ทองคำเปิดตลาดลดลง 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 20,950

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 มี.ค. 2560 09:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/893352


ราคาทองวันที่ 23 มี.ค. เปิดตลาดราคาลดลง 50 ทองแท่งรับซื้อบาทละ 20,350 ขายออกบาทละ 20,450 รูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,980.88 ขายออกบาทละ 20,950 บาท

เมื่อวันที่ 23 มี.ค. 60 สมาคมค้าทองคำรายงานราคาทองเปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.26 น. ราคาลดลง 50 บาท จากเมื่อวานที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาทองแท่งรับซื้อบาทละ 20,350 บาท ขายออกบาทละ 20,450 บาท รูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,980.88 บาท ขายออกบาทละ 20,950 บาท.

 

ตลาด 1.2 หมื่นล้านยังมีช่องว่าง เนสกาแฟเปิดตัวกาแฟดำลุย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 มี.ค. 2560 08:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/893345


เนสกาแฟใส่เกียร์ลุยทำตลาดกาแฟกระป๋องมูลค่ารวม 1.2 หมื่นล้านบาท ส่งสินค้าตัวใหม่ “แบล็ก ไอซ์” จับลูกค้า โดยชูจุดขายน้ำตาลน้อย รสชาติเข้ม พลังงาน 50 แคลฯ…

น.ส.เครือวัลย์ วรุณไพจิตร ผู้อำนวยการบริหารธุรกิจผลิตภัณฑ์พร้อมดื่ม บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด กล่าวว่า เพื่อเดินหน้าชิงส่วนแบ่งตลาดกาแฟกระป๋องพร้อมดื่ม ล่าสุดส่งเนสกาแฟแบล็ก ไอซ์สู่ตลาด ชูจุดเด่นของกาแฟดำน้ำตาลน้อยรสชาติอร่อยเข้มให้พลังงานเพียง 50 กิโลแคลอรี พร้อมกับข้อความโดนใจในทุกกระป๋องตอกย้ำความเป็นแบรนด์กาแฟเคียงคู่คนไทย โดยเตรียมจัดกิจกรรมสื่อสารการตลาดสร้างการรับรู้สู่ผู้บริโภคทุกช่องทางและโรดโชว์แจกผลิตภัณฑ์ตัวอย่างกว่า 2 ล้านแก้ว คาดดันยอดขายปี 2560 โตตามเป้า

ทั้งนี้ การให้ความใส่ใจต่อการเลือกผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพยังคงเป็นเทรนด์ที่ถูกให้ความสำคัญต่อเนื่อง ขณะเดียวกันกาแฟก็เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของคนวัยทำงานมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่รู้สึกอ่อนล้า ต้องการมองหาเครื่องดื่มที่จะช่วยให้สดชื่นขึ้น เนสกาแฟในฐานะกาแฟยอดนิยมของคนไทยและผู้คนทั่วโลก จึงมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในทุกมิติอย่างต่อเนื่อง และปีนี้ จึงส่งกาแฟกระป๋องพร้อมดื่มเนสกาแฟแบล็กไอซ์กาแฟดำน้ำตาลน้อย รสชาติอร่อยเข้มตอบโจทย์ผู้บริโภค

น.ส.เครือวัลย์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันผลิตภัณฑ์กาแฟกระป๋องพร้อมดื่มมีมูลค่าตลาดรวมอยู่ประมาณ 12,000 ล้านบาท โดยเนสกาแฟกระป๋องมีส่วนแบ่งในตลาดนี้อยู่ประมาณ 32% และตั้งเป้าอัตราการเติบโตของยอดขายในปีนี้ไว้ไม่น้อยกว่า 10%.

 

หุ้นสหรัฐฯ ทรงตัว ก่อนสภาโหวตกฎหมายสุขภาพของทรัมป์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 มี.ค. 2560 06:23

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/893276


ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นในวันพุธ 1 วันก่อนที่สภาคองเกรสจะมีการโหวตลงมติร่างกฎหมายประกันสุขภาพ ของประธานาธิบดี ทรัมป์ ที่ถูกมองเป็นตัวชี้วัดว่านโยบายด้านสุขภาพของเขา จะได้รับการสนับสนุนหรือไม่…

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันที่ 22 มี.ค. แบบผสมผสาน โดยดัชนีดาวโจนส์ลดลง 6.71 จุด หรือ 0.03% ปิดที่ 20661.30 จุด ขณะที่ดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 4.43 จุด หรือ 0.19% ปิดที่ 2348.45 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็กเพิ่มขึ้น 27.81 จุด หรือ 0.48% ปิดที่ 5821.64 จุด

เมื่อวันอังคาร ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดิ่งลงอย่างหนักจากความกังวลว่า กฎหมายประกันสุขภาพที่นายทรัมป์สนับสนุนเพื่อแทนที่ กฎหมายโอบามาแคร์ จะไม่ผ่านการลงมติในสภาผู้แทนราษฎร

อย่างไรก็ตาม นายอาร์ต โฮแกน หัวหน้านักยุทธศาสตร์การตลาดของบริษัท วันเดอร์ลิช ซีเคียวริตีส์ กล่าวว่า ในวันพุธ นักลงทุนเข้าสู่โหมดรอดู หลังพรรคพวกของนายทรัมป์ไม่เลื่อนการโหวตลงมติตามกำหนดในวันพฤหัสบดี แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่น.

 

สุ่มตรวจสินค้ารับสงกรานต์ เตือนภัยดื่มกาแฟเจอมะเร็ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 23 มี.ค. 2560 06:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/893256


น.ส.ชุติมา บุญยประภัศร รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรฯ จะเฝ้าระวังและตรวจสอบสารตกค้างซึ่งปนเปื้อนในสัตว์ และพืช รวม 130,000 ตัวอย่าง ภายใต้งบประมาณ 3,000 ล้านบาท จากปี 2559 ที่มีการตรวจและเฝ้าระวังสารตกค้างฯ 110,000 ตัวอย่าง และมีการตรวจพบสารปนเปื้อน สารเคมีเกินมาตรฐาน 7% การตรวจสอบและเฝ้าระวังจะแบ่งเป็นตรวจสอบพืช 20,000 ตัวอย่าง ปศุสัตว์ 30,000 ตัวอย่าง ประมง 80,000 ตัวอย่าง เพื่อสร้างการรับรู้เรื่องมาตรฐานสินค้าเกษตร เพราะปีนี้เป็นปีแห่งการยกระดับมาตรฐานการเกษตรและวันที่ 1-7 เม.ย.นี้ จะส่งเจ้าหน้าที่ออกสุ่มตรวจตัวอย่างตั้งแต่ฟาร์มที่ผลิต และร้านอาหารตามสถานที่จำหน่ายต่างๆที่สำคัญในแหล่งท่องเที่ยว เพื่อ ต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ เพราะมีประชาชนออกมาซื้อสินค้าจำนวนมาก ในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ

“การสุ่มตรวจการใช้สารเคมีเกินมาตรฐาน จะเน้นในสินค้า หมู ไก่ พริก มะเขือเทศ ผัก ผลไม้ และโดยกาแฟที่คนไทยนิยมบริโภค ที่มีการตรวจพบว่ามีสารก่อมะเร็งตกค้างจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการเก็บรักษาไม่ดี เก็บในที่มีความชื้น หรือวิธีการใช้ไม่ถูกต้อง โดยหลายคนเอาช้อนที่เปียกน้ำลงไปตักผงกาแฟ เพื่อนำมาชง ส่งผลให้เกิดความชื้น เป็นสาเหตุของการเกิดสารก่อมะเร็ง”.

 

ร.ฟ.ท.รีบขานรับซุปเปอร์บอร์ด ย่อยสัญญาสัมปทานรถไฟทางคู่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 23 มี.ค. 2560 06:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/893255


นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการกำกับการจัดซื้อจัดจ้าง (ซุปเปอร์บอร์ด) เปิดเผยหลังการประชุมร่วมกับคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) (บอร์ด) ว่า คณะกรรมการมีความเห็นสอดคล้องในการปรับปรุงเงื่อนไขการประกวดราคา (ทีโออาร์) ในโครงการรถไฟทางคู่ 5 เส้นทางให้ปรับสัญญาจ้างงานใหม่ ในแต่ละสัญญาซอยสัญญาให้เล็กลงเหลือมูลค่างานละ 5,000 ล้านบาท ถึง 10,000 ล้านบาท จากเดิมสัญญาเดิมมีบางสัญญามูลค่าสูงมากกว่า 20,000 ล้านบาท โดยเดิมมีสัญญา 5 สัญญา เป็นสัญญาละ 1 เส้นทางที่รวมงานทั้งระบบอาณัติสัญญาณ และงานระบบรางและงานโยธาด้วย

ทั้งนี้ เบื้องต้นจะแบ่งงานระบบอาณัติสัญญาณออกจากงานระบบรางและงานโยธา โดยให้แยกระบบอาณัติสัญญาณเป็น 3 สัญญา ตามทิศที่จะก่อสร้างโครงการ มี 3 ทิศคือทางเหนือ ทางใต้ และทางตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนงานระบบรางและงานโยธา ซอยย่อยเป็น 10 สัญญา โดยให้พิจารณาความเป็นจริงทางภูมิศาสตร์ด้วย ซึ่งบางงานเป็นงานอุโมงค์ 3 แห่ง ก็ให้รวมเป็นงานเดียว โดยอาจมีมูลค่า 10,500 หมื่นล้านบาทก็ได้.

 

ลุ้นอีกเฮือกปลดธงแดง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 23 มี.ค. 2560 05:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/893250


นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เปิด เผยว่า ขณะนี้ กพท.อยู่ระหว่างเร่งทบทวนและออกใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศใหม่ (AOC Re-certification) ให้สายการบินระหว่างประเทศที่จดทะเบียนในไทยทั้ง 23 ราย เพราะการยื่นเรื่องขอให้องค์กรการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอเคโอ) ตรวจสอบซ้ำ เพื่อปลดธงแดงประเทศไทยมีเงื่อนไขกำหนดว่า เมื่อ กพท. ยื่นเรื่องให้ ไอเคโอ ตรวจสอบในเดือน มิ.ย. แล้ว สายการบินที่ยังไม่ได้รับ AOC ใหม่ จะต้องหยุดบินในเส้นทางระหว่างประเทศตั้งแต่ 1 ก.ค.60 เป็นต้นไป หรือจนกว่าไอเคโอจะประกาศปลดธงแดง

อย่างไรก็ตามในปัจจุบันมีสายการบินบางกอกแอร์เวย์สเพียงรายเดียวที่ได้รับ AOC ใหม่ ขณะเดียวกันมี 2 สายการบินที่อยู่ระหว่างการประเมินขั้นที่ 4 จากทั้งหมด 5 ขั้นตอน ได้แก่ สาย การบินไทยและไทยแอร์เอเชีย โดยจะได้รับ AOC ใหม่ในเดือน เม.ย.นี้ และมีอีก 6 สายการบินที่อยู่ระหว่างประเมินขั้นที่ 3 ได้แก่ สายการบินเค-ไมล์แอร์, โอเรียนท์ไทย, นกแอร์, นกสกู๊ต, ไทยแอร์เอเชียเอ็กซ์ และไทยสมายล์แอร์เวย์

“สายการบินระหว่างประเทศที่เหลืออีก 14 รายได้ผ่านการตรวจสอบขั้นที่ 2 ทั้งหมดแล้ว ปรากฏว่ามีสายการบินลงชื่อขอรับการตรวจสอบทั้งหมด 9 ราย ที่เหลืออีก 5 ราย ที่ไม่ได้ลงชื่อขอรับ การตรวจสอบ ทำให้ต้องหยุดการบินในเส้นทางระหว่างประเทศไปก่อน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. เป็นต้นไป”.

 

ขาดทุนสต๊อกข้าว 1.5 แสนล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 23 มี.ค. 2560 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/893245


น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ได้หารือถึงแผนการระบายข้าวในสต๊อกรัฐบาล ที่เหลืออยู่ตามกรอบที่ นบข.กำหนดไว้เมื่อเดือน ม.ค.ที่ให้ระบายข้าว 8 ล้านตัน ที่ได้แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มโดยมีความคืบหน้าดังนี้ กลุ่มที่ 1 ข้าวที่ยังคงมีคุณภาพอยู่สามารถบริโภคได้ 3 ล้านตัน ที่ได้เปิดประมูลเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา 2.86 ล้านตัน ในจำนวนนี้ระบายออกไปได้ 1.3 ล้านตัน ยังเหลืออยู่ 1.5 ล้านตัน นบข.ได้อนุมัติหลักการเพื่อนำออกมาประมูลรอบใหม่ในเดือน พ.ค.นี้

กลุ่มที่ 2 ข้าว ที่ไม่เหมาะสมกับการบริโภค ให้นำเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม เปิดประมูลไปแล้ว 3.66 ล้านตัน มีผู้ประกอบการยื่นเสนอซื้อ 19 ราย และวันที่ 23 มี.ค.นี้เป็นกำหนดวันเปิดซองประกวดราคาเสนอซื้อ จะทำให้ทราบจำนวนข้าวและราคาข้าว ที่ผู้ประกอบการต้องการขอซื้อ คาดว่าอาจระบายข้าวกลุ่มนี้ได้ไม่หมด 3.66 ล้านตันในรอบนี้ จึงจะนำข้าวที่เหลือไปประมูลรอบใหม่ ในเดือน มิ.ย. กลุ่มที่ 3 ข้าวที่เสื่อมสภาพเก็บไว้ เกิน 5 ปี รวม 1 ล้านตันเศษ จะเปิดประมูลรอบแรกเดือน เม.ย.นี้ เพราะต้องระบายไปใช้ในอุตสาหกรรมที่ไม่ใช่อาหารคน อาหารสัตว์

“ปีนี้ กรมส่งเสริมการค้าต่างประเทศ จะเร่งหาตลาดต่างประเทศเพื่อส่งออก และเมื่อรวมกับเอกชน มั่นใจว่าจะส่งออกได้จำนวนมาก ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 10 ล้านตัน ในส่วนของฟิลิปปินส์ที่ไทยจะเข้าร่วมประมูลขายข้าวให้รัฐบาลฟิลิปปินส์คาดว่าจะส่งออกได้ 300,000 ตัน ขณะที่จีนเพิ่งเจรจาได้ 200,000 ตัน อิหร่านภาคเอกชน สามารถหาตลาดได้ 100,000 ตัน ญี่ปุ่น 27,000 ตัน บังกลาเทศมีกรอบความร่วมมือเดิม 1 ล้านตัน อิรักเพิ่งส่งคำเชิญมาให้ไทยไปเสนอราคาให้”

นายนิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการวิจัยและพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า ได้ประเมินมูลค่าของข้าว ในสต๊อกรัฐบาล 8 ล้านตัน ณ วันที่ 30 ม.ค.ที่ผ่านมา มีผลขาดทุนสะสม 154,000 ล้านบาท ถ้าไม่เร่งระบายข้าวออกจากสต๊อก จะมีผลต่อการกดราคาข้าวเปลือก ที่จะออกใหม่และหากขายช้าจะขาดทุนมากขึ้น เพราะมีภาระเรื่องต้นทุนเก็บรักษา ดอกเบี้ยและค่าเสื่อมของข้าวที่เกิดขึ้นทุกวันเฉลี่ยรวมเดือนละ 500 ล้านบาท และหากระบายออกหมด คาดว่ากลุ่มแรก ข้าวที่ยังบริโภคได้จะได้เงิน 29,000 ล้านบาท กลุ่มที่ 2 ข้าวที่เข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม 17,000 ล้านบาท กลุ่มที่ 3 ข้าวเสื่อมสภาพ จะได้เงิน 1,800 ล้านบาท.

 

พาณิชย์มั่นใจตลอดปีเข้าเป้า 3% ส่งออกเดือน ก.พ.พลิกติดลบ เจอพิษคอบร้าโกลด์-ทองคำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 23 มี.ค. 2560 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/893242


น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงสถิติการค้าระหว่างประเทศของไทยว่า ในเดือน ก.พ.60 การส่งออกมีมูลค่า 18,470 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลง 2.76% เมื่อเทียบกับเดือน ก.พ.59 ซึ่งเป็นการกลับมาติดลบครั้งแรกในรอบปีนี้ หลังจากที่เดือน ม.ค.60 มูลค่าเพิ่มขึ้น 8.83% ส่วนเมื่อคิดเป็นเงินบาทมีมูลค่า 647,360 ล้านบาท ลดลง 5.3%โดยสาเหตุที่มูลค่ากลับมาติดลบ เพราะมีการส่งออกสินค้าพิเศษคืออากาศยานและทองคำรวมกันถึง 13.5% แต่หากหักมูลค่าการส่งออกสินค้าทั้ง 2 รายการแล้ว มูลค่าส่งออกจะเพิ่มขึ้น 8.5% ส่วนหากหักมูลค่าการส่งออกสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับราคาน้ำมัน มูลค่าส่งออกจะติดลบ 4.0% ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 16,860 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 20.36%

สำหรับการส่งออกในช่วง 2 เดือน (ม.ค.-ก.พ.) ปี 60 มีมูลค่า 35,569 ล้านเหรียญฯ เพิ่มขึ้น 2.49% เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 59 คิดเป็นเงินบาทมีมูลค่า 1.256 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.8% ส่วนการนำเข้า มีมูลค่า 33,133 ล้านเหรียญฯ เพิ่มขึ้น 12.39% คิดเป็นเงินบาทมีมูลค่า 1.185 ล้านล้านบาท มีดุลการค้าเกินดุล 2,435.9 ล้านเหรียญฯ หรือเกินดุล 71,484 ล้านบาท โดยมั่นใจว่าตลอดทั้งปีนี้ ยอดส่งออกจะขยายตัว 3%

“เมื่อหักสินค้าทองคำและอากาศยานออก การส่งออกไทยในเดือน ก.พ. บวก 8.5% สะท้อนถึงความสามารถในการแข่งขัน และการปรับตัวในระดับที่ดีของไทย ตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลก โดยเศรษฐกิจสหรัฐฯ ฟื้นตัวสอดคล้องกับการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ เศรษฐกิจจีนทรงตัว ขณะที่ญี่ปุ่นเริ่มฟื้นตัวต่อเนื่องในระดับปานกลาง”

นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์กล่าวว่า ตัวเลขการส่งออกในเดือน ก.พ. ที่หดตัว -2.8% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา เป็นผลมาจากฐานของปี 2559 ขยายตัวสูง โดยเดือน ก.พ. ปีที่ผ่านมา มีการส่งออกทองคำจำนวนมาก ขณะเดียวกันยังส่งออกอากาศยาน ที่นำเข้ามาเพื่อใช้สำหรับฝึกคอบร้าโกลด์ด้วย จึงทำให้ตัวเลขการส่งออกขยายตัวมากผิดปกติในเดือน ก.พ.59.

 

คลอดภาษีที่ดินเดือน ก.ย.นี้ สนช.รับฟังคนเห็นต่างจ่อไฟเขียว 3 วาระรวด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 23 มี.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/893237


“พรเพชร” มั่นใจ สนช.ผ่าน พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไม่เกินเดือน ก.ย.นี้ กรมธนารักษ์เร่งประเมินราคาที่ดินแปลง 32 ล้านไร่ทั่วประเทศ มั่นใจเสร็จภายในปีนี้ รองรับ พ.ร.บ.ใหม่ ด้าน สศค.คาดว่ารัฐเก็บภาษีเพิ่มอีก 5-6 หมื่นล้านบาท ไม่หวั่นลดอัตราเก็บภาษีที่ดินว่างเปล่า

นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เปิดเผยถึงกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างว่า ในวันที่ 27 มี.ค. วิปรัฐบาลและวิป สนช.จะพิจารณามติ ครม.ดังกล่าวเพื่อเตรียมบรรจุเข้าสู่วาระการประชุม สนช. ส่วนจะเป็นการพิจารณา 3 วาระรวดหรือไม่ ยังตอบไม่ได้ ต้องรอดูรายละเอียดเนื้อหาก่อนว่า สนช.ต้องปรับแก้ไขเรื่องใดบ้าง ทั้งนี้ ในการพิจารณา สนช.พร้อมรับฟังข้อเสนอจากทุกฝ่าย ทั้งคณะกรรมการกฤษฎีกา รัฐบาลและผู้ได้รับผลกระทบ คาดว่าร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวจะผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุม สนช.ไม่เกินเดือน ก.ย.2560

ส่วนกรณีนี้ ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อคนจำนวนมาก เกรงว่าจะมีคนต่อต้าน นายพรเพชรตอบว่า ไม่กังวลจะถูกต่อต้านเพราะหากรัฐธรรมนูญฉบับประชามติมีผลประกาศบังคับใช้แล้ว สนช.จะต้องรับฟังความคิดเห็นในวงกว้างตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ แต่ระหว่างรอรัฐธรรมนูญประกาศใช้ สนช.จะรับฟังความคิดเห็นตามขั้นตอนปกติไปเรื่อยๆ ถ้าใครคัดค้านตรงไหน สนช. ต้องรับฟังอยู่แล้ว

นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า ขณะนี้กรมฯ ยังคงเดินหน้าในการประเมินที่ดินรายแปลงให้แล้วเสร็จทั้งหมด 32 ล้านไร่ทั่วประเทศ ภายในปี 2560 เพื่อรองรับ พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. …ซึ่งได้ผ่านการพิจารณาจาก ครม.เมื่อวันที่ 25 มี.ค.ที่ผ่านมา และกำลังจะเข้าสู่การพิจารณา สนช.โดยคาดว่ากฎหมายฉบับดังกล่าว จะมีผลบังคับใช้ในปีนี้ ซึ่งช่วงที่ผ่านมา กรมฯ ได้ประเมินที่ดินรายแปลงไปแล้ว 17 ล้านไร่ ยังเหลืออีกประมาณ 15 ล้านไร่ก็ครบทั่วประเทศ

ทั้งนี้ การประเมินราคาที่ดินแปลงจะทำให้การจัดเก็บภาษีที่ดินตาม พ.ร.บ.ฉบับใหม่ สะท้อนความเป็นจริงได้มากขึ้น เพราะแต่เดิมกรมฯ ประเมินราคาที่ดินเป็นตามสภาพภูมิประเทศ หรือประเมินที่ดินเป็นรายบล็อก ทำให้การประเมินราคาที่ดินในบางพื้นที่ไม่ตรงกับความจริง หรือไม่สะท้อนราคาซื้อขายที่แท้จริงในท้องตลาดได้ จึงส่งผลต่อการจัดเก็บภาษีจากการซื้อขายที่ดินด้วย โดยในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา หลังจากกรมฯ ได้ประกาศราคาประเมินที่ดินใหม่ทุก 4 ปี พบว่า การจัดเก็บภาษีจากการซื้อขายที่ดินเพิ่มขึ้นปีละ 30,000-50,000 ล้านบาท ซึ่งราคาประเมินที่ดินใหม่นี้จะเป็นฐานของการเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างด้วย

นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนว่าอัตราภาษีที่ดินตาม พ.ร.บ.ใหม่ จะจัดเก็บในอัตราใดเนื่องจากรัฐบาลต้องนำร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว เข้าสู่การพิจารณาของ สนช. ส่วนอัตราภาษีกรณีที่ดินทิ้งว่างเปล่า หรือไม่ได้ทำประโยชน์ ซึ่งร่าง พ.ร.บ.เดิมกระทรวงการคลังเสนอให้เก็บภาษีในอัตรา 5% แต่ร่างที่คณะกรรมการกฤษฎีกาแก้ไขให้เก็บในอัตรา 2% และหากที่ดินนั้นยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ ให้ปรับขึ้น 0.5% ทุกๆ 3 ปีแต่ไม่เกินเพดานอัตรา 5% นั้น มีผลกระทบต่อการจัดเก็บภาษีน้อยมาก ซึ่งกฎหมายฉบับนี้ สศค.คาดว่าจะทำให้ท้องถิ่นมีรายได้ 50,000-60,000 ล้านบาทต่อปี

นายโสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริม-ทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด กล่าวว่า โอกาสจะทำให้ที่ดินทิ้งไว้ว่างเปล่าไม่ได้ทำประโยชน์ตามควร ออกมาหมุนเวียนสู่ตลาดมาก เพื่อนำไปพัฒนาให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติ และระบบเศรษฐกิจของประเทศ ส่วนจะมีผลกระทบกับวงการอสังหา-ริมทรัพย์มากหรือไม่ ก็คงไม่มาก เพราะบริษัทแต่ละบริษัทจะต้องจัดหาซื้อที่ดินเตรียมไว้พัฒนาแต่ละปีอยู่แล้ว ซึ่งมีแผนลุยพัฒนาโครงการต่างๆ ไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว จึงไม่น่าห่วง

สำหรับราคาที่ดินในปัจจุบันจากการออกสำรวจและเก็บสถิติของบริษัทฯ พบว่าราคาที่ดินเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล เฉลี่ยปรับขึ้นปีละ 4% ที่ดินในใจกลางเมือง และแนวติดโครงการรถไฟฟ้า จะมีราคาปรับขึ้นปีละ 7-8% ส่วนที่ดินในต่างจังหวัดตามหัวเมืองใหญ่ราคาก็จะขยับขึ้นปีละ 4%

ด้านนายอนุพงษ์ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หากจะให้คาดการณ์ว่า พ.ร.บ.ใหม่จะมีผลกระทบต่อภาคธุรกิจพัฒนาอสังหาริม-ทรัพย์หรือไม่ อาจจะเร็วเกินไป แต่ในระยะสั้นแล้ว พ.ร.บ.ฉบับนี้ อาจส่งผลกระทบไม่มากต่อเจ้าของที่ดิน แต่ในระยะยาวอาจมีผลกระทบ เพราะภาษีที่จัดเก็บจะทำให้การถือครอบครองที่ดินเปล่ามีต้นทุนที่สูง และเปิดโอกาสให้เกิดความต้องการขาย (ซัพพลาย) ที่ดินเปล่าถูกปล่อยลงตลาดในที่สุด.

 

45 ปียูนิแอร์ จัดกิจกรรมปันประสบการณ์แก่ นร.10 สถาบันอาชีวศึกษาทั่วปท.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 มี.ค. 2560 21:34

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/893032


“ยูนิแอร์” เครื่องปรับอากาศแบรนด์ไทยเก่าแก่ที่สุด ก้าวสู่ปีที่ 45 ประกาศจุดยืน “ผู้ชำนาญเรื่องเครื่องปรับอากาศ” พร้อมเตรียมจัดกิจกรรม “ปันประสบการณ์ งานเครื่องปรับอากาศ” แก่นักเรียนใน 10 สถาบันอาชีวศึกษาทั่วประเทศ…

เมื่อวันที่ 22 มี.ค.60 ดร.ณรัณ ศิริสันธนะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูนิแอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องปรับอากาศภายใต้แบรนด์ “ยูนิแอร์” (UNI-Aire) เปิดเผยว่าในโอกาสที่บริษัทฯ ดำเนินกิจการมาจนก้าวสู่ปีที่ 45 ได้จัดกิจกรรม “ปันประสบการณ์ งานเครื่องปรับอากาศ” แก่นักเรียนใน 10 สถาบันอาชีวศึกษาทั่วประเทศ โดยบริษัทให้ความสำคัญเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมตลอดมา ด้วยการจัดโครงการต่างๆ เช่น กิจกรรมอนุรักษ์ธรรมชาติร่วมกับชุมชน สนับสนุนระบบการศึกษาโดยร่วมเป็นทวิภาคีให้การอบรมประสบการณ์วิชาชีพแก่นักเรียนนักศึกษาระดับอาชีวศึกษาจากสถาบันต่างๆ ระยะเวลา 6-10 เดือน เพื่อผลิตบุคลากรรุ่นใหม่ให้มีฝีมือในการออกไปประกอบอาชีพ อันเป็นกำลังสำคัญให้วงการอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศไทยต่อไป สำหรับกิจกรรม “ปันประสบการณ์ งานเครื่องปรับอากาศ” ที่จัดขึ้นนี้เป็นการนำทีมวิทยากรผู้มีประสบการณ์ของบริษัทไปให้ความรู้เรื่องเทคโนโลยี การตลาด และแนะนำเทคนิคการเป็นมืออาชีพเรื่องเครื่องปรับอากาศ แก่นักเรียนใน 10 สถาบันอาชีวศึกษาทั่วประเทศ โดยจะเริ่มโครงการในเดือนพฤษภาคมนี้เป็นต้นไป

ดร.ณรัณ กล่าวด้วยว่า ยูนิแอร์ มุ่งเน้นการผลิตเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่สำหรับกิจการเชิงพาณิชย์ และโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งสืบเนื่องมาจากผู้ก่อตั้งกิจการของ เป็นกลุ่มวิศวกรไทยที่ร่วมกันบุกเบิก จึงให้ความสำคัญกับงานวิศวกรรมและเทคโนโลยีเป็นหลัก เน้นการผลิตชิ้นส่วนเพื่อทดแทนการนำเข้าจากต่างประเทศสำหรับเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่ ผลิตภัณฑ์จึงได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคว่าเป็น “แอร์พันธุ์อึด” เพราะผลิตจากวัสดุที่ทนทาน มีเทคโนโลยีทันสมัย ประหยัดพลังงาน ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ช่วยลดต้นทุนทางธุรกิจ จึงสอดคล้องกับความต้องการของผู้ประกอบการ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีการผลิตเครื่องปรับอากาศขนาดเล็กสำหรับที่พักอาศัยด้วย เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั่วไป

ปัจจุบัน บริษัทฯ มีลูกค้าทั้งตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ มีผลประกอบการในปี 2559 ประมาณ 400 ล้านบาท แบ่งสัดส่วนเป็น ตลาดในประเทศ 75% และตลาดต่างประเทศอีก 25% และตั้งเป้าการเติบโตสำหรับปี 2560 ไว้เพิ่มขึ้น 15% ของรายได้ที่ผ่านมา โดยการรักษาฐานตลาดเดิม และขยายตลาดไปยังกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน ในกลุ่มเออีซี ทั้งนี้ที่ผ่านมา ผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ได้รับรางวัลด้านมาตรฐานสินค้ามาโดยตลอด โดยเฉพาะรางวัลล่าสุด Thailand Energy Award 2015 จากกระทรวงพลังงาน ซึ่งเป็นรางวัลทางด้านผลิตภัณฑ์ประหยัดพลังงาน

ดร.ณรัณ ยังกล่าวถึงแนวโน้มพฤติกรรมการใช้เครื่องปรับอากาศในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคว่า มีแนวโน้มใช้เครื่องปรับอากาศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากประเทศไทยเป็นเมืองร้อน โดยปัจจัยในการเลือกซื้อสินค้ามาจากตัวเลือกต่างๆ เช่น ราคา ความเย็น ความเงียบ เน้นประหยัดพลังงาน รักษาสุขภาพและความบริสุทธิ์ของอากาศบริเวณที่ใช้เครื่องปรับอากาศ ซึ่งบริษัทฯ เองได้พยายามนำเสนอนวัตกรรมเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าให้ได้อย่างครบถ้วน ในราคาที่สมเหตุสมผล ในช่วงฤดูร้อนจึงได้จัดโปรโมชั่นพิเศษสำหรับลูกค้า “ยูนิแอร์” รับทันที “กล่องอเนกประสงค์ยูนิแอร์ สีสันสดใส” ใช้งานสารพัดประโยชน์.