บุญถาวร เปิดเว็บช็อปออนไลน์ ส่งฟรี 55 จังหวัดทั่วประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 เม.ย. 2560 16:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/917420


บุญถาวร เอาใจลูกค้า เปิดช็อปผ่านออนไลน์ สั่งซื้อสินค้าได้ 24 ชั่วโมง พร้อมจัดส่งฟรีถึงบ้าน 55 จังหวัดทั่วประเทศ

บุญถาวร ศูนย์รวมสินค้าวัสดุตกแต่งและของแต่งบ้าน เอาใจลูกค้า เปิดเว็บ www.boonthavorn.com ให้สามารถซื้อสินค้ากว่า 100,000 รายการ อาทิ กระเบื้อง, ห้องน้ำ, ห้องครัว, เฟอร์นิเจอร์, ไฟฟ้าและแสงสว่าง, เครื่องใช้ไฟฟ้า, ประตูหน้าต่าง, เครื่องมือสำหรับทำสวน และ สินค้า D.I.Y. ได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมจัดส่งฟรีถึงบ้าน 55 จังหวัดทั่วประเทศ โดยมีฟังก์ชั่นพิเศษ “Shopping List”  เป็นตัวช่วยให้สามารถเลือกสินค้า เพื่อตอบโจทย์แต่ละไลฟ์สไตล์ได้ง่ายยิ่งขึ้น พร้อมช่วยประเมินราคาก่อนตัดสินใจสั่งซื้อ

นอกจากนี้ บุญถาวร ยังได้จัดกิจกรรมฉลองเปิดตัวเว็บไซต์ ตลอดเดือนเมษายนต้อนรับวันครอบครัว ด้วยสินค้าราคาพิเศษสำหรับผู้สูงอายุ อาทิ ราวจับกันลื่น, เก้าอี้นั่งอาบน้ำ, สุขภัณฑ์สำหรับผู้สูงอายุ เป็นต้น โดยช็อปง่ายๆ เพียงกรอก Code “BTVAPR100” เพื่อรับส่วนลด 100 บาท เมื่อซื้อสินค้าครบ 1,000 บาทขึ้นไป และ “BTVAPR300” รับส่วนลด 300 บาท เมื่อซื้อสินค้าครบ 2,000 บาทขึ้นไป.

 

นอนร้อนก่ายหน้าผาก! ค่าไฟงวดใหม่ขึ้น ขยับค่าเอฟทีอีก 12.52 สต.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 เม.ย. 2560 15:33

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/917345


ข่าวร้าย!! เตรียมควักเงินเพิ่มจ่ายค่าไฟ เรกูเลเตอร์ มีมติปรับขึ้นค่าเอฟทีงวด พ.ค.-ส.ค. 12.52 สต. ย้ำปีนี้อยู่ช่วงขาขึ้น จากราคาก๊าซ และต้นทุนอื่นๆ ขยับ ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.5079 บาท/หน่วย

เมื่อวันที่ 19 เม.ย. 60 นายวีระพล จิรประดิษฐกุล กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยว่า ที่ประชุม กกพ.มีมติให้ปรับขึ้นค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ (เอฟที) งวดเดือน พ.ค.-ส.ค. 60 อีก 12.52 สตางค์/หน่วย ตามต้นทุนเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าที่สูงขึ้น ส่งผลให้ค่าเอฟทีในงวดใหม่อยู่ที่ -24.77 สตางค์/หน่วย จากเดิมที่อยู่ระดับ -37.29 สตางค์/หน่วย เมื่อรวมกับค่าไฟฟ้าฐานจะมีผลทำให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยผู้ใช้ไฟฟ้าทุกประเภทอยู่ที่ 3.5079 บาท/หน่วย ซึ่งไม่นับรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม

ทั้งนี้ กกพ.ได้พิจารณาผลการคำนวนค่าเอฟทีสำหรับการเรียกเก็บในงวดใหม่ที่จะต้องจัดเก็บในอัตรา -19.46 สตางค์/หน่วย เพิ่มขึ้นจากงวดก่อนหน้า 17.83 สตางค์/หน่วย ซึ่งเป็นไปตามที่คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าจะมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่องจนถึงสิ้นปีนี้ และมีผลทำให้ค่าไฟฟ้าในปีนี้อยู่ในช่วงขาขึ้นด้วย โดยสาเหตุหลักมาจากราคาก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าปรับตัวสูงขึ้นตามรอบการปรับราคาตามสัญญาจากทั้งแหล่งในอ่าวไทยและเมียนมา และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปีนี้

อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้ค่าเอฟทีมีความผันผวนมากเกินไป กกพ.จึงมีมติให้ปรับเพิ่มค่าเอฟทีสำหรับงวดใหม่ขึ้นเพียง 12.52 สตางค์/หน่วย โดยปรับลดค่าเชื้อเพลิงในช่วงที่แหล่งก๊าซยาดานา ในเมียนมา หยุดซ่อมบำรุงเมื่อวันที่ 25 มี.ค.-2 เม.ย.60 เนื่องจากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่ลดลง 1.05 สตางค์/หน่วย และนำเงินค่าปรับและค่าชดเชยต่างๆ ที่ได้รับจากการบริหารสัญญาจัดหาเชื้อเพลิงและสัญญาซื้อขายไฟฟ้าต่างๆ มาลดค่าเอฟทีลงได้อีก 4.26 สตางค์/หน่วย

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นที่มีผลกระทบต่อราคาเชื้อเพลิงและการผลิตไฟฟ้าในช่วงเดือน พ.ค.-ส.ค. 60 ได้แก่ อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทที่แข็งค่ากว่าช่วงเดือนม.ค.-เม.ย. 60 อยู่ที่ 0.10 บาท/เหรียญสหรัฐ โดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่เกิดขึ้นจริงเฉลี่ยเดือน ก.พ.60 ที่ 35.19 บาท/เหรียญสหรัฐ, ความต้องการพลังงานไฟฟ้าในช่วงเดือน พ.ค.-ส.ค. 60 เท่ากับ 68,198 ล้านหน่วย เพิ่มขึ้น 9.39% จากช่วงเดือน ม.ค.-เม.ย. 60

ทั้งนี้ สัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงการผลิตไฟฟ้าในช่วงเดือน พ.ค.-ส.ค. 60 ยังคงใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลัก 65.14% รองลงมาเป็นรับซื้อไฟฟ้าจากลาว 10.70% ถ่านหินนำเข้า 8.58% และลิกไนต์ 8.55%

ขณะที่ แนวโน้มราคาเชื้อเพลิง คาดว่าราคาก๊าซธรรมชาติรวมค่าผ่านท่อ อยู่ที่ 244.58 บาท/ล้านบีทียู เพิ่มขึ้นจากงวดที่ผ่านมา 9.35 บาท/ล้านบีทียู ราคาน้ำมันเตาอยู่ที่ 12.47 บาท/ลิตร ลดลง 3.39 บาท/ลิตร ส่วนราคาน้ำมันดีเซล อยู่ที่ 20.77 บาท/ลิตร เพิ่มขึ้น 0.09 บาท/ลิตร ราคาถ่านหินนำเข้าเฉลี่ยของโรงไฟฟ้าเอกชน อยู่ที่ 2,554.79 บาท/ตัน ลดลง 8.02 บาท/ตัน และราคาลิกไนต์ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) อยู่ที่ 693 บาท/ตัน ไม่เปลี่ยนแปลง

สำหรับ ค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนตามนโยบายของภาครัฐ ในส่วน Adder และ FiT ในเดือน พ.ค.-ส.ค. 60 ปรับเพิ่มขึ้นจาก 13,148.10 ล้านบาทในงวดที่แล้ว มาอยู่ที่ 13,536.41 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 388.32 ล้านบาท แต่เนื่องจากจำนวนหน่วยไฟฟ้าในงวดเดือน พ.ค.-ส.ค. 60 สูงขึ้น

ดังนั้น เมื่อเทียบเป็นอัตราต่อหน่วยแล้วจะทำให้อัตราการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในงวดเดือน พ.ค.-ส.ค. 60 อยู่ที่ 21.77 สตางค์/หน่วย ลดลงจากงวดเดือน ม.ค.-เม.ย. 60 ที่อยู่ระดับ 22.97 สตางค์/หน่วย.

 

คลัง รอจบลงทะเบียนคนจนรอบ 2 ยังไม่สรุปเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 เม.ย. 2560 14:48

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/917257


คลัง แจงยังไม่สรุปตัวเลขเพิ่มเบี้ยยังชีพคนชรา รอชัดเจนหลังลงทะเบียนคนจนรอบ 2 ก่อนหารือมหาดไทย…

เมื่อวันที่ 19 เม.ย. นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึง การเพิ่มเบี้ยยังชีพคนชรา ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดตัวเลขที่แน่นอนว่าเป็นเท่าใด โดยกระทรวงการคลังได้มอบหมายให้สำนักงานเศษฐกิจการคลัง (สศค.) เป็นผู้ดูแลเรื่องการให้สวัสดิการทั้งระบบ ซึ่งยังต้องรอสรุปตัวเลขที่ชัดเจนภายหลังจบการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยรอบ 2 มาประกอบการพิจารณา

ขณะเดียวกัน กรมบัญชีกลาง กำลังอยู่ในช่วงการพัฒนาระบบไอทีเพื่อมารองรับการจ่ายสวัสดิการทั้งของรัฐและประชาชนในอนาคต หากเสร็จสมบูรณ์จะนำไปหารือกับกระทรวงมหาดไทยถึงความเหมาะสมในการใช้งานต่อไป.

 

แนะเปิดเว็บไซต์กรมการท่องเที่ยว เช็กใบอนุญาตก่อนจ่ายเงินซื้อทัวร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 เม.ย. 2560 14:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/917227


กรมการท่องเที่ยว แนะประชาชน ก่อนซื้อทัวร์ เปิดเว็บไซต์กรมการท่องเที่ยว หรือโทร 0-2401-1111 ตรวจสอบใบอนุญาตผู้ประกอบการบริษัทนำเที่ยวก่อนจ่ายเงินซื้อทัวร์

นางสาววรรณสิริ โมรากุล อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ขณะนี้มีกลุ่มมิจฉาชีพแฝงตัวในรูปแบบต่างๆ เพื่อหลอกลวงให้จ่ายเงินเพื่อเดินทางไปท่องเที่ยวในต่างประเทศแต่ไม่สามารถเดินทางได้จริง กรมการท่องเที่ยวจึงขอแนะนำประชาชนอีกครั้งว่าต้องมีการตรวจสอบให้แน่ชัดก่อนการเลือกซื้อทัวร์ว่าบริษัทนั้นมีใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวถูกต้องตามพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2559 หรือไม่

ทั้งนี้ จะต้องตรวจสอบเลขที่ วัน เดือน ปี ที่ออกใบอนุญาต ซึ่งใบอนุญาตมีอายุ 2 ปี และควรตรวจสอบประวัติของบริษัทนำเที่ยวจากกรมการท่องเที่ยวก่อนว่าบริษัทเหล่านั้นมีเรื่องร้องเรียน หรืออยู่ระหว่างการพักใช้ใบอนุญาตหรือไม่ ขณะที่การเลือกซื้อรายการนำเที่ยวจะต้องมีการระบุรายละเอียดชัดเจนว่าราคาดังกล่าวได้รับอะไรบ้าง

ส่วน กรณีเลือกซื้อผ่านทางเว็บไซต์ ควรเลือกซื้อจากเว็บไซต์ที่มีความเชื่อถือได้และต้องตรวจเลขที่ใบอนุญาตก่อนทุกครั้ง จากนั้นให้เก็บเอกสารชำระเงินไว้เป็นหลักฐานเพื่อใช้ประกอบการร้องเรียนในกรณีที่ไม่เป็นไปตามข้อตกลง หรือไม่ตรงกับรายการนำเที่ยวที่ซื้อ ที่สำคัญควรซื้อรายการนำเที่ยวจากบริษัทนำเที่ยวที่มีใบอนุญาตที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น เพราะหากเกิดความเสียหายจะสามารถเรียกร้องค่าชดเชยได้และได้รับการประกันอุบัติเหตุขณะท่องเที่ยวอีกด้วย

สำหรับ การตรวจสอบและร้องเรียนผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวสามารถตรวจสอบผ่านทางเว็บไซต์ของกรมการท่องเที่ยว www.tourism.go.th และผ่านทางสายด่วนกรมการท่องเที่ยว 0-2401-1111

นางสาววรรณสิริ กล่าวอีกว่า กรมการท่องเที่ยวได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการแสดงเลขที่ใบอนุญาตในเอกสารรายการนำเที่ยวและเอกสารที่ใช้ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบและเลือกใช้บริษัทที่จดทะเบียนถูกต้อง ซึ่งขณะนี้ทั่วประเทศมีผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว จำนวน 10,311 ราย แบ่งเป็น ประเภททั่วไป 3,281 ราย ประเภทนำเที่ยวจากต่างประเทศ 2,340 ราย ประเภทในประเทศ 1,107 ราย ประเภทเฉพาะพื้นที่ 3,583 ราย

โดยสถิติเรื่องร้องเรียน ตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา มี 1,059 เรื่อง โดยเรื่องร้องเรียน 3 อันดับแรก ได้แก่ ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงหรือได้โฆษณาชี้ชวนไว้ จำนวน 334 เรื่อง ชำระค่าบริการแล้วแต่ไม่สามารถเดินทางได้ 294 เรื่อง และประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่มีใบอนุญาต 110 เรื่อง ซึ่งการประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่มีใบอนุญาตมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

แห่ใช้บริการสนามบินสุวรรณภูมิ ช่วงสงกรานต์ 13 วัน แตะ 2.26 ล้านคน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 เม.ย. 2560 14:17

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/917192


ผู้โดยสารใช้บริการสนามบินสุวรรณภูมิ 13 วันช่วงสงกรานต์ 2.26 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 8.63% เฉลี่ยวันละ 174,119 คน

เมื่อวันที่ 19 เม.ย. 60 นายศิโรตม์ ดวงรัตน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT เปิดเผยว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์ระหว่างวันที่ 5-17 เม.ย. 2560 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) มีผู้โดยสารมาใช้บริการในช่วงดังกล่าวจำนวน 2,263,552 ล้านคน

เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนผู้โดยสารในช่วงปี 2559 มีจำนวนเพิ่มขึ้น 8.63% หรือเฉลี่ยวันละ 174,119 คน แบ่งเป็นผู้โดยสารเดินทางระหว่างประเทศ 1,843,600 คน เพิ่มขึ้น 5.51% และผู้โดยสารเดินทางภายในประเทศจำนวน 419,952 คน เพิ่มขึ้น 24.79%

ส่วนจำนวนเที่ยวบินมีทั้งสิ้น 12,183 เที่ยวบิน เฉลี่ยวันละ 937 เที่ยวบิน ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนเที่ยวบินในช่วงเดียวกันของปีที่แล้วพบว่าเพิ่มขึ้น 1.18% แบ่งเป็นเที่ยวบิน ระหว่างประเทศจำนวน 9,116 เที่ยวบิน ลดลง 1.65% และเที่ยวบินภายในประเทศจำนวน 3,067 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 10.64%.

 

“เกียรติ”แนะ“บิ๊กตู่”เปลี่ยนนโยบายเศรษฐกิจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/272368

เกียรติ สิทธีอมร, เกียรติ, แนะ, บิ๊ก, ตู่, เปลี่ยน, นโยบาย, เศรษฐกิจ, บิ๊กตู่

“เกียรติ”ระบุถ้า“บิ๊กตู่”ไม่เปลี่ยนทีมศก.ก็ควรเปลี่ยนนโยบายให้เหมาะสม แนะรัฐบาลแจงปชช.ปมขัดแย้งโสมแดง เชื่อส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยแน่

        19 เม.ย. นายเกียรติ สิทธีอมร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีระบุว่าไม่จำเป็นต้องปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ด้านเศรษฐกิจ ว่า ส่วนตัวคิดว่าถ้าหากมองในเศรษฐกิจภาครวมอาจจะดูไม่มีปัญหาอะไรเพราะมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ร้อยละ 3 แต่ถ้าไปดูรายละเอียดลึก ๆ ก็จะพบว่ามีปัญหาอยู่หลายเรื่อง เช่นเรื่อง เกษตรกรในพื้นที่ชนบท ที่ประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจเป็นต้น ส่วนการแก้ปัญหาให้ได้ผลนั้น ถ้าจำเป็นจะเปลี่ยนคนก็ต้องเปลี่ยน แต่ถ้าไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนคน ก็ขอให้เปลี่ยนนโยบายให้มีความเหมาะสมด้วย เพราะปัญหาหลาย ๆ เรื่องในขณะนี้ นโยบายที่มีการใช้กันอยู่ไม่สามารถจะแก้ปัญหาได้ตรงจุด ต้องใช้นโยบายอื่น ๆเข้ามาช่วยเหลือด้วย ตนพูดเสมอว่าไม่เคยให้ความสำคัญกับหน้าตาของคนว่าจะเป็นอย่างไร แต่ให้ความสำคัญว่านายกรัฐมนตรีในฐานะผู้นำรัฐบาลจะเอานโยบายอะไรมาใช้และตอบโจทย์หรือไม่

ผู้สื่อข่าวถามว่า นับตั้งแต่มีการเปลี่ยนชุด ครม.เศรษฐกิจมาเป็นชุดที่ 2 เห็นความเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นบ้างหรือไม่ นายเกียรติ กล่าวว่า ปัญหาดั้งเดิมทั้งปัญหาหนี้ภาคประชาชน หนี้คนจน ปัญหาด้านราคาพลังงานที่ไม่สะท้อนความเป็นจริง ปัญหาด้านส่วนต่างดอกเบี้ยที่สูงมาก ซึ่งปัญหาทั้งหมดนี้ไม่ได้รับการแก้ไขเลยแม้ว่าจะมีการเปลี่ยน ครม. มาแล้วก็ตาม ดังนั้นขอย้ำว่ารัฐบาลควรจะให้คำตอบว่าจะสร้างระบบให้เกษตรกรมีความยั่งยืนได้อย่างไร โดยที่รัฐบาลชอบพูดว่าจะผลักดันเรื่องระบบภาคการเกษตรให้เป็น 4.0 นั้น เท่าที่ตนดูในตอนนี้ก็พบว่าระบบห่วงโซ่ระบบการผลิตสินค้าต้นทุนรวมไปถึงการส่งออกสินค้าการเกษตรนั้นยังมีปัญหาอยู่ ทำไมถึงไม่มีใครเข้าไปดูตรงนี้

“เกียรติ”แนะรัฐบาลแจงปชช.ปมขัดแย้งโสมแดง เชื่อส่งผลต่อศก.ไทยแน่

นายเกียรติ สิทธีอมร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีระบุว่าประเทศไทยไม่ได้มีมาตรการรองรับความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจที่มาจากสถานการณ์โลกในขณะนี้ว่าสิ่งที่ดีที่สุดที่จะรับมือกับภาวะการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง (Economic Shock) คือทำให้เศรษฐกิจภายในเข้มแข็งอย่างเต็มที่ตามศักยภาพที่มีและพึ่งพาประเทศที่ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด แต่ปัญหาของประเทศไทยก็คือในวันนี้เศรษฐกิจฐานรากก็ยังไม่ดี ส่วนเรื่องสถานการณ์โลกในตอนนี้ ตนคิดว่าไม่ควรประมาทเพราะมีความล่อแหลมในหลายพื้นที่ทั้งในตะวันออกกลางและในคาบสมุทรเกาหลี แล้วในภาวะที่ล่อแหลม ตนคิดว่ารัฐบาลควรจะกลับมาทบทวนว่าเราจะเดินนโยบายอย่างไร

“วันนี้ผมได้ฟังคำสัมภาษณ์จากทางรัฐบาลว่าเรื่องนี้ เรื่องนั้นไม่มีกระทบ ผมไม่สบายใจเลย เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นที่ต่างประเทศอย่างไรก็มีผลกระทบอยู่ดีไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ในแง่ของปัญหาที่เกิดขึ่นในเกาหลีเหนือนั้นคงไม่มีผลกระทบทางตรงกับไทย แต่ว่าเรื่องนี้จะสร้างผลกระทบทางอ้อมกับประเทศไทยได้หลายกรณีมาก เช่นเวลามีท่าทีว่าจะเกิดสงคราม สินค้าโภคภัณฑ์จะมีราคาสูงขึ้น อาหารราคาสูงขึ้น น้ำมันขึ้น ทองขึ้น คนเริ่มจะสะสมอาวุธมากขึ้น เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้นั้นเป็นได้ทั้งโอกาสและความเสี่ยง ดังนั้นตนอยากให้ทางฝ่ายรัฐบาลก่อนที่จะตอบคำถามถึงเรื่องผลกระทบนั้นขอให้วิเคราะห์ในเรื่องปัจจัยเหล่านี้ให้ดีเสียก่อน อย่าตอบคำถามเป็นรูปแบบตายตัว โดยกลัวว่าพูดอะไรออกไปแล้วคนจะตื่นตระหนก” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าว

นายเกียรติ กล่าวอีกว่า ตนเห็นว่าต้องคิดให้ดีก่อนพูด คำพูดเราเป็นนายเรา แต่ขอให้คิดให้ดีเสียก่อน เรื่องนี้จะต้องมีการบริหารจัดการให้ดี ปัญหาเกาหลีเหนือนั้นต้องจับตาดูให้ดี อย่ากระพริบตาและในขณะเดียวกันก็ต้องมีสติ ไม่แตกตื่น ไม่ขี้ตกใจ ซึ่งนี่เป็นโทนของรัฐบาลที่จะต้องสื่ออกมาให้ประชาชนเห็นว่าไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น เราเอาอยู่ เราดูแลได้ แต่อย่าไปบอกว่าไม่มีอะไร เพราะทุกคนที่อยู่ในวงการก็รูดีว่ามันมีผลกระทบไม่ตรงก็อ้อม ไม่มากก็น้อย

“คสช.”ขอทุกฝ่ายหยุดจุดประเด็นทวงหมุด !!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/272363

พอ ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช), คสช, ทุกฝ่าย, หยุด, จุด, ประเด็น, ทวง, หมุด

“คสช.”ขอความร่วมมือทุกฝ่าย หยุดจุดประเด็นความขัดแย้งทวงหมุดคณะราษฎร

         19 เม.ย. พ.อ. ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีมีกลุ่มคนยังคงเคลื่อนไหวทวงคืนหมุดคณะราษฎร ว่า คสช.ขอความร่วมมือและสร้างความเข้าใจ ถือเป็นแนวทางดีที่สุด ซึ่งทุกคนทุกฝ่ายในฐานะที่เป็นคนไทย ทั้งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ที่ดูแลด้านความมั่นคง รวมถึงผู้บัญชาการทุกเหล่าทัพ ต่างให้ความสำคัญกับกระบวนการสร้างความสามัคคีปรองดองที่กำลังเดินหน้าไปได้ด้วยดี รวมถึง พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสารท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.)ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการ ชุดที่ 3 กำลังดำเนินการจัดทำร่างสัญญาประชาคมอยู่ จึงควรสร้างความสงบเรียบร้อยในบ้านเมืองเป็นหลักมากว่าจะมาจุดประเด็นเรื่องการทวงคืนหมุดคณะราษฎร

ผู้สื่อข่าวถามว่า คสช.ขอความร่วมมือกับนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญอย่างไรบ้าง พ.อ.ปิยพงศ์ กล่าวว่า เราเป็นคนไทยด้วยกัน การพูดจาเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ส่วนการเคลื่อนไหวของกลุ่มนิสิต นักศึกษา และอาจารย์มหาวิทยาลัยที่เรียกร้องขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดคสช.ขอความร่วมมือว่าบรรยากาศของบ้านเมืองตอนนี้กำลังก้าวหน้าและมีการบังคับใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้ว สิ่งใดที่จะทำให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย เราก็ต้องขอความร่วมแรงร่วมใจ เพื่อนำพาประเทศไปสู่ความปรองดอง ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าจะเรียกนายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย พูดคุยในค่ายทหารนั้น พ.อ.ปิยพงศ์ กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มี คงเป็นเพียงข่าวลือ ซึ่งกระแสข่าวเรื่องต่าง ๆ ที่มีอยู่ตอนนี้คสช. ก็ขอความร่วมมือโดยเฉพาะกับสื่อมวลชน

“สำหรับมาตรการบังคับใช้กฎหมายที่ออกมาเคลื่อนไหว ในขณะนี้คสช.รัฐบาล เจ้าหน้าที่รัฐที่ถือกฎหมาย มีขั้นตอนมาตรการต่าง ๆ อยู่แล้ว เริ่มจากขอความร่วมมือ ชี้แจงทำความเข้าใจ การพบปะพูดคุย โดยพยายามจะไม่ใช้ข้อกฎหมาย ซึ่งบางเรื่องสามารถคลี่คลายได้ด้วยการพูดคุย เป็นปัญหาของคนไทยด้วยกัน เป็นเรื่องภายในประเทศของเราซึ่งคสช.จะพยายามทำให้ปัญหาต่าง ๆ คลี่คลายให้ดีขึ้น”พ.อ. ปิยพงศ์ กล่าว

“บิ๊กป้อม” ไม่ตอบเรื่อง “เปลี่ยนหมุด”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/272312

คมชัดลึก, ไม่ตอบ, บิ๊ก, ป้อม, ไม่, ตอบ, เรื่อง, เปลี่ยน, หมุด, บิ๊กป้อม, ไม่ตอบเรื่อง, เปลี่ยนหมุด

“บิ๊กป้อม” ไม่ตอบเรื่อง “เปลี่ยนหมุด”

19 เม.ย. 2560 – พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน คณะที่ 5 ว่า “มีเรื่องอะไร บอกมาก่อน ไม่มีเรื่องใหม่ ไม่ตอบ กู๊ดบาย เดี๋ยวผมจะหายไป 14 วัน” โดยในช่วงเช้า ก่อนเข้าประชุม พล.อ.ประวิตร ได้ปฏิเสธตอบคำถามสื่อถึงกรณีหมุดคณะราษฎรที่หายไป หลังตำรวจห้ามถ่ายรูปหมุดอันใหม่และมีกลุ่มประชาชนขอดู CCTV ย้อนหลัง

นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงกรณีการขอส่งตัวนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ โกตี๋ ดีเจเสื้อแดง จ.ปทุมธานี ที่มีหมายจับในไทย จากทางการลาว ว่า ทางการลาวยังไม่ตอบกลับไทย หลังสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ส่งหนังสือถึงหัวหน้ากรมใหญ่สันติบาล ประเทศลาว ขอตัวโกตี๋กลับไทย

เปลี่ยนพันธุกรรมพรรคการเมือง !!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/272306

คมชัดลึก, นัดแรก, ถก, กกพัฒนาพรรคการเมือง, ประชุม, ผู้ร้าย, พระเอก, กกต, เปลี่ยน, พันธุกรรม, พรรคการเมือง, ธีรวัฒน์

ประชุมกก.พัฒนาพรรคการเมือง ถกนัดแรก “ธีรวัฒน์” หวังปรับเปลี่ยนพันธุกรรมพรรคการเมือง จากผู้ร้ายเป็นพระเอก

          19 เม.ย.60 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.30 น. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ได้มีการประชุมคณะกรรมการพัฒนาพรรคการเมืองเพื่อการปฏิรูปประเทศตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นการประชุมครั้งแรกหลัง ประธานกกต.ลงนามแต่งตั้งเมื่อวันที่ 7 มี.ค.โดยการประชุมดังกล่าวมีนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ กรรมการสภามหาวิทยาลัย เป็นประธานกรรมการ และมีตัวแทนพรรคการเมืองร่วมเป็นกรรมการ ประกอบด้วย นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายนิกร จำนง กรรมาธิการขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศด้านการเมือง (สปท.) และนายอนุทิน ชาญวีระกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นอกจากนี้ยังมีนักวิชาการ ตัวแทนสภาทนายความร่วมเป็นกรรมการด้วย

นายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ กกต.ด้านกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ กล่าวเปิดการประชุมว่า ในวันนี้เป็นการประชุมครั้งแรกของคณะกรรมการชุดนี้ ซึ่งเป็นที่สนใจของสังคมอย่างกว้างขวาง โดยภารกิจหลักคือยกระดับ นักการเมือง และพรรคการเมือง เพราะเนื่องจากปัญหาพรรคการเมืองไม่อาจทำหน้าที่เป็นพรรคการเมืองในอุดมคติของประชาชนได้ตามความคาดหวัง และบทบาทของพรรคการเมือง ก็เลอะเลือนตกต่ำไปจากความคาดหวัง ซึ่งในประวัติศาสตร์ประชาธิปไตยไทยทุกครั้งที่มีวิกฤตการณ์ทางการเมืองและปัญหาของระบบการเมือง นักการเมือง และพรรคการเมือง ก็จะถูกมองเป็นผู้ร้ายเป็นประจำของระบอบประชาธิปไตยไทย จนถูกมองว่าเป็นผู้ร้าย ทั้งนี้สังคมไทยจึงจับตามองและปรารถนาอยากให้พรรคการเมืองถูกผ่าตัดเปลี่ยนแปลงพันธุกรรม จากเผ่าพันธุ์คนร้ายให้เป็นพระเอกเพื่อเป็นพลังค้ำจุนขับเคลื่อนประชาธิปไตยไทยให้มีคุณภาพและเข้มแข็ง

“ผมคิดว่าคนไทย สังคมไทยในยุคปัจจุบันมีวิธีคิดแบบแยกส่วน แยกคั่ว แยกสี ข้อสำคัญคือมีทัศนะว่าแยกขั้วหรือสีที่ต่างกัน ไร้ค่า ไม่มีราคา เป็นโคลนตม แต่ในความคิดยกขั้วแยกสีนั้น ก็ยังเพ่งมองเห็นอัญมณีสีซ่อนอยู่ แต่ในการกำหนดสีและขั้วนั้นคนไทยยังมีวิธีมองอย่างแยกแยะระหว่างอัญมณีและโคลนตมออกจากกันได้ ในปัจจุบันเมื่อมองบุคคลสาธารณะ สังคมจะใส่สีเสื้อให้แต่คณะกรรมชุดนี้ไม่ใช่โคลนตม แต่เป็นเผ่าพันธุ์ที่ชื่อแซ่ว่าเป็นคนดี มีความรู้ ประสบการณ์ แต่ข้อสำคัญคุณสมบัติร่วมกันของคนแซ่นี้คือ ไม่มีข้อสงสัยในเรื่องของความรักชาติบ้านเมือง ปรารถนาดีต่อบ้านเมือง เป็นผู้ที่สมควรเคารพยกย่องแม้จะมีวิธีคิด และมีวิธีการทำความดีต่อแผ่นดินแตกต่างกัน” นายธีรวัฒน์ กล่าว

นายธีรวัฒน์ ยังกล่าวว่า คณะกรรมการชุดนี้ตั้งขึ้นมาเพื่อสาระสำคัญ และเป็นเรื่องที่ประชาชนคาดหวังแต่จะต้องพบแรงกดดันจากความคาดหวังว่าให้ทำงานได้สำเร็จในสิ่งเหล่านี้ อย่างไรก็ตามในนาม กกต.ซึ่งมีภารกิจหน้าที่พัฒนาพรรคการเมือง เรามีทุนและงบ แต่ไม่มีประสบการณ์โดยตรง แต่พรรคการเมืองมีประสบการณ์โดยตรง คณะกรรมการชุดนี้จะเป็นอัญมณีที่สวยงาม เข้ามาช่วยสร้างความรู้ และประสบการณ์ พลังของทุกคนจะเป็นหนึ่ง และอัญมณีต่างสีจะรวมเป็นหนึ่งที่สวยงามกว่า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนั้น นายธีรวัฒน์ ก็ได้มอบพระพุทธชินราชให้กับตัวแทนพรรคการเมืองที่เข้าร่วมประชุม ซึ่งเป็นพระพุทธชินราชที่นายธีรวัฒน์ สร้างขึ้น และหล่อจากเหล็กน้ำพี้.

แจ้งความหมุดหายในฐานะพลเมืองดีได้ !!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/272304

หมุดคณะราษฏร์, แจ้งความ, หมุด, หาย, ฐานะ, พลเมืองดี, ได้, วิษณุ

“วิษณุ” ชี้ หมุดคณะราษฎรหาย ปชช.แจ้งความได้ในฐานะพลเมืองดี

      19 เม.ย. — นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ ทรัพย์นภาพันธ์ ตัวแทนภาคประชาชน เดินทางเข้าแจ้งความที่สน.ดุสิตให้ติดตามหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดี หลังหมุดคณะราษฎรสูญหายสามารถทำได้หรือไม่ว่า ได้หรือไม่ได้เห็นไปแจ้งความแล้ว ไม่รู้จะตอบอย่างไร ซึ่งตำรวจเขารับแจ้งความแล้ว เรื่องแบบนี้ตั้งเป็นเรื่องได้หลายเรื่อง แต่เมื่อคุณเลือกเอาทางนั้นแล้วก็เป็นทางหนึ่ง

ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพรามหณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่าหากไม่ใช่ผู้เสียหายไม่สามารถแจ้งความได้ นายวิษณุกล่าวว่า เขาไม่ได้หมายความแบบนั้น เพียงถามว่าเป็นผู้เสียหายหรือไม่ เพราะตำรวจต้องรู้ว่ามาแจ้งในฐานะผู้เสียหายหรือพลเมืองดี ถึงมีคำสองคำในกฎหมายคือ คำว่าร้องทุกข์กับคำว่ากล่าวโทษ ถ้าร้องทุกข์คือเป็นผู้เสียหาย แต่ถ้ากล่าวโทษแปลว่าไม่รู้ว่าใคร อย่างนี้ทำได้ ถือเป็นพลเมืองดี