ใกล้สูญพันธุ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 23 มี.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/892641


องค์การบริหารสมุทรศาสตร์และบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา หรือองค์การโนอาเผยภาพของแมวน้ำมั้งค์ฮาวายตัวเขื่องที่ถูกติดหมายเลข RB 18 กำลังนอนพังพาบอยู่ริมชายฝั่งของเกาะฮาวายใหญ่ รัฐฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา เจ้าแมวน้ำอายุ 10 ปีตัวนี้ได้รับบาดเจ็บจากการติดอวนชาวประมง และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทำให้อัตราของแมวน้ำมั้งค์ฮาวายที่เป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ลดจำนวนลงไปอีก.

 

อินเดียให้แม่น้ำ ‘คงคา’ มีสิทธิเท่าคน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 23 มี.ค. 2560 05:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/893191


เมื่อวันที่ 22 มี.ค. ศาลรัฐอุตตราขัณฑ์ ทางภาคเหนือของอินเดีย มีคำพิพากษาให้แม่น้ำศักดิ์สิทธิ 2 สาย คือแม่น้ำคงคา และแม่น้ำยมุนา มีสิทธิเทียบเท่ากับคน หรือมีสถานะเทียบเท่ากับมนุษย์ ซึ่งกรณีนี้หากผู้ใด “ทำร้าย” ด้วยการทำให้แม่น้ำปนเปื้อนเป็นมลพิษ ก็เท่ากับว่ากฎหมายจะสามารถตีความเอาผิดได้เหมือนคดีทำร้ายร่างกาย

ทั้งนี้ ศาลอินเดียได้สั่งแต่งตั้งเจ้าหน้าที่รัฐ 3 คน ให้ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลทางกฎหมายของแม่น้ำทั้งสองสายดังกล่าว พร้อมยกตัวอย่างเคสในนิวซีแลนด์ ที่เมื่อสัปดาห์ก่อนได้ตัดสินให้แม่น้ำวันกานุย แม่น้ำทางภาคตะวันตกของเกาะเหนือ นิวซีแลนด์ มีสิทธิเท่ากับมนุษย์เช่นกัน.

 

UNวอนชาวโลก ตระหนักน้ำเสียคือทรัพยากรสำคัญ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 23 มี.ค. 2560 04:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/893190


22 มี.ค.วันน้ำโลก รายงานของสหประชาชาติว่าด้วยการพัฒนาทรัพยากรน้ำประจำปี 2560 ระบุเรียกร้องถึงประชาคมโลกให้ตระหนักถึงน้ำเสียจากครัวเรือน โรงงานอุตสาหกรรมและภาคการเกษตรไม่ใช่ปัญหา แต่คือทรัพยากรน้ำที่สามารถบำบัดและนำกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางความต้องการใช้น้ำมากขึ้นของพลเมืองโลก

ทั้งนี้ ทรัพยากรน้ำเสียจากแหล่งต่างๆมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ถูกปล่อยลงสู่แม่น้ำลำคลองโดยไม่มีการบำบัด ซึ่งส่วนใหญ่น้ำเสียก่อผลกระทบทั้งต่อสุขภาพผู้คนใช้น้ำและกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปล่อยน้ำเสียลงสู่แม่น้ำในพื้นที่แถบละตินอเมริกา เอเชียและแอฟริกา ทำให้ผู้คนใช้น้ำหลายล้านชีวิตเสี่ยงต่อสุขอนามัย

ริชาร์ด คอนเนอร์ ผู้เขียนรายงานฉบับนี้ ระบุถึงน้ำเสียจำนวนหนึ่งยังหลงเหลือคุณค่า อาทิ แร่ธาตุฟอสฟอรัสและไนเตรท สามารถถูกแปรสภาพเป็นปุ๋ยเพื่ออุตสาหกรรมการเกษตร หรือนำไปผลิตไบโอแก๊สผันน้ำออกจำหน่ายให้กับภาคอุตสาหกรรม

ข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ระบุอีกว่า ภายในปี 2593 คาดหมายว่าพลเมืองโลกจะเพิ่มถึงกว่า 9,000 ล้านคน ชาวโลกจำเป็นต้องใช้น้ำดื่มน้ำใช้เพิ่มขึ้นกว่า 55 เปอร์เซ็นต์ ใช้พลังงานเพิ่มขึ้นกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ การบริโภคอาหารจะเพิ่มขึ้นราว 70 เปอร์เซ็นต์ สถานการณ์ความ ต้องการใช้น้ำจะยิ่งรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะต้องแย่งใช้น้ำจากภาคการเกษตร ทำให้ปัญหาจัดสรรน้ำกลายเป็นความท้าทายของประชาคมโลก

ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ รัฐบาลหลายประเทศมักหยุดการลงทุนสร้างโรงบำบัดน้ำเสีย เพราะต้องใช้ต้นทุนสูง ขณะที่มนุษย์อวกาศบนสถานีอวกาศนานาชาติต้องใช้ทรัพยากรน้ำแบบหมุนเวียนมาตลอดช่วงเวลา 17 ปี แม้แต่การดื่มกาแฟบนห้วงอวกาศยังใช้น้ำหมุนเวียนจากปัสสาวะหรือใช้น้ำปัสสาวะของใครบางคนมาล้างโกนหนวดในวันรุ่งขึ้น ส่วนผู้คนบนโลกถึง 2 ใน 3 ต้องเผชิญสภาพขาดแคลนน้ำอย่างน้อย 1 เดือนใน 1 ปี โดยเฉพาะผู้คนในจีนและอินเดีย.

 

ชี้! โจมตีที่เวสต์มินสเตอร์เป็นก่อการร้าย ยอดตายพุ่ง 4 ศพ-ตำรวจไม่รอด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 มี.ค. 2560 03:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/893181


ความคืบหน้าเหตุคนร้ายขับรถชนผู้คนและแทงตำรวจบริเวณพระราชวังเวสต์มินสเตอร์เมื่อวันพุธ ล่าสุดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 4 รายแล้ว รวมตำรวจที่ถูกแทงและคนร้าย ขณะที่มีผู้บาดเจ็บอีกกว่า 20 คน…

สำนักข่าวต่างประเทศเปิดเผยความคืบหน้าเหตุการณ์ คนร้ายขับรถพุ่งชนผู้คนบนสะพานเวสต์มินสเตอร์ ก่อนจะไปก่อเหตุแทงตำรวจใกล้อาคารรัฐสภาเมื่อวันที่ 22 มี.ค. ว่าล่าสุด จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้เพิ่มเป็น 4 รายแล้ว โดยเป็นตำรวจที่ถูกแทงกับคนร้ายที่ถูกตำรวจยิง และคนเดินถนนที่ถูกรถชนอีก 2 คน ขณะที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 20 คน รวมเจ้าหน้าที่ 3 คน

มาร์ค รอว์ลีย์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการของหน่วยปฏิบัติการพิเศษแห่งกองบัญชาการตำรวจนครบาลกรุงลอนดอน

นายมาร์ค รอว์ลีย์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการของหน่วยปฏิบัติการพิเศษแห่งกองบัญชาการตำรวจนครบาลกรุงลอนดอน (สกอตแลนด์ยาร์ด) ยืนยันว่าเหตุการณ์นี้เป็นการก่อการร้าย “เราขอประกาศว่านี่เป็นเหตุการณ์ก่อการร้าย และกองบัญชาการต่อต้านการก่อการร้าย กำลังดำเนินการสืบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ”

“การโจมตีเริ่มขึ้นไม่นานหลังจากเวลา 15.00 น. เมื่อรถยนต์คันหนึ่งขับชนคนเดินถนนบนสะพานเวสต์มินสเตอร์ ทำให้มีผู้บาดเจ็บหลายราย และพยายามจะเข้าสู่อาคารรัฐสภา จากนั้นรถคันดังกล่าวก็ชนรั้วใกล้ตึกสภา และชายอย่างน้อย 1 คน มีมีดเป็นอาวุธก็ก่อเหตุโจมตีต่อ และพยายามจะเข้าไปในรัฐสภา”

ด้านนายกรัฐมนตรีเธเรซา เมย์ ซึ่งในเวลาเกิดเหตุเธอกำลังเดินทางมายังรัฐสภา ออกมาแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ในนามของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล นอกจากนี้ เธอยังเตรียมเข้าร่วมการประชุมตอบสนองต่อสถานการณ์วิกฤติ ที่ห้องแถลงข่าวสำนักงานคณะรัฐมนตรี หรือ คอบรา (COBRA)

ทั้งนี้ การโจมตีที่เกิดขึ้นทำให้เจ้าหน้าที่ต้องปิดล้อมพื้นที่รอบอาคารรัฐสภา ขณะที่การประชุมของสภาสามัญชนต้องถูกยกเลิก ขณะที่สมาชิกสภาถูกบอกให้อยู่แต่ภายในอาคาร

อนึ่ง การโจมตีที่เวสต์มินสเตอร์เกิดขึ้นในวันครบรอบ 1 ปี เหตุก่อการร้ายที่สนามบินและสถานีรถไฟใต้ดินในกรุงบรัสเซลส์ ของประเทศเบลเยียม ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 32 พอดี แต่ยังไม่แน่ชัดว่าทั้งสองเหตุการณ์มีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ระทึก! คนร้ายขับรถพุ่งชนผู้คน-แทงตำรวจ ใกล้อาคารรัฐสภาอังกฤษดับ 1 ศพ

 

ซีเรียนองเลือดอีก โจมตีทางอากาศโดนโรงเรียนผู้พลัดถิ่นดับ 33 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 มี.ค. 2560 02:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/893145


เครื่องบินซึ่งต้องสงสัยว่าเป็นของกองกำลังพันธมิตร นำโดยสหรัฐฯ โจมตีทางอากาศถูกโรงเรียนที่ใช้เป็นที่หลบภัยในเมืองรักกา ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 33 ราย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มสังเกตการณ์เพื่อสิทธิมนุษยชนในประเทศซีเรีย (เอสโอเอชอาร์) ระบุว่า เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา เกิดเหตุเครื่องบินรบซึ่งเชื่อว่าเป็นของกองกำลังพันธมิตรนำโดยสหรัฐฯ โจมตีทางอากาศในหมู่บ้าน อัล-มานซูรา ทางตะวันตกของเมืองรักกา ฐานที่มั่นใหญ่ของกลุ่มรัฐอิสลาม อย่างไรก็ตาม การโจมตีไปถูกโรงเรียนซึ่งใช้เป็นที่หลบภัย ทำให้มีผู้ผลัดถิ่นเสียชีวิตอย่างน้อย 33 ราย

เอสโอเอชอาร์ ระบุว่า นักเคลื่อนไหวของพวกเขาคนหนึ่งเห็นศพจำนวน 33 ร่างถูกดึงออกมาจากซากปรักหักพังของโรงเรียน อัล-บาดิยา ในเขตอัล-มานซูรา มีผู้รอดชีวิต 2 คนถูกช่วยเหลือออกมาด้วย ก่อนที่นักรบไอซิสจะเดินทางมาถึง และไล่ทุกคนออกไป ขณะที่ชาวบ้านบอกกับพวกเขาว่า โรงเรียนแห่งนี้เป็นที่พักของครอบครัวที่พลัดถิ่นมาจากพื้นที่ต่างๆ ขงเมืองรักกา, เมืองฮอมส์ และเมืองอเลปโป

ด้านกองกำลังพันธมิตรฯ ยอมรับว่าเมื่อวันจันทร์พวกเขาส่งเครื่องบินรบออกปฏิบัติการโจมตีทางอากาศใกล้เมืองรักกา จำนวน 19 จุด รวมทั้ง 3 จุดซึ่งสามารถทำลายศูนย์บัญชาการของกลุ่มไอซิสได้ และโจมตีอีก 18 จุดในวันอังคาร พวกเขาเน้นย้ำด้วยว่า ไม่มีความตั้งใจจะโจมตีให้ถูกพลเรือน และพวกเขาจะสืบสวนรายงานเกี่ยวกับผู้เสียชีวิตที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ กองกำลังพันธมิตรนำโดยสหรัฐฯ กำลังให้การสนับสนุนปฏิบัติการโจมตีของ ‘กองกำลังประชาธิปไตยซีเรีย’ (SDF) กลุ่มพันธมิตรชาวเคิร์ดซีเรียและนักรบอาหรับ ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรีย ซึ่งมีเป้าหมายจะยึดเมืองรักกา จากกลุ่มไอซิส

 

สลด กำแพงห้องน้ำถล่ม นักเรียนประถมจีนเหยียบกันตาย 2 ศพ เจ็บอื้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 มี.ค. 2560 01:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/893127


มีเด็กนักเรียนประถมเสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 20 คน ในเหตุเหยียบกันภายในห้องน้ำของโรงเรียนประถมแห่งหนึ่งในภาคกลางของประเทศจีน โดยสาเหตุกำลังอยู่ระหว่างการสืบสวน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุเหยียบกันขึ้นที่โรงเรียนประถมเชิงทดลองหมายเลข 3 ในเขตพูยาง ในมณฑลเหอหนาน ในช่วงพักตอนเช้า โดยนักเรียนแห่ไปเข้าห้องน้ำจนแน่นห้องและเกิดการผลักกัน สื่อจีนบางสำนักรายงานด้วยว่า ความกดดันภายในห้องที่แน่นขนัดทำให้กำแพงพังลงมาจนนักเรียนเกิดความแตกตื่น นำไปสู่เหตุสลดดังกล่าว

สำนักข่าวเขตพูยางยืนยันตัวเลขผู้เสียชีวิตไว้ที่ 2 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีก 20 คน โดยหลายคนมีอาการสาหัสด้วย โดยเจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนข้อเท็จจริงของเหตุการณ์นี้ และปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลเพิ่มเติม

ทั้งนี้ การเสียชีวิตเพราะเหตุเหยียบกับเกิดขึ้นหลายครั้งในประเทศจีน เช่นเมื่อปี 2015 มีผู้เสียชีวิต 36 รายในเหตุเหยียบกันบริเวณปากแม่น้ำในนครเซี่ยงไฮ้ ระหว่างการฉลองวันขึ้นปีใหม่ ก่อนหน้านั้นในปี 2014 เกิดเหตุเหยียบกันบนบันไดโรงเรียนในภาคตะวันตกเฉียงใต้ ทำให้มีเด็กเสียชีวิต 6 ราย และบาดเจ็บอีก 25 คน

 

ระทึก! คนร้ายขับรถพุ่งชนผู้คน-แทงตำรวจ ใกล้อาคารรัฐสภาอังกฤษดับ 1 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 มี.ค. 2560 22:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/893082


เกิดเหตุคนร้ายขับรถพุ่งชนผู้คนบนสะพานเวสต์มินสเตอร์ จากนั้นไปก่อเหตุแทงเจ้าหน้าที่ตำรวจบริเวณหน้าอาคารรัฐสภาได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะถูกตำรวจยิง เหตุการณ์นี้ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานในวันพุธที่ 22 มี.ค. ว่า เกิดเหตุคนร้ายขับรถพุ่งชนผู้คนบนสะพานเวสต์มินสเตอร์จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย จากนั้นขับรถฝ่ารั้วมุ่งหน้าไปยังพระราชวังเวสต์มินสเตอร์ ซึ่งถูกใช้เป็นรัฐสภา และก่อเหตุใช้ของมีคมแทงเจ้าหน้าที่ตำรวจจนได้รับบาดเจ็บ ก่อนตัวเองจะถูกตำรวจยิง เหตุการณ์นี้ทำให้มีผู้หญิง 1 คนเสียชีวิต โดยตำรวจกำลังสืบสวนคดีนี้ในฐานะเหตุการณ์ก่อการร้าย

หลังเกิดเหตุ นาย บีเจ แฮร์ริงตัน ผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจเทศบาลลอนดอน แถลงข่าวที่หน้าสำนักงานของสกอตแลนด์ยาร์ด ระบุว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายรายรวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ยังไม่สามารถยืนยันรายละเอียดเกี่ยวกับผู้บาดเจ็บได้ ขณะที่การสืบสวนต่อต้านการก่อการร้ายกำลังดำเนินอยู่อย่างเต็มรูปแบบ

พลเมืองดีกำลังช่วยเหลือผู้บาดเจ็บบนสะพานเวสมินสเตอร์

ทั้งนี้รายงานในเบื้องต้นว่า เกิดเหตุยิงกันใกล้กับรัฐสภาเวสมินสเตอร์ในกรุงลอนดอน โดยพยานผู้เห็นเหตุการณ์ระบุว่า เห็นเจ้าหน้าที่กำลังรักษาบาดแผลให้แก่ผู้บาดเจ็บ ขณะที่มีรายงานพบชายถือมีดคนหนึ่งนอนอยู่กับพื้นไม่แน่ชัดว่าเป็นหรือตาย ส่วนกองบัญชาการตำรวจเทศบาลลอนดอน หรือ สกอตแลนด์ยาร์ด ระบุว่า เจ้าหน้าที่ของพวกเขาได้รับแจ้งเหตุยิงกันที่สะพานเวสมินสเตอร์ใกล้อาคารรัฐสภา และได้รับรายงานมากมายว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายคน

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เจ้าหน้าที่ต้องปิดพื้นที่บริเวณอาคารรัฐสภา โดยนาง ลอรา คูเอนส์เบิร์ก ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวบีบีซี ระบุว่าเจ้าหน้าที่ในอาคารรัฐสภาถูกบอกให้อยู่แต่ภายในสำนักงานของพวกเขา โดยตำรวจบอกเธอว่ามีบางคนถูกยิง สมาชิกสภาล่างหลายคนบอกกับเธอว่า พวกเขาได้ยินเสียงปืน 3-4 นัด ขณะที่สำนักงานขนส่งกรุงลอนดอน เผยว่า ตำรวจร้องขอให้ปิดสถานรถไฟใต้ดินในเวสมินสเตอร์ด้วย

นักการเมืองและผู้สื่อข่าวบางคนยังได้ทวีทข้อความบนเว็บไซต์ทวิตเตอร์ด้วยว่า พวกเขาได้ยินเสียปะทะกันหน้าตึกสภา เช่นนายทอม เพกค์ บรรณาธิการข่าวการเมืองของสำนักข่าว ดิ อินดีเพนเดนต์ ทวีตข้อความว่า “มีเสียงดัง เสียงกรีดร้อง เสียงของความสับสนวุ่นวาย จากนั้นก็มีเสียงปืนหลายนัด ตำรวจติดอาวุธอยู่ทุกหนทุกแห่ง”

ส่วนนาย แอนดรูว์ วูดคอค บรรณาธิการข่าวการเมืองของสำนักข่าว พีเอ (Press Association) ระบุว่าเห็นเหตุการณ์ผ่านกระจกสำนักงานของเขาบริเวณ นิว พาเลซ ยาร์ด ทางตะวันตกเฉียงเหนือของรัฐสภา “ผมได้ยินเสียงตะโกนและเสียงกรีดร้องจากข้างนอกจึงมองออกไป และเห็นคนกลุ่มหนึ่งประมาณ 40-50 คนวิ่งออกมาจากหัวมุมถนนจากทางเดินบนสะพานเวสต์มินสเตอร์ มายังจัตุรัสรัฐสภา ดูเหมือนว่าพวกเขาจะวิ่งหนีอะไรสักอย่าง”

“พอคนกลุ่มนั้นมาถึงประตูรั้วซึ่งตำรวจยืนอารักขาอยู่ จู่ๆ ชายคนหนึ่งก็วิ่งออกมาจากฝูงชนเข้าไปในสวน ดูเหมือนว่าเขาจะถือมีดทำครัวเล่มใหญ่ด้วย จากนั้นผมก็ได้ยินเสียงคล้ายเสียงปืน ประมาณ 3 ครั้ง และต่อมาผมคิดว่าผมเห็นคน 2 คนนอนอยู่บนพื้น ในขณะที่คนอื่นๆ รีบวิ่งเข้ามาช่วย ส่วนตำรวจติดอาวุธมาถึงที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว และตะโกนไล่คนออกไปจากสวน” นายวูดคอคกล่าว

ด้านนายเดวิด ลิดิงตัน ประธานสภาสามัญชนแห่งสหราชอาณาจักรบอกกับเหล่าสมาชิกสภาล่างในอาคารรัฐสภาเวสต์มินสเตอร์ว่าว่า เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธมีคมแทงตำรวจภายในอาคารรัฐสภาฯ จนได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่คนร้ายจะถูกตำรวจติดอาวุธยิง แต่ยังไม่มีการเปิดเผยว่าตำรวจที่ถูกแทงและคนร้ายมีอาการอย่างไร

“ดูเหมือนว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจรวจจะถูกแทง ส่วนผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นคนร้ายถูกตำรวจติดอาวุธยิง” นายลิดิงตันบอกกับเหล่าส.ส. “ฮ.พยาบาลเดินทางกำลังมายังที่เกิดเหตุเพื่อนำตัวผู้บาดเจ็บไป นอกจากนี้ยังมีรายงานเหตุความรุนแรงอื่นในบริเวณใกล้เคียงพระราชวังเวสต์มินสเตอร์ แต่ผมหวังว่าเพื่อนร่วมงานทุกฝ่ายจะเข้าใจว่า คงไม่ดีหากผมจะพูดมากกว่านี้ จนกว่าเราจะได้รับการยืนยันจากตำรวจ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของรัฐสภาว่าเกิดอะไรขึ้น”

ขณะเดียวกัน นายรอดอสลาฟ ซิกอร์สกี จากศูนย์เพื่อการศึกษายุโรปแห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด โพสต์คลิปวิดีโอลงบนเว็บไซต์ทวิตเตอร์ แสดงให้เห็นผู้บาดเจ็บหลายคนนอนอยู่กับพื่น พร้อมคำบรรยายว่า “รถยนต์คนหนึ่งบนสะพานเวสต์มินสเตอร์เพิ่งพุ่งชนคนอย่างน้อย 5 คน”

ด้านสถานทูตไทยประจำกรุงลอนดอน โพสต์แถลงการณ์บนเว็บไซต์เฟซบุ๊กเตือนชาวไทยในกรุงลอนดอนให้อยู่ห่างที่เกิดเหตุ “ตามที่ได้เกิดเหตุกราดยิงคนบริเวณอาคารรัฐสภา และเหตุรถยนต์ชนคนบนสะพาน Westminster กรุงลอนดอน ในช่วงบ่ายวันนี้ (22 มี.ค. 60) สถานเอกอัครราชทูตฯ ขอให้ผู้ที่อยู่ในกรุงลอนดอนติดตามข่าวสารของทางการสหราชอาณาจักรอย่างใกล้ชิด เพิ่มความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังบริเวณที่เกิดเหตุและพื้นที่ใกล้เคียง ได้แก่ Parliament Square, Whitehall, Westminster & Lambeth Bridge, Victoria Street จนถึงแยกที่ตัดกับ Broadway & Victoria Embankment และสถานี Westminster ทั้งนี้ ในชั้นนี้ ยังไม่มีรายงานคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่ง สอท.ฯ จะติดตามความคืบหน้าในเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด”

 

ผวา! เผยมะกันแบนไอแพดขึ้นเครื่อง ได้ข่าวกรอง ไอซิส มีแผนซุกระเบิดบึม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 มี.ค. 2560 18:06

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/892921


สื่อมะกัน เผยเหตุรัฐบาลสหรัฐฯ-ยูเค ออกคำสั่งไปยังสายการบินที่มีเที่ยวบินจากตะวันออกกลางและแอฟริกา ห้ามผู้โดยสารนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใหญ่กว่ามือถือ ขึ้นเครื่องบิน เพราะได้รับรายงานข่าวกรอง กลุ่มไอซิส กำลังมีแผนซุกซ่อนระเบิดในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก่อเหตุระเบิดบนเครื่องบิน

เมื่อ 22 มี.ค.สำนักข่าวบีบีซี รายงานอ้างข่าวจากสำนักข่าวในสหรัฐฯ ​เผยสาเหตุที่ทำให้กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐฯ และรัฐบาลสหราชอาณาจักร (ยูเค) ​มีคำสั่งใหม่ไปยังสายการบินที่มีเที่ยวบินบินจากประเทศในตะวันออกกลางและแอฟริกา มายังสหรัฐฯ​และยูเค ห้ามไม่ให้ผู้โดยสารนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีขนาดใหญ่กว่า สมาร์ทโฟน ไม่ว่าจะเป็น ไอแพด หรือโน้ตบุ๊กขึ้นเครื่องบินว่า เป็นเพราะ สหรัฐฯได้รับรายงานข่าวกรองมาว่า กลุ่มมุสลิมติดอาวุธ ‘รัฐอิสลาม’ หรือไอซิสกำลังมีแผนร้าย จะลักลอบนำระเบิดขึ้นเครื่องบิน ด้วยการซุกซ่อนลงในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นไอแพด หรือโน้ตบุ๊กมาวางระเบิดบนเครื่องบิน

แหล่งข่าวในรัฐบาลสหรัฐฯ เผยต่อสำนักข่าวเอบีซี ในสหรัฐฯว่า ข่าวกรองที่ได้รับทราบมาถึงแผนร้ายของกลุ่มไอซิสนั้น มีการยืนยันและน่าเชื่อถึง จึงทำให้กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิมีคำสั่งไปยังสายการบิน 9 แห่ง ได้แก่ รอยัล จอร์ดาเนียน, อียิปต์ แอร์, เตอร์กิช แอร์ไลน์ส, ซาอุดีอาระเบีย แอร์ไลน์ส, คูเวต แอร์เวย์, รอยัล แอร์ มาร็อค, กาตาร์ แอร์เวย์ส, เอมิเรตส์ และเอธิฮัด แอร์เวย์ส ที่มีการดำเนินการในสนามบิน 10 แห่งใน 8 ประเทศแถบตะวันออกกลางและแอฟริกา ประกอบด้วย  โมร็อกโก, ตุรกี, อียิปต์, จอร์แดน, ซาอุดีอาระเบีย, คูเวต, กาตาร์และสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ ห้ามไม่ให้ผู้โดยสารนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใหญ่กว่ามือถือขึ้นเครื่องบิน

ท่าอากาศยานอตาเติร์ก ในนครอิสตันบูล ประเทศตุรกี

ขณะที่นายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ซึ่งกำลังรับหน้าที่เจ้าภาพจัดการประชุมระดับรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่อาวุโสจาก 68 ประเทศนั้น ก็มีการประชุมหารือถึงภัยคุกคามจากไอซิสด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

UK เอาด้วย! ห้าม 14 สายการบินนำอุปกรณ์ไฟฟ้าใหญ่เกินไอโฟน 7 ขึ้นเครื่อง

ไอแพดหมดสิทธิ มะกันห้าม13 ชาตินำอุปกรณ์อิเล็กฯใหญ่กว่ามือถือขึ้นเครื่อง

 

คาดไม่ถึง! กรุงโซล มลพิษในอากาศสูงถึงลำดับ 3 รองจากนิวเดลี ธากา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 มี.ค. 2560 17:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/892855


สื่อท้องถิ่นเกาหลีใต้ เผย กรุงโซล ครองอันดับเมืองที่มีมลพิษสูงเป็นลำดับที่ 3 รองจากกรุงนิวเดลี และธากา ทั้งที่ทางการพยายามแก้ปัญหามลพิษ ฝุ่นละอองในอากาศ ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

เมื่อ 22 มี.ค. สำนักข่าวยอนฮับ ในเกาหลีใต้ รายงานว่า กรุงโซลเมืองหลวงเกาหลีใต้ มีสภาพอากาศที่มีมลพิษสูงมากเป็นอันดับ 3 รองจากกรุงนิวเดลี เมืองหลวงอินเดีย ที่ครองแชมป์เมืองใหญ่ที่มีมลพิษทางอากาศสูงสุด ตามด้วยอันดับ 2 คือ กรุงธากา เมืองหลวงบังกลาเทศ

ยอนฮับ เผยว่า ตามรายงานของเว็บไซต์ตรวจวัดมลพิษในอากาศ ‘AirVisual’ แบบเรียลไทม์ ตรวจพบว่า ค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (air quality index) ในกรุงโซล สูงถึง 174 ขณะที่กรุงนิวเดลี อยู่ที่ 194 และกรุงธากา อยู่ที่ 193 เมื่อตอนเวลา 10.00 น. ของวันที่ 21 มีนาคม ตามเวลาท้องถิ่น โดยยอนฮับยังระบุว่า กรุงโซล ซึ่งทางการได้พยายามลดปัญหาฝุ่นละอองในอากาศในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่า ช่วงเช้าก่อนหน้านี้ของวันเดียวกัน ดัชนีมลพิษในอากาศสูงถึง 179 จนถือเป็นเมืองที่มีสภาพอากาศแย่เป็นลำดับที่ 2 เลยทีเดียว

ผู้คนต้องสวมหน้ากากอนามัย ที่ย่านแหล่งช็อปปิ้งชื่อดัง เมียงดง ในกรุงโซล เมื่อปี 2558

ทั้งนี้ AirVisual เป็นการใช้เทคโนโลยีแบบสตาร์ทอัพมาตรวจสอบสภาพอากาศและพยากรณ์อากาศ ก่อตั้งโดย Yann Boquillod ชาวฝรั่งเศส โดยได้ทำแผนที่มลพิษด้วยการใช้ข้อมูลจากดาวเทียม และสถานีตรวจวัดสภาพอากาศกว่า 8,000 แห่ง เพื่อแสดงข้อมูลสภาพมลพิษในอากาศแบบเรียลไทม์ โดยดัชนีคุณภาพอากาศมีค่าตั้งแต่ 0-300 ซึ่งผลที่ออกมาสามารถนำมาใช้เป็นตัวบ่งชี้ถึงปัญหาสุขภาพของประชาชนที่อาศัยอยู่ในเมืองที่มีมลพิษทางอากาศสูง.

 

ญี่ปุ่นขยับ โชว์แสนยานุภาพใหญ่สุดในรอบ70ปี ประจำการเรือบรรทุกฮ.ลำที่ 2

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 มี.ค. 2560 15:09

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/892707


รัฐบาลญี่ปุ่นขยับแล้ว โชว์แสนยานุภาพทางทะเลใหญ่สุด นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 มีพิธีขึ้นระวางประจำการเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ ‘คางะ’ เป็นลำที่ 2 ต่อจากเรืออิซุโมะ

เมื่อ 22 มี.ค. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า รัฐบาลญี่ปุ่นโชว์แสนยานุภาพทางทะเล มีพิธีขึ้นระวางประจำการเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ ‘คางะ’ (Kaga) ความยาว 248 เมตร สังกัดกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลของญี่ปุ่น (JMSDF) ที่ท่าเรือเมืองโยโกฮามา ใกล้กรุงโตเกียว เมื่อวันที่ 22 มี.ค. จนนับเป็นเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ลำที่ 2 ของกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลของญี่ปุ่น ที่มีพิธีขึ้นระวางประจำการเรือ ต่อจากเรือ ‘อิซุโมะ’ (IZumo)

พิธีขึ้นระวางประจำการเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ คางะ ที่ท่าเรือเมืองโยโกฮามา เมื่อ 22 มี.ค.

รอยเตอร์ชี้ว่า ความเคลื่อนไหวของรัฐบาลนายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ ที่ได้มีพิธีขึ้นระวางประจำการเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ อิซุโมะ และคางะ ซึ่งนับเป็นเรือรบที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น นับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ถือเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ของรัฐบาลนายกรัฐมนตรีอาเบะต่อการมีบทบาทระหว่างประเทศมากยิ่งขึ้น เนื่องจากความเคลื่อนไหวดังกล่าวของญี่ปุ่น ถือเป็นการโชว์แสนยานุภาพทางทะเลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นในรอบกว่า 70 ปีเลยทีเดียว

ตามการเปิดเผยของแหล่งข่าวก่อนหน้านี้ระบุว่า รัฐบาลญี่ปุ่นมีแผนจะส่งเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ อิซุโมะ ไปยังทะเลจีนใต้ในเดือนพฤษภาคม ขณะที่จีนกำลังมีอิทธิพลมากขึ้นในเอเชีย อีกทั้งทางการเกาหลีเหนือยังได้ทดสอบขีปนาวุธถี่ขึ้น โดยเฉพาะหลังจากได้ทดสอบยิงขีปนาวุธถึง 4 ลูกมายังญี่ปุ่น เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา.