3 เอ็มเปิดตัวฟิล์มรถยนต์ ชูจุดขายกันยูวี-แสงผ่านได้น้อย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 มี.ค. 2560 22:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/891876


“3 เอ็ม” เดินหน้าทำตลาดฟิล์มกรองแสงรถยนต์เปิดตัวฟิล์มกรองแสงรถยนต์รุ่นใหม่ “คริสตัลไลน์ ซี20” ภายใต้คอนเซปต์เข้ม แต่เคลียร์…

น.ส.วารินทร์ จงสมสุข ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจความปลอดภัยและงานกราฟิก บริษัท 3 เอ็ม ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า บริษัท 3 เอ็ม เป็นรายแรกของโลกที่คิดค้นฟิล์มกรองแสงรถยนต์ เพื่อความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมฟิล์มกรองแสงกว่า 50 ปีที่บริษัท 3 เอ็ม คิดค้นวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีบนฟิล์มกรองแสงรถยนต์มัลติเลเยอร์ นาโนเทคโนโลยีในรุ่นคริสตัลไลน์เป็นการซ้อนทับฟิล์มถึง 200 ชั้น เพื่อสะท้อนความร้อนจากรังสีอัลตราไวโอเลตและรังสีอินฟราเรดให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

น.ส.วารินทร์ กล่าวต่อ คริสตัลไลน์ ซี 20 รุ่นใหม่ล่าสุด คอนเซปต์ เข้ม แต่เคลียร์ ด้วยคุณภาพระดับพรีเมียม และคุณสมบัติที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ การขับขี่ของผู้ใช้รถยนต์ในปัจจุบันที่ต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้น โดยคุณสมบัติเด่นของคริสตัลไลน์ ซี 20 เป็นการผลิตจากฟิล์มระดับพรีเมียม และใช้เทคโนโลยีออฟติคอลฟิล์มแสงจึงส่องผ่านเพียง 20% แต่ยังให้ทัศนวิสัยที่ชัดเจนในการขับขี่ เมื่อมองจากภายนอกให้สีชาเข้ม เรียบหรู คงความมีระดับ โดดเด่นมีสไตล์ พร้อมประสิทธิภาพในการป้องกันรังสียูวีสูงถึง 99.9% เทียบเท่าค่าเอสพีเอฟ 1000 จากสถาบันมะเร็งผิวหนังสหรัฐฯ รองรับว่าสามารถช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งผิวหนังได้ และชั้นเนื้อฟิล์มยังช่วยสะท้อนและหักเหรังสีอินฟราเรดได้สูงถึง 97% ช่วยให้อากาศภายในรถยนต์เย็นสบาย

นอกจากนี้ ยังมีค่าแสงสะท้อนจากภายนอกและภายในรถต่ำเพียง 8% ทำให้ไม่มีเงาสะท้อนบนกระจกมารบกวนสมาธิและการมองเห็น รวมถึง ปราศจากสารโลหะ ใช้งานทนทาน ไม่รบกวนสัญญาณมือถือ จีพีเอส หรือสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ และไม่ก่อให้เกิดคราบสนิมบนเนื้อฟิล์ม ทำให้ฟิล์มกรองแสง 3 เอ็ม คริสตัลไลน์ ซี20 คุ้มค่าด้วยคุณภาพและการรับประกันคุณภาพฟิล์ม 7 ปี.

 

สภาสตรีแห่งชาติฯร่วมงาน 2017 Women’s Sports Festival ”งานออกกำลังกายเพื่อวันสตรีโลก” ที่มาเก๊า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 21 มี.ค. 2560 22:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/892025


ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ มอบหมายให้นางไปรยา บุญมี เลขาธิการสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ เป็นหัวหน้านำทีมสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์จากประเทศไทย ไปร่วมงาน 2017 Women’s Sports Festival “งานออกกำลังกายเพื่อวันสตรีโลก” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-20 มีนาคม 2560 ที่ เขตบริหารพิเศษมาเก๊า ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน

สืบเนื่องจาก สมาคมสตรีมาเก๊า ร่วมกับ กระทรวงพัฒนาส่งเสริมกีฬา เรียนเชิญสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ ร่วมงานดังกล่าว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับความสามารถของสตรีในระดับอาเซียนสู่สากล อีกทั้งได้จัดความสำคัญของการออกกำลังกาย เป็นยุทธศาสตร์วาระแห่งชาติ ที่สตรีต้องให้ความสำคัญในการออกกำลังกาย รวมถึงการประสานความสัมพันธ์อันดี ในกลุ่มสมาคมสตรีในเขตภาคพื้นเอเชีย โดยมีผู้เเทนจากหน่วยงาน ทั้งภาครัฐเเละเอกชน รวมถึงสมาคมระหว่างประเทศ จำนวน 11 ประเทศ ได้เเก่ สมาคมสตรีฟิลิปปินส์ สมาคมสตรีสิงคโปร์ สมาคมสตรีอินโดนีเซีย สมาคมสตรีมาเก๊า สมาคมสตรีจีน (ปักกิ่ง) สมาคมสตรีจีน (เซี่ยงไฮ้) สมาคมสตรีไต้หวัน สมาคมสตรีฮ่องกง สมาคมสตรี Guam สมาคมสตรีจูไห่ และรวมถึงจากประเทศไทย

ภายในงานมีการจัดการสัมมนา “Health and Beauty” เปิดโอกาสให้ทุกประเทศ ขึ้นเวทีแสดงความคิดเห็นแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ โดยประเทศไทย ได้รับเกียรติจากนางสาวจรรยา เฮงตระกูล ที่ปรึกษาประธานสภาสตรีแห่งชาติฯ ขึ้นเวทีสาธิตพร้อมภาคปฏิบัติในการรักษาสุขภาพของร่างกายด้วยการออกกำลังกายแบบง่ายๆ แต่ถูกวิธีให้เข้าถึงอวัยวะของร่างกายเช่นสมอง หัวใจ อื่นๆ โดยหลังจากบรรยายจบได้รับเสียงปรบมืออย่างชื่นชมจากทุกประเทศ

ในโอกาสนี้ นางสาวจรรยา เฮงตระกูล ได้กล่าวขอบคุณถึงที่มาของการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพเป็นผลงานวิจัย จากนายแพทย์ของมหาวิทยาลัยมหิดล อีกด้วย

 

กพท. ชี้ชัดเด็กพูดมีระเบิดบนเครื่อง ต้องได้รับโทษตาม ก.ม.เหมือนผู้ใหญ่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 มี.ค. 2560 21:13

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/892027


การบินพลเรือนฯ ชี้ชัดเด็กพูดว่ามีระเบิด ต้องได้รับโทษตามกฎหมายเช่นเดียวกับผู้ใหญ่ แต่จะโดนมากน้อยขึ้นอยู่กับศาลพิจารณา ขณะที่การฟ้องเรียกค่าเสียหาย เป็นเรื่องแต่ละสายการบินว่าจะดำเนินการหรือไม่…

เมื่อวันที่ 21 มี.ค. นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เปิดเผยถึงกรณีสายการบินไทยสมายล์ เที่ยวบินที่ WE 136 กรุงเทพฯ-เชียงราย มีความจำเป็นต้องล่าช้า เนื่องจากมีผู้โดยสารซึ่งเป็นเด็กชายอายุ 14 ปี พูดว่ามีระเบิดในแจ็กเกตว่า ปกติแล้วเมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้น ทางสายการบินต้องแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่ง พ.ร.บ.ความผิดบางประการของการเดินอากาศ พ.ศ.2558 มาตรา 22 ระบุโทษไว้ชัดเจน ดังนั้นผู้กระทำผิดไม่ว่าจะอายุเท่าใด เป็นเด็ก หรือผู้ใหญ่ ก็ต้องได้รับโทษเช่นเดียวกัน แต่โทษจะมากน้อยเท่าใดนั้นขึ้นอยู่กับศาลจะเป็นผู้พิจารณา

ส่วนการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายนั้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละสายการบินว่าจะมีการฟ้องร้องหรือไม่ เพราะเมื่อมีการออกเดินทางล่าช้ากว่ากำหนด (ดีเลย์) ทำให้สายการบินต้องมีค่าใช้จ่ายต่างๆ เพิ่มเติม เช่น ค่าที่จอดเครื่องบิน เป็นต้น สำหรับ พ.ร.บ.ความผิดบางประการของการเดินอากาศ พ.ศ.2558 มาตรา 22 ระบุไว้ว่า ผู้ใดแจ้งข้อความ หรือส่งข่าวสาร ซึ่งรู้อยู่แล้วว่าเป็นเท็จ และการนั้นเป็นเหตุ หรือน่าจะเป็นเหตุผู้ที่อยู่ในอากาศยานในระหว่างการบินตื่นตกใจ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากการกระทำนั้นเป็นเหตุให้เกิดอันตรายต่อความปลอดภัยของอากาศยานในระหว่างการบิน ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปี ถึง 15 ปี หรือปรับตั้งแต่ 200,000 – 600,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ.

 

ครม.ไฟเขียวร่างภาษีที่ดินฯ เก็บที่รกร้างไม่เกิน 2% ทุกๆ 3 ปี ขึ้น 0.5%

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 มี.ค. 2560 18:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/891865


ครม.ไฟเขียว ร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หลังผ่านการปรับแก้จัดเก็บภาษีที่ดินรกร้างจาก 5% เป็นไม่เกิน 2% แต่จะปรับเพิ่มขึ้น 0.5% ทุกๆ 3 ปี ส่วนที่ดินที่อยู่อาศัย ไม่เกิน 0.5%…

เมื่อวันที่ 21 มี.ค. นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ภายหลังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว โดยได้มีการปรับปรุงร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง โดยเพิ่มอัตราการจัดเก็บภาษีที่ดินรกร้าง

สำหรับสาระสำคัญของร่างดังกล่าวนั้น ได้มีการกำหนดอัตราเพดานที่ดินรกร้างจากเดิม 5% เป็นเพดานไม่เกิน 2% ของฐานภาษี และจัดเก็บเพิ่มขึ้น 0.5% ทุก 3 ปี แต่ไม่เกิน 5% และในส่วนของที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม ให้มีอัตราภาษีไม่เกิน 0.2% ของฐานภาษี ซึ่งต้องเป็นการใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม เป็นการทำนา ทำไร่ ทำสวน เลี้ยงสัตว์ เลี้ยงสัตว์น้ำ และกิจการอื่นตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยร่วมกันประกาศกำหนด

ส่วนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่เป็นที่อยู่อาศัย ให้มีอัตราภาษีไม่เกิน 0.5% ของฐานภาษี ด้านที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์อื่นนอกจากดังกล่าวนั้น ให้มีอัตราภาษีไม่เกิน 2% ของฐานภาษี

ทั้งนี้การคำนวณภาษีในกรณีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่เจ้าของเป็นบุคคลธรรมดาใช้เป็นที่อยู่อาศัยและมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรในวันที่ 1 ม.ค.ของปีภาษีนั้น ให้ได้รับยกเว้นมูลค่าของฐานภาษีในการคำนวณไม่เกิน 50 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังได้ออกพระราชกฤษฎีกา เพื่อเป็นช่องทางการขอลดหย่อนภาษีได้ 90% จากอัตราฐานภาษี กรณีที่มีบ้านพักอาศัยอยู่มาเป็นระยะเวลานานแต่ราคาที่ดินปรับเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเจ้าของบ้านมีรายได้ไม่มาก รวมทั้งกำหนดข้อบังคับห้ามขายห้ามโอน หากติดหนี้ภาระภาษี ยกเว้นกรณีขายทอดตลาด อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะใช้ระยะเวลาการพิจารณาในขั้นตอนของสภานิติบัญญัติแห่งชาติประมาณ 2-3 เดือน และจะมีผลบังคับใช้หลังประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาแล้ว 1 ปี.

 

หุ้นไทยปิดแดนบวก ปรับขึ้น 5.24 จุด ซื้อขาย 35,685.04 ล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 มี.ค. 2560 18:12

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/891895


หุ้นไทยปิดซื้อขายแดนบวก ปรับขึ้น 5.24 จุด หรือ 0.34% ปิดที่ 1,568.78 จุด มูลค่าซื้อขาย 35,685.04 ล้านบาท…

เมื่อวันที่ 21 มี.ค. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยปิดการซื้อขายในแดนบวก ปรับขึ้น 5.24 จุด หรือ 0.34% ปิดที่ 1,568.78 จุด มูลค่าซื้อขาย 35,685.04 ล้านบาท โดยตลอดทั้งวันดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวในแดนบวก แตะสูงสุดที่ระดับ 1,571.74 จุด และต่ำสุดที่ 1,564.06 จุด

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขาย 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 2.บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) 3.บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) 4.บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) และ5.บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน).

 

เตรียมควักเงินเพิ่ม ค่าไฟงวด พ.ค.-ส.ค. จ่อแพงขึ้นกว่า 20 สต./หน่วย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 มี.ค. 2560 17:34

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/891796


ก๊าซธรรมชาติแพงขึ้น เตรียมรับมือจ่ายค่าไฟเพิ่ม งวด พ.ค.-ส.ค. เรคกูเลเตอร์ คาดค่าเอฟทีปรับขึ้นกว่า 20 สต.ต่อหน่วย พร้อมออกมาตรการลดการใช้ไฟภาคสมัครใจ หน้าร้อนนี้…

เมื่อวันที่ 21 มี.ค. นายวีระพล จิรประดิษฐกุล กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในฐานะโฆษก กกพ. กล่าวถึง ค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ (เอฟที) งวดใหม่เดือน พ.ค.-ส.ค.60 ว่า มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นกว่า 20 สตางค์/หน่วย หลังราคาก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงได้รับผลกระทบจากการจ่ายเงินสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่เข้าระบบมากขึ้น และการใช้น้ำมันเตา น้ำมันดีเซลผลิตไฟฟ้าในช่วงปิดซ่อมบำรุงแหล่งก๊าซฯ ยาดานา ในเมียนมา เป็นเวลา 9 วัน ระหว่างวันที่ 25 มี.ค.-2 เม.ย.นี้

สำหรับช่วงความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (พีค) ในหน้าร้อนนี้ กกพ.ได้นำมาตรการลดใช้ไฟฟ้าภาคสมัครใจ แบบให้ผลตอบแทน 3 บาท/หน่วย มาใช้ โดยล่าสุดมีเอกชนผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่เข้าร่วมโครงการฯ ซึ่งจะช่วยลดไฟฟ้าได้ประมาณ 151 เมกะวัตต์ คิดเป็นเงินสนับสนุนรวม 21 ล้านบาท แต่ช่วยประหยัดค่าน้ำมันเตา และน้ำมันดีเซลในการผลิตไฟฟ้าได้ 29 ล้านบาท จะทำให้ค่าเอฟทีลดลงได้ 0.01 สตางค์/หน่วย แต่ถ้าไม่มีมาตรการดังกล่าวจะกระทบค่าเอฟที 0.55 สตางค์/หน่วย

อย่างไรก็ตามปริมาณลดใช้ไฟฟ้าที่ระดับ 151 เมกะวัตต์ ถือว่าต่ำกว่าเป้าหมายที่ 400 เมกะวัตต์ เนี่องจากระยะเวลาขอความร่วมมือมีความกระชั้นชิด ทำให้ผู้ประกอบการเตรียมเข้าร่วมโครงการไม่ทัน และ กกพ.ก็หันไปประสานขอความร่วมมือกับผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่โดยตรงแทน เพื่อให้ยอดใช้ไฟฟ้าลดลงได้ปริมาณที่มากเพียงพอและตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่ กกพ.ต้องการขอความร่วมมือมากที่สุด

ทั้งนี้ค่าเอฟทีที่เรียกเก็บในงวดปัจจุบันเดือน ม.ค.-เม.ย. อยู่ระดับ -37.29 สตางค์/หน่วย ทำให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยผู้ใช้ไฟฟ้าทุกประเภทอยู่ที่ 3.3827 บาท/หน่วย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม).

 

‘พาณิชย์’ เดินหน้าแม่สอด-เมียวดีโมเดล มหกรรมค้าชายแดน หวังลงทุน 2 ปท.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 มี.ค. 2560 15:33

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/891505


“พาณิชย์” เดินหน้า “แม่สอด-เมียวดีโมเดล” จัดงานมหกรรมการค้าชายแดนไทย-เมียนมา พร้อมเชิญ รมว.วางแผนและการคลัง เมียนมา ถกแก้ปัญหาและอุปสรรคทางการค้าระหว่างกัน หวังดันการค้า-ลงทุน 2 ประเทศขยายตัว

เมื่อวันที่ 21 มี.ค.60 นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงฯ ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการค้าชายแดนและการลงทุนกับประเทศเพื่อนบ้าน จัดงานมหกรรมการค้าชายแดนไทย-เมียนมา ภายใต้แนวคิดแม่สอด-เมียวดี โมเดล Stronger Together ระหว่างวันที่ 21-28 มี.ค.นี้ ณ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เพื่อผลักดันและขยายการค้า การลงทุนระหว่างไทย-เมียนมาให้ขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยด่านแม่สอดมีความสำคัญ เพราะเชื่อมเข้าไปยังเมืองต่างๆ ของเมียนมาได้ และมูลค่าการค้าขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

สำหรับการจัดงานครั้งนี้ กระทรวงฯ ได้เชิญรมว.วางแผนและการคลังเมียนมา เดินทางมาร่วมหารือเพื่อวางเป้าหมายการส่งเสริมการค้าชายแดนและการลงทุนร่วมกัน โดยมุ่งหวังให้แม่สอด-เมียวดี เป็นศูนย์กลางความร่วมมือในหลายๆ ด้าน เช่น ศูนย์กลางด้านอัญมณี, ศูนย์กลางการท่องเที่ยว Two Countries One Destination, ศูนย์กลางการบริการทางการแพทย์ และศูนย์กลางการพัฒนาด้านการขนส่ง พร้อมทั้งสนับสนุนการดำเนินการด้านพิธีการศุลกากรตรวจแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว ณ ด่านชายแดนแม่สอด-เมียวดี

พร้อมกันนั้น ยังได้จัดงานมหกรรมธงฟ้าขับเคลื่อนเขตเศรษฐกิจพิเศษตาก โดยจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในราคาย่อมเยา และยังมีสินค้าแฟรนไชส์ สินค้าส่งออก ทั้งจากฝั่งไทยและฝั่งเมียนมา กว่า 300 คูหา มาจัดจำหน่าย คาดว่าจะได้รับความสนใจจากผู้บริโภคทั้งชาวไทยและชาวเมียนมา มาเลือกซื้อสินค้ากันอย่างคับคั่ง ทั้งนี้ในปี 60 กระทรวงฯ ตั้งเป้าหมายมูลค่าการค้าชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านไว้ที่ 1.8 ล้านล้านบาท

ส่วนการค้าชายแดนไทย-เมียนมา ปี 59 มีมูลค่า 187,964.53 ล้านบาท เป็นไทยส่งออก 109,339.84 ล้านบาท โดยสินค้าส่งออกที่สำคัญ เช่น เครื่องดื่มที่มี และไม่มีแอลกอฮอล์ น้ำตาลทราย เป็นต้น ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 78,624.69 ล้านบาท สินค้านำเข้าที่สำคัญ เช่น ก๊าซธรรมชาติ สัตว์น้ำ โค กระบือ สุกร เป็นต้น โดยมีด่านแม่สอดเป็นประตูการค้าสำคัญ ในปี 59 มูลค่าการค้าเฉพาะด่านแม่สอดสูงถึง 80,696.12 ล้านบาท ขยายตัว 16.84% จากปี 58.

 

ราชกิจจาฯ ก.ม.ภาษีสรรพสามิตใหม่ บุหรี่ 5 บาทต่อมวน-อาบอบนวด 1พันต่อรอบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 มี.ค. 2560 15:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/891580


ราชกิจจาฯ ลงประกาศ พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิตฉบับใหม่ คาดบังคับใช้เดือน ก.ย. กำหนดเพดานในอนาคต 20 ปี บุหรี่ขยับ 5 บาทต่อมวน ด้านอธิบดี แจงจัดเก็บจริงไม่สูงตามก.ม.แม่ หวั่นโลกออนไลน์สร้างความสับสน กักตุนสินค้า ย้ำให้ฟังประกาศอัตราจริง…

เมื่อวันที่ 21 มี.ค. นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2560 ราชกิจจานุเษกษา ออกประกาศ พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2560 โดยหลังกฎหมายประกาศจะมีผลบังคับใช้ใน 180 วัน หรือเดือนก.ย. ซึ่งหลังจากนี้จะออกกฎหมายลูก 80 ฉบับ เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายแม่ โดยเฉพาะอัตราการจัดเก็บภาษีสินค้าต่างๆ เนื่องจากกฎหมายแม่กำหนดไว้เป็นเพดานสูงสุด แต่อัตราการจัดเก็บจริงจะปรับลดลงมาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เนื่องจากในกฎหมายแม่นั้นเพดานสูงเพราะมองถึงอนาคต 20 ปี

พร้อมย้ำว่า อัตราจัดเก็บจริงจะอิงการจัดเก็บภาษีในปัจจุบันเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อผู้บริโภคและผู้ประกอบการ แต่เป็นห่วงว่าหลังกฎหมายลงราชกิจจาฯแล้วจะมีการนำเพดานภาษีไปคูณราคาขายปลีกและนำไปเผยแพร่ในโลกออนไลน์ จนทำให้เกิดความสับสนเข้าใจกฏหมายแบบผิดๆ หรือมีการกักตุนสินค้ารับราคาใหม่ จึงอยากให้รอฟังอัตราจริง และประกาศจากกรมสรรพสามิต

นอกจากนี้ จะเร่งประชุมชี้แจงกับภาคเอกชน สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) รวมถึงหอการค้าต่างประเทศในไทย และจะพิมพ์พ.ร.บ.แจก ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ และมีคำอธิบายเกี่ยวกับภาษีให้เอกชน และผู้สนใจนำไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมาย เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน

สำหรับภาษีดังกล่าว เป็นการรวมกฎหมายสรรพสามิต 7 ฉบับ ได้แก่ กฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิต กฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต กฎหมายว่าด้วยสุรา กฎหมายว่าด้วยยาสูบ กฎหมายว่าด้วยไพ่ กฎหมายว่าด้วยการจัดสรรเงินภาษีสรรพสามิต และกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรเงินภาษีสุรา ซึ่งกฎหมายทั้ง 7 ฉบับใช้บังคับมาเป็นเวลานาน ไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน

ทั้งนี้สาระสำคัญของกฎหมาย มีการเพิ่มเติมบทนิยามที่สำคัญ เช่น คำว่า “ราคาขายปลีกแนะนำ” “ผลิต” “สุรา” “ยาสูบ” และ “ไพ่”, ปรับปรุงวิธีการจัดเก็บภาษี จากจัดเก็บในอัตราตามมูลค่าหรือตามปริมาณ แล้วแต่อัตราใด จะคิดเป็นเงินสูงกว่า เป็นจัดเก็บทั้งตามมูลค่าและตามปริมาณ อาทิ บัญชีพิกัดอัตราภาษียาสูบ หน่วยละ 5 บาทต่อปริมาณหนึ่งมวน สุราแช่ ชนิดเบียร์ หน่วยละ 3,000 บาทต่อปริมาณหนึ่งลิตร ส่วนสถานอาบน้ำ หน่วยละ 1,000 บาทต่อรอบ, เปลี่ยนฐานในการคำนวณภาษีตามมูลค่าจากเดิม” สินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักร ใช้ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม และสินค้านำเข้า ใช้ราคา ซี.ไอ.เอฟ.

รวมทั้งสินค้าสุรา ใช้ราคาขายส่งช่วงสุดท้าย เป็นราคาขายปลีกแนะนำ กำหนดอัตราภาษีให้เหมาะสมกับสถานการณ์ และปรับปรุงอายุความประเมินภาษีจาก 2 ปี เป็น 5 ปี กำหนดบทโทษให้เหมาะสมกับปัจจุบัน รวมถึงให้มีผลบังคับใช้ไปในอนาคตอย่างน้อย 20 ปีข้างหน้า.

อ่านรายละเอียดที่นี่!!

 

ไทยพาณิชย์ จับมือ เดอะมอลล์ กรุ๊ป ส่งแคมเปญ “รูด SCB DEBIT มี YEAH!” เอาใจขาช็อป ชิม ชิล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 21 มี.ค. 2560 11:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/891310


ธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมกับ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด จัดแคมเปญพิเศษ “รูด SCB DEBIT มี YEAH!” มอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้าผู้ถือบัตรเดบิต ธนาคารไทยพาณิชย์ได้ช็อป ชิม ชิล สุดคุ้ม เมื่อลูกค้าใช้บัตรเดบิตชำระค่าสินค้าครบทุก 1,000 บาท/เซลล์สลิป รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 100 บาท ตามประเภทบัตร (จำกัดเงินคืนสูงสุด 300 บาท/บัตร ตลอดรายการ) ณ ห้างสรรพสินค้า เดอะมอลล์ ทุกสาขา, ดิ เอ็มโพเรียม, ดิ เอ็มควอเทียร์, สยามพารากอน และบลูพอร์ต หัวหิน นอกจากนี้ เมื่อโชว์บัตรเดบิต ไทยพาณิชย์ ยังได้สิทธิ์รับขนมฟรีทุกวันเสาร์ จากร้านค้าชื่อดังที่ร่วมรายการหมุนเวียนในแต่ละสัปดาห์ อาทิ Bake-Cheese Tart, Krispy Kreme, McDonald’s, BreadTalk, Kyo Roll En, Croissant Taiyaki, Auntie Anne’s, Subway, Squeeze, Beard Papa’s, Potato Corner, Yoomoo และ Swensen’s โดยมีนางสาว ผกาฉัตร เตชาบูรพานนท์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ (กลาง) และ นางสาววรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ผู้อำนวยการใหญ่อาวุโสการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด (ที่ 2 จากขวา) ร่วมเปิดตัวแคมเปญ พร้อมเชิญชวนลูกค้ารับสิทธิพิเศษดีๆ จากบัตรเดบิต ธนาคารไทยพาณิชย์ ใช้รูดได้เงินคืน ใช้โชว์ได้กินฟรี ตั้งแต่วันนี้ – วันที่ 30 เมษายน 2560

 

CWT เยี่ยมชมโซลาร์สหกรณ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 21 มี.ค. 2560 11:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/891317


นายวีระพล ไชยธีรัตต์ (กลาง) กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชัยวัฒนา แทนเนอรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CWT เยี่ยมชมโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินสำหรับหน่วยงานราชการ และสหกรณ์ภาคการเกษตร สำหรับสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส.สมุทรสาคร จำกัด โดยมีบริษัท บลู โซลาร์ฟาร์ม 3 จำกัด หรือ BSF3 เป็นผู้สนับสนุนโครงการ และบริษัท ชัยวัฒนา กรีน เพาเวอร์ จำกัด หรือ CWTG (บริษัทย่อยของ CWT) ถือหุ้นในสัดส่วน 49% ซึ่งได้ดำเนินการจ่ายไฟเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) เรียบร้อยแล้วเมื่อปลายปี 2559 โดยมีนายกอเชียร ปะเมโท (ที่ 1 จากซ้าย) ผู้จัดการโครงการ ให้การต้อนรับ ณ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร เมื่อเร็วๆ นี้