‘ไอซิส’ อ้างอยู่เบื้องหลังบึมโบสถ์อียิปต์ 36 ศพ-โป๊ปคอปติกรอดหวุดหวิด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 เม.ย. 2560 23:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/909531


กลุ่มไอซิสอ้างเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดที่โบสถ์ชาวคริสต์นิกายคอปติก 2 แห่งในอียิปต์ ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 36 ราย ขณะที่โป๊ปผู้นำพระศาสนจักรค็อปติกแห่งอเล็กซานเดรียซึ่งอยู่ที่โบสถ์ด้วยไม่ได้รับบาดเจ็บ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มติดอาวุธ รัฐอิสลาม หรือ ไอซิส ออกมาอ้างตัวว่าพวกเขาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดโจมตีโบสถ์คริสต์นิกายคอปติก 2 แห่งในเมืองตันตา และเมืองอเล็กซานเดรียของประเทศอียิปต์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 36 ราย และบาดเจ็บอีกนับร้อยคนเมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 เม.ย. ซึ่งตรงกับ ‘วันอาทิตย์ใบปาล์ม’ (Palm Sunday) หนึ่งในวันสำคัญทางศาสนาของชาวคริสต์

ตามการเปิดเผยของกระทรวงมหาดไทยอียิปต์ เหตุระเบิดจุดแรกเกิดขึ้นที่เมืองตันตา ทางเหนือของกรุงไคโร ทำให้มีผู้เสียชีวิต 29 ราย และบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 71 คน โดยเจ้าหน้าที่ความมั่นคงเผยในเวลาต่อมาว่า พวกเขาสามารถปลดชนวนระเบิดอีก 2 ลูกที่มัสยิด ซีดี อับเดล ราฮิม ภายในเมืองแห่งนี้ได้ด้วย

ชาวอินเดียรวมตัวกันใกล้โบสถ์ในเมืองอเล็กซานเดรีย หลังเกิดเหตุระเบิด

ส่วนเหตุระเบิดที่โบสถ์ เซนต์มาร์ค ในเมืองอเล็กซานเดรีย ทำให้มีผู้เสียชีวิต 13 ราย และบาดเจ็บ 35 คน ผู้เสียชีวิตยังรวมไปถึงตำรวจ 4 นาย และมือระเบิดซึ่งจุดระเบิดหลังจากถูกตำรวจห้ามไม่ให้เข้าโบสถ์ ขณะที่โป๊ป ตาวาดรอสที่ 2 ผู้นำพระศาสนจักรคอปติกแห่งอเล็กซานเดรีย ผู้ทรงเป็นผู้นำทำพิธีมิสซาที่โบสถ์แห่งนี้ ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

ทั้งนี้ เหตุระเบิดเกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่พระสันตะปาปาฟรานซิสจะเสด็จเยือนประเทศอียิปต์ เพื่อแสดงความสนับสนุนชาวคริสต์ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยในอียิปต์

 

ตร.นอร์เวย์ทำลายอุปกรณ์คล้ายระเบิดในออสโล-ผู้ต้องสงสัยถูกจับกุม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 เม.ย. 2560 22:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/909516


ตำรวจนอร์เวย์ทำลายอุปกรณ์คล้ายระเบิดที่ถูกพบในเมืองหลวงกรุงออสโลเมื่อคืนวันเสาร์ โดยไม่ยืนยันว่าเป็นระเบิดหรือไม่ แต่มีผู้ต้องสงสัยถูกจับกุม 1 ราย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจในประเทศนอร์เวย์ ดำเนินการทำลายอุปกรณ์ที่มีลักษณ์คล้ายระเบิด ซึ่งถูกพบอยู่ในย่านกรีนแลนด์ ใจกลางกรุงออสโล เมืองหลวงของประเทศ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 8 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยโฆษกตำรวจระบุว่าเสียงที่เกิดขึ้นจากการทำลายดังกว่าที่จะมาจากระเบิดที่พวกเขาใช้เพียงอย่างเดียว

อย่างไรก็ตาม ตำรวจระบุว่า อุปกรณ์ที่พบมีขีดความสามารถในการสร้างความเสียหายเพียงเล็กน้อย แม้จะไม่ยืนยันว่าเป็นระเบิดหรือไม่ ขณะที่มีผู้ต้องสงสัย 1 คนถูกควบคุมตัว แต่ตำรวจไม่เปิดเผยรายละเอียดใดๆ เกี่ยวกับคนผู้นี้ และส่งต่อการสืบสวนให้เป็นหน้าที่ของสำนักงานตำรวจความมั่นคงนอร์เวย์ (PST) แล้ว

ตำรวจหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดส่งหุ่นยนต์ออกไปตรวจสอบอุปกรณ์ต้องสงสัยในกรุงออสโล

ทั้งนี้ ตำรวจในประเทศนอร์เวย์อยู่ในภาวะเฝ้าระวังการก่อการร้ายอยู่แล้ว หลังจากเกิดเหตุคนร้ายขับรถบรรทุกพุ่งชนผู้คนในกรุงสตอกโฮล์มของสวีเดนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย และบาดเจ็บอีก 15 คน นอกจากนี้ ตำรวจยังพบวัตถุต้งสงสัยใต้ที่นั่งคนขับของรถบรรทุกคันนี้ด้วย แต่ไม่ยืนยันว่าเป็นระเบิดหรือไม่

 

เหตุระเบิดโจมตีโบสถ์คริสต์ในอียิปต์ ตายแล้วนับสิบ เจ็บอีกเพียบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 เม.ย. 2560 16:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/909390


ภาพจากทวิตเตอร์​ @AlArabiya_Eng

เกิดเหตุระเบิดโบสถ์ของชาวคริสต์ในเมืองตอนตอ ห่างออกไปประมาณ 90 กิโลเมตร ทางตอนเหนือของกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ เบื้องต้นสื่ออาหรับรายงานเสียชีวิตอย่างน้อย 21 คนแล้ว และมีผู้บาดเจ็บอีกราว 50 คน ไม่ชัดวางระเบิดหรือบึมพลีชีพ…

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 9 เม.ย.2560 เกิดเหตุระเบิดอย่างรุนแรงขึ้นที่โบสถ์เซนต์ จอร์จ คอปติก (St George’s Coptic) ในเมืองตอนตอ (Tanta) ห่างออกไปประมาณ 90 กิโลเมตร ทางตอนเหนือของกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ ส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 13 คน และมีผู้บาดเจ็บอีกราว 40 คน

เหตุระเบิดครั้งนี้เกิดขึ้นตรงกับวันอาทิตย์ใบลาน (Palm Sunday) ที่ถือเป็นวันแห่งการระลึกถึงการเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็มของพระเยซูคริสต์ ส่วนสาเหตุของการเกิดระเบิดยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด และยังไม่มีกลุ่มใดออกมาระบุว่าอยู่เบื้องหลังการก่อเหตุในครั้งนี้แต่อย่างใด

ภาพภายในโบสถ์ก่อนเกิดการระเบิดจาก LINE TV

เมื่อเวลา 16.30 น. สำนักข่าวอัลอาราบียา รายงานว่า เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นมีผู้เสียชีวิตแล้ว 25 ราย และบาดเจ็บอีกกว่าสิบราย

เมื่อเวลา 18.05 น.มีรายงานว่าเกิดเหตุระเบิดบริเวณด้านหน้าโบสถ์คริสต์ในเมืองอเล็กซานเดรีย จนเป็นเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 คนด้วยโดยเหตุรุนแรงครั้งนี้เกิดขึ้นไม่นานก่อนหน้าที่สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิกจะเสด็จเยือนอียิปต์ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

เมื่อเวลสา 18.50 น.สำหรับยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดในโบสถ์คริสต์ เซนต์ จอร์จ คอปติก ในเมืองตอนตอ ทางตอนเหนือของประเทศอียิปต์ เพิ่มเป็นอย่างน้อย 21 คนแล้ว และมีผู้บาดเจ็บอีกราว 50 คน ส่วนสาเหตุของการเกิดเหตุระเบิดยังไม่แน่ชัด ซึ่งผู้ว่าการจังหวัดเปิดเผยกับสื่อท้องถิ่นว่า ยังไม่แน่นอนว่าเป็นการวางระเบิด หรือเป็นการจุดชนวนระเบิดฆ่าตัวตาย ท่ามกลางความพยายามของเจ้าหน้าที่ในการค้นหาวัตถุระเบิดที่อาจซุกซ่อนอยู่ในบริเวณใกล้ชิด ขณะเดียวกันนับจนถึงตอนนี้ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาระบุว่าอยู่เบื้องหลังการก่อเหตุ

ทั้งนี้ เหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นกับชาวอียิปต์ที่นับถือศาสนาคริสต์ นิกายคอปติกเพิ่มสูงขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ก็เกิดระเบิดชึ้นที่โบสถ์คริสต์นิกายคอปติกในกรุงไคโร จนเป็นเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิต 25 คนด้วย

 

เดือดอีกที่! ทรัมป์ ลุยจริง สั่งเรือบรรทุกเครื่องบิน จ่อบี้คิม จอง อึน (คลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 เม.ย. 2560 15:24

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/909281


ทรัมป์ เอาจริง สั่งเรือบรรทุกเครื่องบินลำมหึมา คาร์ล วินสัน จากสิงคโปร์ มายังมหาสมุทรแปซิฟิกฝั่งตะวันตก ใกล้คาบสมุทรเกาหลี ขู่คิม จอง อึนแล้ว หลังเตือนลั่นโลก สหรัฐฯ พร้อมจะลุยเดี่ยวจัดการโสมแดง แม้จีนไม่ช่วย ฐานทดสอบขีปนาวุธและพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์


http://www.thairath.co.th/clip/117095

คลิปประกอบ เรือบรรทุกเครื่องบิน คาร์ล วินสัน

เมื่อ 9 เม.ย. สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน กองทัพสหรัฐฯ สั่งเรือบรรทุกเครื่องบิน ‘คาร์ล วินสัน’ (USS Carl Vinson) พร้อมกองเรือรบมุ่งหน้ามายังมหาสมุทรแปซิฟิก ด้านตะวันตก ใกล้คาบสมุทรเกาหลี หลังจากรัฐบาลเกาหลีเหนือภายใต้การนำของคิม จอง อึน ก้าวร้าวด้วยการทดสอบขีปนาวุธอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ยังได้ทดสอบขีปนาวุธนำวิถี สกั๊ด แต่เกิดระเบิดกลางอากาศเสียก่อน

พลเรือเอก แฮร์รี่ แฮร์ริส ผู้บัญชาการกองกำลังสหรัฐฯ ประจำภาคพื้นแปซิฟิก ซึ่งบังคับบัญชาโดยตรงต่อปฏิบัติการของเรือบรรทุกเครื่องบิน คาร์ล วินสัน ประกาศว่า เรือบรรทุกเครื่องบิน คาร์ล วินสันได้แล่นออกจากสิงคโปร์ มุ่งหน้ามายังฝั่งตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิก เมื่อ 8 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นปฏิบัติการเตรียมความพร้อมอย่างรอบคอบต่อสถานการณ์ในภูมิภาคนี้

เรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯ​‘ยูเอสเอส คาร์ล วินสัน’

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ส่งสัญญาณต่อการ ‘จัดการ’ เกาหลีเหนือแล้วว่า สหรัฐฯ พร้อมจะลุยเดี่ยวแก้ปัญหาภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์จากเกาหลีเหนือเพียงลำพัง ถึงแม้รัฐบาลจีน ซึ่งเป็นพันธมิตรและมีอิทธิพลต่อเกาหลีเหนือจะไม่ยื่นมือมาให้ความช่วยเหลือ หลังจากทางการเกาหลีเหนือได้ทดสอบขีปนาวุธและยังมุ่งพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์อย่างบ้าระห่ำ ไร้ความรับผิดชอบ และทำให้คาบสมุทรเกาหลีไร้เสถียรภาพ

ซีเอ็นเอ็น ชี้ว่า ความเคลื่อนไหวของรัฐบาลสหรัฐฯ ในการส่งเรือบรรทุกเครื่องบินคาร์ล วินสันมายังคาบสมุทรเกาหลีเหนือ เป็นสิ่งที่ไม่ปกติ อีกทั้งยังมีขึ้นหลังจากประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนเพิ่งเดินทางไปเยือนสหรัฐฯ หารือกับประธานาธิบดีทรัมป์เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่สาบานตนรับตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ

ข่าวเกี่ยวข้อง

โสมแดงขวางโลก ยิงมิสไซล์อีกแล้ว แต่บึมสนั่น หลังเฮลั่นมาหลายครั้ง (คลิป)

 

ผู้ประกาศข่าวสาวอินเดียสุดช็อก อ่านข่าวด่วน รถชนกัน สามีตายด้วย (คลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 เม.ย. 2560 12:08

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/909112


ยิ่งกว่าในหนัง..ผู้ประกาศข่าวหญิงชาวอินเดีย อ่านข่าวด่วน เกิดอุบัติเหตุรถชนกัน แต่ต้องช็อกสุดๆ เมื่อนักข่าวโทรเข้ามาแจ้งว่า 1 ใน 3 ผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุครั้งนี้ คือสามีของเธอเอง

เมื่อ 9 เม.ย. สื่อต่างประเทศรายงานเกิดเหตุการณ์สุดช็อก กับนางสุพรีต คาอูร์ ผู้ประกาศข่าวหญิงชาวอินเดีย ประจำสถานีโทรทัศน์ช่อง IBC24 ที่เธอต้องเจอกับเหตุการณ์สุดสะเทือนใจระหว่างกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ เมื่อเธอได้รายงานข่าวด่วน เกิดอุบัติเหตุรถเก๋ง 2 คันชนกัน และนักข่าวได้โทรศัพท์แจ้งชื่อผู้เสียชีวิตเข้ามา 3 ราย หนึ่งในนั้นคือ นายฮาร์ซัด คาวาดี สามีของผู้ประกาศข่าวสาวที่เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

ท่ามกลางความตกตะลึง เมื่อรู้ว่าสามีของเธอคือหนึ่งในผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุครั้งนี้ แต่นางคาอูร์ผู้ประกาศข่าวหญิงวัย 28 ปี ยังคงพยายามตั้งสติ และทำหน้าที่ของเธอได้อย่างดีเยี่ยม สามารถอ่านข่าวจนจบ เนื่องจากเป็นการออกอากาศสดของทางสถานีโทรทัศน์  อย่างไรก็ตาม ด้วยความสะเทือนใจ เสียใจ ที่สามีต้องมาเสียชีวิตอย่างกะทันหัน ทำให้ความรู้สึกช็อกยังคงสะท้อนออกมาทางสีหน้าและแววตาทั้งสองของเธอ.

ชมคลิป ที่นี่

 

งานนี้รัสเซีย ไม่ยอม! ส่งเรือรบ แอดไมรอล กรีกอโรวิช มุ่งหน้าซีเรียแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 เม.ย. 2560 09:46

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/908971


(ภาพจากยุทูบ: Russia Army)

สถานการณ์ในซีเรียระอุ…รัสเซียส่งเรือฟริเกตลำใหญ่ ‘แอดไมรอล กรีกอโรวิช’ ติดตั้งขีปนาวุธนำวิถี พร้อมเรือรบ และเรือสนับสนุน มุ่งหน้าไปซีเรียแล้ว หลังประธานาธิบดีทรัมป์สั่งเรือพิฆาตยิงโทมาฮอว์กถล่มฐานทัพซีเรีย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองทัพรัสเซียส่งเรือรบ ฟริเกต ‘แอดไมรอล กรีกอโรวิช’ Admiral Grigorovich จากทะเลดำ มุ่งหน้าไปยังเมืองตาร์ตุส เมืองท่าชายฝั่งของประเทศซีเรียแล้ว เนื่องจากเมืองแห่งนี้เป็นฐานทัพของเรือรบรัสเซียที่ปฏิบัติภารกิจในซีเรีย หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ มีคำสั่งให้กองทัพระดมยิงขีปนาวุธร่อนนำวิถีพิสัยไกล ‘โทมาฮอว์ก’ 59 ลูก จากเรือพิฆาต 2 ลำ ที่ลอยลำในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน โจมตีฐานทัพอากาศ เซย์รัต ในเมืองฮอมส์ ทางตะวันตกของซีเรีย เมื่อเช้าวันที่ 7 เม.ย. โดยอ้างว่ารัฐบาลประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาด แห่งซีเรียใช้อาวุธเคมีโจมตีพลเรือนในจังหวัดอิดลิบ จนเสียชีวิตเกือบ 100 ราย

เรือฟริเกต แอดไมรอล กรีกอโรวิช

สื่อทางการรัสเซียแจ้งว่า เรือฟริเกต แอดไมรอล กรีกอโรวิชของกองทัพเรือรัสเซีย จะปฏิบัติการอยู่ในภูมิภาคดังกล่าวเพื่อเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ทางทหาร พร้อมกับเผยด้วยว่า เรือฟริเกต แอดไมรอล กรีโกวิชลำนี้ ติดตั้งขีปนาวุธนำวิถี รวมถึงระบบต่อต้านขีปนาวุธ, ปืนใหญ่, ปืนต่อต้านอากาศยาน, ตอร์ปิโด และลานจอดเฮลิคอปเตอร์ได้ 1 ลำ

ข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้ เรือฟริเกต แอดไมรอล กรีกอโรวิช ซึ่งเคยแล่นผ่านช่องแคบอังกฤษเพื่อมุ่งหน้าไปถล่มเมืองอเลปโปมาแล้ว ยังมีกองเรือรบอย่างน้อย 6 ลำ และเรือสนับสนุนอีก 4 ลำ ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน โดยก่อนหน้านี้โฆษกประจำตัวของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ได้กล่าวว่า การที่สหรัฐฯ ยิงโทมาฮอว์กถล่มฐานทัพอากาศซีเรีย ถือเป็นการกระทบความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับสหรัฐฯ อย่างรุนแรง รวมทั้งรัสเซียขอระงับข้อตกลงในบันทึกความเข้าใจร่วมกัน เกี่ยวกับการป้องกันความขัดแย้งกับกองทัพสหรัฐฯ​ ในซีเรีย ส่วนนายกรัฐมนตรีดมิทรี เมดเวเดฟ แห่งรัสเซีย ยังเตือนด้วยว่า การโจมตีซีเรียของสหรัฐฯ ได้ทำให้มอสโกกับวอชิงตันกำลังจะมี ‘การต่อสู้กันทางทหาร’ ซึ่งจะเป็นผลดีกับกลุ่มก่อการร้าย.

ข่าวเกี่ยวข้อง

สหรัฐฯ ถล่มซีเรีย ตาย 6! รัสเซีย ขยับยกระดับป้องกันภัย สอยโทมาฮอว์ก

 

รัสเซียตอบโต้สหรัฐ ตัดสายด่วน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 9 เม.ย. 2560 05:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/908851


กดดันมนตรีมั่นคงยูเอ็นให้จัดการประชุมฉุกเฉิน มะกันเพิ่มคว่ำบาตรซีเรีย

สหรัฐอเมริกาผิดหวัง รัสเซีย ยังให้ท้ายรัฐบาลซีเรีย แถมตัดสาย “ฮอตไลน์” ระหว่างกันทิ้ง เตรียมลงอีกดาบ ยกระดับมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ ด้านโฆษกประจำตัวผู้นำรัสเซีย ออกมาซัดกลับสหรัฐฯก้าวร้าว ล่วงละเมิดอธิปไตยซีเรีย ส่อทำสถานการณ์ยิ่งเลวร้าย ขณะที่รัฐบาลซีเรียโต้ข้อกล่าวหาของสหรัฐฯ เรื่องใช้อาวุธเคมี ทั้งที่ไม่มีหลักฐานชัดเจน

ความคืบหน้ากรณีประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา ปฏิบัติการช็อกโลกด้วยการ สั่งกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯยิงขีปนาวุธ “โทมาฮอว์ก” จำนวน 59 ลูก จากเรือพิฆาต 2 ลำ คือยูเอสเอส พอร์เตอร์ กับยูเอสเอส รอสส์ ซึ่งลอยลำอยู่ในพื้นที่ด้านตะวันออกของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ปฏิบัติการโจมตีซีเรียอย่างฉับพลันเมื่อเช้าตรู่วันศุกร์ที่ 7 เม.ย.ตามเวลาท้องถิ่นซีเรีย หรือช่วงสายวันเดียวกันตามเวลาประเทศไทย โดยสหรัฐฯอ้างต้องสงสัยกองทัพรัฐบาลซีเรียสั่งใช้อาวุธเคมีกับกองกำลังฝ่ายกบฏใน ประเทศ ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก และการโจมตีซีเรียใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีถล่มเป้าหมายสนามบินเชย์รัต ใกล้เมืองฮอมส์ ทางภาคกลางของประเทศ ซึ่งเป็นสนามบินทหารสำคัญอันดับ 2 ของซีเรีย อานุภาพขีปนาวุธทำลายรันเวย์สนามบิน เครื่องบินรบ โรงเก็บเครื่องบิน คลังน้ำมัน คลังเก็บอาวุธยุทธภัณฑ์ เครื่องกระสุน บังเกอร์ ตลอดจนระบบเรดาร์และระบบป้องกันภัยทางอากาศเสียหายเกือบทั้งหมด

ต่อมาเมื่อวันเสาร์ 8 เม.ย.นายเรกซ์ ทิลเลอร์สัน รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ แถลงระบุรัฐบาลสหรัฐฯ ผิดหวังอย่างยิ่งต่อท่าทีของรัสเซียที่ต่อต้านการกระทำของสหรัฐฯในครั้งนี้ หนำซ้ำยังเพิ่มการสนับสนุนรัฐบาลซีเรียและให้คำมั่นจะช่วยรัฐบาลซีเรีย ยกระดับศักยภาพระบบต่อต้านอากาศยานให้กับรัฐบาลซีเรีย เพื่อป้องกันการโจมตีของสหรัฐฯ นอกเหนือจากการตัดระบบการติดต่อสื่อสารสายด่วน หรือ “ฮอตไลน์” ระหว่างรัสเซียกับสหรัฐฯ ในภารกิจสื่อสารด้านการบินเหนือน่านฟ้าซีเรีย

ส่วนนางนิกกี้ ฮาลีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ กล่าวระหว่างการประชุมฉุกเฉิน คณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ ระบุสหรัฐฯ โจมตีรัฐบาลซีเรียเพราะต้องการหยุดยั้งรัฐบาลซีเรียใช้อาวุธเคมี ทั้งกล่าวโจมตีอิหร่านกับรัสเซีย ซึ่งยังสนับสนุนรัฐบาลซีเรีย เสมือนยอมรับการกระทำของรัฐบาลซีเรีย ฆาตกรรมประชาชนผู้บริสุทธิ์ โดยรัฐบาลสหรัฐฯเตรียมพร้อมดำเนินการกับซีเรียเพิ่มเติมอีก แต่หวังว่าคงไม่จำเป็นต้องดำเนินการแบบนั้น ทั้งนี้ รัฐบาลสหรัฐฯจำเป็นต้องรักษาผลประโยชน์ด้านความมั่นคงและป้องกันการขยายวงในการใช้อาวุธเคมี ขณะที่นายสตีฟ นูชิน รมว.คลังของสหรัฐฯ ระบุรัฐบาลสหรัฐฯเตรียมเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อรัฐบาลซีเรียอีกระดับ

ก่อนหน้านี้ นายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกประจำตัวประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซียในฐานะชาติพันธมิตรซีเรีย แถลงประณามการโจมตีของสหรัฐฯ ต่อซีเรีย อ้างผิดกฎหมาย ก้าวร้าว ล่วงละเมิดอธิปไตยซีเรียและจะส่งผลให้สถานการณ์ต่างๆในซีเรียยิ่งเลวร้ายลงอีก นอกเหนือจากกระทบความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯกับรัสเซีย และรัสเซียได้เรียกร้องถึงคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติให้จัดประชุมฉุกเฉินเรื่องนี้

ด้านรัฐบาลซีเรียแถลงยืนยันมีทหารซีเรียเสียชีวิตจากการโจมตีของสหรัฐฯ 6 นาย ทั้งยังมีพลเรือนและเด็กเสียชีวิตจากการโจมตีของสหรัฐฯด้วย นอกเหนือจากกล่าวหารัฐบาลวอชิงตันกำลังสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม หรือไอเอสในพื้นที่ให้ยิ่งกร้าวแกร่งมากขึ้น อีกทั้งชี้ว่ารัฐบาลสหรัฐฯสงสัยว่ารัฐบาลซีเรียใช้อาวุธเคมีทั้งๆที่ยังไม่มีข้อมูลหลักฐานชี้ชัดอะไรคือความจริง

ปฎิบัติการทางทหารของกองทัพสหรัฐฯครั้งนี้ ได้รับเสียงสนับสนุนจากหลายประเทศพันธมิตร รวมถึงอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี อิสราเอล ซาอุดีอาระเบีย ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และตุรกี นอกเหนือจากฝ่ายกบฏและฝ่ายค้านรัฐบาลซีเรียที่ต่างแสดงความยินดีและต้องการให้ปฏิบัติการโจมตีฝ่ายรัฐบาลซีเรียเกิดขึ้นต่อไปอีก ส่วนรัฐบาลจีนเรียกร้องถึงทุกฝ่ายที่ขัดแย้ง ให้เร่งหารือกันยับยั้งสถานการณ์มิให้เลวร้ายลงอีก ทั้งระบุรัฐบาลจีนคัดค้านการใช้อาวุธเคมีทุกกรณี ขณะที่ฝ่ายต่อต้านปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯครั้งนี้คือ รัสเซียกับอิหร่าน โดยรัฐบาลอิหร่านระบุการกระทำของสหรัฐฯต่อซีเรียเสมือนพฤติกรรมก่อการร้าย

 

สลด แฟลตโปแลนด์ถล่ม ดับ 3 หวั่นติดใต้ซากอีกหลายคน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 เม.ย. 2560 03:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/908920


แฟลตที่อยู่อาศัยในเมืองทางตอนใต้ของประเทศโปแลนด์ พังถล่มเมื่อวันเสาร์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย โดยสาเหตุเชื่อว่าเกิดจากแก๊สระเบิด…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุแฟลตที่อยู่อาศัยในเมืองชเวโบดิซ ทางตอนใต้ของประเทศโปแลนด์ พังถล่ม เมื่อวันเสาร์ที่ 8 เม.ย. เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 3 ราย และบาดเจ็บอีก 4 คน  โดยสาเหตุแฟลตถล่ม อาจเกิดจากแก๊สระเบิด ทำให้พื้นของอาคารพังถล่มลงมา

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ดับเพลิงกลัวว่า ยังมีผู้อยู่อาศัยในอาคารแห่งนี้หลายคนอาจติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง เนื่องจากมีผู้ลงทะเบียนอาศัยอยู่ในแฟลตหลังนี้ 18 คน ตามรายงานของสถานีวิทยุโปแลนด์

 

กบฏ ‘ETA’ ยอมวางอาวุธแล้ว ยุติแบ่งแยกดินแดนจากสเปน-ฝรั่งเศส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 เม.ย. 2560 02:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/908890


ETA กลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่เคลื่อนไหวในสเปนและฝรั่งเศนประกาศว่าอาวุธแล้วในวันเสาร์ ยุติความพยายามแยกตัวของชาวบาสก์เพื่อสร้างรัฐอิสลามด้วยอาวุธ ที่ดำเนินมานานเกือบ 50 ปีแล้ว…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มติดอาวุธ ETA ประกาศวางอาวุธแล้วในวันเสาร์ที่ 8 เม.ย. หลังจากเคลื่อนไหวเพื่อแบ่งแยกดินแดนสร้างรัฐอิสระในภาคเหนือของประเทศสเปนและทางตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส ทางนานเกือบครึ่งศตวรรษ โดยพวกเขานำทางเจ้าหน้าที่ของฝรั่งเศสไปยังแหล่งที่ซ่อนอาวุธของพวกเขา ซึ่งมีทางปืน, ระเบิด และเครื่องกระสุน

ทั้งนี้ กลุ่ม ETA ก่อตั้งขึ้นในปี 1959 โดยกลุ่มชาวบาสก์ที่โกรธแค้นจากแรงกดดันทางการเมืองและวัฒนธรรมทที่เกิดขึ้นภายใต้การปกครองของพลเอก ฟรานซิสโก ฟรังโก โดยความพยายามของพวกเขาในการแบ่งแยกดินแดนทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 850 ราย จนกลุ่ม ETA ถูกยกให้เป็นหนึ่งในกลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่รับมือยากที่สุดในยุโรป ก่อนที่พวกเขาจะตัดสินใจประกาศหยุดยิงถาวรในปี 2011 แต่ไม่วางอาวุธ

ล่าสุดเมื่อวันเสาร์ ซึ่งกลุ่ม ETA ประกาศให้เป็น ‘วันแห่งการวางอาวุธ’ ผู้แทนของกลุ่ม ‘The Artisans of Peace’ ตัวกลางในการเจรจากกับกลุ่ม ETA บอกกับผู้สื่อข่าวในเมือง บายอน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศสว่า พวกเขาได้ส่งมอบราชชื่อสถานที่ 8 แห่งที่กลุ่ม ETA ซ่อนอาวุธของพวกเขาเอาไว้ ในพิธีส่งมอบที่จัดขึ้นอย่างเรียบง่ายในศาลาว่าการเมืองบายอน ท่ามกลางการชุมนุมของกลุ่มผู้สนับสนุนกลุ่ม ETA นับพันคน

ขณะที่การตรวจสอบจุดที่อยู่ในรายชื่อทั้ง 8 จุด เจ้าหน้าที่ตรวจพบอาวุธปืน 120 กระบอก, ระเบิดราว 3 ตัน และเครื่องกระสุนอีกหลายพันลูก

ชาวบาสก์รวมทั้งนักการเมืองการแยกตัวเป็นอิสระของชาวบาสก์ในฝรั่งเศส ชุมนุมในเมืองบายอน หลังกลุ่ม ETA ประกาศวางอาวุธ

ด้านนาย แมทเธียส เฟค์ล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยฝรั่งเศสระบุในงานแถลงข่าวที่กรุงปารีสว่า ขณะที่กองกำลังความมั่นคงกำลังหาสถานที่เพื่อกำจัดระเบิดและเก็บอาวุธที่ยึดมาได้ ส่วนทางการสเปนไม่เชื่อว่า กลุ่ม ETA ยอมวางอาวุธทั้งหมดที่พวกเขามี และย้ำว่า การวางอาวุธไม่ได้ทำให้ความผิดที่พวกเขาเคยก็หมดไป และเรียกร้องให้กลุ่ม ETA ขอโทษต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและสลายกลุ่มเสีย

อนึ่ง การวางอาวุธของกลุ่ม ETA เปรียบเหมือนการยุติยุคความรุนแรงทางการเมืองในยุโรปตะวันตก แต่กลับเกิดขึ้นในขณะที่กลุ่มชาตินิยมออกมาเคลื่อนไหวทั่วทวีป นำโดยสกอตแลนด์และแคว้นกาตาลุนญาของสเปนที่เรียกร้องให้มีการลงประชามติแยกตัวเป็นอิสระ ขณะที่พรรค ชิน เฟน ก็เรียกร้องให้มีการโหวตเพื่อพาไอร์แลนด์เหนือออกจากสหราชอาณาจักร

 

โสมแดงโวย อภัยให้ไม่ได้! มะกันยิงจรวดถล่มซีเรียตอบโต้ใช้อาวุธเคมี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 เม.ย. 2560 23:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/908802


โรงเก็บเครื่องบินที่ฐานทัพอากาศ เชย์รัต เสียหายจากการโจมตีของสหรัฐฯ

ทางการเกาหลีเหนือออกมาประณามสหรัฐฯ ที่ยิงจรวดโทมาฮอว์กโจมตีฐานทัพซีเรียเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ว่า เป็นพฤติการรุกรานที่ไม่อาจอภัยได้ ชี้คิดถูกแล้วที่พัฒนานิวเคลียร์…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กระทรวงต่างประเทศของเกาหลีเหนือออกมาประณามการยิงจรวดโทมาฮอว์กโจมตีฐานทัพในซีเรียของสหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า เป็นพฤติการรุกรานที่ไม่อาจอภัยได้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า การตัดสินใจที่จะพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของพวกเขานั้นเป็นตัวเลือกที่ถูกต้องที่สุด

ทั้งนี้ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกาตัดสินใจออกคำสั่งให้เรือรบของพวกเขาที่ประจำการในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ยิงขีปนาวุธ โทมาฮอว์ก หลายสิบลูกโจมตีฐานทัพอากาศ ‘เชย์รัต’ ในซีเรีย ซึ่ง ‘เพนตากอน’ กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ อ้างว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีด้วยอาวุธเคมีที่เมืองแห่งหนึ่งในจังหวัดอิดลิบทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาจนมีผู้เสียชีวิตกว่า 70 ราย แต่รัฐบาลซีเรียปฏิเสธความเกี่ยวข้อง

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กำลังต้อนรับการมาเยือนของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเรียกเสียงประณามจากรัสเซีย ซึ่งเป็นพันธมิตรของรัฐบาลประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาดแห่งซีเรีย และล่าสุด สำนักข่าวกลางเกาหลี (เคซีเอ็นเอ) ของเกาหลีเหนือซึ่งเป็นอีกหนึ่งพันธมิตรของซีเรีย ก็ได้เผยแพร่ข้อความประณามซึ่งอ้างว่าเป็นของโฆษกกระทรวงต่างประเทศเกาหลีเหนือออกมาเช่นกัน

“การโจมตีด้วยขีปนาวุธของสหรัฐฯต่อซีเรีย เป็นพฤติการรุกรานต่ออธิปไตยของรัฐอย่างชัดเจนและไม่อาจอภัยได้ และพวกเขาขอประณามเรื่องนี้อย่างรุนแรง” เคซีเอ็นเอระบุ “ความเป็นจริงในวันนี้พิสูจน์ว่าการตัดสินใจที่จะพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของพวกเขานั้นเป็นตัวเลือกที่ถูกต้องที่สุด”

อนึ่ง เกาหลีเหนือถือว่าซีเรียเป็นพันธมิตรสำคัญของพวกเขา โดยเคซีเอ็นเอรายงานว่า ก่อนที่จะเกิดการโจมตีด้วยโทมาฮอว์กของสหรัฐฯ คิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือประธานาธิบดีอัสซาด ได้แลกเปลี่ยนข้อความซึ่งกันและกัน เพื่อแสดงความเป็นมิตรและความร่วมมือระหว่างทั้งสองประเทศ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

สหรัฐฯ ถล่มซีเรีย ตาย 9! รัสเซีย ขยับยกระดับป้องกันภัย สอยโทมาฮอว์ก

รัสเซียโกรธจัด! ทรัมป์ สั่งยิงโทมาฮอว์กโจมตีซีเรีย อิหร่านร่วมประณาม