ข่าวเกษตรรุ่น 23 แจ้งข่าวภรรยาของ วิทยา มาสร้างสรรค์ (จิวารัตนพงส์) เสียชีวิต

Jubilee KU 23

2506-2556

สวัสดีครับเพื่อนๆ

สุวพันธ์ แจ้งว่า ภรรยาของ วิทยา  มาสร้างสรรค์ (จิวารัตนพงส์) เพื่อนรุ่น 23 ได้ถึงแก่กรรมด้วยโรคมะเร็งที่รพ.ศิริราช  เมื่อเช้าวันที่  8 เมย.  มีพิธีรอน้ำศพตอนเย็น ตั้งศพที่ วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน ศาลา 15  ฌาปณกิจวันอังคารที่ 11  เมย. 2560 เวลา 16.00 น. จึงขอเชิญเพื่อน ๆไปร่วมงานศพและขอแสดงความเสียใจมายังครอบครัวของวิทยาด้วย

วันชัย  จันทร์ฉาย  รายงาน

น้ำตาจะไหล สุนัขฮีโร่ ช่วยชีวิตชาวไนจีเรีย โดดขวางมือบึมพลีชีพ ดับสลด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 เม.ย. 2560 12:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/906662


(ภาพประกอบ : สุนัขพันธุ์ เยอรมันเชเพิร์ด)

สุดยอดสุนัข เข้าขวางหญิงวัยรุ่นถูกส่งให้มาเป็นมือระเบิดพลีชีพ โจมตีงานแต่งของบ่าวสาวในไนจีเรีย.. โดดเข้าขวางชนิดไม่กลัวตาย จนระเบิดตูมสนั่น ดับสลดทั้งหญิงมือบึมและสุนัขฮีโร่

เมื่อ 6 เม.ย. เว็บไซต์ มิร์เรอร์ รายงานยกย่องสุดยอดสุนัขตัวหนึ่งเอาชีวิตเข้าแลก เพื่อช่วยชีวิตแขกเหรื่อที่มาร่วมงานแต่งงานของบ่าวสาวคู่หนึ่ง ที่เมืองเบลบีโล ในรัฐบอร์โน ทางภาคเหนือของไนจีเรีย เนื่องจากสุนัขตัวนี้ ซึ่งติดตามเจ้าของของมันมาร่วมงานแต่งครั้งนี้ด้วย ได้เข้าขวางหญิงวัยรุ่นมือระเบิดพลีชีพ ที่ถูกส่งให้มาก่อเหตุสุดสยองในงานแต่งงานอย่างไม่คิดชีวิต และเกิดการต่อสู้กันขึ้น จนทำให้ระเบิดที่ผูกไว้รอบเอวเกิดระเบิดขึ้น เป็นเหตุให้หญิงมือระเบิดพลีชีพดับอนาถ ขณะที่สุนัขฮีโร่ตัวนี้ต้องจบชีวิตด้วยเช่นกัน

เจ้าหน้าที่ไนจีเรียในพื้นที่เล่าด้วยความเสียใจว่า หญิงวัยรุ่นซึ่งถูกส่งให้มาก่อเหตุระเบิดฆ่าตัวตาย พยายามที่จะปะปนฝูงชนเพื่อเข้ามาในงานแต่งงาน ทว่าเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่สุนัขตัวนี้ซึ่งตามเจ้าของมางานแต่งด้วย ได้มาถึงบริเวณนั้นพอดี สุนัขจึงได้กลิ่นระเบิด และกระโดดเข้างับหญิงสาว จนเกิดการต่อสู้กันและเกิดระเบิดขึ้น เป็นเหตุให้หญิงสาวและสุนัขเสียชีวิต ขณะที่มีคนที่อยู่ใกล้เคียงที่เกิดเหตุได้รับบาดเจ็บ 1 ราย และมีรถบรรทุกคันหนึ่งได้รับความเสียหายจากแรงระเบิดด้วย

ตำรวจเข้าตรวจสอบพื้นที่ หญิงวัยรุ่นก่อเหตุระเบิดพลีชีพ ที่บริเวณสถานีรถประจำทาง ในเมืองไมดูกูรี ธ.ค.ปีก่อน

ทั้งนี้ กลุ่มมุสลิมติดอาวุธโบโก ฮาราม ซึ่งมีฐานที่มั่นอยู่ในรัฐบอร์โน ทางภาคเหนือของไนจีเรีย มักใช้หญิงวัยรุ่นเป็นมือระเบิดพลีชีพก่อเหตุสะเทือนขวัญบ่อยครั้งในระยะหลังๆ โดยเฉพาะในพื้นที่รอบเมืองไมดูกูรี โดยก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว เด็กหญิง 2 คน วัย 7 และ 8 ขวบ ได้ถูกกลุ่มโบโก ฮารามบังคับให้เป็นมือระเบิดพลีชีพ พยายามก่อเหตุโจมตีตลาดแห่งหนึ่งในเมืองไมดูกูรี.

 

ขอกอดสักครั้งในชีวิต! สาวไทยกำพร้าตามหาพ่อ-แม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 6 เม.ย. 2560 11:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/906592


เรื่องราวของสาวไทยที่สามีภรรยาชาวเบลเยียมขอรับไปเป็นบุตรบุญธรรมตั้งแต่เด็ก ประสาน นสพ.ไทยรัฐ ช่วยเป็นสื่อกลางตามหาพ่อแม่คนไทยที่แท้จริงในครั้งนี้

นายบุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำเบลเยียม รายงานเมื่อวันที่ 5 เม.ย.ว่า Miss Noina Heymans หรือ น.ส.น้อยหน่า สีระบุตร อายุ 34 ปี จากเมืองดีสท์ ได้เข้ามาขอความช่วยเหลือ ขอให้ไทยรัฐ ช่วยประกาศตามหาพ่อแม่ผู้ให้กำเนิด โดย น.ส.น้อยหน่า กล่าวว่า ตนเองเกิดที่ รพ.วชิระ กทม. เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2526 มีการแจ้งในสูติบัตร พ่อชื่อนายประสงค์ สีระบุตร แม่ชื่อนางสมพร สอนหนูน้อย อยู่บ้านเลขที่ 105 หมู่ 1 ตำบลท่าระหัด อำเภอเมืองสุพรรณบุรี มีพี่น้องอีก 3 คน แต่ต่อมาถูกส่งตัวไปอยู่ “สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนพญาไท” และอาศัยอยู่ที่นั่นเป็นเวลา 2 ปี 4 เดือน ก่อนที่ชาวเบลเยียมจะมาขอรับเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม และพามาอยู่ที่ประเทศเบลเยียมตั้งแต่เด็ก

น.ส.น้อยหน่า ซึ่งปัจจุบันทำงานเป็น Assistant Logistic ในโรงพยาบาลที่เมืองดีสท์ บอกอีกว่า กำลังจะแต่งงานในเดือนกรกฎาคมนี้ จึงต้องการตามหาพ่อแม่คนไทยที่เคยอาศัยอยู่ที่จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อบอกกับท่านว่า ตนมีความสุขดีในเบลเยียม และต้องการทราบว่า ท่านทั้งสองมีชีวิตความเป็นอยู่เป็นอย่างไรบ้างในขณะนี้

นอกจากนี้ น.ส.น้อยหน่ายังเล่าถึงความทรงจำในวัยเด็กด้วยว่า ช่วงที่อาศัยอยู่ที่สถานสงเคราะห์ มีอาสาสมัครท่านหนึ่งที่คอยดูแลตนเป็นอย่างดี ชื่อว่าคุณลี พร้อมด้วยสามีคือคุณจอร์จ ดี แค็ปส์ (George D. Capps) ที่ได้ลาออกไป และในปี พ.ศ.2557 คุณลีได้กลับมาทำงานอาสาสมัครที่สถานสงเคราะห์อีกครั้ง จากข้อมูลที่พี่เลี้ยงคนหนึ่งของสถานสงเคราะห์เล่าให้ฟังตอนที่ตนเดินทางกลับมาเยี่ยมสถานสงเคราะหแห่งนี้เมื่อสองปีที่แล้ว จึงต้องการตามหาคุณลีด้วย เพื่อขอบคุณที่ได้กรุณาดูแลตนมาเป็นอย่างดี และต้องการพบเพื่อพูดคุยสอบถามเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตของตนช่วงสองปีแรก

สาวไทยรายนี้กล่าวอีกว่า เมื่อสองปีที่แล้ว เคยเดินทางมาสืบค้นข้อมูลจากสถานสงเคราะห์เด็กอ่อนพญาไท แต่ก็ไม่ได้รับข้อมูลเพิ่มเติมแต่อย่างใด และได้พยายามสืบหาข้อมูลจากฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรของจังหวัดสุพรรณบุรี ก็ไม่พบชื่อพ่อแม่ เนื่องจากพ่อแม่ไม่มีเลขประจำตัวประชาชนระบุในใบเกิด แต่ทั้งนี้ น.ส.น้อยหน่ายืนยันว่า จะไม่ละความพยายามที่จะค้นหาพ่อแม่ผู้ให้กำเนิด เพื่อขอกอดท่านทั้งสองสักครั้งในชีวิต.

 

‘ทรัมป์’ ประณามการใช้อาวุธเคมีในซีเรีย-เปลี่ยนทัศนคติต่อ ‘อัสซาด’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 เม.ย. 2560 06:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/906450


โดนัลด์ ทรัมป์ ประณามการใช้อาวุธเคมีโจมตีในจังหวัดอิดลิบ ของซีเรีย พร้อมบอกทัศนคดีของเขาที่มีต่ออัสซาดเปลี่ยนไปมาก และอาจออกมาตรการบางอย่างต่อซีเรียในอนาคต…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกากล่าวประณามการโจมตีซึ่งดูเหมือนเป็นการโจมตีด้วยอาวุธเคมีในจังหวัดอิดลิบ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศซีเรียซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตไปแล้วนับร้อยราย ขณะที่ทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติกล่าวหารัสเซียกำลังปกป้องประธานาธิบดี บาชาร์ อัล-อัสซาด ของซีเรีย

ประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวระหว่างการพบปะหารือกับสมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลเลาะห์ แห่งประเทศจอร์แดน ที่ทำเนียบข่าวเมื่อวันพุธที่ 5 เม.ย. ว่า การโจมตีที่เกิดขึ้นเป็นการดูหมิ่นมนุษยชาติ “เมื่อคุณสังหารเด็กผู้บริสุทธิ์ ทารกผู้บริสุทธิ์ ทารกตัวเล็กๆ มันล้ำเส้น…หลายๆ เส้นเลยที่เดียว”

“ผมจะบอกคุณว่า มันเกิดขึ้นแล้ว ทัศนคดีของผมที่มีต่อซีเรียและอัสซาดเปลี่ยนไปอย่างมาก ไปคนละระดับกันเลย” นายทรัมป์กล่าว และเมื่อถูกถามว่าเขาจะมีการออกมาตรการใหม่ๆ กับซีเรียหรือไม่ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ตอบว่า “เดี๋ยวคุณจะได้เห็น”

ทั้งนี้ ตามรายงานของกลุ่มสังเกตการเพื่อสิทธิมนุษยชนในซีเรีย (เอสโอเอชอาร์) การโจมตีด้วยอาวุธเคมีดังกล่าวเกิดขึ้นในเมือง ข่าน เชคอน ของจังหวัดอิดลิบเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ทำให้มีเด็กเสียชีวิตถึง 20 ราย ผู้ใหญ่อีก 52 ราย โดยมีภาพแสดงให้เห็นผู้บาดเจ็บหลายคนมีอาการหายใจไม่ออกและมีน้ำลายฟูมปาก

เอสโอเอชอาร์กล่าวหาว่ารัฐบาลซีเรียของประธานาธิบดีอัสซาด เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้ แต่กองทัพรัฐบาลออกมาปฏิเสธ ขณะที่รัสเซียออกมาโต้แย้งว่า เครื่องบินรบซีเรียโจมตีทางอากาศไปถูกคลังอาวุธที่อาจเป็นอาวุธเคมีของฝ่ายกบฏต่อต้านรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดี ทรัมป์ ไม่ได้เอ่ยถึงประเทศรัสเซีย พันธมิตรของอัสซาด แต่นางนิกกี ฮาเลย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ กล่าวหารัสเซียระหว่างการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติในนครนิวยอร์กว่า กำลังปกป้องอัสซาด “ครั้งแล้วครั้งเล่า รัสเซียใช้เรื่องเท็จเดิมๆ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากพันธมิตรของเขาในดามัสกัส”

นางฮาเลย์ยังบอกใบ้ด้วยว่าสหรัฐฯ อาจมีมาตรการกับซีเรีย “เมื่อสหประชาชาติล้มเหลวในหน้าที่ในการเคลื่อนไหวอย่างเป็นหมู่คณะมาตลอด ก็มีหลายครั้งที่เราถูกกระตุ้นให้เคลื่อนไหวด้วยตัวเราเอง”

 

คุมเข้มได้ผล! คนลอบข้ามพรมแดนมะกัน-เม็กซิโกน้อยสุดในรอบ 17 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 เม.ย. 2560 03:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/906416


สำนักงานปกป้องพรมแดนและศุลกากรสหรัฐฯ จำนวนผู้ลักลอบเข้าสหรัฐฯ จะเม็กซิโกที่ถูกจับกุมในเดือนมี.ค. น้อยสุดในรอบ 17 ปี ขณะที่รัฐมนตรีความมั่นคงมาตุภูมิ ยกความดีความชอบให้นโยบายของทรัมป์…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันพุธที่ 5 เม.ย. สำนักงานปกป้องพรมแดนและศุลกากรสหรัฐฯ เปิดเผยว่า จำนวนผู้ถูกจับกุมตัวฐานลักลอบข้ามพรมแดนเม็กซิโกเข้าสู่สหรัฐอเมริกา ประจำเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ลดลงอย่างมาก เหลือไม่ถึง 17,000 คน นับเป็นตัวเลขต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2000 ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิ ยกความดีความชอบของเรื่องนี้ให้กับนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สัญญาจะสร้างกำแพงกั้นระหว่าง 2 ประเทศ

นายจอห์น เคลลี รัฐมนตรีว่าการความมั่นคงมาตุภูมิสหรัฐฯ พูดถึงตัวเลขดังกล่าวระหว่างการให้การกับคณะกรรมาธิการความมั่นคงมาตุภูมิแห่งวุฒิสภาสหรัฐฯ ว่า “เราได้เห็นการลดลงอย่างน่าอัศจรรย์ของจำนวนผู้อพยพจากอเมริกากลาง ซึ่งใช้เส้นทางที่อันตรายอย่างยิ่งในการเดินทางจากอเมริกากลางเข้าสู่สหรัฐฯ”

จอห์น เคลลี รัฐมนตรีว่าการความมั่นคงมาตุภูมิสหรัฐฯ

“เดือนมีนาคมเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกันที่จำนวนดังกล่าวลดลง และลดลงจากตัวเลขในเดือนธันวาคม 2016 ซึ่งอยู่ที่ 58,478 คน ประมาณ 71%” นายเคลลีกล่าว และเสริมว่า การลดลงที่เกิดขึ้นไม่ใช้เรื่องบังเอิญ แต่เป็นความดีความชอบของประธานาธิบดีทรัมป์ นอกจากนี้ เขายังยืนยันด้วยว่า รัฐบาลเม็กซิโกให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

นายเคลลีย้ำด้วยว่า “แต่ในขณะที่การลดลงของจำนวนผู้เข้าเมืองผิดกฎหมายในช่วงที่ผ่านมาจะถือเป็นข่าวดี เราต้องรับประกันว่า การรักษาความปลอดภัยบริเวณชายแดนทางใต้ของประเทศจะยังคงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เพื่อปกป้องประเทศจากผู้ก่อการร้ายและอาชญากร”

อย่างไรก็ตาม เขายอมรับกับคณะกรรมาธิการฯ ว่า รัฐบาลไม่น่าจะสร้างกำแพงกันพรมแดนระหว่างสหรัฐฯ และเม็กซิโก ตั้งแต่ชายฝั่งหนึ่งไปยังอีกฝั่งหนึ่ง แต่จะมีการใช้เทคโนโลยีต่างๆ เช่น เซ็นเซอร์, โดรน และอื่นๆ มาถมช่องในจุดที่ไม่มีกำแพง “กำแพงจะได้ผลหากเราวางไว้ในที่ที่ถูกต้อง”

 

ออสซี่ปลื้มผลงาน ยึดยาไอซ์เกือบตัน มากสุดในประวัติศาสตร์ประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 6 เม.ย. 2560 02:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/906285


ไมเคิล คีแนน รมว.ยุติธรรมของออสเตรเลีย (ขวา)

เมื่อ 5 เม.ย. ตำรวจและนายไมเคิล คีแนน รมว.ยุติธรรมของออสเตรเลีย แถลงผลการจับกุมชายชาวเมืองเมลเบิร์น 2 คน อายุ 53 และ 36 ปี และยึด “ยาไอซ์” มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศถึง 903 กก. มูลค่าในท้องตลาดถึง 898 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 23,800 ล้านบาท)

ตำรวจระบุว่ายาไอซ์ถูกส่งไปจากเอเชีย คาดว่าเป็นจีน ไปยังเมืองเมลเบิร์น ถูกซุกซ่อนไว้ในแผ่นไม้กระดานปูพื้น 70 ลังอย่างสลับซับซ้อนแนบเนียน

นายคีแนนยังชื่นชมความร่วมมือระหว่างออสเตรเลียกับสำนักงานปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติของจีน ซึ่งทำให้สกัดยาเสพติดเข้าออสเตรเลียได้ถึง 8.3 ตันแล้ว

ทั้งนี้ ออสเตรเลียมีประชากรเพียง 24 ล้านคน แต่มีราคายาเสพติดสูงที่สุดชาติหนึ่งในโลก โดยแก๊งค้ายาขายยาไอซ์ในออสเตรเลียได้ในราคาสูงกว่าในจีนถึง 80 เท่า ก่อนหน้านี้ออสเตรเลียก็ยึดยาไอซ์ได้ถึง 880 กก.ที่นครซิดนีย์ในเดือน พ.ย.2557.

 

ยูเอ็นคุยด่วน ซีเรียใช้อาวุธเคมีสังหารปชช. ยอดเหยื่อทะลุ 100 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 6 เม.ย. 2560 02:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/906275


คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) เปิดประชุมฉุกเฉินเมื่อ 5 เม.ย. 1 วัน หลังจากกลุ่มสังเกตการณ์เพื่อสิทธิมนุษยชนในซีเรียและฝ่ายค้านซีเรียเผยว่า กองทัพรัฐบาลซีเรียหรือรัสเซียใช้อาวุธเคมีโจมตีทางอากาศในเขตที่มั่นของกบฏที่เมืองคาน ชีคฮุน จ.อิดลิบ ในซีเรีย มีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 100 ศพ รวมทั้งเด็ก 11 ศพ

สหรัฐฯ อังกฤษ ฝรั่งเศส ยื่นร่างมติต่อที่ประชุมขอให้องค์การห้ามใช้อาวุธเคมี (OPCW) สอบสวนคดีนี้เร่งด่วน ผู้นำนานาชาติ รวมทั้งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ยังประณามและกล่าวหารัฐบาลประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด แห่งซีเรีย กับรัสเซีย ว่าเป็นผู้โจมตี แต่ทั้งคู่ปฏิเสธ อ้างว่าเป็นการโจมตีคลังอาวุธของกบฏ สหรัฐฯยังเชื่อว่าอาวุธเคมีที่ใช้เป็นสารพิษ “ซาริน” พร้อมเรียกร้องให้รัสเซียและอิหร่านกดดันรัฐบาลซีเรียให้ยุติการใช้อาวุธเคมี เหตุโจมตีครั้งนี้ยังบดบังการประชุมกลุ่มชาติผู้บริจาค 70 ประเทศเพื่อช่วยซีเรียด้านมนุษยธรรมที่กรุงบรัสเซลส์ เบลเยียม ขณะที่ตำรวจสเปนบุกจู่โจมแหล่งทรัพย์สินของครอบครัวอัสซาดที่เมืองรีสอร์ตมาร์เบลลา

นิกกี ฮาร์เลย์ (ขวาสุด) เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ แสดงหลักฐานการใช้อาวุธเคมีในซีเรีย ณ ที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ

ส่วนสำนักงานด้านกับระเบิดของสหประชาชาติระบุว่าต้องใช้เวลาถึง 40-50 ปีในการเก็บกวาดกับระเบิด ระเบิดแสวงเครื่อง และวัตถุระเบิดอื่นๆในซีเรียและอิรัก ด้านโฆษกกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) แถลงว่า สหรัฐฯกำลังจมน้ำตายและถูกปกครองโดยผู้นำที่โง่เง่า ซึ่งหมายถึงโดนัลด์ ทรัมป์.

 

รัสเซียรวบ 6 ผู้ต้องสงสัยเอี่ยวบึมรถไฟใต้ดินเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 6 เม.ย. 2560 01:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/906280


เมื่อวันที่ 5 เม.ย. ทางการรัสเซียควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยจากภูมิภาคเอเชียกลางจำนวน 6 คน พร้อมตั้งข้อหาสนับสนุนการก่อการร้าย หลังตรวจ สอบพบเอกสารแนวคิดหัวรุนแรง และหลักฐานการเกณฑ์คนจากภูมิภาคเอเชียกลางให้เข้าร่วมกับกลุ่มหัวรุนแรงอย่างกองกำลังรัฐอิสลามหรือไอเอส และกลุ่มแนวร่วมอัล-นุสรา

กระนั้นเจ้าหน้าที่ไม่พบหลักฐานใดๆที่บ่งชี้ว่าผู้ต้องสงสัยที่ถูกควบคุมตัว มีส่วนพัวพันกับเหตุสะเทือนขวัญนายอัคบาร์–จอน จาลินอฟ ระเบิดฆ่าตัวตายในรถไฟใต้ดิน นคร เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เมื่อวันที่ 3 เม.ย. ที่มีผู้เสียชีวิต 14 ศพแต่อย่างใด ขณะที่พ่อแม่ของนายจาลินอฟ ได้เดินทางเข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ ระบุว่าไม่พบเห็นลูกชายมาพักใหญ่.

ชาวรัสเซียยังคงนำดอกไม้ไว้อาลัยมาวางไว้บนชานชาลาของสถานีรถไฟใต้ดิน เทคโนโลจิเชสกี อินสติจูด ในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก

 

ไอซิสแพร่ข้อความเสียง ด่าทรัมป์ ‘โง่เขลาเบาปัญญา’-มะกันใกล้ล่มสลาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 เม.ย. 2560 00:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/906317


กลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม หรือ ไอซิส ได้เผยแพร่ข้อความเสียงประณามทั้งสหรัฐอเมริกาและประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ โดยด่าฝ่ายหลังว่าเป็นคนโง่เขลาเบาปัญญา…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอังคารที่ 4 เม.ย. เครือข่าวสังคมออนไลน์ของฝ่ายสนับสนุนกลุ่มไอซิส ได้เผยแพร่ข้อความเสียงความยาวประมาณ 37 นาที ของนาย อาบู ฮาซาน อัล-มูฮาเจียร์ โฆษกของกลุ่มไอซิส ซึ่งเขาประณามต่อว่าสหรัฐฯ และประธานาธิบดีทรัมป์อย่างรุนแรง

“พวกคุณ (ชาวอเมริกัน) ล้มละลายแล้ว และสัญญาณของความล่มสลายของพวกคุณก็เป็นที่ประจักษ์ต่อทุกสายตา” นายมูฮาเจียร์ระบุในคลิปเสียง “ไม่มีสัญญาณใดที่ชัดไปกว่านี้อีกแล้วว่า พวกคุณกำลังถูกปกครองโดยคนโง่เขลาเบาปัญญา ผู้ไม่รู้จักว่า ลีแวนต์ (ดินแดนเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก) หรืออิรัก หรืออิสลามคืออะไร, ผู้ที่ยังเห็นภาพหลอนจนแสดงความจงเกลียดจงชังและทำสงครามต่อต้านอิสลาม”

ทั้งนี้ นี่ถือเป็นครั้งแรกที่กลุ่มไอซิสออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับประธานาธิบดีทรัมป์ นับจากที่เขารับตั้งแหน่งเมื่อเดือนม.ค. แต่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทรัมป์ถูกกลุ่มกลุ่มติดอาวุธออกมาประณาม โดยเมื่อเดือนก.พ.ที่ผ่านมานาย คาสซิม อัล-ริมี หัวหน้ากลุ่มอัลเคดาในคาบสมุทรอาระเบีย (AQAP) ออกมาเยาะเย้ยการโจมตีทางอากาศในเยเมนซึ่งทำให้มีพลเรือนเสียชีวิตนับสิบรายเมื่อ 29 ม.ค. “คนโง่คนใหม่แห่งทำเนียบขาวถูกตบหน้าอย่างจัง” เขากล่าว

 

AP เจอตัว ‘บอส อยู่วิทยา’ ในลอนดอน แต่เงียบไม่ตอบเรื่องกลับไทย (คลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 เม.ย. 2560 23:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/906230


บอดี้การ์ดของ บอส อยู่วิทยา พยายามกันนักข่าวไม่ให้เข้าไปสอบถาม (ภาพจาก AP)

นักข่าวของสำนักข่าว เอพี ของสหรัฐฯ พบตัวนาย วรยุทธ อยู่วิทยา  ผู้ต้องหาคดีขับรถชนดาบตำรวจวิเชียร เสียชีวิตเมื่อ 5 ปีก่อน ในอังกฤษ โดยเขาไม่ยอมตอบคำถามว่าจะกลับไทยไปพบอัยการในเดือนนี้หรือไม่…

สำนักข่าว เอพี องค์กรสื่อไม่แสวงกำไรสัญชาติอเมริกัน รายงานเมื่อวันพุธที่ 5 เม.ย. ว่าผู้สื่อข่าวของพวกเขาพบตัวนาย วรยุทธ อยู่วิทยา หรือ ‘บอส’ บริเวณหน้าที่พักอาศัยในกรุงลอนดอน ของอังกฤษ อย่างไรก็ตาม นายวรยุทธไม่ยอมตอบคำถามของนักข่าวว่าเขาจะเดินทางกลับไปพบกับอัยการในประเทศไทยในวันที่ 27 เม.ย.นี้ เพื่อฟังคำสั่งคดีขับรถชนตำรวจเสียชีวิตแล้วหลบหนีจากที่เกิดเหตุเมื่อ 5 ปีก่อนหรือไม่ นอกจากนี้ เขายังไม่ตอบคำถามด้วยว่า เขามาทำอะไรที่อังกฤษ


http://www.thairath.co.th/clip/116281

นายวรยุทธ ซึ่งปัจจุบันอายุ 31 ปี ตกเป็นผู้ต้องหาคดีขับรถสปอร์ตหรู เฟอร์รารี ชน ดาบตำรวจตรี วิเชียร กลั่นประเสริฐ อายุ 47 ปี ผู้บังคับหมู่งานปราบปราม สน.ทองหล่อ เสียชีวิต บริเวณถนนสุขุมวิท ตั้งแต่ปี 2555 โดยที่ผ่านมาถูกสั่งฟ้องในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และไม่หยุดให้ความช่วยเหลือตามสมควร แต่นายวรยุทธ มอบอำนาจทนายความขอเลื่อนเข้าพบศาลอย่างน้อย 4 ครั้ง ด้วยเหตุผลต่างๆ นาๆ

กระทั่งเมื่อ 30 มี.ค. นายวรยุทธก็ส่งทนายมาขาเลื่อนคดีอีกครั้งอ้างว่าติดภารกิจในอังกฤษ ทำให้สำนักงานอัยการสูงสุดต้องเลื่อนนัดไปเป็นวันที่ 27 เม.ย. 2560 และขู่ด้วยว่า หากยังมีการแจ้งขอเลื่อนด้วยเหตุผลเดิม อัยการจะไม่อนุญาตแน่นอนและจะให้ตำรวจขอศาลออกหมายจับ

อนึ่ง ก่อนหน้านี้สำนักข่าว เอพี เคยเผยแพร่บทความเกี่ยวกับคดีของ บอส อยู่วิทยา โดยอ้างว่าในหลายสัปดาห์ต่อมา หลังเกิดอุบัติเหตุ นายวรยุทธ ซึ่งขณะนั้น อายุ 27 ปี ยังคงกลับไปสนุกสนานกับการใช้ชีวิตหรูหรา รวมทั้งเดินทางไปทั่วโลกด้วยเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวของกระทิงแดง ทำให้คดีของเขากลายเป็นอีกหนึ่งคดีที่แสดงให้เห็นถึงการมีอภิสิทธิ์ของคนฐานะร่ำรวยในไทย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

APเกาะคดี ‘บอส อยู่วิทยา’ ขับรถชนด.ต.ดับ ใกล้5ปีคดีไม่คืบ ใช้ชีวิตหรู