แจงขั้นตอนตรวจบัญชีทรัพย์สิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/266375

เลขา ปปช., สรรเสริญ พลเจียก, แจง, ขั้นตอน, ตรวจ, บัญชี, ทรัพย์สิน

ป.ป.ช. แจง ขั้นตอน ตรวจบัญชีทรัพย์สิน นักการเมือง-อดีต รมต. ตามที่สตง.เสนอ

       20  มี.ค. —  นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) ส่งเรื่องให้กรมสรรพากรดำเนินการเรียกเก็บภาษีเงินได้จาก 60 นักการเมือง ซึ่งกรมสรรพากรได้ขอข้อมูลเรื่องการยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินจากป.ป.ช.โดยพบว่ามี 4 อดีตรัฐมนตรีที่ไม่เสียภาษีโดยแจ้งต่อป.ป.ช.ว่าไม่มีรายได้ และรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ต้องเสียภาษี ว่า ตามหลักการเมื่อกรมสรรพากรสอบถามมาที่ป.ป.ช.ก็ต้องตรวจสอบจากบัญชีทรัพย์สินฯที่เขายื่นมา ถึงความมีอยู่จริง ความถูกต้อง ความเปลี่ยนแปลงของรายได้ และถ้าเห็นว่ามีรายได้เพิ่มขึ้นก็จะแจ้งไปที่กรมสรรพากร และการที่มีรายได้เพิ่มขึ้นแล้วจะต้องเสียภาษีหรือไม่สรรพากรต้องเป็นผู้พิจารณา อาทิ ทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นนั้นมาจากอะไร อยู่ในข่ายต้องเสียภาษีหรือไม่ อย่างกรณีการให้ตามหลักการแล้วการให้บางเรื่องก็ยกเว้น บางเรื่องก็ไม่ได้รับยกเว้นการได้มาซึ่งทรัพย์สิน หรือการตีราคาทรัพย์สินเก่าที่เพิ่มขึ้นก็ไม่ถือว่าเป็นรายได้ ดังนั้นตรงนี้สรรพากรจะต้องนำไปพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง

“ส่วนป.ป.ช.มีหน้าที่ต้องแจ้งไป ในตัวบัญชีว่ามีความเปลี่ยนแปลงรายได้รายใดบ้างที่เพิ่มขึ้น ส่วนที่มีการพูดถึงรัฐมนตรีนั้นก็จะแจ้งละเอียดว่ามีใครบ้าง  มีรายได้เพิ่มขึ้นเท่าไหร่ หรือไม่อย่างไร แต่ตามหลักป.ป.ช.จะตรวจที่เกิดการเปลี่ยนแปลง และถ้าเห็นว่าเพิ่มขึ้นเราก็แจ้งไปสรรพากรทุกราย เราไม่มีหน้าที่พิจารณาว่าต้องเสียภาษีหรือไม่ เพราะสรรพากรจะพิจารณาเองว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้นนั้นอยู่ในข่ายประมวลรัษฎากรที่ต้องเสียภาษีหรือไม่”

ผู้สื่อข่าวถามว่าการที่ 4 อดีตรัฐมนตรีอ้างว่ารายได้ไม่ถึงเกณฑ์หรือไม่มีรายได้นั้น ป.ป.ช.สามารถตรวจสอบได้หรือไม่ เลขาฯป.ป.ช. กล่าวว่า อย่างที่บอกแล้วว่าป.ป.ช.ส่งเรื่องทำนองนี้ให้กรมสรรพากรโดยตลอด เช่น หากเราสงสัยว่ารายได้ไม่ถึงเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษีนั้นจริงหรือไม่ และแจ้งชื่อไปที่สรรพากร แล้วสรรพากรจะดูเองว่าเป็นจริงตามที่เขาแจ้งหรือไม่ สรรพากรต้องพิจารณา ป.ป.ช.มีหน้าที่แจ้งข้อมูลอย่างเดียว

ผู้สื่อข่าวถามว่าป.ป.ช.ดำเนินการอย่างไร ต่อกรณีสตง.ตรวจสอบ 60 นักการเมืองที่ไม่เสียภาษี นายสรรเสริญ กล่าวว่า สตง.อาจพบว่ามีรายได้เพิ่มขึ้นโดยดูจากบัญชีทรัพย์สินที่ป.ป.ช. แล้วก็แจ้งไปที่กรมสรรพากร แล้วสรรพากรก็ถามมาที่ป.ป.ช. เราก็ตรวจตามบัญชีทรัพย์สินแล้วแจ้งกลับไปว่ามีรายใดบ้างที่มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น เพิ่มจากอะไรตามที่เราตรวจ ส่วนจะต้องเสียภาษีหรือไม่เป็นหน้าที่สรรพากรต้องเอาข้อมูลป.ป.ช.ไปพิจารณา

“บิ๊กป๊อก”แจงส่งบัญชีป.ป.ช.ครบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/266325

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย, บิ๊ก, ป๊อก, แจง, ส่ง, บัญชี, ปปช, ครบ

“บิ๊กป๊อก”แจงส่งบัญชีป.ป.ช.ครบรับควักเป๋าจ่ายภาษีตลอดชีวิตราชการยันเกษียณ

         20 มี.ค. —  พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีฝ่ายการเมืองออกมาเรียกร้องให้ตรวจสอบภาษีของคณะรัฐมนตรี (ครม.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และข้าราชการระดับสูงว่า  ต้องตรวจสอบทั้งหมดตามกฎหมาย ไม่ว่าใคร ไม่ต้องเรียกร้องก็ต้องตรวจสอบ ใครมีหน้าที่ก็ต้องดำเนินการ ไม่ว่าใครทั้งสิ้นก็ต้องเสียภาษีทั้งหมด

“เราก็เสียภาษีกันหมดทุกอย่างแล้ว ถ้ามีอะไรต้องเสียก็ต้องเสียอีก ส่วนบัญชีของผมก็เปิดหมดแล้ว น่าจะลงเว็บไซต์ของป.ป.ช. หมดแล้ว ผมมีหน้าที่เสียภาษีเสียมาตลอดตอนเป็นข้าราชการ จนบัดนี้เกษียณแล้วก็ยังต้องเสีย” รมว.มหาดไทย กล่าว

สตง. แจงไม่ได้เจาะจงเก็บภาษีนักการเมือง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/266299

คมชัดลึก, ไม่เจาะจง, ภาษีนักการเมือง, พิสิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส, สตง, แจง, ไม่ได้, เจาะจง, เก็บภาษี, นักการเมือง, พิสิษฐ์

“พิสิษฐ์” ระบุ ไม่ได้กล่าวหานักการเมืองโกงภาษี แต่อาจจะลืมยื่นหรือเสียไม่ครบ ส่วน คสช. ให้รอไปก่อนเพราะตอนนี้มีแค่ขณะดำรงตำแหน่ง ยังไม่ได้ตอนออก

นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการแจ้งให้กรมสรรพากรเรียกเก็บภาษีจากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในช่วงรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กว่า 60 คนว่า สตง.ได้ตรวจทุกภาษี โดยไม่ได้เจาะจงไปที่คนใดคนหนึ่ง ตนไม่ได้กล่าวหาว่านักการเมืองโกงภาษีแต่อย่างใด แต่อาจจะเกิดเหตุที่นักการเมืองลืมยื่นแบบรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ลืมเสียภาษีหรือเสียภาษีไม่ครบ ดังนั้นตนก็เรียกร้องให้นักการเมืองที่รู้ตัว ขอให้ไปยื่นเอกสารแล้วจะไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม ส่วนกรณีการตรวจสอบผู้ที่ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในรัฐบาลคสช.นั้น ขณะนี้เขายังดำรงตำแหน่งอยู่  ถ้าหากไปตรวจสอบเขาก็จะได้แค่ข้อมูลทรัพย์สินก่อนเข้าดำรงตำแหน่งเท่านั้น จะไม่ได้ข้อมูลหลังจากออกจากตำแหน่ง

เมื่อถามถึงกรณีที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย เรียกร้องให้กรมสรรพากรตรวจสอบ พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมที่ได้แจ้งว่ามีทรัพย์สินอื่นเป็นเช็ค 1 ล้านบาทว่าเป็นเงินได้พึงประเมินหรือไม่นั้น ที่ตนตรวจสอบมายังไม่มีประเด็นนี้ แต่เป็นหน้าที่กรมสรรพากรที่จะต้องตรวจสอบต่อไป ส่วน สตง.ก็จะติดตามไปตามปกติ เพราะถ้า สตง.ไปตรวจทั้งหมด ทุกคนที่เสียภาษีก็จะไม่ได้อะไรเลย แต่ สตง.จะต้องสุ่มตรวจข้อมูลที่มีประโยชน์ อาทิผู้ที่มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นภายหลังจากออกจากตำแหน่งเป็นจำนวนมาก

สปท. ได้ฤกษ์ประชุมแล้ว หลังงดมา 1 เดือนเต็ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/266268

คมชัดลึก, 1เดือนเต็ม, ติดต่อกัน, งด, สปท., ได้ฤกษ์, ประชุม, แล้ว, หลัง, เดือนเต็ม, สปท, ได้ฤกษ์ประชุมแล้ว, หลังงดมา

สปท. นัดประชุมครั้งแรกแล้วในรอบ 1 เดือน หลังงดรวดเดียว 8 ครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการที่สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปแห่งประเทศไทย (สปท.) ได้งดประชุมอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 21 ก.พ. 2560  มาถึงขณะนี้ได้มีหนังสือนัดประชุม แล้วในวันอังคารที่ 21 มี.ค. 2560  ซึ่งถือว่าเป็นการงดประชุมยาวนานถึง 1 เดือนเต็ม  โดยหากนับเป็นครั้งก็ถือเป็นการงดประชุมถึง 8 ครั้งติดต่อกันคือ วันที่  21 ก.พ.  , 27-28 ก.พ.  ,6-7 มี.ค., 13-14 มี.ค. และ 20 มี.ค.   โดยให้เหตุผลว่าเพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่กรรมาธิการได้อย่างเต็มที่

โดย มีวาระที่ระบุเอาไว้คือ  พิจารณาแนวทางการดำเนินงานขับเคลื่อนวาระการปฏิรูปที่สำคัญและเร่งด่วน (27 วาระ) ในปี 2560 กลุ่ม “เครื่องมือพัฒนาฐานราก” จำนวน 3วาระ 1. การเงินฐานราก 2. วิสาหกิจเพื่อสังคม และ 3.ธนาคารที่ดิน

“ประวิตร”คาดปรองดองเสร็จมิถุนายน!!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/266269

พล.อ.ประวิตร  วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, ประวิตร, คาด, ปรองดอง, เสร็จ, มิถุนายน, บิ๊กป้อม

“บิ๊กป้อม”เผยคาดทำปรองดองเสร็จ มิถุนายน  ย้ำยึดตามโรดแมป หลัง กปปส.เสนอ ปฏิรูปให้เสร็จก่อนเลือกตั้ง

        20 มี.ค. — พล.อ.ประวิตร  วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเตรียมการสร้างความสามัคคีปรองดองว่า เป็นการประชุมเพื่อทราบละเอียดทั้งหมด ซึ่งทั้งหมดมีความก้าวหน้าไปด้วยดี ขณะเดียวกันทางคณะอนุกรรมการบูรณาการ ข้อคิดเห็นและเสนอแนะ ซึ่งมี พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัต ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) เป็นประธาน ชุดที่ 2 และคณะอนุกรรมการจัดทำข้อเสนอกระบวนการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง มีพล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ชุดที่3 ได้เตรียมงานวางแผนล่วงหน้าแล้ว ซึ่งรายละเอียดเป็นอย่างไร ทางพล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการด้านประชาสัมพันธ์ จะเป็นคนชี้แจงต่อไป ทั้งนี้ตนคิดว่าการประชาสัมพันธ์มีความสำคัญมาก เพราะจะทำให้ประชาชนรับทราบ รับรู้ว่าคณะกรรมการของเราได้ดำเนินการถึงไหนแล้ว อย่างไรก็ตามทุกคนในคณะทำงานก็เห็นด้วยทั้งหมดว่าเราเดินมาถูกทางในการสร้างความปรองดอง

พล.อ.ประวิตร กล่าวต่อว่า การประชุมครั้งนี้ตนไม่ได้สั่งการอะไรเป็นพิเศษ มีแต่คณะที่ปรึกษาให้คำแนะนำว่าให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ให้มากที่สุด ก็จะได้รับรู้ข้อมูลครอบคลุมทั้งประเทศ ซึ่งประชาชนทุกคนต้องรู้ว่าการทำสัญญาประชาคม ทุกคนต้องรับรู้ว่าต่อไปประเทศจะเดินไปอย่างไร ทำนองเดียวกันการสร้างความปรองดองจะยึดประชาชนเป็นหลัก ในการดำเนินการทั้งหมด ว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนอยู่ได้ และอยู่ร่วมกันอย่างสันติในอนาคต  อย่างไรก็ตามเวลานี้เราได้รับฟังคิดเห็นประชาชนในพื้นที่ต่างๆทุกสาขาอาชีพ ทั้งในหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ และจังหวัด ขณะนี้ทางกระทรวงมหาดไทยได้รับฟังไปแล้วกว่า 20,000 คน

เมื่อถามว่า ข้อเสนอกลุ่ม กปปส. เรียกร้องปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง จะนำมาพิจารณา หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน ต้องให้คณะอนุกรรมการชุด2 รวบรวมข้อมูล ก็ต้องว่าไป ซึ่งเรา รับฟังความคิดเห็นทุกฝ่ายอยู่แล้ว เรามีโรดแมปอยู่แล้ว ก็ต้องยึดตามนั้น ไม่มีใครมาเปลี่ยนแปลงโรดแมปได้ ถ้ามีความจำเป็นอย่างไรที่จะเลื่อนโรดแมปก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

เมื่อถามถึงสัญญาประชาคม มีความชัดเจนว่าจะเป็นรูปแบบใด พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่ หากได้รายละเอียดทั้งหมดแล้วจะชี้แจงอีกครั้ง ขณะนี้เรายังอยู่แค่ต้นทาง ยังไม่ถึงปลายทาง ไม่ต้องรีบ เพราะเรามีกำหนดไว้ในเดือนมิถุนายนจะต้องทำให้เสร็จ จากนั้นก็จะเน้นการประชาสัมพันธ์ ที่มีกรอบการชี้แจงเป็นระยะอยู่แล้ว ไม่ใช่ตนเป็นตอบคนตอบเพียงคนเดียว อย่างไรก็ตามขอย้ำว่าต้องให้ประชาชนรับรู้ และมีส่วนร่วมในการสร้างความปรองดอง

“สุวิทย์” เผยวงมินิคาบิเนต คุยเรื่องสินค้าเกษตร 5 ชนิด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/266260

สินค้าเกษตร, ปยป, คมชัดลึก, สุวิทย์, ยวง, มินิ, เนต, คุย, เรื่อง, สินค้า, เกษตร, ชนิด, เผยวงมินิคาบิเนต, คุยเรื่องสินค้าเกษตร

“สุวิทย์” เผยวงมินิคาบิเนต คุยเรื่องยุทธศาสตร์สินค้าเกษตร จ่อคุยเครือข่ายธุรกิจ เสนอแนะความเห็นปฏิรูป 21 มี.ค.นี้

          20 มี.ค. 60 – นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูป ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินเชิงยุทธศาสตร์ (มินิคาบิเนต) ครั้งที่ 4/2560 ว่า วันนี้เป็นการคุยเรื่องยุทธศาสตร์ของ 5 สินค้าเกษตรสำคัญ คือ ข้าว ข้าวโพด มัน ปาล์ม และยาง รวมถึงเรื่องการจัดลำดับความยากง่ายในการทำธุรกิจด้วย

นอกจากนี้ นายสุวิทย์ กล่าวถึงกรณีคนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาช่วยในปยป.ว่า วันนี้เราได้คุยกับกลุ่มนักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ที่เป็นลูกหลานของสภาอุตสาหกรรมและสภาหอการค้าไทยไปแล้ว ซึ่งเขาจะรวบรวมความคิดเห็นในการร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทย และในวันที่ 21 มี.ค. นี้จะพูดคุยกับตัวแทนกลุ่มเครือข่ายธุรกิจบิสคลับ ซึ่งเป็นกลุ่มที่รวมตัวกันของธุรกิจการค้าที่มีอยู่ประมาณ 8,000 คน โดยให้เขาไปทำการบ้านมาว่าจะมีบทบาทในการช่วยขับเคลื่อนและวางแผนอนาคตของประเทศไทยอย่างไร รวมถึงการมีบทบาทร่วมในการขับเคลื่อนการปฏิรูปและยุทธศาสตร์ชาติด้วย และเมื่อมีโอกาสเราจะนำกลุ่มเหล่านี้เข้าพบกับนายกฯ ทั้งนี้จะมีการพูดคุยกับกลุ่มข้าราชการที่เป็นผู้นำท้องถิ่นด้วย.

ร่างประชาสังคมเสร็จมิ.ย.นี้ !!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/266255

ร้าง, ปรองดอง, ประวิตร วงษ์สุวรรณ, กลาโหม, ร่าง, ประชา, สังคม, เสร็จ, มิย, นี้

โฆษกปรองดองคาดร่างประชาสังคมเสด็ดน้ำมิ.ย.นี้เตรียมจัดเวที ถกกลุ่มย่อยทั้งระดับกลางและภูมิภาค เม.ย. เพื่อได้ข้อคิดเห็นฉบับสมบูรณ์  วอนอย่าโยงการบังคับใช้กม.

        20 มี.ค — พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองเชิญ 4 คณะอนุกรรมการ และผู้ทรงคุณวุฒิ ประชุมสรุปผลคืบหน้าในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา โดยคณะอนุกรรมการประกอบด้วย 1.อนุกรรมการรับฟังความคิดเห็น เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง  ที่มี พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม นั่งเป็นประธานอนุกรรมการ 2.คณะอนุกรรมการพิจารณาบูรณาการ ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ที่มี พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด นั่งเป็นประธานอนุกรรมการ 3.คณะอนุกรรมการจัดทำข้อเสนอกระบวนการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ที่มี พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก นั่วเป็นประธานอนุกรรมการ และ 4.คณะอนุกรรมการด้านการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ที่มี พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม นั่งเป็นประธานคณะอนุกรรมการ

หลังจากนั้น พล.ต.คงชีพ แถลงข่าวว่า พล.อ.ประวิตร ได้เน้นย้ำกับ คณะกรรมการทั้ง 4 คณะ ว่ากระบวนการสร้างความปรองดองเป็นของประชาชน ที่ประชาชนส่วนใหญ่จะต้องได้รับประโยชน์ และทำให้ปัญหาความขัดแย้งหมดไปและอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ทั้งนี้งานปรองดองเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปเพื่อสร้างความสามัคคีและวางรากฐานของประเทศในภาพรวม ขอให้ดำเนินการด้วยความรอบคอบ เนื่องจากการสร้างความปรองดองเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและพิจารณาทุกประเด็นเน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนและปฏิบัติอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง กับทุกพรรคการเมืองและกลุ่มการเมือง รวมถึงทุกภาคส่วน

พล.ต.คงชีพ กล่าวว่า การดำเนินการในขณะนี้อยู่ในช่วงของการรับฟังความคิดเห็นจากพรรคการเมือง กลุ่มการเมืองต่าง ๆ และภาคประชาคม ทั้งในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค ซึ่งคณะกรรมการฯ ได้มีหนังสือเชิญพรรคการเมืองทั้งหมด 70 พรรคการเมืองกับ 2 กลุ่มการเมืองและอีก 60 องค์กรภาคประชาชน โดยมีพรรคการเมืองมาให้ข้อคิดเห็นแล้ว 53 พรรคการเมือง และ 2 กลุ่มการเมือง และมี 13 พรรคการเมืองติดต่อไม่ได้ โดยให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ประสานให้ นอกจากนี้มี 4 พรรคการเมืองยังไม่พร้อม และมี 7 พรรคการเมือง ส่งเอกสารกลับมา

พล.ต.คงชีพ กล่าวว่า ส่วนการรับฟังความคิดเห็นในพื้นที่มี กอ.รมน.ภาค เป็นเจ้าภาพ ร่วมดำเนินการตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคมและขณะนี้อยู่ในระหว่างการรับฟังความคิดเห็นซึ่งจะครบทั้ง 76 จังหวัดในวันที่ 23 มีนาคมนี้ โดยมีผู้มาให้ความคิดเห็นแล้วจำนวน 20,000 กว่าราย โดยข้อมูลทั้งหมดเป็นปัญหาเรื่องโครงสร้างของประเทศปัญหาความเหลื่อมล้ำรวมถึงปัญหาในแต่ละพื้นที่ที่อยากให้รัฐบาลช่วยแก้ไขเช่นการ บริการของภาครัฐ การเข้าถึงระบบสาธารณสุข

ส่วนการรวบรวมบูรณาการข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะของคณะอนุกรรมการชุดที่ 2 ได้จัดเจ้าหน้าที่เข้าร่วมรับฟัง ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ซึ่งเน้นในการรวบรวมข้อมูลและข้อคิดเห็นให้เป็นมาตรฐานโดยเน้นข้อมูลที่เชื่อถือได้ในเชิงวิชาการเพื่อจัดทำความคิดเห็นร่วม เพื่อจัดทำสัญญาประชาคมความเห็นร่วมเพื่อสร้าง ความสามัคคีปรองดอง

พล.ต.คงชีพ กล่าว การรับฟังความคิดเห็นในส่วนกลางจะเสร็จสิ้นในวันที่ 5 เมษายนนี้ และการบูรณาการข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่รวบรวมได้อย่างเป็นระบบ โดยทำส่วนกลางและส่วนภูมิภาคมาสรุปประเด็นความเห็นร่วม เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองและหลังจากนั้น จะมีการจัดประชุมกลุ่มย่อยเพื่อทำการปรับปรุง สรุปประเด็นความเห็นร่วมให้สมบูรณ์ที่สุดและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายโดยการประชุมกลุ่มย่อยจะดำเนินการในช่วงเดือนเมษายนนี้ในส่วนกลางจะดำเนินการ 1 ครั้ง ในวันที่ 19 เมษายน ระดับพื้นที่ 4 ครั้ง คือวันที่ 20-30 เมษายน และในเดือนมิถุนายน จะดำเนินการให้เสร็จสิ้น และจะได้เห็นร่างสัญญาประชาคม

“ร่างสัญญาประชาคมนี้มาจากการจัดทำข้อพิจารณาข้อคิดเห็นร่วม และออกเผยแพร่เวทีสาธารณะ เพื่อรับฟังความคิดเห็นประชาชนครั้งสุดท้าย เพื่อปรับปรุงเป็นร่างสัญญาประชาคมที่มองถึงประโยชน์ ของประชาชนส่วนใหญ่เพื่อกำหนดอนาคตการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขและขับเคลื่อนพัฒนาประเทศต่อไป” พล.ต.คงชีพ กล่าว

พล.ต.คงชีพ กล่าวว่า บรรยากาศการปรองดองเป็นเรื่องที่สำคัญมากซึ่งในที่ประชุมก็ได้กล่าวเน้นย้ำเช่นกันจึงอยากให้ช่วยกันรักษาบรรยากาศความปรองดองเนื่องจากการปรองดองเป็นของประชาชน และประชาชนจะได้รับประโยชน์ต่อการปรองดองครั้งนี้ และอย่าไปเชื่อมโยงการบังคับใช้กฎหมายกับคนกลุ่มย่อยเข้ามาเกี่ยวข้องกับกระบวนการสร้างความปรองดอง จะทำให้เสียบรรยากาศ ทั้งนี้ยืนยันว่าการบังคับใช้กฎหมายมีความจำเป็นจะต้องดำเนินการอย่างทั่วถึงเป็นธรรมกับ ทุกกลุ่ม ทุกฝ่าย คนไทยอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ดังนั้นใครที่ทำผิดกฎหมายรัฐจะต้องเข้าไปดำเนินการกับทุกกลุ่มทุกฝ่ายเท่าเทียมกัน

ประสาน ลาว ส่งตัวโกตี๋

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/266236

คมชัดลึก, จัดฉาก, ลำลูกกา, อาวุธ, จับ, ประสาน, ลาว, ส่งตัว, ตี๋, ส่งตัวโกตี๋, บิ๊กป้อม, โกตี๋

“บิ๊กป้อม” ประกาศ ต้องการตัว “โกตี๋” พร้อมประสานทางการลาวส่งตัว ยันจับอาวุธย่านลำลูกกาไม่ใช่จัดฉาก แจงติดตามมานานแล้ว

          20 มี.ค. 60 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเจ้าหน้าที่บุกเข้าตรวจค้นบ้านพักของเครือข่ายนายวุฒิพงษ์ กชธรรมคุณ (โกตี๋) แกนนำเสื้อแดงปทุมธานี พบอาวุธสงครามและเกี่ยวข้องการลอบสังหารนายกรัฐมนตรีและตนว่า กรณีดังกล่าวเคยติดตามเข้าตรวจค้นมาแล้ว แต่มีการเคลื่อนย้ายอาวุธออกไป และตน ได้ให้ข่าวดำเนินการติดตามจนสามารถจับกุมได้ และก็ได้ติดตามมานานแล้วยืนยันว่าไม่ได้เป็นการจัดฉากอย่างที่นายโกตี๋ระบุ ซึ่งอยากให้นายโกตี๋เอาตัวเองให้รอดก่อน และก็เป็นโกตี๋อีกเหมือนกันที่ประกาศจะลอบทำร้ายนายกรัฐมนตรีและตน และก็มีคนออกมารับลูก ขณะนี้กำลังดำเนินการขอตัวโกตี๋ไปทางประเทศลาว ยอมรับว่าตนอยากได้ตัวโกตี๋ เพราะเขาทำให้เกิดความวุ่นวาย และอยากให้โกตี๋เห็นใจประเทศว่าขณะนี้ประเทศต้องการความสงบ

” ผมไม่หวั่นไหวต่อกรณีที่มีการลอบทำร้ายผม เพราะผมผ่านศึกสงครามมามากมาย อย่างไรก็ตามผมจะดำเนินการต่อไปจะไม่ให้หยุดอยู่แค่นี้ ผมจะติดตามต่อไปอีกส่วนจะมีผู้บงการใหญ่อยู่เบื้องหลังหรือไม่นั้น ไม่ทราบ ส่วนกรณีที่แกนนำนปช.ออกมาปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องนั้น ผมก็ยังไม่ได้กล่าวหาว่าใครและยืนยันว่าการดำเนินการดังกล่าวจะไม่กระทบต่อการสร้างความปรองดอง เพราะผมเอาประชาชนเป็นตัวตั้ง ไม่ใช่พรรคการเมือง” พล.อ.ประวิตร กล่าว.

เพิ่มหลักสูตรพลเมืองดีวิถีปชต.นักศึกษาวิชาทหาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/266234

NCES, นรด., กกต., จับมือ, วิถีปชต., นักศึกษา, วิชาทหาร, เยาวชน, คุณภาพ, เลือกตั้ง, คมชัดลึก, เพิ่ม, หลักสูตร, พลเมืองดี, วิถี, ปชต, นักศึกษาวิชาทหาร

กกต.-นรด. จับมือ เพิ่มหลักสูตรพลเมืองดีวิถีปชต.นักศึกษาวิชาทหาร หวังสร้างเยาวชนคุณภาพ ผบ.นรด.ยันพร้อมร่วมเผยแพร่ความรู้ก่อนเลือกตั้ง

          20 มี.ค.60 – เมื่อเวลา 09.00 น. นายประวิช รัตนเพียร กรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) พร้อมด้วยพล.ท.วีรชัย อินทุโศภน ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน(นรด.) ร่วมเป็นประธานพิธีเปิดการประชุมชี้แจงแนวทางการให้ความรู้หลักสูตรพลเมืองดีวิถีประชาธิปไตยให้กับนักศึกษาวิชาทหารอย่างเป็นรูปธรรมในปีการศึกษา 2560 ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ พร้อมกันนั้นยังได้มอบโล่ขอบคุณเพื่อแสดงว่า นรด.ร่วมมือในการสร้างพลเมืองดีวิถีประชาธิปไตยด้วย

โดยนายประวิช กล่าวว่า สำนักงานกกต. จัดประชุมครั้งนี้ เพื่อชี้แจงแนวทาง และกระบวนการเรียนรู้หลักสูตรพลเมืองดีวิถีประชาธิปไตยที่จะนำไปใช้ในการเรียนรู้ของนักศึกษาวิชาทหาร ซึ่งที่ผ่านมา กกต.ได้รับความร่วมมืออย่างดีจาก นรด.ในการส่งเสริมการเรียนรู้หลักสูตรพลเมืองดีวิถีประชาธิปไตยแก่นักศึกษาประมาณ 3 แสนคน ทั่วประเทศ เพื่อให้เป็นเยาวชนที่มีคุณภาพ นำไปสู่การเป็นพลเมืองคุณภาพในอนาคต ทั้งนี้หลักสูตรดังกล่าวจะแบ่งออกเป็น 5 ชั้นปี โดยชั้นปีที่ 1 เรียนรู้ในเรื่อง ชีวิตกับการเมืองชั้นปีที่ 2 เรียนรู้เรื่อง รัฐธรรมนูญสำคัญอย่างไรชั้นปีที่ 3 เรียนรู้เรื่อง พลเมืองดีวิถีประชาธิปไตยชั้นปีที่ 4 เรียนรู้เรื่อง ต้นไม้ประชาธิปไตยและชั้นปีที่ 5 เรียนรู้เรื่อง กลไกการตรวจสอบเพื่อความโปร่งใสโดยหลักสูตรดังกล่าวมีการปรับให้เหมาะสม และเป็นไปตามหลักพลเมืองที่ดีวิถีประชาธิปไตย ทั้งเรื่องการวางตัวเป็นกลาง การเคารพกฎหมาย การรู้จักสิทธิและหน้าที่ของตน การไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น เป็นต้น

“ผมมีความรู้สึกภาคภูมิใจและปิติที่ทั้ง 2 หน่วยงานร่วมกันทำในเรื่องที่เป็นประโยชน์ และสำคัญอีกครั้งหนึ่ง และยังรู้สึกขอบคุณที่ นรด.ให้ความร่วมมือทำให้การปลูกฝังการเรียนรู้พลเมืองดีวิถีประชาธิปไตยอย่างจริงจังกับนักศึกษาวิชาทหาร โดยหลังจากนี้ กกต.จะมีการจัดอบรม วิทยากรกระบวนการให้กับผู้บังคับศูนย์การฝึกนักศึกษาวิชาทหาร ผู้บังคับหน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหาร ผู้บังคับศูนย์ฝึกย่อยส่วนกลางเพื่อนำไปอบรมนักศึกษาวิชาทหารต่อไป” นายประวิช กล่าว

ด้าน พล.ท.วีรชัย กล่าวว่า นรด. มีหน้าที่ฝึกนักศึกษาวิชาทหารเพื่อให้เป็นกำลังพลสำรองของประเทศ โดยแต่ละปีจะมีประมาณ 3 แสนคนเข้าร่วมฝึก ซึ่งจะจบการฝึกประมาณ 1 แสนคน และในจำนวนนี้จะมีบางส่วนที่เป็นกำลังพลสำรอง ละบางส่วนที่ออกไปประกอบอาชีพอย่างอื่น จึงมีวัตถุประสงค์ว่านอกจากจะฝึกกำลังพลสำรองแล้ว เราต้องสร้างเยาวชนที่มีคุณภาพให้เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพในอนาคต ซึ่งมีการปรับให้มีการเรียนรู้และทำกิจกรรมอื่นๆถึง 40 เปอร์เซ็นต์ และเวลาฝึก 60 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งนอกจากการเรียนรู้ในหลักสูตรพลเมืองดีวิถีประชาธิปไตยแล้วยังมีการสนับสนุนให้นักศึกษาวิชาทหารร่วมทำกิจกรรมเผยแพร่ความรู้และความเข้าใจ ก่อนที่จะมีการจัดเลือกตั้งอีกด้วย.

4 นายพลตำรวจ ทุจริตซื้อมอเตอร์ไซค์ 1.9 หมื่นคัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/266229

ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด 4 นายพลตำรวจ ทุจริตซื้อมอเตอร์ไซค์ 1.9 หมื่นคัน พร้อมส่งอัยการสูงสุดดำเนินคดีอาญา “วัชรพล” ระบุ เกษียณแล้วแต่ลงโทษได้

รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แจ้งว่า พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานป.ป.ช. ได้ลงนามในหนังสือเพื่อส่งไปยังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เพื่อขอให้พิจารณาโทษทางวินัยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน 4 คน หลังคณะกรรมการป.ป.ช.มีมติเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 เสียงชี้มูลความผิดพล.ต.ท.ประชิน วารี รองจเรตำรวจ (สบ.9) กับพวกรวม 13 คนว่า ร่วมกันทุจริตในการจัดซื้อรถจักรยานยนต์สายตรวจ รุ่นไทเกอร์ พร้อมอุปกรณ์ (ทดแทน)  จำนวน19,147 คัน ตามฐานความผิดทุจริตต่อหน้าที่ และกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ และกระทำความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542(พ.ร.บ.ฮั้ว)

โดยคณะกรรมการป.ป.ช.มีความเห็นว่า การกระทำของพล.ต.ท.ประชิน พล.ต.ต.สมพงษ์ น้าเจริญ และพล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ มีความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ของทางราชการ มติครม. จรรยาบรรณของตำรวจ และนโยบายของรัฐบาล อันเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อราชการอย่างร้ายแรง รวมทั้งฐานความผิดประมาทเลินเล่อในราชการ เป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรงตามพ.ร.บ.ตำรวจ พ.ศ.2547

นอกจากนี้ จากการไต่สวนยังพบว่า พล.ต.ต.สัจจะ คชหิรัญ มีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ เพื่อให้ตนเองและผู้อื่นได้รับประโยชน์ที่มิควรได้ ตามพ.ร.บ.ตำรวจ พ.ศ.2547 และมีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และฐานเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐ กระทำความผิดตามพ.ร.บ.ฮั้ว หรือการกระทำใดๆ โดยมุ่งมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐตามพ.ร.บ.ฮั้ว

ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช. จึงขอให้ผู้บังคับบัญชาหรือมีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนได้พิจารณาลงโทษภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่ได้รับเรื่องจากป.ป.ช. รวมทั้งส่งสำเนาการลงโทษกลับมาให้ป.ป.ช.ภายใน 50 วันนับตั้งแต่วันที่ออกคำสั่ง ส่วนความผิดทางอาญาให้ส่งเรื่องไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินการแก่บุคคลดังกล่าว

ด้านพล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า คณะกรรมการป.ป.ช.ได้มีมติชี้มูลเรื่องดังกล่าวแล้วเมื่อช่วงที่ผ่านมา และส่งเรื่องไปต้นสังกัดคือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) แล้วเพื่อให้ดำเนินการทางวินัย และส่งเรื่องไปยังอัยการสูงสุดเพื่อให้ดำเนินคดีอาญา โดยผู้กระทำความผิดทั้งหมดอยู่ในคณะกรรมการจัดซื้อและคณะกรรมการประกวดราคา ปัจจุบันเกษียณอายุราชการไปแล้ว แต่สามารถดำเนินการทางวินัยได้ ซึ่งหากผิดวินัยร้ายแรงมีโทษถึงขั้นไล่ออก ปลดออก แล้วแต่รายละเอียดของแต่ละคน เป็นหน้าที่ของสตช.ที่จะพิจารณา

นายปรีชา เลิศกมลมาศ กรรมการป.ป.ช. กล่าวว่า การที่คณะกรรมการป.ป.ช.ได้พิจารณาเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่งทั้งที่ได้ชี้มูลความผิดไปแล้วเมื่อปี 2557 เนื่องจากมีผู้ถูกกล่าวหา 2 – 3 ราย ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยื่นร้องขอความเป็นธรรมต่อคณะกรรมการป.ป.ช.เข้ามา ดังนั้น จึงไปพิจารณาอีกครั้งในประเด็นของความเสียหายที่เกิดขึ้นในคดี แต่เมื่อไต่สวนแล้วนำกลับมาให้คณะกรรมการป.ป.ช.พิจารณาอีกครั้ง ก็ยังมีมติยืนคำชี้มูลความผิดตามมติเดิม จึงได้ส่งเรื่องไปที่สตช. เพื่อให้ดำเนินการทางวินัยและอาญา