทักว่า ในอนาคตซีเรียน่าจะมีสงครามกลางเมือง โดยทำนายเอา จากการที่ผู้คนจากหลายภาคส่วนเริ่มขัดแย้งกันรุนแรง

พ่อผมพาผู้ช่วยกงสุลคนที่ว่ามาเป็นเลขานุการสถาบันเอเชียและแอฟริกาศึกษา คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ส่วน พี่ชายของกงสุลไปหางานทำได้ที่กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร จากนั้น ครอบครัวนี้ก็ค่อยๆทยอยย้ายสมาชิกในครอบครัวทุกคนไปปักหลักที่แคนาดา

ความขัดแย้งที่ระอุอยู่ในสังคมซีเรีย สุดท้ายก็ระเบิดกลายมาเป็นสงครามกลางเมืองอย่างรุนแรง

สิ่งที่สังคมไทยต้องเร่งสร้างที่สุดในตอนนี้ก็คือ การเรียนรู้เรื่องศาสนาต่างๆของคนไทย เพื่อให้มีความเข้าใจอย่างถูกต้อง

อย่าให้มือที่มองไม่เห็นมาบิดเบือนข้อเท็จจริงจนมองศาสนาอื่นเป็นศัตรู และสุดท้ายก็ลงด้วยสงครามกลางเมือง.

คุณนิติ นวรัตน์
songlok@outlook.co.th
www.nitipoom.media
www.facebook.com/nitipoom.thailand