‘แป้ง-มิ้นท์-เมย์’โชว์เสน่ห์ปลายจวัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/258767

วันเสาร์ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ฮอตฮิตทั่วบ้านทั่วเมืองอย่างต่อเนื่องกับเทรนด์รักสุขภาพสำหรับหนุ่มสาวทุกเพศทุกวัย ที่ต่างมองหาสถานที่ที่จะช่วยให้ตัวเองดูดีทั้งภายในและภายนอกล่าสุด บริษัท อาร์คิว 49 มอลล์ จำกัด ชวน 3 สาว สุขภาพดีทั้งภายในภายนอก มาร่วมสัมผัสประสบการณ์สนุกๆ แบบสุขภาพดีในงานฉลองเปิด “RQ49” Health & Lifestyle Mall (อาร์ คิว 49 เฮลธ์ แอนด์ ไลฟ์สไตล์ มอลล์) ที่ให้บริการด้านสุขภาพอย่างครบวงจรแห่งใหม่ใจกลาง สุขุมวิท 49 อย่างเป็นทางการ นำทีมโดย สาว “แป้ง-อรจิรา แหลมวิไล” ชวนอีก 2 สาวเพื่อนซี้ “มิ้นท์-ภัทรศยา ยงรัตนมงคล” และ “เมย์-พิชญ์นาฏ สาขากร” มาร่วมครีเอทเมนูสุขภาพ ร่วมกับเชฟชื่อดังจากร้านในโครงการ โดยมีบอสหนุ่มไฟแรง ภาสธร ศักดิ์เดชยนต์ ร่วมชิมฝีมือสาวๆ

 

“ดอน” เชื่อ “ทรัมพ์” ใช้ “ช็อคเธอราพี”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/269196

ดอน ปรมัตถ์วินัย, มาตรการ, โดนัลด์ ทรัมพ์, คมชัดลึก, เป้าหมาย, คือ, จีน, ดอน, เชื่อ, ทรัมพ์, ใช้, ช็อค, เธอ, ช็อคเธอราพี

รมว. ต่างประเทศเชื่อ ไทยไม่ใช่เป้าหมายมาตรการทรัมพ์ ระบุเป็นแค่ “ช็อคเธอราพี” ยันรับมือได้ แต่จับตาใกล้ชิด

นายดอน  ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์รายการสนามข่าว 101 ต่อประเด็นที่นายโดนัลด์ ทรัมพ์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ระบุว่าไทยเป็นหนึ่งใน 16 ประเทศที่ทำให้ประเทศสหรัฐอเมริกาเสียดุลการค้า และระบุเป็นประเทศขี้โกง ว่า ประเทศไทยไม่ได้เป็นเป้าของเขา เพราะเป้าหมายของเขาคือคู่ค้าใหญ่ ประเทศจีน มีการค้านับหมื่นล้านบาท แต่ของไทยเมื่อพูดตรงๆ ในแง่ผลกระทบ คือ เรื่องซัพพลาย เชน ส่วนประกอบ วัตถุดิบ ที่จีนสั่งซื้อจากประเทศไทย นอกจากนั้นการลงทุนของจีน หรือของไทยที่ส่งออกในนามของไทย เราก็โดนไปด้วย แต่เมื่อถึงตรงนั้น สินค้าอเมริกาที่ผลิตในไทยก็โดนด้วย แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องาการเมืองภายใน และการเมืองภายนอกประเทศ

นายดอน กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ต้องตั้งคำถามว่าทำไมต้องออกมาช่วงนี้ ซึ่งสอดคล้องกับ ประธานาธิบดีจีนจะเดินทางไปเยือนอเมริกา เมื่อจับมาโยงกันก็ต้องไม่ลืมว่า ทรัมพ์ไม่ใช่นักการเมืองปกติ แต่เป็นนักต่อรองการค้าการเจรจา ที่พิศดารกว่าคนอื่นๆ ส่วนการรับมือต่อประเด็นนี้ เราได้เตรียมไว้นานแล้ว ตั้งแต่แรก เพราะรู้ว่ามันต้องเกิดและกระทบเราอย่างไร เมื่อปรับได้ก็ปรับหรือใช้การเจรจา อย่างน้อยที่สุดเรารู้ว่าเราไม่ใช่เป้า อย่างที่มีข่าวมาประเทศไทยทั้งหมด แต่ไม่ใช่ เพราะเป็นหนึ่งในสิบหกประเทศเท่านั้น แต่ข่าวที่ออกมาเหมือนทุกอย่างเล็งมาที่เมืองไทย โดยสิ่งที่เตรียมไว้ อาทิ สิทธิบัตร แต่ไม่ได้เกิดได้ในวันหรือสองวัน ต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง ตามกฎหมายก็กำหนดไว้เก้าสิบวัน นอกจากนั้นการเตรียมการหรือการเจรจาก็ต้องขึ้นอยู่กับจังหวะ โดยอย่างน้อยต้องรอผลการหารือระหว่างอเมริกากับประเทศจีนก่อน จากนั้นจึงมากำหนดท่าทีของเรา ทั้งนี้อย่าลืมว่าเรื่องที่ถูกมองไทยถูกจัดอันดับที่บีบวกทั้งนั้น

“สิ่งที่ทรัมพ์ออกมา คือ รูปแบบใช้ความช็อค (ช็อคเทอราพี) มาดำเนินการ กล่าวคือ ใช้คำที่น่าสนใจ มากระตุก แม้การใช้ภาษาจะฟังแล้วตกใจ แต่ไม่มีใครถือสา เพราะเข้าใจรูปแบบการสื่อสารของทรัมพ์ ใช้แนวทางกระตุ้น กระตุก และวางหมากที่กระทบถึงกันหมด ซึ่งทั้งหมดมาจากประสบการณ์การต่อรองทางการค้าที่เขาเคยใช้ อีกทั้งเขารู้ว่าหากทำแบบ บุช หรือ โอบาม่า ที่เคยทำมาในอดีต เขาจะไปไม่รอด เพราะตอนนี้เขาต้องการทำให้เร็วที่สุด และไปอย่างกว้างขวางที่สุดเมื่อฟังทรัมพ์พูด ก็มีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องมาอธิบาย ว่าโกง คืออะไรและอธิบายรายละเอียด ทั้งการตั้งบริษัทเพื่อฉวยโอกาสต่างๆ แต่เมื่อมีการตรวจสอบแล้วก็ไม่พบ ซึ่งของไทยไม่อยู่ในข่ายที่เขาพูดเลย เพราะมีวิธีการดูอยู่” นายดอน กล่าว

นายดอน ย้ำว่า ไทยไม่ด้เป็นเป้า หรืออยู่บนจอเรดาร์ ไม่อยู่ในหลักการการเมือง การมั่นคง หรือหลักการประชาธิปไตย คือ ไม่ได้อยู่ในความสนใจ หากเทียบกับประเทศอื่นๆ. แต่หากจะกระทบไทย คือ กระทบทางอ้อมเท่านั้น แต่เราก็ต้องเตรียมการเหมือนที่เคยทำมาแล้ว ในระยะที่ผ่านมา ทั้งการสื่อสารไปยังกลุ่มคอนแท็คในประเทศอเมริกา ซึ่งตนมองว่า เรายังรับมือไหว แต่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดต่อไป

”เชื่อ“ทักษิณอยากให้ประเทศปรองดองสำเร็จ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/268967

นพดลเชื่อ, นพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ, แนะ, รัฐ, ยึดหลัก, นิติธรรม, เชื่อ, ทักษิณ, อยาก, ให้, ประเทศ, ปรองดอง, สำเร็จ, นพดล

“นพดล”เชื่อ“ทักษิณ”อยากให้ประเทศเดินหน้าปรองดองสำเร็จ หวังรัฐบาลบังคับใช้กม.ไม่ลำเอียงและเป็นธรรม

        1 เม.ย. —  นายนพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ  กล่าวว่า ตามที่หลายฝ่ายออกมาตอบโต้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น ในสังคมแต่ละคนก็มีความคิดของตนแตกต่างกันไป และตนเคารพในความเห็นที่แตกต่าง และไม่ขอตอบโต้ใคร เพราะคนไทยทุกคนล้วนปรารถนาดีต่อประเทศด้วยกันทั้งนั้น

ตนอยากเห็นบรรยากาศความปรองดองและความสามัคคีเกิดขึ้นในสังคม เท่าที่ติดตามอ่านในสื่อ เข้าใจว่าอดีตนายกรัฐมนตรีอยากเห็นประเทศเดินหน้าและอยากให้เกิดความสามัคคีปรองดอง และให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาของประเทศสำเร็จ  ส่วนตัวหวังว่าความปรองดองที่แท้จริงจะเกิดขึ้น ถ้าทุกฝ่ายร่วมมือกัน และขอเอาใจช่วยทุกฝ่ายให้สามารถสร้างความปรองดองที่แท้จริงให้เกิดขึ้นให้ได้ เพื่อให้ประเทศเดินหน้า

ส่วนที่ฝ่ายรัฐบาลระบุว่าจะบังคับใช้กฎหมายอย่างถูกต้องเป็นธรรมนั้น ถ้าทำเช่นนั้น ตนเชื่อว่าการยึดหลักนิติธรรมจะทำให้ทุกฝ่ายรู้สึกได้รับความยุติธรรม ซึ่งย่อมเป็นผลดีต่อการสร้างความปรองดองอย่างแน่นอน

นายกฯย้ำ’ยูเซป’สำคัญขอทุกรพ.เคร่งครัด!!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/268944

ย้่ำยูเซปสำคัญขอทุกรพเคร่งครัด, พลทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายกฯ, ย้ำ, เซป, สำคัญ, ทุก, เคร่งครัด, ยูเซป, โฆษกรัฐบาล

“โฆษกรัฐบาล”เผยโครงการเจ็บป่วยฉุกเฉินมีสิทธิทุกที่เริ่มดีเดย์วันนี้ ย้ำรักษาฟรี 72 ชม. ย้ำเป็นสิทธิพึงมีพึงได้ของคนไทย ขอรพ.ทุกแห่งปฏิบัติตามเคร่งครัด

      1 เม.ย. — พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันนี้เป็นวันแรกที่โครงการเจ็บป่วยวิกฤตฉุกเฉินมีสิทธิทุกที่หรือยูเซป เริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการ เพื่อให้ผู้ป่วยฉุกเฉินเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลรัฐหรือเอกชนที่อยู่ใกล้ที่สุด โดยไม่ต้องจ่ายเงินใน 72 ชม.แรก หลังจากที่ ครม.ได้อนุมัติหลักการเรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการกำหนดค่าใช้จ่ายในการส่งผู้ป่วยฉุกเฉินไปแล้ว และกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ออกประกาศ 3 ฉบับให้โรงพยาบาลทุกแห่งต้องปฏิบัติตาม

“ท่านนายกฯให้ความสำคัญกับโครงการนี้อย่างมากเพราะเป็นสิทธิพึงมีพึงได้ขั้นพื้นฐานที่ประชาชนทุกคนต้องได้รับจากรัฐเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคมโดยเน้นย้ำให้โรงพยาบาลทุกแห่งศึกษาข้อมูลตามประกาศที่สธ.กำหนด และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งระบุด้วยว่า รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนอย่างจริงจังและเป็นระบบ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสำคัญ เช่น สงกรานต์ แต่หากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นจริง ก็จะต้องดูแลช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่” พล.ท.สรรเสริญ กล่าว

สำหรับกลุ่มอาการเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤตที่ใช้สิทธิยูเซปได้มี 6 กลุ่ม คือ 1.หมดสติ ไม่รู้สึกตัว ไม่หายใจ 2.หายใจเร็ว หอบเหนื่อยรุนแรง หายใจติดขัดมีเสียงดัง 3.ซึมลง เหงื่อแตก ตัวเย็น หรือมีอาการชักร่วม 4.เจ็บหน้าอกเฉียบพลันรุนแรง 5.แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก พูดไม่ชัดแบบปัจจุบันทันด่วน หรือชักต่อเนื่องไม่หยุด 6.มีอาการอื่นร่วมที่มีผลต่อการหายใจ ระบบการไหลเวียนโลหิต และระบบสมองที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิต โดยหากติดต่อรับส่งผู้ป่วยผ่าน 1669 จะช่วยให้เกิดการคัดกรองที่ถูกต้องแต่แรก

ทั้งนี้เมื่อโรงพยาบาลแต่ละแห่งรับตัวผู้ป่วยฉุกเฉินแล้วจะต้องดูแลรักษา เพื่อให้พ้นจากอันตรายตามมาตรฐานวิชาชีพและขีดความสามารถของตนโดยไม่มีเงื่อนไขการเรียกเก็บค่ารักษาพยาบาลในระยะ 72 ชม. แต่ให้เรียกเก็บจากกรมธรรม์ประกันภัยหรือกองทุนที่ผู้ป่วยมีสิทธิได้รับการรักษาพยาบาลตามกฎหมาย เช่น กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กองทุนประกันสังคม กรมบัญชีกลาง ตามบัญชีและค่าอัตราค่าใช้จ่ายที่ภาครัฐกำหนด เช่น ค่าห้องผ่าตัดใหญ่ ชม.ละ 2,400 บาท ค่าอัตราซาวด์ครั้งละ 1,150 บาท ค่า MRI สมองครั้งละ 8,000 บาท ค่าลิ้นหัวใจเทียมอันละ 29,000 บาท ค่าสายยางและปอดเทียมชุดละ 80,000 บาท เป็นต้น

ส่วนการรักษาพยาบาลหลัง 72 ชม.นั้น ให้โรงพยาบาลที่รับตัวผู้ป่วยฉุกเฉินส่งต่อไปยังโรงพยาบาลที่ผู้ป่วยมีสิทธิรับการรักษาอยู่ ซึ่งจะเข้าสู่ระบบปกติ แต่หากผู้ป่วยประสงค์จะรักษาต่อในโรงพยาบาลแห่งนั้นก็จะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง

ปปท.ชง 302 ชื่อพันโกงข้าวให้ปปง.!!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/268926

ประยงค์ ปรียาจิตต์, 302, ชื่อ, พัน, โกง, ข้าว, ให้, ปปง, ปปทชง, ชื่อพันโกงข้าวให้ปปง, ขรก-เอกชน

คดีจำนำข้าวผ่านไปแล้วครึ่งทาง.ป.ป.ท.ส่ง 302.รายชื่อ “ขรก.-เอกชน”ร่วมทุจริต ให้ปปง.สอบธุรกรรมการเงินพบหน.คลังสินค้ารับผิดชอบข้างหลายโกดัง อ่วมหนักโดนคดี 40 กรรม

       1 มี.ค. —  นายประยงค์. ปรียาจิตต์ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบคดีทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวว่า หลังจากคณะอนุกรรมการไต่สวนความผิดทางอาญากับเจ้าหน้าที่ของรัฐระดับปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการรับจำนำข้าวได้ตรวจสอบพยานหลักฐานและเอกสารตามสำนวนการสอบจำนวน 986 สำนวนคดี พร้อมทยอยเรียกสอบบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้าให้ปากคำแล้ว ซึ่งหลังจากการสอบสวนดำเนินไปกว่าครึ่งทาง คณะอนุกรรมการฯชี้มูลความผิดผู้เกี่ยวข้องส่วนหนึ่งไปแล้ว โดยเมื่อวันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมาตนได้ลงนามในคำสั่งส่งรายชื่อผู้ถูกกล่าวหาในสังกัดองค์การคลังสินค้า (อ.ค.ส)และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก) ให้ผู้บังคับบัญชาของหน่วยงานดำเนินการทางวินัยและอาญาจำนวน 158 คน และภาคเอกชนอีก 144 คน  ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเจ้าของโกดังและกลุ่มเซอร์เวย์เยอร์ ซึ่งส่วนที่เหลือยังอยู่ระหว่างการไต่สวนและตรวจสอบเพิ่มเติม

“จำนวนนี้มีเจ้าหน้าที่บางรายที่เป็นหัวหน้าคลังสินค้า แต่รับผิดชอบในหลายโกดัง จึงกระทำความผิดต่างกรรมต่างวาระถึง 40 ครั้ง  และขณะนี้รายชื่อบุคคลทั้ง 302 ราย ซึ่งมีทั้งข้าราชการและเอกชนได้ส่งให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบเส้นทางธุรกรรมกรรมทางการเงินแล้ว พร้อมขยายผลถึงข้าราชการระดับสูงที่รับผิดชอบ หากพบความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องระดับนโยบายจะต้องส่งให้ป.ป.ช.ดำเนินการ” นายประยงค์กล่าว

สำหรับการไต่สวนในคดีดังกล่าวมีความคืบหน้ากว่าครึ่งทางแล้วส่วนใหญ่ยังเป็นการสอบพยานบุคคลและเอกสารที่เคยให้การไว้ก่อนหน้านี้ ว่ามีรายละเอียดสอดรับกับข้อมูลที่เรียกสอบเพิ่มเติมหรือไม่ หากพบความเชื่อมโยงถึงเจ้าหน้าที่รายใดก็จะต้องมีการเสนอรายชื่อเพิ่มเติมเพื่อเอาผิดทั้งวินัยและอาญาต่อไป อย่างไรก็ตามถ้าไม่มีประเด็นสอบเพิ่มเติมคาดว่าในเดือนมิถุนายนนี้จะสามารถสรุปสำนวนได้แล้วเสร็จ  ทั้งนี้คดีดังกล่าวมีมูลค่าความเสียหายที่รัฐจะต้องเรียกเงินคืนสูงถึง 115,000 ล้านบาท สำหรับการดำเนินคดีอาญาและเอาผิดทางวินัยจะยังไม่มีการฟ้องทางเพ่งเพื่อเรียกเงินคืนจนกว่าปปง.จะสอบเส้นทางการเงินแล้วเสร็จ

“ป.ป.ช.”หนักใจหาเส้นทางการเงินโรลส์-รอยซ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/268923

สรรเสริญ พลเจียก, ปปช, ปปช, หนักใจ, เส้นทาง, การเงิน, โรล, รอยซ์, เลขาฯปปช, การบินไทย, อดีตผู้ว่าททท

“เลขาฯป.ป.ช.”ยอมรับหนักใจหาเส้นทางการเงินเชื่อมบุคคลพันคดีสินบนโรลส์-รอยซ์ ‘การบินไทย’ ยันต้องทำให้เสร็จใน 1 ปี กก.เร่งรัดคดีนัดประชุมต้น เม.ย.นี้

          1 เม.ย.– นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการไต่สวนข้อเท็จริง กรณีบริษัท โรลส์-รอยซ์ จ่ายสินบนให้เจ้าหน้าที่รัฐเพื่อเอื้อประโยชน์ให้บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) จัดซื้อเครื่องยนต์ T-800 ของโรลส์-รอยซ์ ระหว่างปี 2534-2548 วงเงินกว่า 1.2 พันล้านบาทและจ่ายสินบนเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อเอื้อประโยชน์ให้บริษัท ปตท จำกัด (มหาชน) และบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือปตท.สผ.ว่า การประสานความร่วมมือเรื่องข้อมูลเอกสารหลักฐานกับต่างประเทศจนถึงขณะนี้ยังไม่มีปัญหา หน่วยงานทั้งสองประเทศทั้งอังกฤษ และสหรัฐอเมริกา ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่ขณะนี้ยอมรับว่า มีความหนักใจในเรื่องการตรวจสอบเส้นทางการเงินที่จะเชื่อมโยงว่า บุคคลใดเกี่ยวข้องบ้าง อาจเป็นข้อจำกัด ไม่ได้ตรวจสอบง่าย ๆ แต่ต้องใช้การตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกของบุคคลพอสมควรที่อาจเชื่อมโยงบุคคลระหว่างกันได้ อย่างไรก็ดีการไต่สวนเฉพาะคดีสินบนโรลส์-รอยซ์ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 1 ปี เพราะถือเป็นนโยบาย และแนวปฏิบัติที่วางไว้สำหรับการทำงานในคดีนี้ ต้องทำให้เสร็จให้ได้

ส่วนการประสานขอความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ในการตรวจสอบนั้น นายสรรเสริญ กล่าวว่า ปปง. เป็นหนึ่งในคณะกรรมการประสานและเร่งรัดการดำเนินคดีทุจริตระหว่างประเทศที่มี พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. เป็นประธาน อยู่แล้ว ทราบว่าคณะกรรมการชุดนี้นัดประชุมอีกครั้งในต้นเดือน เม.ย. 2560

ยกคดี‘อดีตผู้ว่าททท.’เป็นบรรทัดฐานเรียกคืนทรัพย์สินซุกในตปท.

นายสรรเสริญ กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดนางจุฑามาศ ศิริวรรณ อดีตผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในคดีร่ำรวยผิดปกติ กว่า 65 ล้านบาท สืบเนื่องจากการเรียกสินบนเพื่อเอื้อประโยชน์ในการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพเมื่อปี 2546 ว่า ภายในสัปดาห์หน้าจะสามารถส่งมติคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้กับอัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อฟ้องต่อศาลได้ และเชื่อว่าหลังจากที่ศาลอาญาแผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบจำคุกนางจุฑามาศ และบุตรสาว จะทำให้ขั้นตอนในการติดตามทรัพย์สินกลับคืนแผ่นดินจะง่าย และรวดเร็วขึ้น

“คดีนี้จะใช้เป็นตัวอย่างในเรื่องการประสานความร่วมมือกับต่างประเทศในการติดตามทรัพย์สินคืน ส่วนแนวทางการพิจารณาของศาลและความร่วมมือกับต่างประเทศจะรวดเร็วขึ้นหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับประเทศต้นทาง สำหรับสหรัฐฯมั่นใจว่าไม่มีปัญหา คดีนี้ประสานกับสหรัฐฯได้ ในความร่วมมือต่อ ๆ ไป จะดำเนินการตามแนวทางความร่วมมือนี้กับทุกประเทศ” นายสรรเสริญ กล่าว

มท.1โต้“ทักษิณ”ยึดกม.-ไม่กลั่นแกล้ง!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/268916

อนุพงษ์, มท1, โต้, ทักษิณ, ยึด, ไม่, กลั่นแกล้ง, บิ๊กป๊อก

“บิ๊กป๊อก”โต้“ทักษิณ”กล่าวหารัฐบาลคสช.ไล่บี้ไม่หยุด ขอสังคมสบายใจ ยันยึดกม.เท่าเทียม ไร้กลั่นแกล้ง

          1 เม.ย. — พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คระบุ ตัวเองหยุดแล้ว แต่รัฐบาล และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ยังคงเดินหน้าเล่นงานตัวเองอยู่ว่า กระบวนการยุติธรรมทุกวันนี้ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเหมือนกัน แม้แต่ประชาชนที่ยากจน ไม่มีที่ทำกิน แต่หากไปบุกรุกที่สาธารณะก็ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย ไม่ใช่คนคนเดียวที่พูดถึงกันอยู่นี้

“ข้อกล่าวอ้างที่ชายคนนี้ระบุ ผมขอยืนยันว่า รัฐบาล นายกฯ และครม. ไม่เคยให้นโยบายที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย ขอให้สังคมสบายใจได้ รัฐบาลสั่งใครไม่ได้ คนที่มีหน้าที่ ก็ต้องทำหน้าที่ไปตามกฎหมาย ทุกคนอยู่บนบรรทัดฐานกฎหมายเดียวกัน ไม่มีการกลั่นแกล้ง หรือใช้กฎหมายกระทำกับใครคนใดคนหนึ่ง โดยเฉพาะเรื่องของกระบวนการยุติธรรม” รมว.มหาดไทย กล่าว

สนช.ปัดหมกเหม็ดบรรษัทน้ำมัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/268911

สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนชคนที่ 1, สนช, ปัดหมกเ, หม็ดบรรษัท, น้ำมัน

สนช.ปัดหมกเหม็ดตั้ง NOC  ชี้อาจเข้าสู่สนช.ในรูปพระราชบัญญัตติ

       1 เม.ย. – นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช.คนที่ 1 กล่าวถึงกรณีสนช.ตั้งข้อสังเกตุตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ (NOC) ในร่างพรบ.ปิโตรเลียมว่า. สนช.ให้ข้อสังเกตข้อดีข้อเสียโดยละเอียดไปกับรัฐบาล ในแล้ว ถ้าผลการรับฟังออกมาแล้วเห็นควรให้จัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติขึ้นมา ก็สุดแล้วแต่มติคณะรัฐมนตรีจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ขึ้นอยู่กับรัฐบาล บทสรุปอย่างไร ถ้าผลการศึกษาออกมาว่าเห็นควรจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติขึ้น ก็สามารถกลับเข้ามาที่สภาได้ โดยจะเสนอเข้ามาเป็นกฎหมายจัดตั้งต่างหากส่วนจะทันสนช.ชุดปัจจุบันหรือไม่ ก็สุดแล้วแต่มติครม.ที่จะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบในรายงานการศึกษาวันใด เมื่อไหร่ เรียกว่าถ้าเห็นด้วยก็ส่งกลับเข้ามาใหม่ได้ในรูปแบบพระราชบัญญัติจัดตั้งขึ้นมาใหม่ได้ ซึ่งเกี่ยวข้องหลายเรื่อง เพราะเป็นการจัดตั้งองค์กรใหม่ที่ต้องพูดถึงสถานะขององค์กร ตัวบุคลาการ งบประมาณ ที่จะมาสนับสนุนการทำงานขององค์กรใหม่นี้

“เบื้องต้นเอาให้ได้ข้อสรุปเสียก่อนว่า จะเอาหรือไม่เอาบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ ยังเถียงกันอยู่ ส่วนข้อครหาว่า สนช.กับรัฐบาลหมกเม็ดนั้น เรื่องนี้ไม่ได้หมกเม็ดหรอก ก็เห็นอยู่ว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร ก่อนวันประชุมก็มีคนออกมาพูดทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ทั้งมีประชาชนมาชุมนุมหน้ารัฐสภา เราไม่อยากให้เกิดการเผชิญหน้า จึงรับฟังทุกฝ่าย ยอมถอยก้าวหนึ่งเพื่อกลับไปศึกษารายละเอียดในเมื่อยังมีคนบอกว่ายังศึกษาข้อมูลไม่เพียงพอ ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติเราทำหน้าที่ดีที่สุดแล้วคือมีเป้าหมายเพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติ ต่อไปก็เป็นหน้าที่รัฐบาล” นายสุรชัย กล่าว

“หมอเจตน์”ชี้ตั้งบรรษัทน้ำมันเข้าสนช.ในรูปกม.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/268899

บรรษัทน้ำมันแห่งชาติ, นพเจตน์ ศิรธรานนท์, หมอ, เจตน์, ชี้, ตั้ง, บรรษัท, น้ำมัน, เข้า, รูป, หมอเจตน์

“หมอเจตน์”ชี้ตั้บรรษัทน้ำมันแห่งชาติมีสิทธิเข้าสนช.ในรูปแบบกฏหมาย

       31  มี.ค. — นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกวิปสนช. กล่าวถึงกรณี สนช.มีมติผ่านร่างพ.ร.บ.ปิโตรเลียม โดยตัดมาตรา 10/1 ที่เป็นข้อถกเถียงเรื่องการจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ (NOC)ใส่ไว้เป็นข้อสังเกต ส่งให้รัฐบาลดำเนินการศึกษาต่อภายใน 1 ปี ว่า การดำเนินการเรื่องนี่อย่างไรก็ต้องมีกฎหมายออกมา เพราะข้อความที่อยู่ในข้อสังเกตมันสั้นมาก ข้อสังเกตที่ส่งไปแตกต่างจากในกฎหมายฉบับก่อนๆที่ สนช.เคยส่งไปยังรัฐบาล ตามหลักจะปฏิบัติตามหรือไม่ปฏิบัติตามก็ได้ แต่ครั้งนี้ข้อสังเกตมีน้ำหนักกว่าเดิม เหมือนเป็นสัญญาประชาคม เป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายร่วมหาทางออกให้เดินหน้าต่อได้ แต่ไม่ทราบว่าจะศึกษาออกมาเป็นในรูปแบบไหนให้เหมาะกับประเทศไทย อยู่ที่รัฐบาล เพราะทั่วโลกใช้รูปแบบหลากหลาย

อย่างไร็ตามแต่การดำเนินการตามข้อสังเกตหากเเล้วเสร็จ มีสิทธิที่จะส่งกลับมาที่ สนช.อีกได้ อาจเข้ามาภายใต้กฎหมายใหม่ ขึ้นอยู่กับรัฐบาลเมื่อมีความพร้อมถึงจะผลักดันกฎหมายเข้ามา เน้นว่าต้องมีการศึกษาก่อนตามข้อสังเกต ถ้าส่งมาจริง ๆ สภาก็ใช้เวลาศึกษาอีกระยะ เพราะมีมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้ต้องฟังความเห็นผู้ได้รับผลกระทบกับกฎหมายด้วย แต่ไม่รู้อายุสนช.ชุดนี้จะได้ทำต่อหรือไม่ ไม่รู้ว่าจะมีอายุต่อไปเมื่อไหร่ และหากมีส่งกฎหมายมาที่สนช.อีกครั้ง ชื่อของกฎหมายอาจเปลี่ยนไปจากเดิม แต่ต้องเกี่ยวกับการตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ

รัฐบาลต้องจริงจังสร้างปรองดอง !!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/268884

รัฐบาล, ต้อง, จริงจัง, สร้าง, ปรองดอง, โพล, สวนดุสิตโพล

“โพล”ระบุปรองดองทำได้ยากเพราะขัดแย้งมานานแต่ก็อยากให้บ้านเมืองสงบสุข รัฐบาลต้องจริงจัง ต่อเนื่องตรงไปตรงมา

        1 เม.ย. — “สวนดุสิตโพล”มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศที่มีต่อการสร้างความปรองดอง โดยเมื่อถามว่า ประชาชนคิดอย่างไร กับการสร้างความปรองดองของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ที่กำลังดำเนินงานอยู่ในขณะนี้บอกว่าอยากเห็นความสามัคคีปรองดอง บ้านเมืองสงบ เจริญก้าวหน้า 74.33% บ้านเมืองมีความขัดแย้งมานาน เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก ต้องใช้เวลา 68.95% ทุกฝ่ายควรพูดคุยร่วมกัน ให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ 65.28%  เห็นถึงความตั้งใจของรัฐบาล ที่ต้องการให้เกิดผลชัดเจนเป็นรูปธรรม 60.39%

มีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ผลักดันให้สำเร็จตามโรดแมป 50.12%

เมื่อถามว่าประชาชนมีความเชื่อมั่นต่อการดำเนินงานสร้างความปรองดองของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์มากน้อยเพียงใด  ผลสำรวจพบว่าค่อนข้างเชื่อมั่น 37.41% เพราะรัฐบาลให้ความสำคัญและดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เป็นไปตามโรดแมป เป็นเรื่องที่ทุกคนต่างคาดหวัง อยากเห็นบ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้ และมีความมั่นคง ฯลฯ บอกว่าไม่ค่อยเชื่อมั่น 29.83% เพราะสถานการณ์บ้านเมืองยังไม่ดีขึ้น มีแต่ทะเลาะเบาะแว้ง ใส่ร้าย โจมตี ยังมีคนบางกลุ่มไม่พอใจการบริหารงานของรัฐบาล การเมืองมีแต่เลือกข้างเลือกฝ่าย เห็นแก่พวกพ้องฯลฯ อันดับ 3 เชื่อมั่น  25.18% เพราะเป็นรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากพรรคการเมือง มีอำนาจเด็ดขาดในการทำงาน เชื่อมั่นในตัวผู้นำ พูดจริงทำจริง ฯลฯ           อันดับ 4  ไม่เชื่อมั่น  7.58% เพราะมุมมองความคิดเห็นแตกต่างกัน ไม่เปิดใจยอมรับ เปลี่ยนความคิดได้ยาก คนเห็นแก่ตัว มุ่งหวังแต่อำนาจและผลประโยชน์ รัฐบาลยังคงควบคุมและใช้อำนาจมากเกินไป ฯลฯ

เมื่อถามว่าทำอย่างไรการสร้างความปรองดองของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จึงจะสำเร็จ  อันดับ 1 บอกว่ารัฐบาลต้องทำอย่างจริงจัง ต่อเนื่อง ให้ข้อมูลที่ชัดเจน ตรงไปตรงมา 83.86% สร้างการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง รับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่าย 72.37% คนในสังคมต้องปรับทัศนคติ มุมมอง ลดอคติ คำนึงถึงส่วนรวม  66.75%

การพิจารณาคดีทางการเมือง ต้องเป็นธรรม ไม่สองมาตรฐาน 57.21% จัดให้มีการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย 53.06 %