โสมแดงขวางโลก ยิงมิสไซล์อีกแล้ว แต่บึมสนั่น หลังเฮลั่นมาหลายครั้ง (คลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 มี.ค. 2560 11:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/892465


(ภาพประกอบ:เกาหลีเหนือทดสอบยิงขีปนาวุธ)เกาหลีเหนือเดินหน้า ทดสอบยิงขีปนาวุธถี่ขึ้น.. สหรัฐฯ​ ตรวจจับพบยิงขีปนาวุธ บริเวณชายฝั่งตะวันออกอีกแล้ว แต่คราวนี้ไม่สำเร็จ ขีปนาวุธเกิดระเบิดกลางอากาศเพียงไม่กี่วินาที หลังก่อนหน้า คิม จอง อึน ยิ้มร่ากับความสำเร็จมาหลายครั้ง

เมื่อ 22 มี.ค. สำนักข่าวต่างประเทศ รายงาน อ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่กลาโหมเกาหลีใต้ว่า ทางการเกาหลีเหนือ ภายใต้การนำของคิม จอง อึน ได้มีการทดสอบยิงขีปนาวุธอีกแล้ว ที่เมืองวอนซาน ชายฝั่งตะวันออกของประเทศ เมื่อเช้าวันที่ 22 มี.ค. เพียงแต่การทดสอบขีปนาวุธคราวนี้ล้มเหลว และเบื้องต้น ยังไม่แน่ชัดว่า เกาหลีเหนือได้ทดสอบยิงขีปนาวุธจำนวนกี่ลูก รวมถึงประเภทของขีปนาวุธที่นำมาทดสอบ


http://www.thairath.co.th/clip/111792

(คลิปวีดิโอ เกาหลีเหนือโชว์ความสำเร็จทดลองยิงขีปนาวุธ)

ด้านรอยเตอร์แจ้งว่า โฆษกกองกำลังสหรัฐฯ ประจำภาคพื้นแปซิฟิกเผย สหรัฐฯ ตรวจพบว่าความพยายามยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือครั้งล่าสุดนี้ ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากขีปนาวุธได้เกิดระเบิดกลางอากาศ เพียงไม่กี่วินาทีหลังถูกปล่อยจากฐาน โดยสำนักข่าวยอนฮัพในเกาหลีใต้รายงานด้วยว่า ขีปนาวุธอาจเกิดการระเบิดหลังถูกยิง ก่อนจะพุ่งขึ้นสูง จึงทำให้เรดาร์เกาหลีใต้ตรวจจับไม่พบ

คิม จอง อึน ยิ้มแย้มขณะไปดูการทดสอบเครื่องยนต์ไอพ่นสำหรับจรวดประสิทธิภาพสูงแบบใหม่ เมื่อ 19 มี.ค.

ตามความเห็นของผู้เชี่ยวชาญหลายคน มองว่า เกาหลีเหนือได้ดำเนินการทดสอบยิงขีปนาวุธบ่อยขึ้น ซึ่งสามารถทำให้การพัฒนาเทคโนโลยีในการสร้างขีปนาวุธมีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้นด้วย โดยรอยเตอร์แจ้งว่าการยิงขีปนาวุธล่าสุด มีขึ้นขณะที่นายโจเซฟ ยุน ทูตสหรัฐฯ ด้านโครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ ได้พบกับเจ้าหน้าที่เกาหลีใต้เพื่อหารือถึงมาตรการตอบโต้โครงการผลิตอาวุธของเกาหลีเหนือ

ทั้งนี้ สำนักข่าวเคซีเอ็นเอ ของทางการเกาหลีเหนือ รายงานเมื่อ 19 มี.ค.ว่า กองทัพได้ทดสอบเครื่องยนต์ไอพ่นสำหรับจรวดประสิทธิภาพสูงแบบใหม่ เป็นที่เรียบร้อย จนคิม จอง อึน ประกาศว่าเป็นการเกิดใหม่ของอุตสาหกรรมการผลิตจรวดในประเทศ

ข่าวเกี่ยวข้อง

ประณามลั่น โสมแดง‘อันธพาล’ ยิงขีปนาวุธนำวิถีไกลพันกม.ตกตูมใกล้ญี่ปุ่น

 

สุดเหี้ยม! 5 มือปืนบุกยิงนักสิทธิบราซิลดับคาโรงหมอ หลังลอบสังหารไม่ตาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 มี.ค. 2560 06:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/892221


(เครดิต MST/@MST_OFICIAL)

เกิดเหตุมือปืน 5 คนบุกโรงพยาบาลทางเหนือของประเทศบราซิลและฆาตกรรมนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิที่ดินคนสำคัญคนหนึ่ง ซึ่งกำลังรักษาตัวหลังรอดชีวิตจากการลอบสังหารเมื่อไม่กี่วันก่อน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอังคารที่ 21 มี.ค. นาย วอลโดมิโร คอสตา เปเรรา นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิที่ดินคนสำคัญของกลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อแรงงานไร้ที่ดิน (Landless Workers Movement: MST) ในประเทศบราซิล ถูกมือปืน 5 คนบุกยิงเสียชีวิตคาโรงพยาบาล ในเมืองปาราอัวเปบัส ทางเหนือของประเทศ ขณะที่เขากำลังพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บสาหัส ที่โดนลอบสังหารมาไม่กี่วันก่อนหน้านั้น

ทั้งนี้ เหตุความรุนแรงจากความขัดแย้งเรื่องปัญหาที่ดินเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นปกติในบราซิล โดยนายเปเรรา ซึ่งเป็นสมาชิกพรรคแรงงานของบราซิลด้วย เป็นนักเคลื่อนไหวที่สนับสนุนการปฏิรูปที่ดินในประเทศบราซิลมาตลอด และอยู่กับ MST ซึ่งสนับสนุนแรงงานที่มีปัญหากับเจ้าของที่ดินมาตั้งแต่ปี 1996 การเสียชีวิตของเขายิ่งตอกย้ำถึงความขัดแย้งที่เกิดขึ้น

ตามข้อมูลขององค์กร “นายหน้าที่ดินชนบท” (Pastoral Land Commission) เมื่อปี 2016 มีนักสิทธิที่ดินถูกสังหารไปถึง 61 ราย สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2003 ในขณะที่เจ้าหน้าที่ความมั่นคงถูกชาวบ้านร้องเรียนบ่อยครั้งว่า ไม่เข้ามาไกล่เกลี่ยปัญหาระหว่างเจ้าของที่ผู้มีอิทธิพล และชาวไร่ที่ไร้ที่ดิน

 

สนุกสนานบนลานหิมะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 22 มี.ค. 2560 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/891516


หญิงสาวชาวรัสเซียพาเจ้าหมาน้อยสัตว์เลี้ยงแสนรู้ออกมาเดินย่ำหิมะขาวโพลนที่ปกคลุมบนท้องถนนในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย แสงแดดที่ส่องมาในเมืองหนาวทำให้เงาของทั้งคนและสุนัขที่กำลังกระโดด ทอดยาวเป็นทรงมุมตั้งฉากกับร่างกายจริง ซึ่งถูกถ่ายจากมุมสูงเป็นภาพที่มีองค์ประกอบสวยงามทั้งการจัดแนวทแยงของรูปรวมทั้งร่องรอยบนพื้นหิมะ.

 

รมว.มหาดไทยฝรั่งเศสลาออก เซ่นคดีจ้างสมาชิกครอบครัวทำงานในรัฐบาล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 มี.ค. 2560 05:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/892202


บรูโน เลอ รู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยฝรั่งเศส ลาออกจากตำแหน่งแล้ว หลังจากเข้าไปพัวพันกับกรณีอื้อฉาว เรื่องการจ้างสมาชิกครอบครัวทำงานในรัฐบาล และใช้เงินหลวงจ่ายเป็นค่าจ้าง…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นาย บรูโน เลอ รู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของประเทศฝรั่งเศส ลาออกจากตำแหน่งแล้วในวันอังคารที่ 21 มี.ค. จากกรณีที่เขาจ่ายงบประมาณรัฐเป็นค่าจ้างให้แก่ลูกสาวของเขาที่เขามอบหมายให้ทำงานในรัฐบาล อย่างไรก็ตาม เขาปฏิเสธว่าไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ที่ลาออกก็เพราะรู้สึกต้องรับผิดชอบ และไม่ต้องการให้เรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อการทำงานของรัฐบาล

ทั้งนี้ ประเด็นเรื่องนักการเมืองจ้างสมาชิกครอบครัวทำงานกำลังกลายเป็นประเด็นร้อนในฝรั่งเศส หลังจากนายฟรองซัวส์ ฟิยง ตัวแทนพรรครีพับลิกันฝ่ายอนุรักษนิยม ลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศส ตกเป็นข่าวอื้อฉาวเกี่ยวกับการจ่ายเงินหลวงจำนวนหลายแสนยูโรเป็นค่าจ้างให้แก่ภรรยาและลูกๆ 2 คนสำหรับงานในรัฐบาล ที่พวกเธอไม่ได้ทำจริง ทำให้คดีนี้ถูกเรียกว่า ‘เพเนโลเป เกต’ (Penelope-gate) ตามชื่อภรรยาของเขา

ฟรองซัวส์ ฟิยง ตัวเก็งศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส

โดยนาย เลอ รู ลาออกหลังจากถูกอัยการฝ่ายการเงินเปิดการไต่สวนในวันอังคาร หลังสื่อในประเทศรายงานว่า เขานำงบประมาณรัฐกว่า 5 หมื่นยูโรไปจ่ายเป็นค่าจ้างให้ลูกสาว 2 คนของเขาสำหรับงานในรัฐสภาที่เขามอบหมายให้ทำในช่วงปี 2009-2016 ตั้งแต่ตอนที่เขายังเป็นเพียงสมาชิกสภาและลูกสาวของเขายังมีอายุเพียง 15 และ 16 ปีเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เขายืนยันว่า งานที่ลูกสาวของเขาทำถูกต้องตามกฎของรัฐสภาแห่งชาติ

ด้านนายฟิยงออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาของเขา โดยบอกว่า ภรรยาของเขาทำงานในฐานะผู้ช่วยของเขามานานกว่า 15 ปี และยังทำหน้าที่อีกหลายบทบาท เช่นจัดการตารางงานของเขา และเป็นตัวแทนเขาในงานวัฒนธรรมต่างๆ ขณะที่ลูกสาวและลูกชายของเขาถูกจ้างให้ทำงานในตำแหน่งคล้ายๆ กันนาน 15 เดือนและ 6 เดือนตามลำดับ ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย แต่เป็นการตัดสินแบบผิดๆ

อนึ่ง สำนักงานประธานาธิบดีฝรั่งเศสออกแถลงการณ์ระบุว่า นาย แมทเทียส เฟคล์ แมทเทียส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้า ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีมหาดไทยแทนนายเลอ รู แล้ว

 

หน้าบูดไม่สบอารมณ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 22 มี.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/891510


ลิงเสน 2 ตัวนั่งตัวติดกันด้วยท่าห่อตัวเหมือนจะหนาว แต่สีหน้าของเจ้าจ๋อทั้งตัวซ้ายมือนั้นดูคล้ายไม่ค่อยสบอารมณ์กับอะไรบางอย่าง ในขณะที่เจ้าลิงฝั่งขวาเหลือบ ตามองเมื่อถูกนักท่องเที่ยว ถ่ายภาพของทั้งคู่ที่สวนสัตว์เบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ทั้งนี้ ลิงเสนมีชื่อเรียกอีกอย่างว่าลิงหมี เป็นลิงหน้ากลมมีถุงเก็บอาหารใต้คางเมื่อมีอายุมากจะมีสีชมพูจนถึงแดงเข้มบนใบหน้า ลำตัวยาวและขนสีน้ำตาลยาว แต่หลังและหางสั้น ก้นแดง เป็นวานรที่พบในแถบทวีปเอเชีย.

 

ไม่มีใครเหนือกฎหมาย! รมว.ตำรวจฯ ออสซี่มอบตัว เผลอใช้มือถือขณะขับรถ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 มี.ค. 2560 03:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/892142


รัฐมนตรีว่าการกระทรวงตำรวจฯ ของออสเตรเลียเข้ามอบตัวกับตำรวจเพื่อจ่ายค่าปรับ หลังจากเขาเผลอใช้งานโทรศัพท์มือถือในรถยนต์ซึ่งผิดกฎหมาย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอังคารที่ 21 มี.ค. นาย ทรอย แกรนต์ ส.ส.รัฐนิว เซาท์ เวลส์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงตำรวจและบริการฉุกเฉินแห่งประเทศออสเตรเลีย เดินทางเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังจากเขาพบว่าตัวเองได้กระทำผิดฐานใช้งานโทรศัพท์มือถือขณะขับรถยนต์

ในวันเกิดเหตุรถของนายแกรนต์ติดอยู่บนถนนสายหนึ่งเพราะมีการก่อสร้าง ทันใดนั้นเขาก็สังเกตเห็นว่าในรถยนต์คันข้างหน้าเขามีแกะอยู่ด้านใน เขาจึงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปโดยไม่ทันได้คิดว่าเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ก่อนจะกลับบ้านและโพสต์รูปดังกล่าวลงบนเว็บไซต์ทวิตเตอร์

ต่อมาหลังจากมีคนเตือนว่าเขาทำผิดกฎหมาย เนื่องจากตามกฎหมายของออสเตรเลีย คนขับรถสามารถใช้งานโทรศัพท์ที่ติดอยู่กับแท่นยึดบนรถเท่านั้น นายแกรนต์จึงเดินทางเข้ามอบตัวกับตำรวจ และจ่ายเงินค่าปรับจำนวน 325 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 8,660 บาท)

“นี่เป็นตัวอย่างที่ดีว่า ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมายแม้ว่าคุณจะเป็นรัฐมนตรีกระทรวงตำรวจฯ” นายแกรนต์กล่าว “ผมไม่รู้จริงๆ ว่าผมกำลังทำผิดกฎหมายอยู่ นี่เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับผม และหวังว่าสังคมจะเรียนรู้จากเรื่องนี้เช่นกัน”

 

UK เอาด้วย! ห้าม 14 สายการบินนำอุปกรณ์ไฟฟ้าใหญ่เกินไอโฟน 7 ขึ้นเครื่อง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 มี.ค. 2560 02:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/892101


สหราชอาณาจักรเจริญรอยตามสหรัฐฯ ออกคำสั่งห้ามผู้โดยสารในเที่ยวบินของสายการบิน 14 เจ้า ที่จะเดินทางเข้ายูเคจาก 6 ประเทศในตะวันออกกลาง นำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใหญ่กว่าไอโฟน 7 พลัส เข้าห้องโดยสาร…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สหราชอาณาจักรประกาศจะห้ามไม่ให้ผู้โดยสาร 14 สายการบิน ที่จะเดินทางเข้าประเทศจาก 6 ประเทศในตะวันออกกลาง นำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีขนาดใหญ่กว่า ‘สมาร์ทโฟน’ ติดตัวขึ้นเครื่องบิน ไม่ว่าจะเป็น โน้ตบุ๊ก, ไอแพด, กล้องถ่ายรูป ขึ้นเครื่อง เจริญรอยตามสหรัฐฯ ที่ประกาศใช้มาตรการดังกล่าวกับ 9 สายการบิน และ 10 สนามบินในตะวันออกกลางและแอฟริกา

แถลงการณ์ของรัฐบาลสหราชอาณาจักร ระบุว่า ผู้โดยสารเที่ยวบินของสายการบินยูเค 6 เจ้าคือ บริติช แอร์เวย์ส, อีซี่เจ็ท, เจ็ท ทู, มอนเนิร์ค (Monarch), โธมัส คุก และ ธอมสัน ไฟลท์ส กับสนามบินต่างชาติอีก 8 แห่งคือ เตอร์กิช แอร์ไลน์ส, เพกาซัส แอร์เวย์ส, แอตลาส โกลบอล, มิดเดิล อีสต์ แอร์ไลน์, อียิปต์ แอร์, ตูนิสแอร์, รอยัล จอร์แดเนียน และ ซาอุเดีย ซึ่งจะเดินทางเข้ายูเคจาก ประเทศอียิปต์, ตูนิเซีย, จอร์แดน, เลบานอน, ซาอุดีอาระเบีย และตุรกี จะถูกห้ามไม่ให้นำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่ขึ้นสู่ห้องโดยสาร

โดยอุปกรณ์ที่เข้าข่ายคืออุปกรณ์ที่มีขนาดใหญ่กว่าโทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ทโฟนขนาดปกติ หรือขนาดยาวไม่เกิน 16 ซม., กว้างไม่เกิน 9.3 ซม. และลึกไม่เกิน 1.5 ซม. (ใหญ่กว่าไอโฟน 7 พลัส เล็กน้อย) โดยอุปกรณ์ที่ใหญ่เกินกำหนดจะต้องนำไปเก็บไว้ในระวางสินค้า และหากสายการบินเหล่านี้ไม่ปฏิบัติการตามคำสั่งก็จะถูกห้ามไม่ให้เดินทางเข้าสู่สหราชอาณาจักร

รัฐบาลยูเคระบุด้วยว่า สายการบินที่ได้รับผลกระทบจะได้รับเวลาเพื่อปรับตัวกับมาตรการใหม่นี้เป็นเวลา 96 ชั่วโมง โดยนายคริส เกรย์ลิง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ยอมรับด้วยว่า มาตรการนี้จะทำให้เกิดความยุ่งยากต่อผู้โดยสารและสายการบิน และพวกเขาเข้าใจว่าเรื่องนี้จะทำให้เกิดความไม่พอใจ แต่สิ่งที่พวกเขาให้ความสำคัญที่สุดคือ การรักษาความปลอดภัยของสหราชอาณาจักร

อนึ่ง ความเคลื่อนไหวของรัฐบาลยูเคเกิดขึ้นไม่กี่ชั่วโมง หลังจากกระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิของสหรัฐฯ ประกาศคำสั่งแบบเดียวกันนี้กับ 9 สายการบิน คือ รอยัล จอร์แดเนียน, อียิปต์ แอร์, เตอร์กิช แอร์ไลน์ส, ซาอุดี อาระเบียน แอร์ไลน์ส, คูเวต แอร์เวย์ส, รอยัล แอร์ มาร็อค, กาตาร์ แอร์เวย์ส, เอมิเรตส์ และ เอติฮัด แอร์เวย์ส โดยคำสั่งของสหรัฐฯ จะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่เวลา 7:00 วันเสาร์ที่ 25 มี.ค. ตามเวลามาตรฐานสากล โดยไม่มีกำหนดยกเลิก

กระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิของสหรัฐฯ ให้เหตุผลที่มีคำสั่งแบนดังกล่าวว่า กลุ่มผู้ก่อการร้ายกำลังหาวิธีการใหม่ๆ ในการทำให้เครื่องบินตก ท่ามกลางความกังวลว่าอาจมีระเบิดซุกซ่อนอยู่ในแล็ปท็อป

ทั้งนี้ หลายสารการบินเริ่มออกมามีปฏิกิริยาแล้ว เช่น บริติช แอร์เวย์ส แนะนำผู้โดยสารที่จะเดินทางจากสนามบินที่ได้รับผลกระทบว่า พวกเขาจะได้รับเวลาในการเช็กอินนานเป็นพิเศษ และบริการสายการบินของพวกเขาจะดำเนินไปตามปกติ ส่วนสายการบิน โธมัส คุก ซึ่งเสนอให้แพ็กเกจท่องเที่ยวแก่ผู้โดยสาร แจ้งผู้โดยสารว่า แล็ปท็อป, แท็บเล็ต และอี-รีดเดอร์ จะไม่ได้รับอนุญาตให้พกพาในกระเป๋าถืออีกต่อไป และต้องใส่ไว้ที่ระวางเก็บสินค้าใต้เครื่อง แต่สมาร์ทโฟนขนาดใหญ่บางตัวเช่น ไอโฟน 7 พลัส ยังนำเข้าสู่ห้องโดยสารได้

 

‘อิวานกา ทรัมป์’ จ่อมีออฟฟิศในทำเนียบขาว ได้สิทธิ์เข้าถึงความลับ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 มี.ค. 2560 00:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/892085


อิวานกา ทรัมป์ ลูกสาวหมายเลข 1 ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กำลังจะมีห้องทำงานของตัวเองในทำเนียบขาวและได้รับสิทธิ์เข้าถึงความลับ ขณะที่คอยให้คำปรึกษาแก่บิดาของเธอ แต่จะไม่มีตำแหน่งในรัฐบาล…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อิวานกา ทรัมป์ บุตรสาวผู้มากความสามารถของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา กำลังจะมีห้องทำงานเป็นของตัวเองภายในปีกตะวันตกของทำเนียบขาว รวมทั้งจะได้รับสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลความลับ หรือ ‘ซีเคียวริตี เคลียเรนซ์’ (security clearance) ด้วย ตามการเปิดเผยของ เจมี โคเรลิค ทนายความของเธอ

นายโกเรลิคเผยด้วยว่า อิวานกา ทรัมป์ วัย 35 ปี จะไม่ได้รับตำแหน่งใดๆ ภายในทำเนียบขาวซึ่งถือเป็นศูนย์กลางอำนาจบริหารของสหรัฐฯ รวมทั้งยังไม่ได้รับเงินเดือนแต่อย่างใด โดยเธอจะมีหน้าที่เป็นหูเป็นตาของประธานาธิบดีทรัมป์ ในขณะที่คอยให้คำปรึกษาในด้านต่างๆ

ขณะเดียวกัน อิวานกายังได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ผ่านแถลงการณ์ด้วยว่า “ในขณะที่เรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนสำหรับลูกของประธานาธิบดี ฉันจะขอทำตามกฎหมายจริยธรรมแบบเดียวกับลูกจ้างรัฐบาล” “ฉันจะคอยให้คำปรึกษาและคำแนะนำอย่างตรงไปตรงมาแก่บิดาของฉัน อย่างที่ฉันทำมาตลอดชีวิต”

ทั้งนี้ สหรัฐฯ มีกฎหมายต่อต้านการเล่นพรรคเล่นพวก ซึ่งห้ามไม่ให้ประธานาธิบดีแต่งตั้งเครือญาติรับตำแหน่งในรัฐบาล อย่างไรก็ตาม เกิดการยกเว้นขึ้นในยุคของนายทรัมป์ เมื่อเขาแต่งตั้งลูกเขยอย่างนาย จาเรด คุชเนอร์ ให้รับตำแหน่งที่ปรึกษาอาวุโสของประธานาธิบดี และตอนนี้อิวานกา ผู้เป็นภรรยากำลังจะเจริญรอยตามเขา แม้ว่าเธอจะไม่มีตำแหน่งก็ตาม

อนึ่ง นับตั้งแต่การเลือกตั้งสหรัฐฯ จบลง อิวานกา ก็ได้ส่งมอบการบริหารบริษัทแฟชั่นของเธอให้แก่ผู้บริหารระดับสูงดูแล อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าผู้ค้าปลีกหลายรายดำเนินการถอดสินค้าของเธอออกจากร้านอ้างว่า ยอดขายตกลง ขณะที่อิวานกายังถูกฟ้องร้องจากบริษัทแฟชั่น ‘โมดิร์น แอพพีลลิง โคทธิง’ ในซานฟรานซิสโก ซึ่งกล่าวหาอิวานกาว่าใช้ฐานะลูกสาวหมายเลข 1 หาเงิน

 

รมว.ต่างประเทศมะกันเล็งโดดประชุม ‘นาโต’ รอต้อนรับผู้นำจีนก่อนไปรัสเซีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 มี.ค. 2560 22:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/892055


เร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ วางแผนจะไม่เข้าร่วมการประชุมนาโตในเดือนหน้า เพื่อรอรับประธานาธิบดีจีน ก่อนเดินทางเยือนรัสเซีย จนเกิดความกังวลว่ารัฐบาลทรัมป์กำลังให้ความสำคัญกับชาติใหญ่ๆ มากกว่า…

สำนักข่าว รอยเตอร์ส รายงานในวันอังคารที่ 21 มี.ค. ว่า นาย เร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ วางแผนจะไม่เข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของชาติสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ที่จะมีขึ้นในเดือนหน้า เพื่อรอต้อนรับการมาเยือนของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน ก่อนที่นายทิลเลอร์สันจะเดินทางไปรัสเซียช่วงปลายเดือนเม.ย.

ตามการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ทั้งอดีตและปัจจุบันจำนวนอย่างน้อย 5 คน นายทิลเลอร์สันตั้งใจจะไม่เข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของ 28 ชาติสมาชิกนาโตครั้งแรกของเขาในวันที่ 5-6 เม.ย. ที่กรุงบรัสเซลส์ ของเลเยียม เพื่อเข้าร่วมการพบปะหารือระหว่างประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน ที่คาดว่าจะเดินทางมาเยือนในวันที่ 6-7 เม.ย. ที่รีสอร์ต มาร์-อา-ลาโก ของนายทรัมป์ในรัฐฟลอริดา

อดีตเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ 2 คนตั้งข้อสังเกตว่า การโดดประชุมนาโตแต่เดินทางไปเยือนรัสเซียแทน อาจทำให้รัฐบาลทรัมป์ถูกมองว่า ให้ความสำคัญกับมอสโกมากกว่านาโต และมุ่งทำข้อตกลงกับประเทศใหญ่ๆ ก่อน และปล่อยให้ประเทศเล็กๆ ซึ่งพึ่งพาด้านความมั่นคงจากสหรัฐฯ รอไปก่อน

อนึ่ง โฆษกหญิงของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า นายทิลเลอร์สันจะพบปะกับรัฐมนตรีต่างประเทศ 26 จาก 27 ชาติสมาชิกนาโตอื่นๆ ยกเว้นพียงโครเอเชีย ในกรุงวอชิงตัน เพื่อหารือเรื่องความร่วมมือในการกำจัดกลุ่มรัฐอิสลาม หรือ ไอซิส จากนั้นในเดือนเม.ย. เขาจะเดินทางไปร่วมประชุมกลุ่มประเทศ จี7 ในประเทศอิตาลี ก่อนจะไปร่วมประชุมที่ประเทศรัสเซีย โดยให้นาย ทอม แชนนอน ปลัดกระทรวงต่างประเทศ จะเป็นตัวแทน เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของนาโตแทน

ด้านนาย เอเลียต เองเกล ส.ส.พรรคเดโมแครต สมาชิกคณะกรรมาธิการกิจการต่างประเทศแห่งสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ กล่าวว่า นายทิลเลอร์สันกำลังทำเรื่องผิดพลาดอย่างยิ่ง หากไม่เข้าร่วมการประชุมนาโตที่บรัสเซลส์ “รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังทำเรื่องผิดพลาดอย่างร้ายแรงที่จะสั่นคลอนความเชื่อมั่นของพันธมิตรที่สำคัญที่สุดของสหรัฐฯ และเพิ่มความกังวลว่ารัฐบาลนี้อำนวยความสะดวกให้วลาดิเมียร์ ปูติน มากเกินไป”

 

เหรียญขอให้ตนเองโชคดี! สื่อนอกรายงานกระหึ่มโลก ทำ‘เต่าออมสิน’ตายแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 มี.ค. 2560 18:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/891870


สื่อนอก ทั้งรอยเตอร์ เอพี บีบีซี ให้ความสำคัญ รายงานข่าวเศร้าไปทั่วโลก ‘เต่าออมสิน’ เต่าตนุของไทย ตายเสียแล้ว หลังอาการทรุดกะทันหันจนต้องถูกผ่าตัดซ้ำ จากการกลืนเหรียญเกือบพันเหรียญที่ผู้คนโยนลงไปในบ่อ เพื่อขอให้ตนเองโชคดี

เมื่อ 21 มี.ค.60 สำนักข่าวต่างประเทศยักษ์ใหญ่หลายสำนัก ทั้งรอยเตอร์ เอพี และบีบีซี รายงานข่าวเศร้า เต่าตนุ ตัวเมีย อายุประมาณ 25 ปี ที่ถูกตั้งชื่อให้ว่า ‘ออมสิน’ ตายเสียแล้ว จากภาวะเลือดเป็นพิษ เมื่อวันอังคารที่ 21 มีนาคม โดยเต่าออมสิน ไม่สามารถฟื้นกลับมาแข็งแรงขึ้นได้อีก หลังจากทีมคณะสัตวแพทย์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ได้ผ่าตัดครั้งแรกเพื่อนำเหรียญออกจากกระเพาะและทางเดินอาหารของเต่าออมสิน ออกมาได้มากถึง 995 เหรียญ ซึ่งเหรียญเหล่านี้เป็นเหรียญที่ผู้คนโยนลงไปในบ่อที่เต่าออมสินอาศัยอยู่ เพื่อขอพรให้ตนเองโชคดี

แต่แล้ว หลังจากเต่าออมสิน ได้รับการผ่าตัดครั้งแรกเพื่อนำเหรียญออกเมื่อ 7 มี.ค.ที่ผ่านมา ทีมสัตวแพทย์ เปิดเผยว่า เต่าออมสินได้มีอาการซึมและทรุดลงอย่างกะทันหันเมื่อเช้าวันที่ 18 มี.ค.เป็นเหตุให้ทีมแพทย์ต้องผ่าตัดซ้ำ เนื่องจากตรวจพบแก๊สปริมาณมากในทางเดินทางอาหาร จนทำให้เลือดไม่ไปเลี้ยงลำไส้บางส่วน และลำไส้ขยายขนาดใหญ่ขึ้น โดยการบิดตัวของลำไส้ทำให้เกิดการอักเสบอย่างเฉียบพลันและฉับพลันรุนแรง ทำให้เกิดการสะสมของเหลวในช่องว่างลำตัวปริมาณมาก รวมกับการเกิดพิษในกระแสเลือด อันเป็นผลพวงจากลำไส้บิด

‘สาเหตุที่ทำให้เต่าออมสินตาย คือ ภาวะเลือดเป็นพิษ’ หนึ่งในทีมสัตวแพทย์บอกกับนักข่าว พร้อมกับจะผ่าร่างเต่าออมสินเพื่อนำมาเป็นกรณีศึกษา เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการรักษาช่วยชีวิตเต่าต่อไปในอนาคต ขณะที่สัตวแพทย์คนหนึ่ง ยังกล่าวด้วยความเสียใจว่า ‘เต่าออมสินคือครูของพวกเรา’

ทั้งนี้ เต่าออมสิน เป็นเต่าตนุที่ศูนย์อนุรักษ์พันธ์ุเต่าทะเล กองทัพเรือสัตหีบ ได้รับมาจากบ่อเต่า อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี โดยทีมสัตวแพทย์ คณะสัตวศาสตร์ตรวจพบภายในกระเพาะอาหารของเต่ามีวัตถุลักษณะคล้ายเหรียญกษาปณ์ อัดแน่นอยู่ จึงทำการผ่าตัด เพื่อนำเอาสิ่งแปลกปลอมออกมา มิเช่นนั้น จะเกิดการอุดตัน จนเต่าออมสินจะกินอาหารและขับถ่ายไม่ได้ จนร่างกายทรุดโทรม และตายในที่สุด.

ข่าวเกี่ยวข้อง

เศร้า! เต่าออมสินตายแล้ว 10.10 น. เหตุลำไส้บิดตัวรุนแรง หมอแถลงร่ำไห้