โรคผิวหนังในสุนัข : คัน คัน คัน (ตอนจบ)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/203323

วันอาทิตย์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 06.05 น.

สัปดาห์ก่อนเราทราบถึงสาเหตุของการคันกันไปแล้ว สัปดาห์นี้เรามารู้ว่าเราควรเตรียมข้อมูลอะไรให้สัตวแพทย์เพื่อช่วยให้การวินิจฉัยและรักษามีประสิทธิภาพที่สุดกันครับ

● เจ้าของสัตว์ควรเตรียมข้อมูลอะไรให้สัตวแพทย์ทราบบ้าง

สิ่งที่มีความจำเป็นที่เจ้าของต้องเตรียมเพื่อเป็นข้อมูลแก่สัตวแพทย์ ได้แก่ สุนัขเริ่มมีอาการคันตั้งแต่เมื่อไหร่? เริ่มคันต่อเนื่องนานแค่ไหน? คันบริเวณส่วนใดของร่างกาย? พ่อ-แม่หรือพี่น้องครอกเดียวกันนี้มีปัญหาผิวหนังแบบเดียวกันหรือไม่? ตัวอื่นในบ้านที่ไม่ใช่ญาติพี่น้องมีอาการเหมือนกันหรือไม่? สัตว์อื่นนอกบ้านมีปัญหานี้หรือไม่? รวมถึงสัตว์เลี้ยงของเราเคยไปสัมผัสสัตว์เหล่านั้นหรือไม่? สุนัขเคยได้รับการตรวจหรือรักษามาก่อนหรือไม่? เคยรักษามาแล้วตั้งแต่เมื่อไหร่? ผลการรักษาเป็นอย่างไร? ตอบสนองหรือไม่ อย่างไร?

● การตรวจวินิจฉัยทำได้อย่างไร

การตรวจวินิจฉัย จะทำเพื่อหา “สาเหตุ” ของการคันที่แท้จริง ซึ่งมีหลายวิธี เริ่มตั้งแต่ “การสังเกตที่ตัวสัตว์” ว่าผิวหนังมีความผิดปกติที่ตำแหน่งใด พบพยาธิภายนอก เช่น เห็บ หมัด เหา หรือไม่ จากนั้นอาจทำการ “ขูดตรวจผิวหนัง” เพื่อตรวจหาไรขี้เรื้อน หรือ “การเก็บตัวอย่างสะเก็ดผิวหนัง” จากบริเวณที่มีรอยโรค เพื่อนำไปย้อมสีเพื่อตรวจทางเซลล์วิทยา หาแบคทีเรีย ยีสต์ หรือทำการเพาะเชื้อรา รวมถึงอาจทำการ “ทดสอบการแพ้อาหาร” และ “การทดสอบการภูมิแพ้ทางผิวหนัง” (allergy skin test) เป็นต้น

● การรักษาทำอย่างไร

การรักษาทางยา มักจะรักษาที่สาเหตุ และรักษาตามอาการ โดยจะมีในรูปของยากิน ยาทา ยาแช่ตัว และแชมพูยา ซึ่งตัวยาหลักๆ ที่ใช้ คือ

– กลุ่มยาลดอาการคัน ได้แก่ ยาแก้แพ้ (antihistamine) และกลุ่มสเตียรอยด์ (ซึ่งเป็นยาอันตรายและมีผลข้างเคียงสูงมาก ต้องใช้ภายใต้การดูแลของสัตวแพทย์) เพื่อบรรเทาอาการคัน แต่ที่สำคัญต้องหาสาเหตุที่แท้จริง ที่ทำให้สุนัขคัน และใช้ยาให้ตรงจุด
เช่น หากพบว่าเกิดจากพยาธิภายนอก เช่น หมัด และการแพ้น้ำลายหมัด รวมถึงไรขี้เรื้อน ก็จะให้ยาฆ่าปรสิตภายนอก

– ยาปฏิชีวนะ หากพบว่ามีการติดเชื้อแบคทีเรีย

– ยาฆ่าเชื้อราและยีสต์ หากพบเชื้อยิสต์และรา

หากมีการแพ้อาหาร ก็ใช้การเปลี่ยนชนิดอาหาร ส่วนกรณีที่แพ้สิ่งแวดล้อม เช่น แพ้ฝุ่น ละอองเกสร หรือผงปูน การแก้ไขที่ดีที่สุดคือต้องพยายาม “หลีกเลี่ยงสารที่ทำให้เกิดการแพ้” นั้น แต่ส่วนใหญ่มักจะทำไม่ได้ สัตวแพทย์จึงต้องให้การควบคุมโดยการใช้ยา

โดยหลักการแล้ว สัตวแพทย์จะพยายามใช้ยาในปริมาณที่น้อยที่สุดแต่ต้องสามารถควบคุมอาการคันได้ผล ซึ่งจะมีความแตกต่าง
กันในสัตว์แต่ละตัว นอกจากนี้ การใช้แชมพูยาเพื่อประกอบการรักษา ก็จะทำให้ประสิทธิภาพการรักษาดีขึ้น

● ระยะเวลาในการรักษานานแค่ไหน

โดยทั่วไปแล้ว การรักษาโรคผิวหนังจะใช้ระยะเวลาค่อนข้างนาน ประมาณตั้งแต่ 2 สัปดาห์ไปจนถึงหลายเดือน ขึ้นอยู่กับอาการ สาเหตุ และการตอบสนองต่อการรักษา ดังนั้นเจ้าของสัตว์ต้องเตรียมใจไว้เลยว่า ต้องใช้เวลาในการรักษานานพอสมควร  ต้องอาศัยความสม่ำเสมอและวินัยในการให้ยา ไม่ว่าจะเป็นยากิน ยาทา หรือยาอาบด้วยครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร. ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร
ฝ่ายประชาสัมพันธ์และเสริมสร้างภาพลักษณ์องค์กร
คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

แหวกฟ้าหาฝัน : Brera museum เมือง Milan

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/203321

วันอาทิตย์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 06.00 น.
The Dead Christ and Three Mourners

นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบมิวเซียม และได้ไปเที่ยวเมืองมิลาน คงไม่พอใจเพียงแค่ไปดู Duomo,Sforza Castle และมิวเซียมในปราสาทแห่งนี้เท่านั้น  มิวเซียมอีกแห่งหนึ่งที่ต้องไปให้ได้ก็คือ Pinacoteca di Brera ทั้งนี้เพราะที่นี่เป็นแหล่งรวมผลงานศิลปะแนวเรอเนสซองส์ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 14-20 มากถึงกว่า 500 ชิ้น นอกจากนี้มิวเซียมแห่งนี้ยังมีชื่อเสียงในเรื่อง Milanese Montmartre หรือเป็นแหล่งรวมร้านอาหารสไตล์สบายๆ ของเมือง และเป็นย่านที่มีตลาด และร้านค้าขายของเก่าที่มีสีสันสำหรับนักท่องเที่ยวและศิลปินอีกด้วย

Pinacoteca di Brera ตั้งอยู่ในพระราชวังที่เคยเป็นคอนแวนต์เก่าและถูกปรับปรุงโดยสถาปนิก Francesco Maria Ricchini หลังจากที่พระราชวังแห่งนี้ตกเป็นสมบัติของพระนาง Maria Theresa แห่งออสเตรียแล้ว พระนางสถาปนาที่นี่ให้เป็น Academy of Fine Arts และเริ่มสะสมทรัพย์สมบัติ รวมทั้งใช้ที่นี่เป็นแหล่งรวมศิลปะ วัฒนธรรมและวิทยาศาสตร์ประจำแคว้นลอมบาร์ดีด้วย ต่อมาเมื่อ Giuseppe Piermarini ได้กลายเป็นสถาปนิกคนต่อมาที่ปรับปรุงพระราชวังให้เป็นแนว Neoclassic แบบอิตาลี เขาก็ได้ปรับปรุงส่วนของห้องสมุดและทางเข้าใหม่ รวมทั้งส่วนที่เป็นสวนด้วย หลังจากที่นโปเลียนใช้มิลานเป็นแหล่งรวมของสะสมของอิตาลี เขาก็เปลี่ยนที่นี่ให้เป็นมิวเซียมที่สะสมภาพเขียนซึ่งเขาปล้นมาเมื่อฝรั่งเศสชนะสงคราม การถือกำเนิดของมิวเซียมแห่งนี้จึงมิได้เป็นผลมาจากการบริจาคของสะสมเฉกเช่นมิวเซียมอื่นๆ แต่เป็นผลมาจากการเมืองและการทหารมากกว่า

ผลงานชิ้นสำคัญที่สุดของมิวเซียมแห่งนี้คงไม่มีชิ้นใดเกิน The Dead Christ and Three Mourners หรือ Lamentation of the Dead Christ ของ Andrea Mantegna ภาพที่คาดกันว่าเคยอยู่ในห้องภาพของ Mantegna ในวันที่เขาเสียชีวิตและถูกขายให้กับ Cardinal Sigismondo Gonzaga ซึ่งภายหลังถูกขายไปให้กับพระเจ้า Charles I แห่งอังกฤษอีกทีหนึ่งก่อนที่จะสูญหายไปจากตลาดหลายศตวรรษ ภาพที่ผู้เศร้าโศกเสียใจสามคนรวมตัวกันรอบเตียงหินที่ถูกประพรมด้วยน้ำหอมของพระเยซูก่อนที่พระองค์จะถูกฝังนี้มีลักษณะเฉพาะกว่าภาพอื่นตรงที่ ร่างของพระเยซูอยู่ใกล้กับผู้ดูมากจนดูเหมือนว่าร่างของพระองค์สั้นกว่าปกติ ทั้งนี้เพราะศิลปินเขียนให้พระเศียรของพระเยซูดูใหญ่กว่าปกติแทนที่จะเขียนให้พระเศียรเล็กกว่าส่วนของเท้านั่นเอง แม้ภาพนี้จะดูเหมือนมีสีเพียงไม่กี่สี นั่นคือ ชมพู เทา และทอง แต่ศิลปินก็ยังสามารถเขียนได้อย่างชาญฉลาดจนมองเห็นรายละเอียดของการแข็งตัวของร่างกายจากการเสียชีวิตได้อย่างเด่นชัด อีกทั้งยังเขียนแผลที่แขนและขาจากตะปูได้อย่างสมจริงด้วย ยิ่งกว่านั้นการที่ภาพนี้ถูกเขียนให้มีลักษณะเหมือนโลงศพ และอยู่ในลักษณาการที่อึดอัดในห้องแคบๆ ช่วยขับเน้นถึงความตายหรือการปราศจากความเจ็บปวดของร่างกายได้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ดี นักวิจารณ์ภาพบางท่านกลับเห็นว่า ศิลปินเขียนภาพแบบหมิ่นศาสนจักรเพราะเขาเขียนให้บาดแผลที่มือของพระเยซูเหมือนกระดาษที่ฉีกขาด และลักษณะการแข็งตัวของร่างกายก็เหมือนกับมนุษย์ทั่วไปอันสะท้อนให้เห็นว่าพระองค์มิได้สามารถฟื้นคืนมาใหม่อย่างที่กล่าวอ้าง  ส่วนการที่ศิลปินไม่เขียนภาพ Mary Magdelene เข้าไปในภาพ โดยปล่อยให้มีแค่ Mary และ  Saint John อยู่ในภาพแม้จะตั้งชื่อภาพว่า Three Mourners ก็ตามก็เพื่อบิดเบือนความจริงเฉกเช่นเดียวกับการวาดสีหน้าที่ทุกข์ระทมของ Mary ตามแบบอย่างของหน้ากากในแนวศิลปะแบบ Classic นั่นเอง การที่ศิลปินสามารถเขียน
ผลงานชิ้นนี้ได้อย่างโดดเด่นทำให้ The Dead Christand Three Mourners ได้รับการยกย่องให้เป็นสัญลักษณ์ของภาพยุคเรอเนสซองส์ที่ดีที่สุดภาพหนึ่งในประวัติศาสตร์เลยทีเดียว นักท่องเที่ยวที่ได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยือนห้องภาพแห่งนี้ แม้เพียงเพื่อที่จะได้ชมภาพนี้เพียงภาพเดียวก็ถือว่าคุ้มแล้วสำหรับความพยายามในการเดินหาห้องภาพแห่งนี้ (ภาพจากหนังสือ Brera Guide to the Pinacoteca)


Brera District


Milano_brera_cortile


Inside Museum


Brera museum

ภูมิบ้านภูมิเมือง : ตลาดเก้าห้อง ภูมิวิถีการค้าชุมชนสมัยรัชกาลที่5

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/203320

วันอาทิตย์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 06.00 น.
ตลาดเก้าห้องวิถีชุมชนริมน้ำ

การตั้งชุมชนสมัยก่อนนั้นมักอาศัยแม่น้ำเป็นหลักในการเดินทางจอดเรือบรรทุกสิ่งของและทำการค้าขาย  ซึ่งมีตลาดเก่าอยู่หลายแห่งตามริมแม่น้ำ อาทิตย์นี้ได้ตามรอยไปหาตลาดเก่าที่ยังอยู่ คือตลาดเก้าห้อง ตั้งอยู่ที่หมู่ 2 เทศบาลตำบลบางปลาม้า เขตเมืองสุพรรณบุรี ซึ่งครั้งหนึ่งเมื่อ 100 ปีมาแล้วตลาดแห่งนี้เป็นตลาดเก่าที่เป็นย่านการค้าใหญ่อยู่ริมแม่น้ำท่าจีนหรือแม่น้ำสุพรรณบุรี ซึ่งปัจจุบันยังคงสภาพเป็นตลาดอยู่โดยมีห้อง อาคารคนอยู่ไม่ทิ้งหนีไปใหน แม้ว่าจะมีบางส่วนทรุดโทรมตามกาลเวลา ก็ยังรักษาสภาพให้คงอยู่ให้เห็น หอดูโจร โรงสีเก่า ศาลเจ้าและเรือนใหญ่หรือบ้านเก้าห้อง ที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับตลาดแห่งนี้ เรือนใหญ่หรือบ้านเรือนไทยใต้ถุนสูงนี้ตั้งอยู่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำท่าจีนเป็นเรือนของขุนกำแหงลือชัย (ต้นตระกูลประทีปทอง) หัวหน้ากลุ่มลาวพวนที่อพยพมาตั้งบ้านเรือนอยู่ในสมัยรัชกาลที่ 3 ซึ่งต่อมาได้เป็นนายกองส่วย มีบรรดาศักดิ์เป็นขุนกำแหงลือชัยทำหน้าที่ดูแลกลุ่มคนในพื้นที่นี้ช่วยราชการขุนกำแหงลือชัยนี้ได้ปลูก เรือนฝาปะกนตามที่นิยมกันในสมัยนั้นโดยมีเรือนกลาง เมื่อมีลูกหลานแต่งงานออกเรือนก็จะสร้างเรือนต่อเรือนกลางยาวออกไป ด้วยเหตุที่ขุนกำแหงลือชัยมีลูกหลานหลายคนจึงมีเรือนต่อถึง 9 ห้อง ชาวบ้านจึงพากันเรียกว่า เรือนหรือบ้านเก้าห้อง

ต่อมาจีนฮง ซึ่งมีบิดาเป็นจีนอพยพมากับเรือสินค้าที่เดินทางเข้ามาตามแม่น้ำท่าจีนนั้น ได้แต่งงานกับนางแพ หลานสาวของขุนกำแพงลือชัย จึงได้ตั้งเรือนแพทำการค้าขายโดยอาศัยอยู่ริมท่าน้ำหน้าบ้านของขุนกำแหงลือชัยนั้นเอง จีนฮงได้ทำการค้าร่ำรวยจนเป็นที่รู้จักทั่วไป  ทำให้โจรพาพวกมาปล้นชิงทรัพย์สินและฆ่านางแพเสียชีวิต ทางการได้ออกติดตามไล่ล่าจนจับโจรได้พร้อมทรัพย์สินที่ปล้นไป หลังจากนั้นจีนฮง ได้แต่งงานใหม่กับนางส้มจีน และคิดสร้างตลาดขึ้นบนบกริมฝั่งแม่น้ำด้านตะวันตกตรงข้ามกับเรือนหรือบ้านเก้าห้อง ในราวปีพ.ศ.2465 ตลาดแห่งนี้จึงมีการค้าขายครึกครื้นด้วยมีโรงสีข้าวและร้านค้าขายเกิดขึ้นจำนวนมากใน ไม่ช้าก็กลายเป็นชุมทางการค้าที่มีเรือและเกวียนบรรทุกข้าวไปมาหาสู่ โดยตลาดเก้าห้องแบ่งออกเป็นสามส่วน เรียกว่าตลาดบน ตลาดกลาง และตลาดล่าง ซึ่งมีซอยเล็กๆ และมีร้านค้าอยู่ตลอดแนว ปากซอยตลาดบนนั้นมีศาลเจ้าพ่อทุ่งแค ตั้งอยู่ตลาดกลางเป็นตลาดเก่าที่สั้นที่สุดมีร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านกาแฟร้านเสื้อผ้า เดิมตลาดกลางเป็นโรงสีของนายทองดีต่อมาได้สร้างห้องแถวไม้เพิ่ม 10 ห้อง เดิมนั้นมีท่าเรือใช้ติดต่อซื้อขายสินค้า ข้าวสาร มีเรือโดยสารไปถึงเมืองสุพรรณ และกรุงเทพฯ ส่วนตลาดล่างนั้นมีศาลเจ้าพ่อหลักเมืองและศาลผู้สร้างตลาดซึ่งมีการเซ่นไหว้ทุกปี


ศาลผู้สร้างตลาดเก้าห้อง

ด้วยความเป็นย่านการค้าขนาดใหญ่ตลาดแห่งนี้จึงเป็นที่รู้จักกันในแม่น้ำท่าจีนว่า ตลาดบ้านเก้าห้อง ในปี พ.ศ.2477 จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตและมีก๊กโจรอยู่หลายกลุ่มออกมีข่าวเรื่องโจรปล้นตลาดนั้นทำให้มีการสร้างหอดูโจรขึ้นสำหรับป้องกันเหตุร้าย หอดูโจรนี้เป็นอาคารก่ออิฐฝีมือช่างจีนก่ออิฐถือปูน กว้างยาวด้านละ 3 เมตร มีความสูงประมาณ 10 เมตร ทำเป็น 4 ชั้น ตามผนังทั้ง 4 ด้านนั้นเจาะรูขนาด 3 นิ้ว สำหรับเอาปืนส่องยิงโจรอาละวาด ด้านล่างภายในหอนั้นมีบันไดเหล็กสำหรับปีนขึ้นไปยังดาดฟ้า สามารถมองเห็นสภาพของตลาดเก้าห้องได้โดยรอบทั้งด้านแม่น้ำและบนบก

ทุกวันนี้ตลาดเก้าห้องยังเป็นชุมชนที่มีผู้คนอาศัยอยู่และมีวิถีของย่านการค้าในชุมชนตามแบบเดิม ไม่ถูกทิ้งหรือเปลี่ยนแปลงอย่างที่อื่น เป็นชุมชนที่สะท้อนความเป็นย่านการค้าในอดีตให้ได้ชัดโดยมีการอนุรักษ์และจัดทำพิพิธภัณฑ์ตลาดเก้าห้องให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ โดยยังมีร้านค้าและชาวบ้านนำสินค้าอาหารคาวหวานมาขาย ให้กับผู้มาเยือนตามแบบบ้านบ้าน เช่น ขนมประแนม  ขนมเปี๊ยะ ขนมจันอับ กะหรี่พัฟ ขนมถ้วยฟู กาแฟโบราณ ห่านพะโล้ ก๋วยเตี๋ยวเรือ ราดหน้า ผัดไทย เป็นต้นร้านค้านั้นยังมีสิ่งของใช้เก่า เช่น โทรศัพท์ นาฬิกา โต๊ะ เก้าอี้ ประดับอยู่ ด้วยความที่เป็นตลาดที่มีชีวิตแบบเก่า จึงทำให้เป็นที่สนใจของการถ่ายทำละครและภาพยนตร์อยู่เสมอ  ซึ่งมีการถ่ายทำไปแล้วหลายเรื่อง เช่น ลายมังกร, ดงดอกเหมย, อั้งยี่,อยู่กับก๋ง, แม่เบี้ย, เจ็ดประจัญบาน เป็นต้น ถือเป็นย่านตลาดเก่าที่ยังมีชีวิตและมีเสน่ห์น่าสนใจยิ่ง


เจ้าพ่อหลักเมืองในตลาดเก้าห้อง


จีนฮง และ นางส้มจีน-ผู้สร้างตลาดเก้าห้อง

พิพิธภัณฑ์ตลาดเก้าห้อง


พิพิธภัณฑ์ของชุมชนในตลาด


ร้านค้าของเก่าในสภาพเดิม

ตลาดเก้าห้องที่ยังคงสภาพในปัจจุบัน


ตลาดริมน้ำที่เหลืออยู่ในปัจจุบัน


ร้ายขายสินค้าของตลาดเก้าห้อง


ร้านขายของเก่าในตลาดเก้าห้อง


เรือนหลังใหญ่ที่มีเก้าห้องแห่งเดียว


หอดูโจรสำหรับป้องกันโจรปล้นตลาด


หอดูโจรที่ตลาดเก้าห้อง

11อาหารสุดเจ๋งขจัด’ความเครียด’ เพิ่มความผ่อนคลาย-ได้สุขภาพดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/203318

วันเสาร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 14.52 น.
ความเครียด เป็นอีกหนึ่งอุปสรรคในการทำงานร่วมถึงการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งวิธีคลายเครียดนั้นมีหลากหลายวิธี ตั้งแต่การผ่อนคลายด้วยกิจกรรมเล็กๆ การพักผ่อน การออกกำลังกาย และวิธีอื่นๆ แล้วแต่ความถนัดของแต่ละคน

วันนี้เราจึงมีอีกหนึ่งวิธีลดความเครียดนั่นก็คือ11 เมนูสุดเจ๋งช่วยลดความเครียด มานำเสนอ ซึ่งวิธีนี้นอกจากช่วยเพิ่มอารมณ์ให้ดีมากยิ่งแล้ว ยังช่วยเพิ่มสุขภาพที่ดีให้กับคุณด้วย

1. ดาร์คช็อคโกแลต

การทานดาร์คช็อคโกแล็ตชิ้นเล็กๆ จะช่วยกระตุ้นการเผาผลาญพลังงานได้ และยังกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารเซโรโทนิน (Serotonin) ที่ช่วยลดความเครียดได้ ดังนั้นการทานดาร์คช็อคโกแลตจึงส่งผลดีต่อร่างกายและจิตใจ แต่ไม่ควรทานในปริมาณที่มากเกินไป เพราะอาจทำให้ร่างกายเผาผลาญได้ไม่หมด ส่งผลให้น้ำหนักเกินนั่นเอง

2. กล้วยหอม+เนยถั่ว

วิตามินบีและโฟเลตในกล้วยหอมเป็นกุญแจสำคัญในการผลิตเซโรโทนิน ซึ่งทำให้เราอารมณ์ดีขึ้น ลดความกังวลลงได้ นอกจากนี้ ถ้าหากคุณเพิ่มเนยถั่วอย่าง อัลมอนด์ ถั่วลิสงหรือเม็ดมะม่วงหิมพานต์ลงไป ยิ่งเป็นการเพิ่มประโยชน์ให้กับอาหารของคุณ เพราะในเนยถั่วดังกล่าว มีแมกนีเซียมและสังกะสี ที่ช่วยคลายเครียดได้เป็นอย่างดี จะเลือกทานคู่กันหรือจะนำมาทำเป็นสมูทตี้ก็ให้คุณประโยชน์และความอร่อยไม่แพ้กัน

3.แซลมอนย่าง+ผักโขม+เมล็ดสน

กรดไขมันโอเมก้า 3 ในแซลมอนหรือทูน่า มีส่วนสัมพันธ์กับสมองสามารถช่วยลดความเครียดได้ หากทานคู่กับผักโขมและเมล็ดสนที่เต็มไปด้วยแมกนีเซียมและธาตุเหล็กก็จะช่วยให้ออกซิเจนไหลเวียนไปยังเซลล์ต่างๆ ได้ดีขึ้น ลดความเกร็งเครียดของกล้ามเนื้อ ซึ่งส่งผลให้รู้สึกกระฉับกระเฉงและปลอดโปร่งขึ้น โดยคุณควรเพิ่มในมื้ออาหารอย่างน้อยอาทิตย์ละ 1-2 มื้อ จะช่วยให้อารมณ์ดีมากยิ่งขึ้น

4. ถั่วแระญี่ปุ่น+มะนาว

ในถั่วแระญี่ปุ่นอุดมไปด้วยไฟเบอร์ โปรตีน และแมกนีเซียม ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อร่างกายและสามารถบรรเทาความเครียดได้ และยิ่งได้วิตามินซีจากมะนาว บวกกับการโรยเกลืออีกนิด ยิ่งทำให้มีรสชาติที่ดีมากยิ่งขึ้น เรียกได้ว่าได้ทั้งความอร่อยและยังช่วยให้อารมณ์ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

5. ขนมปังโฮลเกรนปิ้ง+อโวคาโด

ธัญพืชเต็มเมล็ดหรือโฮลเกรนเป็นแหล่งของวิตามินบี ในขณะที่อโวคาโดมีโพแทสเซียม ซึ่งช่วยลดความเครียด ลดอาการบวม แถมยังมีไขมันที่ดีต่อร่างกายและผิวพรรณ ด้วยคุณประโยชน์ของทั้ง 2 อย่างนี้ เมื่อนำมารวมกันจึงกลายเป็นอาหารว่างชั้นเยี่ยมที่ดีต่อร่างกาย และยังช่วยให้มีอารมณ์ที่ดีมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

6. ถั่วชิกพีอบ

หากใครกำลังมองหาอาหารว่างมากประโยชน์อยู่ ถั่วชิกพีอบเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี เพราะนอกจากความอร่อยแล้ว ในถั่วชนิดนี้ยังเต็มไปด้วยโฟเลต ธาตุเหล็ก และสังกะสี ที่สามารถช่วยลดความตึงเครียดให้กับคุณได้เป็นอย่างดี โดยจะนำมาทานเป็นอาหารว่างหรือนำมาทำเป็นสลัดก็เข้าท่าทั้ง 2 ตัวเลือก

7. เฟรนช์ฟรายมันเทศหวาน

ลองเปลี่ยนอาหารว่างชวนน้ำหนักเพิ่มอย่างมันฝรั่งทอด มาเป็นมันเทศหวานทอดดู เพราะนอกจากจะได้ความอร่อยที่แปลกใหม่ไม่ซ้ำซากจำเจแล้ว ในมันเทศยังอุดมไปด้วยวิตามินบี 6 และโพแทสเซียม ซึ่งช่วยลดความเครียดให้กับคุณได้ดีสุดๆ นอกจากนี้ ถ้าหากใครกลัวอ้วนก็สามารถเปลี่ยนจากการทอดมาทานแบบอบแทนได้ และเพิ่มรสชาติด้วยเครื่องเทศเช่น ขมิ้นหรือขิงผง ก็จะช่วยเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระและต้านอาการติดเชื้อได้

8. กรีกโยเกิร์ต+ราสพ์เบอร์รี่+ถั่วพิสตาชิโอ

ในกรีกโยเกิร์ตมี แคลเซียม แมกนีเซียม และโพแทสเซียม ที่ดีต่อร่างกายและอารมณ์ ยิ่งคุณเพิ่มส่วนผสมเป็นผลไม้และพิสตาชิโอ ยิ่งช่วยเพิ่มลดชาติและเพิ่มพลังลดความเครียดได้เป็นอย่างดี

9. ข้าวโอ๊ต+เมล็ดเจีย+วอลนัท

เมนูนี้ถือเป็นส่วนผสมที่ลงตัวเป็นอย่างมาก เพราะในข้าวโอ๊ตมีวิตามินบีและสารต้านอนุมูลอิสระเยอะมาก ในขณะที่เมล็ดเจีย (Chia) และวอลนัทมีโอเมก้าสาม ใส่นมแล้วโรยด้วยผลไม้อบแห้งรับรองอร่อยขึ้นอีกเยอะ ใครหิวดึกๆ เมนูอาหารนี้ขอแนะนำเลยทีเดียว

10. ชาเขียวมัทฉะ

เมนูโปรดของหลายคน มี L-theanine ที่ออกฤทธิ์ทำให้สดชื่นตื่นตัวคล้ายคาเฟอีนในกาแฟแต่มีผลข้างเคียงน้อยกว่า ถ้าอยากได้ฟีลอร่อยคลายเครียดแบบเซน ลองเติมนมถั่วเหลืองแบบโฮมเมดดูจะช่วยเปลี่ยนรสชาติและได้ความอร่อยอีกหนึ่งแบบ

11. หน่อไม้ฝรั่งย่าง+ไข่ดาวน้ำ

เป็นเมนูที่อัดแน่นไปด้วยประโยชน์ เพราะมีทั้งโฟเลต วิตามินดี และโอเมก้าสาม ที่สามารถช่วยป้องกันความเครียดได้ ซึ่งถ้าหากใครกลับคุมน้ำหนัก สามารถใช้น้ำมันสเปรย์เพียงบางๆ ตอนย่างหน่อไม้ฝรั่ง ส่วนไข่ดาวใช้วิธีทอดในน้ำแทน เท่านี้ก็จะได้เมนูเพื่อสุขภาพและช่วยคลายเครียดได้

ที่มา : truelife

Fashion Update : วาเลนติโน่ คอลเลคชั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/203217

วันเสาร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เมซง วาเลนติโน่ พาคุณย้อนกลับไปสู่ต้นกำเนิดของห้วงกาลเวลาเพื่อสรรค์สร้างการเปลี่ยนแปลงในสรรพสิ่งต่างๆ จากเนื้อใน สองครีเอทีฟไดเร็คเตอร์ มาเรีย กราเซีย คิอูรี่ (Maria Grazia Chiuri) และปิแอร์เปาโล ปิคชิโอลี (Pierpaolo Piccioli) เผยโฉมคอลเลคชั่นใหม่ วาเลนติโน่ คอลเลคชั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2016 เล่าถึงความงามเลอค่าที่มาจากรากดั้งเดิม และเมื่อขุดลึกไปถึงเนื้อในของเรื่องราวนี้ ก็จะได้พบกับความสวยงามของศิลปะเสาแกะสลักที่เป็นเหมือนตัวจดบันทึกความเป็นมาของพิธีกรรมธรรมชาติต่างๆ ทั้งซิลลูเอ็ตที่ดิ่งชะลูด การตัดเย็บสร้างโครงที่น้อยแต่มาก ลดทอนคัตติ้งลงให้น้อยที่สุด ให้ผลลัพธ์ที่เสมือนดั่งเสื้อผ้าอาภรณ์เหล่านี้เกิดมาเพื่อล้อไปกับรูปร่างแบบนี้จริงๆ

ชุดทูนิกยาวดิ่งถูกรั้งไว้ด้วยสร้อยคอ ลายพิมพ์ถูกวางบนเดรสตัวยาวอย่างสมบูรณ์แบบ ช่วงลำตัวถูกยกขึ้นมาเป็นตัวเด่นด้วยชิ้นเกาะอกหนังใส่คู่กับกระโปรงทรงดินสอ เทคนิคการจับเดรปถูกนำมาใช้เพื่อสร้างความหรูหรา หน้ากากที่แต่เดิมเป็นสัญลักษณ์ของการซ่อนหลบ ถูกนำมาเล่าใหม่ให้เป็นการแสดงออกถึงความมั่นใจ กลายเป็นชิ้นประดับบนกระเป๋า รองเท้า และเครื่องประดับต่างๆ งานแกะไม้และโลหะกระตุ้นภาพแรงบันดาลใจให้ชัดเจนขึ้น ก่อกำเนิดความรุ่มรวยหรูหราที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม

และอีกครั้งที่วาเลนติโน่จับมือศิลปิน อเลสซานโดร กัจโจ้ สร้างสรรค์ผลงานการออกแบบเครื่องประดับชั้นสูงเป็นเซรามิกสีขาวปั้น/ปั๊มลายนูนเป็นรูปธรรมชาติและเผ่าพันธุ์ต่างๆ โทนสีธรรมชาติเฉดต่างๆ เป็นตัวกำหนดโทนสีในคอลเลคชั่นทั้งดำขลับ, น้ำตาลเข้มเกือบมืด, เบจ, แดงเข้ม และเขียวเข้ม

คอลเลคชั่นนี้เป็นตั๋วเดินทางพาคุณไปสู่ความเป็นแอฟริกาแบบสุดขั้วทั้งสี, ทั้งตื่นตา และความบริสุทธิ์ไร้สิ่งเจือปน สิ่งเหล่านี้ที่ต่างก็เป็นปัจจัยกำหนดทิศทางของแนวร่วมล้ำสมัยเกินกาลทั้งหลายในช่วงศตวรรษที่ 20 ได้กลับมามีอิทธิพลอีกครั้งแบบเป็นไฟต์บังคับที่เลี่ยงไม่ได้ การสอดแทรกศิลปะงานฝีมือเข้าไว้กับกระแสความทันสมัยนั้นนับเป็นการรักษ์ไว้ซึ่งตัวตนที่แท้จริงอันสำคัญไม่ให้เลือนจางหายไปตามกาลเวลา

ตามไปอัพเดท วาเลนติโน่ คอลเลคชั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2016 ได้ที่วาเลนติโน่ สาขาสยามพารากอน โทร.02-1294869 และ ดิ เอ็มควอเทียร์ โทร.02-0036111 ค่ะ

 

Mr.Kilian Hennesy ผู้สร้างสรรค์น้ำหอมที่หรูหราและแหวกแนว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/203216

วันเสาร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เป็นทายาทในตระกูล Hennesy ที่ฉีกแนวจากการทำคอนยัค มาทำน้ำหอมจนได้รับความนิยมไม่แพ้แบรนด์อื่นๆ เลยทีเดียว สำหรับ Mr.Kilian Hennesy ล่าสุดได้เดินทางมาเปิดแบรนด์อย่างเป็นทางการในเมืองไทยเป็นครั้งแรก รายการ “ผู้หญิงแนวหน้ากับคุณแหน” ทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทางสถานี TNN2 ช่อง 784 โดยพิธีกร “ขิม-ทิพย์ลดา พูนศิริวงศ์” จึงตามไปพูดคุยด้วย

Mr.Kilian Hennesy เล่าว่า “นี่เป็นครั้งแรกที่ผมมาเมืองไทย จะมีเวลาอยู่เมืองไทย 3 วัน เพื่องานเปิดตัวแบรนด์อย่างเป็นทางการ ผมทำงานในธุรกิจเกี่ยวกับน้ำหอมมา 20 ปีแล้วครับ เริ่มจากการเขียนวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับความหมายของกลิ่น พอผมเริ่มเข้าคลาสปฏิบัติจริงๆ ในวันแรกและนาทีแรกที่ผมได้ดมกลิ่น ผมเกิดความลุ่มหลงและก็รู้ตัวในทันทีว่าน้ำหอมจะเป็นโลกของผม นั่นคือจุดเริ่มต้นของผม จากนั้นผมก็ไปทำงานกับ Dior 2 ปี แล้วก็ไปทำที่ Paco Rabanne 4 ปี

หลังจากนั้นกุชชี่กรุ๊ปก็มาจ้างผมให้ทำงานกับ Alexander Mc.Queen ทำงานกับเขามา 3 ปี จนถูกจ้างให้ทำงานให้ที่ Giorgio Armani และทำงานให้เขาอีก 3 ปีในการทำงาน 10 ปีแรก ผมทำน้ำหอมให้ดีไซเนอร์คนอื่นๆ เป็นดีไซเนอร์ใหญ่ๆ ทั้งนั้น และ 10 ปีหลังผมก็สร้างแบรนด์ของตัวเอง ซึ่งเปิดตัวมา 8 ปีแล้วครับ

เบื้องหลังการสร้างแบรนด์ของผมผมอยากย้อนไปถึงเรื่องจริงของน้ำหอม ศิลปะของการทำน้ำหอมสมัยโบราณในปลายศตวรรษที่ 19 ถึงครึ่งของศตวรรษที่ 20 ที่น้ำหอมนั้นถูกจัดเป็นงานศิลปะ นี่คือเหตุผลที่น้ำหอมทุกขวดของผมสามารถเติมได้

ขวดน้ำหอมของผมสามารถเก็บไว้ใช้ได้อีก เป็นการใส่ความหรูหราลงไปในน้ำหอม ผมไม่ชอบเวลาที่คุณซื้อของสวยๆ มา พอใช้หมดแล้วทำอะไรกับมันไม่ได้ นอกจากโยนทิ้ง มันไม่ใช่ความรู้สึกหรูหราเมื่อกลายเป็นขยะ นี่คือเหตุผลที่ผมทำให้น้ำหอมทุกขวดเติมได้ ขวดที่คุณซื้อมาจะเป็นขวดที่เก็บไว้ตลอดชีวิต คุณจะได้ความรู้สึกของการเป็นเจ้าของสิ่งที่หรูหราอยู่ในมือ

ขณะเดียวกันก็ไม่มีใครอยากมีกลิ่นหอมเหมือน คุณตา คุณยาย คุณสามารถเก็บความหรูหราของวันวาน แต่สร้างคอลเลคชั่นของน้ำหอมที่ให้ความรู้สึกที่ทันสมัยและเซ็กซี่ ผมชอบเวลาที่น้ำหอมสร้างความรู้สึกเป็นจุดสนใจ เพราะสุดท้ายเราทุกคนใช้น้ำหอมด้วยเหตุผลเดียวกัน เราหวังว่าน้ำหอมที่เราใส่จะดึงดูดความสนใจกับใครบางคน ตอนนี้น้ำหอมผมมี 5 คอลเลคชั่นครับ ทุกๆ คอลเลคชั่นมี 5-10 กลิ่น เรามีทั้งหมด 35 กลิ่นครับ

คอลเลคชั่นที่ท็อปที่สุดมีชื่อว่า L’oeuvre noire หนังสือเล่มนี้เขียนโดย Marguerite yourcenar ทั้งคอลเลคชั่นนี้ได้รับแรงบันดาลใจมากจากบทกวีของฝรั่งเศสหนึ่งในชั้นที่ขายดีที่สุดในคอลเลคชั่นนี้มีชื่อว่า Liaisons Dangereuses ที่มีคำบรรยายว่า “แบบฉบับอย่างฉัน”

Liaisons Dangereuses เป็นหนังสือที่เขียนโดย Choderlos de laclos ที่พูดถึงเรื่องราวของความรัก ความหึงหวง และความทะเยอทะยานทุกอย่างในส่วนประกอบของชีวิต และผมก็ได้เปิดตัวน้องสาวอีก 2 คนของ L’oeuvre noire คอลเลคชั่นที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากบทกวีเช่นกัน แต่มีความดั้งเดิมกว่า มาจากกวีในส่วนอื่นของโลก ตัวแรกคือ Arabian Nights มีส่วนผสมที่ใช้ไม้กฤษณาเป็นหลัก อีกตัวคือ Asian Tales ที่มาจากนิทานของญี่ปุ่นและจีน จากนั้นเราก็เปิดตัวคอลเลคชั่นที่มีชื่อว่า In the garden of good and evil เป็นเรื่องราวของอดัมและอีฟในแบบสมัยใหม่ ส่วนผสมทั้งหมดของกิเลสจากหนังสือไบเบิ้ล หัวใจของเรื่องราวจากตำแหน่งดั้งเดิมแห่งบาป

และวันนี้ที่เรามาเปิดตัวในเมืองไทย เป็นคอลเลคชั่นล่าสุดชื่อว่า Voulez-vous coucher avacmoi คุณรู้เรื่องใช่มั้ย อีฟถูกงูยุยงให้ทานผลแอปเปิ้ล และนำพาไปสู่บาป แต่เราก็ไม่ทราบกันจริงๆ มันคือแอปเปิ้ลหรือเปล่า บางคนก็ว่าเป็นลูกมะเดื่อ หรือใส่ยาพิษ สรุปแล้วเป็นผลไม้ต้องห้าม ทั้งคอลเลคชั่นสร้างมาให้เป็นกลิ่นผลไม้ ประหนึ่งความสุขที่ต้องห้าม และชิ้นล่าสุดนี้มีส่วนผสมจากน้ำมันดอกส้มเนโรลี ผสมดอกการ์ดเนีย โดยมีไม้แซนดัลเป็นกลิ่นพื้นฐาน

สำหรับเรื่องการออกแบบนั้น แน่นอนครับผมออกแบบเองทั้งหมด สำหรับผลงานออกแบบสำคัญมากๆ มันเป็นส่วนหนึ่งของความสุขเวลาที่คุณซื้อน้ำหอม จะสะดุดตามาก สำหรับคอลเลคชั่นนี้ผมมีแรงบันดาลใจอย่างนี้ครับ เนื่องจากผมทำคอลเลคชั่นเกี่ยวกับกล่องบุหรี่ แต่ผมปรับขนาดให้ใส่โทรศัพท์ได้ทุกรุ่น ไปจนถึงไอโฟน 6 พลัส คือคุณซื้อน้ำหอมแล้วจะได้กระเป๋าคลัตช์มาด้วย และนี่คือขวดน้ำหอมและโฟมข้างในสามารถเปิดออกได้ คุณใช้เป็นกระเป๋ากลางคืนได้เลย

งานทุกๆ ชิ้นของผมมีความน่าสนใจ แต่ถ้าถามว่าชิ้นไหนที่ได้รับความนิยมสูงสุด มันเป็นส่วนหนึ่งในคอลเลคชั่นนี้ครับ ชื่อว่า Good Girl Gone Bad และเป็นน้ำหอมที่แพงที่สุดของผม ทำมาจากน้ำมันของดอกหมื่นลี้จากเมืองจีน ดอกซ่อนกลิ่นและดอกมะลิจากอินเดีย ดอกนารีซิลซีสและดอกกุหลาบจากฝรั่งเศส มันเป็นช่อดอกไม้ที่ต้องมีครับ

ส่วนเรื่องงานของผมบางชิ้นที่มีคำบรรยายและมีชื่อเรียกนั้น คอลเลคชั่นเดียวที่มีคำบรรยายคือ L’oeuvre noire เป็นคอลเลคชั่นแรกที่มีหัวข้อและคำบรรยาย มันขยายความซึ่งกันและกัน สร้างเนื้อเรื่องขึ้นมา มันตลกที่ตอนผมเปิดตัวคอลเลคชั่นแรกมีเสียงวิจารณ์จากนักเขียนว่า เขาไม่ทราบว่าอันไหนเป็นชื่อของน้ำหอม บางคนเรียกหัวข้อ บางคนก็เรียกชื่อคำบรรยาย มันน่าสนุกมากๆ ครับ หลังจากนั้นผมก็ทำที่มันเรียบง่าย แบบชิ้นตรงๆ

Mr.Kilian Hennesy และพิธีกรรายการ ขิม-ทิพย์ลดา พูนศิริวงศ์

นอกจากนี้ ผมก็มีคอลเลคชั่นเครื่องประดับด้วย เราทำเครื่องประดับที่หอมครับ ได้ไอเดียมาจากการคิดว่าจะใส่น้ำหอมให้แตกต่าง ลองคิดดูเวลาคุณฉีดน้ำหอมตอนเช้าคุณได้กลิ่นมันอยู่ 2 นาที และคุณไม่ได้กลิ่นตัวเองอีก อย่างรองเท้า กระเป๋า เสื้อแจ๊กเกตคุณได้เอนจอยกับการแต่งตัวของตัวเองทั้งวันแต่น้ำหอมคุณไม่ได้กลิ่นตัวเอง ทุกๆ คนรอบๆ ตัวคุณได้กลิ่น นอกจากตัวคุณเอง

ผมเลยเริ่มออกแบบเครื่องประดับที่มีกลิ่นหอม อย่าง ต่างหู แหวน หรือข้อมือ เวลาคุณถือโทรศัพท์หรือใช้ข้อมือหันศีรษะไป-มา กลิ่นจะโชยออกมา ทุกๆ ชิ้นของเครื่องประดับเปิดมาจะมีกล่องบรรจุที่ซ่อนหินเซรามิกไว้ ทำขึ้นมาพิเศษตามขนาดของเครื่องประดับแต่ละชิ้น เราเอาชิ้นเซรามิกไปดูดกลิ่นน้ำหอม จริงๆ ก็จะเห็นในแบรนด์ที่มีมานาน เช่น ชาแนล ที่ให้คุณเลือกดมกลิ่นน้ำหอมที่เคาน์เตอร์บนเซรามิก

มันเป็นวิธีที่เพอร์เฟ็กท์มาก หินที่ถูกเติมน้ำหอมไว้ ใส่ลงไปในเครื่องประดับแล้วปิดไว้ เพราะโลหะมีช่องที่ส่งกลิ่นของน้ำหอมโชยออกมา สาวๆ ที่ใส่มันเขียนอี-เมล์มาขอบคุณผมครับ เพราะตอนนี้พวกได้ชื่นชมกลิ่นน้ำหอมบนตัวเอง ซึ่งดีมาก ยังมีผู้หญิงอีกหลายคนที่รักน้ำหอม บางคนก็กลัวการแพ้นี่ก็เลยเป็นทางเลือกที่ใส่น้ำหอมแบบไม่ต้องโดนตัวคุณ

สำหรับแบรนด์ของผมที่เมืองไทย เราเปิดตัวกันที่ ห้างสรรพสินค้า ดิ เอ็มโพเรียมและหวังว่าจะมีการพัฒนาจากจุดนั้น ผมรอไม่ไหวที่เห็นผลตอบรับนั้น ผมว่าน้ำหอมของผม มีกลิ่นอายความเป็นเอเชียอยู่เยอะมากผสมผสานงานศิลปะแบบ DECO ทุกอย่าง เกี่ยวกับสีดำเงา และลายเส้นมันให้ความรู้สึกถึงความเป็นเอเชีย ทุกคนบอกผมอย่างนั้น ผมตั้งหน้าตั้งตารอดูครับ”

 

10ต้นไม้ที่ควรปลูกห่างจากบ้าน ไม่ดูแลให้ถูกต้องอาจเกิดปัญหา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/203215

วันศุกร์ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 17.19 น.
ต้นไม้บางชนิดเป็นต้นไม้มงคล แต่ไม่ได้แปลว่าควรปลูกไว้ใกล้บ้าน เพราะต้นไม้บางชนิดมีรากที่แข็งแรง ซึ่งอาจสร้างปัญหาให้กับโครงสร้างบ้านเสียหาย รวมไปถึงปัญหาแมลงอันเป็นที่ไม่พึงประสงค์ วันนี้จึงรวบรวมต้นไม้ 10 ชนิดที่ควรปลูกให้ห่างจากตัวบ้านมาฝากกัน

1. ต้นหูกระจง

เนื่องจากต้นหูกระจงมีรากที่แข็งแรงและแผ่ออกข้าง หากปลูกใกล้บ้านมากเกินไปอาจจะทำให้พื้นบ้านแตก และอาจลามไปถึงทำลายโครงสร้างบ้านเลย จะให้ดีควรปลูกให้ห่างจากตัวบ้านประมาณ 8 – 10 เมตร และควรหมั่นตัดแต่งกิ่งก้านให้สวยงามเพื่อร่มเงา

2. ต้นไผ่

ไผ่ เป็นพืชที่คอยดึงดูดวัชพืชอื่นๆ ให้มาเจริญเติบโตและแย่งอาหาร ส่งผลให้ระบบนิเวศน์ถูกทำลาย และหากต้องการถอนรากถอนโคนต้นไผ่ขึ้นมาล่ะก็ จะต้องใช้สารเคมีอันตราย ซึ่งก็จะเป็นผลเสียต่อสุขภาพของคนในครอบครัว ควรรักษาระยะห่างจากตัวบ้านและหมั่นตัดแต่งปลายกิ่งไผ่อยู่เสมอ

3. ต้นพญาสัตบรรณ

ต้นพญาสัตบรรณ หรือ ต้นตีนเป็ด ซึ่งเมื่อถึงฤดูหนาวแล้วดอกจะบานสะพรั่ง ส่งกลิ่นฟุ้งไปทั่วบริเวณ สำหรับคนที่ชอบกลิ่นของดอกก็อาจจะไม่เป็นไร แต่ก็มีหลายคนที่แพ้กลิ่นดอกของมันและอาจจะวิงเวียนศีรษะ อีกทั้งรากของต้นพญาสัตบรรณนี้สามารถชอนไชไปไกลถึง 20 – 30 เมตร ก็อาจจะทำลายโครงสร้างของบ้านได้เช่นกัน

4. ต้นมะม่วง

ต้นมะม่วงเป็นต้นไม้ยอดนิยมที่ให้ผลผลิตเป็นผลและใบ ซึ่งหากปล่อยให้เติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง ใบร่วงเกลื่อนกลาด ยางมะม่วง และรังมดแดงจะส่งผลเสียให้กับบ้านเราในระยะยาว รากของมันอาจจะชอนไชจนทำลายโครงสร้างบ้านไปเลยก็ได้ อีกทั้งยังมียางมะม่วงที่เป็นตัวล่อแมลง และยังมีรังมดแดงอีกด้วย จึงควรปลูกให้ห่างจากตัวบ้าน 2 เมตร และห่างจากรั้ว 1 เมตร

5. ต้นก้ามปู

ต้นก้ามปู หรือ ต้นจามจุรี เป็นต้นที่มีรากแข็งแรง สามารถแผ่กิ่งก้านให้ร่มเงาได้กว้าง ซึ่งนั่นก็หมายความว่าต้นไม้ชนิดนี้สามารถแผ่รากได้ไกลมากทีเดียว ซึ่งนอกจากจะชอนไชให้โครงสร้างบ้านเราต้องเสียหายแล้ว พุ่มใบหนาๆ ของมันยังบดบังไม่ให้แสงสว่างเข้ามาในตัวบ้านอีกด้วย

6. ต้นโพธิ์

ต้นโพธิ์ เป็นต้นไม้ที่คนนับถือศาสนาพุทธศรัทธากันอย่างแพร่หลาย แต่รากของต้นโพธิ์นั้นสามารถแผ่ไปได้ไกล จนถึงตัวอาคารบ้านเรือนจนเสียหายได้ นอกจากนี้ตามซอกใบและซอกกิ่งของมัน ยังมีน้ำขังอีกด้วย เป็นแหล่งฟักตัวของเชื้อราชั้นดี

7. ต้นไทร

ต้นไทรเป็นต้นที่ช่วยรักษาระบบนิเวศน์และให้ประโยชน์มาก ทั้งนำมาใช้ในงานก่อสร้างหรือให้ร่มเงา แต่ในทางกลับกันก็ไม่ควรปลูกไว้ใกล้ตัวบ้าน ด้วยเหตุผลที่ว่ารากของมันอาจจะชอนไชทำลายโครงสร้างบ้านได้ อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการถูกโค่นลงมาทับตัวอาคารเมื่อมีลมพายุหนักๆ ด้วย

8. ต้นหูกวาง

ต้นไม้อีกประเภทที่ให้ร่มเงาได้เป็นอย่างดี แต่ผลเสียของมันก็เหมือนกับต้นไม้ประเภทอื่นๆ คือมีรากที่แข็งแรงพอที่จะทำลายโครงสร้างบ้าน อีกทั้งยังเป็นไม้ผลัดใบ ต้องคอยตามมาเก็บกวาดอยู่ตลอดวเวลา ควรปลูกในพื้นที่สวนโดยเฉพาะ

9. ต้นขนุน

ถึงแม้จะเป็นต้นไม้ชื่อมงคล แต่ก็อาจจะทำให้เกิดหายนะขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นแมลงหลายชนิดที่ตามมากับยาง รวมไปถึงเชื้อราที่มากับผลและดอก ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องที่ดีเท่าไหร่ที่จะปลูกไว้ใกล้บ้าน

10. ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์

ถึงแม้ว่าจะมีสีสันสวยงาม แต่ข้อเสียของมันก็คือมีกิ่งก้านที่เปราะบาง ต้องควรเก็บกวาดอยู่บ่อยๆ จะให้ดีก็ควรปลูกไว้นอกรั้ว และหากอยู่ใกล้กับไม้คลุมดินที่มีความชุ่มชื่นมากเกินไป ก็อาจจะทำให้ต้นชนิดนี้ไม่ออกดอกสวยๆ ก็ได้

ขอบคุณที่มา : naibann

ส่องดาวส่องดวง :ระหว่างวันที่ 21-27 กุมภาพันธ์ 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/203211

วันเสาร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ดาวจรวันที่ 21-27 กุมภาพันธ์ 2559

วันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559 ประกอบการมงคลได้ ดาวจันทร์เกาะสมโณฤกษ์ ตลอดทั้งวัน วันนี้ ห้ามอุปสมบท เป็นรอบวันที่อุบัติเหตุต่างๆ เกิดขึ้นได้ง่าย อย่าประมาทในการใช้ความเร็วบนท้องถนน การทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรและพื้นที่ที่ต้องเสี่ยงกับอันตรายพึงระมัดระวังเป็นพิเศษ เป็นระยะที่พึงระวังเหตุไม่ดีในสามจังหวัดชายแดนทางภาคใต้ของประเทศ ฤกษ์ในวันนี้เป็นฤกษ์ที่เหมาะกับงานด้านศาสนา การวิปัสสนากรรมฐาน การหาความสงบ

วันจันทร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 ประกอบการมงคลได้ ดาวจันทร์เกาะทลิทโทฤกษ์ ตลอดทั้งวัน และยกเข้าราศีสิงห์ เวลา 06.58 น. วันนี้กาลพิเศษเป็นวันมาฆบูชา ดาวจันทร์เพ็ญ (Full Moon) ปูรณมี ในราศีสิงห์ ระยะ 09๐.29/ เวลา 01.22 น. (คืนวันนี้) เป็นวันพระขึ้น 15 ค่ำ เหมาะกับการทำบุญภาวนาสร้างกุศล ฟังเทศน์ฟังธรรม รักษาอุโบสถศีล ฤกษ์ในวันนี้ เป็นฤกษ์ที่เหมาะกับการขอร้องขอความช่วยเหลือ การปรับความเข้าใจ “วิริเยน ทุกฺขมจฺเจติ บุคคลจะพ้นทุกข์ได้ด้วยความเพียร”

วันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559 ห้ามประกอบการมงคล ดาวจันทร์เกาะทลิทโทฤกษ์ และโคจรเข้าเกาะมหัทธโณฤกษ์ เวลา 08.52 น. วันนี้ห้ามตั้งศาลพระภูมิ เป็นระยะที่คนโดยส่วนใหญ่มีสภาวการณ์ของการพิจารณาไตร่ตรองเรื่องต่างๆ ขาดความรอบคอบยึดถือตัวเองเป็นหลัก มีโอกาสเกิดความผิดพลาดได้ เป็นระยะที่การใช้ยวดยานพาหนะต่างๆ อย่าประมาท

วันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ 2559 ประกอบการมงคลได้ ดาวจันทร์เกาะมหัทธโณฤกษ์ โคจรเข้าเกาะโจโรฤกษ์ เวลา 11.12 น. และยกเข้าราศีกันย์ เวลา 17.51 น. วันนี้ กาลพิเศษเป็นวันศิลปินแห่งชาติ เป็นรอบวันที่ทำอะไรอย่าประมาท มีโอกาสที่อุบัติเหตุเภทภัยต่างๆ เกิดขึ้นได้โดยง่าย พึงระวังเหตุที่เกิดแบบไม่คาดฝันไว้ด้วยเป็นดี ในช่วงภาคบ่ายของวันการปฏิบัติงานของทหารตำรวจอาสาสมัครในเขตพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ พึงระวังเป็นพิเศษ ฤกษ์ในวันนี้ในช่วงเช้าถึงช่วงสายสามารถประกอบการมงคลได้ทุกประเภท ห้ามนำรถใหม่ออกจากอู่ ห้ามปลูกสร้างบ้านเรือนใหม่

วันพฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ 2559 ห้ามประกอบการมงคล ดาวจันทร์เกาะโจโรฤกษ์ และโคจรเข้าเกาะภูมิปาโลฤกษ์ เวลา 13.54 น. วันนี้ กาลพิเศษเป็นวันวิทยุกระจายเสียงแห่งชาติ เป็นรอบวันที่คนส่วนใหญ่มีโอกาสที่เรื่องความรักความสัมพันธ์เกิดเรื่องร้าวฉานกันได้ ทำอะไรอย่าใจร้อนในวันเช่นนี้ เป็นระยะที่เรื่องที่ดินมีเกณฑ์พบปัญหาอุปสรรค ไม่ราบรื่นเท่าที่ควร เป็นระยะที่การก่อสร้างต่างๆ ที่เจ้าของงานและผู้รับงานควรพิจารณาให้รอบคอบ จะได้ไม่เกิดปัญหาในภายหลัง

วันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 ห้ามประกอบการมงคลเด็ดขาด ดาวจันทร์เกาะภูมิปาโลฤกษ์ และโคจรเข้าเกาะเทศาตรีฤกษ์ เวลา 16.52 น. วันนี้ กาลพิเศษเป็นวันสหกรณ์แห่งชาติ เป็นรอบวันที่ฤกษ์ล่างดิถีเสียมากจึงห้ามประกอบการมงคลเด็ดขาด เป็นรอบวันที่ควรทำงานไปตามปกติจะดีกว่า การงานใดที่ต้องเสี่ยงกับภัยอันตรายควรหลีกเลี่ยงในวันเช่นนี้ รวมถึงการแสดงหรือกีฬาต่างๆ ที่ต้องเสี่ยงอันตรายด้วยเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ต้องเข้าพื้นที่เสี่ยงภัยอย่าประมาทในวันเช่นนี้

วันเสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 ประกอบการมงคลได้ ดาวจันทร์เกาะเทศาตรีฤกษ์ ยกเข้าราศีตุลย์ เวลา 06.25 น. โคจรเข้าเกาะเทวีฤกษ์ เวลา 19.58 น. วันนี้ เป็นระยะที่มีเกณฑ์ยุ่งยากเกี่ยวกับด้านการเกษตร เป็นระยะที่งานรื่นเริงบันเทิงใจต่างๆ อยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ดี เป็นผลจากดวงดาวต่างๆ ที่โคจรในท้องฟ้าทำมุมถึงกันมีผลในทางที่ไม่สร้างสรรค์ ฤกษ์ในวันนี้ เป็นฤกษ์ที่เหมาะกับการเปิดร้านสะดวกซื้อ เปิดแผงค้าขายทั่วไป เปิดร้านอาหารและเครื่องดื่ม ห้ามนำรถใหม่ออกจากอู่ ห้ามรับคนรับใช้เข้าบ้านเรือน ห้ามปลูกสร้างบ้านเรือนใหม่ ห้ามจัดงานวิวาห์พาชื่น

พยากรณ์ในรอบสัปดาห์ วันที่ 21 – 27 กุมภาพันธ์ 2559

ท่านที่เกิดวันอาทิตย์ การเงิน หาได้ใช้เร็ว มีเกณฑ์เก็บเงินไม่อยู่ การงาน อยู่ในเกณฑ์ไม่ราบรื่น พึงอย่าทำอะไรใหม่ๆ ในสัปดาห์นี้ ความรัก อยู่ในเกณฑ์พอใช้พอพูดจากันได้ สุขภาพ พอใช้

ท่านที่เกิดวันจันทร์ การเงิน หาได้ใช้คล่อง การงาน เป็นรอบสัปดาห์ที่ควรทำงานไปตามปกติ มีเรื่องที่ทำให้เครียด ความรัก อยู่ในเกณฑ์พอใช้ พึงระวังอารมณ์โกรธได้ง่าย สุขภาพ พอใช้

ท่านที่เกิดวันอังคาร การเงิน เรื่องผลประโยชน์ พึงอย่าไว้ใจใครง่ายๆ การงาน อย่าประมาทในการทำงานกับเรื่องเสี่ยงอันตราย ความรัก อยู่ในเกณฑ์ พอใช้พอไปกันได้ สุขภาพ ถูกหมอถูกยา

ท่านที่เกิดวันพุธ การเงิน หาได้ใช้ดี พึงอย่าใช้เงินมือเติบ การงาน อยู่ในเกณฑ์พอใช้ เพื่อนร่วมงานให้การสนับสนุน ความรักมีสัมพันธภาพที่แจ่มใส สุขภาพ พอใช้

ท่านที่เกิดวันพฤหัสบดี การเงินหาได้ใช้คล่อง การงาน เป็นรอบสัปดาห์ที่จะทำอะไรใหม่ๆ ควรรอไว้ก่อน มีโอกาสที่มีเรื่องที่หนักใจทำให้เสียงานได้ ความรัก อยู่ในเกณฑ์พอใช้ พึงปรับความเข้าใจกันบ้างจะดีสุขภาพ อย่าห่างหมอห่างยา

ท่านที่เกิดวันศุกร์ การเงิน หาได้ใช้คล่อง พึงอย่าใช้เงินมือเติบ การงาน มีหมู่คณะช่วยเหลือดี ความรัก อยู่ในเกณฑ์ที่ตกลงปลงใจกันได้ สุขภาพ พอใช้

ท่านที่เกิดวันเสาร์ การเงิน หาได้ใช้เร็ว พึงวางแผนการเงินให้ดี การงานมีเกณฑ์ที่ราบรื่น พึงทำใจให้สดใสอย่าหงุดหงิด ความรัก มีสัมพันธภาพที่ไม่สดใส สุขภาพ พอใช้

อ.บุณย์มงคล 085-4925050

Quote of the week : ท่านพุทธทาสภิกขุ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/203207

วันเสาร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 06.00 น.

❛เขาว่าเราจริง ก็ไม่ต้องโกรธเขา

เพราะเรื่องมันจริง

เขาว่าเราไม่จริง ก็ไม่ต้องโกรธเขา

เพราะเรื่องมันไม่จริง แค่นี้จบ❜

ท่านพุทธทาสภิกขุ

Tollway ทางนํ้าใจไหลสู่สังคม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/203200

วันเสาร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ชัยภัฎ เตมียบุตร มอบผ้าห่มให้แก่ชาวภูเรือ

การให้และการแบ่งปันไม่เพียงก่อให้เกิดความสุขและประโยชน์ทางตรงแก่ผู้รับ แต่ยังจะทำให้โลกและสังคมรอบข้างของเรามีความสุขที่ยั่งยืนในการอยู่ร่วมกัน  ตามเจตนารมณ์ของผู้บริหาร บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) ที่มีนโยบายการขับเคลื่อนองค์กรในรูปแบบ Social Enterprise ที่มองว่าธุรกิจไม่ใช่การมองแค่ตัวเราเองแต่ต้องให้ความใส่ใจกับสังคมด้วย

ดังนั้น ธานินทร์ พานิชชีวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) จึงเดินหน้าปฏิบัติงานด้านสาธารณะสังคม เพื่อตอบสนองตามเจตนารมณ์ที่ตั้งไว้ และได้ร่วมกันกำหนดแนวนโยบายด้านความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างบูรณาการ โดยให้การดำเนินกิจกรรมต่างๆ ภายใต้แนวคิด “Tollway ทางน้ำใจไหลสู่สังคม” ที่มุ่งเน้นให้พนักงานทุกคนเป็นแกนกลางเพื่อสังคม

มอบป้ายสัญญาณจราจรพลังงานแสงอาทิตย์

ช่วงนี้ทางภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือกำลังประสบภาวะอุณหภูมิลดต่ำลงอย่างกะทันหัน โดยเฉพาะที่อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย เป็นอีกพื้นที่ ที่ประสบภัยหนาวทุกปี พบว่า ผ้าห่มเป็นสิ่งที่ประชาชนต้องการและขาดแคลนมากที่สุด บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) จึงร่วมมือกับมูลนิธิสปริงนิวส์อาสา และสถานีโทรทัศน์สปริงนิวส์  จัดกิจกรรมขึ้นในชื่อโครงการ“ต่อเติมฝันปันความรู้ปี 3” และ “สปริงนิวส์อาสาต้านภัยหนาวปี 5” เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อองค์กรต่างๆและชาวบ้านที่ได้รับความช่วยเหลือ ถึงแม้ว่าสภาพอากาศจะหนาวเย็นเพียงใด เหล่าผู้บริหารดอนเมืองโทลล์เวย์ไม่มีรีรอ เร่งนำทีมพนักงานจิตอาสากว่า 20 ชีวิต ลงพื้นที่ส่งมอบผ้าห่มจำนวน 300 ผืน ให้แก่ประชาชนชาวภูเรือให้ได้รับความอบอุ่นกันทั่วหน้า

มอบสมุด Green way

อีกทั้งยังได้ร่วมสนับสนุนปัจจัยอื่นๆ แก่ชุมชน อาทิ แจกสมุด Green Way และติดตั้งป้ายสัญญาณพลังงานแสงอาทิตย์ ให้แก่นักเรียนและชุมชนบริเวณโรงเรียนบ้านสองคอน อ.ภูเรือ จ.เลย เพื่อเป็นการสร้างจิตสำนึกให้แก่พนักงานในการตอบแทนสิ่งดีๆ กลับคืนสู่สังคม ภาพบรรยากาศในวันนั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขทั้งผู้ให้และผู้รับ ท่ามกลางความดีใจของชาวบ้าน

โครงการเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากขาดธารน้ำใจจากจิตอาสาทั้งหลาย ที่ออกแรงช่วยกันขนของบริจาคลงพื้นที่และนั่นคือส่วนหนึ่งที่จะโยงกลับมาสู่ปรัชญาการทำงานของดอนเมืองโทลล์เวย์ที่เป็นมิตรกับสังคม

เหล่าเครือข่ายอาสาร่วมกันถ่ายรูปเป็นที่ระลึก