“สุเทพ”ชี้ปราบโกงเห็นผลเร็ว-คดีไม่มีอายุความ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/265238

ต้อง, กปปส, สุเทพ, ชี้, ปราบ, โกง, เห็นผล, เร็ว, คดี, ไม่มี, อายุความ

“สุเทพ”ชี้กปปส. ร้องให้ปฏิรูปการปราบโกง ย้ำต้องให้เห็นผลโดยเร็ว และคดีต้องไม่มีอายุความ

         15 มี.ค. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูประเทศไทย (มปท.) ได้เผยแพร่ถ่ายทอดสดเฟซบุ๊กไลฟ์ ผ่านเพจ “Suthep Thaugsuban (สุเทพ เทือกสุบรรณ)” ตอนหนึ่งว่า การปฏิรูปประเทศไทยที่มวลมหาประชาชนเรียกร้องคือ การปฏิรูปเรื่องกระบวนวิธีการในการแก้ไขป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น ส่วนนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ต้องแก้ให้ได้  โดยกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯต้องทบทวนแก้ไขใหม่ ทำอย่างไรจึงจะดำเนินคดีกับผู้ที่ทุจริตให้รวดเร็วที่สุด การเอาตัวคนผิดมาลงโทษให้ได้อย่างรวดเร็ว จะทำให้คนที่คิดจะทำความผิด ในเรื่องนี้เกรงกลัวขึ้นบ้าง

นายสุเทพ กล่าวอีกว่า คดีที่เกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชั่น จะต้องไม่มีอายุความ หนีไปกี่ปีกลับมาต้องถูกดำเนินคดี ลงโทษจำคุก  เขาบอกว่าคนที่ทุจริตคอร์รัปชั่น มีแต่นักการเมือง กับข้าราชการ เพราะฉะนั้น ตรงนี้เราต้องแก้ทั้งตัวข้าราชการ และ นักการเมือง วันนี้ นักการเมืองที่ทำทุจริตฯเห็นชัดว่า ถูกดำเนินคดีรวดเร็ว ไปที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเลย  ข้าราชการก็เช่นกันการดำเนินคดีต้องเป็นไปอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับนักการเมือง

ทั้งนี้นักการเมืองทุกคนต้องแสดงบัญชีทรัพย์สิน มีรายได้มีหลักทรัพย์ อย่างไร ต้องเปิดเผยต่อสาธารณะ มวลมหาประชาชน เรียกร้องว่าต่อไปนี้ข้าราชการทุกระดับ ต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินต่อคณะกรรมการป.ป.ช. การเปิดเผยนั้น ปิดไว้ที่ทำการของตัวเองก็ได้  แต่ว่าต้องแสดงให้เห็น เพราะข้าราชการชั้นผู้ใหญ่อาจให้ลูกน้อง รับเงินแทน รับทรัพย์สินที่ได้มาจากอำนาจ แทน  อันนี้ก็ดำเนินการ เราจะต้อมีการปฏิรูประบบราชการ กันเป็นการใหญ่ ทำอย่างไรให้ข้าราชการมีจิตสำนึกที่ถูกต้องมีสัมมาทิฐิ ว่า เป็นข้าราชการของแผ่นดิน ของประชาชนมีหน้าที่ดูแลบริการประชาชน  ไม่ใช่เป็นนายของประชาชน นี่เป็นเรื่องของจิตวิญญาณ การปฏิรูประบบราชการคราวนี้จะต้องปลูกฝังจิตวิญญาณ สำนึก รับผิดชอบ ให้เกิดขึ้นในหมู่ข้าราชการทั่วไป

“มวลมหาประชาชน คาดหวังที่จะเห็นการกระจายอำนาจไปสู่ภูมิภาคหรือท้องถิ่น แน่นอนเราเคยเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด มวลมหาประชาชน ทนไม่ไหวแล้ว ที่แต่งตั้งข้าราชการจากส่วนกลาง ไปกินเมือง แทนที่จะไปดูแลบริการประชาชน กับไปหาทางกอบโกย หาผลประโยชน์  เพราะว่าไม่มีความรู้สึกผูกพันกับท้องถิ่น ที่ตัวเองไปเป็นผู้ว่าฯ เราจึงเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ  แต่ถ้าทำไม่ได้ทั่วประเทศ ก็ต้องลองดูว่าจังหวัดไหนมีความพร้อมที่จะทำได้บ้าง หรือ ถ้าไม่สามารถทำได้ เราจะทำอย่างไร ที่จะให้คนที่มาจากการเลือกตั้ง ของประชาชน มีอำนาจในการที่จะตัดสินใจวางอนาคตจังหวัดตัวเอง จัดทำโครงการงบประมาณ เพื่อพัฒนายกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนให้ได้ วันนี้อาจจะต้องมาทบทวนแล้วว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีอยู่เหมาะสมแล้ว หรือไม่ อย่างไร อบต.มีมากเหลือเกิน บางแห่งมีรายได้ปีละเพียง 1ล้านบาทจ่ายเงินเดือน นายกฯ รองนายกฯ เจ้าหน้าที่หมดพอดีไม่ต้องเอาไปพัฒนากัน ตรงนี้ก็เป็นเรื่องที่ต้องมาทบทวนแก้ไขกัน” นายสุเทพกล่าว

นายสุเทพกล่าวอีกว่า  หน่วยงานราชการ ที่มีการเรียกร้องให้มีการปฏิรูปมากที่สุดคือตำรวจเพราะเป็นผู้รักษากฎหมาย  บ้านเมืองต้องมีกฎหมายที่บังคับใช้กับคนทุกคน โดยเท่าเทียมกันและศักดิ์สิทธิ เสมอเหมือนกันหมด ต้องไม่มีความเหลื่อมล้ำในทางความยุติธรรม  ตำรวจเป็นต้นน้ำของกระบวนการยุติธรรม ต้องทำตำรวจให้เป็นตำรวจของประชาชน  ไม่ใช่รวมอำนาจที่ส่วนกลาง อย่างที่เป็นตอนนี้  ไม่ต้องมาอ้างว่า ตำรวจต้องบริหารแบบทหาร ตำรวจไม่ใช่กองทัพ ไม่ได้มีหน้าที่ไปรบกับใคร มีหน้าที่รักษากฎหมายดูแลปกป้องชีวิตประชาชน ให้ความยุติธรรมกับประชาชนในคดีความทั้งหลาย  ต้องเป็นตำรวจของประชาชน บรรจุที่จังหวัดไหนอยู่ที่จังหวัดเติบโตขึ้นมาตำแหน่งสูงสุดก็เป็นหัวหน้าตำรวจที่จังหวัดนั้นไม่ต้องมาวิ่งเต้นโยกย้ายข่ามจังหวัดข้ามภาคไม่มีประสิทธิภาพในการทำงาน ทำให้เกิดระบบอุปถัมภ์ขึ้นอย่างชนิดที่เรียกว่า ไม่เอาระบบคุณธรรมมาใช้เลย

‘บิ๊กป้อม’ ยัน ไม่ยกเลิก ม.44-คำสั่ง คสช.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/265204

ยกเลิกมาตรา 44, ประวิทย์ วงษ์สุวรรณ, บิ๊ก, ป้อม, ยัน, ไม่, ยกเลิก, ม44, คำสั่ง, คสช, บิ๊กป้อม, ไม่ยกเลิก, ม44-คำสั่ง

บิ๊กป้อม” ยัน ไม่ยกเลิก ม.44-คำสั่ง คสช. ตาม นปช.เสนอ ชี้ เปรียบเหมือน กม.บังคับใช้ไปแล้ว

               พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และ รมว.กลาโหม ปฏิเสธยกเลิก ม.44 และคำสั่ง คสช.ตามข้อเสนอของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่จะเสนอต่อคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองในชุดคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ว่า คงดำเนินการให้ไม่ได้ คำสั่งก็คือคำสั่ง และมีการดำเนินการบังคับใช้ไปแล้ว และใช้งานไปแล้วทั้งหมด ซึ่งก็เหมือนกับกฎหมาย และตนได้เน้นย้ำมาหลายครั้งแล้วว่าสิ่งที่ คสช.และรัฐบาล ทำไปก็เพื่ออนาคตว่าจะอยู่ร่วมกันอย่างไรเพื่อให้เกิดความสงบสุข

“อะไรที่เป็นกฎหมาย คงยกเลิกไม่ได้เพราะถือว่า บังคับใช้ไปแล้ว ต่อไปเมื่อเกิดความสงบและมีความปรองดองประชาชนสามารถทำมาหากินตลอดจนถึงนักธุรกิจต่างๆก็จะทำให้ประเทศเจริญก้าวหน้าถือว่าเป็นสิ่งที่ดีและเราก็จะอยู่ร่วมกันอย่างสันติ โดยใช้กฎหมายที่ผ่านมา ส่วนเรื่องก่อนหน้านี้ก็ต้องไปว่ากันในกระบวนการยุติธรรม ยืนยันว่าคงยกเลิก ม.44  และคำสั่งต่างๆของ คสช.ไม่ได้” พล.อ.ประวิตร กล่าว

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ส่วนที่กรณีกลุ่ม นปช. ต้องการให้ปฏิรูปประเทศเริ่มต้นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งนั้น เราไม่ได้บอกว่าจะปฏิรูปประเทศในตอนนี้ เพียงแต่เปิดตัวเอาไว้เท่านั้น รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งก็ไปดำเนินการต่อ เราไม่ได้คิดว่าจะทำไปตลอด 20 ปี ทำได้แค่ไหนก็แค่นั้นเพียงแต่ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี จะต้องเกิดขึ้นรวมถึงการปฏิรูปประเทศก็ต้องว่ากันไป ซึ่งส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยกับเรื่องของการปฏิรูปเพราะเราทำให้เกิดความปรองดอง และเกิดความร่วมมือกันในประเทศ

“วิษณุ”แย้มรีดภาษีแม้วจากส่วนต่างขายในตลาดหุ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/265195

ทักษิณ ชินวัตร, หุ้นชินคอร์ป, วิษณุ, แย้ม, รีด, ภาษี, แม้ว, จาก, ส่วน, ต่าง, ขาย, ตลาดหุ้น, สรรพากร

“วิษณุ”เผย“สรรพากร”พร้อมออกแบบประเมินภาษีหุ้นชินคอร์ป ชี้”แม้ว” มีสิทธิอุทรณ์ ใน 30 วัน แนะ พูดในชั้นศาลให้หมดจะได้จบ แจง คนละเรื่องคดียึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้าน

        15 มี.ค. — นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเรียกเก็บภาษีหุ้นชินคอร์ปกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่าวันนี้กรมสรรพากรได้มารายงานการเตรียมการเรียกเก็บภาษีตามที่ได้รับมอบหมายไป แต่มีปัญหาอยู่ 2-3 เรื่อง เลยอยากรู้ว่าวิธีการแก้ของเขาถูกหรือผิด แต่ถึงอย่างไร การประเมินภาษีจะทำภายในวันที่ 31 มี.ค.นี้ ซึ่งกรมสรรพากรมีฐานตัวเลขอยู่แล้วก่อนส่งคำประเมินดังกล่าวไปยังนายทักษิณอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

จากนั้นจะถือว่าอายุความที่จะครบ 10 ปี หยุดลงทันที แล้วเริ่มนับหนึ่งใหม่ไปอีก 10 ปี ซึ่งเป็นกระบวนการปกติในคดีทางแพ่ง โดยนายทักษิณมีสิทธิอุทธรณ์คำประเมินภาษีนั้นได้ภายใน 30 วัน ยืนยันกรมสรรพากรพร้อมดำเนินการ ส่วนข้อกังวลว่ากรมสรรพากรจะถูกฟ้องกลับนั้น การถูกฟ้องคงห้ามไม่ได้ แต่เมื่อถูกฟ้องแล้วแพ้หรือชนะ เป็นสิ่งที่ให้ความมั่นใจกันได้ และไม่ต้องมีมาตรการพิเศษคุ้มครองเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ รัฐบาลดำเนินการไปตามกฎหมายปกติ ส่วนที่อธิบายว่าเป็นอภินิหารทางกฎหมาย(Miracle Of Law) นั้น เพราะเราเจอช่องทางที่สมควรจะเสี่ยงดูในเรื่องที่คิดว่าไปไม่ได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าจะเก็บภาษีได้ นายวิษณุ กล่าวว่า เราไม่ใช่คำว่ามั่นใจ แต่เราต้องทำตามกระบวนการ ส่วนจะได้หรือไม่ก็ว่าไปตามกระบวนการ ตนอธิบายต่อที่ประชุมครม. เมื่อวันที่ 14 มี.ค.ที่ผ่านมาว่า ถ้าเรื่องนี้เป็นสีดำกับขาว เราจะไม่ทำเป็นที่เป็นสีดำ แต่เรื่องนี้เป็นสีเทา กรมสรรพากรตอบคำถามไม่ได้ว่าสิ่งที่ไม่เคยทำเพราะปิดเรื่อง ถูกหรือผิดถ้ายืนยันว่าถูกและเห็นด้วย เราก็จบแล้วปิดเรื่อง สังคมจะด่าอย่างไรก็ช่าง แต่เมื่อไม่มั่นใจ อาจจะตีความได้ก็ให้ศาลดำเนินการ จะได้เป็นมาตรฐานต่อไป

ต่อข้อถามที่ว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่านายทักษิณ ถูกคำสั่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองยึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้านแล้ว จึงไม่ต้องเสียภาษีส่วนนี้ นายวิษณุ กล่าวว่า มันเป็นคนละเรื่องกัน จำนวนเงินดังกล่าวไม่ใช่ภาษี เป็นการถูกยึดตามคดีอาญาเรื่องทุจริต ภาษีเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะบางอาชีพที่ผิดกฎหมายยังต้องเสียภาษี

“ภาษีที่จะเรียกเก็บคือส่วนต่างราคาหุ้นที่รับมา 1 บาท แต่ไปขาย 49 บาทในตลาดหลักทรัพย์”

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการระบุว่าการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ไม่ต้องเสียภาษี นายวิษณุ กล่าวว่า “มันเป็นเทคนิคหนึ่งที่เอาไว้ไปพูดในศาล สตง.ยืนยันว่าต้องเสีย รัฐบาลก็บอกกับกรมสรรพากรไปพิจารณาที่มีช่องทางให้ไปแปลความกันในศาลแล้วกัน ว่าต้องเสียหรือไม่ บางคนก็บอกว่ากฎหมายระบุชัดอยู่แล้วว่าไม่ต้องเสีย แต่กฎหมายอย่างนี้มันแปลได้หลายอย่างในบางกรณี ซึ่งไม่ใช่สองมาตรฐาน แต่เป็นเจตนาซึ่งผมไม่อยากไปเปรียบเทียบ กรมสรรพากรไม่เคยคิดว่าเป็นอย่างนี้มาก่อน ดังนั้น จึงต้องไปตีความกันในศาล คุณอย่าคิดเองว่าถูกหรือผิด อย่าเพิ่งไปเดาใจว่าเขาจะฟ้องกันอย่างไร ทุกอย่างไปพูดกันในศาลให้หมดจะได้จบ” นายวิษณุ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรมสรรพากรได้ชี้แจงหรือไม่ ว่าเหตุใดถึงไม่ดำเนินการในช่วงเวลาที่ผ่านมา นายวิษณุ กล่าวว่า มีการชี้แจงแล้ว ไม่มีอะไรซับซ้อน แต่อธิบายสั้นๆ กับสื่อไม่ได้ เขามีเหตุผลไม่ดำเนินการอยู่ ซึ่งกระทรวงการคลังได้ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงผู้เกี่ยวข้องตั้งแต่ปี 50-55 แต่อาจจะใช้เวลา เพราะต้องรอฟังข้อเท็จจริงที่เพิ่งปรากฎ หากมีมูลจะดำเนินการสอบวินัย ส่วนผู้ที่เกษียณไปแล้วก็ดำเนินการทางวินัยไม่ได้แต่ถ้ามีมูลทางอาญามันมีอายุความอยู่

“บิ๊กตู่”สั่งสอบ”ไทยพีบีเอส”ซื้อหุ้นกู้ซีพีเอฟ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/265188

ซีพีเอฟ, นายกฯ, วิษณุ เครืองาม, บิ๊ก, ตู่, สั่ง, สอบ, ไทยพีบีเอส, ซื้อ, หุ้นกู้, เอฟ, บิ๊กตู่, หุ้นกู้ซีพีเอฟ, วิษณุ

“บิ๊กตู่”สั่งสอบ”ไทยพีบีเอส”ซื้อ”หุ้นกู้ซีพีเอฟ” ด้าน “วิษณุ” จ่อ ทำหนังสือทวงถามข้อสงสัย

      15 มี.ค. — พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวถึงกรณีที่องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส ซื้อตราสารหนี้ (หุ้นกู้) บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ  ว่า กรณีดังกล่าวได้ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเขาตรวจสอบอยู่ ไม่ใช่นายกฯ จะต้องทำเอง หรือชี้ผิดถูกใครส่งเดชได้

ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ทราบรายละเอียดเรื่องนี้ จึงตอบไม่ได้ว่าในระเบียบของช่องโทรทัศน์สาธารณะ สามารถที่นำงบประมาณที่รัฐให้ไปซื้อหุ้นเอกชนได้หรือไม่ แต่จะทำหนังสือถามไปยังสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสในเร็ววันนี้เพื่อสอบถาม ทั้งนี้ ตนทำหน้าที่กำกับนโยบาย แต่ไม่ได้ดูในรายละเอียด และไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยว เพราะไทยทีบีเอสถือเป็นอิสระ และการซื้อหุ้นกู้ของไทยทีบีเอสก็ไม่ต้องรายงานต่อรัฐบาล เพราะถือเป็นการปฏิบัติตามปกติ

กรมพัฒน์ฯ ตามดู บจ.เวลท์เอเวอร์ ใกล้ชิด หลังลอยแพทัวร์ญี่ปุ่นนับพัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 เม.ย. 2560 15:08

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/912036


กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ติดตาม บจ.เวลท์เอเวอร์ อย่างใกล้ชิด หลัง นทท.ชาวไทยถูกลอยแพกลางสุวรรณภูมิ พบจดทะเบียนนิติบุคคลถูกต้อง แต่ไม่มีวัตถุประสงค์ท่องเที่ยวหรือขายตรง แนะ ปชช.ตรวจสอบก่อนร่วมลงทุน-ซื้อสินค้า…

เมื่อวันที่ 12 เม.ย.2560 ​นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีข่าวว่านักท่องเที่ยวชาวไทยถูกบริษัท เวลท์เอเวอร์ จำกัด ลอยแพกลางสนามบินสุวรรณภูมิจนไม่สามารถเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นได้นั้น กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้เร่งดำเนินการตรวจสอบสถานะบริษัทฯ ดังกล่าวเบื้องต้นพบว่า บริษัท เวลท์เอเวอร์ จำกัด ได้ดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลถูกต้องตามกฎหมาย จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2560 ทุนจดทะเบียน 2,000,000 บาท (แบ่งออกเป็น 20,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาท) กรรมการมี 1 คน คือ นางสาวพสิษฐ์ อริญชย์ลาภิศ สำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่เลขที่ 88/6 หมู่ที่ 9 ตำบลหนองยาว อำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์ มีวัตถุประสงค์การจัดตั้งจำนวน 24 ข้อ โดย 22 ข้อ (ข้อ 1-22) เป็นวัตถุประสงค์ทั่วไป ส่วนอีก 2 ข้อ (ข้อ 23-24) เป็นวัตถุประสงค์หลัก คือ ข้อ 23 ประกอบกิจการผลิตและจำหน่าย นำเข้า-ส่งออก น้ำดื่ม ชา กาแฟ น้ำแร่ และเครื่องดื่มทุกชนิด และ ข้อ 24 ประกอบกิจการผลิตและจำหน่าย นำเข้า-ส่งออก กระเป๋า รองเท้า เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย ทุกประเภท”

อธิบดีกรมธุรกิจการค้า กล่าวต่อว่า จะเห็นได้ว่า บริษัทฯ ดังกล่าว ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ประกอบธุรกิจนำเที่ยว หรือธุรกิจขายตรง/ธุรกิจตลาดแบบตรงแต่อย่างใด ซึ่งการประกอบธุรกิจนำเที่ยว/ท่องเที่ยว ต้องดำเนินการขออนุญาตประกอบธุรกิจจากกรมการท่องเที่ยวก่อน ถึงจะจดทะเบียนเพิ่มวัตถุประสงค์เพื่อประกอบธุรกิจนำเที่ยว/ท่องเที่ยวได้ และการประกอบธุรกิจขายตรง/ธุรกิจตลาดแบบตรง ต้องดำเนินการขออนุญาตประกอบธุรกิจจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ก่อน ถึงจะจดทะเบียนเพิ่มวัตถุประสงค์เพื่อประกอบธุรกิจขายตรง/ธุรกิจตลาดแบบตรงได้

นางสาวบรรจงจิตต์ กล่าวอีกว่า ในกรณีที่บริษัทฯ ประกอบกิจการนอกวัตถุประสงค์ที่ได้จดไว้กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และหากเกิดการร้องทุกข์กล่าวโทษเกิดขึ้น บริษัทหรือกรรมการต้องเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง ทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จะดำเนินการเฝ้าระวังและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อบรรเทาปัญหาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกรณีดังกล่าวต่อไป

อธิบดีฯ กล่าวด้วยว่า ขอฝากเตือนประชาชนว่าก่อนที่จะทำธุรกิจ หรือซื้อสินค้า/บริการ ควรตรวจสอบสถานะของนิติบุคคลให้ละเอียดก่อนร่วมลงทุนหรือซื้อสินค้า/บริการ…เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นในอนาคตโดยสามารถตรวจสอบสถานะนิติบุคคลเบื้องต้นได้ที่แอปพลิเคชันของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า DBD e-Service โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

 

ทางหลวงชนบทพร้อมดูแลคลื่นชนเดินทางสงกรานต์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 เม.ย. 2560 14:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/912012


กรมทางหลวงชนบทจัดสารพัดมาตรการดูแล อำนวยความสะดวก และป้องกันอุบัติเหตุช่วงเทศกาลสงกรานต์ ด้าน รมว.คมนาคมสั่งรายงานสภาพการจราจรแบบเรียลไทม์…

เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 12 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เป็นประธานในกิจกรรมปล่อยขบวนรถรณรงค์อำนวยความสะดวกและปลอดภัย
ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2560 โดยมีนายชาติชาย ทิพย์สุนาวี ปลัดกระทรวงคมนาคม นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน อธิบดีกรมทางหลวงชนบท และคณะเข้าร่วม

นายอาคม กล่าวว่า สั่งการให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2560 เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์อย่างมีความสุข สะดวกและปลอดภัย สำหรับในส่วนของกรมทางหลวงชนบท (ทช.) นั้น ได้สั่งการให้ตรวจสอบและแก้ไขพื้นที่จุดเสี่ยง ทางร่วม ทางแยก จุดกลับรถ ทางเลี่ยงทางลัด ป้ายบอกทาง/แนะนำเส้นทาง รวมทั้งจัดตั้งศูนย์ประสานงานและจุดให้บริการ รายงานสภาพการจราจรออนไลน์แบบเรียลไทม์ จัดรถบริการให้ความช่วยเหลือเมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือรถเสีย ตลอดจนตรวจสอบเครื่องหมายป้ายจราจร ไฟฟ้าแสงสว่างให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน

นายพิศักดิ์ กล่าวว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ ทช.ได้จัดทำแผนบูรณาการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติ ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยเฉพาะอำนวยความสะดวก และปลอดภัย ในการเดินทาง ตลอดจนการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน พร้อมทั้งติดตั้งเครื่องหมายเตือน ป้ายแนะนำเส้นทางเลี่ยงและไฟสัญญาณเป็นระยะๆ ชัดเจนทั่วประเทศ โดยช่วงควบคุมเข้มข้น ระหว่างวันที่ 11-18 เม.ย. ขอความร่วมมือให้ผู้รับจ้างหยุดดำเนินการก่อสร้าง เพื่อคืนผิวจราจรให้ประชาชนเดินทางสะดวกปลอดภัยมากที่สุด

นอกจากนั้น ยังจัดตั้งศูนย์ความปลอดภัยกรมทางหลวงชนบทและบริการสายด่วน 1146 พร้อมจัดตั้งศูนย์ความปลอดภัยระดับสำนัก 18 ศูนย์ ระดับจังหวัด 76 ศูนย์ และจัดตั้งหน่วยให้บริการประชาชนทางหลวงชนบท ทั้ง 76 จังหวัด เป็นต้น ตลอดจนได้รณรงค์ขับขี่ปลอดภัยบนสายทางหลวงชนบทโดยจัดทำคลิปเสียงสปอตเพื่อเปิดบนรถโมบายยูนิต ทช. ซึ่งมีจำนวน 94 คัน ทั่วประเทศ

นายพิศักดิ์ กล่าวต่อว่า กรมทางหลวงชนบทขอความร่วมมือประชาชนใส่ใจเพื่อนร่วมทางด้วยการขับรถช้า เปิดไฟหน้า คาดเข็มขัดนิรภัย ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม พร้อมทั้งศึกษาเส้นทางและเช็กสภาพรถก่อนออกเดินทาง เพื่อความปลอดภัย ใช้ความระมัดระวังในการขับขี่ ไม่ประมาท เมาไม่ขับ และสวมหมวกนิรภัยทุกครั้งก่อนใช้รถ ทั้งนี้ สามารถติดต่อสอบถามเส้นทางเลี่ยงของ ทช. ได้ทางสายด่วน 1146 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ http://www.drr.go.th.

 

ขนส่งฯ คาดโทษหนัก รถโดยสาร-แท็กซี่ ทำผิดช่วงสงกรานต์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 เม.ย. 2560 13:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/912020


อธิบดีกรมการขนส่งทางบกเตือนรถโดยสารสาธารณะอย่าฉวยโอกาสช่วงสงกรานต์ ลุยจัดผู้ตรวจการลงพื้นที่อำนวยความสะดวกและคุมเข้มทุกสถานีขนส่งผู้โดยสาร…

เมื่อวันที่ 12 เม.ย. นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสเอาเปรียบประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ กรมการขนส่งทางบก และสำนักงานขนส่งจังหวัด ได้จัดผู้ตรวจการลงพื้นที่อำนวยความสะดวกและความปลอดภัยตามสถานีขนส่งผู้โดยสาร จุดจอดที่ทางราชการกำหนดรวมถึงจุดที่มีประชาชนไปเรียกใช้บริการรถโดยสารเป็นจำนวนมาก เช่น สนามบิน หรือ แหล่งท่องเที่ยว ทั้งยังได้จัดตั้งศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องร้องเรียน 1584 ชั่วคราวที่สถานีขนส่งผู้โดยสารทุกแห่งทั่วประเทศและเพิ่มจำนวนคู่สายโทรศัพท์สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับเรื่องร้องเรียนและให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการใช้บริการรถโดยสารสาธารณะทุกประเภท

ทั้งนี้ เตือนผู้ประกอบการขนส่งด้วยรถสาธารณะทุกประเภทและพนักงานขับรถทุกคนปฏิบัติตามเงื่อนไขการเดินรถ ห้ามบรรทุกผู้โดยสารเกินจำนวนที่กำหนด ห้ามเรียกค่าโดยสารเกินอัตรากำหนด โดยสภาพรถต้องมีความพร้อมมีความปลอดภัยในการใช้งานบนท้องถนน พนักงานขับรถต้องไร้สารเสพติด แอลกอฮอล์ต้องเป็นศูนย์และขับรถไม่เกินชั่วโมงการทำงานตามที่กฎหมายกำหนด พบหากฝ่าฝืนลงโทษหนักทุกกรณี กรณีรถแท็กซี่ รถจักรยานยนต์สาธารณะ ปฏิเสธผู้โดยสาร ไม่ส่งผู้โดยสารตามสถานที่ที่ได้ตกลงกันไว้ แสดงกิริยาวาจาไม่สุภาพ ไม่ใช้มาตรค่าโดยสาร ใช้รถป้ายดำรับ-ส่ง ปรับสูงสุดทุกกรณี และหากเป็นการกระทำความผิดซ้ำซาก ความผิดอาญา กระทำอนาจาร ทำลายภาพลักษณ์ประเทศ ลงโทษพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถทันที โดยกรมการขนส่งทางบกจะจัดเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบการให้บริการที่สถานีขนส่งผู้โดยสาร จุดจอด และบริเวณที่มีประชาชนเรียกใช้บริการรถสาธารณะเป็นจำนวนมากตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์ ทั้งเที่ยวไปและเที่ยวกลับ

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวต่อว่า เน้นย้ำทุกฝ่ายต้องให้บริการด้วยมาตรฐานคุณภาพ สะดวก ปลอดภัย และเป็นธรรม ควบคู่กับการพัฒนาแก้ไขพฤติกรรมการให้บริการ สร้างจิตสำนึกการขับขี่ปลอดภัย ทั้งนี้ หากประชาชนพบรถโดยสารสาธารณะเอาเปรียบร้องเรียนได้ที่สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องร้องเรียน 1584 ในช่วงเทศกาล ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารทุกแห่งทั่วประเทศ เป็นต้น.

 

ทองไทยก่อนสงกรานต์ราคาพุ่งขึ้นบาทละ 250

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 เม.ย. 2560 10:19

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/911787


ราคาทองคำในประเทศไทยก่อนถึงวันสงกรานต์ราคาขึ้นแรงถึงบาทละ 250 โดยทองคำแท่งขายออกบาทละ 20,850 บาท ส่วนทองรูปพรรณ…

เมื่อวันที่ 12 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาคมค้าทองคำแจ้งปรับราคาทองคำประจำวันครั้งที่ 1 ขึ้นบาทละ 250 บาท โดยทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 20,750 บาท ขายออกบาทละ 20,850 บาท ส่วนทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 20,375.04 บาท ขายออกบาทละ 21,350 บาท ซึ่งเป็นผลมาจากราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น.

 

เอไอเอสจัดเต็มเครือข่ายรับสงกรานต์ไม่ให้สื่อสารสะดุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 เม.ย. 2560 09:44

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/911752


“เอสไอเอส”​ จัดเต็มคุณภาพเครือข่ายรับสงกรานต์ส่งทีมงานอยู่โยงดูแล 24 ชม. “ไทวัสดุ” ร่วมดูแลใช้รถใช้ถนนเปิด 10 สาขาตรวจเช็กสภาพรถ “เนสท์เล่” ผนึก 3 หน่วยงานดูแลคมนาคมมอบกาแฟกระป๋องแก้ง่วง…

เมื่อวันที่ 12 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาคเอกชนและธุรกิจต่างๆ ได้จัดกิจกรรม แคมเปญทางการตลาด และจัดมาตรการไว้ดูแลลูกค้าช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งประชาชนจำนวนมากเดินทางออกจากกรุงเทพฯ กลับภูมิลำเนาและไปท่องเที่ยวต่างจังหวัด โดย บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ร่วมส่งความสุขให้กับลูกค้า และประชาชนทั่วประเทศ จัดเต็มคุณภาพเครือข่าย ทั้งโทรศัพท์มือถือ 4.5G, 4G, 3G และเอไอเอสซุปเปอร์ไวไฟส่งทีมงานวิศวกรทั้งส่วนกลางและภูมิภาคพร้อมปฏิบัติงานดูแลเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งพนักงานตามสาขาและคอลเซ็นเตอร์ให้บริการ

ขณะเดียวกันเอไอเอสยังได้จัดรถโมบาย และติดตั้งอุปกรณ์เพื่อขยายสัญญาณเพิ่มเติม ณ จุดที่มีการใช้งานอย่างหนาแน่น เช่น บริเวณสถานีขนส่ง สนามบิน สถานีบริการน้ำมัน แหล่งท่องเที่ยวและตามสถานที่จัดงานสงกรานต์ ทั้งในเขตกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด นอกจากนั้น ยังมีสิทธิพิเศษ ส่วนลดในร้านอาหารและเครื่องดื่มจากแคมเปญ AIS LIVE 360°

ด้าน นายรัฐวิชญ์ ศุภสวัสดิรัตน์ รักษาการผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการตลาด บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด กล่าวว่า ไทวัสดุขอเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมรณรงค์การลดปัญหาอุบัติเหตุสงกรานต์ จึง มอบหมายให้ไทวัสดุ 10 สาขา ที่อยู่ในจังหวัดหัวเมืองใหญ่ และมีประชากรจำนวนมากจัดพื้นที่ด้านหน้าสโตร์ตั้งเต็นท์ให้บริการประชาชนที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนาช่วงเทศกาลเป็นเวลา 9 วัน ตั้งแต่วันที่ 9–17 เม.ย. โดยร่วมมือกับสถาบันการศึกษา โดยเฉพาะสถาบันอาชีวศึกษาที่มีการเรียนการสอนด้านช่างยนต์ รวมทั้งหน่วยงานด้านฝีมือแรงงานจังหวัดในพื้นที่ จัดนักเรียน นักศึกษา และเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ความสามารถด้านนี้โดยเฉพาะมาให้บริการ

สำหรับโครงการนี้ จัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 ใน 1 ปี จะจัด 2 ครั้งคือ ช่วงเทศกาลปีใหม่ และเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นวันหยุดยาว มีการใช้รถยนต์เดินทางกลับภูมิลำเนาจำนวนมาก ที่ผ่านมาผลตอบรับดีประชาชนให้ความสนใจใช้บริการจึงสานต่อโครงการ เพราะนอกจากจะเป็นการตรวจสภาพรถยนต์ให้พร้อมใช้แล้วยังช่วยลดอุบัติเหตุให้น้อยลงด้วย ซึ่งไทวัสดุได้เลือกทำเลไว้ 10 สาขา ประกอบด้วย บางบัวทอง ฉะเชิงเทรา จันทบุรี ระยอง เพชรบูรณ์ พิษณุโลก เชียงใหม่ เชียงราย อุบลราชธานี และสระบุรีจัดโครงการ

นางสาวเครือวัลย์ วรุณไพจิตร ผู้อำนวยการ บริหารธุรกิจผลิตภัณฑ์พร้อมดื่ม บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด กล่าวว่า เนสกาแฟขานรับนโยบายภาครัฐส่งแคมเปญเนสกาแฟกลับบ้านปลอดภัยกำลังใจมาเต็ม ร่วมรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุการเดินทางช่วงสงกรานต์ ผนึก 3 หน่วยงานคมนาคมหลัก กองบังคับการตำรวจทางหลวง การทางพิเศษแห่งประเทศไทย และการรถไฟแห่งประเทศไทย ปล่อยคาราวานสนับสนุนการเดินทางกลับบ้านเดินสายมอบเนสกาแฟกระป๋องพร้อมดื่ม 2 รสชาติ ให้แก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสารกว่า 200,000 คนฟรี เพื่อเติมความสดชื่น กระปรี้กระเปร่าตลอดการเดินทาง ณ จุดบริการตำรวจทางหลวง จุดบริการการทางพิเศษ สถานีรถไฟ และสถานีขนส่งทั่วประเทศกว่า 17 แห่ง

ทั้งนี้ บริษัทฯ ต่อยอดแคมเปญ เนสกาแฟ กลับบ้านปลอดภัย กำลังใจมาเต็มมาเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน เพื่อรณรงค์ให้ผู้ขับขี่ และผู้โดยสารในเส้นทางต่างๆ ให้ความสำคัญและเพิ่มความระมัดระวังในการเดินทางอย่างปลอดภัยในช่วงเทศกาลมากขึ้น ซึ่งเป็นการตอกย้ำแนวคิดหลักของแบรนด์ที่พร้อมอยู่เคียงข้างคนทำงานที่มีความมุ่งมั่น ให้ฝ่าฟันไปถึงจุดมุ่งหมายที่ตั้งใจไว้ให้ได้.

 

จับมือไต้หวัน-จีนยึด“อีอีซี”ลงทุนแสนล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 12 เม.ย. 2560 06:28

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/911622


ไทยผุด“เอ็นเนอยีสตอเรจ”ใหญ่สุดในโลก

นายสมโภชน์ อาหุนัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัทพลังงานบริสุทธิ์ จำกัด หรืออีเอ เปิดเผยภายหลังร่วมลงนามความร่วมมือระหว่างจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมนิวเอสเคิร์พ และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ว่า บริษัทจะเป็นรายแรกที่เข้าไปลงทุนในนิคมฯดังกล่าวที่อยู่ในพื้นที่โครงการเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) โดยจะร่วมกับบริษัทเฉินเซนโกลวัตต์ เอ็นเนอร์ยี จำกัด ผู้ผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้ารายใหญ่ของจีน และบริษัท อมิตา เทคโนโลยี จำกัด ผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่ของไต้หวัน สร้างโรงงานอุปกรณ์กักเก็บไฟฟ้า (เอ็นเนอยีสตอเรจ) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

บริษัทได้วางแผนการลงทุนระยะ 5 ปี (ปี 2560-2564) ใช้เงินลงทุน 100,000 ล้านบาท มีขนาดกำลังผลิต 50 จิกกะวัตต์ต่อชั่วโมง หรือ 50,000 เมกกะวัตต์ แบ่งการลงทุนเป็น 2 ระยะ ระยะแรก 3,000 ล้านบาท ขนาดกำลังผลิต 1 จิกกะวัตต์ เริ่มก่อสร้างภายในปีนี้ หลังจากนั้นจะทยอยลงทุนให้ครบทั้ง 50 จิกกะวัตต์ ภายใน 5 ปี

“การตั้งโรงงานในนิคมนิวเอสเคิร์ฟ ถือว่าเป็นโรงงานผลิตเอ็นเนอยีสตอเรจที่ใหญ่ที่สุดในโลก และมีต้นทุนผลิตต่อหน่วยที่ต่ำที่สุด เพื่อเป็นฐานการผลิตที่สำคัญป้อนผลิตภัณฑ์ให้กับทั่วโลก ระยะแรกจะส่งออกไปต่างประเทศสัดส่วน 70-80% ก่อน โดยเฉพาะตลาดเอเชียและเพื่อนบ้านที่ยังมีความต้องการสูง ส่วนการผลิตแบตเตอรี่เพื่อป้อนให้กับรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ระยะแรกคงจะยังไม่ผลิต เพราะความต้องการของผู้บริโภคยังมีน้อย แต่หากความต้องการของตลาดมีจำนวนมากก็สามารถผลิตแบตเตอรี่ป้อนให้กับรถยนต์อีวีได้ทันที เพราะมีเทคโนโลยีอยู่แล้ว”.