นายกฯยังไม่พอใจแม้ยอดตายสงกรานต์ลด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/272145

ลด, ยอดตาย, เพลงรักคงยังไม่พอ, นายกฯ, ยัง, ไม่พอใจ, แม้, อดตาย, สงกรานต์

นายกฯ ยังไม่พอใจตัวเลข แม้ยอดตายช่วงสงกรานต์ลดลง ชี้แก้ปัญหาต้องแก้ที่จิตสำนึก สั่งจับคนเต้นเปลือย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า วันนี้เป็นการประชุมนัดแรกหลังวันหยุดสงกรานต์ ถือว่าเป็นการเริ่มต้นทำงานช่วงปีใหม่ไทย ดังนั้นจึงได้ทำความเข้าใจกับรัฐมนตรีต่างๆว่าต้องทำอย่างไรบ้างเพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญพ.ศ.2560 และเป็นไปตามโรดแมพเพื่อนำสู่การเลือกตั้ง

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สำหรับรายงานการสูญเสียในเทศกาลสงกรานต์นั้น มีผู้เสียชีวิตจำนวน 390 คน และผู้บาดเจ็บ จำนวน 3808 คน  ส่วนสาเหตุเหมือนเดิม คือ เมาแล้วขับ ขับรถเร็ว และไม่สวมหมวกกันน็อค ส่วนประเภทรถที่ได้รับการสูญเสียมากที่สุด คือ รถจักรยานยนต์ ส่วนกระบะก็ขับเร็วจนเกิดอุบัติเหตุ ทั้งนี้  กฎหมายที่ผ่อนปรนในช่วงเทศกาลที่ผ่านมายังคงใช้อยู่ ดังนั้นอย่าเพิ่งยกเป็นประเด็นสร้างความขัดแย้ง ซึ่งรัฐบาลเข้าใจว่าต้องปรับตัว

“การบาดเจ็บและการสูญเสียครั้งนี้แม้จะมียอดลดลง ไม่ใช่ไม่พอใจเจ้าหน้าที่ แต่เจ้าหน้าที่ทำได้แค่นี้ เพราะเป็นการบังคับใช้กฎหมาย สาเหตุเราก็ต้องช่วยกันแก้ปัญหา เช่น ไม่กินเหล้าได้ไหม ขับรถช้าลงได้หรือไม่ ต้องดูแลตัวเอง ใครจะไปดูแลชีวิตท่านได้นอกจากตัวท่านเอง ผมอยากรู้ ตำรวจ ทหารไม่ได้ขับรถกับท่าน แต่เขาเป็นคนที่อำนวยความสะดวกจราจร ที่ผมไม่พอใจคือตัวเลขการสูญเสียไม่ว่าจะมากหรือน้อย ที่ผมไม่พอใจเพราะยังมีการสูญเสียอยู่” นายกรัฐมนตรี กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า การแก้ไขปัญหาระยะยาวในการสูญเสียของเทศกาลสงกรานต์ ต้องแก้ที่ต้นเหตุ คือจิตสำนึกของคน ซึ่งบ้านเมืองค่อนข้างขาดในเรื่องนี้ ว่าจะทำอย่างไรให้สังคมตลอดจนญาติพี่น้องปลอดภัย อีกทั้งการใช้รถใช้ถนน และการดำรงชีวิต วันนี้คนใจร้อนขึ้นทุกวันเพราะเคยชินกับการสื่อสารที่รุนแรง ขาดการยับยั้งชั่งใจจนทำให้การสื่อสารในโซเชียลมีเดียเกิดความขัดแย้ง สิ่งเหล่านี้ปลูกฝังให้จิตใจคนแรงขึ้นและขาดการยับยั้งชั่งใจ

“การเสนอข่าวต่างๆขอให้เสนอในทางบวก ถึงแม้จะมีสถานการณ์อะไรเกิดขึ้น ก็ต้องสอนคนทำแบบนี้ไม่เหมาะสม อย่างเช่น ตะกี้ได้สั่งการไปแล้วเรื่องเต้นไม่สุภาพ เปลือย เปิดอก ต้องจับให้ได้ คือไม่เกรงกลัวอะไรทั้งสิ้น ไม่มีความอาย ผมว่าสังคมอยู่แบบนี้ไม่ได้ หลายปัญหาผมก็แก้ให้แบบนี้ พอเห็นผมก็สั่งให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการทั้งหมด” นายกรัฐมนตรี กล่าว

เมื่อถามถึงการสั่งการให้กวาดล้างอาวุธสงครามโดยเฉพาะอาวุธปืนนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจงว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งการแล้วให้จับกุมทั้งหมด ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ได้จับกุมเช่นกันและจะทำต่อเนื่อง ทั้งนี้ ก่อนสงกรานต์เจ้าหน้าที่ก็จับกุมในพื้นที่สุ่มเสี่ยงทั้งหมด และขอให้สร้างกระแสสังคมให้ช่วยดูแลสังคมกันด้วย

เมื่อถามต่อว่าจะมีมาตรการป้องกัน หรือปรับแก้กฎหมายให้เข้มงวด หรือลงโทษให้รุนแรงขึ้นอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า กฎหมายมีอยู่แล้ว แต่ปัญหาอยู่ที่ผู้ปฏิบัติว่าเกรงกลัวกฎหมายหรือไม่ ขนาดทุกวันนี้เข้มงวดแล้วยังไม่กลัว ยังมีใช้อาวุธอยู่เลย แสดงให้เห็นว่าสังคมกำลังมีปัญหา ดังนั้นพวกเราจึงต้องร่วมมือกันทำให้สังคมปลอดภัย

โยน “นายกฯ” ตัดสินใจปรับ-ไม่ปรับ ครม.เศรษฐกิจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/272134

คมชัดลึก, ครม, ประยุทธ์, ประวิตร, โยน, นายกฯ, ตัดสินใจ, ปรับ, ไม่, ครม, เศรษฐกิจ, ตัดสินใจปรับ-ไม่ปรับ, ครมเศรษฐกิจ, บิ๊กป้อม, บิ๊กตู่

“บิ๊กป้อม” ปัดตอบ ปรับ ครม. เศรษฐกิจ โยน “บิ๊กตู่” ตัดสินใจ

          18 เม.ย. 60 – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กรณีที่ พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป อดีตหัวหน้าสำนักงานมูลนิธิรัฐบุรุษ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) แนะนำให้เปลี่ยน ครม.ทีมเศรษฐกิจ ว่า การตัดสินใจอยู่ที่ตัวพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ตนตอบอะไรไม่ได้ โดยพล.ร.อ.พะจุณณ์ เองก็เป็นเพื่อนกับนายกฯ ก็ให้คุยกันเอง แต่ส่วนตัวมองว่าทีมเศรษฐกิจ ก็ไม่ได้ทำงานเสียหายอะไร ตัวเลขต่างๆในภาพรวมก็ถือว่าดีขึ้น เรื่องนี้นายกฯไม่เคยหารือกับตน ขณะที่การทำงานของฝ่ายความมั่นคงนั้น สื่อก็ดูเอาว่าเราทำงานกันอย่างไร อะไรที่ไม่ดีหรือไม่เข้าท่า ก็บอกมาได้ จะได้นำไปปรับปรุง.

ร่างพ.ร.ป.พรรคการเมือง-กกต.ถึงมือสนช.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/272131

รัฐธรรมนูญ, สนช, ร่าง, พรรคการเมือง, กกต, ถึง, มือ, กรธ, มีชัย

“กรธ.”ส่งร่างพ.ร.ป.พรรคการเมือง-กกต.ให้สนช.แล้ว“มีชัย”เตรียมนำทีมแจงพร้อมย้ำรายละเอียดกม.ลูกถอดโจทย์จากรธน.-ตามข้อเสนอพรรคให้ สมาชิกมีส่วนร่วมกับพรรค

         18 เม.ย. —  นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ได้ลงนามหนังสือเพื่อส่งร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และ ร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พร้อมแนบเอกสารประกอบ ได้แก่ รายงานสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพ.ร.ป.ทั้ง 2 ฉบับ เพื่อส่งให้กับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แล้ว และได้ส่งให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายเลขานุการ กรธ. ไปมอบให้กับ สนช. ผ่านฝ่ายธุรการของสนช.

ทั้งนี้นายมีชัย กล่าวว่าในการพิจารณาร่างพ.ร.ป.ทั้ง 2 ฉบับที่สนช.จะพิจารณาในสัปดาห์นี้ ตนจะไปชี้แจงถึงสาระและเนื้อหาสำคัญของร่างพ.ร.ป.ทั้ง 2 ฉบับซึ่งตามรายละเอียดของการจัดทำนั้นเป็นไปตามที่ผ่านการรับฟังความเห็นของฝ่ายที่เกี่ยวข้องซึ่งกรธ.ได้จัดเวทีและรับฟังข้อเสนอแนะผ่านทางเว็ปไซต์ของกรธ.ทั้งนี้ในสาระของกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ตามที่มีประเด็นเป็นข้อเห็นแย้ง เช่น ในประเด็นของร่างพ.ร.ป.พรรคการเมืองที่ถูกโต้แย้งเรื่องการชำระค่าบำรุงพรรคการเมืองที่อาจทำให้เกิดภาระกับสมาชิกพรรคจนเกินไปนั้น ตามเจตนารมณ์ที่รัฐธรรมนูญกำหนด คือ ต้องให้สมาชิกพรรคมีส่วนร่วมในกิจการของพรรคการเมือง

ดังนั้นแนวทางที่กำหนดให้สมาชิกพรรคต้องชำระค่าบำรุงพรรค เพื่อแสดงถึงสิทธิต่อการเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจการของพรรคที่เท่าเทียมกัน ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นเรื่องของนายทุนเท่านั้น ซึ่งประเด็นดังกล่าวเป็นไปตามข้อเสนอของพรรคการเมืองและประชาชนที่กรธ. จัดเวทีรับฟังความเห็น

“ร่างพ.ร.ป.พรรคการเมือง กำหนดให้พรรคต้องไปออกข้อบังคับพรรคการเมือง ซึ่งจะกำหนดการมีส่วนร่วมของสมาชิกพรรคต่อการพิจารณาส่งบุคคลลงสมัครรับเลือกตั้ง มีส่วนร่วมในกิจกรรม รวมถึงกำหนดบุคคลที่เป็นตัวแทนของพรรคเพื่อดำรงตำแหน่งนายกฯ ประเด็นนี้คือการขยายความที่เพิ่มเติมจากบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ หากสนช. จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงบทบัญญัติต่อประเด็นนี้ ต้องมีคำตอบด้วยว่าจะปรับอย่างไรเพื่อให้มีการมีส่วนร่วมของสมาชิกในพรรคการเมืองเกิดขึ้นได้จริง  ดังนั้นหากสนช. มีแนวทางที่ดีกว่าผมจะยกมือขึ้นสาธุให้” นายมีชัย กล่าว

นายมีชัย กล่าวด้วยว่าส่วนเนื้อหาของร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยกกต.ซึ่งกรธ.กำหนดกลไกให้มีผู้ตรวจการการเลือกตั้ง ทำหน้าที่แทน กกต.ประจำจังหวัด นั้น เพราะเชื่อว่าจะเป็นกลไกที่ทำให้การทำงานของกกต. ซึ่งตรวจสอบการเลือกตั้งในระดับพื้นที่ทำได้ดีกว่าที่ผ่านมาและจะไม่มีปัญหา ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายมองว่าควรคงให้มีกกต.ประจำจังหวัดไว้แบบเดิมนั้น เป็นมุมมองที่สนช.ต้องพิจารณาและขึ้นอยู่กับดุลยพินิจ ขณะที่ประเด็นที่ กกต.ชุดปัจจุบันตั้งข้อสังเกตของการหยุดปฏิบัติหน้าที่ของกกต.ที่ขาดคุณสมบัติทันทีหลังคณะกรรมการสรรหามีคำวินิจฉัยให้พ้นตำแหน่งว่าจะเกิดปัญหานั้น ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ คือ เมื่อร่าง พ.ร.ป.กกต. มีผลบังคับใช้ ภายใน 15  วันกรรมการสรรหาต้องประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าวทันที เพื่อทำให้การสรรหา กกต. อีก 2 คนที่เพิ่มเขามาใหม่ สามารถทำไปได้ในคราวเดียว โดยระหว่างที่กรรมการสรรหายังไม่มีคำวินิจฉัยเรื่องคุณสมบัติ กกต.ชุดปัจจุบัน ยังให้สิทธิปฏิบัติหน้าที่ต่อ

“ประเด็นเรื่องจำนวนกกต.ที่ต้องอยู่เพื่อปฏิบัติหน้าที่สำคัญนั้น กำหนดให้สามารถทำหน้าที่ได้เพียงบางเรื่องเท่านั้น ซึ่งคงไม่เกี่ยวกับการกำหนดวันเลือกตั้ง เพราะการกำหนดวันเลือกตั้งได้นั้นต้องให้การเตรียมพร้อมของกกต. และพรรคการเมืองแล้วเสร็จก่อน ดังนั้นเรื่องนี้จะไม่ทำให้การกำหนดเลือกตั้งสะดุด”นายมีชัย กล่าว

นายมีชัย กล่าวด้วยว่าส่วนบทบัญญัติของร่าง พ.ร.ป.กกต. ที่กำหนดให้ กกต.รับเงินบำเหน็จหลังจากพ้นวาระนั้น มีเจตนารมณ์เพื่อให้กกต. ได้รับค่าตอบแทนหลังจากที่พ้นวาระไปแล้ว เพราะระหว่างดำรงตำแหน่ง กกต.ไม่สามารถรับเงิน หรือหาผลประโยชน์อื่นใดได้ อย่างไรก็ตามในระเบียบกกต. ปัจจุบันได้กำหนดให้กกต.สามารถรับเงินพิเศษได้ ปีละ 1 เดือนอยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงความชัดเจนต่อการตีความต่อการจัดการเลือกตั้งภายใน 150  วันนับจากที่กฎหมายลูก 4 ฉบับมีผลบังคับใช้ นายมีชัยกล่าวว่า ในระยะ 150  วันคือการกำหนดให้จัดการเลือกตั้ง แต่หากกกต. ประเมินความพร้อมแล้วเห็นว่า ภายหลังกฎหมายลูกที่ใช้เลือกตั้งมีผลบังคับใช้ เพียง 10  วันกกต.จะประกาศให้มีการเลือกตั้ง ก็สามารถทำได้ แต่ระยะเวลาดังกล่าวจะไม่นับรวมกลไกการทำงานของกกต. หลังจากนั้น เช่น การตรวจสอบการเลือกตั้ง, การประกาศผลเลือกตั้งให้ได้ร้อยละ 95 , การจัดเลือกตั้งใหม่ในบางเขตที่มีปัญหา  เพราะหากนับรวมเวลาทำงานตามกลไกปกติของกกต. รวมในเวลา 150 วันอาจทำให้มีปัญหาว่า กกต. ทำเกินเวลาที่กำหนดได้ และจะเป็นประเด็นฆ่าตัวตายของกกต. ได้.

“บิ๊กป้อม” อุบ ไม่บอกลาพักร้อนไปไหน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/272127

คมชัดลึก, ส่วนตัว, ใคร, พบ, ไม่ได้, พักร้อน, สงกรานต์, ลา, บิ๊ก, ป้อม, อุบ, ไม่, บอก, ลาพักร้อน, ไหน, บิ๊กป้อม, ไม่บอกลาพักร้อนไปไหน, ประวิตร

“ประวิตร” ระบุลาพักร้อนสงกรานต์เรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับงาน ไม่ได้พบใคร

          18 เม.ย.60 –  พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงการลาไปราชการในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมาว่า ไม่ได้ไปราชการ แต่เป็นการลา ซึ่งตนจะไปไหนทำไมต้องบอกใครด้วย ที่นายกฯระบุว่าไปราชการลับนั้น ก็เป็นเรื่องของตน ตนจะลาไม่ได้หรือ ยืนยันว่าการลาครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวกับงาน และก็ไม่ได้ไปพบใคร อีกทั้งไม่ได้สร้างความเสียหายให้กับบ้านเมืองแล้วกัน ส่วนคนที่ชอบลือข่าวต่างๆนาๆนั้น ก็ต้องเรียนว่าห่วย ไร้สาระ ซึ่งพวกเขาไม่ต้องรับผิดชอบอะไร อยากเขียนอะไรก็เขียน

เมื่อถามว่าประเทศที่ไปนั้น ใช่ประเทศอังกฤษหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า จำไม่ได้ ทำไมต้องคอยรายงานว่าตนจะไปไหน ตนไม่ได้สำคัญขนาดนั้น ทำไมต้องให้ความสนใจด้วย การลาไปครั้งนี้ก็ติดต่อกับฝ่ายความมั่นคงอยู่ตลอด เอาเป็นว่าตอนที่ลาก็อยู่แถวๆนี้ แต่ไม่บอกว่าไปที่ไหน.

เรื่องธรรมดา !! ปูนบำเหน็จ 721 ขรก.ช่วยงานคสช.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/272133

คมชัดลึก, บำเหน็จ, เรื่อง, ธรรมดา, ปูนบำเหน็จ, 721, ขรก, ช่วย, งาน, คสช, เรื่องธรรมดา, ขรกช่วยงานคสช, บิ๊กป้อม

“บิ๊กป้อม” ชี้ให้บำเหน็จ ขรก.721 คน ทำงานให้ คสช. เรื่องธรรมดา

          18 เม.ย. 60 –  พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อกรณีการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนกรณีพิเศษ 2 ขั้น และเพิ่มเติมอีก 3% นอกเหนือโควตาปกติ จากงบกลางเพิ่มเติมให้กำลังพลที่ปฏิบัติงานในคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่อยู่ในเกณฑ์สามารถนำมาพิจารณาบำเหน็จประจำปีได้ จำนวน 721 คนนั้น ถือเป็นเรื่องธรรมดา เพราะให้กับบุคคลทำงาน เนื่องจากคนทำงานใน คสช. มีจำนวนมากแต่เปอร์เซ็นที่ได้มีน้อย

นายกฯปัดปรับครม.เศรษฐกิจ !!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/272124

พระจุณณ์-มัลลิกา, ครมเศรษฐกิจ, นายกฯ, ปัด, ปรับ, ครม, เศรษฐกิจ, พะจุณณ์-มัลลิกา

“บิ๊กตู่”ปัดข้อเสนอ“พะจุณณ์-มัลลิกา”ปรับครม.เศรษฐกิจ บอกยังไม่จำเป็น รัฐบาลมองแก้ปัญหาเศรษฐกิจหลายมิติ ยันรับฟังเสียงทุกกลุ่ม สวนโพลล์ตั้งคำถามบังคับคนตอบ

       18 เม.ย. —  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์กรณีพล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และนางมัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคปชป. เสนอให้ปรับคณะรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจในช่วงท้ายการทำงานของรัฐบาลว่า ตนเห็นว่ายังไม่มีความจำเป็น เพราะเรามองมิติเศรษฐกิจอยู่หลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นระดับฐานราก ซึ่งจะให้ความสำคัญสูงสุด เพราะมีคนหลายสิบล้าน แต่การที่จะพัฒนาให้มีรายได้สูงขึ้นจำเป็นต้องไปทำให้เกิดห่วงโซ่ขึ้นมาให้ได้ ซึ่งจะเห็นว่าเราได้ทำการยึดโยงเศรษฐกิจขนาดใหญ่ การลงทุนขนาดใหญ่ เพื่อให้ลงมาถึงข้างล่างให้ได้ ไม่เช่นนั้นทุกคนก็ยังทำอาชีพแบบเดิมๆทั้งหมด เพราะไม่มีทางเลือก ไม่มีโอกาสที่เปิดกว้างขึ้นในหลายพื้นที่หลายจังหวัด ซึ่งทั้งโลกก็มีมาตรการเศรษฐกิจขนาดใหญ่เกิดขึ้น เพื่อให้เศรษฐกิจของประเทศมีมูลค่าสูงขึ้น รัฐบาลยังยึดนโยบายนี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า สวนดุสิตโพล สำรวจความคิดเห็นประชาชนพบว่าเป็นห่วงสถานการณ์รัฐบาล เพราะไม่ค่อยรับฟังความเห็นของประชาชน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ต้องดูว่าความมุ่งหมายในการทำโพลล์นั้นเพื่ออะไร และคำถามที่ถามไปเป็นการบังคับคำตอบอย่างไร อยากเรียนว่ารัฐบาลรับฟังอยู่แล้วทุกเรื่อง ซึ่งจะเห็นได้ว่าตนรู้ทุกเรื่องจากสื่อบ้าง จากคนส่งให้บ้าง และได้นำมาสู่การปฏิบัติ พร้อมแก้ไขในหลายเรื่องให้ตรงกับความต้องการ แม้กระทั่งเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นถนนชำรุดในพื้นที่เล็กๆน้อย ๆ จะเห็นได้ว่าเราแก้ปัญหาได้ทันเวลา ขณะเดียวกันข้อมูลบางส่วนมากจากศูนย์ดำรงธรรม โซเชียลมีเดีย ตนก็รับมาแล้วนำไปขับเคลื่อนให้ทั้งหมด แล้วจะบอกว่าตนไม่ฟังความคิดเห็นใครได้อย่างไร

“ต้องดูว่าคนที่ว่าเราไม่ฟังนั้น เป็นเรื่องอะไร โดยเฉพาะประเด็นการรักษาความสงบเรียบร้อย อันนี้จำเป็น หลายอย่างต้องมีมาตรการรองรับตามกฎหมาย เพราะทุกเรื่องมีกฎหมาย เพื่อรักษาความสงบให้คนส่วนใหญ่ทั้งประเทศ และบ้านเมืองมีความสงบสุข สามารถดำเนินการต่างๆได้ ไม่เช่นนั้นจะติดขัดไปหมด ด้วยความขัดแย้งหรือการแสดงความคิดเห็น ซึ่งบางครั้งไม่เป็นประโยชน์ของคนไม่กี่กลุ่ม แต่ผมก็ฟัง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

“ประวิตร” ปัดตอบหมุดคณะราษฎร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/272123

คมชัดลึก, หาย, ศรีสุวรรณ, หมุดคณะราษฎร, ประวิตร, ปัด, ตอบ, หมุด, คณะ, ราษฎร, ปัดตอบหมุดคณะราษฎร, บิ๊กป้อม, ไม่รู้

“บิ๊กป้อม” ปัดตอบหมุดคณะราษฎรหาย บอกแค่ “ไม่รู้”

          18 เม.ย.60 –  พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีมีการเปลี่ยนหมุดคณะราษฎรแทนอันเก่า ว่า “เดี๋ยวเรื่องนี้ เจ้าหน้าที่ว่าไปให้เจ้าหน้าที่เขาดำเนินการ ผมตอบอะไรไม่ได้ และไม่ทราบรายละเอียด ขออย่าทำอะไรให้บ้านเมืองวุ่นวาย”

เมื่อถามว่าเจ้าหน้าที่จะดำเนินการอย่างไร พล.อ.ประวิตร ตอบว่า ตนไม่ทราบ ตนไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ มีเจ้าหน้าที่ข้างล่างอยู่ ตนเพียงแต่ดูแลให้ทุกอย่างเป็นตามกฎหมาย ส่วนที่มีการเปลี่ยนหมุดนั้น เจ้าหน้าที่ก็ไม่เห็น เขาไม่ได้อยู่ตรงนั้นจะให้ทำอย่างไร

เมื่อถามอีกว่า เจ้าหน้าที่ที่จะเข้ามาดูแลเป็นส่วนไหน รองนายกฯ ตอบว่า ตนก็ยังไม่รู้ เดี๋ยวคงมีการคุยกันว่าใครเป็นคนรับผิดชอบไม่รู้จริงๆ ไม่ได้แกล้งไม่รู้ แต่ถ้าอยู่ในส่วนของกลาโหมตนคงตอบให้ได้ และรัฐบาลไม่สามารถสั่งการอะไรได้เพราะไม่รู้ ตนไม่ทราบไม่ได้ติดตามเรื่องนี้เพราะไม่ใช่เรื่องสำคัญ ไม่เกี่ยวกับความอดอยากปากแห้งของประชาชน ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการ

เมื่อถามถึงโอกาสจะได้หมุดอันเดิมกลับมานั้น พล.อ.ประวิตร ตอบว่า คุณรู้หรือว่าอยู่ที่ไหน เมื่อคุณไม่รู้ ตนก็ไม่รู้ เมื่อถามถึงกรณีที่ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ถูกเชิญตัวก่อนยื่นหนังสือเรื่องนี้ พล.อ.ประวิตร ตอบว่า อะไรที่ทำให้สับสนไม่เอา ทำให้เกิดความไม่เรียบร้อยในขณะที่บ้านเมืองต้องการความรักความสามัคคีและเปลี่ยนผ่านที่ดีไม่ได้.

กสม. แนะ จนท.เร่งแจงเหตุควบคุมตัว “ศรีสุวรรณ”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/272116

สาเหตุ, หมุดคณะราษฎร, รัฐ, ประชาชน, สิทธิ, ปชช, ควบคุม, คมชัดลึก, แนะ, จนท, เร่ง, แจง, เหตุ, ควบคุมตัว, ศรีสุวรรณ, กสม, อังคณา

“อังคณา” แนะ จนท.เร่งแจงสาเหตุควบคุมตัว “ศรีสุวรรณ” ชี้การขอทราบข้อมูลจากรัฐเป็นสิทธิที่ ปชช.ทำได้

          18 เม.ย.60 – นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในฐานะประธานอนุกรรมการด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ขณะเดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนหมุดคณะราษฎร ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานสำนักปลัดนายกรัฐมนตรี (อ่าน…”ศรีสุวรรณ” เจอรวบร้องหมุดคณะราษฎร) ว่า การสอบถามหรือขอรับทราบข้อมูลจากรัฐในเรื่องสาธารณะนั้น ถือเป็นสิทธิที่ประชาชนสามารถกระทำได้อยู่แล้ว เพราะไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศ แต่ก็ยังไม่ทราบว่าเจ้าหน้าที่มีการควบคุมตัวนายศรีสุวรรณด้วยเหตุผลใด มีสาเหตุมาจากอะไร หรือมีการตั้งข้อหาใดหรือไม่

“อยากให้ทางเจ้าหน้าที่ออกมาชี้แจงถึงเหตุผลในการควบคุมตัวในครั้งนี้ เพราะบริเวณศูนย์บริการประชาชน สำนักงานสำนักปลัดนายกรัฐมนตรีนั้น เป็นพื้นที่ที่ประชาชนสามารถเข้าไปติดต่อได้ ไม่ใช่สถานที่ต้องห้ามแต่อย่างใด ดังนั้นการควบคุมตัวโดยไม่ชี้แจงเหตุผล อาจจะทำให้ประชาชนคนอื่นไม่กล้าที่จะเข้ายื่นเรื่องร้องเรียนกับศูนย์บริการประชาชน” นางอังคณา กล่าว

เชิญกลุ่มการเมืองตรวจสอบข้อเสนอแนะปรองดอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/272109

เพิ่มเติม, ปรับแก้, พรรคการเมือง, คณะ, เชิญ, กลุ่ม, การเมือง, ตรวจสอบ, ข้อเสนอแนะ, ปรองดอง

คณะปรองดอง เชิญทุกกลุ่มการเมืองกว่า 200 คน ตรวจสอบข้อเสนอแนะ 26 เม.ย.นี้ พร้อมให้ปรับแก้-เพิ่มเติม ก่อนส่งให้ คณะอนุฯชุด3 จัดทำร่าง

          18 เม.ย. 60 – พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการการกระทรวงกลาโหม ในฐานะรองประธานคระกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง เชิญคณะอนุกรรมการทั้ง 4 คณะมาประชุมในวันที่ 20 เม.ย.นี้

โดยคณะอนุกรรมการทั้ง 4 คณะ ประกอบด้วย คือ 1.คณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ที่มี พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล เป็นประธาน 2.คณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาบูรณาการข้อคิดเห็นข้อเสนอแนะเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ที่มี พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธาน 3.คณะอนุกรรมการจัดทำข้อเสนอกระบวนการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดิง ที่มี พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธาน และ 4.คณะอนุกรรมการด้านการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ที่มี พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิช โฆษกกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน

พล.อ.ชัยชาญ กล่าวว่า ในส่วนของคณะอนุกรรมการชุดที่ 1 ได้มีการรับฟังข้อเสนอแนะในส่วนกลาง ทั้งพรรคการเมือง ภาคเอกชน ภาคธุรกิจ สำหรับในส่วนของพื้นที่ ได้มอบหมายให้กับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงราชอาณาจักร (กอ.รมน.)ได้ดำเนินการจนเสร็จสิ้นแล้ว ขณะนี้ได้ข้อมูลมาจำนวนมาก ซึ่งคณะอนุกรรมการชุดที่ 2 ได้สรุปรวบรวมวิเคราะห์สังเคราะห์ และจับเป็นประเด็นต่างๆ ใน 10 ข้อ ที่ได้สอบถามไป และในการประชุมวันที่ 20 เม.ย.นี้ จะได้ให้คณะอนุกรรมการชุดที่ 2 สรุปให้ฟัง ว่า ข้อเสนอแนะทั้งหมดในภาพรวมแล้วเป็นอย่างไร เพื่อให้คณะกรรมการทั้งหมดได้รับทราบ

” และในวันที่ 26 เมษายน จะมีการเชิญพรรคการเมือง กลุ่มการเมือง ภาคประชาชนภาคธุรกิจกว่า 200 คน ที่เคยมาให้ข้อเสนอแนะ มาประชุมกันอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งถือเป็นกระบวนการของการทำงาน เพื่อให้มาตรวจสอบว่า สิ่งที่ทุกท่านได้ให้ข้อมูลมา ตรงตามที่คณะ อนุ กรรมการ ชุดที่ 2 ได้สรุปเอาไว้หรือไม่ มีการปรับแต่งเพิ่มเติมอะไรหรือไม่ หากมีความเรียบร้อยก็จะส่งต่อให้คณะอนุกรรมการชุดที่ 3 ในการดำเนินการจัดทำร่างต่อไป ส่วนกรณีที่กลุ่มต่างๆจะมีการเสนอประเด็นเพิ่มเติม หรือปรับแก้บางส่วน ก็จะรับฟังในวันที่ 26 เม.ย.นี้ ซึ่งอาจจะเป็นประเด็นต่างๆ ที่คณะอนุกรรมการสรุปไม่ครบ ซึ่งจะต้องอยู่ในกรอบ 10 ข้อที่ได้กำหนดไว้” พล.อ.ชัยชาญ กล่าว.

“ศรีสุวรรณ” เจอรวบร้องหมุดคณะราษฎร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/272088

การเมือง > ข่าวการเมือง  :  1 วันที่ผ่านมา

คมชัดลึก, ประยุทธ์, คสช, คณะราษฎร, ศรีสุวรรณ, เจอ, รวบ, ร้อง, หมุด, คณะ, ราษฎร

“ศรีสุวรรณ” โดนรวบ หลังร้องหมุดคณะราษฎรไม่เลิก ระบุเปลี่ยนหมุดลบหลู่สถาบันหลักชาติ

          18 เม.ย. 60 –  เวลา 10.30 น. ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานสำนักปลัดนายกรัฐมนตรี (ฝั่งก.พ.) นายณพลเดช มณีลังกา โฆษกคณะอธิปไตยปวงชนชาวไทยเพื่อชาติ กษัตริย์ (ปชก.) พร้อมกับตัวแทนกว่า 10 คน ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกฯและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนหมุดคณะราษฎร โดยเรียกร้องให้รัฐบาล พิจารณาถึงความเหมาะสมเพื่อปรับเปลี่ยนภายใน 7 วัน

จากนั้นเวลา 10.40 น. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ได้เดินทางมาเพื่อยื่นหนังสือถึงนายกฯ เพื่อให้ติดตามหาหมุดคณะราษฎรบริเวณลานพระบรมรูปที่หายไปก่อนหน้านี้ แต่ปรากฏว่าได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารจากกรมทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์ประมาณ 6-7 นาย ควบคุมตัวจากศูนย์บริการประชาชน ไปยัง มทบ.11 โดยหนึ่งในผู้ที่อยู่เหตุการณ์ระหว่างนายศรีสุวรรณถูกคุมตัวได้เล่าว่า เมื่อนายศรีสุวรรณ มาถึงศูนย์บริการประชาชน ก็มีเจ้าหน้าที่ทหารมาเชิญตัวขึ้นรถตู้ที่จอดอยู่บริเวณด้านหลังศูนย์บริการประชาชน เพื่อไปยัง มทบ.11 ตนจึงตัดสินใจขอขึ้นรถตู้คันดังกล่าวไปด้วย และเมื่อขับรถออกไประยะหนึ่ง ทหารได้เชิญตนและคนติดตามนายศรีสุวรรณอีกคนหนึ่งลงจากรถโดยให้เงินจำนวนคนละ 100 บาท เพื่อเป็นค่ารถเดินทางกลับ ซึ่งระหว่างการถูกเชิญตัวนายศรีสุวรรณไม่ได้มีการพูดอะไร แต่มีสีหน้ากังวล และยอมทำตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่แต่โดยดี

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับเอกสาร ที่นายศรีสุวรรณ จะยื่นถึงนายกฯ นั้น มีเนื้อหาระบุว่า การเปลี่ยนหมุดดังกล่าวอาจเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายอาญา ฐานปลอมแปลงเอกสารราชการ จึงขอให้นายกฯสั่งตรวจสอบ ว่าบุคคลหรือหน่วยงานใดที่เข้าไปเปลี่ยนแปลง และสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำหมุดเดิม หรือสร้างใหม่ในรูปแบบและข้อความเดิม กลับไปไว้ที่เดิม หากไม่ดำเนินการใดๆตามคำร้องนี้ สมาคมฯขอใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ เพื่อปกป้องหลักฐานทางประวัติศาสตร์ต่อไป.