ด่วน! ปธน.เกาหลีใต้ตกเก้าอี้ ศาลรัฐธรรมนูญถอดถอน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 มี.ค. 2560 10:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/880170


(ภาพจาก : REUTERS)

ศาลรัฐธรรมนูญเกาหลีใต้วินิจฉัยถอดถอน นางปาร์ค กึน เฮ ประธานาธิบดีหญิงของเกาหลีใต้คนแรก ออกจากตำแหน่งตามมติของรัฐสภา…

เมื่อวันที่ 10 มี.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ศาลรัฐธรมนูญเกาหลีใต้ วินิจฉัยถอดถอน นางปาร์ค กึน เฮ ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ออกจากตำแหน่งตามมติของรัฐสภา

สำหรับ นางปาร์ค อายุ 64 ปี ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีหญิงคนแรกของเกาหลีใต้ โดยเป็นลูกสาวของ นายปาร์ค จุง ฮี อดีตประธานาธิบดี และได้รับการยอมรับว่าเป็นวีรบุรุษสร้างชาติ นางปาร์คเผชิญกับข้อกล่าวหาพัวพันคอร์รัปชัน และให้ นางชอย ซุนซิล เพื่อนสนิทก้าวก่ายและอยู่เบื้องหลังการบริหารงาน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเพิ่มเติมว่า จากนี้นางปาร์คจะสูญเสียเอกสิทธิ์คุ้มครองเกี่ยวกับการดำเนินคดีหลังพ้นตำแหน่ง และจะต้องจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีใหม่ภายใน 60 วัน.

 

ระทึก! มือขวานโจมตีสถานีรถไฟดุสเซลดอร์ฟ เจ็บ 5 คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 มี.ค. 2560 05:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/880035


เกิดเหตุกลุ่มคนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้ขวานเป็นอาวุธทำลายผู้คนในสถานีรถไฟกลางเมืองดุสเซลดอร์ฟเมื่อคืนวันพฤหัสบดี ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 5 คน ส่วนคนร้ายถูกจับกุม 2 คน แต่อาจยังมีคนหลบหนีอยู่…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุกลุ่มคนร้ายใช้ขวานเป็นอาวุธไล่ทำร้ายผู้คนที่สถานีรถไฟบริเวณจัตุรัสคอนราด อเดเนาร์ ในเมืองดุสเซลดอร์ฟ ทางตะวันตกของประเทศเยอรมนี เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. วันพฤหัสบดีที่ 9 มี.ค. ตามเวลาท้องถิ่น ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 5 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต

โฆษกตำรวจเยอรมนีเผยว่า เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวคนร้ายได้แล้ว 2 คน โดยหนึ่งในนี้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ตำรวจยังไม่ตัดความเป็นไปได้ที่จะมีผู้ก่อเหตุมากกว่านี้ และกำลังหลบหนีอยู่

ตำรวจปิดสถานีรถไฟกลางดุสเซลดอร์ฟ

ขณะเดียวกัน บนโลกออนไลน์มีการเผยแพร่ภาพแสดงให้เห็นตำรวจเข้าปิดล้อมสถานีรถไฟแห่งนี้เอาไว้ โดยมีเฮลิคอปเตอร์บินวนอยู่ด้านบน ส่วนหนังสือพิมพ์ แดร์ ชปีเกล ของเยอรมนี รายงานว่า สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว

 

รู้จัก คิม ฮัน ซอล! ลูกชายหล่อคิม จอง นัม ยันพ่อโดนฆ่า มีอา ‘เผด็จการ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 มี.ค. 2560 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/879687


และแล้ว เหตุการณ์ลอบสังหารสะท้านโลก คิม จอง นัม พี่ชายต่างมารดาของ คิม จอง อึน ผู้นำ(จอมโหด)เกาหลีเหนือ ก็ทำให้ชาวโลก ได้เห็นหน้าตาของ ‘คิม ฮัน ซอล’ บุตรชายคนโตของคิม จอง นัม ในวัยที่เติบโตเป็นหนุ่มหล่อ ดูสะอาดสะอ้าน แถม หน้าตายังดูเป็นคนใจดี เฉลียวฉลาด ชนิดถ้าไม่มีการยืนยันว่า หนุ่มคนนี้เป็นหลานชาย ของ คิม จอง อึน คงไม่มีใครอยากจะเชื่อ!!

การเปิดเผยตัวตนครั้งแรกของ คิม ฮัน ซอล หลังจากพ่อโดนลอบสังหาร ผ่านทางคลิปวิดีโอในยูทูบ สร้างความฮือฮาเมื่อ 8 มี.ค.ที่ผ่านมา และต้องมีการตรวจสอบยืนยันจากหลายฝ่ายว่า ชายหนุ่มในคลิปดังกล่าว ใช่บุตรชายคนโตของคิม จอง นัม แท้จริงหรือไม่ ก่อนต่อมาจะได้รับการยืนยันจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะจากเจ้าหน้าที่และหน่วยข่าวกรองของเกาหลีใต้ว่า เขาคือ คิม ฮัน ซอล ตัวจริงแน่นอน

** ยืนยันกับชาวโลกครั้งแรก พ่อถูกลอบสังหาร

‘ผมคือ คิม ฮัน ซอล มาจากเกาหลีเหนือ เป็นสมาชิกของตระกูลคิม’ หนุ่มหล่อคนหนึ่ง สวมเสื้อสีดำ ปรากฏตัวในคลิปวิดีโอ ที่ถูกอัพโหลดขึ้นเพจยูทูบของกลุ่มนิรนามที่เรียกตัวเองว่า ‘Cheollima Civil Defense’(CCD) พร้อมกับได้แสดงหนังสือเดินทางทางการทูตเกาหลีเหนือ เป็นหลักฐานยืนยันว่าเขาชื่อคิม ฮัน ซอล จริงๆ เพียงแต่หน้าที่มีการแสดงรายละเอียดได้ถูกเซนเซอร์ เพื่อความปลอดภัย พร้อมกับพูดว่า ‘พ่อของผมถูกสังหารเมื่อไม่กี่วันก่อน ตอนนี้ ผมอยู่กับแม่และน้องสาว พวกเรารู้สึกขอบคุณ (ผู้ที่มาช่วยเหลือแต่ถูกเซนเซอร์ ว่าเป็นใครบ้าง)...’ ก่อนจะจบที่คำพูด ‘เราหวังว่ามันจะดีขึ้นในเร็วๆ นี้..’

สำหรับคลิปวิดีโอนี้ มีความยาว 40 วินาที ไม่มีการระบุว่าถูกบันทึกที่ไหน และเมื่อไหร่ แต่ก็พอสันนิษฐานได้ว่า คงมีการถ่ายคลิป ไม่กี่วันหลังจากคิม จอง นัม พ่อของเขา ถูกลอบสังหารช็อกโลกที่สนามบินนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ เมื่อ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา ขณะรอเช็กอิน เพื่อขึ้นเครื่องบินเดินทางมาพบกับครอบครัวที่มาเก๊า

ขณะที่ คลิปวิดีโอ ที่เผยแพร่ในหน้าเพจยูทูบ Cheollima Civil Defense ระบุด้วยว่า รัฐบาลเนเธอร์แลนด์ จีน สหรัฐฯ​ และชาติที่ 4 (ไม่ขอเปิดเผยชื่อ) ร่วมมือกันในการให้ความคุ้มครองแก่ คิม ฮัน ซอล แม่ และน้องสาว โดยพาไปอยู่ในที่ปลอดภัย

** ลบล้างคำอ้าง รัฐบาลโสมแดง คิม จอง นัม ตายเพราะหัวใจวาย

ท่ามกลางการปฏิเสธของทางการเกาหลีเหนือ ที่อ้างว่า คิม จอง นัม หัวใจวายตาย, มาเลเซีย คบคิดกับชาติปรปักษ์ใส่ร้ายป้ายสีเกาหลีเหนือ หรือแม้แต่การที่รัฐบาลคิม จอง อึน ไม่ยอมรับผลการชันสูตรศพของทางการมาเลเซียที่ระบุว่า คิม จอง นัม ถูกหญิงสองคนลอบสังหารด้วยสารพิษทำลายประสาทสุดอันตราย ‘วีเอ็กซ์’ (VX) นั้น การกล้าออกมาพูดต่อสาธารณะของ คิม ฮัน ซอล หลังพ่อเสียชีวิตเป็นครั้งแรกนี้ ถือเป็นการลบล้างคำอ้างของรัฐบาลเปียงยางไปได้แทบสิ้นเชิง หลังจากพยายามโต้แย้งข้อกล่าวหามาตลอดว่า คิม จอง นัม ไม่ได้เสียชีวิตจากการถูกลอบสังหาร  ไปจนถึงความพยายาม ต้องการขอศพคิม จอง นัม กลับไปเกาหลีเหนือ แถมยังนำไปสู่การสะบั้นความสัมพันธ์ทางการทูตกับมาเลเซีย ทั้งที่เป็นเพียงไม่กี่ประเทศในโลกที่ยอมผูกไมตรีเป็นมิตรด้วย

** เปิดโปรไฟล์ คิม ฮัน ซอล ลูกชายหล่อ-เก่งของคิม จอง นัม

ความกล้าหาญของคิม ฮัน ซอล บุตรชายคนโตของคิม จอง นัม ที่กล้าเปิดเผยใบหน้าต่อสาธารณะ และบอกว่า พ่อเขาถูกลอบสังหารนั้น ทำให้ชาวเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ ตลอดจนผู้คนทั่วโลกพากันส่งกำลังใจให้หนุ่มคนนี้กันอย่างเต็มที่ สวดภาวนาขอให้เขา แม่ และน้องสาว ผ่านพ้น ‘มรสุมร้าย’ ขณะที่ต้องถูกผู้ช่วยเหลือ พาไปหลบซ่อนอยู่ในที่สถานที่ที่ปลอดภัย เพราะเกรงว่า อาจมีคนใจร้ายส่งทีมสังหารมา ‘ตามเก็บ’ ยกครัว

ตามข้อมูล ระบุว่า คิม ฮัน ซอล เกิดเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2538 ปัจจุบัน อายุ 21 ปี เป็นบุตรชายคนโตของ คิม จอง นัม ซึ่งได้พาภริยาและลูก ลี้ภัยไปอยู่ในมาเก๊าหลายปีแล้ว ขณะที่ คิม ฮัน ซอล บุตรชายคนโต ได้ไปอยู่ในยุโรปเพื่อเล่าเรียนหนังสือ โดยคิม ฮัน ซอล จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัย Etudes Politiques de Paris หรือรู้จักกันในชื่อ Science Po ที่ฝรั่งเศส และก่อนหน้านี้ คิม ฮัน ซอล ได้เข้าเรียนวิทยาลัย United World College (UWC)ที่มอสตาร์ ในบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา

**เคยให้สัมภาษณ์ไม่เคยเจอหน้าปู่-มีอาเป็น เผด็จการ

ก่อนหน้านี้ คิม ฮัน ซอล ซึ่งเป็นหลานชายของ คิม จอง อิล อดีตผู้นำเกาหลีเหนือ และมีอา คือ คิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือคนปัจจุบัน ได้เคยให้สัมภาษณ์กับ เอลิซาเบธ เรห์น อดีตรองเลขาธิการสหประชาชาติ ที่วิทยาลัยในบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา เมื่อเดือนตุลาคมปี 2555 ขณะเขาอายุ 17 ปี เล่าถึงชีวิตส่วนตัว และความสัมพันธ์กับปู่ คิม จอง อิล อดีตผู้นำคนก่อน รวมทั้ง คิม จอง อึน ผู้เป็นอา และผู้นำเกาหลีเหนือคนปัจจุบัน

คิม ฮัน ซอล เล่าว่า เขามีชีวิตวัยเด็กที่โดดเดี่ยว เกิดที่กรุงเปียงยาง เมื่อปี 2538 แต่ต้องย้ายไปอยู่ที่มาเก๊า ในอีก 2-3 ปีต่อมา และจะได้กลับไปเกาหลีเหนือก็ต่อเมื่อเป็นช่วงหยุดภาคเรียนซัมเมอร์ ในทุกฤดูร้อน เพื่อพบกับญาติๆ และส่วนใหญ่จะอยู่กับครอบครัวฝ่ายมารดา แต่ก็ไม่เคยได้พบเจอหน้าปู่ คิม จอง อิลเลย ได้แต่ปะติดปะต่อเรื่องราวต่างๆ ของปู่ด้วยตนเอง อยากรู้ว่าตัวตนแท้จริงของปู่เป็นคนอย่างไร และเฝ้ารอว่าสักวันหนึ่งปู่จะมาหา แต่สุดท้าย คิม จอง อิล ปู่ของเขาได้ถึงแก่อสัญญกรรมเมื่อเดือนธันวาคม 2554

พร้อมกันนั้น คิม ฮัน ซอล ยังอธิบายถึงคิม จอง อึน ผู้มีศักดิ์เป็นอาว่า เขาเองก็ไม่รู้ว่า เป็นเพราะเหตุใด อา คิม จอง อึน จึงเป็นคนเผด็จการไปได้ พร้อมกับบอกว่า พ่อ คิม จอง นัม ไม่เคยสนใจการเมืองเลย

**แม่สอนตลอดให้มีชีวิตเรียบง่าย-ฝันอยากกลับเกาหลีเหนือ

คิม ฮัน ซอล ซึ่งมีเพื่อนสนิทเป็นชาวอเมริกัน เกาหลีใต้ ยังเล่าว่า แม่ มักสอนเขาเสมอให้มีชีวิตอย่างเรียบง่าย เหมือนกับคนทั่วๆ ไป เพื่อที่ว่าเขาจะได้เข้าใจผู้คนได้มากขึ้น ขณะที่ พ่อ คิม จอง นัม ก็บอกเขาให้ลืมเกี่ยวกับประวัติปูมหลังที่เกิดมา และให้ใช้ชีวิตแบบชีวิตเป็นของเรา โดยคิม ฮัน ซอล ยังบอกว่า เขามีความฝันมาเสมอว่า สักวันหนึ่ง จะกลับไปที่เกาหลีเหนือ และต้องการทำสิ่งที่ดีขึ้นให้แก่ประเทศบ้านเกิด หลังจากได้ทราบข่าวว่าชาวเกาหลีเหนือจำนวนมากต้องขาดแคลนอาหารมานานหลายปีแล้ว

ส่วนเป้าหมายหลังสำเร็จการศึกษามหาวิทยาลัยแล้ว คิม ฮัน ซอล ได้ให้สัมภาษณ์กับ อดีตรองเลขาธิการสหประชาชาติว่า เขาอยากทำงานอาสาสมัคร และงานด้านมนุษยธรรม เพื่อให้โลกมีสันติภาพ!!

เรียกว่า นอกจากหน้าตาของคิม ฮัน ซอล จะสร้างความประทับใจให้แก่ผู้คนตั้งแต่แรกเห็นแล้ว วิสัยทัศน์ของหนุ่มคนนี้ ยังน่าชื่นชมยกย่อง และได้แต่ ภาวนา ขอให้เขา แม่ และน้อง อย่าต้องตกเป็นเหยื่อ โดนปองร้ายหมายเอาชีวิต จากน้ำมือของ ‘คนโหด’ บางคน เหมือนกับพ่อเลย…

 

กาแล็กซีก้นหอยบิดตัวแปลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 10 มี.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/879280


กาแล็กซีก้นหอยบิดตัวแปลก

หอดูดาวท้องฟ้าซีกใต้แห่งยุโรปแสดงภาพของกาแล็กซีก้นหอยที่ชื่อ NGC 1055 อยู่ในกลุ่มดาวซีตัส หรือกลุ่มดาววาฬ ซึ่งสังเกตว่ามีการบิดตัวแบบแปลกๆ แต่สันนิษฐานว่าอาจจะเป็นปฏิกิริยาที่มีต่อกาแล็กซีเพื่อนบ้านขนาดใหญ่กว่า สำหรับกาแล็กซี NGC 1055 นี้มีขนาดใหญ่กว่าทางช้างเผือกของเราราวๆ 15% และอยู่ห่างจากโลกประมาณ 55 ล้านปีแสง.

ตร.ออสซี่ตั้งข้อหา จัสติน บีเบอร์ ‘ตัวปลอม’ ล่วงละเมิดเด็ก 931 กระทง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 มี.ค. 2560 04:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/880020


เจ้าหน้าที่ตำรวจออสเตรเลียตั้งข้อหาล่วงละเมิดทางเพศเด็กมากกว่า 900 กระทง แก่ชายคนหนึ่งผู้ปลอมตัวเป็น จัสติน บีเบอร์ นักร้องชื่อดังชาวแคนาดา คอยหลอกลวงคนบนโลกออนไลน์…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ชายวัย 42 ปี ผู้ใช้งานเครือข่ายสังคมออนไลน์ทั้งเฟซบุ๊กและสไกป์ โดยแสร้งทำตัวเป็น จัสติน บีเบอร์ เพื่อขอภาพลามกอนาจารจากเด็กๆ ที่เป็นแฟนเพลงของนักร้องหนุ่มผู้นี้ ถูกตำรวจรัฐควีนส์แลนด์ตั้งข้อหาเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศเด็กถึง 931 กระทง รวมทั้งข้อหาข่มขืน 3 กระทง จากคดีที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2007

ข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นข้อหาเพิ่มเติมที่ตำรวจตั้งให้แก่ชายคนนี้ ซึ่งตำรวจไม่ได้เปิดเผยชื่อ หลังจากเขาถูกตำรวจตั้งข้อหาในเบื้องต้นตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีก่อน ทั้งการครอบครองรูปลามกอนาจารเด็กและตีสนิทกับเด็กเพื่อหวังผลทางเพศด้วย

ตำรวจออสเตรเลียระบุว่า พวกเขาร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ระหว่างประเทศในการสืบสวนคดีนี้ด้วย ซึ่งพบว่ามีผู้ตกเป็นเหยื่อของชายคนนี้กว่า 157 คนทั่วโลก โดยราว 50 คนในจำนวนนี้อยู่ในสหรัฐฯ, 20 คนอยู่ในสหราชอาณาจักร และ 6 คนอยู่ในออสเตรเลีย ขณะที่ผู้ถูกกล่าวหาจะเข้ารับการไต่สวนที่ศาลเมืองบริสเบนในวันที่ 6 เม.ย.นี้

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สืบสวน จอน รูส ระบุว่า การกระทำที่ชายคนนี้ถูกกล่าวหา เป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก พร้อมกับเตือนแฟนเพลงวัยเยาว์ของจัสติน บีเบอร์ และครอบครัวของพวกเขา ให้ระมัดระวังเรื่องแบบนี้ให้ดี “ข้อเท็จจริงที่ว่ามีเด็กจำนวนมากเหลือเกินที่หลงเชื่อว่าพวกเขากำลังพูดคุยอยู่กับคนดังรายนี้ เน้นย้ำถึงความจำเป็นที่จะต้องทบทวนวิธีให้การศึกษาทางสังคม และความปลอดภัยทางไซเบอร์แก่ลูกหลานของเราเสียใหม่”

 

อึ้ง! บินฮาวายต้องเปลี่ยนเส้นทาง เหตุผู้โดยสารฉุนโดนชาร์จค่า ‘ผ้าห่ม’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 มี.ค. 2560 02:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/879932


เครื่องบินโดยสารของ ฮาวายเอียน แอร์ไลน์ส ต้องเปลี่ยนเส้นทางไปลงจอดในลอสแอนเจลิส หลังมีผู้โดยสารคนหนึ่งไม่พอใจที่ถูกเก็บเงินหลังขอผ้าห่มจากพนักงานต้อนรับบนเครื่อง จนมีพฤติกรรมควบคุมไม่ได้…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันพุธที่ 8 มี.ค. เครื่องบินโดยสารของสายการบิน ‘ฮาวายเอียน แอร์ไลน์ส’ ซึ่งกำลังเดินทางจากนครลาส เวกัส ไปยังเมืองโฮโนลูลู เมืองเอกของรัฐฮาวาย ต้องเปลี่ยนเส้นทางไปลงจอดในนครลอสแอนเจลิส หลังจากผู้โดยสารคนหนึ่งไม่พอใจอย่างยิ่งที่ถูกเก็บเงินค่าผ้าห่มถึง 12 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 424 บาท)

advertisement

สำนักงานตำรวจสนามบินลอสแอนเจลิสเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นไม่นานหลังจากเครื่องบินเดินทางออกจากลาส เวกัส โดยชายวัย 66 ปี คนหนึ่งบอกกับพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินว่าเขาหนาว และขอผ้าห่ม 1 ผืน แต่พอพนักงานบอกชายคนนี้ว่าการขอผ้าห่มมีค่าใช้จ่าย 12 ดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้เขาเกิดความไม่พอใจอย่างมาก

ชายสูงวัยผู้นี้เรียกร้องขอคุยกับเจ้าหน้าที่ของบริษัทสายการบินภาคพื้น ซึ่งพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินก็อนุญาตให้เขาใช้โทรศัพท์บนเครื่อง เพื่อติดต่อสำนักงานใหญ่ อย่างไรก็ตาม ตำรวจระบุว่า ระหว่างการพูดคุย ชายคนนี้กลับพูดว่าเขาต้องการทำร้ายใครสักคนให้หนักเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทำให้เจ้าหน้าที่สายการบินสั่งให้นักบินเปลี่ยนทิศทางนำเครื่องไปลงจอดที่นครลอสแอนเจลิสด้วยเหตุผลว่า ผู้โดยสารมีพฤติกรรมควบคุมไม่ได้

หลังเครื่องบินเดินทางมาถึง ชายคนนี้ก็ถูกนำตัวลงจากเครื่องโดยไม่มีการขัดขืนใดๆ และเจ้าหน้าที่ก็ได้สอบปากคำชายคนนี้และตัดสินว่าเขาไม่ได้ก่อให้เกิดแรงคุกคามต่อเครื่องบินลำนี้ รวมทั้งไม่ได้ทำผิดกฎหมายใดๆ และอนุญาตให้เขาจองตั๋วเที่ยวบินอื่นเพื่อเดินทางไปยังจุดหมายของเขา

 

สลด สะพานทางหลวงในอิตาลีถล่ม ทับรถดับ 2 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 มี.ค. 2560 01:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/879926


เกิดเหตุสะพานทางหลวงสายหนึ่งในเมืองทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอิตาลีพังถล่ม ทับรถยนต์คันหนึ่ง ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 มี.ค. เกิดเหตุสะพานทางหลวงเหนือถนน เอ14 ในเมืองแอนโคนา ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอิตาลีพังลงมาทับรถยนต์คันหนึ่งที่อยู่เบื้องล่าง ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 คน โดย ออโตเทรด หน่วยงานทางหลวงของอิตาลีเปิดเผยว่า สาเหตุที่ทำให้สะพานถล่มมีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงสร้างชั่วคราวที่คอยรับน้ำหนักของสะพานเส้นนี้

รถยนต์คันหนึ่งถูกสะพานถล่มทับ

ขณะที่สำนักข่าว อันซา ของอิตาลีรายงานว่า สะพานแห่งนี้กำลังอยู่ระหว่างการซ่อมบำรุง และถูกปิดไม่ให้มีการสัญจร แต่ถนน เอ14 เบื้องล่างยังมีรถยนต์เดินทางไปมาอยู่ โดยสะพานที่ถล่มลงมาอย่างกระทันหัน ทับรถยนต์ยี่ห้อ นิสสัน คันหนึ่ง ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 รายเป็นสามีภรรยาจากจังหวัด อัสโกลี ปิเชโน ส่วนผู้บาดเจ็บเป็นคนงานชาวโรมาเนีย

 

2 แรงงานมาเลย์ได้ออกจากโสมแดงแล้ว-2 ชาติเร่งเจรจายุติปัญหา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 มี.ค. 2560 00:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/879900


โครงการอาหารโลกในกรุงปักกิ่ง เผย ชาวมาเลเซีย 2 คนได้รับอนุญาตให้เดินทางออกจากเกาหลีเหนือแล้ว ไม่กี่วันหลังเกาหลีเหนือห้ามชาวมาเลย์ออกนอกประเทศเพื่อตอบโต้มาเลเซียกรณีคดีการตายของคิม จอง-นัม…

สำนักข่างต่างประเทศรายงานว่า โครงการอาหารโลกแห่งองค์กรสหประชาชาติ เปิดเผยในวันพฤหัสบดีที่ 9 มี.ค. ว่า แรงงานชาวมาเลเซีย 2 คน ได้รับอนุญาตให้เดินทางออกจากประเทศเกาหลีเหนือแล้ว 2 วันหลังจากรัฐบาลเปียงยางประกาศห้ามชาวมาเลเซียออกนอกประเทศ จากความขัดแย้งเรื่องการเสียชีวิตของคิม จอง-นัม พี่ชายต่างมารดาของคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดแห่งแดนโสมแดง

advertisement

อวี้เหวิน จาง โฆษกหญิงแห่งโครงการอาหารโลก ในกรุงปักกิ่ง ระบุว่า แรงงานชาวมาเลเซีย 2 คนเดินทางถึงสนามบินในกรุงปักกิ่งอย่างปลอดภัยแล้ว ในวันพฤหัสบดี อย่างไรก็ตาม เธอไม่เปิดเผยรายละเอียดช่วงที่พวกเขาถูกกักตัว แต่ชี้ว่า ทั้ง 2 คนทำงานในเกาหลีเหนือในฐานะผู้แทนระหว่างประเทศ ไม่ใช่ผู้แทนของมาเลเซีย ไม่ควรถูกผูกมัดโดยการจำกัดการเดินทางของเกาหลีเหนือ

นายกรัฐมนตรี นาจิบ ราซัค ของมาเลเซียออกมายืนยันเรื่องการปล่อยตัวชาวมาเลเซียทั้ง 2 คน โดยเปิดเผยชื่อของทั้ง 2 คนผ่านเว็บไซต์ทวิตเตอร์ว่า สเตลลา ลิม และ เนียนาปราคาช มูเนียนดี

นาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย

ความเคลื่อนไหวล่าสุดทำให้เหลือชาวมาเลเซียในเกาหลีเหนืออีก 9 คน ซึ่งนายกราซัค ยืนยันว่า ทั้ง 9 คนนี้ปลอดภัยดีและกำลังทำกิจวัตรประจำวันของพวกเขา ขณะที่ทั้งสองประเทศกำลังเจรจากันอย่างลับๆ เพื่อยุติการเผชิญหน้าทางการทูตที่เกิดเพราะคดีดังกล่าว

“ความตั้งใจอย่างมั่นคงของพวกเขาในการแก้ปัญหานี้จะไม่เปลี่ยนแปลง” นายกฯ ราซัค ระบุในแถลงการณ์ “ผมขอให้คำมั่นว่ารัฐบาลจะทำทุกอย่างที่เป็นไปได้เพื่อรับประกันว่าพลเมืองของเราจะปลอดภัยต่อไป และจะสามารถกลับมาเลเซียได้” นายกฯ ราซัค ระบุและยืนยันด้วยว่า มาเลเซียจะไม่ตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับเกาหลีเหนือ และทั้งสองประเทศควรจะสื่อสารกันโดยตรงต่อไป

ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างมาเลเซียและเกาหลีเหนือเริ่มย่ำแย่ลง หลังจากนายคิม จอง-นัม เสียชีวิตที่สนามบินในกรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อ 13 ก.พ. ซึ่งตำรวจมาเลเซียสืบสวนพบว่า เขาถูกลอบสังหารด้วยสาร ‘วีเอ็กซ์’ ซึ่งมีพิษร้ายแรง และตั้งข้อสงสัยชาวเกาหลีเหนือว่าอยู่เบื้องหลัง อย่างไรก็ตาม นายคัง ชอล เอกอัครราชทูตเกาหลีเหนือ ปฏิเสธผลการสืบสวนของมาเลเซีย โดยชี้ว่าเป็นสิ่งที่เกิดมาจากอคติ และนายคิมเสียชีวิตเพราะโรคภัยมากกว่า

การแสดงความไม่เชื่อถือในผลการสอบสวนโดยเจ้าหน้าที่มาเลเซีย ของเกาหลีเหนือ ทำให้ทางการมาเลเซียตัดสินใจขับ นายคัง ชอล ออกนอกประเทศ ซึ่งเกาหลีเหนือก็ตอบโต้ด้วยการจับเอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำกรุงเปียงยางเช่นกัน รวมทั้งประกาศห้ามชาวมาเลเซียในเกาหลีเหนือเดินทางออกนอกประเทศ ทำให้มาเลเซียออกมาตรการเดียวกันในเวลาต่อมา

 

มะกันส่งนาวิกโยธินหลายร้อยเข้าซีเรีย ช่วยยึดเมืองรักกา ฐานใหญ่ไอซิส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 มี.ค. 2560 22:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/879865


สหรัฐอเมริกาดำเนินการส่งนาวิกโยธินจำนวนหลายร้อยนายไปช่วยสนับสนุนกองกำลังพันธมิตรท้องถิ่นในประเทศซีเรีย ซึ่งกำลังมีปฏิบัติการบุกยึดเมืองรักกา ฐานที่มั่นสำคัญที่สุดของกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม หรือ ไอซิส…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา สหรัฐฯ ส่งนาวิกโยธินไปตั้งค่ายเพื่อเป็นฐานยิงปืนใหญ่ใส่ฐานที่มั่นของกลุ่มไอซิสซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 32 กม. ขณะที่กองกำลังพิเศษของสหรัฐฯ ประจำพื้นที่อยู่ก่อนแล้วและคอยให้คำปรึกษาแก่พันธมิตรกองกำลังประชาธิปไตยซีเรีย (เอสดีเฟ) นำโดยกองกำลังชาวเคิร์ด ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเปิดฉากโจมตีเมืองรักกาภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

ตามการเปิดเผยของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ นาวิกโยธินกลุ่มดังกล่าวมาจากหน่วยกำลังรบนาวิกโยธินนอกประเทศที่ 11 ซึ่งมีฐานอยู่ในเมืองซานดิเอโก โดยพวกเขาได้ติดตั้งปืนใหญ่ ‘เอ็ม 777 ฮาวอิตเซอร์ส’ ซึ่งสามารถยิงกระสุนขนาด 155 มม. ใส่เป้าหมายได้

ด้านนายพันเอก จอห์น ดอร์เรียน โฆษกกองกำลังพันธมิตรต่อต้านกลุ่มไอซิส นำโดยสหรัฐฯ บอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์สในวันพฤหัสบดีว่า ปืนใหญ่ใกล้เมืองรักกาเหล่านี้จะช่วยให้การกำจัดนักรบไอซิสที่อยู่ที่นั่นได้เร็วขึ้น

ขณะที่เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา กองกำลังพิเศษหน่วย ‘เรนเจอร์ส’ ของสหรัฐฯ ก็ถูกส่งไปประจำการใกล้เมืองมานบิจ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองรักกา พร้อมรถหุ้มเกราะ เป็นการชั่วคราว เพื่อยุติการปะทะกันระหว่างนักรบ เอสดีเอฟ ที่ยึดเมืองแห่งนี้เอาไว้ และกลุ่มกบฏต่อต้านรัฐบาลซีเรียซึ่งได้รับการสนับสนุนจากตุรกี ซึ่งมีเป้าหมายจะยึดเมืองมานบิจเช่นกัน

อนึ่ง รัฐบาลตุรกีมองว่า กองกำลังหน่วยปกป้องประชาชนชาวเคิร์ด (วายพีจี) ซึ่งเป็นผู้นำกลุ่มพันธมิตร เอสดีเอฟ เป็นสาขาของพรรคแรงงานชาวเคิร์ด หรือ กลุ่มพีเคเค กลุ่มติดอาวุธที่เคลื่อนไหวอยู่ในตุรกี

 

สหรัฐฯเต้น สอบคดีอาญา วิกิลีกส์แฉเอกสารหลุดชุดใหญ่ อ้างCIAโจรกรรมข้อมูล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 มี.ค. 2560 17:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/879622


FBI และ CIA เดินเครื่อง ร่วมสืบสวนคดีอาญา หลังเว็บไซต์ วิกิลีกส์ เผยแพร่เอกสารหลุดชุดใหญ่-ไฟล์เกือบ 9 พันฉบับ อ้างส่วนหนึ่งเป็นของ CIA พยายามพัฒนาวิธีการ ‘แฮก’ โจรกรรมข้อมูลระบบคอมพิวเตอร์ของเป้าหมาย อย่างดักฟังมือถือ แปลงสมาร์ททีวีให้เป็นเครื่องมือสอดแนม

เมื่อ 9 มี.ค.60 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สำนักข่าวกรองกลางแห่งชาติสหรัฐฯ (FBI) หรือเอฟบีไอ และสำนักงานสืบสวนสอบสวนกลางสหรัฐฯ (CIA) หรือซีไอเอ ร่วมสืบสวนสอบสวนทางคดีอาญา จากกรณีเว็บไซต์จอมแฉ วิกิลีกส์ (Wikileaks) เผยแพร่เอกสารหลุดชุดใหญ่และไฟล์มากกว่า 8,700 ฉบับ เมื่อวันที่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเป็นของซีไอเอ ที่เปิดโปงรายละเอียดส่วนใหญ่เกี่ยวกับประเด็นทางเทคนิค อย่างเช่น การหารือเกี่ยวกับการโจรกรรมข้อมูล อย่างเช่น ดักฟังสมาร์ทโฟน หรือการแปลงโทรทัศน์อัจฉริยะ สมาร์ททีวี ให้เป็นเครื่องมือในการสอดแนม หลบเลี่ยงการเข้ารหัสของแอปพลิเคชันที่ได้รับความนิยม และสามารถควบคุมรถยนต์ของบุคคลได้


http://www.thairath.co.th/clip/108331

ด้านโฆษกของซีไอเอ ออกมาตอบโต้การที่เว็บไซต์วิกิลีกส์เผยแพร่เอกสารหลุดชุดใหญ่จากซีไอเอครั้งนี้ว่า สังคมอเมริกันควรตระหนักถึงปัญหาอย่างลึกซึ้งต่อกรณี เว็บไซต์วิกิลีกส์ออกมาเปิดเผยข้อมูลที่สร้างความเสียหายต่อประสิทธิภาพของหน่วยงานด้านข่าวกรองในการคุ้มครองปกป้องอเมริกาจากภัยก่อการร้าย และศัตรูอื่นๆ

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ หลายคนที่ไม่ขอเปิดเผยชื่อ บอกกับสื่อในสหรัฐฯ ว่า การที่เอฟบีไอและซีไอเอเริ่มดำเนินการสืบสวนในเรื่องนี้นั้น เพื่อกำลังสืบว่าไฟล์เหล่านั้นที่ถูกนำออกมาให้วิกิลีกส์ได้อย่างไร  และเอฟบีไอและซีไอเอได้เข้ามาร่วมสอบสวนในเรื่องนี้ด้วย.