หมอเม็กซิโกเจ๋ง ผ่าตัดช่วยชีวิตหญิงมีก้อนเนื้องอกมหึมา คาดใหญ่สุดในโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 มี.ค. 2560 16:24

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/891756


ตะลึง..หญิงสาวเม็กซิโก มีก้อนเนื้องอกขนาดโตขึ้นเรื่อยๆ หนักถึงกว่า 30 กิโลกรัม เท่าเด็กแรกเกิด 10 คนจนทีมแพทย์ตัดสินใจผ่าตัด ชี้ขืนปล่อยไว้เสี่ยงหัวใจวาย ตายกะทันหัน เชื่อเป็นก้อนเนื้องอกขนาดใหญ่ที่สุดในโลกเท่าที่มีการผ่าตัด

เมื่อ 21 มี.ค.60 สื่อต่างประเทศรายงานเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่งกับหญิงสาวชาวเม็กซิโก วัยเพียง 24 ปีคนหนึ่ง(ไม่ขอเปิดเผยชื่อ) เมื่อเธอปลอดภัยดี หลังจากได้รับการผ่าตัดโดยทีมศัลยแพทย์ ของโรงพยาบาลกลางในกรุงเม็กซิโก ซิตี้ เพื่อเอาก้อนเนื้องอก หรือซีสต์ขนาดใหญ่มหึมาที่รังไข่ของเธอออก เพราะซีสต์ก้อนนี้โตขึ้นเรื่อยๆ จนมีน้ำหนักถึง 31.75 กิโลกรัม และเชื่อว่าเป็นก้อนเนื้องอกขนาดใหญ่ที่สุดในโลกเท่าที่เคยมีการผ่าตัดกันมาเลยทีเดียว

ข่าวแจ้งว่าผลการจากสแกนตรวจสอบก้อนเนื้อ พบว่า ก้อนเนื้องอกในรังไข่ของหญิงเม็กซิโกผู้นี้โตขึ้นจนมีน้ำหนักเกือบ 32 กิโลกรัม ภายในระยะเวลาแค่ปีเดียว จนทำให้ซีสต์มีน้ำหนักเท่ากับเด็กแรกเกิดถึง 10 คนรวมกัน หรือน้ำหนักเท่ากับเด็กอายุ 10 ขวบ 1 คน จึงทำให้ทีมแพทย์นำโดยหมอแฮนสัน เวียนา ต้องตัดสินใจผ่าตัดเอาก้อนเนื้องอกออก เพราะหญิงผู้นี้กำลังเสี่ยงจะเกิดภาวะหัวใจวาย เสียชีวิตอย่างฉับพลันทันที จากการที่ก้อนซีสต์ไปเบียดอวัยวะภายใน

คุณหมอแฮนสัน เวียนา แบกก้อนเนื้องอกมหึมา หลังการผ่าตัดสำเร็จด้วยดี

ทั้งนี้ หญิงสาวชาวเม็กซิโกคนนี้ เริ่มสังเกตความผิดปกติของท้องตัวเองที่โตขึ้นเรื่อยๆ และเธอพยายามลดอาหาร แต่ท้องของเธอก็ไม่ยุบลงสักที จนตัดสินใจมาพบแพทย์ เพราะขนาดของท้องที่โตมากขึ้นทุกว้น ทำให้เธอประสบกับปัญหาในการเดิน หายใจ และกินอาหารมากขึ้น โดยคุณหมออิริก แฮนสัน วัย 27 ปี แห่งโรงพยาบาลกลางในเม็กซิโก ได้เป็นหัวหน้าทีมแพทย์ตัดสินใจผ่าตัดซีสต์ออก และเชื่อว่า ซีสต์ก้อนนี้ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีการผ่าตัดกันมา โดยหลังจากผ่าตัดผ่านพ้นมา 6 เดือน ปรากฏว่า เป็นเรื่องน่าดีใจ เพราะหญิงผู้นี้สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้แล้ว

 

ปาร์ก กึน เฮ เจอวิบาก! โดนอัยการเรียกสอบปากคำ พัวพันรับสินบนแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 มี.ค. 2560 13:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/891426


อดีตประธานาธิบดีปาร์ก กึน เฮ จะรอดหรือไม่รอดโดนตั้งข้อหา… เดินทางมาถึงสำนักอัยการในกรุงโซล ถูกสอบปากคำนัดแรก พัวพันรับสินบนของเพื่อนสนิท จนเป็นสาเหตุให้ถูกศาลรัฐธรรมนูญถอดถอนพ้นตำแหน่งผู้นำเกาหลีใต้

เมื่อ 21 มี.ค.60 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน นางสาวปาร์ก กึน เฮ อดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้ เดินทางมายังสำนักงานอัยการในกรุงโซลเมื่อวันที่ 21 มี.ค. เพื่อถูกสอบปากคำกรณีพัวพันกับการทุจริตรับสินบน ซึ่งเกี่ยวข้องกับนางชเว ซุน ซิล เพื่อนสนิท เมื่อวันที่ 21 มี.ค. หลังจากเรื่องอื้อฉาวครั้งใหญ่นี้ เป็นสาเหตุที่ทำให้ปาร์ก กึน เฮ ต้องถูกศาลรัฐธรรมนูญถอดถอนจากตำแหน่งผู้นำเกาหลีใต้เมื่อ 10 มีนาคม ที่ผ่านมา จนนับเป็นประธานาธิบดีคนแรกของประเทศที่โดนอิมพีชเมนต์ ถอดถอนพ้นตำแหน่ง และทำให้เธอไม่มีเอกสิทธิ์คุ้มครองทางกฎหมาย สามารถถูกดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม

ข่าวแจ้งว่า นางสาวปาร์ก ได้กล่าวกับทัพนักข่าวจำนวนมากที่มาติดตามรายงานข่าว ขณะเดินทางมาถึงสำนักงานอัยการพิเศษ กรุงโซล ว่า เธอรู้สึก ‘เสียใจ’ ต่อประชาชน และจะให้ความร่วมมือในการสอบปากคำอย่างเต็มที่ ขณะที่มีฝูงชนที่สนับสนุนนางสาวปาร์ก จำนวนมากมาร่วมชุมนุมอยู่ด้านนอกสำนักงานอัยการ ทั้งโบกธงชาติและชูภาพถ่ายของปาร์ก กึน เฮ เพื่อเป็นกำลังใจให้แก่อดีตผู้นำหญิงคนแรกของประเทศ

ข่าวเกี่ยวข้อง

โสมขาวเฮ! ปาร์ก กึน เฮ โดนศาลรัฐธรรมนูญถอดถอนจากปธน. อาจเจอวิบากกรรมต่อ

 

ไอแพดหมดสิทธิ มะกันห้าม13 ชาตินำอุปกรณ์อิเล็กฯใหญ่กว่ามือถือขึ้นเครื่อง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 มี.ค. 2560 11:42

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/891361


(เครื่องบินโดยสารของสายการบิน Royal Jordanian Airlines

สื่อนอก เผยรบ.โดนัลด์ ทรัมป์ ออกคำสั่งใหม่ ‘ลับเฉพาะ’.. ถึงสายการบินต่างๆ ที่มีเที่ยวบินจาก 13 ชาติในตะวันออกกลาง-แอฟริกาห้ามผู้โดยสารนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่กว่า สมาร์ทโฟน ไม่ว่าจะเป็นไอแพด โน้ตบุ๊ก ติดตัวขึ้นเครื่องบิน

เมื่อ 21 มี.ค.60 สื่อต่างประเทศ และเว็บไซต์ มิร์เรอร์ รายงานกระหึ่ม อ้างสำนักงานความปลอดภัยการขนส่งสหรัฐอเมริกา (TSA) ได้มีคำสั่งใหม่ ถึงสายการบินต่างๆ ซึ่งมีเที่ยวบินจาก 13 ประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกา เดินทางมายังสหรัฐฯ​ ห้ามไม่ให้ผู้โดยสารนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีขนาดใหญ่กว่า ‘สมาร์ทโฟน’ ติดตัวขึ้นเครื่องบิน ไม่ว่าจะเป็น โน้ตบุ๊ก, ไอแพด, กล้องถ่ายรูป เนื่องจากเป็นการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยจากเหตุร้าย

ข่าวแจ้งว่า TSA ได้ออกคำสั่งลับดังกล่าว ผ่านจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ไปถึงสายการบินต่างๆ พร้อมกับระบุว่า ‘ลับเฉพาะ’ เมื่อวันจันทร์ที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา พร้อมกับระบุว่า ผู้โดยสารจำเป็นต้องตรวจสอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด ก่อนจะนำขึ้นไปบนเครื่องบิน ขณะที่เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ คนหนึ่งยังเผยด้วยว่า เจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐฯ กำลังระบุประเทศและสายการบินต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคำสั่งลับใหม่นี้ของรัฐบาลสหรัฐฯ

ทวิตเตอร์จากสายการบินRoyal Jordanian Airlines

มิร์เรอร์ เผยว่า ยังไม่มีสายการบินใดที่ทางการสหรัฐฯ ระบุชัดว่า ให้ห้ามผู้โดยสารจาก 13 ประเทศในตะวันออกกลางและแอฟริกา นำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีขนาดใหญ่กว่าสมาร์ทโฟนขึ้นเครื่องบิน ยกเว้นแต่ตอนนี้ คือสายการบินรอยัล จอร์แดเนียน แอร์ไลน์สเท่านั้น ซึ่งได้มีการแจ้งข้อความทางทวิตเตอร์ ห้ามไม่ให้ผู้โดยสารนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีขนาดใหญ่กว่าสมาร์ทโฟนขึ้นเครื่องบิน โดยให้เก็บอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้ไว้ในกระเป๋าสัมภาระที่ต้องถูกตรวจเช็กและโหลดไว้ใต้ท้องเครื่องบินเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ แจ้งคำสั่งใหม่ดังกล่าวของรัฐบาลสหรัฐฯ นั้น เป็นการส่งข้อมูลแบบภายใน ไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะ เพียงแต่คาดว่าสายการบินต่างๆ จะนำมาเป็นหลักปฏิบัติต่อผู้โดยสารต่อไป ขณะที่ มิร์เรอร์ยังรายงานด้วยว่า หลังทางการสหรัฐฯ ออกคำสั่งใหม่นี้ ได้ก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ถึงมาตรการใหม่ของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ที่ต่อต้านชาวมุสลิม

 

เกาหลีใต้จวกจีนละเมิดค้าเสรี-ฟ้อง WTO แล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 21 มี.ค. 2560 07:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/891061


เมื่อ 20 มี.ค. นายจู ฮยุง-ฮวาน รัฐมนตรีพาณิชย์เกาหลีใต้ ชี้แจงต่อสภาเรื่องมาตรการตอบโต้ของจีนต่อกรณีที่รัฐบาลเกาหลีใต้เตรียมติดตั้งระบบต่อต้านขีปนาวุธ “ธาด” (THAAD) ว่าได้ยื่นเรื่องไปถึงองค์การการค้าโลก (WTO) ว่า การที่จีนใช้วิธีกดดันธุรกิจค้าปลีก การท่องเที่ยว รวมทั้ง อุตสาหกรรมบันเทิงและสินค้าส่งออก อาจเข้าข่ายละเมิดข้อตกลงการค้าเสรี ด้านรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ซึ่งพยายามให้มีการพูดคุยกันโดยตรงกับจีนระหว่างไปประชุมกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ (จี 20) ที่เยอรมนีช่วงสุดสัปดาห์ที่แล้วก็ถูกจีนตอบปฏิเสธ

ขณะที่กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้มองการทดสอบเครื่องยนต์ขับดันจรวดตัวใหม่ครั้งล่าสุดของเกาหลีเหนือว่า ถือเป็นความก้าวหน้าที่มีนัยสำคัญ แต่ก็ยังต้องวิเคราะห์ถึงศักยภาพให้แน่ชัดต่อไป ส่วนประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ทวีตข้อความทางทวิตเตอร์ระบุว่า เกาหลีเหนือกระทำตัวแย่มาก

วันเดียวกัน นายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ ของญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์กับนายกรัฐมนตรี แองเกลา แมร์เคิล แห่งเยอรมนี ที่เมืองฮันโนเวอร์ในเยอรมนีว่า จะร่วมปกป้องการค้าเสรีร่วมกันในวิถีความเท่าเทียม โดยนางแมร์เคิลเผยด้วยว่า สหภาพยุโรป (อียู) กับญี่ปุ่นกำลังเจรจาเรื่องการค้าเสรี คาดว่าบรรลุข้อตกลงภายในปี 2560 นี้.

 

จีนติดอุปกรณ์จำใบหน้าแก้ใช้กระดาษชำระเปลือง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 21 มี.ค. 2560 06:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/891062


“หอบูชาฟ้าเทียนถาน” แหล่งมรดกโลก สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังในกรุงปักกิ่งของจีนติดตั้งเครื่องจดจำใบหน้าแก้ปัญหานักท่องเที่ยวใช้กระดาษชำระมากเกินจำเป็น

สื่อจีนรายงานเรื่องดังกล่าวเมื่อ 20 มี.ค.ว่าหน่วยงานดูแลหอบูชาฟ้าเทียนถานที่สร้างยุคราชวงศ์หมิง (พ.ศ.1963) เพื่อใช้เป็นที่บวงสรวงเทพเจ้าขอพรฝนฟ้า พืชผลอุดมสมบูรณ์ ได้ติดตั้งเครื่องจดจำใบหน้า 6 จุดที่ห้องน้ำสาธารณะภายในบริเวณ ซึ่งจะปล่อยจ่ายกระดาษชำระจำกัดความยาวที่ 60-70 ซม.ต่อคน ต่อครั้ง และจะไม่จ่ายให้คนเดิมจนกว่าจะเลย 9 นาทีไปแล้ว ทั้งนี้เพื่อแก้ปัญหาผู้คนดึงใช้กระดาษชำระเกินจำเป็น บางคนดึงม้วนกระดาษใส่กระเป๋ากลับบ้านก็มี

การติดตั้งเครื่องจดจำใบหน้าเป็นการทดลองใช้ครึ่งเดือน มีพนักงานคอยแนะนำการใช้เทคโนโลยีใหม่ ซึ่งก็ทำให้เกิดปัญหาล่าช้าและความสับสนกับผู้มาเยือนพอสมควร แต่ก็พบว่าปริมาณการใช้กระดาษชำระรายวันลดลงกว่า 20% ด้านพลเมืองชาวเน็ตมีทั้งรู้สึกขบขันและรู้สึกไม่พอใจที่พฤติกรรมคนส่วนน้อยทำให้สังคมโดยรวมต้องเสียค่าใช้จ่ายแพงกับเรื่องเล็กๆน้อยๆเช่นนี้.

 

‘บิล เกตส์’ 4 ปีติด แชมป์รวย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 21 มี.ค. 2560 05:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/891111


‘ทรัมป์’ มาลำดับ544 ‘เจ้าสัวเจริญ’ รั้งที่62 อภิมหาเศรษฐีโลก

รวยแล้วรวยอีก “ฟอร์บส์” จัดอันดับคนรวยที่สุดในโลกปี 2560 คนอเมริการั้ง 3 อันดับแรก ทั้ง “บิล เกตส์” เจ้าพ่อไมโครซอฟท์ ที่ครองแชมป์ เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน ตามด้วยเจ้าพ่อหุ้น “วอร์เรน บัฟเฟต” และบิ๊กเว็บขายของออนไลน์อะเมซอน “เจฟฟ์ เบซอส” รั้งอันดับ 3 หนำซ้ำอภิมหาเศรษฐีพันล้านชาวสหรัฐฯ มีมากที่สุดถึง 565 คน ตามด้วยจีนและเยอรมนี ผลสำรวจยังพบมหาเศรษฐีรวยระดับพันล้านเพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึงร้อยละ 13 มีมหาเศรษฐีหน้าใหม่ 195 คน ส่วนมหาเศรษฐีไทยที่ติดกลุ่ม 500 คนรวยโลก ยังเป็นคนหน้าเดิม ทั้ง “เสี่ยเจริญ เครือช้าง-เจ้าสัวธนินท์ ซีพี-เสี่ยวิชัย คิง เพาเวอร์-วานิช ไชยวรรณ ไทยประกันชีวิต”

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 20 มี.ค. ว่า “ฟอร์บส” นิตยสารด้านธุรกิจการเงินชื่อดังของสหรัฐอเมริกา เผยแพร่อันดับบุคคลผู้ร่ำรวยมากที่สุดในโลกประจำปี 2560 โดยใช้ข้อมูลตลาดหุ้นและอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 17 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งปีนี้ปรากฏว่า นายบิล เกตส์ วัย 61 ปี มหาเศรษฐีใจบุญผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ รั้งอันดับบุคคลผู้ร่ำรวยมากที่สุดในโลกเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน มีมูลค่าทรัพย์สินรวม 86,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3.01 ล้านล้านบาท) ส่วนอันดับ 2 คือ นายวอร์เรน บัฟเฟตต์ เจ้าพ่อค้าหุ้น วัย 86 ปี ผู้เป็นเจ้าของบริษัทเบิร์กไชร์ ฮาธะเวย์ มีทรัพย์สิน 75,600 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2.6 ล้านล้านบาท) และอันดับ 3 คือนายเจฟฟ์ เบซอส วัย 53 ปี ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ขายหนังสือและสินค้าออนไลน์ “อะเมซอน” ครอบครองทรัพย์สินรวม 72,800 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2.5 ล้านล้านบาท)

มหาเศรษฐีที่ติดอันดับ 4-5 ได้แก่ นายอามันซิโอ ออร์เตกา ชาวสเปน วัย 80 ปี เจ้าของร้านเสื้อผ้า “ซารา” มีทรัพย์สินรวม 71,300 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2.4 ล้านล้านบาท) และนายมาร์ก ซัคเกอร์เบิร์ก วัย 32 ปี ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์เครือข่ายสังคมออนไลน์ “เฟซบุ๊ก” มีทรัพย์สินรวม 56,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.96 ล้านล้านบาท) ตามลำดับ

ขณะที่อันดับอื่นๆ ที่น่าสนใจ มีอาทิ นายคาร์ลอส สลิม เฮลู วัย 77 ปี เจ้าของธุรกิจด้านโทรคมนาคมชาวเม็กซิโก ที่เคยครองแชมป์ผู้ร่ำรวยที่สุดในโลกมาแล้ว มาปีนี้ติดอันดับ 6 มีทรัพย์สิน 54,500 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.9 ล้านล้านบาท) นายแลร์รี เอลลิสัน เจ้าของบริษัทซอฟต์แวร์ “ออราเคิล” วัย 72 ปี ติดอันดับ 7 มีทรัพย์สิน 52,200 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.8 ล้านล้านบาท) นายไมเคิล บลูมเบิร์ก วัย 75 ปี เจ้าของเครือบริษัทบลูมเบิร์ก แอลพี ติดอันดับ 10 มีทรัพย์สิน 47,500 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.66 ล้านล้านบาท) ส่วนนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ติดอันดับ 544 มีทรัพย์สิน 3,500 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 122,500 ล้านบาท)

เจริญ สิริวัฒนภักดี

สำหรับมหาเศรษฐีไทยที่ติดอันดับฟอร์บส์ปีนี้ ได้แก่ อันดับ 62 นายเจริญ สิริวัฒนภักดี ประธานกรรมการบริษัทไทยเบฟเวอเรจ เจ้าของบริษัทเบียร์ช้างและบริษัทในเครือ มีทรัพย์สิน 15,800 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 553,000 ล้านบาท) อันดับ 132 นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ซีพี มีทรัพย์สิน 9,700 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 339,500 ล้านบาท) อันดับ 414 นายวิชัย ศรีวัฒนประภา ประธานกรรมการกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ มีทรัพย์สิน 4,200 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 147,000 ล้านบาท) อันดับ 460 นายวานิช ไชยวรรณ เจ้าของบริษัทไทยประกันชีวิต จำกัด มีทรัพย์สิน 3,900 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 136,500 ล้านบาท) อันดับ 564 นายสุเมธ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการบริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ซีพี มีทรัพย์สิน 3,400 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 119,000 ล้านบาท)

อันดับ 581 นายจรัญและนายมนตรี เจียรวนนท์ ประธานกรรมการกิตติมศักดิ์เครือเจริญ-โภคภัณฑ์ซีพี มีทรัพย์สิน 3,300 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 115,500 ล้านบาท) อันดับ 717 นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ เครือกรุงเทพดุสิต-เวชการและเจ้าของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส มีทรัพย์สิน 2,800 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 98,000 ล้านบาท) อันดับ 896 นายกฤษ รัตนรักษ์ อดีตผู้บริหารใหญ่ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา มีทรัพย์สิน 2,300 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 80,500 ล้านบาท) อันดับ 1,234 นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีทรัพย์สิน 1,700 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 59,500 ล้านบาท) อันดับ 1,376 นายวิลเลียม ไฮเนคกี้ เจ้าของธุรกิจร้านอาหาร สปา โรงแรม และนายวิชัย ทองแตง ประธานกลุ่มโรงพยาบาลพญาไท มีทรัพย์สิน 1,500 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 52,500 ล้านบาท)

อันดับ 1,468 นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการบริหารรถไฟฟ้าบีทีเอส บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ มีทรัพย์สิน 1,400 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 49,000 ล้านบาท) อันดับ 1,567 นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด มีทรัพย์สิน 1,300 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 45,500 ล้านบาท) อันดับ 1,678 นายสมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) และนายฤทธิ์ ธีระโกเมน ประธานกรรมการบริษัทเอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีทรัพย์สิน 1,200 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 42,000 ล้านบาท) อันดับ 1,795 นายฮาราลด์ ลิงค์ ประธานกลุ่มบริษัท บี.กริม และนายประยุทธ มหากิจศิริ เจ้าของบริษัทไทยน็อคซ์ สแตนเลส มีทรัพย์สิน 1,100 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 38,500 ล้านบาท)

ข่าวระบุว่า อภิมหาเศรษฐีรวยระดับพันล้านของโลกในปีนี้ยังมีจำนวนเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 13 เปอร์เซ็นต์ โดยมีทั้งหมดถึง 2,043 คน ซึ่งเป็นจำนวนที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนมากที่สุดในรอบ 31 ปี นับตั้งแต่ฟอร์บส์เริ่มจัดอันดับดังกล่าว โดยในปีนี้ สหรัฐอเมริกามีอภิมหาเศรษฐีพันล้าน มากที่สุดถึง 565 คน เพราะผลพวงจากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าหุ้นในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ หลังจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 พ.ย.2559 ส่วนประเทศจีนมีอภิมหา เศรษฐีพันล้านมากเป็นอันดับ 2 รวม 319 คน และเยอรมนี มีมากเป็นอันดับ 3 รวม 114 คน นอกจากนี้ จำนวนมหาเศรษฐินีในปีนี้ยังเพิ่มขึ้นเป็น 227 คน จากเดิมปีที่แล้ว 202 คน ขณะที่มหาเศรษฐีหน้าใหม่ มีทั้งหมด 195 คน

 

เอเอ็นเอ เปิดตัวเครื่องบิน C-3PO เจ็ต สานต่อวิถีแห่งพลัง ‘สตาร์ วอร์ส’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 มี.ค. 2560 03:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/891006


ภาพจาก All Nippon Airways

สายการบินออลนิปปอนแอร์เวย์ส เปิดตัวเครื่องบิน โบอิ้ง 777-200 ลายพิเศษ ‘ซี-ทรีพีโอ เอเอ็นเอ เจ็ต’ สีเหลืองทองแบบในภาพยนตร์ เป็นน้องสุดท้องในตระกูลสตาร์ วอร์ส เจ็ต ประเดิมให้บริการวันที่ 21 มี.ค.2560 เส้นทาง ฮาเนดะ-คาโกชิม่า…

สายการบินออล นิปปอน แอร์เวย์ส หรือ เอเอ็นเอ (ANA) เปิดตัวเครื่องบินลายพิเศษที่เป็นความร่วมมือกับภาพยนตร์ไซไฟมหากาพย์ สตาร์ วอร์ส (STAR WARS) ด้วยเครื่องบินโดยสารแบบ โบอิ้ง 777-200 ลายพิเศษ ‘ซี-ทรีพีโอ เอเอ็นเอ เจ็ต’ (C-3PO ANA JET) ที่ท่าอากาศยานอิตามิ โอซาก้า โดยเดินทางมายังท่าอากาศยานนานาชาติฮาเนดะ กรุงโตเกียว เพื่อร่วมงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ถือเป็นเครื่องบินลำที่ 3 ที่มีลายของสตาร์ วอร์ส ต่อจาก อาร์ทูดีทู และ บีบีเอดจ์ โดยเครื่องบินลำนี้จะให้บริการในเส้นทางภายในประเทศญี่ปุ่น อย่างเป็นทางการในวันที่ 21 มี.ค.2560 ประเดิมด้วยเส้นทาง ฮาเนดะ-คาโกชิม่า-ฮาเนดะ

นายทาคาชิ ชิกิ รองประธานของสายการบินเอเอ็นเอ กล่าวว่า เครื่องบินลำนี้เป็น 1 ในโครงการ ANA STAR WARS PROJECT โดยบนเครื่องบินจะมีไอเท็มพิเศษสำหรับผู้โดยสารที่เดินทางกับ C-3PO ANA JET ได้แก่ แก้วกระดาษ และแผ่นรองศีรษะ ลายหุ่นซี-ทรีพีโอสีเหลืองทอง รวมทั้งชุดผ้ากันเปื้อนของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินก็เป็นลายซี-ทรีพีโอ เช่นกัน

ในโอกาสนี้ เอเอ็นเอยังได้รับเกียรติจาก นายแอนโทนี่ แดเนียลส์ นักแสดงผู้รับบทบาทเป็นหุ่น C-3PO ที่ได้เซ็นชื่อบนลำตัวเครื่องบินเป็นที่ระลึก โดยหวังว่า เครื่องบินลำนี้จะช่วยเอาใจแฟนๆสตาร์วอร์ส ด้วยความพิเศษที่ไม่เหมือนใคร และยังสร้างความทรงจำดีๆ ได้อีกด้วย รวมทั้งในงานยังมีการปรากฎตัวเพื่อทักทายแฟนๆ ของหุ่นยนต์จากภาพยนต์สตาร์วอร์ คือ C-3PO และ R2-D2 อีกด้วย

สำหรับตารางการบินภายในประเทศญี่ปุ่นช่วงแรก ระหว่างวันที่ 21 มี.ค.- 2 เม.ย.2560 ในเส้นทางปิดท้าย คือ ฮาเนดะ- ซัปโปโร่ จิโตเสะ – ฮาเนดะ สามารถดู รายละเอียดเที่ยวบินได้ที่นี่  ผู้โดยสารทุกคนจะได้เข้าร่วมแคมเปญของ C-3PO ANA JET และจะได้รับโอกาสในการรับใบรับรองแบบพิเศษที่ออกแบบมาสำหรับ C-3PO ANA JET มีแจกเฉพาะผู้โดยสารที่มากับเที่ยวบินพิเศษเท่านั้น.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘ขอพลังจงสถิตย์อยู่กับที่นั่ง’ ดรีมไลเนอร์ R2D2 เอเอ็นเอ เจ็ต พร้อมให้บริการแล้ว

อ่านข่าวต่อได้ที่:

 

ปาฏิหาริย์! เครื่องบินเล็กตกในซูดานใต้ 43 ชีวิตรอดตายทุกคน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 มี.ค. 2560 02:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/890992


(เครดิต: Courtesy Ater Akol Paul)

เกิดเหตุเครื่องบินตกในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศซูดานใต้เมื่อวันจันทร์ เนื่องจากหมอกลงจัด อย่างไรก็ตาม ไม่มีผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์นี้แม้แต่คนเดียว…

สำนักขาวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุเครื่องบินพาณิชย์โดยสารขนาดเล็กกระแทกพื้นขณะลงจอดท่ามกลางสภาพอากาศเลวร้าย ที่สนามบินในเมืองวาอู ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศซูดานใต้ เมื่อวันจันทร์ที่ 20 มี.ค. ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก แต่ไม่มีผู้ใดเสียชีวิตเลย

ตามการเปิดเผยของนายอาเตนี เวค อาเตนี โฆษกประธานาธิบดีซูดานใต้ เครื่องบินลำนี้เดินทางมาจากกรุงจูบา พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือ 43 คน ถึงเมืองวาอูประมาณ 14.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยขณะที่นักบินนำเครื่องลงจอดเกิดหมอกลงจัด ทำให้นักบินกะเป้าหมายบนรันเวย์พลาด จนเครื่องตกกระแทกพื้นและติดไฟ

ด้านนายโบธ วาล อาเชง เจ้าหน้าที่ของสายการบิน เซาท์ ซูพรีม ไฟที่ลุกไหม้ทำให้ตอนแรกไม่มีใครเชื่อว่าจะมีผู้รอดชีวิต อย่างไรก็ตาม ผู้โดยสารและลูกเรือกลับรอดชีวิตได้อย่างปาฏิหาริย์ โดยมีผู้บาดเจ็บ 25 คน ต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล และอีก 18 คนปลอดภัย

“ถือเป็นปาฏิหาริย์อย่างแท้จริง” นายอาเตนี กล่าว “มีเพียงผู้บาดเจ็บเล็กน้อย ไม่มีผู้เสียชีวิตแม้แต่คนเดียว”

 

อุบัติเหตุสลด! ต้นไม้ไหลตามน้ำตกกานา หล่นใส่คนเล่นน้ำดับ 18 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 มี.ค. 2560 01:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/890970


เกิดอุบัติเหตุนักเรียนและนักท่องเที่ยวซึ่งกำลังเล่นน้ำใต้น้ำตกยอดนิยมของประเทศกานา ถูกต้นไม้ขนาดใหญ่ซึ่งหักโค่นเพราะพายุ และไหลมาตามน้ำตกใส่ ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 18 ราย และบาดเจ็บอีกหลายสิบคน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดอุบัติเหตุสุดสลดขึ้นที่เมืองคินตัมโป ตอนกลางของประเทศกานา หลังจากเกิดพายุทำให้ต้นไม้ขนาดใหญ่หักโค่นจนไหลไปกับน้ำตก ก่อนที่ไม้จะหล่นลงไปใส่นักท่องเที่ยวซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักเรียนมัธยมปลายซึ่งกำลังเล่นน้ำอยู่เบื้องล่าง ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 18 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 22 คน

นายเดสมอนด์ โอวูซู โบอัมปอง ผู้บัญชาการตำรวจเขตคิมตัมโป บอกกับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นว่า อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายวันอาทิตย์ที่ 19 มี.ค. ท่ามกลางพายุรุนแรง โดยผู้เสียชีวิต 14 คน เป็นนักเรียนจากโรงเรียนมัธยม เวนชี เมโธดิสต์ ขณะเดียวกัน ทีมฉุกเฉินซึ่งร่วมระหว่างตำรวจท้องถิ่นและหน่วยดับเพลิง เดินทางถึงที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว และดำเนินการตัดต้นไม้ที่ตกลงมาเพื่อช่วยผู้ที่ติดอยู่ข้างใต้ออกมา

ด้านประธานาธิบดี นานา อาคุโฟ-อัดโด แห่งกานา ทวีตข้อความแสดงความเสียใจบนเว็บไซต์ทวิตเตอร์ “ผมทราบเรื่องเกี่ยวกับเหตุการณ์อันน่าเศร้าและโชคร้ายอย่างยิ่ง ซึ่งเกิดขึ้นที่น้ำตกคินตาโปเมื่อวานนี้” “ผมขอแสดงความเสียใจอย่างที่สุดต่อครอบครัวของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโศกนาฏกรรมครั้งนี้”

ทั้งนี้ น้ำตกคินตัมโป ในแคว้น บรอง-อาฮาโฟ เป็นหนึ่งในน้ำตกที่สูงที่สุดในประเทศกานา เชื่อมต่อกับแม่น้ำปัมปัม และเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่สุดของกานาด้วย

 

ดีเดย์ 29 มี.ค.! UK เตรียมใช้มาตรา 50 ถอนตัวจาก EU

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 มี.ค. 2560 23:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/890935


รัฐบาลสหราชอาณาจักรประกาศในวันจันทร์ ว่านายกฯ เธเรซา เมย์ จะเริ่มใช้มาตรา 50 ของสนธิสัญญาลิสบอน เพื่อพาสหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรป ในวันที่ 29 มี.ค. หรือสัปดาห์หน้า….

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐบาลแห่งสหราชอาณาจักร เปิดเผยในวันจันทร์ที่ 20 มี.ค.ว่า นางเธเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีจะประกาศเริ่มใช้มาตรา 50 แห่งสนธิสัญญาลิสบอน ในวันพุธที่ 29 มี.ค.นี้ เพื่อเริ่มการกระบวนการเจรจาซึ่งจะกินระยะเวลาอย่างน้อย 2 ปี เพื่อนำสหราชอาณาจักร (ยูเค) ถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) หรือการเบร็กซิต

โฆษกรัฐบาลระบุด้วยว่า เซอร์ ทิม แบร์โรว์ ทูตถาวรประจำสหภาพยุโรปได้แจ้งเรื่องดังกล่าวต่อนาย โดนัลด์ ทัสค์ ประธานคณะมนตรียุโรปแล้ว ขณะที่คาดว่านางเมย์จะมีแถลงการณ์ในสภาล่าง ในวันพุธที่ 29 มี.ค. หลังจากประกาศใช้มาตรา 50 เพื่อบอกเป้าหมายของเธอ โดยรัฐบาลยูเคต้องการให้การเจรจาเกิดขึ้นโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ก็ยินดีที่จะให้เวลาสมาชิกอียูอีก 27 ชาติที่เหลือมีเวลาตกลงจุดยืนของตัวเอง

ขณะที่ฝ่ายอียูระบุว่าพวกเขาพร้อมจะเริ่มการเจรจา และภายใน 48 ชั่วโมงหลังจากมีการประกาศใช้มาตรา 50 ในวันที่ 29 มี.ค. นายทัสค์จะส่งแบบร่างแนวทางการเจรจาให้แก่ชาติสมาชิกสหภาพยุโรปอื่นๆ ทั้ง 27 ประเทศ โดยก่อนหน้านี้ เขาเคยพูดเอาไว้ว่าจะจัดการประชุมพิเศษกับผู้นำชาติสมาชิกอื่นๆ ทั้ง 27 ประเทศเป็นเวลา 4-6 สัปดาห์ เพื่อมอบอำนาจให้แก่ นายมิเชล บาร์นิเยร์ หัวหน้าทีมเจรจาของคณะกรรมาธิการยุโรป ซึ่งหมายความว่า การเจรจาจริงๆ อาจจะเริ่มขึ้นในเดือน พ.ค.

โดนัลด์ ทัสค์ ประธานคณะมนตรียุโรป

ทั้งนี้ ชาวสหราชอาณาจักรลงคะแนนเสียงประชามติเมื่อกลางปี 2016 เห็นชอบกับการออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปด้วยคะแนนเสียง 52 ต่อ 48% โดยนายกฯ เมย์กล่าวเมื่อปีก่อนว่า เธอตั้งใจจะแจ้งคณะมนตรีสหภาพยุโรปเรื่องความต้องการของสหราชอาณาจักรที่จะออกจากสหภาพยุโรปภายในเดือน มี.ค. 2017 ซึ่งรัฐสภายูเคได้อนุมัติกฎหมายเพื่อการทำเรื่องดังกล่าวเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน

ส่วนบรรดาผู้นำสหภาพยุโรประบุว่า พวกเขาต้องการได้ข้อสรุปในการเจรจาภายใน 18 เดือน เพื่อให้สภายูเค สภายุโรป และสภาของประเทศอื่นๆ ในสหภาพยุโรปอนุมัติเงื่อนไขการถอนตัวของยูเค

นายกฯ เมย์ ยังหวังจะเจรจาเงื่อนไขต่างๆ ที่จะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรป ในด้านการค้า การเงิน และการเมืองมีความใกล้ชิดกันที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ขณะเดียวกันก็อยากจะแยกตัวจากสถาบันต่างๆ ของอียู ที่พวกเขาระบุว่าขโมยอธิปไตยของยูเคไป ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำให้ชาติสมาชิกอื่นๆ ของอียูยอมรับ

นางเมย์ ยังเผชิญศึกอีกด้านคือ กลุ่มอนุรักษ์นิยมในสกอตแลนด์ ที่ออกมาเรียกร้องให้มีการจัดการลงคะแนนเสียงประชามติเพื่อถามประชาชนว่าสกอตแลนด์ต้องการแยกตัวออกจากสหราชอาณาจักรหรือไม่ รอบใหม่ และกระแสความหวั่นวิตกในไอร์แลนด์เหนือ ว่าปัญหาชายแดนกับไอร์แลนด์ ซึ่งจะยังเป็นสมาชิกสหภาพยุโปรอยู่หลังจากเบร็กซิต จะกลับมาอีกครั้ง