เดือด! กบฏซีเรียลอบโจมตีเมืองหลวงดามัสกัส ปะทะกองทัพ รบ.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 มี.ค. 2560 02:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/889852


กองกำลังกบฏเปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่ในพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงดามัสกัส เมื่อวันอาทิตย์ ใกล้ใจกลางเขตเมืองเก่า และปะทะกับกองทัพฝ่ายรัฐบาลอย่างรุนแรง…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองกำลังกบฏต่อต้านรัฐบาลซีเรียเปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่ในพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองหลวงกรุงดามัสกัส เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 มี.ค. ทำให้เกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงกับกองทัพรัฐบาลซีเรีย นอกจากนี้ ฝ่ายรัฐบาลยังตอบโต้ด้วยการส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดในพื้นที่ที่ฝ่ายกบฏควบคุมด้วย

ตามการเปิดเผยของชาวบ้านท้องถิ่น เหตุความรุนแรงเริ่มขึ้นหลังจากมือระเบิดฆ่าตัวตายจุดระเบิดที่ซุกซ่อนเอาไว้ในรถยนต์ 2 คัน ในเขตโจบาร์ ก่อนนักรบกบฏจะพยายามบุกฝ่าแนวป้องกันของกองทัพรัฐบาล ส่วนชาวบ้านในเขตทิจารา ซึ่งอยู่ติดกัน เผยว่าถนนในเมืองเต็มไปด้วยทหาร และมีรถถังถูกส่งเข้ามาด้วย ขณะที่เสียงปืนใหญ่จากเขตโจบาร์ยังดังไม่หยุด

ด้านสื่อในซีเรียรายงานว่า กองทัพซีเรียเสรี (เอฟเอสเอ) กลุ่มกบฏสายกลาง และกลุ่มญิฮาดอื่นๆ มีส่วนร่วมในการโจมตีที่เขตโจบาร์ และเขตอับบาซิยิน ซึ่งห้างจากกำแพงเขตเมืองเก่าไปทางตะวันออกราว 2 กม. โดยฝ่ายกบฏยิงปืนใหญ่และจรวดตกใกล้ใจกลางเมือง และมีการใช้อุโมงค์ลับช่วยในการโจมตีด้วย

ทั้งนี้ คาดกันว่าการโจมตีครั้งล่าสุดของฝ่ายกบฏต่อต้านรัฐบาลของประธานาธิบดี บาชาร์ อัล-อัสซาด เป็นความพยายามที่จะลดความกดดันของพวกเขา ที่ถูกกองกำลังฝ่ายรัฐบาลโจมตีที่เขตบาร์ซีห์, ทิชรีน และคาบุน ในช่วงที่ผ่านมา

 

นิวซีแลนด์ตะเพิดนักการทูตมะกัน ฐานไม่ยอมให้ตร.สอบปากคำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 มี.ค. 2560 01:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/889811


ทูตสหรัฐฯ คนหนึ่งในนิวซีแลนด์ ถูกขับออกจากประเทศ หลังจากสถานทูตสหรัฐฯ ไม่ยอมระงับสิทธิ์คุ้มครองของนักการทูตรายนี้เพื่อให้ตำรวจสอบปากคำ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทางการของประเทศนิวซีแลนด์ขอให้นักการทูตสหรัฐฯ คนหนึ่งออกจากประเทศ หลังจากสถานทูตสหรัฐฯ ไม่ยอมระงับสิทธิ์คุ้มครองของนักการทูตรายนี้เพื่อให้ตำรวจสอบปากคำเขา ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา

นักการทูตคนดังกล่าวเดินทางออกจากนิวซีแลนด์ในวันเสาร์ที่ 18 มี.ค. ขณะที่ตำรวจไม่เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อกล่าวหาของเขา อย่างไรก็ตาม สถานีวิทยุ นิวซีแลนด์ เรดิโอ รายงานว่า นักการทูตผู้นี้เดินทางออกจากประเทศในสภาพจมูกหักและตาบวมดำ

ทั้งนี้ นักการทูตทุกคนที่ที่ทำงานในนิวซีแลนด์จะได้รับความคุ้มครองจากการดำเนินคดี ตามสนธิสัญญาเวียนนา 1961 อย่างไรก็ตาม กระทรวงต่างประเทศนิวซีแลนด์ระบุว่า พวกเขาได้แสดงความชัดเจนกับนักการทูตทุกคนในนิวซีแลนด์แล้วว่า พวกเขาต้องทำตามกฎหมายของนิวซีแลนด์ และระงับความคุ้มครองหากถูกกล่าวหาเกี่ยวกับอาชญากรรมร้ายแรง

ด้านกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ในกรุงเวลลิงตัน ของนิวซีแลนด์ ไม่แสดงความคิดเห็นใดๆ เกี่ยวกับเรื่องการสืบสวนนี้

 

ตำรวจลับรวบชายต้องสงสัย ขับรถบุกทำเนียบขาว อ้างมีระเบิด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 มี.ค. 2560 23:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/889775


หน่วยอารักขาประธานาธิบดีจับกุมชายคนหนึ่งผู้อ้างว่ามีระเบิดอยู่ในรถของเขา ขณะคุยกับเจ้าหน้าที่ที่ด่านตรวจความปลอดภัยของทำเนียบขาวสหรัฐฯ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่หน่วยอารักขาประธานาธิบดี หรือ ตำรวจลับ ของสหรัฐฯ จับกุมตัวชายคนหนึ่ง ผู้ก่อเหตุขับรถเข้าด่านตรวจของทำเนียบขาวเมื่อกลางดึกวันเสาร์ และอ้างว่ามีระเบิดอยู่ในรถของเขา ทำให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการจับกุม และตรวจค้นรถยนต์ของเขา อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันว่าพบระเบิดหรือไม่

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในเวลาประมาณ 23:05 น. วันเสาร์ที่ 18 มี.ค. ตามเวลาท้องถิ่น ที่จุดตรวจความปลอดภัยของทำเนียบขาว โดยถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานกว่า 4 ชั่วโมงหลังเกิดเหตุ ด่านแห่งนี้ก็ยังถูกปิด แต่ถนนบริเวณนั้นเปิดใช้งานได้ตามปกติแล้ว ขณะที่หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดและเจ้าหน้าที่ความมั่นคงอื่นๆ ที่ถูกส่งมา ทยอยเดินทางกลับแล้ว ด้านตำรวจลับเปิดเผยว่า การสืบสวนคดีอาชญากรรมยังคงดำเนินต่อไป

ทั้งนี้ ในเวลาเกิดเหตุ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ อยู่ที่บ้านพัก ‘มาร์-อา-ลาโก’ ของเขาในรัฐฟลอริดา ซึ่งเป็นที่ที่เขาใช้ทำงานในช่วงสุดสัปดาห์

อนึ่ง ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน มีชายอีกคนหนึ่งถูกจับกุมหลังจากเขากระโดดข้ามรั้วกั้นจักรยานหน้าทำเนียบขาว ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่สกัดเอาไว้ โดยพบว่าเขาต้องการยื่นเอกสารบางอย่างให้เจ้าหน้าที่ในทำเนียบ และไม่พบอาวุธแต่อย่างใด

 

กันไว้ก่อน! ญี่ปุ่นซ้อมหนีภัยกรณีเกาหลีเหนือยิงมิสไซล์โจมตีครั้งแรก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 มี.ค. 2560 22:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/889757


ทางการเมืองโอกะ บริเวณชายฝั่งทางตะวันตกของประเทศญี่ปุ่น จัดการฝึกซ้อมหนีภัยขีปนาวุธจากเกาหลีเหนือขึ้นเป็นครั้งแรก หลังเกาหลีเหนือซ้อมยิงขีปนาวุธตกในทะเลห่างจากญี่ปุ่นไม่กี่ร้อยเมตร…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทางการของเมืองโอกะ บริเวณชายฝั่งทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศญี่ปุ่น จัดการฝึกซ้อมอพยพหนีภัยกรณีที่เกาหลีเหนือยิงมิสไซล์โจมตีเป็นครั้งแรกของประเทศ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังจากเมื่อสัปดาห์ก่อนเกาหลีเหนือทดสอบยิงขีปนาวุธ 4 ลูก โดยลูกหนึ่งตกในทะเลห่างจากเมืองโอกะเพียง 200 กม.เท่านั้น

โดยการฝึกซ้อมเป็นการจำลองสถานการณ์กรณีที่ขีปนาวุธของเกาหลีเหนือถูกยิงตกในพื้นที่ 20 กม. ทางตะวันตกของเมืองโอกะ โดยเจ้าหน้าที่เปิดเสียงไซเรนและประกาศเตือนประชาชนให้อพยพไปยังศูนย์อพยพที่จัดเตรียมเอาไว้ ซึ่งภายในมีทั้งอุปกรณ์ฉุกเฉินและเครื่องป้องกัน ส่วนเด็กๆ ในพื้นที่อื่นๆ ของเมืองหลบภัยด้วยการหมอบลงกับพื้น ก่อนจะรีบเข้าไปหลบในโรงยิม

เด็กประถมในเมืองโอกะ ฝึกซ้อมหนีภัยขีปนาวุธจากเกาหลีเหนือ

นายโอซามุ ไซโตะ หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยของจังหวัดอากิตะ กล่าวว่า การฝึกซ้อมเกิดขึ้นเพราะความกังวลที่เพิ่มสูงขึ้นเกี่ยวกับสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาค “ทุกวันนี้อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ และมันจะยิ่งเป็นจริงขึ้นไปอีกหากเราไม่สามารถคาดการณ์พฤติกรรมของประเทศเพื่อนบ้านได้”

ขณะที่นายโยชิฮิเดะ สุกะ หัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น บอกกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันศุกร์ว่า การฝึกซ้อมหนีภัยขีปนาวุธเป็นเรื่องที่คุ้มค่ากับความพยายามเพื่อช่วยให้ความรู้แก่สังคม

 

ตะลึง พระพุทธรูปโบราณในอัฟกานิสถาน รอดสงคราม ฝังซ่อนใต้ดิน เกือบ2พันปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 มี.ค. 2560 14:56

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/889457


ฮือฮา..พระพุทธรูปโบราณในอัฟกานิสถาน ถูกนำมาประดิษฐานที่พิพิธภัณฑ์ในกรุงคาบูล หลังขุดพบถูกฝังใต้ดิน นักโบราณคดีคาดถูกซ่อนไว้ใต้ดินป้องกันหัวขโมย มาตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 3-5 ซ้ำยังสามารถรอดพ้นจากภัยสู้รบในพื้นที่สุดอันตรายมาได้

เมื่อ 19 มี.ค.60 สื่อต่างประเทศรายงานข่าวฮือฮา พระพุทธรูปโบราณในอัฟกานิสถาน ซึ่งผ่านร้อนผ่านหนาวมายาวนาน และถูกฝังซ่อนไว้ใต้ดินเพื่อป้องกันหัวขโมย รวมทั้งยังรอดปลอดภัยขณะอยู่ในพื้นที่สู้รบที่อันตรายที่สุดในประเทศอัฟกานิสถาน ในที่สุดได้รับการบูรณะและนำมาประดิษฐานไว้ที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ ในกรุงคาบูล เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสได้ชมพระพุทธรูปองค์นี้กันแล้ว ขณะที่บรรดานักโบราณคดีคาดว่า มีอายุเก่าแก่และถูกฝังซ่อนไว้ใต้ดินตั้งแต่ช่วงราวศตวรรษที่ 3-5

ข่าวแจ้งว่า พระพุทธรูปโบราณองค์นี้ถูกซ่อนไว้ในชั้นดิน ที่เมืองเมส อัยนัค ห่างจากกรุงคาบูล เมืองหลวงอัฟกานิสถาน ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ราว 40 กิโลเมตร โดยได้ถูกค้นพบเมื่อปี 2555 ขณะที่บริษัทชาวจีนได้เข้ามาทำเหมืองแร่ทองแดงในบริเวณดังกล่าว และได้ขุดพบพระพุทธรูปโบราณใต้ผืนดินอย่างไม่คาดฝัน โดยบริเวณที่พบพระพุทธรูปองค์นี้อยู่ในกลุ่มวิหารโบราณบนพื้นที่กว้างขวาง 4 ตารางกิโลเมตร ในเขตจังหวัดโลการ์ ซึ่งเคยเป็นพื้นที่ที่อันตรายที่สุดในอัฟกานิสถาน และปัจจุบันเป็นเขตฐานที่มั่นของกลุ่มตาลีบัน

นายเออร์มาโน คาร์โบนารา ผู้เชี่ยวชาญด้านการบูรณะโบราณวัตถุ ชาวอิตาลี กล่าวว่า พระพุทธรูปโบราณองค์นี้ยังอยู่ครบเกือบหมดทั้งองค์ และเศียรของพระก็ยังอยู่ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยาก โดยพระพุทธรูปโบราณองค์นี้อยู่บริเวณช่องโพรงในดิน ซึ่งโดยรอบมีการวาดประดับตกแต่งเป็นลวดลายดอกไม้ และเป็นศูนย์กลางของการประกอบพิธีสวดมนต์

นายคาร์โบนารา กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ดีกว่าในการย้ายพระพุทธรูปขึ้นมาจากโพรงดิน โดยพระพุทธรูปองค์นี้ทำจากดินเหนียว ซึ่งนำมาจากแม่น้ำเมส อัยนัค อีกทั้งนายคาร์โบนารายังกล่าวด้วยความทึ่งว่า การลงสีพระพุทธรูป โดยมีมวยผมสีดำ พระปรางค์สีชมพู และดวงตาสีฟ้า ถือเป็นเทคนิคที่ซับซ้อนอย่างแท้จริงของช่างฝีมือโบราณที่ปั้นพระพุทธรูปองค์นี้.

 

เศร้า ‘ชัค เบอร์รี’ ตำนานร็อกแอนด์โรลมะกัน เสียชีวิตในวัย 90 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 มี.ค. 2560 06:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/889180


ชัค เบอร์ ตำนานนักร้องนักดนตรีผู้ถูกยกให้เป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกดนตรีแนวร็อกแอนด์โรล เสียชีวิตแล้วเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ขณะมีอายุ 90 ปี โดยยังไม่มีการเปิดเผยสาเหตุ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจในรัฐมิสซูรีของสหรัฐฯ เปิดเผยในวันเสาร์ที่ 18 มี.ค. ว่า ชัค เบอร์ ตำนานนักร้องนักดนตรีผู้ถูกยกให้เป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกดนตรีแนวร็อกแอนด์โรล ชาวอเมริกัน เสียชีวิตแล้วในวัน 90 ปี หลังจากมีผู้แจ้งความว่าพบเขานอนไม่ได้สติเมื่อช่วงเที่ยงวันเดียวกัน

สำนักงานตำรวจเขต เซนต์ชาร์ลส์ เคาน์ตี ออกแถลงการณ์ผ่านเฟซบุ๊กของพวกเขาว่า ตำรวจได้รับแจ้งความว่าพบชายหมดสติเมื่อเวลาประมาณ 12:40น. ตามเวลาท้องถิ่น และน่าเศร้าที่เจ้าหน้าที่กู้ชีวิตของชายวัย 90 ปีรายนี้กลับมาไม่สำเร็จ และประกาศให้เขาเสียชีวิตในเวลา 13:26น.

“สำนักงานตำรวจ เซนต์ ชาร์ลส์ เคาน์ตี ขอยืนยันอย่างน่าเสียใจ เรื่องการเสียชีวิตของ ชาร์ลส์ เอ็ดวาร์ด แอนเดอร์สัน เบอร์รี ซีเนียร์ ซึ่งรู้จักกันดีกว่าในฐานะ ตำนานนักดนตรี ชัค เบอร์รี”

ชัค เบอร์รี แสดงคอนเสิร์ตฉลองอายุครบ 60 ปี เมื่อปี 1986

ทั้งนี้ ชัค เบอร์รี เกิดที่เมืองเซนต์ หลุยส์ รัฐมิสซูรี เมื่อปี 1926 และสร้างสรรค์เพลงฮิตเพลงแรกของเขา ‘Maybellene’ ในปี 1955 และโลดแล่นอยู่ในวงการดนตรีของสหรัฐฯ มานานกว่า 70 ปี เขาเคยได้รับรางวัลแกรมมี 1 ครั้งในปี 1984 และเป็นคนแรกๆ ที่ได้รับการบรรจุชื่อลงในอนุสรณ์ร็อกแอนด์โรล เมื่อปี 1986

เมื่อปีที่ผ่านมา ชัค เบอร์รี ประกาศว่า เขาจะออกอัลบัมแรกในรอบเกือบ 40 ปีของเขา เพื่ออุทิศให้แก่ภรรยาที่อยู่ด้วยกันนานถึง 68 ปี ธีเมททา ‘ท็อดดี’

 

มะกัน-จีน ประกาศจับมือกล่อมเกาหลีเหนือเลิกทดลองนิวเคลียร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 มี.ค. 2560 04:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/889132


เร็กซ์ ทิลเลอร์สัน กับ หวัง อี้ รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ และจีน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ และจีนตกลงกันที่จะร่วมมือกันแก้ปัญหาเรื่องเกาหลีเหนือ โดยจีนย้ำว่าจะแก้ปัญหาด้วยการเจรจาเท่านั้น…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐอเมริก ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการเยือนประเทศจีน กล่าวในวันเสาร์ที่ 18 มี.ค. ว่า สหรัฐฯ และจีนตกลงกันว่าจะทำงานร่วมกันเพื่อทำให้เกาหลีเหนือเปลี่ยนความคิดจากการไล่ตามความทะเยอทะยานทางนิวเคลียร์ของพวกเขา

ความเคลื่อนไหวล่าสุดแสดงให้เห็นการผ่อนท่าทีของสหรัฐฯ หลังจากนายทิลเลอร์สันออกมาเตือนเกาหลีเหนืออย่างรุนแรงเมื่อวันศุกร์ว่า สหรัฐฯ กำลังพิจารณาการตอบโต้เกาหลีเหนือด้วยกำลังทหาร หากรัฐบาลเปียงยางกระทำการที่เป็นภัยคุกคามต่อเกาหลีใต้และกองทัพสหรัฐฯ

“เรามีมุมมองและความรู้สึกเดียวกันว่าความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีตอนนี้อยู่ในระดับสูง และเรื่องต่างๆ ได้เข้าสู่ระดับอันตรายแล้ว และเรายังให้คำมั่นต่อกันว่าจะทำทุกอย่างที่เราทำได้เพื่อป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งทุกรูปแบบเกิดขึ้น” นายทิลเลอร์สันกล่าวหลังการหารือกับนายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของจีน

นายทิลเลอร์สันกล่าวด้วยว่า เขากับนายหวังตกลงร่วมกันที่จะเกลี้ยกล่อมเกาหลีเหนือ ให้เดินบนเส้นทางที่ถูกต้อง และถอยห่างจากการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของพวกเขา

ขณะเดียวกัน จีนก็ผ่อนท่าทีของตัวเองลง หลังจากไม่พอใจสหรัฐฯ ที่เรียกร้องให้พวกเขาใช้อิทธิพลกดดันเกาหลีเหนือให้หยุดการทดลองอาวุธนิวเคลียร์และทดสอบยิงขีปนาวุธมาตลอด โดยนาย หวัง อี้ ระบุว่าการพูดคุยกับนายทิลเลอร์สันเป็นการคุยอย่าง “ตรงไปตรงมา, จริงจัง และสร้างสรรค์”

นายหวังระบุด้วยว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พวกเขาจะใช้วิธีทางการทูตเป็นหนทางหาวิธีแก้ปัญหาอย่างสงบ และพวกเขาหวังว่าจะหาวิธีเริ่มการเจรจาครั้งใหม่ได้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

มะกันเตือนโสมแดงแล้ว! จะพิจารณาใช้กำลังทหารตอบโต้ ขืนยังป่วน (คลิป)

กบฏต้านรบ.ซีเรีย-ครอบครัว อพยพจากพื้นที่สุดท้ายในเมืองฮอมส์แล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 มี.ค. 2560 02:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/889096


กบฏต่อต้านรัฐบาลซีเรียพาครอบครัวอพยพออกจากพื้นที่สุดท้ายที่พวกเขายึดครองในเมืองฮอมส์แล้ว ตามข้อตกลงที่หยุดชะงักไปนาน หลังจากถูกรัฐบาลปิดล้อมนานกว่า 3 ปี…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กบฏต่อต้านรัฐบาลซีเรียและครอบครัวของพวกเขาเริ่มเดินทางออกจากเขต อัล-วาอีร์ ซึ่งเป็นพื้นที่สุดท้ายในเมืองฮอมส์ที่พวกเขายึดครองอยู่แล้ว ตามข้อตกลงที่รัสเซียเป็นผู้สนับสนุน หลังจากพวกเขาถูกกองทัพรัฐบาลปิดล้อมมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2013

ทาลาล บาราซี ผู้ว่าราชการเมืองฮอมส์ ระบุว่า ในวันเสาร์จะมีผู้คนอพยพออกจากเมืองด้วยรถบัสประมาณ 1,500 คน ขณะที่ศูนย์สื่อเมืองฮอมส์ ของฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรียคาดว่า ผู้คนกว่า 15,000 คนจะทยอยอพยพออกจากเมืองตลอดช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า

ทั้งนี้ การอพยพเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงระหว่างผู้นำชุมชนและรัฐบาลที่บรรลุตั้งแต่เดือนธ.ค.ปี 2015 มีรัสเซียเป็นผู้ผลักดัน โดยจะส่งผลให้ดินแดนที่ฝ่ายกบฏครอบครองอยู่หลายแห่ง มีจุดหมายเพื่อยุติสงครามกลางเมืองในซีเรียที่ดำเนินมานานกว่า 6 ปี อย่างไรก็ตาม นักรบกบฏบางคนบอกว่า พวกเขาถูกรัฐบาลใช้การปูพรมถล่มและการปิดล้อมอย่างโหดร้าย บีบให้ทำข้อตกลงดังกล่าว

อนึ่ง เมืองฮอมส์กลายเป็นสมรภูมิสำคัญในเหตุสงครามกลางเมืองซีเรีย ที่เกิดขึ้นหลังจากประชาชนลูกฮือตามกระแสต่อต้านผู้นำเผด็จการในปี 2011 โดยชาวเมืองขับไล่กองกำลังความมั่นคงออกจากพื้นที่ส่วนใหญ่ในเมืองได้ภายในปีต่อมา แต่หลังจากนั้น 2 ปี รัฐบาลก็เริ่มการปิดล้อมพื้นที่ทั้งหมดของเมือง และเกิดการต่อสู้กันเรื่อยมาจนเมืองถูกทำลายราบคาบ กระทั่งกองกำลังกบฏยอมถอนตัวออกจากเขตเมืองเก่าในปี 2014

 

ผู้ดีส่งทหาร 800 นายไปเอสโตเนีย เสริมกำลังป้องกันรัสเซีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 มี.ค. 2560 02:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/889087


สหราชอาณาจักรส่งทหาร 800 นาย รวมทั้งยุทโธปกรณ์ไปยังประเทศเอสโตเนีย เพื่อเสริมกำลังป้องกันความก้าวร้าวจากรัสเซีย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สหราชอาณาจักร (ยูเค) ดำเนินการส่งทหารจำนวน 800 นายไปยังประเทศเอสโตเนียแล้ว โดยเป็นส่วนหนึ่งในยุทธศาสตร์การเพิ่มการป้องกันในประเทศแถบคาบสมุทรบอลติกขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) จากความก้าวร้าวของรัสเซีย

ตามการเปิดเผยของกระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักร ทหารจำนวน 120 นายจากกองพลปืนไรเฟิลที่ 5 จะตั้งศูนย์บัญชาการในเอสโตเนีย ก่อนที่ทหารส่วนที่เหลือจะเดินทางถึงในเดือนเม.ย. นอกจากนี้ สหราชอาณาจักรยังได้ส่งรถถัง ชาลเลนเจอร์ 2, ปืนใหญ่อัตตาจร เอเอส90 และรถหุ้มเกราะไปยังเอสโตเนียด้วย โดยจะเดินทางถึงในสัปดาห์หน้า

พันโท มาร์ค วิลสัน ผู้บัญชาการกองพลไรเฟิลที่ 5 ระบุว่า ทหารอังกฤษจะผสมผสานเข้ากับกองทัพเอสโตเนีย และเพิ่มศักยภาพของพวกเขา และเป็นเรื่องสำคัญสำหรับสหราชอาณาจักรที่จะแสดงให้เห็นความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของนาโต

ทหารสหราชอาณาจักรชุดแรกเดินทางถึงเอสโตเนียแล้ว เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ สหราชอาณาจักรเป็นผู้นำในปฏิบัติการเสริมกำลังแนวหน้า (enhanced forward presence) ของนาโต ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเสริมกำลังให้ชาติพันธมิตรในยุโรปตะวันออก โดยความตึงเครียดระหว่างเอสโตเนียกับรัสเซียเพิ่มขึ้นหลังจากเกิดความรุนแรงในยูเครนซึ่งนำไปสู่การควบรวมดินแดนไครเมียโดยรัสเซียเมื่อปี 2014

เซอร์ ไมเคิล ฟอลลอน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมยูเค บอกกับสำนักข่าวบีบีซีว่า นี่เป็นการเคลื่อนกำลังพลในยุโรปครั้งใหญ่ที่สุดของสหราชอาณาจักรนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามเย็น และถือเป็นสิ่งจำเป็นเนื่องจากความก้าวร้าวของรัสเซียที่เพิ่มขึ้น และจำเป็นต้องเพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่พันธมิตรของนาโตในภาคตะวันออก อย่างไรก็ตามเขาย้ำว่า นี่เป็นการเคลื่อนกำลังเพื่อการป้องกัน ไม่ใช่เพื่อการยั่วยุหรือเพิ่มความตึงเครียด

 

‘ทรัมป์’ หารือ ‘แมร์เคิล’ ย้ำโดน ‘โอบามา’ ดักฟังเหมือนกัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 มี.ค. 2560 23:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/889060


ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ รับการมาเยือนของนาง อังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี โดยผู้นำสหรัฐฯ กล่าวย้ำในการแถลงข่าวร่วมว่า พวกเขาถูกรัฐบาลของบารัค โอบามา ดักฟังโทรศัพท์ โดยไม่ให้หลักฐานเช่นเดิม…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 17 มี.ค. ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ยังยืนยันคำเดิมเรื่องที่เขาอ้างว่า ถูกรัฐบาลโอบามาดักฟังโทรศัพท์ โดยเขากล่าวระหว่างการแถลงข่าวร่วมกับนาง อังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ว่า “อย่างน้อยเราก็มีอะไรบางอย่างเหมือนกัน, บางทีนะ” สื่อถึงกรณีที่หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ในยุคโอบามา ถูกกล่าวหาว่าดักฟังโทรศัพท์นางแมร์เคิล จนทำให้เยอรมนีไม่พอใจอย่างมาก

นายทรัมป์ยังถูกนักข่าวถามเกี่ยวกับกรณีที่สำนักข่าว ฟ็อกซ์ นิวส์ รายงานโดยอ้างคำพูดของนาย ฌอน สไปเซอร์ เลขาธิการฝ่ายสื่อประจำทำเนียบข่าวว่า ว่า GCHQ หน่วยข่าวกรองสหราชอาณาจักร ดักฟังโทรศัพท์ของนายทรัมป์ ระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง ว่ามีข้อเท็จจริงอย่างไร ซึ่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ตอบว่า “คุณไม่ควรมาถามผม คุณควรไปถามฟ็อกซ์” ต่อมา ฟ็อกซ์ นิวส์ ออกแถลงการณ์ว่า พวกเขาไม่มีหลักฐานใดๆ ว่านายทรัมป์ถูกดักฟัง

ทั้งนี้ นายทรัมป์กล่าวหารัฐบาลของประธานาธิบดีโอบามาว่าดักฟังโทรศัพท์ในอาคารทรัมป์ ทาวเวอร์ ของเขาในช่วง 1 เดือนก่อนมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือนพ.ย.ปีก่อน อย่างไรก็ตาม เขาไม่ให้หลักฐานใดๆ และสมาชิกสภาคองเกรสหลายคนจากทั้งพรรคเดโมแครต และพรรครีพับลิกัน ต้นสังกัดของเขา ต่างออกมาเรียกร้องให้นายทรัมป์ถอนคำพูด เช่นเดียวกับ GCHQ ที่ปฏิเสธข้อกล่าวหาของนายสไปเซอร์ ว่าเป็นเรื่องไร้สาระ

ประธานาธิบดี ทรัมป์ และนายกรัฐมนตรี แมร์เคิล รวมทั้งผู้นำธุรกิจอเมริกันและเยอรมัน หารือกันที่ทำเนียบขาว

อนึ่ง นางแมร์เคิลเลื่อนกำหนดการเดินทางเยือนสหรัฐฯ จากวันอังคารที่ 14 มี.ค. เป็นวันศุกร์ที่ 17 มี.ค. ซึ่งเธอได้หารือกับนายทรัมป์ในหลายประเด็นรวมทั้งเรื่องนาโต และการค้า โดยนายทรัมป์ยังเน้นย้ำว่าเขาให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่แก่นาโต แต่ระบุด้วยว่า ชาติสมาชิกนาโตจำเป็นต้องจ่ายเงินอุดหนุนด้านการป้องกันในสัดส่วนที่ยุติธรรม ซึ่งนางแมร์เคิลให้สัญญาว่าเยอรมนีจะเพิ่มปริมาณเงินอุดหนุนในส่วนของพวกเขา

ส่วนในเรื่องการค้า นายทรัมป์กล่าวว่า เขาเชื่อว่านโยบายการค้าควรเป็นการค้าอย่างยุติธรรม และบอกด้วยว่า สหรัฐฯ ถูกหลายๆ ประเทศปฏิบัติอย่างไม่ยุติธรรมมากๆ มานานหลายปี และเรื่องนี้ควรยุติได้แล้ว ด้านนางแมร์เคิลกล่าวว่า เธอหวังให้สหรัฐฯ และสหภาพยุโรปจะกลับมาพูดคุยกันอีกครั้งเพื่อลบกำแพงที่กีดขวางการค้าขายระหว่างทั้งสองฝ่าย