“อลงกรณ์” หนุนทีมเศรษฐกิจ คสช. อยู่ต่อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/272303

คมชัดลึก, เชียร์, อลงกรณ์ พลบุตร, อลงกรณ์, หนุน, ทีม, เศรษฐกิจ, คสช, อยู่, ต่อ, หนุนทีมเศรษฐกิจ, อยู่ต่อ

“อลงกรณ์” หนุน ทีมเศรษฐกิจ คสช. อยู่ต่อ ชมผลงานสอบผ่าน เชื่อมือ ทำ ศก.ประเทศฝ่าวิกฤตได้

          นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ  (สปท.)  กล่าวสนับสนุนการทำหน้าที่ของรัฐมนตรีทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เพราะจากผลงานต่อการแก้วิกฤตเศรษฐกิจและปัญหาที่สะสมเป็นระยะเวลานาน ส่วนตัวให้คะแนนสอบผ่าน  ดังนั้นไม่ควรปรับรัฐมนตรีในทีมเศรษฐกิจปัจจุบันออกจากตำแหน่งตามที่มีบางฝ่ายเรียกร้อง  ขณะที่ผลงานของทีมเศรษฐกิจหากพิจารณาด้วยความเป็นธรรม พบว่าทีมเศรษฐกิจสามารถฟื้นฟูเศรษฐกิจกลับมาตั้งหลักขยายตัวได้ถึงร้อยละ 2.8 จากเดิมที่เศรษฐกิจโตเพียงร้อยละ 0.8 เท่านั้น และในปี 2559 พบอัตราการเติบโตมากถึงร้อยละ 3.2 ขณะที่ธุรกิจเอสเอ็มอี  เติบโตเกือบร้อยละ 5 เช่นเดียวกับภาคการท่องเที่ยวที่มีผลต่อการกระจายรายได้เติบโตกว่าร้อยละ 7

“การประเมินผลงานต้องเป็นธรรมและมองอย่างรอบด้านพิจารณาข้อมูลให้ครบถ้วน ส่วนจะเห็นด้วยไม่เห็นด้วยกับแนวทางของทีมเศรษฐกิจหรือไม่ ย่อมเห็นต่างกันได้เพราะการแก้ไขปัญหาหรือการปฏิรูปเศรษฐกิจมีหลากหลายวิธี ทั้งนี้ต้องดูที่ผลลัพธ์เมื่อผลออกมาดี ก็ต้องเดินหน้าต่อ ไม่ควรเปลี่ยนม้ากลางน้ำหรือเปลี่ยนขุนพลกลางศึกจะทำให้งานปฏิรูปเศรษฐของชาติสะดุด” นายอลงกรณ์ กล่าว

สปท.ถก“วิษณุ”ขอดันกฎหมายหลายฉบับ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/272311

สนช, สปท, วิษณุ, ดัน, กฎหมาย, หลาย, ฉบับ

สมาชิกสปท.ถก“วิษณุ”ขอดันกฎหมายหลายฉบับ จ่อเอาเข้าที่ประชุมป.ย.ป.ศุกร์นี้ แจง ผบ.เหล่าทัพนั่งกก.ยุทธศาตร์ชาติเพื่อดูมิติความมั่นคง

       19  เม.ย. — นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) 30 กว่าคนเข้าหารือเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า สมาชิกสปท.มาแจ้งให้ทราบว่าเขากำลังติดตามกฎหมายในส่วนที่เขามีความสนใจอยู่ ได้แก่ กฎหมายผังเมือง กฎหมายเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน ระเบียบปฏิบัติที่เกี่ยวกับการใช้ระบบดิจิทัลในทางราชการ และเรื่องเกี่ยวกับหน่วยงานของหลายกระทรวงที่ไปตั้งตามต่างจังหวัด ซึ่งไม่ได้อยู่ในบังคับบัญชาของผู้ว่าราชการจังหวัด ทำให้การประสานงานในจังหวัดยังบกพร่องอยู่ จึงจะหาแนวทางแก้ปัญหา รวมทั้งเรื่องมาตรฐานคุณธรรมและความประพฤติของข้าราชการ โดยสมาชิกสปท.เสนอให้บางเรื่องออกเป็นระเบียบ กฎหมาย โดยใช้มติครม. ซึ่งทุกเรื่องที่สมาชิกสปท.เสนอมาจะมีการนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ในวันที่ 21 เม.ย.นี้

นายวิษณุ กล่าวว่า สำหรับการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. … และร่าง พ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ พ.ศ. … ในวันที่ 20 เม.ย. ตนจะเป็นผู้ทำหน้าที่ชี้แจงตั้งแต่เช้าถึงค่ำ ส่วนการตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณากฎหมายทั้ง 2 ฉบับนั้น ในส่วนของครม.กำลังรอดูว่าจะให้สัดส่วนกี่คน และจะดูว่าในสัดส่วนของสนช.จะตั้งใครเข้ามาเป็นกรรมาธิการบ้าง หากมีตกหล่นอาจเอามาใส่ในบัญชีของครม.

อย่างไรก็ตาม ส่วนข้อกังวลในร่างพ.ร.บ.การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. … ที่กำหนดให้มีผบ.เหล่าทัพมาเป็นคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาตินั้น เราถือว่าตำแหน่งเหล่านี้เป็นตำแหน่งที่อยู่ในรัฐธรรมนูญที่ให้เป็นสว.แต่งตั้งโดยอัตโนมัติ ซึ่งมีความหมาย จึงให้มานั่งเป็นกรรมการยุทธศาสตร์ชาติเพื่อจะดูมิติของความมั่นคง

บุกกทม.จี้เปิด”วงจรปิด”ตามหมุดคณะราษฎร !!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/272294

ตัวแทนภาคปชช.บุกกทม. จี้เปิด”กล้องวงจรปิด” ตามหมุดคณะราษฎร โวยกทม.แจง”ซีซีทีวี”ถูกปรับปรุง ใช้งานไม่ได้ตั้งแต่ 31 มี.ค. หวั่นขาดหลักฐานเพิ่ม

      19 เม.ย. นายอภิสิทธิ์ ทรัพย์นภาพันธ์ และนางณัฏฐา มหัทธนา ตัวแทนภาคประชาชน เดินทางมายื่นหนังสือขอความร่วมมือจากกรุงเทพมหานคร(กทม.) เพื่อขอดูภาพจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด(ซีซีทีวี) โดยรอบบริเวณพระบรมรูปทรงม้า ลานพระราชวังดุสิต เขตดุสิต โดยมีนายยุทธพันธุ์ มีชัย เลขานุการผู้ว่าฯกทม. ให้การต้อนรับและรับมอบหนังสือ ขณะเดียวกัน พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่เทศกิจ เข้มร่วมสังเกตการณ์ พร้อมทั้งดูแลความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนจะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ นายอภิสิทธิ์และนางณัฏฐา ได้พูดคุยกับนายยุทธพันธุ์ และเจ้าหน้าที่สำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) โดยระหว่างพูดคุย มีประชาชนที่มาร่วมสังเกตการณ์ แสดงความไม่พอใจ พร้อมทั้งตะโกนด้วยถ้อยคำหยาบคาย ทำให้กลุ่มตัวแทนภาคประชาชน ต้องขอโทษกับการกระทำดังกล่าว

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำเอกสารใบคำร้องขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดมาให้กรอกตามขั้นตอน เหมือนเช่นกับประชาชนทั่วไป ซึ่งการคัดลอกข้อมูลภาพอยู่ลำดับที่ 188 เดือนเมษายน 2560 ซึ่งนายอภิสิทธิ์ ได้ขอรายละเอียดภาพจากกล้องวงจรปิดตั้งแต่วันที่ 1-9 เม.ย.ที่ผ่านมา

นายยุทธพันธุ์ แถลงว่า กทม.ไม่ขัดข้องที่จะอำนวยการในเรื่องดังกล่าว แต่ต้องทำตามระเบียบ กฎเกณฑ์ และกติกา แต่เนื่องจากเอกสารที่นายอภิสิทธิ์ นำมา ยังขาดบันทึกแจ้งความ ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญประกอบการพิจารณา จึงต้องนำมามอบให้กทม.อีกครั้ง อย่างไรก็ตามยืนยันว่า ผู้ว่าฯกทม.จะปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ตามขั้นตอน ไม่แตกต่างจากประชาชนคนอื่น ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ ให้สอบถามกับผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.)

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขอบคุณกทม. ที่อำนวยความสะดวกเป็นอย่างดี แต่พบปัญหากล้องวงจรปิดที่ขอดูภาพ จำนวน 11 ตัวในบริเวณดังกล่าว กทม.แจ้งว่า ถูกนำออกไปทั้งหมด เนื่องจากมีการปรับปรุงสัญญาณไฟจราจร ซึ่งกล้องจะผูกติดกับสัญญาณไฟจราจร ทำให้กล้องไม่สามารถใช้งานได้ ตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน

ดังนั้น จึงได้ประสานขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงในจุดอื่น ๆ บริเวณพระบรมรูปทรงม้า ลานพระราชวังดุสิต เพื่อเป็นหลักฐานประกอบการตามหาหมุดคณะราษฎรที่หายไป อย่างไรก็ตามเชื่อว่า หมุดคณะราษฎรหายไปในช่วงระหว่างวันที่ 2-8 เม.ย.ที่ผ่านมา

นางณัฏฐา กล่าวว่า อยากฝากสื่อมวลชนติดตามการนำกล้องวงจรปิดทั้ง 11 ตัวออกจากพื้นที่ดังกล่าว ไม่ใช่อำนาจของกทม. แต่เป็นงานจราจร จึงต้องสอบถามกันต่อไปว่าใครเป็นผู้ตัดสินใจให้เอาออกไปในช่วงเวลาดังกล่าว ทั้งนี้ แม้จะไม่มีกล้องวงจรปิด แต่ควรมีมาตรการรองรับ เพื่อยกระดับการรักษาความปลอดภัย เพราะพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่พิเศษ โดยส่วนตัวรู้สึกตกใจมาก แต่ไม่ได้คาดหวังว่า การขอภาพกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมในจุดอื่น จะสามารถใช้ประกอบเป็นหลักฐานได้

อย่างไรก็ตาม การไม่มีกล้องเท่ากับขาดหลักฐาน แต่เชื่อว่าบริเวณดังกล่าว มีทหารและตำรวจ ที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัย จะสามารถเป็นพยานบุคคลได้อย่างแน่นอน จึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายซื่อตรงในหน้าที่และวิชาชีพ

“นักกิจกรรม” โร่แจ้งความตามหาหมุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/272282

“นักกิจกรรม” แจ้งความให้ตามหาหมุด ยัน ผิด ม.31 เบียดบังโบราณวัตถุ ลักทรัพย์ ระบุหมุดคณะราษฎรเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์

          19 เม.ย. 60 – เมื่อเวลา 9.00 น. ที่สถานีตำรวจนครบาลดุสิต นายอภิสิทธิ์ ทรัพย์นภาพันธ์ นักกิจกรรมการเมืองและนักอนุรักษณ์ธรรมชาติ นำประชาชนที่ไม่เห็นกับกรณีหมุดคณะราษฎรสูญหายไปจากตำแหน่งเดิม เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี ฐานการกระทำผิดเบียดบังเอาโบราณวัตุเป็นของตน โดยระบุว่า เนื่องจากหมุดคณะราษฎรถือเป็นโบราณวัตถุ ตามมาตรา 4 พ.ร.บ.โบราณสถานฯ ผู้ที่ขโมยไปจึงมีความผิดตามมาตรา 31 ซึ่งผู้ใดเก็บได้ซึ่งวัตถุ หรือศิลปะวัตถุที่ซ่อนหรือฝัง หรือทอดทิ้งโดยพฤติการณ์ซึ่งไม่มีผู้ใดสามารถอ้างว่าเป็นเจ้าของได้และเบียดบังเอาโบราณวัตถุ หรือศิลปวัตถุมาเป็นของตนหรือผู้อื่น ต้องระวังโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกิน 700,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ รวมทั้งกระทำผิดฐานลักทรัพย์ ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อประโยชน์สาธารณะ เพราะหมุดของคณะราษฎรเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของการอภิวัฒน์สยามเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2475

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า โดยความผิดทั้ง 2 ข้อหาเป็นอาญาแผ่นดินและเป็นเรื่องที่กระทบกับเพื่อนจิตใจและได้รับความสนใจจากประชาชนวงกว้าง ตนจึงได้เข้ามาแจ้งความกล่าวโทษเพื่อให้พนักงานสอบสวนดำเนินการสุดสวนหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยด่วนและให้นำเอาของปลอมมารักษาไว้เพื่อเป็นของกลางประกอบการดำเนินคดี

ทั้งนี้หลังจากแจ้งความเสร็จสิ้นแล้ว นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับเรื่องเอาไว้ ซึ่งเราก็ขอว่า ให้หาผู้กระทำความผิดมาลงโทษ และนำหมุดคณะราษฎรของเก่ามาไว้ที่เดิม ซึ่งหลังจากนี้จะมีการสอบปากคำเพิ่มเติม ตนก็จะนำหลักฐานต่างๆมายื่นประกอบด้วย หลังจากนี้จะเดินทางไปยังศาลาว่าการ กทม. เพื่อทำเรื่องขอเอกสารขอดูกล้องวงจรปิดในบริเวณนั้นต่อไป

ขณะที่ น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หนึ่งในผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการเคลื่อนย้ายหมุดคณะราษฎร กล่าวถึงกรณีที่กรมศิลปากรระบุว่าหมุดคณะราษฎร ไม่ใช่โบราณวัตถุตามนัยของ พ.ร.บ.โบราณสถานฯ ว่า หมุดดังกล่าว ถูกฝังโดยมีพิธีฝังหมุดตามความเชื่อในวันที่ 10 ธ.ค. 2479 โดยมีพระยาพหลพลพยุหเสนา นายกฯในสมัยนั้น และเป็นหัวหน้าคณะราษฎร ซึ่งเป็นผู้อ่านประกาศของคณะที่จุดนั้น และมีคำประกาศชัดเจนในพิธีฝังหมุดด้วย การที่กรมศิลปากรจะบอกว่าหมุดนี้ไม่ถือเป็นโบราณวัตถุ ก็คงต้องต้องตั้งคำถามถึงหลักวิชาการของพวกท่านเอง ดังนั้นโบราณวัตถุแม้จะไม่ขึ้นทะเบียน ก็ต้องนับเป็นโบราณวัตุถุได้หากมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เหตุการณ์นี้ถือเป็นอาญาแผ่นดินที่ใครจะแจ้งความก็ได้ และยืนยันว่าหมุดคณะราษฎรอันเก่าคือโบราณวัตถุ โดยไม่ต้องตีความอะไรมากมาย ทั้งนี้คนที่เอาหมุดเก่าไป ก็น่าจะเป็นคนเดียวกันกับที่ฝังหมุดใหม่ ซึ่งถือเป็นของกลางที่ควรเก็บรักษาโดยเร็ว

ด้านนายธัชพงศ์ แกดำ หนึ่งในผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการเคลื่อนย้ายหมุดคณะราษฎร กล่าวว่า หมุดคณะราษฎรเป็นสมบัติของชาติที่เราทุกคนมีสิทธิเรียกร้องในส่วนนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีคุณค่าแก่การเรียนรู้ ไม่ว่าความคิดเห็นต่เรื่องหมุดจะมีหลากหลายมาก แต่สิ่งที่เรามาในวันนี้ เราต้องการจะบอกว่าถ้าเราจะศึกษาประวัติศาสตร์ของประชาธิปไตย จุดเริ่มต้นเราควรจะเริ่มตรงไหน เราไม่ได้ยึดติดในตัววัตถุ แต่เรายึดในคุณค่าของวัตถุชิ้นนั้น ดังนั้นหมุดคือสมบัติของแผ่นดินที่เรามีสิทธิเรียกร้องให้ตามหา เราจึงมาแจ้งความถึงเรื่องนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว แกนนำกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ ได้เข้ามาให้กำลังใจกับผู้ที่มายื่นแจ้งความ แต่เนื่องจากติดตรวจพยานหลักฐานที่ศาลทหาร ในคดีฝ่าฝืนเงื่อนไขการปล่อยตัวของผู้ถูกกักตัวตามกฎอัยการศึก ตามประกาศ คสช. 40 / 2557 จึงไม่ได้ร่วมเข้าแจ้งความด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศโดยรอบพื้นที่ลานพระราชวังดุสิต มีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ สลับสับเปลี่ยนกำลัง คอยเฝ้าดูแลความสงบเรียบร้อยอยู่ตลอด และไม่อนุญาตให้ประชาชนเข้าไปถ่ายรูปหรือเซลฟี่ร่วมกับหมุดใหม่ โดยอ้างว่าเป็นพื้นที่เขตพระราชฐาน และไม่ต้องการให้เกิดความวุ่นวาย ส่วนรั้วที่ได้นำมาล้อมหมุดไว้เมื่อคืนนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้นำเอาออกไปแล้วตั้งแต่ช่วงเช้ามืด เพื่อเปิดทางให้รถยนต์สัญจรไปมาได้ และจะนำรั้วมาปิดกั้นอีกครั้งในช่วงเวลากลางคืน.

ถกโอนงบ 1.1หมื่นล้านเข้ากองกลาง 20 เม.ย.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/272186

นพเจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิปสนช), โอน, หมื่น, ล้าน, เข้า, กองกลาง, เมย, ถกโอนงบ, สนช, พรรคการเมือง

“สนช.”วางคิวถกโอนงบ 1.1หมื่นล้านเข้ากองกลาง 20 เม.ย. นี้ ต่อด้วย กม.ลูก2ฉบับ ปิดทาง “พรรคการเมือง” ร่วมวง

        18 เม.ย. — นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิปสนช.)  แถลงภายหลังการประชุมวิป สนช.ว่า  ในการประชุมสนช.วันที่ 20 เม.ย.จะมีวาระการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ….. ของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่น จำนวน 11,866,512,300 บาท ไปตั้งไว้เป็นงบประมาณรายจ่ายสำหรับงบกลางปี และ รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น                 นอกจากนี้จะมีการพิจารณาร่างกฎหมายสำคัญอีก 2 ฉบับ ได้แก่1.ร่างพ.ร.บ.การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ… โดยจะตั้งคณะกรรมาธิการมาพิจารณา 33 คน ได้แก่ สนช. 27 คน และครม. 6 คน โดยจะมีสัดส่วนของสมาชิกสภาขับเคลื่อนกาาปฏิรูปประเทศ (สปท.) ร่วมเป็น กมธ.ในสัดส่วนครม. จำนวน 1 คนด้วย และ 2.ร่างพ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ พ.ศ…. โดยจะตั้งคณะกรรมาธิการ 26 คน มาพิจารณา มีสัดส่วนจาก สนช. จำนวน21 คน , ครม. จำนวน 5 คน โดยมีสปท.มาร่วมในสัดส่วนครม. 1 คน

สำหรับการประชุม สนช.ในวันที่ 21 เม.ย.จะพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.)  จำนวน 2 ฉบับที่คือ ร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)พ.ศ… และร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ…  โดยร่างพ.ร.ป. ทั้ง 2 ฉบับ กำหนดให้มี กมธ. จำนวน  31 คน ซึ่งมีตัวแทนจากฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมด้วย โดยระยะเวลาที่ สนข. ต้องพิจารณาร่างพ.ร.ป. ทั้ง 2 ฉบับให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน หรือ วันที่ 16 มิ.ย. นี้ อย่างไรก็ตามการพิจารณาร่าง พ.ร.ป.พรรคการเมือง จะไม่มีตัวแทนของพรรคการเมืองเข้าร่วม

กม.พรรคการเมือง – กกต. เข้า สนช. ศุกร์นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/272177

วิป, เตรียม, พิจารณา, กฎหมายลูก, พรรคการเมือง, กกต, เข้า, ศุกร์, นี้, กมพรรคการเมือง, สนช, ศุกร์นี้

วิป สนช. เตรียมพิจารณร่างกฎหมายพรรคการเมือง – กกต. 21 เม.ย. นี้ เล็งพิจารณาใน 45 วัน

             18 เม.ย. 60 – น.พ.เจตน์ ศิรธรานนท์  โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิปสนช.)  แถลงภายหลังการประชุมวิป สนช.ว่า การประชุมสนช. ในวันที่ 20 เม.ย.นี้ จะมีการพิจารณาร่างพ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2560 จำนวน 11,866,512,300 บาท ของส่วนราชการรัฐวิสาหกิจและหน่วยงานอื่น เป็นบางรายการไปตั้งไว้เป็นงบประมาณรายจ่ายสำหรับงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น

นอกจากนี้จะพิจารณากฎหมายสำคัญ 2 ฉบับ ได้แก่ 1.ร่างพ.ร.บ.การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ… ซึ่งจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการ จำนวน  33 คน แบ่งสัดส่วนเป็น  สนช. 27 คน ส่วนครม. 6 คนโดยจะมีสปท.มาร่วมในสัดส่วนของครม. 1 คน  2.ร่างพ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการดำเนินการปฎิรูปประเทศพ.ศ…ซึ่งจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการ จำนวน  26  คน แบ่งสัดส่วนเป็น สนช. 21 คน ครม.5 คน โดยจะมีสปท.มาร่วมในสัดส่วนของครม. 1 คน

นพ.เจตน์ กล่าวต่อว่า ส่วนการประชุม สนช.ในวันที่ 21 เม.ย. จะมีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.)จำนวน 2 ฉบับคือ ร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)พ.ศ… และร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ… โดยร่างพ.ร.ป.กกต.จะตั้งคณะกรรมาธิการมาศึกษาละ 31คน ประกอบด้วยสนช. 25 คน ครม.2 คน กรธ. 2 คน กกต. 1 และคณะกรรมการกฤษฎีกา 1 คน ส่วน ร่างพ.ร.ป.พรรคการเมือง จะตั้งคณะกรรมาธิการมาศึกษา 31 คนเช่นกัน ประกอบด้วยสนช.25 คน และครม. 6 คน ซึ่งในสัดส่วนของครม. ยังไม่ทราบว่าจะมาจากหน่วยงานใดบ้าง แต่ไม่มีตัวแทนพรรคการเมืองแน่นอน  โดยมีกรอบการพิจารณาร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับภายใน 60 วัน คือต้องเสร็จภายในวันที่ 26 มิ.ย.2560 แบ่งสัดส่วนเป็น สนช.25 คน ครม. 6 คน  โดยสนช. ตั้งเป้าพิจารณาไว้ 45 วัน

ผบ.ทบ.ย้ำสังคมคาดหวังงานสร้างสามัคคี !!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/272175

ปรองดอง, พลอเฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก, ผบทบ, ย้ำ, สังคม, คาดหวัง, งาน, สร้าง, สามัคคี

ผบ.ทบ. ประชุมคณะอนุกรรมการปรองดองชุด 3 ย้ำสังคมคาดหวังงานสร้างสามัคคีปรองดอง พร้อมร่วมจัดทำข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมและได้ข้อยุติที่ดีที่สุด

       18 เม.ย.ที่กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณัรกษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยผลการประชุม คณะอนุกรรมการจัดทำข้อเสนอกระบวนการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง”(คณะอนุกรรมการชุดที่ 3 ) โดยมีพล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะประธาน “คณะอนุกรรมการชุดที่ 3 ได้เชิญคณะอนุกรรมการฯ ที่ปรึกษา และผู้ทรงคุณวุฒิ ประชุมหารือเป็นครั้งที่ 2 โดยมีการชี้แจงแผนงานของคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ที่ล่าสุดจะมีการประชุมในวันที่ 20 เม.ย. โดยมี รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และจะมีการพิจารณาสรุปความเห็นร่วมของคณะกรรมการเตรียมการฯ ดังกล่าว ที่ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องจะต้องนำไปเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานตามกรอบอำนาจหน้าที่ของแต่ละอนุกรรมการ   ทั้งนี้ในปัจจุบันการทำงานของคณะอนุกรรมการชุดที่ 1 ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว และได้ส่งข้อมูลจากการรับฟังความคิดเห็นให้คณะอนุกรรมการชุดที่ 2 เพื่อบูรณาการข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะส่งให้คณะอนุกรรมการชุดที่ 3 ต่อไป

การประชุมในวันนี้ คณะอนุกรรมการชุดที่ 3 ได้รายงานถึงกรอบระยะเวลาในการปฏิบัติงาน รวมทั้งได้มีการรับฟังความคิดเห็นเบื้องต้นของคณะอนุกรรมการเกี่ยวกับแนวคิดในการจัดทำร่างสัญญาประชาคมเพื่อความสามัคคีปรองดอง และสาระสำคัญที่ควรบรรจุไว้ ซึ่งคณะอนุกรรมการได้มีการแสดงความคิดเห็น ให้ข้อเสนอแนะรวมทั้งข้อห่วงใยในหลายมิติ ซึ่งฝ่ายเลขานุการคณะอนุกรรมการฯ จะได้นำไปเป็นแนวทางในการร่างสัญญาประชาคมเพื่อความสามัคคีปรองดองต่อไป

​ประธานคณะอนุกรรมการ ได้กล่าวต่อที่ประชุมว่า สังคมมีความคาดหวังต่อการทำงานของคณะอนุกรรมการฯ อีกทั้งระยะเวลาในการทำงานก็มีไม่มากนัก จึงอยากขอให้ได้ช่วยกันวิเคราะห์ข้อมูล ให้ข้อเสนอแนะที่เป็นรูปธรรม เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมตามแนวทางสร้างสามัคคีปรองดอง พร้อมทั้งให้ยึดถือข้อสรุปจากคณะกรรมการเตรียมการฯ เป็นหลัก ในการวางแนวทางการทำงานต่อ ทั้งนี้จะจัดให้มีการพบปะอย่างไม่เป็นทางการในรูปแบบของคณะทำงานสัปดาห์ละครั้ง ทุกวันจันทร์เช้า เพื่อร่วมกันระดมความคิดเห็นในแง่มุมต่างๆให้การทำงานมีความคืบหน้า และให้ได้ข้อยุติที่ดีที่สุดต่อไป

สั่ง !! รมต.ตอบสื่อสร้างการรับรู้มากขึ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/272170

พลทวีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, สั่ง, รมต, ตอบ, สื่อ, สร้าง, การรับรู้, มากขึ้น, นายกฯ

“นายกฯ”สั่งรมต.ทุกกระทรวง ตอบคำถามสื่อสร้างการรับรู้มากขึ้น

       18 เม.ย.  พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ในที่ประชุม ครม.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้กำชับให้รัฐมนตรีทุกกระทรวงมีบทบาทให้ข้อมูลสื่อมวลชนมากขึ้น ต้องสร้างการรับรู้มากขึ้นในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตัวเอง โดยนายกฯจะลงในรายละเอียดน้อยลง แต่จะเป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีแต่ละกระทรวงลงในรายละเอียดของงานมากกว่า

“ต่อไปนี้หากมีเรื่องอะไรขอให้ไปถามรัฐมนตรีต้นสังกัด ซึ่งรัฐมนตรีจะต้องตอบเรื่องนั้นๆในรายละเอียด ซึ่งเรื่องดังกล่าวอาจจะเป็นเพราะหลายเรื่องที่พูดคุยกันแต่ในที่ประชุมครม.ไม่มีการสื่อสารออกไป  นายกฯจึงให้เจ้าของเรื่องไปสร้างการรับรู้ให้กว้างขึ้นตอบคำถามกับผู้สื่อข่าว” พล.ท.วีรชน กล่าว

ครม. ไฟเขียว!! ปูนบำเหน็จ ขรก. ช่วยงาน คสช.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/272155

ไฟเขียวปูนบำเหน็จ, แล้ว, คมชัดลึก, ครม, ไฟเขียว, ปูนบำเหน็จ, ขรก, ช่วย, งาน, คสช, ช่วยงาน

ครม. ไฟเขียวปูนบำเหน็จ ขรก. ช่วยงาน คสช. แล้ว อ้างเป็นขวัญกำลังใจ เสียสละช่วยงาน คสช. เผยเคยทำแล้วสองครั้งเมื่อ ปี 58,59

            18 เม.ย.60 – พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมครม. เห็นชอบ การขอรับการพิจารณาเลื่อนชั้นเงินเดือนกรณีพิเศษ 2 ขั้น (นอกเหนือโควตาปกติ)  เพิ่มเติมอีกร้อยละ 3 ตามที่สำนักเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เสนอ ให้กับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานใน คสช. ที่อยู่ในเกณฑ์ที่สามารถนำมาพิจารณาบำเหน็จประจำปีได้ จำนวน 721 ราย โดยให้ใช้จ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีของส่วนราชการต้นสังกัดในโอกาสแรกก่อน ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2559 – 30 ก.ย.2560 ถ้าหากไม่สามารถดำเนินการได้ ก็ขอให้เบิกจ่ายจากงบกลางรายการเลื่อนเงินเดือนและปรับวุฒิข้าราชการ ในแบบเดียวกับการเบิกจ่ายงบประมาณให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านยาเสพติด เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้วยความทุ่มเท เสียสละ จึงเห็นควรขอรับการสนับสนุนโควตาบำเหน็จประจำปี (2 ขั้น) ประจำปี 2560 เช่นเดียวกับในปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในเอกสารที่ ครม. พิจารณา ได้แนบมติ ครม. ฉบับก่อนหน้านี้ที่เคยอนุมัติเลื่อนชั้นเงินเดือนกรณีพิเศษ 2 ชั้น นอกเหนือโควต้าปกติ โดยในปี 2558 อนุมัติไปจำนวน 1,033 คน และในวันที่ 3 พ.ค. 2559 ได้อนุมัติเพิ่มเติมอีก 709 คน นอกจากนี้สำนักเลขาธิการ คสช. ได้แจ้งตัวเลขทหารที่ช่วยในการปฏิบัติการทั้งหมด 22,771 นาย ไม่อยู่ในเกณฑ์พิจารณาเพียง 254 นาย ทั้งนี้เอกสารไม่ได้ระบุหลักเกณฑ์การเลื่อนชั้นเงินเดือนที่ชัดเจน มีแค่การระบุว่า ผู้ที่ผ่านการพิจารณาจึงจะได้รับสิทธิ์นั้น

ปูนบำเหน็จ ให้คนช่วยงาน คสช. เพราะภาระมากขึ้่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/272149

คมชัดลึก, คสช, ช่วยงาน, แจง, ปูนบำเหน็จ, ให้, ช่วย, งาน, คสช, เพราะ, ภาระ, มาก, ขึ้่น, ให้คนช่วยงาน, เพราะภาระมากขึ้่น, นายกฯ

“นายกฯ” แจงเลื่อนขั้นพิเศษ 2 ชั้น ทหารทำงานให้คสช. เพราะทำงานมากขึ้น

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์กรณีสำนักเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เสนอครม.พิจารณาเรื่องขอรับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนกรณีพิเศษ ให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติงานใน คสช. ว่า เป็นเรื่องของสิทธิประโยชน์ของราชการ ที่ไม่ใช่ให้เป็นเงินทองหรือค่าตอบแทน แต่เป็นการให้บำเหน็จความดีความชอบ ก็เหมือนกับข้าราชการทั่วๆไป มาทำงานคสช.หรือทำงานชายแดน เป็นการทำหน้าที่ที่สอง เพิ่มจากหน้าที่หลักที่หน่วย เมื่อมาทำงานก็ต้องมีบำเหน็จส่วนนี้ให้ เพราะออกมาทำงานมากขึ้น สิทธิประโยชน์ที่ให้กับหน่วยเดิม หน่วยประจำ อัตราสัดส่วนก็น้อยลง จึงต้องให้เขาบ้าง โดยเป็นงบจากต้นสังกัดเดิมของแต่ละกองทัพ เพราะเป็นการทำงานในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง