เด็กไร้เดียงสา! ป่วนพ่อสัมภาษณ์สดช่อง BBC แม่รีบแก้สถานการณ์ (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 มี.ค. 2560 04:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/881785


โรเบิร์ต เคลลี ผู้เชี่ยวชาญด้านเกาหลีใต้ กำลังให้สัมภาษณ์กับ สถานีโทรทัศน์ บีบีซี ผ่านการไลฟ์สตรีม ก่อนที่ลูกๆ ของเขาจะเข้ามาป่วนการสัมภาษณ์ สร้างเสียงหัวเราะแก่ผู้ที่ได้รับชม…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (10 มี.ค.) ศาสตราจารย์ โรเบิร์ต เคลลี ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเกาหลีใต้ กำลังให้สัมภาษณ์สดกับสถานีโทรทัศน์ บีบีซี ผ่านการไลฟ์สตรีม โดยพูดคุยกันเรื่องการถอดถอนประธานาธิบดี ปาร์ก กึน-เฮ ออกจากตำแหน่ง ทันใดนั้นเอง ลูกสาวของเขาก็เปิดประตูและเต้นเข้ามาในห้องอย่างมั่นใจ

ในขณะที่เคลลีทำอะไรไม่ถูกกับสิ่งที่เกิดขึ้น และพยายามให้สัมภาษณ์ต่อไปอย่างสุภาพ โดยทำเป็นไม่สนใจลูกสาวของเขาที่เริ่มทำข้าวของตกลงพื้นแล้ว แต่ก็ไม่ได้ผลเมื่อลูกน้อยของเขาอีกคนไถรถเข็นเด็นเข้ามาในห้อง ทำให้สถานการณ์ของเคลลีเลวร้ายลงไปอีก ก่อนที่ผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งรายงานของสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นระบุว่าเป็นภรรยาของเคลลี จะเข้ามาแก้สถานการณ์ โดยรีบพุ่งเข้ามาในห้องและพาเด็กทั้ง 2 คนออกไป

ภาพเหตุการณ์ดังกล่าวได้รับการถ่ายทอดสดผ่านช่องของบีบีซี และกลายเป็นคลิปวิดีโอเผยแพร่ไปบนโลกออนไลน์ สร้างเสียงหัวเราะให้แก่ผู้ที่ได้รับชม และถูกยกให้เป็นการสัมภาษณ์เรื่องการถอดถอนประธานาธิบดีที่บันเทิงที่สุด

advertisement

ขณะเดียวกัน ผู้ที่เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อผ่านการไลฟ์สตรีมหลายคนก็เล่าประสบการณ์ลักษณะคล้ายกับที่เกิดกับเคลลี ผ่านโลกออนไลน์ เช่นนายมิตเชล โพรเธโร ผู้สื่อข่าวประสบการณ์สูงประจำภูมิภาคตะวันออกกลาง ทวีตข้อความว่า “ครั้งหนึ่งผมเคยให้สัมภาษณ์สดผ่านสไกป์กับซีเอ็นเอ็นที่โรงแรมในเมืองเออร์บิล ก่อนที่บริกรจะเข้ามาถามผมว่าจะขอวิสกีย์เพิ่มหรือไม่”

ส่วน นายแอนดรูว์ อีซัม ผู้เชี่ยวชาญด้านตะวันออกกลาง และปัจจุบันเป็นรองปลัดกระทรวงกลาโหมฝ่ายนโยบายตะวันออกกลางของรัฐบาลสหรัฐฯ ทวีตข้อความว่า “นี่มันยอดที่สุด ครั้งหนึ่งผมเคยขังตัวเองอยู่ในห้องน้ำเพื่อให้สัมภาษณ์ทางวิทยุ ขณะที่ลูกของผมทุบประตูอยู่”

ชมคลิปที่นี่

 

ระเบิด 2 ลูก โจมตีใกล้สุสานโบราณในเมืองหลวงซีเรีย ดับ 40 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 มี.ค. 2560 02:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/881761


ระเบิดฆ่าตัวตาย 2 ครั้ง โจมตีท่ารถใกล้สุสานโบราณในเมืองหลวงของประเทศซีเรียเมื่อวันเสาร์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 40 ราย และบาดเจ็บอีกนับร้อยคน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 11 มี.ค. เกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตาย 2 ครั้งที่ท่ารถบัสใกล้กับสุสานโบราณ ในกรุงดามัสกัส เมืองหลวงของประเทศซีเรีย ที่ชาวมุสลิมนิกายชีอะห์มักมาแสวงบุญ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 40 ราย ส่วนใหญ่เป็นชาวอิรัก ขณะที่ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างตัวเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้

advertisement

ระเบิดลูกแรกเกิดขึ้นที่ท่ารถบัสใกล้กับสุสาน ‘บาบ อัล-ซากีร์’ หนึ่งในสุสานที่เก่าแก่ที่สุดในกรุงดามัสกัส และเป็นสถานที่ที่มีบุคคลสำคัญทางศาสนาหลายคนถูกฝังอยู่ ส่วนระเบิดลูกที่ 2 เกิดขึ้นในอีก 10 นาทีต่อมา ในเวลาประมาณ 10.00 น. โจมตีเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันภัยพลเรือนที่เข้ามาควบคุมสถานการณ์

สถานีโทรทัศน์ในซีเรีย เผยแพร่ภาพสถานที่เกิดเหตุ แสดงให้เห็นรถบัสหลายคันที่จอดอยู่ได้รับความเสียหายเพราะแรงระเบิดที่เกิดขึ้นใกล้กับสุสาน ‘บาบ อัล-ซาเกียร์’ หนึ่งในสุสานที่เก่าแก่ที่สุดในกรุงดามัสกัส และเป็นสถานที่ที่มีบุคคลสำคัญทางศาสนาหลายองค์ถูกฝังอยู่

หลังเกิดเหตุ นายโมฮัมเหม็ด อัล-ชาร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยซีเรีย เดินทางเข้าเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บที่โรงพยาบาลท้องถิ่นหลายแห่ง โดยเขาระบุว่า เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นทำให้มีผู้เสียชีวิต 40 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 120 คน โดยเป้าหมายการโจมตีอยู่ที่พลเรือน รวมทั้งชาวอาหรับที่มาเยี่ยมสุสานแห่งนี้

ด้านกระทรวงต่างประเทศอิรัก รายงานจำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บตรงกับนายอัล-ชาร์ แต่ระบุว่า เป้าหมายของการโจมตีคือรถบัสซึ่งบรรทุกผู้แสวงบุญชาวอิรัก

 

ม็อบชุมนุมต่อกลางกรุงโซล ร้องตำรวจจับ ’ปาร์ก กึน-เฮ’ หลังถูกถอดถอน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 มี.ค. 2560 23:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/881732


ผู้ชุมนุมฝ่ายต่อต่านน.ส. ปาร์ก กึน-เฮ ซึ่งเพิ่งถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการเมื่อวันศุกร์ ออกมาชุมนุมอย่างต่อเนื่องในวันเสาร์ เพื่อเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่จับกุมเธอฐานพัวพันการทุจริตคอร์รัปชัน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ฝ่ายต่อต้านน.ส. ปาร์ก กึน-เฮ อดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ออกมาชุมนุมในกรุงโซลอย่างต่อเนื่องในวันเสาร์ เพื่อเรียกร้องให้มีการจับกุมเธอ หลังจากน.ส.ปาร์ก ถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งเมื่อวันศุกร์ จากข่าวอื้อฉาวเกี่ยวกับการคอร์รัปชัน โดยมีการเฉลิมฉลอง ทั้งจุดพลุและร้องรำทำเพลงด้วย

ผู้ชุมนุมฝ่ายต่อตานน.ส.ปาร์ก รวมตัวกันในกรุงโซลอย่างต่อเนื่อง เพื่อเรียกร้องให้มีการจับกับเธอ รวมทั้งจุดพลุฉลองด้วย

นาย ทีเอช คิม หนึ่งในผู้ชุมนุมบอกกับสื่อว่า “การถอดถอนไม่ใช่จุดสิ้นสุด เราจะไม่แยกย้าย เราจะก้าวไปข้างหน้าต่อไป อย่างสามัคคี””ตอนนี้เธอเป็นพลเรือนแล้ว หากเธอทำอะไรผิด เธอจะต้องถูกจับกุม”

ทั้งนี้ เมื่อวันศุกร์ ศาลรัฐธรรมนูญเกาหลีใต้มีคำสั่งยืนตามมติของรัฐสภาที่มีมติให้ถอดถอน น.ส.ปาร์ก กึน-เฮ ออกจากตำแหน่งประธานาธิบดี หลังจากเธอตกเป็นข่าวอื้อฉาวเกี่ยวกับคอร์รัปชันพัวพันกับนาง ชเว ซุน-ซิล เพื่อสนิทของเธอ ผู้ถูกกล่าวหาว่าใช้ความสนิทสนมของเธอกับน.ส.ปาร์กในการหาผลประโยชน์ใส่ตัวและแทรกแซงกิจการรัฐ ทำให้น.ส.ปาร์กกลายเป็นประธานาธิบดีจากการเลือกตั้งคนแรกของเกาหลีใต้ที่ถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง

ในวันเดียวกัน กลุ่มผู้สนับสนุนน.ส.ปาร์ก ก็ออกมาชุมนุมในกรุงโซลเช่นกัน โดยห่างจากม็อบฝ่ายต่อต้านไม่ไกล ทำให้ตำรวจต้องส่งเจ้าหน้าที่หน่วยปราบจลาจลไปประจำการเพื่อระวังเหตุรุนแรง หลังจากเมื่อวันศุกร์ ผู้ชุมนุมฝ่ายสนับสนุนน.ส.ปาร์กปะทะกับตำรวจอย่างรุนแรงจนมีผู้เสียชีวิต 2 ราย หลังศาลมีคำสั่งถอดถอน อย่างไรก็ตาม จนถึงตอนนี้ยังไม่มีรายงานว่าเกิดปัญหาใดๆ

อนึ่ง การถอดถอนทำให้น.ส.ปาร์กเสียสิทธิ์คุ้มครองจากตำแหน่งประธานาธิบดีไป และเธออาจจะถูกดำเนินคดีในข้อหาอาชญากรรมต่างๆ ทั้ง รับสินบน, ขู่กรรโชก และใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ โดยน.ส.ปาร์กไม่ได้ปรากฏตัวในศาลเมื่อวันศุกร์ และไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นใดๆ หลังจากศาลมีคำตัดสิน

ขณะที่ นาง ชเว อิน-ซุค โฆษกหญิงของกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านน.ส.ปาร์ก บอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า พวกเขายังพยายามเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องให้นาย ฮวาง เคียว อัน รักษาการประธานาธิบดี ซึ่งถูกมองว่าเป็นฝ่ายน.ส.ปาร์ก ลาออกจากตำแหน่งด้วย

 

ผู้นำมาเลย์ร้องขอเอกภาพสู้กับโสมแดง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 มี.ค. 2560 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/880940


ผู้นำมาเลย์ร้องขอเอกภาพสู้กับโสมแดง

นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัก แห่งมาเลเซีย โพสต์ข้อความในเว็บบล็อกเมื่อ 10 มี.ค. เรียกร้องให้ชาวมาเลเซีย รวมทั้งผู้นำรัฐบาลและฝ่ายค้านเป็นเอกภาพ สนับสนุนรัฐบาลเต็มที่ในการแก้ปัญหากับเกาหลีเหนือ สืบเนื่องจากนายคิม จอง-นัม พี่ชายต่างมารดาของนายคิม จอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือถูกลอบสังหารด้วยสารพิษ “วีเอ็กซ์” ที่สนามบินกัวลาลัมเปอร์เมื่อ 13 ก.พ. แต่เกาหลีเหนือไม่ยอมรับการสอบสวนของมาเลเซียจนขัดแย้งกันอย่างหนักนาจิบเตือนว่าเกาหลีเหนือไม่ควรใช้ความมีมิตรไมตรีของมาเลเซียไปในทางมิชอบโดยไม่เคารพกฎหมายและอธิปไตยของมาเลเซีย คำเตือนของนาจิบมีขึ้นหลังเกาหลีเหนือยอมปล่อยตัวชาวมาเลเซีย 2 คน จากทั้งหมด 11 คน หลังทั้งสองประเทศสั่งห้ามพลเมืองของแต่ละฝ่ายเดินทางออกนอกประเทศ ส่วนตำรวจมาเลเซียระบุว่า มีชาวเกาหลีเหนือ 8 คนพัวพันกับคดีนี้ โดย 3 คน รวมทั้งเลขานุการโท ยังหลบอยู่ในสถานทูตเกาหลีเหนือในกัวลาลัมเปอร์

ส่วนความขัดแย้งระหว่างจีนกับเกาหลีใต้ยิ่งบานปลาย จากกรณีสหรัฐฯ ส่งระบบป้องกันขีปนาวุธ “ธาด” (THAAD) ไปติดตั้งในเกาหลีใต้เพื่อป้องกันภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ แต่จีนโกรธกริ้วเพราะเห็นว่าเป็นภัยคุกคามความมั่นคงของตน เมื่อ 10 มี.ค. สายการบินหลายสายของจีนสั่งตัดเส้นทางบินระหว่างจีนกับเกาหลีใต้ลง ขณะที่สายการบินเซียะเหมิน แอร์ไลน์ส ของจีนเผยว่ายอดผู้โดยสารของตนลดลงถึง 1 ใน 5.

หลายรัฐรุมฟ้องต้านคำสั่งแบนใหม่ทรัมป์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 มี.ค. 2560 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/880931


หลายรัฐรุมฟ้องต้านคำสั่งแบนใหม่ทรัมป์

หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามในคำสั่งผู้บริหารฉบับแก้ไขใหม่ ห้ามพลเมืองจาก 6 ประเทศที่ชนส่วนใหญ่เป็นมุสลิมเข้าสหรัฐฯ 90 วัน และห้ามผู้ลี้ภัยทั้งหมดเข้าสหรัฐฯ 120 วัน เพื่อป้องกันภัยผู้ก่อการร้าย โดยให้มีผลบังคับตั้งแต่ 16 มี.ค. และรัฐฮาวายได้ยื่นฟ้องศาลกลางเป็นรัฐแรก ขอให้ระงับคำสั่งนี้นั้น ล่าสุด เมื่อ 9 มี.ค. อีกอย่างน้อย 4 รัฐ คือ วอชิงตัน นิวยอร์ก โอเรกอน แมสซาชูเสตต์ ยื่นฟ้องศาลขอให้ระงับคำสั่งของทรัมป์เช่นกันอัยการรัฐวอชิงตันให้เหตุผลว่า คำสั่งใหม่ของทรัมป์มีแรงจูงใจที่ผิดกฎหมายเช่นเดียวกับฉบับแรก ทำร้ายผู้พักอาศัยในสหรัฐฯ แม้จะน้อยกว่าฉบับแรก ส่วนอัยการรัฐนิวยอร์กระบุว่า ยังเป็นคำสั่งห้ามชาวมุสลิมภายใต้ชื่ออื่น อัยการรัฐโอเรกอนชี้ว่าคำสั่งใหม่ทำร้ายผู้พักอาศัย นายจ้าง ระบบดูแลรักษาสุขภาพของมหาวิทยาลัยและเศรษฐกิจ ส่วนอัยการรัฐแมสซาชูเสตต์ระบุว่า คำสั่งใหม่ยังเป็นการเลือกปฏิบัติและความพยายามที่ขัดรัฐธรรมนูญ.

โจมตีสวิต-เยอรมนี 2 ศพเจ็บอื้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 มี.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/880927


โจมตีสวิต-เยอรมนี 2 ศพเจ็บอื้อ

เกิดเหตุคนร้าย 2 คนบุกกราดยิงในร้านอาหารและเครื่องดื่ม “คาเฟ่ 56” ที่เมืองบาเซิล ภาคตะวันตกเฉียงเหนือสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อคืน 9 มี.ค. ทำให้ลูกค้าในร้านเสียชีวิต 2 คน บาดเจ็บสาหัส 1 คน ตำรวจเร่งไล่ล่าคนร้ายซึ่งวิ่งหนีไปทางสถานีรถไฟ และชี้ว่าเป็นเรื่องในท้องถิ่น ไม่ใช่การก่อการร้าย เหตุเกิดหลังสิ้นสุดเทศกาลคาร์นิวัล “ฟาสแนชต์” ในเมืองนี้ 1 วัน ส่วนที่เยอรมนี ชายวัย 36 ปี ที่อพยพมาจากอดีตยูโกสลาเวียและเชื่อว่ามีปัญหาทางจิต ใช้ขวานไล่ฟันผู้คนที่สถานีรถไฟหลักในเมืองดุสเซลดอล์ฟ มีผู้บาดเจ็บ 7 คน ตำรวจจับคนร้ายได้หลังเขาวิ่งหลบหนี และกระโดดสะพานลอยใกล้สถานีรถไฟจนตัวเองบาดเจ็บ เชื่อว่าไม่เกี่ยวข้องกับชาวมุสลิม หรือการก่อการร้ายเช่นกัน.

ฮ. ชนสยอง เสาส่งสัญญาณTVที่ตุรกี ตกกระแทกถนน ระเบิดไฟลุก ดับ5 (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 มี.ค. 2560 18:38

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/880740


ฮ. ชนสยอง เสาส่งสัญญาณTVที่ตุรกี ตกกระแทกถนน ระเบิดไฟลุก ดับ5 (ชมคลิป)

เกิดอุบัติเหตุสุดสลด เฮลิคอปเตอร์เอกชน นำคณะผู้บริหารระดับสูง ชนเสาส่งสัญญาณโทรทัศน์ที่นครอิสตันบูล ในตุรกี จนร่วงตกกระแทกพื้นถนน ระเบิดไฟลุกท่วม ดับสลดอย่างน้อย 5 รายเมื่อ 10 มี.ค. สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง เฮลิคอปเตอร์ รุ่น Sikorsky S-76 ลำหนึ่ง ซึ่งนำคณะผู้บริหารธุรกิจระดับสูงหลายคน ประสบเหตุชนกับเสาส่งสัญญาณโทรทัศน์ จนร่วงตกกระแทกบนถนนในนครอิสตันบูล เมืองใหญ่ของตุรกี หลังทะยานขึ้นจากท่าอากาศยานนานาชาติอตาเติร์ก เมื่อ 10 มี.ค. เป็นเหตุให้ผู้โดยสารบนเฮลิคอปเตอร์ และนักบิน ดับสลดอย่างน้อย 5 ราย เดชะบุญ ไม่มีผู้คนบนท้องถนนได้รับบาดเจ็บ จากเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ตก

ซีเอ็นเอ็น ในตุรกี อ้างเจ้าหน้าที่ในนครอิสตันบูลว่า เฮลิคอปเตอร์ลำนี้ เป็นเฮลิคอปเตอร์ของเอกชน มีผู้โดยสารและนักบินรวม 7 คน ในจำนวนนี้ 3 คน เป็นชาวตุรกี และเป็นนักบิน 2 คน ขณะที่ยังมีผู้โดยสารชาวรัสเซีย 4 คน โดยหลังเฮลิคอปเตอร์ประสบเหตุชนเสาส่งสัญญาณโทรทัศน์แล้ว และตกกระแทกพื้นแล้ว ได้เกิดระเบิดและไฟลุกท่วม ก่อให้เกิดควันดำทะมึนพวยพุ่งสู่ท้องฟ้า ขณะที่เบื้องต้น ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด ที่ทำให้นักบินมองไม่เห็นเสาส่งสัญญาณโทรทัศน์ จนชนตกกระแทกพื้นถน รวมทั้งรายชื่อเหยื่อเคราะห์ร้ายจากอุบัติเหตุสลดครั้งนี้

ชมคลิป ที่นี่

เจ้าหน้าที่UN ชี้ทหาร ตร.พม่า ‘ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ’ โหดกับโรฮีนจา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 มี.ค. 2560 15:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/880580


เจ้าหน้าที่ระดับสูงยูเอ็น สุดห่วงชะตากรรมของชาวโรฮีนจาในเมียนมา ชี้ทหาร ตำรวจ กำลังก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ทำรุนแรงกับโรฮีนจา อีกทั้งสถานการณ์ของชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมในเมียนมาเลวร้ายกว่าที่คิด

เมื่อ 10 มี.ค.60 สำนักข่าวบีบีซี รายงาน นางยังฮี อี ผู้เขียนรายงานการประชุมพิเศษของสหประชาชาติ ด้านสิทธิมนุษยชนในเมียนมา เผยถึงชะตากรรมของชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมโรฮีนจาในประเทศเมียนมาว่า ทหารและตำรวจเมียนมากำลังก่อ ‘อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ’ กับชาวโรฮีนจา โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ซึ่งได้ให้สัมภาษณ์กับรายการ BBC Newsnight-BBC Our World Investigation ว่า ตนไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าไปในพื้นที่ขัดแย้งในเมียนมา แต่หลังจากพูดคุยกับชาวโรฮีนจาที่ลี้ภัยออกจากรัฐยะไข่ ทางภาคตะวันตกของประเทศ เข้ามาในบังกลาเทศ จึงทราบว่าสถานการณ์ของชาวโรฮีนจาในเมียนมาเลวร้ายกว่าที่ตนคาดคิดไว้

นางยังฮี อี ผู้เขียนรายงานการประชุมพิเศษของสหประชาชาติ ด้านสิทธิมนุษยชนในเมียนมา

ขณะที่ บีบีซี รายงานว่า ขณะนี้มีชาวมุสลิมโรฮีนจากว่า 70,000 คน ลี้ภัยจากเมียนมาไปยังบังกลาเทศ ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา หลังจากกองทัพเดินหน้าปราบปรามชาวโรฮีนจาอย่างรุนแรงตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว โดยที่ค่ายผู้อพยพในบังกลาเทศนั้น นักข่าวบีบีซีได้ยินชาวโรฮีนจาลี้ภัยเล่าว่า กองกำลังความมั่นคงของเมียนมา ทั้งยิงพลเรือน ลักพาตัว และข่มขืนเด็กสาว ซึ่งคำบอกเล่าของพวกเขาเหล่านี้ มีทั้งดาวเทียมและคลิปวิดีโอเป็นหลักฐานยืนยันว่าเกิดเหตุการณ์รุนแรง

บีบีซี เผยด้วยว่า ผู้สื่อข่าวบีบีซีพยายามติดต่อขอสัมภาษณ์ นางออง ซาน ซูจี รมว.ต่างประเทศ เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับสถานการณ์ของชาวโรฮีนจาในรัฐยะไข่ แต่นางซูจี ซึ่งมีอำนาจในรัฐบาลที่เข้ามาบริหารประเทศมานานเกือบปี ปฏิเสธจะให้สัมภาษณ์ ขณะที่โฆษกพรรครัฐบาลสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ชี้ว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวเกินความจริง อีกทั้งเรื่องนี้เป็นเรื่องภายในประเทศ ไม่ใช่ประเด็นต่างประเทศ.

 

ดูแล้วฮา ลมแรง หอบหนูน้อยมะกันลอยละลิ่วปลิวไปกับประตู (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 มี.ค. 2560 14:09

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/880426


โตแล้วอาจไม่แคล้วเป็นนักยิมนาสติก…เด็กหญิงอเมริกัน วัย 4 ขวบ รีบวิ่งไปเปิดประตูเข้าบ้าน ไม่คาดคิด เจอเหตุระทึก ลมแรงพัดประตูจนเปิดผลัวะออก แต่หนูน้อยมีความไวเป็นเลิศ ยึดที่จับประตูไว้แน่น จนตัวลอยลิ่วปลิวไปตามลม

เมื่อ 10 มี.ค. สื่อต่างประเทศรายงานเหตุการณ์ที่ใครได้ดูคลิปวิดีโอนี้แล้วคงต้องยิ้ม ซึ่งเป็นภาพเหตุการณ์ขณะหนูน้อย เมดิสัน การ์ดเนอร์ เด็กหญิงอเมริกันวัย 4 ขวบ ที่เมืองลินด์เฮิร์ต รัฐโอไฮไอ ต้องเจอกับช่วงนาทีตื่นเต้น ขณะรีบวิ่งมาเปิดประตูบ้าน เมื่อวันพุธที่ 8 มี.ค. ที่ผานมา แต่แล้วหนูน้อยกลับเจอสถานการณ์คับขัน โดนกระแสลมแรงซู่ พัดประตูจนเปิดออกอย่างรวดเร็ว และพาหนูน้อยลอยลิ่วจนตัวปลิวไปด้วย

ภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่บริเวณหน้าบ้านพัก แสดงให้เห็นช่วงเวลาที่หนูน้อยการ์ดเนอร์เปิดประตูด้วยความร่าเริง และไม่ทันตั้งตัวว่าจะมีลมแรงพัดประตูจนเปิดออกอย่างทันทีทันใดขนาดนั้น แต่ด้วยความที่เด็กหญิงมีความแคล่วคล่องว่องไวเป็นเลิศ จึงสามารถยึดจับที่จับประตูไว้ได้แน่น และปลิวไปตามประตู

นางบริตทานี การ์ดเนอร์ ผู้เป็นแม่ ซึ่งเดินลงจากรถตามหลัง เล่าว่าเธอได้ยินเสียงลูกร้องลั่นด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบเข้าไปช่วยลูกสาว และขอบคุณที่ลูกไม่ได้รับบาดเจ็บ อีกทั้งยังมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเป็นเรื่องสนุก.

ชมคลิป ที่นี่

 

โสมขาวเฮ! ปาร์ก กึน เฮ โดนศาลรัฐธรรมนูญถอดถอนจากปธน. อาจเจอวิบากกรรมต่อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 มี.ค. 2560 11:28

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/880275


ปาร์ก กึน เฮ คอตก.. อาจโดนดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม หลังศาลรัฐธรรมนูญตัดสินถอดถอนจากตำแหน่ง จนกลายเป็นผู้นำคนแรกของประเทศที่ถูกอิมพีชเมนต์ และสูญเสียเอกสิทธิ์คุ้มครองทางกฎหมาย ขณะที่ชาวเกาหลีใต้ต่อต้านปาร์ก กึน เฮออกมาชุมนุม ดีใจกับชัยชนะไล่พ้นจากตำแหน่งสำเร็จแล้ว

advertisement

เมื่อ 10 มี.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าวใหญ่ในเกาหลีใต้ ถึงชะตากรรมของ นางสาวปาร์ก กึน เฮ หลังจากคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเป็นเอกฉันท์ตัดสินถอดถอน พ้นจากตำแหน่งประธานาธิบดีของเกาหลีใต้แล้ว เมื่อช่วงเช้าวันศุกร์ที่ 10 มี.ค. ฐานพัวพันกับการทุจริตคอร์รัปชันอันเกี่ยวเนื่องกับ นางชเว ซุน ซิล เพื่อนสนิทว่า ทำให้จากนี้ไป นางสาวปาร์ก กึน เฮ ต้องสูญเสียเอกสิทธิ์คุ้มครองทางกฎหมาย และสามารถถูกดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม

อี จุง มี ประธานศาลรัฐธรรมนูญเกาหลีใต้ อ่านคำวินิจฉัยตัดสินให้นางสาวปาร์ก ประธานาธิบดีหญิงคนแรกของประเทศ​ โดนอิมพีชเมนต์ถอดถอนจากตำแหน่งผู้นำประเทศว่า การกระทำของนางสาวปาร์ก กึน เฮ ถือเป็นความบกพร่องอย่างร้ายแรงต่อจิตวิญญาณของประชาธิปไตยและหลักนิติธรรม พร้อมกันนั้น ยังชี้ว่า นางสาวปาร์กได้ปกปิดพฤติกรรมของนางชเว เพื่อนสนิทที่เข้ามาแทรกแซงกิจการของรัฐ อีกทั้งยังปฏิเสธข้อสงสัยต่อการกระทำของนางชเวทั้งที่ปรากฏต่อสาธารณะแล้ว และไม่เคยวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้เลย

นางสาว ปาร์ก นับป็นประธานาธิบดีคนแรกของเกาหลีใต้ที่ถูกอิมพีชเมนต์ออกจากตำแหน่ง และจะทำให้ทางการเกาหลีใต้ต้องจัดการเลือกตั้งภายใน 60 วัน เพื่อเสาะหาประธานาธิบดีคนใหม่มาดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศ แทนนางสาวปาร์ก

ข่าวแจ้งว่า ทางการเกาหลีใต้ได้ระดมกำลังตำรวจมารักษาความปลอดภัยที่ด้านนอกศาลรัฐธรรมนูญ ระหว่างมีการอ่านคำวินิจฉัยเมื่อ 10 มี.ค. ขณะที่มีประชาชนจำนวนมากมารอฟังคำตัดสิน และชุมนุมประท้วงต่อต้านปาร์ก กึน เฮและรัฐบาล ขณะเดียวกันก็มีฝูงชนที่มาชุนนุมสนับสนุนนางสาวปาร์กเช่นกัน

สำหรับคำตัดสินของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ถอดถอนนางสาวปาร์ก ถือเป็นการยืนตามการตัดสินของรัฐสภาแห่งชาติ เมื่อ ธ.ค.ที่ผ่านมา ที่มีมติให้ถอดถอนจากตำแหน่ง ท่ามกลางการชุมนุมประท้วงใหญ่ของชาวเกาหลีใต้ที่ออกมาแสดงพลังขับไล่นางสาวปาร์ก จนทำให้นางสาวปาร์ก ต้องระงับการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งประธานาธิบดีตั้งแต่ 9 ธ.ค. 59

ทั้งนี้ นางสาวปาร์ก กึน เฮ ปัจจุบันอายุ 65 ปี เป็นบุตรสาวคนโตของอดีตประธานาธิบดีปาร์ก จุง ฮี ของเกาหลีใต้ โดยนางสาวปาร์ก ได้นำพรรคแกรนด์เนชั่นแนล (จีเอ็นพี) ชนะการเลือกตั้ง จนทำให้ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 11 ของเกาหลีใต้ และประธานาธิบดีหญิงคนแรกของประเทศ