ลุยเขียนกฎหมาย กกต. ให้เสร็จสัปดาห์นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/265456

คมชัดลึก, สัปดาห์นี้, กกต., ลุยเขียน, กรธ., ลุย, เขียน, กฎหมาย, กกต, ให้, เสร็จ, สัปดาห์, นี้, ลุยเขียนกฎหมาย, ให้เสร็จสัปดาห์นี้, มีชัย, จนทองค์กรอิสระ

“มีชัย” เผยสัปดาห์นี้ ลุยปรับ กฎหมาย กกต. ให้เสร็จ พบมีรายละเอียดต้องปรับมาก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน พร้อมกำหนดห้าม “จนท.องค์กรอิสระ” เข้าอบรมหลักสูตรอื่น

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่าภายในสัปดาห์นี้ กรธ. จะพิจารณาปรับปรุงบทบัญญัติ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตามข้อเสนอแนะที่ กกต. ส่งให้กับ กรธ. ให้แล้วเสร็จ โดยเบื้องต้นมีรายละเอียดที่ต้องปรับเป็นจำนวนมากเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดข้อขัดข้องต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ อาทิ ผู้ตรวจการการเลือกตั้ง ได้เพิ่มเนื้อหาให้มีการคุ้มครองการปฏิบัติหน้าที่ เช่น การประกันอุบัติเหตุกรณีเดินทาง , กำหนดให้สำนักงานกกต.ประจำจังหวัด ทำหน้าที่อำนวยความสะดวก ให้กับผู้ตรวจการการเลือกตั้งด้วย เป็นต้น

นายมีชัย กล่าวด้วยว่า ส่วนการทำหน้าที่ตรวจสอบการเลือกตั้ง โดยผู้ตรวจการการเลือกตั้งนั้น ยังเป็นไปตามบทบัญญัติเดิมที่กำหนดว่า เมื่อผลการตรวจสอบของผู้ตรวจการเลือกตั้งพบเจ้าหน้าที่กกต. หรือผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งกระทำสิ่งที่ขัดหรือผิดต่อกฎหมายเลือกตั้ง ให้แจ้งไปยัง กกต.ส่วนกลางทันทีเพื่อให้ กกต.ส่วนกลางพิจารณาหรือปฏิบัติตามข้อกฎหมายอย่างใดอย่างหนึ่ง และ กรณีที่พบการทำผิดกฎหมายเลือกตั้งส่วนของผู้ที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง เช่น ผู้สมัครรับเลือกตั้ง หัวคะแนน กำหนดให้ผู้ตรวจการแจ้งไปยัง กกต. ทันทีเช่นกัน ทั้งนี้เป็นผลให้ กกต.ต้องออกระเบียบเพื่อรองรับการปฏิบัติหน้าที่ที่ต้องทำงานไม่ชักช้า โดยต้องกำหนดการปฏิบัติงานภายหลังรับแจ้งทันที กี่ชั่วโมง โดยต้องไม่ยืดเยื้อข้ามวัน เป็นต้น

ประธานกรธ. กล่าวด้วยว่าสำหรับบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการใช้งบประมาณเพื่อดูงานหรือไปราชการต่างประเทศนั้น ในร่างกฎหมาย ไม่มีเนื้อหาที่ห้ามอย่างเด็ดขาด เพราะเข้าใจว่าการปฏิบัติราชการในต่างประเทศนั้นสามารถทำได้ แต่กำหนดเพียงว่าห้ามนำงบประมาณส่วนการพัฒนาพรรคการเมืองไปใช้ หากปีใดต้องไปดูงานต่างประเทศต้องตั้งงบจัดสรรไว้เฉพาะ ขณะที่ประเด็นการป้องกันผลประโยชน์ขัดกันของการทำหน้าที่นั้น กำหนดไว้ว่า ห้ามเจ้าหน้าที่กกต. รวมถึงองค์กรอิสระห้ามเข้าอบรมหลักสูตรอื่นๆ เพิ่มเติมเพราะถือว่าก่อนเข้ารับตำแหน่งมีฐานะเป็นผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญอยู่แล้ว และต้องปฏิบัติงานเต็มเวลา

คปต. เพิ่มพนักงานสอบสวน เร่งสางคดีความมั่นคง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/265443

คมชัดลึก, ผลประชุม, คปต., เพิ่ม, พนักงานสอบสวน, เร่ง, สาง, คดี, ความมั่นคง, คปต, เพิ่มพนักงานสอบสวน, เร่งสางคดีความมั่นคง, สันติวิธี

คปต.ส่วนหน้า จัดทำยุทธศาสตร์ ให้ปชช.จัดการพื้นที่ตนเอง พร้อมหาหนทางดับไฟใต้ ยึด”สันติวิธี” ชง สตช. เพิ่มอัตรา พงส.หวังเร่งสางคดีความมั่นคง

พล.อ. อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะหัวหน้าผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้  เป็นประธานการประชุมผู้แทนพิเศษของรัฐบาลฯ ครั้งที่ 2/2560    โดยภายหลังการประชุม นายภาณุ อุทัยรัตน์ เลขานุการ คปต.ส่วนหน้า แถลงผลการประชุม ว่า  ที่ประชุมเห็นชอบตั้งศูนย์ส่งเสริมการลงทุน ตามโครงการ พัฒนาสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยังยืน ที่จะให้สิทธิพิเศษ การประสานงานของส่วนราชการต่างๆ ตลอดจนการทำความเข้าใจภาคเอกชนที่ได้รับประโยชน์ จากนั้นนำเสนอข้อมูลโครงการ คือ แผนงาน 19 โครงการ ในปี2560 ตามแผนงานปกติของส่วนราชการ จำนวนเงิน 1,700 ล้านบาท พร้อมทั้งพิจารณาโครงการเพิ่มเติม จำนวน7 โครงการ จำนวน774 ล้านบาท โดยใช้งบกลาง ซึ่งโครงการดังกล่าวจะนำเสนอ คปต.คณะใหญ่ และเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป

ขณะที่ พล.อ.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ ผู้แทนพิเศษของรัฐบาล  กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าปัญหาในจชต. รัฐมองคนเห็นต่างที่ขึ้นมาต่อสู้ไม่ใช่อาชญากรโดยสันดาน ซึ่งเราจะหาทางออกจากความขัดแย้งด้วยหลักกฎหมาย ตามแนวทางสันติวิธี เดิมใช้  มาตรา 21 และพรก.ฉุกเฉิน ซึ่งพยายามดำเนินการให้มีประสิทธิภาพ และแก้ไขให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ทั้งนี้เราเตรียมศึกษาว่าจะยกเลิกพื้นที่ที่ประกาศใช้พรก.ฉุกเฉิน หรือไม่ พร้อมทั้งมีเครื่องมือในการดำเนินการต่อคนที่ไม่อยากออกจากความขัดแย้งด้วยสันติวิธี ซึ่งต้องหาทางดำเนินการแก้ไขกันต่อไป  ขณะที่การทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน และภาคประชาสังคมในพื้นที่ ให้เข้าใจกฎหมายดังกล่าว เพราะจะมีด้านบวกด้านลบของพี่น้องประชาชน คนที่ต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ด้วย ซึ่งตอนนี้ยังอยู่ในกระบวนการเรียบเรียงให้ออกจากความขัดแย้งได้  ซึ่งพี่น้องประชาชนอยากให้ยกเลิก พรก.ฉุกเฉิน แล้วอยากให้ใช้ ม.21 แต่บางเรื่องกระบวนการที่ซับซ้อนคงความจำเป็นต้องใช้ แต่จะใช้อย่างไรให้เหมาะสม ก็จะเกี่ยวข้องกับงานที่ตนรับผิดชอบ คือการหาทางออกจากความขัดแย้งด้วยสันติวิธี โดยตนได้ประสานงานกับภาคประชาชน ซึ่งมีการเตรียมยุทธศาสตร์ให้ประชาขนมีส่วนร่วมในการจัดการพื้นที่ตนเองว่าจะทำอย่างไร แทนรัฐเป็นผู้กำหนดเอง

เมื่อถามถึงการกำหนดพื้นที่เซฟตี้โซน ในจังหวัดชายแดนภาคใต้   พล.อ.อุดมชัย กล่าวว่า เป็นเรื่องของคณะผู้คุยสันติสุข ตนคงตอบไม่ได้ แต่ความรู้สึกส่วนตัวคิดว่าอยากให้เป็นพื้นที่เซฟตี้โซนทุกอำเภอเลย ซึ่งทั้งทางรัฐบาล และประชาชนอยากให้เกิดขึ้นทุกอำเภอ แต่คู่พูดคุยจะรับได้ไหม ก็ต้องว่ากันไป ซึ่งตอนนี้คิดว่ากำลังเนินการทำความเข้าใจกันอยู่ว่าจะทำได้แค่ไหน

“ส่วนตัวคิดว่าบรรยากาศการพูดคุยกำลังดี เพราะได้กำลังใจจากทุกฝ่ายพร้อมทั้งคิดว่าสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้มาถึงช่วงที่อยากเปลี่ยนจากความรุนแรงมาสู่สันติวิธี มีการพัฒนาร่วมกัน เพื่อมห้ประชาชนได้รับความเป็นธรรม มีความเป็นอยู่ที่ดี” พล.อ.อุดมชัย กล่าว และว่า ตอนนี้คณะทำงานของตนกำลังศึกษาวิจัยเศรษฐกิจระดับฐานราก ร่วมกับภาคประชาสังคม โดยศึกษาว่าทำไมโครงการของรัฐทำไมลงไปไม่ถึง โดยเราจะรวบรวมเป็นหลักสูตร และสร้างเป็นบัณฑิตศึกษาขึ้นมา ไปถ่ายทอดสู่พี่น้องประชาชน เพื่อเกิดความพัฒนาในพื้นที่ โดยประชาชนมีส่วนร่วมทุกขั้นตอน

ด้าน พล.ต.ท.ไพฑูรย์ ชูชัยยะ ผู้แทนพิเศษของรัฐบาล กล่าวว่า เรื่องการสอบสวนคดีในพื้นที่จชต. จากการปรับโครงสร้างของตำรวจ ในสายงานสอบสวน ทำให้กำลังพลในระดับสารวัตรขึ้นไปลดน้อยลง และบางส่วนครบกำหนดช่วยราชการ ในวันที่ 29 มีนาคม นี้ จึงอาจกระทบการสอบสวนคดีความมั่นคง ซึ่งการสอบสวนดังกล่าว ต้องใช้ผู้ที่มีความรู้ความสามารถ จึงเสนอ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ให้ร่วมหาแนวทางแก้ไข โดยสอบถามความสมัครใจของบุคคลที่มาช่วยราชการให้อยู่ต่อ ซึ่งก็มีผู้ที่สมัครใจช่วยราชการต่อ จำนวน 30 นาย จากทั้งหมด 138 นาย และเสนอการแก้ปัญหาในระยะเร่งด่วน คือการขอพนักงานสอบสวนจากสถานีตำรวจภูธรภาคต่างๆ เข้ามาช่วยเหลือ และในระยะยาว เสนอให้มีการเปิดตำแหน่งระดับสารวัตรและรองผู้กำกับการขึ้นไป ในสายงานสอบสวนของสถานีตำรวจต่างๆ เพื่อให้มีกำลังพลเพียงพอ

เปิดศีก !! ปชป.ท้า”เสรี”ลงเลือกตั้งอย่ารับใช้แต่ทหาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/265434

เสรี สุวรรณภานนท์, ประชาธิปัตย์, ประมวล เอมเปีย, เปิดศีก, ปชป, ท้า, เสรี, เลือกตั้ง, อย่า, รับใช้, แต่, ทหาร, ประมวล

“ประมวล”สับ“เสรี”ท้าลงเลือกตั้งอย่ารับใช้แต่ทหาร

         16 มี.ค. นายประมวล เอมเปีย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานกรรมาธิการ(กมธ.)ขับเคลื่อนการปฏิรูปการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.)ตอบโต้นายนิพิฎฐ์  อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และนายวัชระ เพชรทอง อดีต ..พรรคประชาธิปัตย์ โดยระบุว่าทั้ง 2 เอาใจทหารเพื่อจะหาแนวร่วมจัดตั้งรัฐบาลครั้งหน้า อีกทั้งการจะยุบพรรคประชาธิปัตย์ง่ายกว่าการยุบ สปทเพื่อเป็นการเซ็ตซีโร่พรรคการเมืองใหม่นั้นว่า ในกรณีที่แนะนำผู้มีอำนาจให้ยุบพรรคประชาธิปัตยนั้น 

           ขอถามว่าพรรคทำผิดอะไร และถ้าเป็นความขัดแย้งส่วนตัว ก็ไปว่ากันส่วนตัว อย่ามาโยนถึงพรรค อย่าฉวยโอกาส เชลียร์นายเพื่อหวังผลเซ็ตซีโร่พรรคการเมืองทั้งหมด เพราะทุกอาชีพมีทั้งคนดีและคนไม่ดีผสมปนเปกันไป หากนายเสรี อยากเซ็ตซีโร่พรรคการเมือง ตนก็ขอท้าให้รีบทำให้เสร็จในรัฐบาลนี้ เพราะคนดีไม่มีแผล เขาไม่กลัวอำนาจอธรรม อย่าหลงตัวเองว่าวันนี้ได้ดีมีอำนาจชูคอในสภา ทั้งๆที่มาจากการแต่งตั้งโดยทหาร ก็แค่คนทำงานรับใช้ ถ้าแน่จริง เลือกตั้งครั้งหน้า ขอให้ลงสมัครรับเลือกตั้งในระบบเขต จะได้รู้ว่านักการเมืองคือของจริง ยากลำบากขนาดไหน กว่าจะได้รับการไว้วางใจจากประชาชนเลือกเข้าสภา 

           ดังนั้นเมื่อมีโอกาสทำงานให้บ้านเมืองแล้ว ขอให้ละอคติ ยึดประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติเป็นหลัก อย่าทำตัว รับใช้ใครบางคน เพื่อให้สำเร็จวัตถุประสงค์ทางการเมือง ที่ตั้งเป้าหมาย จะยุบควบรวมพรรคการเมือง เพื่อตั้งรัฐบาลแห่งชาติ แค่อ้าปาก คนในวงการเขาก็รู้เท่าทันกันหมดแล้ว 

ข้อมูลปรองดองถึงมือผบ.สส.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/265414

พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด, ข้อมูล, ปรองดอง, ถึง, มือ, ผบสส

ผบ.ทหารสูงสุด เผย ข้อมูลปรองดอง ถึงมือแล้ว พร้อมให้ผู้ทรงคุณวุฒิร่วมสังเคราะห์ เกิดความน่าเชื่อถือ ก่อนส่งไม้ต่อให้ ผบ.ทบ.

        16 มี.ค. —  พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการพิจารณาบูรณาการ ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ให้สัมภาษณ์ถึง ความคืบหน้าการทำงานว่า ในส่วนของกองทัพไทย ที่ตนรับผิดชอบในการบูรณาการข้อมูลและข้อเสนอแนะที่กลุ่มพรรคการเมืองต่างๆ รวมถึงกลุ่มมวลชน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นจากนักวิชาการ ภาคธุรกิจ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค

พล.อ.สุรพงษ์ กล่าวว่า ปัจจุบันข้อมูลก็เข้ามาค่อนข้างมาก และได้ส่งทีมเข้าไปติดตาม ตั้งแต่ในช่วงแรก ๆ ซึ่งถือเป็นข้อมูลที่มีคุณค่าได้เห็นอะไรต่าง ๆ มากมาย และที่สำคัญทุกส่วน ทุกกลุ่มมีความเห็นตรงกันว่ามีความปรารถนาดีต่อประเทศชาติ อยากให้เกิดการปรองดองและประเทศมีความสงบและเดินหน้าพัฒนาประเทศต่อไป ซึ่งเป็นจุดร่วมที่ทุกคนคิดคล้ายกัน ส่วนรายละเอียดที่แตกต่างก็มีเล็กน้อย คิดว่าทางคณะของตนที่ได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิเป็นอาจารย์ต่าง ๆ มาร่วมพิจารณาในเรื่องข้อมูลจะใช้หลักวิชาการ เพื่อให้การวิเคราะห์ข้อมูลมีความน่าเชื่อถือและข้อมูลที่รับเข้ามาก็มาจากช่องทางเดียว คือการรับฟังจากทุกกลุ่มทุกฝ่าย ไม่มีการเอามาเพิ่มในระหว่างทาง และถือเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์และคิดว่าการเก็บข้อมูลในครั้งนี้มีความครอบคลุมค่อนข้างมากทั้งในระดับส่วนกลางของการเมือง 46 พรรค และในภูมิภาคทุกจังหวัด

“เมื่อถึงจุดหนึ่งข้อมูลจะมีความเพียงพอและจะส่งให้กับคณะอนุกรรมการจัดทำข้อเสนอกระบวนการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองที่มี พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท เป็นประธานในการนำไปจัดทำข้อตกลงต่างๆ ซึ่งขณะนี้อยู่ในกระบวนการ และทั้ง 3 คณะอนุกรรมการ ได้มีการพูดคุยกันอย่างต่อเนื่องเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอยู่แล้ว การดำเนินการ ดังกล่าวเป็นในเชิงสร้างสรรค์และทุกฝ่ายมีความปรารถนาดีต่อประเทศชาติก็ถือเป็นเรื่องที่ดี” พล.อ.สุรพงษ์ กล่าว

“สปท.”เตรียมปรับวาระประชุมสอดรับ“ป.ย.ป.”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/265390

ปยป., สปท., เตรียม, ปรับ, วาระ, ประชุม, สอด, รับ, สปท, ปยป, สปท-กมธ

สปท.เตรียมจัดระชุมให้เข้ากับวาระปฏิรูป ของ“ป.ย.ป.”ยันรายงานที่เตรียมเสนอจะคำนึงถึงการรับฟังความเห็นผ่านที่ประชุม แจง “สปท.-กมธ.” ให้ความเห็นต่อเรื่องที่ทำได้

          16 มี.ค.  นายคำนูณ สิทธิสมาน เลขานุการกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (วิป สปท.) แถลงถึงผลการประชุมของวิปฯ สปท. ว่า หลังจากนี้ การประชุมและการกำหนดระเบียบวาระการประชุมของสปท. จะทำให้สอดคล้องกับโจทย์ขอการปฏิรูปตามที่คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความปรองดอง (ป.ย.ป.) ทั้ง 27 วาระ ใน 42 เรื่อง ซึ่ง ป.ย.ป.ตั้งเป้าว่าภายในปี 2560  นั้น จะต้องทำทั้ง 42 เรื่อง

อย่างไรก็ตามในการพิจารณารายงานการปฏิรูปหรือข้อเสนอหรือผลการศึกษานั้น ที่สปท.จะคำนึงถึงการรับฟังความเห็นเพิ่มเติมทั้งจากที่ประชุมสปท.รวมถึงการชี้แจงไปยังป.ย.ป.ผ่านสื่อมวลชน ขณะที่การให้ความเห็นของ สปท.หรือกรรมาธิการฯ นั้น ถือเป็นการให้ความเห็นเพื่อรายงานความก้าวหน้า หรือความคิดเห็นเพิ่มเติมในประเด็นต่าง ๆ

“หลังจากที่สปท. ต้องทำงานโดยประสานกันอย่างใกล้ชิดกับรองนายกฯ หรือรัฐมนตรีที่ดูแลรับผิดชอบในกรรมการขับเคลื่อนและการบริหารราชการแผ่นดิน ทั้ง 6 คณะด้วย นอกจากนั้นแล้วในส่วนการทำงานของสปท. ที่ผ่านมา เร็ว ๆ นี้จะมีการจัดสัมมนาเพื่อเผยแพร่ผลงานที่ผ่านมาด้วย โดยเบื้องต้นนั้นในวาระปฏิรูป 27 ประเด็น ที่ประกอบด้วย 24 เรื่องนั้น กว่า 90 เปอร์เซ็นต์เป็นเรื่องที่สปท. ได้ทำและส่งให้กับรัฐบาลไปแล้วก่อนหน้านี้” นายคำนูณ กล่าว.

“เสรี”เดือดโต้กลับยุบปชป.ง่ายกว่ายุบสปท.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/265378

สปท., ปชป., เสรี สุวรรณภานนท์, เสรี, เดือด, โต้กลับ, ยุบ, ปชป, ง่าย, กว่า

“เสรี”เดือดโต้ยุบปชป.ง่ายกว่ายุบสปท.หนุนเซ๊ตซีโร่

      16 มี.ค. – นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.) กล่าวถึงกรณีที่อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์วิพากษ์วิจารณ์รายงานแก้ปัญหาความขัดแย้งและสร้างความปรองดองของสปท.การเมืองว่า นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เป็นพวกขี้อิจฉา ชอบพูดบิดเบือนให้ตนเสียหาย และชอบพูดให้สังคมเข้าใจผิด  ยิ่งช่วงนี้ ออกมาเชลียร์ผู้มีอำนาจออกนอกหน้า มีพฤติกรรมแปลก ๆ หรือหวังอะไรกับการหาแนวร่วมตั้งรัฐบาลสมัยหน้า หรือไม่  อย่าคิดอะไรไปเอง ระวังจะเป็นหวังลม ๆ แล้ง ๆ

ยิ่งนายวัชระเสนอให้ยุบสปท.นั้น ตนขอเสนอว่า ให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ง่ายกว่า เพราะการให้พรรคการเมืองมาเสนอความเห็นเรื่องปรองดองแต่ละพรรคเอาแต่ประโยชน์ส่วนตน เอาแต่ชนะคะคานกัน ไม่คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม

ส่วนตัวเห็นว่าอยากให้เซ็ตซีโร่พรรคการเมือง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการเลือกตั้งสมัยหน้า เพราะจะเริ่มต้นใหม่ไปพร้อมๆกัน  จะได้พรรคการเมืองเป็นของประชาชน  ช่วยกลั่นกรองคนดีๆเข้าสู่การเมือง จะได้เลิกทุจริต บ้านเมืองจะได้ดีขึ้น

นปช.ขอทุกฝ่ายยอมรับความผิดพลาด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/265284

นปช., ปรอดอง, นปช, ทุกฝ่าย, ยอมรับ, ความผิดพลาด, นิรโทษ-อภัยโทษ

 แกนนำนปช.ขอทุกฝ่ายยอมรับความผิดพลาด แนะหากไม่ “นิรโทษ-อภัยโทษ”ต้องหาวิธีเยียวยาเหยื่อการเมือง ตอบรับถกรอบสอง คณะเล็ก ลั่นไม่ปลุกม็อบกดดัน หากไม่ทำตามข้อเสนอ

            15 มี.ค.  นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวภายหลังการเสนอความคิดเห็นแนวทางปรองดอง ต่อพล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ในชุดคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ว่า การนำเสนอแนวคิดการปรองดองครั้งนี้พวกเราได้นำเสนออย่างตรงไปตรงมาว่าให้ทุกฝ่ายยอมรับถึงความผิดพลาด ซึ่งนปช.ไม่ได้กระทำการทุกอย่างถูกต้องไปหมด พรรคการเมือง กลุ่มการเมือง  แม้แต่กองทัพก็ตามต่างมีส่วนถูกส่วนผิดกับสถานการณ์ของการบ้านเมืองทั้งสิ้น และเราเป็นองค์กรที่มีคนตาย และบาดเจ็บมากที่สุด สูญสิ้นอิสรภาพได้รับการปฏิบัติอย่าง อยุติธรรมมากที่สุด แต่พวกเราก็ยินดีเข้าสู่กระบวนการปรองดอง

นายจตุพร กล่าวว่า ตนได้แจ้งไปยังพล.อ.ชัยชาญว่า ในอดีตเราได้กรรมการที่เป็นกลางมากมาย บางคนดีตอนต้นเสียตอนปลาย แต่ผลลัพธ์สุดท้ายคือความล้มเหลว แต่ครั้งนี้เหมือนกับการเปิดไฮโลแทง คือผู้ที่มารับฟังความเห็นก็มีความชัดเจน และเราก็แสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา เพราะไม่ได้ต้องการว่าเข้ามาแสดงความคิดเห็นแล้วมองเป็นเรื่องมาประนามว่ากล่าวกัน หรือสรรเสริญยกย่อ แต่เรานำเสนอในทุกคำถามเพื่อจะร่วมหาทางออกให้กับประเทศ เพราะปลายทางเรายังมองเห็นวิกฤตกันอยู่ แม้จะไม่มีปรองดอง แต่ถึงเวลาตามโรดแมปหรือเลยกำหนดโรดแมปก็ตามก็ต้องเกิดปัญหาตามกลไกรัฐธรรมนูญอยู่ดี ไม่ว่าจะนายกฯคนนอกหรือคนในก็ตาม การเลือกตั้งก็จะเริ่มปัญหา ถ้าบ้านเมืองยังไม่ตกลงกันชัดเจนว่าเราจะเดินหน้ากันอย่างไร เพราะฉะนั้นการรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้จะไม่มีเรื่องการนิรโทษกรรมและอภัยโทษ ตามที่นายกฯได้เคยพูดไว้ว่าการอภัยโทษนั้นเป็นพระราชอำนาจไม่ใช่เป็นอำนาจของคสช.หรือรัฐบาล

นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ เลขาธิการนปช. กล่าวว่า นปช.มาร่วมปรองดอง ไม่ได้มาในฐานะเหตุความขัดแย้ง แต่เราเป็นคนกลุ่มหนึ่งเป็นผลความขัดแย้งหลักในสังคมไทยที่มีต่อเนื่องหลายสิบปี  นั่นคือ แนวคิดอนุรักษ์นิยม กับเสรีนิยม ซึ่งขยายตัวไปจนถึงระดับครัวเรือน เนื่องจากพลวัตทางสังคม ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทำให้คนเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร จนเกิดกลุ่มการเมืองสนับสนุน 2 แนวคิดดังกล่าว เผชิญหน้ากัน ทั้งนี้ นปช. ไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบสถานการณ์ดังกล่าว พร้อมทั้งให้ความร่วมมือการสร้างความปรองดองด้วย  ส่วนทางพล.อ.ชัยชาญ ระบุว่าหลังจากการรับฟังความเห็นรอบแรกจบจะมีการรับฟังความคิดเห็นรอบที่ 2 โดยจะเชิญแต่ละกลุ่มเข้าร่วมเป็นคณะเล็ก เพื่อพิจารณาข้อสรุปต่อไป โดยนปช.ตอบรับเข้าร่วมมือ จนจบกระบวนการ

ทั้งนี้นปช. เรียกร้องหลักนิติธรรมในการดำเนินการทุกฝ่าย ว่าคดีที่เกิดขึ้นตลอด 10 ปีที่ผ่านมา คดีระหว่างนี้ และอนาคต เราพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการต่อสู้คดีจนถึงที่สุด แต่นปช.อยากเห็นความยุติธรรมอย่างแท้จริง ไม่เลือกข้าง ไม่เลือกปฏิบัติ อีกทั้งฝ่ายผู้มีอำนาจจำเป็นต้องพิจารณาชะตากรรมของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งทางการเมือง ทั้งคดีความ ความเสียหายชีวิต และทรัพย์สิน รวมถึงการเสียโอกาสความก้าวหน้าในการงานด้วย ขณะเดียวกันเมื่อการปรองดองเมื่อไม่เริ่มต้นที่นิรโทษกรรม และอภัยโทษ ทางนปช. จึงฝากบอกไปว่าพวกท่านต้องมีวิธีการที่จะรับผิดชอบ เยียวยา บรรเทาความเจ็บปวดต่อประชาชนทุกฝ่ายที่ได้รับผลกระทบทางการเมืองด้วย

“เราเรียกร้องหลักประกันความขัดแย้งในอนาคต หากการปรองดองเดินหน้าไปได้ก็ยังสุ่มเสี่ยงอยู่ดี อนาคตข้างหน้าจะมีความขัดแย้งได้ ผมเห็นว่าประเทศไทยจำเป็นต้องมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ร่างโดยอำนาจอธิปไตยของประชาชน และประชาชนมีส่วนร่วม พร้อมทั้งทำประชามติภายใต้บรรยากาศที่มีเสรีภาพสมบูรณ์” นายณัฐวุฒิ กล่าว และว่า  นปช. ยังได้เสนอให้ยกเลิกประกาศ คำสั่ง ระเบียบ ของคณะรัฐประหาร เพื่อสร้างหลักประกันสิทธิเสรีภาพ ส่วนจะยกเลิกอย่างไรก็ถือเป็นดุลยพินิจของคณะอนุกรรมการฯจะพิจารณา ทั้งนี้ข้อเสนอข้างต้นยังรวมถึงมาตรา 44 ทุกชุดที่ยังคงมีผลในขณะนี้ ที่อาจเป็นอุปสรรคสร้างความปรองดองด้วย

นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า เราเรียกร้อง ปยป. และรัฐบาล ไม่ได้มีหน้าที่รับฟัง  สรุป ประมวลความคิดเห็นเท่านั้น แต่ต้องทำหน้าที่สร้างความเชื่อมั่นต่อกันทุกกลุ่มทุกฝ่าย เพราะสถานการณ์ตอนนี้ความเชื่อมั่น และความไว้ใจต่อกันเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งตนมาวันนี้ เพราะพร้อมให้ความร่วมมือสร้างความปรองดอง และปฏิเสธไม่ได้ว่าเรามาด้วยความไว้วางใจต่อกระบวนการดังกล่าว หากไม่ไว้วางใจคงสนทนาโต๊ะกลมแบบนี้ไม่ได้หรอก2-3 ชั่วโมง

“สุดท้ายเราบอก คณะอนุกรรมการฯไปว่าเราไม่ได้คาดคั้น กดดัน ให้ต้องปฏิบัติทุกเรื่อง ทุกอย่าง หากไม่ปฏิบัติตามจะมีปฏิกิริยา เผชิญหน้ากัน  ซึ่งไม่ใช่เช่นนั้น แต่เราเข้าใจว่าการปรองดองไม่มีทุกฝ่ายได้หมด และไม่มีทุกฝ่ายเสียหมด เราขอเพียงพื้นที่พูดความจริงเท่านั่น ส่วนกระบวนการจากนี้ไปอยู่ในความรับผิดชอบของรัฐบาล และปยป. ที่จะพิจารณา สรุปข้อคิดเห็นต่อไป ส่วนออกมาแล้วสังคมจะยอมรับได้หรือไม่ ปรองดองจริงหรือไม่ เราคงจะพิจารณากันอีกที” นายณัฐวุฒิ กล่าว

“ดูเตอร์เต”เยือนไทย 20-22 มี.ค.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/265279

ปธน.ฟิลิปปินส์, เตอร์, เยือน, ไทย, 2022, มีค, นี้, ดูเตอร์เตเยือนไทย, 20-22, มีคนี้, ดูเตอร์เต

“ดูเตอร์เต”ได้ฤกษ์เยือนไทยในฐานะแขกรัฐบาล ระหว่าง 20-22 มี.ค.นี้ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ พร้อมลงนามร่วมข้อตกลง 3 ฉบับ

            15 มี.ค.  พลโทวีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายโรดรีโก โรอา ดูเตอร์เต ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ จะเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาลระหว่างวันที่ 20 –22 มี.ค.นี้ โอกาสนี้ ผู้นำทั้งสองจะ มีการหารือเต็มคณะและจะร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามข้อปฏิบัติและบันทึกความเข้าใจ ณ ทำเนียบรัฐบาลด้วย

การเยือนไทยของประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ให้รอบด้านระหว่างไทยกับฟิลิปปินส์  และเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระดับผู้นำในรัฐบาลชุดใหม่ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีดูเตอร์เต ที่เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายจะได้มีการหารือถึงแนวทางส่งเสริมความร่วมมือในสาขาที่มีศักยภาพและเป็นผลประโยชน์ร่วมกัน ทั้งด้านการค้าและการลงทุน การท่องเที่ยว การเกษตร พลังงาน ความร่วมมือทางการศึกษาและวิชาการ

พลโทวีรชน กล่าวว่า กำหนดการของประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฟิลิปปินส์นั้น มีกำหนดเดินทางถึงไทยในวันจันทร์ที่ 20 มีนาคม 2560 เวลา 23.10 น.โดยเที่ยวบินพิเศษ ณ ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6  โดยมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี  ในฐานะผู้แทนรัฐบาลรอต้อนรับ  และวันอังคารที่ 21 มีนาคม 2560 เวลา 16.00 น. จะมีพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ  ณ ทำเนียบรัฐบาล  โดยนายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ จะได้หารือข้อราชการร่วมกัน ณ ห้องสีงาช้าง และการหารือเต็มคณะ ณ ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า  หลังจากนั้น นายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ จะร่วมกันเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ ข้อปฏิบัติและความตกลงและร่วมการแถลงข่าวร่วม ณ ตึกสันติไมตรีหลังใน   ช่วงค่ำ นายกรัฐมนตรีเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ณ ตึกสันติไมตรีหลังนอก

พลโทวีรชน กล่าวว่า สำหรับความตกลงที่ผู้นำทั้งสองฝ่าย จะร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนาม มี 3 ฉบับ ประกอบด้วย  1. ความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ว่าด้วย

ความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Agreement between the Government of the Kingdom of Thailand and the Republic of the Philippines for Cooperation in the Field of Science and Technology) ผู้ลงนามฝ่ายไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (นางอรรชกา สีบุญเรือง) ผู้ลงนามฝ่ายฟิลิปปินส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (นาย FortunatoDela Peña)

2. การดำเนินงานตามโครงการความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว ปี 2017 – 2022 ระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวแห่งสาธารณรัฐฟิลิปปินส์และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาแห่งราชอาณาจักรไทย (Implementing Program of Tourism Cooperation 2017 – 2022 between the Department of Tourism of the Republic of the Philippines and the Ministry of Tourism and Sports of the Kingdom of Thailand) ผู้ลงนามฝ่ายไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร) ผู้ลงนามฝ่ายฟิลิปปินส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว (นาง Wanda Corazon Tulfo-Teo)

3. ข้อปฏิบัติว่าด้วยความร่วมมือในสาขาเฉพาะระหว่างศูนย์กระบือนม ประเทศฟิลิปปินส์ และกรมปศุสัตว์  เกี่ยวกับการเลี้ยงกระบือปลักและกระบือนม (Implementing Arrangement on Specific Areas of Cooperation between the Department of Livestock Development of the Ministry of Agriculture and Cooperatives of the Kingdom of Thailand and the Philippine Carabao Center of the Department of Agriculture of the Republic of the Philippines on Swamp and Dairy Buffalo Production) ผู้ลงนามฝ่ายไทย อธิบดีกรมปศุสัตว์ (นายอภัย สุทธิสังข์) ผู้ลงนามฝ่ายฟิลิปปินส์ ผู้อำนวยการศูนย์กระบือนม ประเทศฟิลิปปินส์  (นาย Arnel N. Del Barrio)

อย่างไรก็ตาม ระหว่างการเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการในครั้งนี้ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ยังได้พบหารือกับกลุ่ม นักธุรกิจไทย และผู้แทนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่ง ประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย รวมทั้งพบปะชุมชนชาวฟิลิปปินส์ในประเทศไทย ณ ห้องเจ้าพระยา หอประชุมกองทัพเรือ ด้วย

นปช.ชูหลักสร้างปชต.ถกปรองดอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/265271

นปช.ถกปรองดองภายใต้หลักการสร้างปชต.ทำปรองดองเกิด ขนเอกสาร 16 หน้าประกอบ ผช.โฆษกกห.เผยไม่มีนิรโทษ-ยกเลิก ม.44-คำสั่ง คสช. ขณะส่วนภูมิภาครับฟังแล้ว 60 จว.

        15 มี.ค. กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)จำนวน 10 คน นำโดย นายจตุพร พรหมพันธุ์  นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ นาง ธิดา ฐาวรเศรษฐ หมอเหวง โตจิราการ นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ นายนิสิต สินธุไพร นายธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ์ นายศักดิ์ระพี พรหมชาติ นายอารี ไกรนรา นายก่อแก้ว พิกุลทอง นายเกริกมนตรี รุจโสตถิพัฒน์ เดินทางเสนอแนวทางปรองดองต่อคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองในชุดคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ที่มี พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน ในกรอบ 10 ประเด็น ครอบคลุมเรื่องการเมือง  สังคม  เศรษฐกิจ  การปฏิรูปต่างๆ เป็นต้น

โดยกลุ่มนปช.นำเสนอความคิดเห็น แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ คำตอบสำหรับกรอบคำถาม 10 ข้อและมุมมองเรื่องการสร้างความปรองดองโดยยึดโยงกับข้อเท็จจริงที่ผ่านมา ภายใต้หลักการความปรองดองจะเกิดได้ด้วยการสร้างประชาธิปไตย นอกจากนี้ นปช.ได้จัดทำเอกสาร ข้อเสนอแนะแนวทางปรองดองความยาว จำนวน 16 หน้า มาเสนอคณะอนุกรรมการฯ

หลังจากนั้น พล.อ.ต.รังสรรค์ เยาวรัตน์ ผู้ช่วยโฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงข่าวว่า ในระหว่างวันที่ 13-15 มี.ค. มี 7 พรรคการเมืองและ 1 กลุ่มการเมืองเข้าเสนอความคิดเห็นประกอบด้วย พรรคท้องถิ่นไทย พรรครักธรรม พรรคเสรีนิยม  พรรคคนไทย พรรคเพื่อสหกรณ์ไทย พรรคเมืองไทยของเรา พรรรคอนาคตไทย กลุ่ม นปช. โดยบรรยากาศเป็นกันเอง ทุกพรรคการเมือง และกลุ่มการเมือง มีความมุ่งมั่นและมีความจริงใจที่จะเสนอความคิดเห็นเพื่อให้เกิดความปรองดอง และได้ศึกษาข้อมูลมาเป็นอย่างดี ที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม นอกจากนี้พรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองยังได้เน้นย้ำในเรื่องของความจริงใจ อย่างไรก็ตามข้อเสนอดังกล่าวจะส่งต่อไปให้คณะกรรมการชุดที่ 2 ดำเนินการต่อไป

พล.อ.ต.รังสรรค์ กล่าวต่อว่า ในด้านการเมืองพรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองเห็นว่า ปัญหาด้านการเมืองจะต้องแก้ไขโดยการเมืองในระบอบประชาธิปไตย พร้อมทั้งสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนในเรื่องระบอบการเมืองที่แท้จริง ตลอดจนถึงการกระจายอำนาจ ลดบทบาททางการเมือง และปลดล็อคการเมืองได้ง่ายขึ้น พร้อมดึงประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ในเรื่องประชาธิปไตย สำหรับการลดความเหลื่อมล้ำนั้นจะต้องใช้กลไกของภาครัฐเข้าไปช่วยเหลือประชาชนให้เข้าถึงทรัพยากร

พล.อ.ต.รังสรรค์ กล่าวต่อว่า สำหรับในเรื่องของกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมจะต้องมีการปฏิรูปพร้อมทั้งยึดโยงกับประชาชน และบังคับใช้โดยยึดหลักนิติรัฐนิติธรรมอย่างเท่าเทียมกัน สอดคล้องกับกติกาสากล ขณะที่ในเรื่องการทุจริตและคอรัปชั่นจะต้องสร้างการรับรู้การศึกษาให้กับประชาชน ต้องสร้างระบบตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพโปร่งใส ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย ส่วนเรื่องการปฏิรูปนั้นจะต้องปฏิรูประบบราชการ องค์กรอิสระ กระบวนการยุติธรรม การเมือง กฎหมายรัฐธรรมนูญ สำหรับในเรื่องของยุทธศาสตร์ 20 ปีจะต้องอาศัยวิสัยทัศน์ที่ก้าวหน้าและดึงประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมและประเมินเป็นระยะระยะ

สำหรับในส่วนของกลุ่มนปช.นั้นเสนอความคิดเห็นส่วนใหญ่อยู่ในกรอบของ 10 ประเด็นหลัก พร้อมทั้งได้ทำเอกสารมอบให้ทางคณะกรรมการฯและไม่มีเรื่องของการนิรโทษกรรม ซึ่งทางกลุ่ม นปช.เองเขาก็ยืนยันมาตั้งแต่ต้นแล้ว พร้อมทั้งไม่มีการพูดถึงการยกเลิกม.44 และคำสั่งของคสช. ยืนยัน นปช.ก็มีความจริงใจและมุ่งมั่นในการเสนอความคิดเห็นและเขาก็เข้าใจว่าอะไรที่เสนอได้และอะไรที่เสนอไม่ได้

พล.อ.ต.รังสรรค์ ยังกล่าวถึง การรับฟังความคิดเห็นในระดับภูมิภาคว่า ขณะนี้ได้ดำเนินการไปแล้ว 60 จังหวัดยังเหลืออีก 16 จังหวัดและจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นในระยะเวลาอันใกล้นี้ซึ่งบรรยากาศทั่วไปเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและประชาชนให้ความร่วมมือในการเสนอความคิดเห็นเป็นอย่างดี

สำหรับในส่วนของกลุ่มพรรคการเมืองอื่น ๆที่ยังไม่สะดวกที่จะเข้ามาเสนอความคิดเห็นในในช่วงนี้ สามารถติดต่อเข้ามาได้หากมีความพร้อม แต่หากไม่มาก็จะจบที่ 46 พรรคการเมือง กับ 2 กลุ่มการเมือง และในวันศุกร์ที่ 17 มี.ค. กลุ่ม กปปส.จะเข้ามาเสนอความคิดเห็นหลังจากนั้นผ่านอนุกรรมการก็จะเชิญภาคประชาสังคมเข้ามาให้ความคิดเห็นต่อไป

สตง.ลุยสอบจนท.เอียวเก็บภาษีหุ้นชินคอร์ปล่าช้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/265262

พิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส, สตง, ลุย, สอบ, จนท, ียว, เก็บภาษี, หุ้นชินคอร์ป, ล่าช้า

สตง.ลุยสอบบุคคลากรรัฐเอียวเก็บภาษีหุ้นชินคอร์ปล่าช้า อ้างสรรพากรรับมีจนท.ละเว้นปฏิบัติ

        15  มี.ค. — นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. กล่าวถึงการเรียกเก็บภาษีหุ้นชินคอร์ป จากนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุตัวเลขความเสียหายได้อย่างชัดเจน และที่มีกระแสข่าวว่าจะต้องเรียกเก็บเงินภาษีจากนายทักษิณ จำนวน 12,000 – 16,000 ล้านบาท เป็นเพียงการตั้งข้อสังเกตจากสื่อมวลชนเท่านั้น เนื่องจากกรมสรรพากร ยังไม่ได้ยืนยันตัวเลขที่แน่ชัด เพราะต้องทำการประเมินภาษี ที่จะมีรายละเอียดเกี่ยวกับค่าเสียหายเกี่ยวกับฐานความผิดที่เกิดขึ้น รวมกับดอกเบี้ยและเงินเพิ่มเบี้ยปรับ ซึ่งทั้งหมดจะดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนคดีสิ้นสุดอายุความในวันที่ 31 มีนาคม 2560

“หลังจากนี้ทุกหน่วยงานไม่จำเป็นต้องเข้ามารือกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีอีก ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายภารกิจให้แต่ละหน่วยงานปฏิบัติอย่างชัดเจนแล้ว โดยในส่วนของ สตง. จะทำการตรวจสอบบุคลากรภาครัฐที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการทำให้การเรียกเก็บภาษีล่าช้าที่ล่วงเลยจนคดีใกล้จะหมดอายุความ ซึ่งกรมสรรพากรเองก็ยอมรับในที่ประชุมว่า มีเจ้าหน้าที่ละเลยหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ไม่ดำเนินการเรียกเก็บภาษีจากนายทักษิณ ตั้งแต่ศาลมีคำพิพากษาในคดีดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2555” นายพิศิษฐ์ กล่าว

แหล่งข่าวจากที่ประชุมคณะทำงานเกี่ยวกับการเรียกเก็บภาษีคดีหุ้นชินคอร์ป กล่าวว่า นอกจากการมอบหมายภารกิจให้กับกรมสรรพากร และ สตง.แล้วนั้น ที่ประชุมยังได้มอบหมายให้เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กลับไปศึกษาคำพิพากษาในคดีเรียกเก็บภาษีของนายพานทองแท้ ชินวัตร และ นางสาวพินทองทา ชินวัตร ว่ามีส่วนไหนในคำพิพากษาที่สามารถนำมาดำเนินคดีที่เกี่ยวกับการฟอกเงินได้อีกบ้าง เนื่องจากฐานความผิดเกี่ยวกับการเลี่ยงภาษี ยังไม่สามารถดำเนินการเป็นคดีเกี่ยวกับการฟอกเงิน ที่ไม่มีวันสิ้นสุดของอายุความได้