เอไอเอสขายกูเกิล โครมแคส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

09 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 18:48 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/480186

เอไอเอสขายกูเกิล โครมแคส

เอไอเอสเปิดตัวขายกูเกิล โครมแคสในงานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป

นายสุวิทย์ อารยะวิไลพงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานบริหารผลิตภัณฑ์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส เปิดเผยว่า เอไอเอสได้จับมือกูเกิล นำอุปกรณ์ทีวีสตรีมมิ่ง กูเกิล โครมแคส มาจำหน่ายผ่านเอไอเอส ออนไลน์ สโตร์ และในงานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป 2017 ซึ่งจัดขึ้น วันที่ 9-12 ก.พ. นี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยจำหน่ายในราคา 1,490 บาท พร้อมโปรโมชั่นพิเศษซื้อในงานดูภาพยนตร์ฮอลิวู้ดจาก HOOQ ไม่อั้น 3 เดือน

ทั้งนี้ คาดว่าช่วง 3 เดือนนี้จะทำยอดขายกูเกิล โครมแคสได้ 5 หมื่นชิ้น รวมทั้งเพิ่มยอดการใช้บริการรับชมวิดีโอผ่านมือถือด้วย เพราะจากสถิติทั่วโลก หลังมีกูเกิล โครมแคส ทำให้ยอดใช้บริการดูวิดีโอผ่านมือถือทั่วโลกปี 2559 โต 34% จากปี 2558

“กูเกิล โครมแคส จะเปลี่ยนรูปแบบการดูทีวีของคนไทยไปอีกขั้น ช่วยสนับสนุนและเพิ่มจำนวนการเข้าชมวิดีโอคอนเทนต์ เนื่องจากประสบการณ์ใช้งานที่ดีขึ้น โดยเอไอเอสได้พัฒนา แอพพลิเคชั่น เอไอเอส เพลย์ เป็นแอพพลิเคชั่นวิดีโอสตรีมมิ่งรายเดียวของไทยที่ได้รับการรับรองจากกูเกิลให้รับชมบนกูเกิล โครมแคสได้เต็มประสิทธิภาพ”

สำหรับวิธีการใช้งานกูเกิล โครมแคส คือ ลูกค้าสามารถส่งภาพ และเสียงจากจอบนมือถือ ขึ้นสู่จอทีวีได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นรายการทีวี ภาพยนตร์ คลิปวิดีโอ เพลง เกม หรือรูปภาพ รองรับการใช้งานทั้งสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการ ไอโอเอส แอนดรอยด์ และวินโดวส์ การใช้งานคือเสียบกูเกิล โครมแคสเข้ากับพอร์ต HDMI ของทีวี ก็จะใช้งานได้ทันที นอกจากนี้ยังส่งภาพจากจอมือถือไปขึ้นบนจอทีวีแล้วยังสามารถใช้งานมือถือได้ตามปกติ ทั้งโทรออก ส่งข้อความ ใช้แอพพลิเคชั่น หรือโปรแกรมอื่น

 

“อุ๊คบี มอลล์” ประกาศหยุดให้บริการเว็บไซต์ ยันไม่กระทบธุรกิจอีบุ๊คส์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

09 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 16:54 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/480138

"อุ๊คบี มอลล์" ประกาศหยุดให้บริการเว็บไซต์ ยันไม่กระทบธุรกิจอีบุ๊คส์

อุ๊คบี มอลล์ ประกาศหยุดให้บริการเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซเพื่อปรับโครงสร้างธุรกิจ ยันไม่กระทบธุรกิจอีบุ๊คส์ของอุ๊คบี

นายณัฐวุฒิ พึงเจริญพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อุ๊คบี ได้ประกาศผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเกี่ยวกับการยุติการให้บริการอีคอมเมิร์ซในเครืออย่าง อุ๊คบีมอลล์ว่า

บริษัทอุ๊คบี มอลล์ (ประเทศไทย) จำกัด มีความเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่ต้องแจ้งให้ลูกค้าทุกท่านทราบว่า บริษัทฯ จำเป็นต้องยุติการให้บริการธุรกิจอีคอมเมิร์ซเว็บไซต์ของ บริษัทฯ (www.ookbeemall.com) ในวันที่ 31 มีนาคม 2560 โดยตลอดระยะเวลาตั้งแต่ปี 2558 ที่ลูกค้าทุกท่านให้ความสนับสนุนบริษัทฯเป็นอย่างดีเสมอมานั้น พวกเรารู้สึกซาบซึ้งและขอขอบพระคุณลูกค้าทุกท่านเป็นอย่างยิ่ง

ทั้งนี้ลูกค้าทุกท่านยังคงสามารถสั่งซื้อสินค้าจากทางเว็บไซต์ของบริษัทฯ ได้จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2560 เวลา 12.00 นาฬิกา

หากมีข้อสงสัยประการใด โปรดติตต่อกับทางทีมลูกค้าสัมพันธ์ของบริษัทฯที่หมายเลข (+66) 02-062-0682  หรืออีเมลล์ support@ookbeemall.com  ทั้งนี้ท่านสามารถติดต่อเราได้จนถึงวันที่ 28 เมษายน 2560

พร้อมทั้งยังกล่าวถึงเหตุผลในการปิดตัวลงไว้ว่า ขอขอบคุณทุกท่านที่เคยให้การสนับสนุนเราครับ หลังจากทบทวนผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา ทางผมและผู้บริหาร Ookbee Mall ได้พิจารณาแล้วว่าสมควรหยุดการดำเนินการในส่วนของ e-commerce เนื่องจากไม่สามารถขยายธุรกิจให้มี scale ตามแผนที่เคยวางไว้ได้ โดยภาพการแข่งขันในปี 2017 แตกต่างจากตอนเราตัดสินใจทดลองทำในปี 2015 ไปมาก

สำหรับส่วนธุรกิจอื่นๆของอุ๊คบีเรายังคงให้บริการและขยายกิจการในส่วนของ digital content และ platform อย่างต่อเนื่อง และมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งขอให้คู่ค้าและผู้ใช้บริการสบายใจได้

อนึ่ง อุ๊คบีเป็นแพลตฟอร์มอีบุ๊ครายใหญ่ของไทยและยังคงเดินหน้าเป็นผู้ให้บริการคอนเทนท์ประเภท UGC (user generated Content) ที่หลากหลายในไทย ไม่ว่าจะเป็น Ookbee Ookbee Comic Storylog  Fictionlog ธัญวลัย และฟังใจ เป็นต้น

 

5 คำถามเช็คความปลอดภัยก่อนคลิกลิงก์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

09 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 13:02 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/480063

5 คำถามเช็คความปลอดภัยก่อนคลิกลิงก์

โดย…welivesecurity

Link(ลิงก์) เป็นช่องทางที่ง่ายสำหรับพาผู้ใช้อินเตอร์เน็ตไปยังที่ต่างๆโดยลิงก์มีทั้งลักษณะเป็นลิงก์ย่อ(สั้น) และลิงก์เต็ม(ยาว) ซึ่งตรงนี้ก็เป็นจุดอ่อนที่แฮกเกอร์ใช้เพื่อการเข้าถึงผู้ใช้บนโลกออนไลน์ด้วยลิงก์ย่อ

เริ่มที่คำถามกันเลย

คุณเชื่อใจคนที่ส่ง/โพสต์ลิงก์นี้มากแค่ไหน?

ความเชื่อใจบนโลกออนไลน์มีคุณสมบัติเหมือนกับในชีวิตจริงแต่คนส่วนมากกลับไม่คิดอย่างนั้นยกตัวอย่างถ้าหากคุณเดินเล่นอยู่ในสวนสาธารณะหรือห้างสรรพสินค้าแล้วมีคนชวนคุณไปที่อื่นมีโอกาสน้อยมากที่คุณจะตอบตกลงแต่บนโลกออนไลน์คุณกลับตามคนแปลกหน้าไปโดยการคลิกลิงก์ที่คุณไม่ทราบว่าคือที่ไหน

Phishing เป็นชื่อเรียกการหลอกลวงข้อมูลบนโลกออนไลน์ Phishing พ้องเสียงกับคำว่า Fishing ที่แปลว่าตกปลาซึ่งการตกปลาก็ต้องมีเหยื่อเป็นธรรมดาซึ่งเหยื่อล่อตัวนั้นก็คือลิงก์นี่เองที่หลอกพาผู้ใช้ไปยังเว็บไซต์ต่างๆและหลอกให้กรอกข้อมูลด้วยหน้าตาเว็บไซต์ที่คล้ายคลึงกับของจริงจนไม่อาจแยกได้ด้วยสายตา

เพราะฉะนั้นอย่าลืมถามคำถามนี้กับตัวเองก่อนคลิกลิงก์ที่พบหรือที่เห็นด้วยนะครับ

คุณเชื่อใจโปรแกรมเหล่านั้นมาแค่ไหน?

สำหรับโซเชี่ยลมีเดียชื่อดังอย่าง WhatsApp, Google, Facebook, Youtubeหรือ Twitterคลิกของโซเชี่ยลมีเดียเหล่านี้มีความน่าเชื่อถืออยู่พอสมควรแต่ถึงอย่างนั้นก่อนที่พวกเขาจะมาถึงจุดนี้ก็คงผ่านการเป็นสแปมมาอย่างนับไม่ถ้วน

เพราะฉะนั้นลิงก์บนโซเชี่ยลมีเดียใช่ว่าจะปลอดภัยไปซะทุกอย่างดังนั้นอย่าลืมที่จะตรวจสอบก่อนที่จะคลิกโดยเฉพาะหากลิงก์เหล่านั้นเขียนผิดๆถูกละก็ระวังเอาไว้เลย

คุณเชื่อในเว็บไซต์ปลายทางหรือเปล่า?

หากลิงก์ดังกล่าวนำคุณไปยังเว็บไซต์อื่นที่คุณไม่ได้กำลังเปิดอยู่คุณรู้จักเว็บไซต์เหล่านั้นหรือไม่? นี่เป็นคำถามที่คุณจะต้องนึกถึงก่อนเสมอเพราะคุณคงจะคาดการณ์ไม่ได้ว่าจะมีอะไรรอเราอยู่ที่ปลายทาง

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับลิงก์ตรงกันหรือเปล่า?

ทั้งมิจฉาชีพและแฮกเกอร์มักใช้โอกาสจากเทศกาลมาเล่นกับผู้คนบนโลกออนไลน์อย่างการแข่งขันโอลิมปิกทั้งตั๋วปลอมการพนันที่พักตั๋วเครื่องบินแทบทุกอย่างมาในเทศกาลนี้ทั้งหมดถ้าคุณมีข้อมูลมากพอลองเทียบเคียงกันก่อนว่าตรงกันหรือไม่

ลิงก์ถูกย่อมาหรือไม่?

ความสะดวกสบายที่ได้มาจากโซเชี่ยลมีเดียทำให้ทุกอย่างดูสวยงามสบายตาไปซะทั้งหมดลิงก์ก็เช่นกันหลายครั้งที่มีการใช้ลิงก์ย่อเพื่อความสะดวกในการโพสต์และก็มีหลายครั้งที่ลิงก์เหล่านั้นเป็นของปลอม

เพื่อความสบายใจเรามีเว็บไซต์ที่ผู้ใช้สามารถตรวจสอบลิงก์ดังกล่าวโดยการคัดลองแล้วนำไปวางบนเว็บไซต์ http://longurl.org/ และ http://checkshorturl.com/ เพื่อดูลิงก์เต็มได้

******************************

ที่มา http://www.welivesecurity.com/2015/05/22/5-security-questions-ask-clicking-link/

อ่านบทความน่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ https://blog.eset.co.th/

 

ทำเว็บแล้วได้ยอดขาย?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

09 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 11:53 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/480052

ทำเว็บแล้วได้ยอดขาย?

โดย…กัมพล ธนาปัญญาวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่ บริษัท ไอท้อปพลัส

ทุกธุรกิจที่มีเว็บไซต์ ปกติจะมีค่าใช้จ่ายรายปี ทั้งค่าจดชื่อเว็บหรือค่าเช่า Hosting ซึ่งทุกปี ผมจะมีทีมงานติดต่อลูกค้าเพื่อแจ้งวันหมดอายุ และมีลูกค้าบางส่วนไม่ต่ออายุ เหตุผลหลักๆ คือ ทำเว็บแล้วไม่เห็นได้ลูกค้าเลย

วันนี้ผู้ประกอบการส่วนหนึ่งที่มาทำเว็บด้วยคาดหวังและมีความเชื่ออย่างมากว่า ทำเว็บแล้ว นั่งเฉยๆ จะมีลูกค้ามาเห็นเว็บ และจะได้ยอดขาย ถ้าเริ่มทำเว็บด้วยแนวคิดแบบนี้ สุดท้ายมักจะผิดหวัง และเป็นความคิดที่ผิดมากๆ และเรื่องใหญ่มาก สำหรับธุรกิจในโลกปัจจุบัน

ทำเว็บแล้วได้ยอดขายหรือไม่…ทำเว็บ “ช่วยให้ได้ยอดขาย” แต่มีเว็บไซต์เฉยๆ จะไม่มีทางได้ยอดขายได้เลย

เว็บไซต์สำหรับผมเป็น Passive Media คือ เป็นสื่อเชิงรับ ถ้าเราเปรียบเทียบเว็บไซต์กับสื่อ Offline สมัยก่อน เว็บไซต์คือ นามบัตร แค็ตตาล็อกสินค้า ประวัติบริษัท เป็นสิ่งที่ทุกธุรกิจสมัยก่อนต้องมี เพราะต้องใช้แจกลูกค้า แต่มีแล้ววางไว้ที่โต๊ะเฉยๆ ไม่ได้ไปแจกใคร ก็ไม่ได้สร้างยอดขาย

ทำเว็บ ถ้าอยากได้ยอดขายจากเว็บต้องทำการตลาดควบคู่ไปด้วย

แล้วถ้ายังคิดไม่ออกว่า จะทำการตลาดบนโลกออนไลน์อย่างไร ต้องทำเว็บหรือไม่…คำตอบผม คือ ต้องทำ

ถ้าเราเปรียบเทียบกับสื่อ Offline อีกครั้ง เราไม่เคยตั้งคำถามว่า ทำธุรกิจแล้วต้องพิมพ์นามบัตรหรือไม่ ต้องพิมพ์แค็ตตาล็อกหรือไม่ เพราะเรารู้ว่าลูกค้าเราต้องการดูนามบัตร ดูแค็ตตาล็อกในวันที่เราเข้าไปติดต่อ นำเสนอขายสินค้า เว็บไซต์ก็เช่นกัน

วันนี้ถึงแม้คุณจะไม่ได้ทำการตลาดบนโลกออนไลน์ แต่ทุกวันนี้คุณก็มีการติดต่อนำเสนอขายสินค้าใหม่ๆ ให้กับลูกค้าใหม่ๆ เช่นกัน ลูกค้าเหล่านี้วันนี้ไม่ได้สนใจอยากได้นามบัตร หรือแค็ตตาล็อกสินค้า แต่สิ่งที่เขาสนใจและถามหา คือ “เว็บไซต์คุณ”

วันนี้การมีนามบัตร แค็ตตาล็อก หรือเว็บไซต์ ไม่ต่างกัน สิ่งที่ต่างมีอย่างเดียว คือ “พฤติกรรมผู้ซื้อเปลี่ยนไป”

อย่าให้ธุรกิจคุณต้องพลาด ด้วยความคิดผิดๆ ครับ

 

6 แบรนด์ที่ชาวเฟซบุ๊กไทย “Reaction” มากสุดในปี59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

09 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 11:36 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/480047

6 แบรนด์ที่ชาวเฟซบุ๊กไทย "Reaction" มากสุดในปี59

โดย…โธธ โซเชียล

เฟซบุ๊กได้เปิดให้ใช้งานฟีเจอร์ Facebook Reaction คือการแสดงความรู้สึกในโพสต์บนเฟซบุ๊ก เพิ่มมาอีก 5 ความรู้สึก ประกอบด้วย รัก (Love), หัวเราะ (Haha), ตกใจ (Wow), เศร้า (Sad) และ โมโห (Angry) โธธ โซเชียล ได้เก็บรวบรวมข้อมูลในเฟซบุ๊กและสรุปผลว่าแบรนด์ใดมีคนกดแสดงความรู้สึกให้มากที่สุดตลอดปี 2559 ได้แก่

แบรนด์ที่ได้รับ Wow มากสุดคือเครื่องดื่มโค้ก ส่วน Haha เป็น Watson Thailand ที่ได้ไป การกด Love และ Sad เป็นเพจ SCB Thailand ส่วนเพจที่ได้รับการ Share มากที่สุดเป็นเพจของบัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ และเพจที่ได้รับ Reaction โดยรวมมากที่สุดก็คือเพจ KFC Thailand

เมื่อแบรนด์รู้จุดประสงค์ว่ากำลังทำคอนเทนต์เพื่อ Reaction แบบไหนจากลูกค้า ค่า Reaction ก็สามารถเป็นตัวชี้วัดให้กับแบรนด์ได้ในระดับหนึ่งว่าสามารถส่งคุณค่าของคอนเทนต์นั้นๆ ไปสู่ผู้บริโภคได้หรือไม่

 

สมาร์ทโฟนแข่งเทคโนโลยีล้ำ สงครามกลาง-บนเดือด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

09 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 11:29 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/480045

สมาร์ทโฟนแข่งเทคโนโลยีล้ำ สงครามกลาง-บนเดือด

โดย…รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย

งานมหกรรมโทรศัพท์มือถือ ไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป(Thailand Mobile Expo 2017) จัดระหว่าง 9-12 ก.พ. ไฮไลต์เทคโนโลยีมือถือปีนี้ หนีไม่พ้น กล้องถ่ายรูป ลูกเล่นที่เข้ามาเติมสีสันให้สมาร์ทโฟนเชื่อมต่อกับเออาร์/วีอาร์ โดยสมาร์ทโฟนเซ็กเมนต์กลาง-บน ยังเป็นตลาดที่แข่งขันเดือดพล่าน

ชานนท์ จิรายุกุล ผู้อำนวยการฝ่ายขายบริษัท ไทย ออปโป้ ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนจากจีน เปิดเผยว่า นโยบายการทำสมาร์ทโฟนของออปโป้ ยังคงให้ความสำคัญกับเซ็กเมนต์กลาง-บน พฤติกรรมผู้ใช้เครื่องระดับล่างเริ่มยกระดับการใช้เทคโนโลยีใหม่หรือมีฟังก์ชั่นการใช้งานเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นปีแรกที่บริษัทรุกทำสมาร์ทโฟนตลาดบน ซึ่งจะเปิดตัวเดือน ก.พ.ราคามากกว่า 1-2 หมื่นบาท

สำหรับการออกสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ออปโป้ 5-10 รุ่น พร้อมกับมุ่งเน้นเทคโนโลยีใหม่ โดยเฉพาะนวัตกรรมกล้องถ่ายรูปยังคงเป็นจุดแข็งและจุดขายของแบรนด์ออปโป้ ถือเป็นแบรนด์แจ้งเกิดกล้องถ่ายรูปออกมาสวย ฟังก์ชั่นการใช้งานง่าย เพื่อเอาใจฐานลูกค้าที่เป็นคนรุ่นใหม่ถึง 80% มีพฤติกรรมของแชตและถ่ายรูปแชร์บนโซเชียลมีเดีย กล้องถ่ายรูปจึงเป็นแม่เหล็กสำคัญดึงให้ลูกค้าซื้อออปโป้

ทศพร นิษฐานนท์ รองผู้อำนวยการบริษัท หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป กล่าวว่า การทำตลาดสมาร์ทโฟนหัวเว่ยให้ความสำคัญกับกลุ่มไฮเอนด์และกลาง-บน ฟีเจอร์ที่บริษัทเน้นยังคงจับมือร่วมกับพันธมิตรพัฒนาเทคโนโลยีใหม่เพื่อให้สมาร์ทโฟนมีความเป็นอัจฉริยะสามารถโต้ตอบได้ เชื่อมต่อไอโอที หรือเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตเชื่อมอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อทำให้คนมีความสะดวกสบายยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ดี ปีนี้กล้องถ่ายรูปยังเป็นจุดขายที่สำคัญของหัวเว่ย ส่วนการแจกโทรศัพท์มือถือของโอเปอเรเตอร์เพื่อดึงดูดให้คนมาใช้เลขหมายไม่ส่งผลกระทบต่อค่ายโทรศัพท์มือถือ สำหรับงานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป ที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริิกิติ์ ปีนี้บริษัทลงทุนเพิ่ม 3 เท่าตัว เพิ่มพื้นที่และโฆษณาบริเวณจัดงานศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มั่นใจว่าปีนี้ภายในงานจะกลับมามีความคึกคัก หลังสัญญาณเศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัวดีขึ้น

ทิศทางการแข่งขันงานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป พบว่า ทุกค่ายต่างงัดการทำโปรโมชั่น ของแถมพรีเมียมเป็นอุปกรณ์ไอที เช่น แบตสำรอง หรือกระทั่งการผ่อน 0% ระยะเวลา 10 เดือน เป็นต้นรวมทั้งการมีไฮไลต์เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ เป็นการเรียกน้ำย่อยไตรมาสแรกก่อนของปี นอกจากนี้ต้องจับตากลุ่มธุรกิจไอทีการเปิดตัวไอโอที อาทิ เอไอเอส อุปกรณ์พกติดตามตัว หรือกระทั่งกลุ่มเออาร์/วีอาร์ ภายในงาน

จาริตร์ สิทธุ ผู้จัดการฝ่ายงานวิจัย สายงานศึกษาตลาดไคลเอนต์ ดีไวซ์ ประจำไอดีซี ประเทศไทย วิเคราะห์ว่า เทรนด์ตลาดสมาร์ทโฟนของไทยเริ่มเปลี่ยนแปลงเมื่อ 1-2 ปีที่ผ่านมา จากอัตราการใช้ที่แตะ 60% ของประชากรทั้งหมด ทำให้การแข่งขันของสมาร์ทโฟนทุกค่าย จะหันมาโฟกัสเซ็กเมนต์กลาง-บน เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคเริ่มยกระดับการใช้สมาร์ทโฟนจากระดับกลาง-ล่าง ราคา 4,000 บาท มาเป็นระดับกลาง-บน ราคา 6,000-2 หมื่นบาท

สภาพตลาดสมาร์ทโฟนกลาง-ล่าง ส่วนใหญ่เป็นสินค้าจากแบรนด์จีนเริ่มทยอยล้มหายตายจากไปแล้ว อย่างไรก็ดีความท้าทายของค่ายมือถือในขณะนี้เป็นเรื่องการพัฒนานวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ให้ดีขึ้น ว่ากันว่าเป็นยุคที่โทรศัพท์เทคโนโลยีถึงจุดอิ่มตัว สินค้าที่ออกใหม่แม้กระทั่งไอโฟน 7 หรือซัมซุง โน้ต 7 ไม่ได้เป็นสมาร์ทโฟนใหม่ที่ทุกคนต้องร้องว้าว อยากมี และต้องจับตาเบอร์หนึ่งอย่างซัมซุงที่กำลังเป็นแบรนด์อยู่ในภาวะขาลง จะซ้ำรอยเหมือนโนเกียหรือไม่

 

ก่อการร้ายลอนดอนดับ 5 เจ็บอื้อ! สถานทูตเตือนคนไทยติดตามข่าวสารใกล้ชิด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 มี.ค. 2560 11:06

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/893432


สถานทูตไทยในลอนดอน แจ้งเตือนคนไทยติดตามข้อมูลข่าวสารใกล้ชิด หลังเกิดเหตุก่อการร้ายในเมืองหลวงอังกฤษ คนร้ายขับรถชนผู้คนเดินริมถนนบนสะพานเวสต์มินสเตอร์ ก่อนขับพุ่งชนรั้วอาคารรัฐสภา ใช้มีดแทงตำรวจ ดับ 5 เจ็บ 40

เมื่อ 23 มี.ค. สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงลอนดอน ประกาศแจ้งเตือนคนไทยในกรุงลอนดอน ผ่านทางเฟซบุ๊กทางการของทางสถานทูต หลังเกิดเหตุกราดยิงคนบริเวณอาคารรัฐสภา และเหตุรถยนต์ชนคนบนสะพาน Westminster (เวสต์มินสเตอร์) ในกรุงลอนดอน เมื่อช่วงบ่ายที่ 22 มี.ค. 60 ตามเวลาท้องถิ่นว่า สถานเอกอัครราชทูตฯ ขอให้ผู้ที่อยู่ในกรุงลอนดอนติดตามข่าวสารของทางการสหราชอาณาจักรอย่างใกล้ชิด พร้อมกับเพิ่มความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังบริเวณที่เกิดเหตุและพื้นที่ใกล้เคียง ได้แก่ Parliament Square, Whitehall, Westminster & Lambeth Bridge, Victoria Street จนถึงแยกที่ตัดกับ Broadway & Victoria Embankment และสถานี Westminster

ขณะเดียวกัน สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงลอนดอน แจ้งว่า ในชั้นนี้ยังไม่มีรายงานคนไทยได้รับบาดเจ็บ หรือผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตฯจะติดตามความคืบหน้าในเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงลอนดอน ได้แจ้งข้อมูลเพิ่มเติมกรณีเหตุการณ์ความรุนแรงบริเวณอาคารรัฐสภา และบนสะพาน Westminster ใจกลางกรุงลอนดอน เมื่อบ่ายวันที่ 22 มีนาคม 2560 มีดังนี้

1. เมื่อเวลาประมาณ 14.20 น. รถยนต์ส่วนบุคคลยี่ห้อฮุนได สีเทา วิ่งมาบนสะพาน Westminster ด้วยความเร็วสูง มุ่งหน้าไปทางรัฐสภา ชนคนบนสะพาน มีผู้บาดเจ็บ 6-7คน

2. รถคันดังกล่าวพุ่งชนรั้วเหล็กบริเวณทางเข้ากลุ่มอาคารรัฐสภา ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บจำนวนหนึ่ง (ยังไม่ยืนยันจำนวน) จากนั้นได้ยินเสียงปืน และสัญญาณเตือนภัยของรัฐสภา

3. ตำรวจ และรถพยาบาล ถึงที่เกิดเหตุพร้อมปิดพื้นที่ในเวลา 14.40 น. โดย เจ้าหน้าที่ตำรวจให้ข้อมูลว่า ชายที่ก่อเหตุคาดว่าอายุประมาณ 40 ปี ผิวคล้ำ มีหนวดเครา ถือมีดยาว 8 นิ้ว พยายามบุกเข้าภายในรัฐสภา โดยได้แทงตำรวจบาดเจ็บ 1 นาย ก่อนจะเสียชีวิตเวลาต่อมา จากนั้นผู้ก่อเหตุถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดอาวุธประจำรัฐสภายิงเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

ขณะเกิดเหตุ มีการประชุมสภาสามัญ หรือสภาล่าง (House of Commons) โดยมี นางเธเรซา เมย์ (Theresa May) นายกรัฐมนตรี อยู่ในรัฐสภาด้วย

4. ณ เวลา 21.00 น. ยอดผู้เสียชีวิตมีจำนวน 4 ราย (รวม จนท.ตร.1 นาย และผู้ก่อเหตุ 1 ราย) บาดเจ็บ 20 คน ในจำนวนนี้มี 3 คน อาการสาหัส (ต่อมา มีผู้เสียชีวิตแล้ว 5 ราย)

5. เกิดเหตุในวันครบรอบ 1 ปี เหตุการณ์ระเบิดที่บรัสเซลล์ ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 36 คน

6. หน่วยงานความมั่นคงสหราชอาณาจักร ประกาศว่าเป็น “เหตุก่อการร้าย” แต่จะยังคงระดับการเตือนภัย ระดับร้ายแรง “Severe” (ระดับ 4 จาก 5) ปิดพื้นที่เกิดเหตุและบริเวณโดยรอบ, เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ติดอาวุธตรวจตราพื้นที่เสี่ยงภัย อาทิ ย่านชุมชน สถานีขนส่งสาธารณะ สถานที่สัญลักษณ์ของสหราชอาณาจักร สหภาพยุโรป และสหรัฐฯ

7. ในชั้นนี้ ยังไม่ปรากฏข้อมูลคนไทยได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตฯ จะติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด

8. ขอให้ผู้ที่อยู่ในกรุงลอนดอนเฝ้าติดตามข่าวสารของทางการสหราชอาณาจักรอย่างใกล้ชิด เพิ่มความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังบริเวณที่เกิดเหตุและพื้นที่ใกล้เคียง หากพบเห็นความผิดปกติหรือเหตุการณ์ไม่ชอบมาพากล สามารถแจ้งเบาะแสไปที่ตำรวจ หรือหน่วยงานต่อต้านการก่อการร้ายของสหราชอาณาจักรได้ที่ โทร. 999 หรือ 0800 789 321 หรือที่เว็บไซต์ https://www.gov.uk/report-suspicious-activity-to-mi5

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ชี้! โจมตีที่เวสต์มินสเตอร์เป็นก่อการร้าย ยอดตายพุ่ง 4 ศพ-ตำรวจไม่รอด

ระทึก! คนร้ายขับรถพุ่งชนผู้คน-แทงตำรวจ ใกล้อาคารรัฐสภาอังกฤษดับ 1 ศพ

 

กงสุลใหญ่ แอล.เอ.จัดสายด่วนช่วยคนไทยถูก ตม.สหรัฐฯจับ 24ชั่วโมง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 มี.ค. 2560 05:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/893266


กงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส จับมือ ตม.และศุลกากรสหรัฐฯ (ICE) ให้ความรู้แก่คนไทยในสหรัฐฯ เกี่ยวกับมาตรฐานเข้มงวดตรวจจับคนเข้าเมืองผิดกฎหมาย ตามนโยบาย ปธน.ทรัมป์ และจัดโทรฮอตไลน์ช่วยคนไทยถูกจับตลอด 24 ชั่วโมง…

เมื่อวันที่ 22 มี.ค. นายธานี แสงรัตน์ กงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า ได้เข้าพบนายเดวิด เอ. มารีน ผู้อำนวยการสำนักงานภาคสนาม และเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐอเมริกา (ICE) ที่นครลอสแอนเจลิส เพื่อสอบถามเกี่ยวกับการดำเนินงานของ ICE ในการจับกุมผู้เข้าเมืองผิดกฎหมาย หลังการประกาศข้อบังคับตามคำส่ังของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ห้ามคนชาติ 6 ประเทศเข้าสหรัฐฯ

เจ้าหน้าที่ ICE แจ้งให้ทราบว่า การดำเนินการไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงจากแนวปฏิบัติในอดีต โดยเป็นการจับกุมในลักษณะ ตรวจสอบกลุ่มเป้าหมาย มีการสืบสวน สอบสวนทางคดีและมีเป้าหมายในการจับกุมชัดเจน อย่างไรก็ตามหากเจ้าหน้าที่ ICE พบคนเข้าเมืองที่พำนักในประเทศอย่างผิดกฎหมาย แม้ไม่มีประวัติการก่อคดีอาญาก็อาจสอบสวนหรือจับกุมได้ ส่วนผู้ที่มีวีซ่าถูกต้อง ไม่ว่าจะมีใบเขียวหรือไม่มีใบเขียว สามารถเดินทางเข้า-ออก และพำนักในสหรัฐฯ ได้ตามปกติ โดยชาวต่างชาติที่พำนักในสหรัฐฯ ควรพกพาหนังสือเดินทาง, สำเนาหนังสือเดินทาง, บัตรประจำตัวที่ออกโดยหน่วยงานสหรัฐฯ ใบเขียว ฯลฯ เพื่อยืนยันตนเองในกรณีต่าง ๆ รวมทั้งในกรณีฉุกเฉินหรือเกิดอุบัติเหตุ

นายธานี เปิดเผยอีกว่า หากคนไทยถูกเจ้าหน้าที่ ICE จับกุมตัว สามารถติดต่อสถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส ได้ที่ โทร. 323-580-4222 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือโทร. 323-962-9574 โดย ICE จะจัดเตรียมโทรศัพท์และล่ามแปลภาษาไทย รวมถึงการช่วยประสานกับสถานกงสุลใหญ่ฯ เพื่อช่วยเหลือด้วย

พร้อมกันนี้ ICE และสถานกงสุลใหญ่ฯ ได้ร่วมกันเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ชุมชนไทย โดยจะร่วมกันจัดโครงการบรรยายให้ความรู้และตอบข้อซักถามเกี่ยวกับนโยบาย ระเบียบและแนวปฏิบัติของ ICE ในวันอังคารที่ 28 มี.ค. 2560 เวลา 14.00-16.00 น. ที่ชั้น 2 สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส ผู้สนใจเข้าร่วมฟังการบรรยาย ขอให้ติดต่อลงทะเบียนได้ที่ โทร. 323-962-9574 ต่อ 216 ภายในวันที่ 24 มี.ค. 2560.

 

ประธาน คกก.ข่าวกรองมะกันเผย ทรัมป์อาจถูกดักฟังโดยบังเอิญหลังเลือกตั้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 มี.ค. 2560 05:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/893262


เควิน นูเนส ประธานคณะกรรมาธิการข่าวกรองแห่งสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เผยว่า การสนทนาทางโทรศัพท์ของประธานาธิบดีทรัมป์ อาจถูกดักฟังโดยบังเอิญในปฏิบัติการข่าวกรอง ซึ่งไม่ได้มีเป้าหมายไปที่เขา…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายเควิน นูเนส ส.ส.รีพับลิกัน และประธานคณะกรรมาธิการข่าวกรองแห่งสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ระบุในวันพุธที่ 22 มี.ค. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจติดร่างแหเข้าไปในปฏิบัติการสอดแนมของหน่วยข่าวกรองต่างชาติที่เกิดขึ้นในช่วงหลังเลือกตั้งประธานาธิบดีโดยบังเอิญ

นายนูเนส ระบุว่า ข้อมูลดังกล่าว ซึ่งเขาได้มาจากแหล่งข่าวที่เขาไม่เปิดเผยว่าเป็นใคร ถูกรวบรวมอย่างถูกต้องตามกฎหมายภายใต้กฎหมายสอดแนมข้อมูลข่าวกรองต่างชาติ ตั้งแต่วันเลือกตั้งเมื่อ 8 พ.ย. 2016 จนถึงวันที่นายทรัมป์สาบานตนในวันที่ 20 ม.ค. 2017 แต่การสนทนาทางโทรศัพท์ของนายทรัมป์ถูกเก็บมาด้วยระหว่างการเก็บข้อมูลจากเป้าหมายอื่น

เขาเผยอีกว่า ข้อมูลที่ได้ไม่เกี่ยวข้องกับรัสเซีย ซึ่งถูกกล่าวหาว่าแทรกแซงการเลือกตั้งของสหรัฐฯ ขณะที่มีชื่อของเจ้าหน้าที่ของนายทรัมป์ที่เกี่ยวข้องถูกเปิดเผย และการสนทนาดังกล่าวก็ถูกแพร่กระจายภายในสำนักงานข่าวกรองอย่างกว้างขวาง ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาระบุว่า ไม่เหมาะสม

เควิน นูเนส ส.ส.รีพับลิกัน และประธานคณะกรรมาธิการข่าวกรองแห่งสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม นายนูเนส ยืนยันว่าการเปิดเผยของเขาไม่ใช่การสนับสนุนข้อกล่าวอ้างของนายทรัมป์ ที่อ้างว่ารัฐบาลอดีตประธานาธิบดี บารัค โอบามา ออกคำสั่งให้มีการดักฟังตึกทรัมป์ ทาวเวอร์ ของเขาในช่วง 1 เดือนก่อนเลือกตั้ง

ขณะที่นายทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับสื่อหลังจากนายนูเนสออกมาเปิดเผยเรื่องนี้ว่า เขามีความรู้สึกว่าการเปิดเผยของนายนูเนสเป็นการพิสูจน์คำพูดของเขาไม่มากก็น้อย “ผมค่อนข้างรู้สึกอย่างนั้น ผมยินดีมากๆ กับข้อเท็จจริงที่ว่าพวกเขาพบในสิ่งที่พวกเขาพบ”

 

บริการด้วยหุ่นยนต์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 มี.ค. 2560 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/892656


โรงแรมเฮนน์นา (Henn na Hotel) เป็นโรงแรมที่มีบริการแปลกประหลาดแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น ลูกค้าที่เข้าพักจะได้รับบริการจากหุ่นยนต์ เช่น พนักงานทำความสะอาดเป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่น ตัดหญ้า รดน้ำต้นไม้ หุ่นยนต์สาวหรือแม้กระทั่งต้องลงชื่อเข้าพักกับไดโนเสาร์ขนาดเท่าของจริง ทำให้เกิดความตื่นเต้นและสร้างความประทับใจจากลูกค้าที่เข้ามาพัก ซึ่งโรงแรมดังกล่าวได้ขยายสาขามาเปิดย่านอุระยะสึ ในกรุงโตเกียวด้วย หลังจากที่เปิดในจังหวัดนางาซากิมาแล้ว.