ขยายลงทุนสนามบินดอนเมือง เฟส 3 รองรับเที่ยวบิน-ผู้โดยสารทะลัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 มี.ค. 2560 21:02

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/879802


สนามบินดอนเมือง เร่งขยายลงทุนเพิ่มขีดความสามารถระยะที่ 3 ช่วง 1 แล้วเสร็จในปี 65 หวังเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการรองรับผู้โดยสารได้ 40 ล้านคนต่อปี…

เมื่อวันที่ 9 มี.ค. นายเพ็ชร ชั้นเจริญ ผู้อำนวยการสนามบินดอนเมือง เปิดเผยถึงแผนแม่บทพัฒนาสนามบินดอนเมืองระยะที่ 3 ช่วงที่ 1 (ปี 60-65) ว่า เป็นการพัฒนาต่อเนื่องจากการพัฒนาสนามบินดอนเมืองระยะที่ 2 คาดว่าโครงการพัฒนาสนามบินดอนเมืองระยะที่ 3 ช่วงที่ 1 จะแล้วเสร็จในปี 65 โดยมีเป้าหมายที่จะรองรับปริมาณเที่ยวบิน 40-50 เที่ยวบินต่อชั่วโมง และรองรับปริมาณผู้โดยสารได้ 40 ล้านคนต่อปี

อย่างไรก็ตามโครงการพัฒนาสนามบินดอนเมืองระยะที่ 3 ช่วงที่ 1 ประกอบด้วย 3 กลุ่มงาน ได้แก่ กลุ่มงาน Airside งานก่อสร้างขยายลานจอดอากาศยานด้านทิศเหนือ พร้อมทางขับเชื่อมและระบบเติมน้ำมันอากาศยาน, งานปรับปรุงหลุมจอดอากาศยานด้านทิศเหนือ พร้อมระบบเติมน้ำมันอากาศยาน, งานก่อสร้างลานจอดอากาศยานสำหรับกิจกรรมการบิน General Aviation, งานปรับปรุงหลุมจอดอากาศยานด้านทิศใต้ พร้อมระบบเติมน้ำมันอากาศยาน, งานก่อสร้าง Rapid Exit Taxiway บริเวณทางวิ่ง 21 และ Exit Taxiway เชื่อมต่อทางขับสาย B และ C, งานปรับปรุงพื้นที่ด้านทิศเหนือเพื่อรองรับอาคารซ่อมบำรุงอากาศยาน, งานปรับปรุงพื้นที่ด้านทิศใต้เพื่อรองรับอาคารซ่อมบำรุงอากาศยาน งานก่อสร้างอาคารสถานีย่อยระบบเติมน้ำมันอากาศยาน

ส่วนกลุ่มงานอาคารผู้โดยสาร และอาคารสนับสนุน ประกอบไปด้วย งานก่อสร้างขยายอาคารเทียบเครื่องบินด้านทิศเหนือ พร้อมติดตั้งสะพานเทียบจำนวน 3 ชุด, งานปรับปรุงอาคารผู้โดยสาร อาคาร 1, อาคารเทียบเครื่องบินด้านทิศเหนือ และอาคารเทียบเครื่องบินหมายเลข 2-4, งานก่อสร้างอาคาร Junction Building และอาคารจอดรถยนต์ผู้โดยสาร, งานก่อสร้างอาคารทางเดินเชื่อมด้านทิศใต้, งานปรับปรุงอาคารผู้โดยสารภายในประเทศเดิม และอาคารเทียบเครื่องบินหมายเลข 6 พร้อมติดตั้งสะพานเทียบจำนวน 8 ชุด และงานก่อสร้างอาคารจอดรถพนักงาน และอาคารสำนักงาน ทดม. และอาคารรับรองพิเศษ (VVIP), งานปรับปรุงคลังสินค้าหมายเลข 1 และ 2

นอกจากนั้นในส่วนของกลุ่มงานระบบสาธารณูปโภค ประกอบด้วย งานปรับปรุงระบบถนนภายในสนามบินดอนเมือง, งานก่อสร้าง Curb Side ด้านหน้าอาคาร Junction Building, งานปรับปรุงระบบระบายน้ำภายในสนามบินดอนเมือง, งานปรับปรุงระบบพักขยะ ทั้งนี้ ทอท.จะเร่งพิจารณาแนวทางการติดตั้งระบบขนส่งผู้โดยสารอัตโนมัติ (Automatic People Mover : APM) เชื่อมระหว่างอาคารจอดรถ อาคารผู้โดยสาร และส่วนต่างๆ ภายในสนามบินดอนเมือง เพื่อเป็นการแก้ปัญหาจราจรติดขัดในช่วงที่ ทอท.อยู่ระหว่างดำเนินการตามโครงการพัฒนาสนามบินดอนเมือง.

 

สบายใจได้!! ขุนคลัง-บิ๊กจิน ประสานเสียง ไม่มีแนวคิดปรับขึ้นแวต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 มี.ค. 2560 20:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/879757


ขุนคลัง ชี้แม้ ศก.ไทย มีแนวโน้มดีขึ้น ยันยังไม่มีแนวคิดปรับขึ้นแวต เป็น 10% จาก 7% เช่นเดียวกับบิ๊กจิน โต้กระแสข่าว ระบุรัฐไม่เคยหารือ ปรับเพิ่มแวตเป็น 8%…

เมื่อวันที่ 9 มี.ค. นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2560 มองว่าขยายตัวได้ดี จากการเดินหน้าลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ รวมถึงการเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างๆ ส่วนความคืบหน้าของการเปิดขายกองทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อพัฒนาประเทศไทย หรือ ไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ มูลค่าประมาณ 40,000 ล้านบาท นั้น คาดว่าจะเปิดขายให้กับประชาชนเป็นครั้งแรกได้ใน 2-3 เดือนนี้

อย่างไรก็ตาม แม้เศรษฐกิจไทยจะมีแนวโน้มดีขึ้น แต่กระทรวงการคลังยังไม่มีแนวคิดที่จะปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม(แวต)ในปีนี้ เป็น 10% จากปัจจุบันที่ 7% เพราะมองว่าการขึ้นแวต ต้องขึ้นอยู่กับความพร้อมของเศรษฐกิจ และไม่ได้คำนึงถึงการเพิ่มรายได้เพิ่มเพียงอย่างเดียว ต้องมองถึงความเหมาะสมของเศรษฐกิจ หากขึ้นแล้วจะมีผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจหรือไม่ด้วย

ขณะที่ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวยืนยัน ภาครัฐไม่เคยมีการหารือหรือมีการพูดคุยกันว่าจะมีการปรับขึ้นแวต จากปัจจุบันที่ใช้อัตรา 7% ให้เป็น 8% ดังนั้น กระแสข่าวดังกล่าวไม่ใช่ข้อมูลที่ออกมาจากภาครัฐ.

 

หุ้นไทยปิดแดนลบ ร่วง 2.49 จุด ซื้อขาย 38,047.50 ล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 มี.ค. 2560 17:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/879661


ดัชนีหุ้นไทยปิดซื้อขายแดนลบ ร่วง 2.49 จุด ปิดที่ระดับ 1,549.24 จุด มูลค่าซื้อขาย 38,047.50 ล้านบาท…

เมื่อวันที่ 9 มี.ค​. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยปิดการซื้อขายในแดนลบ ดัชนีหุ้นร่วง 2.49 จุด หรือ 0.16% ปิดที่ระดับ 1,549.24 จุด มูลค่าซื้อขาย 38,047.50 ล้านบาท โดยตลอดทั้งวันดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวในแดนลบ แตะระดับสูงสุดที่ 1,551.20 จุด และต่ำสุดที่ระดับ 1,544.62 จุด

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขาย 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.บริษัท กรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน) 2.บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 3.บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) 4.ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และ 5.บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน).

 

‘อภิรดี’ สั่งพาณิชย์ภาค สำรวจผลผลิตเกษตรใกล้ชิด ป้องกันราคาตกต่ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 มี.ค. 2560 17:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/879582


“อภิรดี” สั่งพาณิชย์ภาค สำรวจผลผลิตพืชเกษตรอย่างใกล้ชิด ป้องกันปัญหาราคาตกต่ำ สั่งเตรียมรับมือผลผลิตข้าวนาปรังที่จะเริ่มออกสู่ตลาดเดือน มี.ค. ขณะที่มันสำปะหลังได้รับการดูแลแล้ว…

เมื่อวันที่ 9 มี.ค. นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้พาณิชย์ภาค (Mini MOC) ทั้ง 6 ภาค ไปตรวจสอบสถานการณ์ผลผลิตทางการเกษตรที่จะออกสู่ตลาดตามฤดูกาลทุกรายการสินค้า โดยให้ประเมินแนวโน้มผลผลิต สถานการณ์ราคา และการจัดทำแผนงานด้านการตลาด เพื่อช่วยระบายผลผลิต เพราะในแต่ละปี ช่วงที่ผลผลิตทางการเกษตรออกสู่ตลาดจำนวนมาก จะทำให้ราคาตกต่ำ และกระทบกับเกษตรกรที่ขายผลผลิตได้ไม่คุ้มกับต้นทุน

“พาณิชย์จังหวัดจะเป็นทัพหน้าในการดูแลพืชเกษตรที่จะออกสู่ตลาดตามฤดูกาล เพราะเป็นคนที่อยู่ในพื้นที่ จะรู้ว่าช่วงนี้ผลผลิตอะไรกำลังออกสู่ตลาด สถานการณ์ราคาเป็นยังไง แนวทางการให้ความช่วยเหลือ เช่น การจัดหาตลาดรองรับ การระบายผลผลิตออกจากแหล่งผลิต การเชื่อมโยงตลาดเป็นยังไง ถ้าทำได้ และแก้ปัญหาในพื้นที่ได้เลย ก็ให้รีบดำเนินการ แต่ถ้าสินค้าตัวใดแก้ไม่ได้ ก็ให้นำเสนอเข้าสู่ส่วนกลาง จะได้หามาตรการในระดับนโยบายเข้าไปช่วยเหลือ”

สำหรับสินค้าเกษตรที่จะต้องติดตามคือ ข้าวนาปรัง ที่จะเริ่มออกสู่ตลาดตั้งแต่เดือนมี.ค.เป็นต้นไป, มันสำปะหลัง ที่ผลผลิตกำลังออกสู่ตลาดขณะนี้ รวมถึงหอมแดง หอมหัวใหญ่ กระเทียม ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วลิสง มันฝรั่ง ที่อยู่ในช่วงผลผลิตออกสู่ตลาด อย่างไรก็ตาม ล่าสุดสำนักงานพาณิชย์จังหวัดในแหล่งเพาะปลูกพืชเกษตรสำคัญ ได้สำรวจปริมาณผลผลิต และรับฟังปัญหาจากเกษตรกรอย่างใกล้ชิดแล้ว

ด้านนายธวัชชัย เหล่าวิรุฬห์ พาณิชย์จังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า พาณิชย์ภาค 2 (Mini MOC 2) ได้หารือร่วมกับพาณิชย์จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด ในเรื่องการบริหารการจัดการสินค้าเกษตร ที่สำคัญของพื้นที่ ซึ่งขณะนี้มันสำปะหลังออกสู่ตลาดมาก ได้ติดตามสถานการณ์ผลผลิต และดูแลการรับซื้อจากเกษตรกร เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบ ทั้งการกำชับให้ลานมัน โรงแป้งปิดป้ายแสดงราคารับซื้อ การตรวจสอบเครื่องชั่ง การตรวจวัดเชื้อแป้ง โดยราคารับซื้อหัวมันสดปัจจุบันที่เชื้อแป้ง 25% อยู่ที่กิโลกรัม (กก.) ละ 1.70-1.85 บาท

นอกจากนี้ ยังได้ส่งเสริมให้เกษตรกรนำมันสำปะหลังไปแปรรูปมากขึ้น โดยเฉพาะการส่งเสริมการปลูกมันสำปะหลังพันธุ์ที่รับประทานเป็นอาหารได้ การแปรรูปเป็นมันเส้นสะอาดส่งเข้าโรงงานเอทานอล และส่งออกไปผลิตแอลกอฮอล์ รวมทั้งนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ เป็นต้น.

 

ฟุ้งปิดซ่อมรันเวย์ ‘สุวรรณภูมิ’ ยังไม่กระทบทำเที่ยวบินดีเลย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 มี.ค. 2560 16:17

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/879562


“ศิโรตม์” ฟุ้งปิดซ่อมรันเวย์สุวรรณภูมิ ยังไม่ส่งผลกระทบเที่ยวบินดีเลย์ เผยเตรียมแผนรองรับไว้แล้ว หากมีดีเลย์ตั้งแต่ 1 ชั่วโมงขึ้นไป จัดของว่าง อาหาร เครื่องดื่ม ที่พักไว้รับรองผู้โดยสาร…

เมื่อวันที่ 9 มี.ค. นายศิโรตม์ ดวงรัตน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) เปิดเผยว่า ตามที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ได้มีการปรับปรุงทางวิ่งฝั่งตะวันออกบางส่วน และทางขับเส้น B1 ตั้งแต่วันที่ 3 มี.ค. ที่ผ่านมา และจะปิดไปจนถึงวันที่ 2 พ.ค.นี้นั้น พบว่าการให้บริการผู้โดยสารและเที่ยวบิน ยังคงเป็นไปตามปกติ ไม่มีเที่ยวบินล่าช้า (ดีเลย์) จากการปรับปรุงทางวิ่ง ทั้งนี้ ในช่วงวันที่ 3 – 8 มี.ค. มีเที่ยวบินขึ้นลงที่ ทสภ. เฉลี่ยวันละ 952 เที่ยวบิน แบ่งเป็น เที่ยวบินระหว่างประเทศ 715 เที่ยวบิน และเที่ยวบินภายในประเทศ 237 เที่ยวบิน มีผู้โดยสารใช้บริการในภาพรวมเฉลี่ยวันละ 171,000 คน แบ่งเป็น ผู้โดยสารระหว่างประเทศ 140,000 คน และผู้โดยสารภายในประเทศ 31,000 คน

อย่างไรก็ตาม จากการปรับปรุงพื้นผิวทางวิ่งฝั่งตะวันออก (บางส่วน) ส่งผลให้ทางวิ่งฝั่งตะวันออกให้บริการได้เฉพาะเที่ยวบินที่ทำการบินขึ้นเท่านั้น ทำให้ต้องมีการใช้งานทางวิ่งฝั่งตะวันตกเพิ่มมากขึ้นไปด้วย ทสภ. จึงมีความจำเป็นต้องบำรุงรักษาทางวิ่งฝั่งตะวันตกให้มีสภาพสมบูรณ์พร้อมรองรับเที่ยวบินได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยตลอดเวลา ดังนั้นเมื่อเวลา 02.00-04.00 น. ของวันที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมา ทสภ. จึงได้ปิดทางวิ่งฝั่งตะวันตก เพื่อขัดล้างคราบยางอันเกิดจากการขึ้นลงของอากาศยาน โดยสามารถเปิดใช้ทางวิ่งได้ตรงตามกำหนดเวลาที่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้า ซึ่งแม้ว่า ทสภ. จะได้มีการปรับปรุงพื้นผิวทางวิ่งฝั่งตะวันออก (บางส่วน) ระยะทาง 935 เมตร รวมทั้งการปิดทางวิ่งฝั่งตะวันตกเพื่อบำรุงรักษาเป็นระยะเวลา 2 ชั่วโมง แต่ไม่พบว่ามีผลกระทบให้เกิดเที่ยวบินล่าช้าแต่อย่างใด

นายศิโรตม์ กล่าวอีกว่า ทสภ. ได้เตรียมแผนรองรับไว้แล้วหากมีเที่ยวบินล่าช้าเกินกว่า 1 ชั่วโมง และเป็นผลกระทบจากการปรับปรุงทางวิ่งของ ทสภ. โดยได้เตรียมพื้นที่พักคอยไว้รองรับผู้โดยสารขาออก จัดให้มีเก้าอี้หรือสิ่งอำนวยความสะดวกไว้ตามจุดต่างๆ ได้แก่ บริเวณประตู 1 และประตู 10 ชั้น 4 ของอาคารผู้โดยสาร บริเวณทางออกขึ้นเครื่อง และบริเวณโถงพักคอยภายในอาคารเทียบเครื่องบินฝั่งตะวันตกและตะวันออก (บริเวณอาคารเทียบเครื่องบิน C และ F โดยพื้นที่ดังกล่าวจะมีป้ายสัญลักษณ์แสดงไว้อย่างชัดเจนว่า เป็นพื้นที่ให้บริการผู้โดยสารจากเที่ยวบินล่าช้าโดยเฉพาะ

นอกจากนี้ ยังได้เตรียม Snack Box ที่มีของว่างและน้ำดื่ม สำหรับผู้โดยสารที่เดินทางด้วยเที่ยวบินที่ล่าช้า 1-1.5 ชั่วโมง และหากเที่ยวบินล่าช้าประมาณ 1.5 ชั่วโมง แต่ไม่ถึง 3 ชั่วโมง ทสภ. จะจัดชุดอาหารว่างพร้อมน้ำดื่มไว้ให้ ส่วนเที่ยวบินที่ล่าช้าเกินกว่า 3 ชั่วโมงขึ้นไป ทสภ. จะจัดชุดอาหารร้อน พร้อมน้ำดื่มไว้คอยให้บริการ ทั้งนี้สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. 1722 ตลอด 24 ชั่วโมง.

 

พณ. เดินหน้ากวาดล้างของเถื่อนพื้นที่สีแดง สั่งเข้มขายของปลอมบนเน็ต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 มี.ค. 2560 15:14

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/879492


“พาณิชย์” เผย รัฐเดินหน้ากวาดล้างของเถื่อนในพื้นที่สีแดงต่อเนื่อง ตั้งเป้าลดพื้นที่สีแดง และลดปริมาณการขายของเถื่อน หรือทำให้หมดไป พร้อมคุมเข้มโพสต์ขายของปลอมบนเน็ต ส่วนม.44 ลดสิทธิบัตรคั่งค้าง คสช.อยู่ระหว่างพิจารณา ลั่นไม่ต้องห่วงยาแพง อย.เจรจาต่อรองได้อยู่แล้ว

เมื่อวันที่ 9 มี.ค. นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยถึงการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาว่า ในปีนี้คณะอนุกรรมการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธาน จะเดินหน้าป้องกัน และปราบปรามการละเมิดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่สีแดงกว่า 10 แห่งทั่วประเทศ ที่ขายสินค้าละเมิดจำนวนมาก เช่น บ้านหม้อ, คลองถม, ถนนสุขุมวิท, ถนนสีลม, ตลาดนัดสวนจตุจักร, ไนท์บาซาร์ จ.เชียงใหม่, หาดป่าตอง หาดกะตะ หาดกะรน จ.ภูเก็ต เป็นต้น โดยตั้งเป้าหมายต้องลดพื้นที่สีแดงให้น้อยลง และลดปริมาณสินค้าละเมิดที่วางขาย หรือทำให้หมดไป ซึ่งที่ผ่านมา การขายสินค้าละเมิดที่ห้างมาบุญครอง และตลาดโรงเกลือ ลดลงมากถึง 80%

advertisement

นอกจากนี้ ยังเข้มงวดป้องกัน และปราบปรามการละเมิดบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมากขึ้น เพราะปัจจุบัน รูปแบบการขายสินค้าละเมิดเปลี่ยนจากการวางขายบนแผงค้า ที่เห็นได้ชัดเจน มาเป็นการโพสต์ขายในเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม หรือเว็บไซต์ต่างๆ มากขึ้น โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอความร่วมมือไปยังบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ในการสุ่มตรวจพัสดุภัณฑ์จากการซื้อขายสินค้าผ่านทางอินเทอร์เน็ต ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ตรวจสอบกล่องสัญญาณเคเบิล และกล่องดาวเทียม ที่มักพบละเมิดลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ และเพลงจากต่างประเทศ โดยหากพบผู้กระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมาย และส่งต่อให้กรมสรรพากรตรวจสอบการเสียภาษี และส่งให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ดำเนินการยึดทรัพย์

นายสนธิรัตน์ กล่าวต่อถึงการขอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พิจารณาใช้มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 เพื่อแก้ปัญหาสิทธิบัตรคงค้าง ที่มีการยื่นคำขอจดทะเบียนกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา กว่า 36,000 คำขอ ว่า ขณะนี้ คสช.ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาในรายละเอียดต่างๆ เพื่อป้องกันและเยียวยาผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น โดยเฉพาะเกี่ยวกับสิทธิบัตรยา ที่เอ็นจีโอเป็นห่วงว่า หากมีการจดสิทธิบัตรยาได้เร็ว จะทำให้เจ้าของสิทธิบัตรขายยาในไทยในราคาแพงขึ้นได้ แต่ตนมองว่า ราคายาที่เจ้าของสิทธิบัตรจะกำหนดราคาขายในไทย ไม่ใช่มาจากการอนุมัติคำขอจดทะเบียนสิทธิบัตรเท่านั้น แต่มาจากเรื่องของต้นทุนด้วย

นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า การขอใช้มาตรา 44 จุดประสงค์หลักเพื่อลดคำขอสิทธิบัตรที่ยังคั่งค้างอยู่จำนวนมาก ส่วนในประเด็นที่เอ็นจีโอกลัวว่า หากกรมฯ อนุมัติคำขอสิทธิบัตรยาแล้ว จะทำให้เจ้าของสิทธิบัตรยาใหม่ตั้งราคายาที่จะขายในไทยสูงมากนั้น ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ระบุว่า สามารถต่อรองราคากับผู้ค้าได้อยู่แล้ว ซึ่งจะไม่ทำให้ผู้ใช้ยาได้รับผลกระทบแน่นอน.

 

เดอะมอลล์ กรุ๊ป ฉลองซัมเมอร์ครั้งยิ่งใหญ่ ทุ่มงบกว่า 150 ล้านบาท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 9 มี.ค. 2560 13:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/879210


เดอะมอลล์ กรุ๊ป ประเดิมรับซัมเมอร์ จัดหนัก ทุ่มงบกว่า 150 ล้านบาท อัดแคมเปญโปรโมชั่น และกิจกรรม ตั้งเป้ายอดขาย 6,000 ล้านบาท เติบโตจากปีที่ผ่านมา 10% พร้อมงัดกลยุทธ์ Segmentation และ Fragmentation เอาใจกลุ่มครอบครัวลูกค้าที่หลากหลาย

คุณวรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ผู้อำนวยการใหญ่อาวุโสการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวถึง การแข่งขันของธุรกิจในช่วงซัมเมอร์ว่า “สำหรับในช่วงซัมเมอร์นี้ ถือเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขและวันพักผ่อนของครอบครัว เพราะเป็นช่วงเวลาที่เด็กๆ ปิดเทอม รวมถึงสร้างความสนุกรับซัมเมอร์ สำหรับเศรษฐกิจไทยในปี 2560 น่าจะยังคงเติบโตใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา และในปี 2560 ภาพรวมธุรกิจค้าปลีกยังคงมีความคึกคักต่อเนื่องจากปลายปีที่ผ่านมา นับเป็นทิศทางที่ดี ภาวะเศรษฐกิจเริ่มสดใส ทางเดอะมอลล์ กรุ๊ป ในฐานะอาณาจักรสำหรับครอบครัว จึงได้จัดแคมเปญสุดพิเศษและอีเวนต์ยิ่งใหญ่รับช่วงซัมเมอร์เพื่อเอาใจลูกค้าครอบครัวที่ทันสมัย พร้อมมอบโปรโมชั่นส่วนลดสูงสุดถึง 80% ระหว่างวันที่ 9 มีนาคม – 30 เมษายน 2560”

คุณวรลักษณ์ ยังกล่าวอีกว่า “ซัมเมอร์นี้ ทางเดอะมอลล์ กรุ๊ป เตรียมจัดอีเวนต์ยิ่งใหญ่ส่งมอบความสุขให้กับ Social Generations โดยในปีนี้ได้มีการเพิ่มช่องทางการสื่อสาร เนื่องจากวันนี้เราอยู่ในช่วง Sharing Economy ลูกค้าให้ความสำคัญกับการสื่อสารผ่านทางสื่อโซเชียลมากมาย เราเรียกคนกลุ่มนี้ว่า “Socialnomics” เนื่องจากปัจจุบันระบบดิจิทัลเข้ามามีบทบาท ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด ช่วงซัมเมอร์ไฮซีซั่นนี้ เราจึงได้มีการปรับกลยุทธ์ทางการตลาด Segmentation และ Fragmentation โดยเราได้แบ่งกลุ่มลูกค้าออกเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้

– เบบี้บูมเมอร์ หรือ Gen-B (ค.ศ.1994-1964) ช่วงอายุตั้งแต่ 53-73 ปี คนกลุ่มนี้เป็นคนที่มีชีวิตเพื่อการทำงาน จึงมีการใช้จ่ายอย่างรอบคอบและระมัดระวัง นิยมรับข่าวสารแบบ Traditional Media เป็นหลัก

– เจเนอเรชั่น เอ็กซ์ หรือ Gen-X (ค.ศ.1965-1980) ช่วงอายุตั้งแต่ 37-52 ปี เกิดมาพร้อมในยุคที่เศรษฐกิจและสังคมเริ่มเติบโต ให้ความสำคัญกับเรื่องความสมดุลระหว่างงานกับครอบครัว รับข่าวสารแบบ Traditional Media ควบคู่กับ Digital Media

– เจเนอเรชั่น วาย หรือ Gen-Y (ค.ศ.1981-1994) ช่วงอายุตั้งแต่ 23-36 ปี คนกลุ่มนี้รับเอาความเจริญรุดหน้าของเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตเข้ามาแทรกอยู่ในการดำรงชีวิตประจำวัน ยุคนี้จะเป็นยุคที่เศรษฐกิจกำลังเติบโต รับข่าวสารผ่านช่องทางต่างๆ ที่หลากหลาย นิยมรับข่าวสารแบบ Digital Media เป็นหลัก แต่ก็ยังมีการรับข่าวสารแบบ Traditional Media

– เจเนอเรชั่น ซี หรือ Gen-Z (หลังปี ค.ศ.1994) เติบโตมาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวก มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีต่างๆ และเรียนรู้ได้เร็ว มีการอัพเดตข้อมูลข่าวสารผ่านโลกไซเบอร์ และพร้อมที่จะแชร์ต่อทุกเมื่อ นิยมรับข่าวสารแบบ Digital Media เป็นหลัก

จากการวิเคราะห์กลุ่มผู้บริโภคเหล่านี้ เราจึงได้ใช้กลยุทธ์ Customer-Centric Segmentation และ One on One – Personalization ในการทำกิจกรรมและโปรโมชั่นให้สอดคล้องกับกลุ่มผู้บริโภค เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของทุกกลุ่ม โดยแบ่งกิจกรรมไฮไลต์ต่างๆ อาทิ

– งาน THE MALL SHOPPING CENTER SUMMER HOLIYEAH! FUN ฟิน บิน SHOP ร้องเย้! ให้ดังสนั่นกับกิจกรรม และคอนเสิร์ตสุดมันส์จากศิลปินชื่อดัง ตลอดวันหยุดสุดสัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 9-13 มีนาคม 2560 ที่ เดอะมอลล์ บางกะปิ และตั้งแต่วันที่ 17-23 มีนาคม 2560 ที่ เดอะมอลล์ โคราช

– งาน The Mall Pet Show งานแสดงสัตว์เลี้ยงครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี ต้อนรับปีไก่พร้อมชมความมหัศจรรย์ของ ไก่ฟ้าหลากหลายสายพันธุ์ พร้อมสัมผัสและใกล้ชิดกับสัตว์เลี้ยงน่ารักหาชมยากจากทั่วทุกมุมโลก  เอาใจคุณหนูๆ ช่วงปิดเทอม ตั้งแต่วันนี้ – 12 มีนาคม 2560 ที่ เดอะมอลล์ บางกะปิ

– งาน Strider การแข่งขันจักรยานสไตรเดอร์ ชิงแชมป์ระดับเยาวชนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 29-30 เมษายน 2560 ที่ เดอะมอลล์ บางกะปิ

– งาน Summer Fantasy กิจกรรมสวนน้ำ ต้อนรับ Gen-Z ช่วงปิดเทอมนี้ สนุกกับสวนน้ำดินแดนแห่งจินตนาการด้วยสีสันแห่งชนเผ่า สนุกกับเกมที่จะมาสร้างสีสัน อาทิ การแข่งขันพายเรือแคนูสุดท้าทาย, สนุกสุดมันส์กับ Shooting Glass เกมยิงปืนฉีดน้ำ, ท้าลมร้อนกับเกม Splash Bomb, ท้าทายกับเกมทลายโบลิ่ง Bowling Slide พร้อมพบกิจกรรมใหม่ๆ พบกับครอบครัวดาราที่จะมาร่วมกิจกรรมสุดมันส์ พร้อมมีตแอนด์กรี๊ดกับแฟนคลับอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม – 31 พฤษภาคม 2560 ที่ สวนน้ำแฟนตาเซีย ลากูน เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน, บางแค, บางกะปิ และโคราช

** เดอะมอลล์ เตรียมฉลองเทศกาลสงกรานต์สุดยิ่งใหญ่ จัดงาน “สงกรานต์ LOL” ระหว่างวันที่ 13 – 15 เมษายน 2560 สนุกกับกิจกรรมสุดมันส์รับลมร้อน ทางศูนย์การจัดให้มีการสรงน้ำพระ ที่ เดอะมอลล์ ทุกสาขา พิเศษ คลายร้อนไปกับอุโมงค์น้ำสำหรับเด็กๆ บริเวณด้านหน้าศูนย์การค้า เฉพาะ สาขาเดอะมอลล์ บางแค และสำหรับชาวโคราช สนุกไปกับคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง พบกิจกรรมต่างๆ อีกมากมาย ที่ สวนน้ำ Fantasia Lagoon เดอะมอลล์ โคราช ตั้งแต่วันที่ 13 – 15 เมษายน 2560

– งาน Blú Summer Fest ตอน Pineapple Beach มอบความสนุกโดยใช้คอนเซปต์ของ สับปะรดผลไม้ที่เป็น Signature ของเมืองหัวหินมาตกแต่งบรรยากาศ พร้อมกิจกรรมพิเศษต่างๆ อาทิ Pineapple Beach, Tropical Fruit Market, Summer Market พร้อมโปรโมชั่นพิเศษอีกมากมายตลอดช่วงซัมเมอร์ปีนี้ ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม – 20 เมษายน 2560 ที่ บลูพอร์ต หัวหิน

นอกจากนี้ เดอะมอลล์ กรุ๊ป ยังจัดโปรโมชั่นเอาใจขาช็อป ภายใต้แคมเปญ THE MALL SHOPPING CENTER SUMMER HOLIYEAH! FUN ฟิน บิน SHOP ลุ้น “บิน” ฟรีกับสายการบินบูทีค “บางกอกแอร์เวย์ส” ไป-กลับเส้นทาง กรุงเทพฯ–มัลดีฟส์ จำนวน 10 รางวัล (รางวัลละ 2 ที่นั่ง) รวมมูลค่ากว่า 1,000,000 บาท เมื่อช็อปภายในศูนย์การค้าเดอะมอลล์ช็อปปิ้งเซ็นเตอร์ทุกสาขา ครบทุก 1,000 บาท รับคูปองชิงโชค 1 ใบ และยังผนึกกับพันธมิตรบัตรเครดิตชั้นนำ อาทิ ลูกค้า SCB รับคูปองชิงโชคเพิ่มเป็น 3 ใบ และให้คุณ “ช็อป” สนุกยิ่งขึ้นด้วย ส่วนลดจากร้านค้าชั้นนำที่ร่วมรายการสูงสุดถึง 80% พิเศษเฉพาะวันเสาร์ 200 ท่านแรกของแต่ละสาขา ที่แสดงบัตร SCB พร้อมบัตร M Card รับทันทีบัตรกำนัลมูลค่า 500 บาท รวมมูลค่า 500,000 บาท หมุนเวียนไป 5 สาขา ได้แก่ บางกะปิ, โคราช, ท่าพระ, งามวงศ์วาน และบางแค พิเศษสำหรับลูกค้า M Card แลก 8 M Point รับสิทธิ์ซื้อเมนูคลายร้อนในราคาพิเศษจากร้านค้าชื่อดังที่เข้าร่วมรายการ ตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม – 30 เมษายน 2560 ที่ เดอะมอลล์ ช็อปปิ้งเซ็นเตอร์ทุกสาขา พิเศษเฉพาะลูกค้าเดอะมอลล์ โคราช เท่านั้น ในวันที่ 17 – 19 มีนาคม 2560 ลูกค้า M Card จำนวน 600 ท่านแรก สามารถนำคะแนน 100 M point มาแลก CASH VOUCHER มูลค่า 500 บาท

ในส่วนของห้างสรรพสินค้าในเครือเดอะมอลล์ กรุ๊ป ได้แก่ เดอะมอลล์ทุกสาขา ดิ เอ็มโพเรียม, ดิ เอ็มควอเทียร์, พารากอน ดีพาร์ทเมนต์สโตร์ และ บลูพอร์ต หัวหิน ยังร่วมสร้างความคึกคักในช่วงซัมเมอร์นี้ จับมือกับธนาคารซิตี้แบงก์ จัดแคมเปญ Salute Summer ระหว่างวันที่ 9 มีนาคม – 16 เมษายน ศกนี้ โดยยังเน้นในเรื่องของความคุ้มค่าในการช็อปปิ้ง ผนวกกับในเรื่องของไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นการทำการตลาดแคมเปญโปรโมชั่นที่ประสบความสำเร็จในช่วงซัมเมอร์ของทุกๆ ปี โดยในครั้งนี้ มีการมอบประสบการณ์ซัมเมอร์สุดพิเศษให้ลูกค้าที่จับจ่ายในห้างฯ ทุก 2,000 บาท ลุ้นชมเทศกาลบอลลูนนานาชาติ Bristol International Balloon Fiesta ที่ประเทศอังกฤษ พร้อมแพ็กเกตทัวร์ตะลุยซัมเมอร์ที่ประเทศอังกฤษ 6 วัน 5 คืน 8 รางวัล รวมมูลค่า 1.2 ล้านบาท ลูกค้าบัตรเครดิต Citi M Visa และบัตรเครดิต Citi รับคูปองชิงโชคเพิ่มเป็น 2 เท่า นอกจากนี้ลูกค้าที่ช็อปปิ้งในห้างฯ ตั้งแต่ 1,500–15,000 บาท หรือใช้คะแนน M Point แลกรับ รับทันทีคูปองส่วนลด 10–50% และสำหรับ M Card Top Spenders ที่สะสมยอดซื้อผ่านบัตรเครดิต Citi M Visa หรือบัตรเครดิต Citi สูงสุดตลอดแคมเปญ 5 ท่าน รับไมล์สะสมจากการบินไทย 100,000 ไมล์ เลือกเส้นทางบินได้ทั่วโลก รวม 500,000 ไมล์ และพิเศษ สำหรับสมาชิก M Card ที่สะสมยอดซื้อผ่านบัตรเครดิต Citi M Visa หรือบัตรเครดิต Citi ครบ 70,000 บาทขึ้นไป 100 ท่านแรก รับทันที ตั๋วเครื่องบินกรุงเทพฯ-ฮ่องกง สายการบินไทยพร้อมสิทธิประโยชน์อีกมากมายจากบัตรเครดิตชั้นนำของเมืองไทย

นอกจากนี้ ในแต่ละห้างฯ ยังร่วมสร้างสีสันในช่วงซัมเมอร์ชวนลูกค้ามาร่วมอัพเดตเทรนด์แฟชั่นซัมเมอร์ในหลากหลายสไตล์ ได้แก่

– เดอะมอลล์ทุกสาขาจัดกิจกรรม How To Happy Summer ซัมเมอร์นี้จะร้อนที่สุข! ระหว่างวันที่ 9 มีนาคม – 26 เมษายน 2560 กับแฮปปี้ติวเตอร์ 5 คน 5 สไตล์ ผู้เชี่ยวชาญในการจัดการความสุข มาเปิดคอร์สสอนบทเรียนการสร้างสรรค์ความสุขในช่วงซัมเมอร์ที่ลงตัวกับไลฟ์สไตล์ของคุณ ได้แก่ คุณปุ๊ก จงกล พลาฤทธิ์, คุณโทนี่ รากแก่น, คุณตุ๊กตา เอี่ยมศิรินพคุณ, คุณต้นอ้อ บุญศิลป์ และ น้องชื่นใจ ภูมิรัตน์ พร้อมกับความสนุกสนานมากมาย อาทิ Happy Station : Shoot & share ที่ summer photo booth, ค้นหารสชาติในสไตล์ของคุณที่ Candy bar, ดีไซน์ Summer tote bag ที่จะมีแค่ใบเดียวในโลก, และ เซอร์ไพรส์! กับ Happy troop ทุกเสาร์ อาทิตย์ รับรองว่าหน้าร้อนนี้อุณหภูมิจะเพิ่มสูงขึ้น แต่หย่อมความสุขกระจายเต็มพื้นที่แน่นอน

– เอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเมนต์สโตร์ จุดประกายการเดินทางครั้งใหม่ในช่วงซัมเมอร์นี้ กับแคมเปญ “Once Upon a Summer” ระหว่างวันที่ 9 มีนาคม – 26 เมษายน 2560 ผ่านเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจของนักเดินทางทั้ง 7 สไตล์ พร้อมมอบประสบการณ์ช็อปปิ้งใหม่ โดยเปลี่ยนพื้นที่ห้างฯ ให้เป็นอาคารต้อนรับผู้โดยสาร ค้นหาแรงบันดาลใจได้ที่พื้นที่ป๊อปอัพพิเศษ “Summer Terminal” ที่ E-Space ชั้น G และ 2 พบกับสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ไอเทมที่ถูกคัดสรรมาสำหรับการท่องเที่ยวและใช้ชีวิตที่มีเอกลักษณ์ในช่วงซัมเมอร์นี้ พร้อมกิจกรรม Personalized Luggage Tag Station ให้ลูกค้าได้สนุกกับการทำป้ายชื่อห้อยกระเป๋าในสไตล์ของตน ที่ “Summer Terminal”, E- Space ชั้น G ตั้งแต่วันที่ 9-22 มีนาคมนี้

– พารากอน ดีพาร์ทเมนต์สโตร์ มอบความสนุกสนานกับแฟชั่นซัมเมอร์ ผ่านกิจกรรม Paragon Summerland ระหว่างวันที่ 9 มีนาคม – 26 เมษายน 2560 สัมผัสรูปแบบใหม่ของการนำเสนอเทรนด์แฟชั่นผ่าน ภาพยนตร์สั้น ที่มาพร้อมเรื่องราวชวนติดตามที่เกิดขึ้นใน Summerland ที่นอกจากจะได้อัพเดตเทรนด์แฟชั่นในซัมเมอร์นี้แล้ว ยังได้ร่วมสนุกลุ้นรางวัลพิเศษต่างๆ อาทิเช่น ห้องพัก Pool Suite สุดหรู บัตรชมภาพยนตร์ และร่วมสนุกกับกิจกรรม Paragonrama Theater ที่ให้คุณเป็นส่วนหนึ่งในภาพยนตร์ Paragon Summerland

– บลูพอร์ต ดีพาร์ทเมนต์สโตร์ ร่วมสร้างสีสันซัมเมอร์ให้ชาวหัวหินด้วยกิจกรรม Blu Summer : Pineapple Beach ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม – 19 เมษายน 2560 มอบความสนุกด้วยการนำ สับปะรด ผลไม้ที่เป็น Signature ของเมืองหัวหินมาเป็นคอนเซปต์ในการตกแต่ง สร้างสีสัน บรรยากาศซัมเมอร์ให้กับบลูพอร์ต พร้อมกิจกรรมพิเศษต่างๆ อาทิ Pineapple Beach – กิน ดื่ม ชิว เล่น, Tropical Fruit Market – ของหวานและผลไม้นานาชนิด, Summer Market – ช็อปของแสนเก๋สไตล์ซัมเมอร์บีช พร้อมโปรโมชั่นพิเศษอีกมากมายตลอดช่วงซัมเมอร์นี้

รวมถึง Category ที่มีสินค้าที่ไปเป็นไลฟ์สไตล์ที่เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคในช่วงซัมเมอร์ ได้แก่ Sports Mall และ Power Mall ยังมีการจัดแคมเปญพิเศษในช่วงนี้ เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภค โดย Sports Mall มีการจัดแคมเปญ Sports Mall Summer Up 2017 ระหว่างวันที่ 20 มีนาคม – 7 พฤษภาคม ศกนี้ ที่ Sports Mall ทุกสาขา นำสินค้ากีฬาแบรนด์ชั้นนำลดราคาพิเศษ และ Power Mall จัดแคมเปญ Power Mall Smart Summer นำสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าทำความเย็น อาทิ แอร์ พัดลม ตู้เย็น ฯลฯ จากแบรนด์ชั้นนำลดราคาพิเศษสูงสูด 50% ตั้งแต่วันนี้ – 18 เมษายน 2560 ที่ Power Mall ทุกสาขา

คุณวรลักษณ์ ได้กล่าวปิดท้ายว่า “ขณะนี้ภาพรวมของตลาดรีเทลมีทิศทางที่ดีขึ้นจากปลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้มีการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคโดยเฉพาะซัมเมอร์นี้มีแนวโน้มเป็นบวก โดยทางเดอะมอลล์ กรุ๊ป คาดว่าแคมเปญรับซัมเมอร์นี้ กำลังซื้อจะเติบโตมากกว่าปีที่ผ่านมา ตั้งเป้าแคมเปญนี้จะสร้างรายได้กว่า 6,000 ล้านบาท”

 

ราคาอาหารสดถูกลง ดันดัชนีภาวะศก.ครัวเรือน ก.พ. พุ่งสูงรอบ 22 เดือน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 มี.ค. 2560 13:28

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/879266


วิจัยกสิกร เผยดัชนีภาวะศก.ครัวเรือน ก.พ. พุ่งที่ 45.3 สูงสุดรอบ 22 เดือน พบกังวลค่าครองชีพลดลง จากราคาอาหารสดถูกลง และแรงหนุนมาตรการช้อปช่วยชาติ แต่ยังกังวลการมีงานทำ หลังตลาดแรงงานเริ่มชะลอตัว…

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ออกเอกสารเผยแพร่ ดัชนีภาวะเศรษฐกิจของครัวเรือน (KR-ECI) ในเดือน ก.พ. 60 พบว่า ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 45.3 จากเดิมที่ระดับ 44.0 ในเดือน ม.ค.60 และแตะระดับสูงสุดในรอบ 22 เดือน สะท้อนความกังวลที่ลดลงของครัวเรือนต่อภาวะการครองชีพในปัจจุบัน โดยในเดือนที่ผ่านมา ครัวเรือนลดความกังวลในเรื่องสถานการณ์ทางด้านราคาสินค้า ค่าใช้จ่าย และภาระหนี้สิน แต่กลับมีความกังวลมากขึ้นเรื่องภาวะการมีงานทำ สอดคล้องไปกับอัตราการว่างงานในเดือน ม.ค.-ก.พ.60 ที่เพิ่มขึ้นสูงกว่าค่าเฉลี่ยในปี 59

advertisement

ทั้งนี้เดือน ก.พ. ครัวเรือนมีความกังวลลดลงในเรื่องสถานการณ์ทางด้านราคาสินค้า เนื่องจากราคาอาหารสดหลายรายการมีราคาถูกลง รวมถึงเรื่องค่าใช้จ่ายและภาระหนี้สินที่ครัวเรือน เพราะส่วนหนึ่งได้รับผลดีจากการเร่งใช้จ่ายตามมาตรการช้อปช่วยชาติของรัฐบาลไปในการซื้อสินค้าบริโภคและอุปโภคที่ใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อกักตุนไว้ใช้ในอนาคต สอดคล้องกับผลสำรวจภาวะการครองชีพของศูนย์วิจัยกสิกรไทยในช่วงเดือน ธ.ค.59 ที่ว่า ครัวเรือนเลือกซื้อสินค้าในหมวดของใช้ในบ้านมากที่สุดราว 21% ของสินค้าและบริการที่ใช้จ่าย เพื่อนำค่าใช้จ่ายไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

สำหรับดัชนีองค์ประกอบที่แสดงมุมมองต่อสถานการณ์ทางด้านราคาสินค้าพบว่า ปรับตัวดีขึ้นจากระดับ 38.7 ในเดือน ม.ค.60 มาสู่ระดับ 41.0 ในเดือน ก.พ.60 เนื่องมาจากราคาสินค้าในหมวดอาหารสด โดยเฉพาะผักและผลไม้ส่วนใหญ่มีราคาถูกลงตามปริมาณผลผลิตที่ออกสู่ตลาดมากขึ้น สอดคล้องกับดัชนีราคาผู้บริโภคในหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ที่ปรับตัวลดลงร้อยละ 0.15 จากเดือน ม.ค.60

อย่างไรก็ตาม ครัวเรือนกลับมีความกังวลมากขึ้นในเรื่องการมีงานทำ หลังสถานการณ์ตลาดแรงงานในประเทศเริ่มมีสัญญาณการชะลอตัวตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นจากดัชนีองค์ประกอบที่แสดงมุมมองต่อรายได้และภาวะการมีงานทำปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 49.6 ในเดือน ก.พ.60 จากเดิมที่ระดับ 50.4 ในเดือน ม.ค.60 สอดคล้องกับตัวเลขอัตราการว่างงานในเดือน ม.ค.-ก.พ.60 ที่พุ่งสูงขึ้นมาอยู่เหนือระดับร้อยละ 1.0 ซึ่งสูงกว่าค่าอัตราการว่างเฉลี่ยในปี 59 ที่อยู่ที่ร้อยละ 0.96

ขณะที่ดัชนีสะท้อนมุมมองคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า ได้ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 45.3 ในเดือน ก.พ.60 จากเดิมที่ระดับ 44.5 ในเดือน ม.ค.60 สะท้อนให้เห็นว่า ครัวเรือนเริ่มผ่อนคลายความกังวลต่อภาวะการครองชีพในระยะข้างหน้า โดยเฉพาะในเรื่องสถานการณ์ทางด้านราคาสินค้า ค่าใช้จ่าย และภาระหนี้สิน แต่ครัวเรือนกลับมีความกังวลมากขึ้นในเรื่องรายได้และการมีงานทำ ซึ่งมุมมองของครัวเรือนที่มีความกังวลมากขึ้นนี้อาจจะเป็นแรงกดดันให้ครัวเรือนใช้จ่ายอย่างจำกัดในอนาคต แม้จะมีความเชื่อมั่นต่อภาวะการครองชีพมากขึ้นก็ตาม

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ความเชื่อมั่นของครัวเรือนในช่วง 1-2 เดือนข้างหน้าจะยังทรงตัวใกล้เคียงกับในเดือน ก.พ.60 แต่ยังต้องติดตามสถานการณ์ทางด้านราคาสินค้า โดยเฉพาะราคาอาหารสดที่มักจะมีราคาแพงขึ้นในช่วงฤดูร้อน รวมถึงติดตามสถานการณ์ตลาดแรงงานในประเทศที่จะมีผลต่อความเชื่อมั่นของครัวเรือนในระยะข้างหน้า ขณะเดียวกันครัวเรือนกลับมีมุมมองเชิงลบมากขึ้นต่อประเด็นเรื่องรายได้และการมีงานทำ ทั้งนี้ความกังวลของครัวเรือนในเรื่องรายได้ และการมีงานทำอาจจะเป็นแรงกดดันต่อการบริโภคจริงของภาคเอกชน แม้จะมีความเชื่อมั่นต่อภาวะการครองชีพมากขึ้นก็ตาม.

 

ตลาดส่งออกไฟเบอร์ซีเมนต์ไทย ไปต่ออย่างไรให้ประสบความสำเร็จ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 9 มี.ค. 2560 13:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/879206


การขยายตัวของตลาดไฟเบอร์ซีเมนต์ไทยในปัจจุบันมีแรงขับเคลื่อนมาจากการส่งออกที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึงกว่า 16% CAGR ในระหว่างปี 2011-2015 จากความต้องการบริโภคของตลาดส่งออกหลักอย่างฟิลิปปินส์และกลุ่มประเทศ CLMV ที่ขยายตัวขึ้นตามสภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว

อีไอซีมองฟิลิปปินส์ เมียนมา เวียดนาม และกัมพูชา เป็นกลุ่มตลาดที่ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญในการขายและการบริหารช่องทางจำหน่าย เนื่องจากมีการพึ่งพาการนำเข้าจากไทยเป็นหลักและมีการขยายตัวของการนำเข้าไฟเบอร์ซีเมนต์ในระดับสูง ส่วนไต้หวันและเกาหลีใต้เป็นกลุ่มตลาดที่ผู้ประกอบการควรเจาะตลาดให้มากขึ้น เนื่องจากเป็นตลาดที่มีมูลค่าการนำเข้าสูงแต่มีการนำเข้าจากไทยที่น้อยมาก

ไฟเบอร์ซีเมนต์เป็นวัสดุก่อสร้างทดแทนชนิดใหม่ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ไฟเบอร์ซีเมนต์เกิดขึ้นจากการผสมปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์และเส้นใยธรรมชาติ เข้ากับส่วนผสมอื่นๆ ทั้งนี้ ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่น อาทิ น้ำหนักเบา แข็งแรง ไม่ลามไฟ ไม่บวมน้ำ ปลอดภัยจากศัตรูไม้ และมีราคาไม่แตกต่างจากไม้จริงมากนัก จึงทำให้ไฟเบอร์ซีเมนต์ถูกนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตวัสดุก่อสร้างทดแทนไม้จริงมากขึ้น เช่น ไม้พื้นไม้ฝาสังเคราะห์ แผ่นบอร์ดสำหรับฝ้าผนังและเพดาน และกระเบื้องมุงหลังคา เป็นต้น

ในปัจจุบัน ไทยมีจำนวนผู้ผลิตไฟเบอร์ซีเมนต์รายใหญ่อยู่ 6 ราย และมีกำลังการผลิตรวมกันเท่ากับ 2.2 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี มูลค่าตลาดอยู่ที่ราว 1.45 หมื่นล้านบาทหรือ 20% ของมูลค่าตลาดปูนซีเมนต์ นอกจากนี้ มีการเติบโตเฉลี่ยต่อเนื่องราว 2% CAGR ในระหว่างปี 2011-2015 โดยมี SHERA และ SCG เป็นผู้นำตลาดที่ครองส่วนแบ่งตลาดเท่ากันที่รายละ 38% รองลงมาได้แก่ DRT, CONWOOD, ORAN และ TPIPL ตามลำดับ (รูปที่ 1)

ขณะที่ยอดขายในประเทศหดตัวลงแต่การส่งออกสู่ฟิลิปปินส์และตลาด CLMV กลับเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของไฟเบอร์ซีเมนต์ไทย ทั้งนี้ การบริโภคไฟเบอร์ซีเมนต์ในประเทศต่อการส่งออกคิดเป็นสัดส่วน 75% และ 25% ตามลำดับ โดยตลาดในประเทศโดยเฉพาะที่นำไปผลิตเป็นกระเบื้องมุงหลังคานั้นได้รับผลกระทบจากสินค้าทดแทนอย่างหลังคาเหล็ก (metal sheet) ที่มีราคาต่ำในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ประกอบกับการที่ TPIPL เข้ามาแข่งขันด้านราคาในตลาดยิ่งทำให้มูลค่าตลาดในประเทศหดตัวลงจาก 1.13 หมื่นล้านบาท ในปี 2011 เป็น 1.03 หมื่นล้านบาท ในปี 2015 หรือหดราว 2% CAGR (รูปที่ 1)

รูปที่ 1: ตลาดไฟเบอร์ซีเมนต์ขยายตัวอย่างต่อเนื่องในช่วงปี 2011-2015 โดยมีผู้นำตลาดคือ SCG และ SHERA

ในขณะที่ตลาดส่งออกไฟเบอร์ซีเมนต์ของไทยในช่วงที่ผ่านมานั้นได้รับแรงสนับสนุน 3 ด้าน ได้แก่ 1) สภาวะเศรษฐกิจของประเทศผู้นำเข้าที่เริ่มฟื้นตัวขึ้น 2) คุณภาพของไฟเบอร์ซีเมนต์ของไทยที่ได้รับการยอมรับและเป็นที่ต้องการในตลาดต่างประเทศ และ 3) ราคาที่ต่ำกว่าคู่แข่งหลักอย่างมาเลเซียอยู่ถึง 13% ซึ่งส่งผลให้มูลค่าส่งออกนั้นเพิ่มขึ้นจาก 2.3 พันล้านบาท ในปี 2011 เป็น 4.2 พันล้านบาท ในปี 2015 เติบโตเฉลี่ยถึง 16% CAGR ต่อปี (รูปที่ 1) สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสของตลาดส่งออกที่ยังเติบโตได้อีกมากและจะช่วยชดเชยการหดตัวของตลาดในประเทศให้กับผู้ประกอบการได้อีกด้วย

โดยทั่วไป ลักษณะของตลาดส่งออกไฟเบอร์ซีเมนต์แบ่งได้ 3 ประเภท ซึ่งในแต่ละประเภทก็ต้องการการวางกลยุทธ์ทำตลาดที่แตกต่างกันออกไป อีไอซีได้ประเมินกลุ่มตลาดส่งออกไฟเบอร์ซีเมนต์ ตามส่วนแบ่งตลาด และการเติบโตของการนำเข้า เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1) กลุ่ม “High Share & High Growth” ประกอบด้วย ฟิลิปปินส์ เมียนมา เวียดนาม และกัมพูชา 2) กลุ่ม “High Share & Low Growth” คือ สปป.ลาว และ 3) กลุ่ม “Low Share & Low Growth” ประกอบด้วยไต้หวันและเกาหลีใต้

สำหรับกลุ่ม High Share & High Growth ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญด้านการบริหารช่องทางจัดจำหน่าย ทั้งการพิจารณาการขยายสาขารวมถึงการบริหารจัดการสต็อกสินค้า เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการบริโภคที่ขยายตัวขึ้นได้ นอกจากนี้ ควรร่วมมือกับช่องทางจัดจำหน่ายที่มีศักยภาพเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคจำนวนมากซึ่งตัวอย่างความสำเร็จเห็นได้จากการที่ SHERA เข้าไปรุกตลาดฟิลิปปินส์ในปี 2013 ด้วยการจับมือเป็นพันธมิตรกับโมเดิร์นเทรดวัสดุก่อสร้างรายใหญ่ในท้องถิ่นอย่าง CW Home Depot จนทำให้มูลค่าส่งออกไฟเบอร์ซีเมนต์ของไทยไปฟิลิปปินส์ในภาพรวมเติบโตถึงกว่า 30% CAGR ต่อปี สำหรับช่วงปี 2013-2015

กลุ่ม High Share & Low Growth ผู้ประกอบการควรรักษาส่วนแบ่งตลาด และหาทางขยายตลาดไปพร้อมกัน ทั้งนี้ ด้วยลักษณะของตลาดที่ค่อนข้างอิ่มตัว ผู้ประกอบการจึงไม่จำเป็นที่จะต้องขยายช่องทางจัดจำหน่ายอีก แต่ควรให้ความสำคัญกับการรักษาส่วนแบ่งตลาดไว้ให้นานที่สุด ด้วยการควบคุมคุณภาพของสินค้า การติดตามกฎระเบียบทางการค้าอย่างใกล้ชิดเพื่อทำให้เกิดความต่อเนื่องของการทำตลาด นอกจากนี้ ผู้ประกอบการควรจะกระตุ้นตลาดให้มีการขยายตัวมากขึ้นด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีรูปแบบในการใช้งานที่หลากหลาย รวมถึงพัฒนาสินค้าที่ใช้กับไฟเบอร์ซีเมนต์ (complementary product) อาทิ สีทาไม้ไฟเบอร์ซีเมนต์ เพื่อให้มีรายได้ที่มากขึ้น

สุดท้ายกลุ่ม Low Share & Low Growth ผู้ประกอบการควรชูจุดแข็งด้านราคาเพื่อคว้าโอกาสในการเพิ่มส่วนแบ่งตลาดให้มากขึ้น ปัจจุบันไทยมีการส่งออกไฟเบอร์ซีเมนต์ไปยังตลาดกลุ่มนี้เพียง 150 ล้านบาท จากมูลค่านำเข้าทั้งหมด 2.6 พันล้านบาท หรือเพียง 6% เท่านั้น ซึ่งน้อยกว่าคู่แข่งหลักอย่างมาเลเซีย ญี่ปุ่น และจีน ที่มีมูลค่าส่งออกถึง 40%, 30% และ 20% ตามลำดับ โดยผู้ประกอบการไทยควรอาศัยข้อได้เปรียบด้านราคาส่งออกที่ต่ำกว่าคู่แข่ง (รูปที่ 2) จากความพร้อมด้านวัตถุดิบที่เหนือกว่าเพื่อคว้าโอกาสในการเจาะตลาดให้มากขึ้นในอนาคต

รูปที่ 2: ราคาส่งออกไฟเบอร์ซีเมนต์ไทยนั้นต่ำกว่าคู่แข่งหลักอย่างมาเลเซีย จีนและญี่ปุ่น

อีไอซีแนะผู้ผลิตไฟเบอร์ซีเมนต์เลือกตลาดส่งออกให้เหมาะสมเพื่อชดเชยการหดตัวในประเทศ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการควรเลือกโฟกัสตลาดกลุ่ม High Share & High Growth และ High Share & Low Growth เป็นอันดับแรก เนื่องจากเป็นตลาดที่ผู้ประกอบการไม่ต้องเริ่มทำ branding ใหม่ตั้งแต่ต้น เพราะมีการนำเข้าจากไทยเป็นหลักอยู่แล้ว นอกจากนี้ ยังเป็นตลาดที่มีทำเลที่ตั้งใกล้กับไทยซึ่งจะส่งผลให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารต้นทุนและควบคุมคุณภาพในการขนส่งได้ง่ายกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับการเข้าไปทำตลาดในกลุ่ม Low Share & Low Growth

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องควรเข้ามาเปิดตลาด Low Share & Low Growth ด้วยการนำผู้ประกอบการไทยไปร่วมพบปะเจรจาทางธุรกิจ (business matching) กับผู้นำเข้าไฟเบอร์ซีเมนต์รายใหญ่ของตลาด เพื่อที่จะทำให้การเจรจาทางธุรกิจสามารถเกิดขึ้นได้ในทันที และนำไปสู่การขยายตัวของการส่งออกได้อีกด้วย

รูปที่ 3: ตลาดส่งออกไฟเบอร์ซีเมนต์แบ่งได้เป็น 3 กลุ่มด้วยกัน

โดย: กณิศ อ่ำสกุล (kanit.umsakul@scb.co.th)
Economic Intelligence Center (EIC)
ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
EIC Online: www.scbeic.com

 

เมกาบางนา แจกจริง จัดเต็มรถยนต์ Honda รุ่น CR-Z

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 9 มี.ค. 2560 13:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/879202


(จากซ้าย) คุณสิรินฉัตร แสงศรี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ศูนย์การค้าเมกาบางนา, นายคริสเตียน โอลอฟสัน กรรมการผู้จัดการศูนย์การค้าเมกาบางนา, คุณกัญญา หอเกรียงไกร ผู้โชคดีจากแคมเปญ “เมกา วิช”, คุณปราณี วีรพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท บางพลี ฮอนด้า ออโตโมบิล จำกัด และ คุณนิดา วีรพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท สุวรรณภูมิ ฮอนด้า ออโตโมบิล จำกัด

คริสเตียน โอลอฟสัน (ที่ 2 จากซ้าย) กรรมการผู้จัดการศูนย์การค้าเมกาบางนา และ ปราณี วีรพร 
(ที่ 5 จากซ้าย) ประธานกรรมการ บริษัท บางพลี ฮอนด้า ออโตโมบิล จำกัด มอบรถยนต์ Honda รุ่น CR-Z มูลค่า 1,975,000 บาท ให้แก่ สุกัญญา หอเกรียงไกร (กลาง) ผู้โชคดีจากแคมเปญ “เมกา วิช” (Mega Wish) ที่จัดขึ้นเพื่อมอบเป็นของขวัญแก่นักช็อปครั้งใหญ่ส่งท้ายปีที่ผ่านมา ณ เมน เอนทรานซ์ ศูนย์การค้าเมกาบางนา เมื่อเร็วๆ นี้