“ไทย-ฟิลิปปินส์”เตรียมเอ็มโอยู 3 ฉบับ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/266227

“บิ๊กตู่”เปิดทำเนียบฯเตรียมต้อนรับ ดูแตร์เต พร้อมเป็นสักขีพยานบันทึกความเข้าใจ 3 ฉบับ ด้านเทคโนโลยี การท่องเที่ยว ปศุสัตว์

         20 มี.ค. —  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) มีกำหนดการต้อนรับ นายโรดรีโก โรอา ดูแตร์เต ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ด้วยพิธีตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ ที่เดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาลระหว่างวันที่ 20 –22 มีนาคม 2560  เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ในรอบด้านระหว่างไทยกับฟิลิปปินส์ และเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระดับผู้นำในรัฐบาลชุดใหม่ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีดูแตร์เต ที่เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนมิถุนายน 2559  ทั้งนี้ ทั้ง 2 ฝ่ายจะได้มีการหารือถึงแนวทางส่งเสริมความร่วมมือในสาขาที่มีศักยภาพและเป็นผลประโยชน์ร่วมกัน ทั้งด้านการค้าและการลงทุน การท่องเที่ยว การเกษตร พลังงาน ความร่วมมือทางการศึกษาและวิชาการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์และนายดูแตร์เต จะร่วมกันเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ 3 ฉบับ ประกอบด้วย 1. ความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ว่าด้วยความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 2. การดำเนินงานตามโครงการความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว ปี 2017 – 2022 ระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวแห่งสาธารณรัฐฟิลิปปินส์และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาแห่งราชอาณาจักรไทย 3. ข้อปฏิบัติว่าด้วยความร่วมมือในสาขาเฉพาะระหว่างศูนย์กระบือนม ประเทศฟิลิปปินส์ และกรมปศุสัตว์  เกี่ยวกับการเลี้ยงกระบือปลักและกระบือนม

กกต.ผนึกหน่วยงานรัฐปราบโกงเลือกตั้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/266224

กกต.เสริมเขี้ยวเล็บงานสืบสวน เปิดอบรมไต่สวนรุ่น 2  ผนึกหน่วยงานรัฐ แลกเปลี่ยนข้อมูลประวัติ-ธุรกรรมการเงิน เชื่อปราบโกงได้

          20 มี.ค. — นายบุญส่ง น้อยโสภณ กรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ด้านสืบสวนสอบสวน กล่าวภายหลังการเป็นประธานเปิดการอบรมหลักสูตรสืบสวนและไต่สวน รุ่นที่ 2 ว่า ในการเตรียมความพร้อม การป้องกันปราบปรามการทุจริตการเลือกตั้ง นอกจากการเตรียมบุคลากรโดยการจัดการศึกษาอบรมหลักสูตรสืบสวนและไต่สวนนี้แล้ว ยังได้เตรียมความพร้อม ด้านการข่าวและการสืบสวน โดยจัดเตรียมเครื่องมือ เครื่องใช้ที่จำเป็นในการเก็บรวบรวมข้อมูลด้านการข่าว เช่น คอมพิวเตอร์ กล้องบันทึกภาพและเสียง เป็นต้น นอกจากนี้ กกต.ยังได้แต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานและแลกเปลี่ยนข้อมูลกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานกกต. กับหน่วยงานของรัฐ เพื่อป้องกันและปราบปรามการทุจริตการเลือกตั้ง อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

“การเข้าร่วมโครงการนำร่องระบบเทคโนโลยีสารสนเทศกระบวนการยุติธรรมต้นแบบ (Data Exchange Center หรือ DXC) กับสำนักงานกิจการยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม ร่วมกับกรมการปกครอง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมการขนส่งทางบก กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กรมบังคับคดี สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ นั้น เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลทะเบียนราษฎร์ ถิ่นที่อยู่และความสัมพันธ์ของบุคคล ข้อมูลประวัติบุคคล ข้อมูลการกระทำผิดกฎหมาย การเคลื่อนไหวทางการเมือง ข้อมูลรถยนต์ ข้อมูลธุรกรรมทางการเงินของตัวแทนหัวคะแนนของผู้กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง รวมทั้งความร่วมมือในการคุ้มครองพยานด้วย “นายบุญส่ง กล่าว

“สุภิญญา” ยอมรับเหมือนคนอกหัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/266212

กสทช., ทวิตเตอร์, โพสต์, สุภิญญา, ยอมรับ, เหมือน, อกหัก, ยอมรับเหมือนคนอกหัก

“สุภิญญา” ทวิตเข้าใจสถานการณ์หลังศาลตัดสิน ยอมรับเหมือนคนอกหัก ทำใจยุติปฏิบัติหน้าที่ กสทช. ขอ สนง.กสทช. สบายใจได้ ยกกรณีตัวเองเป็นบรรทัดฐาน ขัดคุณสมบัติ

          20 มี.ค. 60 – ภายหลังศาลฎีกาพิพากษาคดี องค์กรปชช.บุกสภา เมื่อปี 2550 โดยศาลฎีกา ได้พิพากษากลับจากยกฟ้อง เป็นให้รอการกำหนดโทษ นั้น น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กสทช. ได้โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า “พรุ่งนี้เช้ามีประชุมบอร์ด กสท.ตามปรกติ แต่คืนนี้ดิฉันไม่ต้องเตรียมประชุมแล้ว เล่าไม่ได้ ไม่มีตัวเล่มวาระและหน้าที่ รอติดตามข่าวเหมือนคนอื่น เป็นครั้งแรกใน 5 ปีกว่า ที่ไม่ได้รับตัวเล่มวาระประชุม กสท.พรุ่งนี้ คิดถึงมุมนี้น้ำตาเกือบไหล จะเศร้าก็ moment นี้ เหมือนหลังอกหักใหม่ๆ LoL คืนนี้ก็มานั่งคิดว่าพรุ่งนี้เค้ามีประชุม กสท. วาระอะไรกันบ้าง ไม่ได้อยู่ในบรรยากาศอีกต่อไป เล่าเหมือนเดิมไม่ได้อีก ไม่ต้องทำบันทึกสงวนแล้ว พรุ่งนี้จะรอท่านรองเลขาธิการ กสทช. @PakdeeManaves แถลงผลการประชุมบอร์ด กสท.แทน ขอให้ผลออกมาดีๆนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ 🙂

มีคนถามว่าตอนนี้รู้สึกอย่างไร ตอบว่าก็แบบคน heart-broken แต่แนวไม่ฟูมฟาย เพราะเข้าใจสถานการณ์ว่าทำไมเราถึงต้องแยกทางกัน ถึงเวลาของมัน รอทำใจ มุมหนึ่งก็รู้สึกโล่ง อิสระ จากความรับผิดชอบในหน้าที่  care-free หลังเครียดสะสม ไม่ต้องกังวลว่าพรุ่งนี้ผลการประชุมจะออกมาอย่างไรอีกแล้ว ส่วนตัวรู้แล้วว่าเรื่องนี้จบตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม แต่ก็ต้องรอการทำทุกอย่างให้ official เป็นทางการ จะได้ move on รวมถึงทีมงานทุกคนด้วย ส่วนตัวคิดว่า เรื่องนี้ตีความง่าย เป็นเรื่อง กสทช.ตัดสินใจได้เลยว่าขัดคุณสมบัติ มาตรา7(7) เพราะชัดอยู่แล้ว รอเป็นทางการ ทุกฝ่ายจะได้ move on

ถ้าสมมติเป็นเคสของคนอื่น ส่วนตัวก็คงจะตีความว่าขัดคุณสมบัติ มาตรา7(7) เช่นกัน แต่จริงๆแค่ฝ่ายกฎหมาย สนง.วิเคราะห์มาแล้วบอร์ดก็รับทราบ คือจบ ถ้าบอร์ด กสทช.จะไม่พิจารณาอะไรเลยก็ได้ ปล่อยไปแบบนี้ ก็ถือว่าก็จบแล้วเช่นกัน แต่อาจแบบห้วนไปหน่อย ถ้ามีมติรับทราบการขัดคุณสมบัติ ก็ดีสุด เพราะเรื่องนี้ไม่ได้มีดิฉันคนเดียว แต่ส่งผลต่อทีมงานหน้าห้องและที่ปรึกษาพ้นสภาพตามด้วย จะได้ชัดเจนเป็นทางการมากขึ้น ตามเงื่อนไขสัญญาจ้าง

รวมทั้งการทำให้ชัดเจนว่า ดิฉันขัดคุณสมบัติในตำแหน่งอนุกรรมการไปด้วย (ซึ่งอันนี้กำหนดโดย กสทช.เอง) เนื่องจากล้อกับคุณสมบัติกรรมการใน พรบ. นอกจากดิฉันจะดำรงตำแหน่ง กสทช.ไม่ได้ตาม กม.แล้ว  ก็ไม่สามารถดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการ ได้อีกด้วยเป็นต้น เพราะ สนง.กำหนดล้อตาม พรบ. ดังนั้นจึงจะส่งผลทำให้ตอนนี้ไม่มีประธานอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคฯตาม กม.ไปด้วยเช่นกัน ทำให้บอร์ด กสทช.ต้องตั้ง กสท.ที่เหลือ 3 ท่านเป็นแทน

ทราบว่าวันพุธนี้ทาง สนง.จะนำเรื่องคุณสมบัติดิฉันเข้าวาระประชุม จึงอยากเรียนว่าให้สบายใจในการตีความตามตัวบท เพราะดิฉันตีความตนเองไปแล้วว่าขัด ปรกติ ถ้าเรื่องคลุมเครือ บอร์ดอาจส่งให้คนอื่นตีความ เพราะอาจเกรงกระทบสิทธิ์จนโดนฟ้อง แต่เคสนี้ถ้าตีความว่าขัดคุณสมบัติ ก็ไม่มีใครฟ้องแน่

มีคนถามว่าแล้วทำไมไม่ลาออกเอง ตอบว่า ลาออกไม่ทันแล้ว เพราะสิ้นสภาพตั้งแต่ตอนที่ศาลอ่านคำพิพากษาจบ จากนี้คือกระบวนการภายในของ กสทช.เอง ยกเว้นว่ามีผลการตีความว่าไม่ขัด อันนั้นค่อยมาดูอีกทีว่าจะกลับมาทำงานต่อหรือ เขียนใบลาออกย้อนหลัง เพราะเราก็อาจอยาก move on แล้วเช่นกัน เปรียบเปรยคล้ายคนที่ต้องแยกทางกับคนที่เรารักมาก ช่วงแรกก็มีอาลัยอาวรณ์ แต่ถ้าเรายอมรับความจริงได้ เราก็จะทำใจ เข้าใจ และตัดใจได้ในที่สุด

เราทุ่มเทความรักให้กับงานมาโดยตลอด แต่เราก็ไม่ควรยึดติด ถือมั่น เมื่อถึงเวลาก็ต้องปล่อย ซึมเซา ใจหาย โหวงเหวงสักระยะ แล้วเวลาจะเยียวยาเอง ใน พรบ.กสทช. กรรมการเป็นแนวข้าราชการการเมือง การลาออกหรือพ้นตำแหน่งโดยเหตุอื่น ไม่มีผลต่อบำเหน็จ บำนาญ การรักษาพยาบาล เพราะไม่มีสิทธิ์นั้น

การต้องพ้นสภาพเพราะขัดคุณสมบัติหลังศาลตัดสินคดีเสรีภาพ อาจทำให้พ่อแม่เครียดเวลาต้องอธิบายเพื่อน แต่เราถือเป็น bio ประวัติการทำงานที่บันทึกไว้ ผ่านมา 5 วัน ทำใจได้เยอะขึ้นแล้ว ต่างจากวันแรกที่ตกใจและยังอาลัยอาวรณ์อยู่ แต่พอถึงจังหวะคืนนี้ ที่ปรกติต้องทวีตเล่าวาระประชุม เลยคิดถึงงาน การลงมติเพื่อตีความออกมาเป็นทางการ ข้อดีคือจะเป็นบรรทัดฐานต่อไปในอนาคต ไม่ต้องรอให้แต่ละคนตีความเอง เพราะอันนี้คงเป็นเคสแรกของ กสทช.

ระหว่างนี้ดิฉันก็ยังต้องเข้าไป สนง.เพื่อเก็บของต่อ ต้องทำเรื่องรายงานบัญชีทรัพย์สินส่ง ป.ป.ช.ภายใน 30 วัน และส่งอีกครั้งหลังจาก 1 ปีผ่านไป วันพุธนี้ หลังบอร์ด กสทช.ประชุมเรื่องคุณสมบัติของดิฉันจบ ก็จะปรับ bio ใน twitter เป็น former commissioner และเปลี่ยนรูป profile ใหม่ค่ะ

ได้เวลาเปลี่ยน bio ตาม กสทช.ผู้หญิงท่านหนึ่งของ FCC สหรัฐฯที่เราประทับใจ เมื่อต้นปีเธอก็พ้นตำแหน่งหลังเปลี่ยนประธานาธิบดีใหม่ อดีต กสทช.สหรัฐฯ หลังเธอพ้นตำแหน่ง นอกจากเขียน bio ว่าเป็นอดีตกรรมการแล้ว ยังเขียนต่อว่า Mom&wife น่ารักดี  ส่วนตัวเราจะขยายความอย่างไรดี ^^

ขอบคุณ mentions จากทุกท่านนะคะ ไว้รอใจโล่งๆนิด ขอมาตอบย้อนหลังค่ะ ช่วงนี้ยังอยู่ในโหมดทวีตความในใจฝ่ายเดียว พูดที่ไหนก็ไม่สบายใจเท่าที่นี่.”

ผู้ว่า สตง.แฉ!! รายนักการเมืองไม่สัมพันธ์กับเงินเพิ่ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/266197

ภาษีนักการเมือง, เพิ่มขึ้น, ที่, ทรัพย์สิน, รายได้, ภาษี, ตรวจ, ไม่สัมพันธ์, คมชัดลึก, ไม่เกี่ยวการเมือง, ผู้ว่า, สตงแฉ, ราย, นักการเมือง, ไม่, สัมพันธ์, กับ, เงิน, เพิ่ม, ผู้ว่าฯ สตง

“ผู้ว่าฯ สตง.” แจงตรวจสอบภาษีนักการเมือง ชี้ตรวจคนที่มีเพิ่มเกิน 5 ล้าน ยันไม่ใช่เรื่องการเมืองแต่ตรวจทุกคน ชี้เป็นหน้าที่สรรพากร ระบุหากไม่ทำผิด 157

    รายการกรองข่าวเช้านี้ ทางสถานีวิทยุ  FM 102  คลื่นคนทำงาน ได้สัมภาษณ์ นายพิสิษฐ์ ลีลาวิชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ถึงกรณีการเรียกเก็บภาษีจากนักการเมืองในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่า  สตง. มีหน้าที่ตรวจสอบการใช้จ่ายเงินและการจัดเก็บรายได้ของหน่วยงาน เราสุ่มตรวจหลายอาชีพ และนักการเมืองก็เป็นอาชีพที่ตรวจสอบได้ง่าย   โดยจังหวะที่มีการปฏิรูปบ้านเมือง มีนักการเมืองที่ว่างเว้นการปฏิบัติหน้าที่  เขาต้องแสดงทรัพย์สินทั้งตอนเข้ารับตำแหน่ง ออกจากตำแหน่ง และออกจากตำแหน่งครบ 1 ปี   เราดูแล้วว่ามีนักการเมืองกลุ่มหนึ่งควรให้ความสนใจ โดยเราคัดกรองมา 113 รายชื่อ และเมื่อตรวจสอบลึกแล้ว มีผู้ที่มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นตั้งแต่ 5 ล้านบาท ประมาณ 60 รายชื่อ  เราจึงแจ้งไปยังกรมสรรพากรตั้งแต่ปี 2558 และติดตามมาเรื่อยๆ  โดยยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติไม่ใช่เรื่องการเมืองใดๆทั้งสิ้น

นายพิสิษฐ์ กล่าวอีกว่า ใครที่มีรายได้เพิ่มขึ้น อยู่ในเกณฑ์ 5 ล้านบาทต้องตรวจสอบ แต่บางคนอาจจะเป็นเพิ่มเป็นร้อยล้าน พันล้าน แต่ไม่ใช่ทุกคน    โดยเราดูสามช่วงเวลา ตอนเข้าเป็นตัวตั้ง และพ้นกับพ้น 1 ปี เป็นตัวบอกว่ามีทมรัพย์สินเพิ่ม  ให้สบายใจได้ว่า เมื่อเราทำเรื่องไปที่สรรพากร  กรมสรรพากรแจ้งว่าสอบถามไปยัง   ป.ป.ช. ก็ได้รับคำตอบว่า คนเหล่านี้ไม่ได้ร่ำรวยผิดปกติ  แต่เราบอกรวยปกตินี่แหละ แต่ตรวจสอบว่าเสียภาษีครบไหม     ข้อมูลเราเรียกมาตรจสอบ  ส่วนใหญ่รายได้ไม่สัมพันธ์กับทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้น  เราไม่สรุปว่าหนีภาษี  หากตรวจแล้วเสียไม่ครบก็ปรับไป แต่ต้องเรียกให้ปรับตามอายุความ

นายพิสิษฐ์กล่าวว่า ทั้งนี้การเรียกเก็บภาษีมีอายุความ 5 ปี  เราสามารถตรวจสอบและย้อนหลัง  หากช้าไปก็จะช้าไปเรื่อยๆ  แล้วต้องมาใช้ปาฏิหาริย์อะไรอีก   เริ่มที่ 2558  เราต้องเร่งดำเนินการเพราะเราเห็นว่ารายได้ปี 2557-2556  เพิ่มขึ้น  เราไม่อยากให้ใช้ปาฏิหาริย์จึงต้องเร่งรัดไป  ที่ผ่านมาหน่วยงานจัดเก็บสงสัยมีงานเยอะ เรราเลยต้องเร่งรัดในช่วงนี้  ไม่เช่นนั้นก็จะเดือดร้อนต้องใช้อำนาจพิเศษ ขอให้ใช้อำนาจปกตินี่แหละแต่ต้องขยันหน่อย

“ไม่มีอะไรผิดปกติ  สรรพากรถามมาแล้ว รวยเป็นปกติแต่เมื่อแสดงแล้วทรัพย์เพิ่ม หนี้ลดลงมาจากไหนเราต้องสันนิษฐานมาว่ามีรายได้ แต่เมื่อมาดูกับแบบที่ยื่นมีการสียภาษีไม่สัมพันธ์กัน”นายพิสิษฐ์กล่าว

เมื่อถามว่าเรื่องนี้เอามาขู่หรือไม่  นายพิสิษฐ์กล่าวว่า ไม่ได้ขู่คนไทยมีหน้าที่ต้องเสียภาษี หากเสียภาษีไม่ครบก็ต้องทำให้ครบ หน่วยงานก็ต้องมีหน้าที่เร่งรัดจัดเก็บให้ครบ  เราไมได้ตรวจแค่อาชีพนักการเมืองมีเจ้าสัวห้างดังด้วย  สองปีที่ผ่าสนมาเราเร่งรัดให้จัดเก็บได้หมื่นกว่าล้าน

นายพิสิษฐ์กล่าวว่าหากไม่เดินหน้าต่อ หากครบกำหนด เราก็ทำหน้าที่แทนเขาไม่ได้  เราเป็นหน่วยงานตรวจสอบติดตาม หากไม่ทำแล้วเวลาล่วงเลย ก็ต้องมีคนรับผิดชอบ  ทั้งนี้ไม่อยากพูดเรื่องประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 เพราะเหมือนไม่ให้เกียรติคนทำงาน  แต่หากมีหน้าที่แล้วไม่ทำก็ต้องเข้าข่าย

เมื่อถามว่าจะมีการตรวจสอบนักการเมือง หรือผู้บริหารชุดปัจจุบันหรือไม่  “เราไม่สนใจว่าใครเป็นใครเราเปิดมาดู มันเห็นอยู่แล้ว เป็นยุคไหนก็ตรวจทั้งนั้น เพราะหน้าที่เสียภาษีเป็นของทุกคน สรรพากรก็ต้องตรวจ สตง .เราก็จี้มา 60 คนแล้ว ที่เหลือต้องให้ไปตามตรวจอีกหรือ”

คสช.ชี้ชัดจับอาวุธสงคราม ใช้กม.ปราบปรามผู้มีอิทธิพล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/265965

คสช, ชี้ชัด, จับอาวุธ, สงคราม, ใช้, ปราบปราม, ผู้มีอิทธิพล

คสช. ระบุ จับอาวุธสงคราม เป็นมาตราการบังคับใช้กม.ปราบปรามผู้มีอิทธิพล ที่ครอบครอวอาวุธสงคราม ชี้ ไม่กระทบภาพรวมปรองดอง

         เมื่อวันที่18 มี.ค.2560 พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เปิดเผยว่า ตามที่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสำนักงานตำรszวจแห่งชาติ ร่วมกับกองกำลังรักษาความสงบเนียบร้อย (กกล.รส.) เข้าตรวจค้นจับกุม อาวุธสงคราม เครื่องกระสุนและวัตถุระเบิด หลายรายการ ในพ.ท.จังหวัดปทุมธานีนั้น คสช. ว่า เป็นการปฎิบัติตาม กรอบนโยบายและคำสั่ง ของหัวหน้า.คสช.ที่มอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่กำกับดูแลงานด้านความมั่นคง ดำเนินการกวาดล้างจับกุมสิ่งผิด กฎหมาย และอาวุธสงคราม ที่อยู่ในความครอบครองของ บุคคลหรือกลุ่มบุคคล ที่ไม่มีอำนาจหน้าที่ และนำไปใช้ก่อเหตุความรุนแรงต่างๆ เป็นการสร้างความเชื่อมั่น ให้กับประชาชนทั่วไป ในการบังคับใช้กฎหมาย อย่างเข้มงวดและเป็นธรรม ตามข้อเท็จจริงที่ปรากฎ อาวุธสงครามจำนวนดังกล่าว อยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดถึงแหล่งที่มา เส้นทางการนำเข้ามาในพื้นที่ ผู้สนับสนุน และเป็นอาวุธที่เคยใช้ก่อเหตุกรณีใดมาบ้าง หรือมีความเชื่อมโยงกับบุคคลใด หรือกลุ่มใด ซึ่งจนท.ที่เกี่ยวข้องจะได้พิสูจน์ทราบ และมาเรียนชี้แจงในโอกาสต่อไป

พ.อ.ปิยพงษ์ กล่าวว่า ในการตรวจค้นจับกุมครั้งนี้ เป็นการบูรณาการภาพข่าว และกำลังเข้าปฏิบัติการ รวมทั้งส่วนหนึ่งเป็นการแจ้งเบาะแส จากภาคประชาชน อย่างไรก็ตามการดำเนินการดังกล่าว ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อกระบวนการพูดคุย สร้างความปรองดองแต่อย่างใด เป็นเรื่อง การบังคับใช้กม.ที่จะทำให้สุจริตชน รู้สึกอบอุ่นใจและมั่นใจที่เจ้าหน้าที่ของรัฐสร้างความรู้สึกปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนไม่ให้มือที่สาม สร้างสถานการณ์ความวุ่นวายขึ้นได้

“อลงกรณ์” ปราม “เสรี-ปชป.”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/265963

อลงกรณ์, ปราม, เสรี, ปชป, เสรี-ปชป

“อลงกรณ์” ปราม “เสรี-ปชป.” หยุดโต้คารม ทำบรรยากาศปรองดองเสีย

         นายอลงกรณ์  พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) คนที่ 1กล่าวถึงเสียงวิจารณ์กรณีการตอบโต้คารมระหว่างนายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกสปท.กับอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์กระทบบรรยากาศการปรองดองว่า ต้องขอวิงวอนทุกฝ่าย ทั้งสปท. พรรคการเมือง กลุ่มการเมือง หรือใครก็ตาม เพราะขณะนี้ คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) กำลังสร้างบรรยากาศของประเทศไปสู่ความสามัคคีปรองดอง โดยได้รับความร่วมมืออย่างดีจากบรรดาพรรคการเมือง กลุ่มการเมืองต่างๆ

ที่ผ่านมาในฐานะกรรมการ ป.ย.ป.เคยแนะนำไว้แล้วว่า ในช่วงระหว่างการทำงานของป.ย.ป. อยากทุกฝ่ายต้องช่วยกันสร้างบรรยากาศของความสามัคคีปรองดองขึ้น ด้วยการหลีกเลี่ยงการยั่วยุหรือรื้อฟื้นเรื่องที่เป็นปมขัดแย้งต่างๆเพื่อไม่ให้เกิดวิวาทะไปมาจนเป็นการทำลายบรรยากาศในช่วงเวลานี้ไป ดังนั้น จึงอยากให้ช่วยกันตระหนักในแนวทางของป.ย.ป.กัน และอยากให้ระมัดระวังอดทนอดกลั่น หากจะมีการแสดงความคิดเห็นในการวิพากษ์วิจารณ์ก็อยากให้เป็นไปด้วยความสร้างสรรค์ หลีกเลี่ยงการกล่าวหาใส่ร้ายกันไปมา

“ไผ่ ดาวดิน”ได้สอบในเรือนจำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/265804

ไผ่, ดาว, ดิน, ได้, สอบ, เรือนจำ, ไผ่ ดาวดิน

ม.ขอนแก่นจัดสอบวิชาคอมพิวเตอร์ในเรือนจำให้”ไผ่ ดาวดิน” รอฟังผลสอบหลังตรวจข้อสอบเสร็จ

      17 มี.ค. –  น.ส.ปิติกาญจน์ สิทธิเดช อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า .ตามที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ได้มอบหมายให้สำนักงานคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ พื้นที่ 2 (จังหวัดขอนแก่น) ประสานงานกับทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อขอความร่วมมือในการจัดสอบให้กับนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน ซึ่งมีความประสงค์ที่จะสอบวิชาทักษะการใช้คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี ที่เป็นหลักสูตรภาคบังคับที่นักศึกษาทุกคณะต้องเรียนวิชานี้

แต่เนื่องจากที่ผ่านมาศาลยังไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นสอบสวน กรมคุ้มครองสิทธิฯจึงได้ทำหนังสือประสานการจัดสอบไปยังมหาวิทยาลัยขอนแก่นและทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น ซึ่งในวันนี้ (17 มี.ค.) มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้จัดส่งบุคลากร จำนวน 2 คน มาดำเนินการจัดสอบวัดความรู้คอมพิวเตอร์ให้นายจตุภัทร์ ภายในทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น พร้อมอำนวยความสะดวกจัดสถานที่และอุปกรณ์เครื่องคอมพิวเตอร์ให้กับทางมหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งการดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยเป็นอย่างดี

ส่วนผลการสอบทางมหาวิทยาลัยขอนแก่นจะแจ้งให้นักศึกษาทราบโดยตรงในภายหลังที่ทางมหาวิทยาลัยขอนแก่นได้ตรวจสอบเอกสารชุดทดสอบเรียบร้อยแล้ว

เช็ก !! รีด”ภาษีหุ้นชินฯ”ได้ 2 ช่วง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/265737

กรีด, สรรพากรเช็, หุ้นชิน, ทักษิณ, เช็ก, รีด, ภาษี, หุ้น, ชิน, ได้, ช่วง, รีดภาษีหุ้นชินฯได้, ภาษีหุ้นชินฯ, วิษณุ, สตง, สรรพากร, ม44, ตระกูลชินวัตร, ครอบครัวชินวัตร, ก็เห็นใจ อกเขาอกเรา ลองคิดถึงเราเป็นเขาดู

“วิษณุ”รับทราบ”สตง.”ชง”สรรพากร”รีดภาษี 60 นักการเมือง มาตรฐานเดียว”ภาษีหุ้นชินฯ”ชี้ใครถูกผิด ว่ากันในศาล

         17 มี.ค. — นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีสำนักงานการตรวจแผ่นดิน (สตง.) เสนอกรมสรรพากรเรียกเก็บภาษี 60 นักการเมืองในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่า วันที่มีการประชุมร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรื่องภาษีหุ้นชินคอร์ปอเรชั่น ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สตง.ได้แจ้งว่าจะดำเนินการในทุกเรื่องที่มีลักษณะอย่างเดียวกัน ตนจึงรับทราบ และพอใจว่าถ้าจะดำเนินการให้เป็นมาตรฐานเดียวกันกับกรณีภาษีชินคอร์ป แต่ไม่ทราบว่ามีกี่คดี เป็นไปตามจำนวนที่สตง.ระบุไว้หรือไม่ ส่วนบรรทัดฐานว่าใครถูกหรือผิด ใครแพ้ชนะไว้รอคำวินิจฉัยจากศาล

ผู้สื่อข่าวถามว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สามารถดำเนินการอะไรควบคู่ไปกับการเรียกภาษีดังกล่าวได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบ ยังไม่ถึงขั้นนั้น วันนี้เรากำลังพูดว่าสตง.กำลังจะส่งเรื่องให้กรมสรรพากรดำเนินการเท่านั้นเอง ส่วนที่มีการระบุว่าสตง.ได้ส่งให้สรรพากรดำเนินการตั้งแต่ปีที่แล้วแต่ยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ นั้นตนไม่ทราบ ต้องถามสตง.อย่างไรก็ตาม นอกจากกระบวนการที่สตง.จะดำเนินการได้แล้วยังมีหน่วยงานอื่นที่สามารถดำเนินการควบคู่ไปได้ แต่ขอไม่เปิดเผยรายละเอียด เพราะบางเรื่องถึงทำควบคู่ไป แต่สุดท้ายทำไม่ได้ ส่วนอะไรที่ทำได้ถ้าทุกคนมีหน้าที่ก็ทำไป

“วิษณุ”ชี้เดินหน้ารีดภาษีตามกม.จะหยิบมาต่อรองปรองดองไม่ได้

          ผู้สื่อข่าวถามว่า การดำเนินการเก็บภาษีของรัฐบาลอาจมีผลกระทบต่อการเดินหน้าสร้างความปรองดองของรัฐบาล นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะเป็นเรื่องการบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมาย จึงนำสิ่งนี้มาเป็นเรื่องต่อรองไม่ได้ ถ้าจะดำเนินการไม่ได้คือดำเนินการไม่ได้ แต่ถ้าผิดแล้วดำเนินการได้แล้วยังเอามาต่อรองมันคงไม่เกี่ยวกับเรื่องปรองดอง เนื่องจากการปรองดองผู้เกี่ยวข้องอธิบายแล้วว่าอยู่บนหลักการไม่อภัยโทษหรือนิรโทษกรรม

          “วิษณุ”เผยเหตุรัฐบาลไม่หลวมตัวงัด “ม.44”

ต่อข้อถามที่ว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดรัฐบาลถึงทำเรื่องดังกล่าวในช่วงเวลานี้ นายวิษณุ กล่าวว่า การที่สาธารณชนตั้งข้อสังเกตรัฐบาลเพิกเฉยไม่ละเลยใส่ใจไม่ดำเนินการ เรารู้เรื่องนี้มีอยู่ 2 ทางคือ 1.ถ้าเฉยและปล่อยให้กระบวนการเดินไป รัฐบาลจะถูกมองว่าเพิกเฉยเตรียมจะปล่อยให้หมดอายุความ ช่วยเหลือกัน อาจถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และ2.พอรัฐบาลดำเนินการ ก็รู้ตั้งแต่ต้นว่าถ้าเลือกดำเนินการ จะบอกว่ารัฐบาลไล่บี้จี้อยู่คนเดียว เป็นการกลั่นแกล้ง เราจึงไม่หลวมตัวออกมาตรา 44 แต่ให้ดำเนินการตามกฎหมายปกติ

“วิษณุ”ยกคำพิพากษา ซื้อขายหุ้นชินฯไม่สุจริต ยันต้องเก็บภาษี

          นายวิษณุ กล่าวว่า นายกฯเคยให้ข้อสังเกตเรื่องการดำเนินการดังกล่าว ให้ดูว่าการซื้อขายหุ้นชินคอร์ปฯ ดำเนินการสุจริตหรือไม่นั้น ถูกต้องเราตั้งต้นตามข้อสังเกตของนายกฯมาตั้งแต่ต้น ถ้าพบว่าซื้อขายอย่างสุจริตก็หยุด ไม่ต้องไปทำอะไรต่อ แต่ถ้าพบว่าไม่สุจริตจำเป็นต้องทำตามที่สังคมเรียกร้องว่าถ้าไม่สุจริตจะปล่อยให้เขาไม่ชำระภาษีหรือ คำตอบว่าสุจริตหรือไม่ ได้คำตอบจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแล้วว่าไม่สุจริต จึงเป็นที่มาของการยึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้านบาท ดังนั้นเมื่อตั้งต้นว่าไม่สุจริต จึงต้องเสียภาษี ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการยึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้านบาท ต้องแยกส่วนกันระหว่างการกระทำความผิดกับการเสียภาษี จึงต้องดำเนินการ ไม่อย่างนั้นจะเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

 แย้มเก็บภาษีคน”ตระกูลชินวัตร”ได้ถ้าพบยักย้ายถ่ายเทก่อนศาลตัดสิน

ต่อข้อถามที่ว่า หากศาลพิพากษาให้นายทักษิณจ่ายภาษี จะไม่สามารถเรียกเก็บกับคนในครอบครัวได้ใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า เรื่องภาษีเป็นเรื่องของใครของมัน เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่ามีการยักย้ายถ่ายเท ทำนิติกรรมอำพรางก่อนถูกฟ้อง หรือพิสูจน์ว่าทรัพย์สินที่อยู่กับคนอื่นมันไม่ใช่ของคนอื่น เหมือนคดีล้มละลายที่คน ๆ นั้นไม่มีทรัพย์จะใช้หนี้ แต่ความจริงลูกและภรรยามี ถึงจะเป็นคนละส่วนกัน แต่หากพิสูจน์ได้ว่าทรัพย์สินส่วนดังกล่าวเป็นของบุคคลล้มละลายที่ยักย้ายถ่ายเทจำหน่ายถ่ายโอนก่อนมีการถูกฟ้องล้มละลายภายใน 1 ปีหรือภายหลังจากนั้น เมื่อพิสูจน์ได้ก็เอาทรัพย์สินส่วนนั้นกลับมาได้

ต่อข้อถามว่า หากทรัพย์สินของนายทักษิณอยู่ในต่างประเทศทั้งหมดจะดำเนินการอย่างไร นายวิษณุ กล่าวว่า อาจจะยาก ดังนั้น จึงมีการพูดกันไม่นานมานี้เมื่อครั้งธนาคารโลกมาพบตน ซึ่งหารือกันในเรื่องอื่น แต่มีการแนะนำประเทศไทยว่าควรดำเนินการแก้ไขกฎหมายล้มละลายให้มีการบังคับคดีกรณีมีทรัพย์สินในต่างประเทศได้ อย่างไรก็ตาม การดำเนินการตรวจสอบผู้ที่ถือทรัพย์สินแทนนายทักษิณมีวิธีการอยู่ แต่ยังไม่ขอเปิดเผย

          “วิษณุ”เผยแม้วอุทธรณ์ได้ถึงชั้นฎีกาแย้มมีช่องเรียกเก็บ แม้ขายในตลาดหุ้น

นายวิษณุ กล่าวว่า นายทักษิณสามารถอุทธรณ์การประเมินภาษีได้ภายใน 30 วัน จากนั้นหากศาลตัดสินแล้วยังไม่พอใจ ยังสามารถอุทธรณ์ในชั้นฎีกาได้อีก โดยแม้ตัวจะอยู่ต่างประเทศ สามารถตั้งทนายเป็นตัวแทนมายื่นอุทธรณ์ได้ เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมปกติของเมืองไทยไม่ได้ต่ำกว่ามาตรฐานไปกว่ากระบวนการยุติธรรมต่างประเทศ

“ภาษีที่จะดำเนินการเรียกเก็บมาจากส่วนที่ได้จากการยึดทรัพย์ไปแล้ว 4.6 หมื่นล้านบาท หรือจากธุรกรรมที่มีการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์คือ ภาษีที่ควรจะเสียถ้าต้องเสีย ถ้าคำตอบคือ ไม่ต้องเสียก็ไม่ต้องไปพูดอะไรอย่างอื่นแล้ว แต่ถามว่าควรหรือไม่ควรจะเสียก็แล้วแต่ว่าศาลจะว่าอย่างไรในเมื่อสตง.บอกว่าควร ตามข้อ 2 (23) ของกฎกระทรวงฉบับที่ 26 ออกตามความในประมวลรัษฎากร เขาบอกไว้ว่าการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ไม่ต้องเสียภาษี แต่ตรงนี้เองที่พบว่ามีช่องทางที่จะเรียกได้ อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวให้สรรพากรไปพิจารณา เผื่อจะสามารถเรียกเก็บภาษีได้ทั้ง 2 ช่วงคือ ตอนที่แอมเพิล ริช ขายหุ้นให้กับนายพานทองแท้และน.ส.พินทองทา หุ้นละ 1 บาท กับช่วงที่ 2 คือ ตอนที่นายพานทองแท้และน.ส.พินทองทา ขายหุ้นให้กับเทมาเส็ก หุ้นละ 49 บาท”นายวิษณุ กล่าว

          “วิษณุ”เห็นใจ”ครอบครัวชินวัตร” 

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีนายพานทองแท้ออกมาโพสต์เฟสบุ๊คส่วนตัว ตัดพ้อว่ารัฐบาลจะเอาอย่างไรกับครอบครัวตนเองอีก นายวิษณุ กล่าวว่า “ก็เห็นใจ อกเขาอกเรา ลองคิดถึงเราเป็นเขาดู”

“ป.ป.ช.”ปัดอำนาจสอบนักการเมืองเลี่ยงภาษี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/265729

สรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.), ปปช, ปัด, อำนาจ, สอบ, นักการเมือง, เลี่ยง, ภาษี, สรรเสริญ

“สรรเสริญ”บอกป.ป.ช.ไม่มีหน้าที่สอบนักการเมืองเลี่ยงภาษี ระบุผลตรวจบัญชีทรัพย์สิน นักการเมืองยุค อภิสิทธิ์-ยิ่งล้กษณ์ ยังปกติ

       17 มี.ค. — นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ระบุถึงทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยไม่ยื่นแจ้งต่อกรมสรรพากรเพื่อประเมินการเสียภาษีว่า ตามหน้าที่ของ ป.ป.ช.ต่อการยื่นบัญชีทรัพย์สิน และหนี้สิน จะมีเพียงการตรวจสอบความถูกต้อง และความผิดปกติเท่านั้นไม่มีอำนาจตรวจสอบการเลี่ยงภาษีของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ดังนั้นในชั้นการตรวจสอบของ ป.ป.ช. ยังไม่พบความผิดปกติของกลุ่มบุคคลตามที่นายพิศิษฐ์ให้ข้อมูลกับสื่อมวลชน

นายสรรเสริญ กล่าวถึงการตรวจสอบการให้สินบนเจ้าหน้าที่รัฐและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการซื้อเครื่องยนต์ของบริษัท โรลส์-รอยซ์  ว่า สัปดาห์หน้า ป.ป.ช. จะประชุมเริ่มกระบวนการไต่สวนพยานและผู้ถูกกล่าวหา ทั้งพยานบุคคลและเอกสาร พร้อมทั้งดำเนินการให้อัยการขอข้อมูลไปสำนักงานปราบปรามการทุจริต ประเทศอังกฤษ เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการไต่สวนด้วย.

“บิ๊กตู่”ตะเพิดโอ๊คแจงศาล อย่าโอดครวญ !!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/265727

นายกฯ, พานทองแท้, บิ๊ก, ตู่, ตะเพิด, โอ๊ค, แจง, ศาล, อย่า, โอดครวญ, อย่าโอดครวญ, บิ๊กตู่

“บิ๊กตู่”ตะเพิดโอ๊คเตรียมแจงศาล อย่ามาโอดครวญ ยันไม่กลั่นแกล้งใคร ย้ำปรองดองจะสำเร็จทุกฝ่ายต้องร่วมกัน

       17  มี.ค. — พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายพิสิษฐ์ ลีลาวชิโรภาศ ผู้ว่าสตง. ระบุว่ายังมีนักการเมืองอีกหลายคนที่เข้าข่ายต้องเรียกเก็บภาษี ว่า เดี๋ยวเจ้าหน้าที่เขาก็สอบกัน นายกฯคงไม่ลงไปสอบเอง แต่หากใครส่งเรื่องมาตนจะส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการ อยากบอกว่าพอเกิดเรื่องนี้ขึ้นก็จะเกิดอีกหลายเรื่องตามมา ทุกคนก็จะมาเร่ง เหมือนทุกคนตัดสินหมดแล้วมันไม่ได้ หากมีข้อทูลขอให้ส่งเข้ามา จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ เช่น คดีนี้เขาสอบแล้วโยงไปอีกอันหนึ่ง เขาก็จะสอบต่อ

“ไม่ได้เป็นการแกล้ง เพราะมีตรวจสอบหลายหน่วยงาน เพียงแต่ว่ารัฐบาลคอยอำนวยความสะดวกให้เขาปฏิบัติการ หากเราปล่อยให้ทุกอย่างเดินไปตาขั้นตอน บางอย่างเราก็ต้องติดตามว่าเรื่องนี้ไปถึงไหนแล้ว นั่นคือหน้าที่ของรัฐบาล ไม่ใช่จะตีความว่าตัดสินกันแล้วก็ฮั้วกันอีก ไม่ผิดอีก มันไม่ใช่ มันอยู่ที่หลักฐานและหลักการในการพิจารณา บางเรื่องผิดก็คือผิด บางเรื่องดูแล้วผิดแต่ไม่ผิด เขาถึงมีอาชีพทนายความ” พล.อ.ประยุทธ์

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายพานทองแท้ ชินวัตร ออกมาโอดครวญว่าคดีจบไป 8 ปีแล้วรัฐบาลจะเอาอะไรอีก นายกฯ กล่าวว่า “ช่างเขา นายพานทองแท้จะมาพูดอะไรกับผม ไปเตรียมพูดกับศาลโน้น”

ผู้สื่อข่าวถามว่าจากการตรวจสอบเหตุใดข้าราชการที่เกี่ยวข้องไม่เรียกเก็บภาษี พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เขากำลังสอบอยู่ ตนเป็นคนสั่งให้ตั้งกรรมการสอบเอง ยังไม่มีรายงานกลับมา เพราะเพิ่งสั่งไปโดยการสอบต้องใช้เวลา แต่เบื้องต้นเขามองกฎหมายคนละฉบับ คนละวิธีการ แล้วแต่มุมมอง แต่มุมมองเผอิญไปเข้าข้างนี้เข้าข้างโน้น มันก็เลยเกิดปัญหา ตนเลยบอกว่าอะไรก็ได้ทำให้มันชัดเจนกว่าที่ผ่านมาแล้วกัน ตนไม่ได้รังแกใคร ถ้าไม่ผิดคือไม่ผิด ฉะนั้นอย่ามาตอบโต้กันทางสื่อเลย ตนขี้เกียจตอบโต้

        ย้ำปรองดองจะสำเร็จทุกฝ่ายต้องร่วมกัน บอกสื่อเสนอข่าวใครแอบอ้างนายกฯ-รองนายกฯ ให้ส่งข้อมูลมา

พล.อ.ประยุทธ์  ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องการสร้างความปรองดองที่นายกฯได้พูดปาฐกถา “การขับเคลื่อนThailand 4.0 ด้านการเกษตรอาหารและเทคโนโลยีชีวภาพ” เหมือนไม่มั่นใจว่าการปรองดองจะทำได้ ว่า ไม่ใช่ไม่มั่นใจ ตนมั่นใจ แต่ตนพูดให้ฟังว่ามีคนแบบนี้อยู่ คุณเข้าใจสิตนเป็นคนสั่งให้มีการตั้งคณะกรรมการฯขึ้นมา ตนก็คาดหวังว่ามันจะได้ ปรองดองคือการที่จะอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างไร จะพัฒนาประเทศอย่างไร ไม่ใช่ปรองดองเรื่องที่กล่าวกันไปมา

“ผมรำคาญก็แค่นั้นเอง เข้าใจกันหรือยัง จะมาถามว่าสำเร็จหรือไม่สำเร็จ ผมถามว่าใครจะทำสำเร็จถ้าทุกคนไม่อยากจะปรองดอง บังคับได้หรือเปล่าเหมือนทะเลาะกันกับเพื่อน ไม่ชอบกัน เขาบอกว่าให้ดีกัน เธอดีไหมละ ถ้าเธอไม่ดีมันก็ไม่ปรองดอง ไม่เลิก บังคับกันได้หรือเปล่า คิดให้มันมีหลักคิด” นายกฯกล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อผู้สื่อข่าวว่ามีอะไรจะถามอีกหรือไม่ โดยผู้สื่อข่าวกล่าวว่าไม่มีเพราะคืนนี้มีรายการศาสตร์พระราชาฯ โดยนายกฯกล่าวว่า “ทำไม เบื่อหน้าฉันหรือไง คราวหน้าเอา50นาที เวลาฉันลดลงมาเธอไม่ชมฉันเลย ไม่ใช่ฉันมีความสุขนะที่พูด ฉันเหนื่อยนะที่พูด ไม่ใช่อยากจะพูดบ้าๆปากมาก อยากพูดหรือไง เพราะว่าคนไม่พูด คนต้องเข้าใจไม่เข้าใจก็จะมาถามแบบนี้ นี่ขนาดฟังยังไม่เข้าใจกันเลย”

ผู้สื่อข่าวถามว่าที่นายกฯระบุบนเวทีปาฐกถาว่ามีคนแอบอ้าง นายกฯกล่าวว่า “มันมีมาตั้งนานแล้ว หนังสือพิมพ์ไปอ่านสิที่พวกเธอเขียนกันมามันมีอะไรบ้างล่ะ หมดนั่นแหละทุกคน ทั้งนายกฯ รองนายกฯ รัฐมนตรีโดนกันหมด เขียนไปทำไมถ้าไม่มีหลักฐาน เอาหลักฐานมาให้ผมดูผมจะสอบให้จริงๆ เอามานะคราวหลังฉันจะเปิดไล่หนังสือพิมพ์ของใครเขียนมาว่าตรงนี้มันข้างคนนี้ โกงเงินตรงนั้นตรงนี้ คนใกล้ตัว หามาใกล้ตัวคือใคร อย่าเขียนอย่างนี้ เดี๋ยววันหน้าเขาพาดพิง เขาเล่นงานใช้กฎหมายไปปิดปากอีก ปัดโธ่ เอายังไงก็ทั้งขึ้นทั้งล่องขี้เกียจตอบ”