รถไฟตกรางในนิวยอร์กครั้งที่ 2 ในรอบ 2 สัปดาห์ เจ็บ 1

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 เม.ย. 2560 22:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/903997


เกิดเหตุรถไฟตกรางที่สถานีรถไฟเพนซิลเวเนียในนครนิวยอร์กเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 2 สัปดาห์ เมื่อวันจันทร์ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 คน ขณะที่สาเหตุกำลังอยู่ระหว่างการสืบสวน…สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุรถไฟโดยสารจากรัฐนิวเจอร์ซี ตกรางระหว่างเดินทางไปยังสถานีรถไฟเพนซิลเวเนีย ในนครนิวยอร์ก ในชั่วโมงเร่งด่วนของวันจันทร์ที่ 3 เม.ย. ทำให้ต้องอพยพผู้โดยสารลงจากรถไฟ และมีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 1 คน นับเป็นเหตุรถไฟตกรางครั้งที่ 2 ที่เกิดขึ้นที่สถานีแห่งนี้ในรอบ 2 สัปดาห์

พยานผู้อยู่ในเหตุการณ์บอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า รถไฟของสำนักงานขนส่งรัฐนิวเจอร์ซีขบวนนี้ กำลังเดินทางจากเมืองเทรนตัน ก่อนที่ขบวนรถจะเกิดอาการสั่นสะเทือนและหยุดลง โดยเขามองออกมาจากขบวนรถและเห็นล้อรถไฟที่ได้รับความเสียหายด้วย แต่ไม่แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้น

หลังเกิดเหตุ สำนักงานขนส่งรัฐนิวเจอร์ซีออกมาเปิดเผยว่า เหตุการณ์นี้ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 คน และพวกเขาได้หยุดบริการรถไฟทั้งขาเข้าและขาออกจากสถานีรถไฟเพนซิลเวเนียแล้ว

ทั้งนี้ นี่นับเป็นเหตุรถไฟตกรางครั้งที่ 2 ที่เกิดขึ้นบริเวณสถานีรถไฟเพนซิลเวเนียในรอบ 2 สัปดาห์ โดยเมื่อ 24 มี.ค. รถด่วย ‘อาเคลา’ ของบริษัทรถไฟ แอมแทรค ซึ่งกำลังวิ่งช้าๆ ตกรางและเฉี่ยวกับรถไฟโดยสารของสำนักงานขนส่งรัฐนิวเจอร์ซี ที่สถานีรถไฟเพนซิลเวเนีย ทำให้มีผู้บาดเจ็บเล็กน้อยหลายคน

 

บึมสนั่นหวั่นไหว รถไฟใต้ดินที่เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ตาย 11 เจ็บอื้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 เม.ย. 2560 19:29

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/903906


ภาพจากทวิตเตอร์ @BreakingNLive

เกิดเหตุระเบิดรุนแรง ที่ขบวนรถไฟใต้ดินในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ของรัสเซีย เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว คร่า11ศพ เจ็บเกือบ50 ราย ขณะที่ เจ้าหน้าที่รัสเซียเร่งอพยพผู้คนออกจากสถานีรถไฟ หลังเกิดเหตุทันที

เมื่อ 3 เม.ย. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าวด่วน เกิดเหตุระเบิดรุนแรงสะเทือนขวัญ ที่ขบวนรถไฟใต้ดิน ในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เมืองใหญ่อันดับ 2ของประเทศรัสเซีย เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 3 เมษายน ตามเวลาท้องถิ่น คาดว่าเหตุระเบิดในครั้งนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ก่อนต่อมา มีรายงานเหตุระเบิดครั้งนี้ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 11 ศพ บาดเจ็บอย่างน้อย 45 ราย  ขณะที่มีการเผยแพร่ภาพทางโลกออนไลน์ มีกองเลือดของผู้ได้รับบาดเจ็บบริเวณชานชาลาสถานีรถไฟใต้ดิน ขณะที่ พยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุเล่าด้วยความตื่นตระหนกว่า ได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่น ขณะที่มีข่าวว่าเหตุระเบิดที่สถานีรถไฟใต้ดินในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก อาจเป็นเหตุวางระเบิด

 

ข่าวแจ้งว่า หลังเกิดเหตุระเบิดที่สถานีรถไฟใต้ดินในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กแล้ว เจ้าหน้าที่รัสเซียได้เร่งอพยพผู้คนออกจากสถานีรถไฟใต้ดินแห่งนี้ทันที พร้อมกับสั่งปิดสถานีรถไฟใต้ดิน 3 แห่งในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กแล้ว ก่อนต่อมา จะสั่งปิดสถานีรถไฟทุกแห่งทั้งหมดในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก

 

ด้าน สถานทูตไทย มอสโก โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กว่า เมื่อเวลาประมาณ 14.30 น.แจ้งคนไทยที่พำนักอยู่ในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กและรัสเซียว่า เกิดเหตุระเบิดในขบวนรถไฟใต้ดิน สถานี Sennaya Ploshchad และสถานี Technological Institute นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ในชั้นนี้ มีผู้ได้รับบาดเจ็บประมาณ 50 ราย (ตัวเลขยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ) เสียชีวิต 10 ราย หน่วยกู้ภัยฉุกเฉินได้เข้าช่วยเหลือผู้ประสบเหตุระเบิดในเบื้องต้น สถานีรถไฟใต้ดินทุกแห่งปิดทำการชั่วคราวแล้ว

สอท. ได้ประสานกับกลุ่มคนไทยต่างๆ และ สกม. ณ นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ยังไม่มีรายงานว่ามีคนไทยได้รับบาดเจ็บ ทั้งนี้ สอท. และ สกม. จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและให้ความช่วยเหลือคนไทยที่ได้รับผลกระทบจากเหตุดังกล่าวต่อไป

หากมีผู้ใดได้รับผลกระทบ ต้องการความช่วยเหลือโปรดแจ้งได้ที่ +79169392155

รายละเอียดจะแจ้งให้ทราบต่อไป.

 

2 ปินส์รอดตาย เล่านาทีระทึก เรือขนสินค้าเกาหลีใต้ แตก ก่อนจมมหาสมุทร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 เม.ย. 2560 19:08

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/903887


2 ลูกเรือชาวฟิลิปปินส์ รอดตาย เผยนาทีระทึกกับทางการอุรุกวัย ถึงเรือขนสินค้าขนาดใหญ่ของเกาหลีใต้ แตก ก่อนจมในมหาสมุทรแอตแลนติก ขณะที่หลายประเทศทั้งอุรุกวัย บราซิล และอาร์เจนตินา ยังคงเร่งค้นหาลูกเรืออีก 22 ชีวิตที่ยังสูญหาย

เมื่อ 3 เม.ย. สื่อต่างประเทศรายงานความคืบหน้า เรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ ‘สเตลลาร์ เดซี’ (Stella Daisy) ซึ่งดำเนินการโดยบริษัทในเกาหลีใต้ พร้อมลูกเรือ 24 คน ได้หายไป หลังแล่นออกจากบราซิล เมื่อวันศุกร์ที่ 31 มี.ค. ผ่านมา และคาดว่าเรือขนสินค้าลำมหึมาได้ประสบเหตุจมในมหาสมุทรแอตแลนติก ขณะที่มีลูกเรือชาวฟิลิปปินส์ 2 คนซึ่งนั่งอยู่บนแพยางฉุกเฉินรอดตาย หลังได้รับความช่วยเหลือ ส่วนลูกเรืออีก 22 คน ยังหายสาบสูญนั้น

ตามรายงานของสำนักข่าวเอพี อ้างโฆษกของกองทัพเรืออุรุกวัยว่า จากการเปิดเผยของลูกเรือทั้งสองที่รอดชีวิตมาได้ เล่าว่า เรือขนสินค้า สเตลลาร์ เดซี่ ได้แตกออกเป็นสองส่วน และจมลงในมหาสมุทร หลังจากลูกเรือได้แจ้งเกิดเหตุฉุกเฉิน SOS ขอความช่วยเหลือ ขณะอยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติกทางตอนใต้ และห่างจากฝั่งราว 2,500 กิโลเมตร ขณะที่ทีมกู้ภัยบนเรือหลายลำที่ไปถึงบริเวณเกิดเหตุเป็นกลุ่มแรก แจ้งว่าพวกเขาได้กลิ่นเชื้อเพลิงไหม้รุนแรงมาก และเห็นซากเรือ

ภาพจากยูทูบ : World Info เรือขนสินค้า สเตลลา เดซี ของเกาหลีใต้

ขณะที่ กองทัพเรือบราซิล และอาร์เจนตินา ได้ส่งเครื่องบินลำหนึ่งมาร่วมค้นหาลูกเรืออีก 22 คน ที่ยังสูญหาย หลังจากเรือสเตลลาร์ เดซี่ ได้จมห่างจากชายฝั่งของอุรุกวัย ประมาณ​ 4,000 กิโลเมตร

เรือขนสินค้า สเตลลาร์ เดซี เป็นเรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ ขนาดกว่า 260,000 ตัน ดำเนินการโดย บริษัท โพลาริส ชิปปิ้ง ในเกาหลีใต้ ซึ่งมีสำนักงานอยู่ที่เมืองปูซาน ทางภาคใต้ แต่จดทะเบียนที่ มาร์แชลล์ ไอส์แลนด์ ซึ่งขณะเกิดเหตุได้บรรทุกแร่เหล็กจากบราซิลมุ่งหน้าไปยังประเทศจีน ส่วนลูกเรือ 24 คนบนเรือลำนี้ เป็นชาวฟิลิปปินส์ 16 คน และเกาหลีใต้ 8 คน

 

หวั่นไอซิสพัฒนาขึ้น!ซุกระเบิดในแล็ปท็อป รอดเครื่องตรวจที่สนามบินได้แล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 เม.ย. 2560 17:09

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/903772


ผู้เชี่ยวชาญหน่วยข่าวกรอง กังวล กลุ่มไอซิส สามารถพัฒนาซุกซ่อนระเบิดในแล็ปท็อป และรอดพ้นจากเครื่องตรวจตามสนามบินได้แล้ว จนรัฐบาลอังกฤษต้องสั่งเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยที่สนามบิน และโรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์

เมื่อ 2 เม.ย. เว็บไซต์มิร์เรอร์ รายงาน ผู้เชี่ยวชาญประจำหน่วยข่าวกรองหลายแห่ง เชื่อว่าขณะนี้ กลุ่มติดอาวุธ ‘รัฐอิสลาม’ หรือไอซิส สามารถพัฒนาวิธีการฝังระเบิดไว้ในแล็ปท็อป หรือโน๊ตบุ๊ก รวมทั้งสมาร์ทโฟน ที่สามารถเล็ดลอดจากการตรวจจับจากเครื่องตรวจความปลอดภัยตามสนามบิน โดยคำเตือนดังกล่าวของหน่วยงานความมั่นคงสหรัฐฯ ทำให้ทางการอังกฤษมีคำสั่งเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดกวดขันมากขึ้น ตามสนามบิน และโรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ในประเทศ

ข่าวแจ้งว่า ข้อมูลใหม่ในเรื่องนี้ เป็นสาเหตุที่ทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ และอังกฤษ ออกคำสั่งห้ามผู้โดยสารที่เดินทางจาก 13 ประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกามายังสหรัฐฯ นำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีขนาดใหญ่กว่าสมาร์ทโฟนขึ้นเครื่องบิน โดยให้เก็บไว้ในกระเป๋าสัมภาระที่ถูกโหลดไว้ที่ใต้ท้องเครื่องบินระหว่างการเดินทาง

ภาพประกอบ แล็ปท็อป

ด้านผู้เชี่ยวชาญของสำนักงานสืบสวนสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) ได้มีการทดสอบวิธีการซุกซ่อนระเบิดไว้ในช่องใส่แบตเตอรี่ เพื่อทำให้แล็ปท็อปยังคงสามารถเปิดใช้งานได้ตามปกติ ขณะที่ แมนนี โกเมซ อดีตเจ้าหน้าที่เอฟบีไอ ยังกล่าวด้วยว่า พวกเราเคยพบการซ่อนระเบิดไว้ในรองเท้ามาแล้ว ตอนนี้มาเจอในระดับที่ล้ำหน้ามากขึ้น

ทั้งนี้ เมื่อปีก่อน กลุ่มติดอาวุธ อัล ชาบับ ที่มีฐานอยู่ในโซมาเลีย ได้เคยก่อเหตุระเบิดบนเครื่องบินโดยสารที่เดินทางจากกรุงโมกาดิชู ไปยังกรุงจิบูติ ประเทศเพื่อนบ้าน ด้วยการซุกซ่อนระเบิดในแล็ปท็อปเครื่องหนึ่ง ซึ่งผู้ร้ายได้ถอดช่อง DVD Driver ออก แรงระเบิดถึงกับทำให้หน้าต่างเครื่องบินเป็นช่องโหว่ แต่โชคดีที่ไม่ทำให้เครื่องบินตก.

ข่าวเกี่ยวข้อง

UK เอาด้วย! ห้าม 14 สายการบินนำอุปกรณ์ไฟฟ้าใหญ่เกินไอโฟน 7 ขึ้นเครื่อง

ไอแพดหมดสิทธิ มะกันห้าม13 ชาตินำอุปกรณ์อิเล็กฯใหญ่กว่ามือถือขึ้นเครื่อง

 

ฤทธิ์เด็บบี ช่วยออสซี่ติดอยู่บนหลังคา ก่อนน้ำพัดบ้านลอยทั้งหลัง (คลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 เม.ย. 2560 14:39

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/903550


กู้ภัยออสเตรเลียเล่าเหตุการณ์สุดตื่นเต้น เข้าช่วยเหลือสมาชิกครอบครัวหนึ่ง สุนัขอีก 2 ตัว หนีภัยน้ำท่วมจากฤทธิ์ไซโคลนเด็บบี ขึ้นไปอยู่บนหลังคาบ้านได้อย่างหวุดหวิด ก่อนไม่กี่อึดใจต่อมา น้ำได้พัดบ้านลอยไปทั้งหลัง

เมื่อ 3 เม.ย. สื่อต่างประเทศเผยแพร่เหตุการณ์สุดระทึก เมื่อจิม เฟอร์กูสัน เจ้าหน้าที่กู้ภัยออสเตรเลีย สามารถช่วยชีวิตผู้ประสบภัยน้ำท่วมจากอิทธิพลของพายุไซโคลน เด็บบี ถล่มออสเตรเลียสัปดาห์ก่อน ได้อย่างเฉียดฉิว เพราะสามารถช่วยสมาชิกครอบครัวหนึ่ง ซึ่งอาศัยอยู่ทางตอนเหนือของเมืองโกลด์ โคสต์ ในรัฐควีนส์แลนด์ ประกอบด้วย ผู้หญิง 1 คน, เด็ก 2 คน, ชายสูงอายุ 1 คน และสุนัขอีก 2 ตัว ขณะที่พวกเขากำลังหนีภัยน้ำท่วมสูงขึ้นไปอยู่หลังคาบ้าน และรอคนมาช่วยเหลือ เพราะไม่กี่นาทีต่อมา กระแสน้ำได้พัดพาบ้านหลังนี้ทั้งหลังลอยละลิ่วไปกับกระแสน้ำ จนสร้างความตื่นตระหนกตกใจอย่างยิ่ง

จิม เฟอร์กูสัน เล่านาทีของความระทึกว่า หลังจากทีมกู้ภัยสามารถช่วยสมาชิกครอบครัวนี้ได้แล้ว ไม่กี่อึดใจ ก็ได้ยินเสียงหักพังอย่างรุนแรง จากน้ันบ้านทั้งหลังก็ไหลไปสู่แม่น้ำอัลเบิร์ต จนทำให้สมาชิกในครอบครัวนี้และพวกเราทั้งหมดต้องปล่อยโฮร้องไห้ออกมา

น้ำท่วมหนักที่เมืองลิสมอร์ รัฐนิวเซาท์เวลส์ เมื่อ 31 มี.ค.

เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังเผยด้วยว่า เขาและเพื่อนร่วมงานต้องผจญกับกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากและหลบหลีกต้นไม้ตลอดจนสายไฟฟ้าระหว่างขับเรือไปยังบ้านหลังดังกล่าว และเมื่อไปถึงก็พบผู้หญิง 1 คน พร้อมลูกสาวและลูกชายของเธอ รวมทั้งชายสูงอายุที่เป็นปู่ของหญิงคนนี้และสุนัขอีก 2 ตัว จึงรีบให้ความช่วยเหลือทันที .

ชมคลิป ที่นี่

ข่าวเกี่ยวข้อง

ออสซี่อ่วม ไซโคลน เด็บบี ‘จัดหนัก’ตามคาด รบ.เตรียมรับมือน้ำท่วม (คลิป)

 

จีนไม่ช่วย ไม่เป็นไร!ทรัมป์ ลั่นมะกันพร้อมลุยเดี่ยว ‘แก้ปัญหา’โสมแดง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 เม.ย. 2560 11:58

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/903361


ประธานาธิบดีทรัมป์ขยับแล้ว หลังเห็นจีน ลูกพี่ใหญ่โสมแดงยังเฉย..ลั่นสหรัฐฯพร้อมลุยเดี่ยว แก้ปัญหาภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือเองลำพัง แถมมั่นใจประสบความสำเร็จแน่นอน ชี้ คิม จอง อึน ‘เล่น’ สหรัฐฯ มาหลายปีแล้ว

เมื่อ 3 เม.ย.60 สำนักข่าวบีบีซี รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศจุดยืน รัฐบาลสหรัฐฯ พร้อมจะแก้ปัญหาภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์จากเกาหลีเหนือเองลำพัง ถึงแม้จีนจะไม่ยื่นมือเข้ามาให้ความช่วยเหลือก็ตาม โดย นสพ.ไฟแนนเชียล ไทม์ส ในสหราชอาณาจักร ซึ่งได้สัมภาษณ์ประธานาธิบดีทรัมป์ ยังระบุว่า ผู้นำสหรัฐฯ ได้กล่าวถึงกรณีเกาหลีเหนือท้าทายชาติที่เป็นปรปักษ์ ด้วยการเดินหน้าทดสอบนิวเคลียร์ จนสร้างความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลีว่า ถ้าจีนไม่แก้ปัญหาเกาหลีเหนือ ตามที่สหรัฐฯ ประสงค์แล้วล่ะก็ สหรัฐฯ จะแก้ปัญหาเองลำพัง

ประธานาธิบดีทรัมป์ยังกล่าวกับนักข่าวไฟแนนเชียล ไทม์ส ว่า จีนเป็นประเทศที่มีอิทธิพลที่สุดต่อเกาหลีเหนือ และถ้าจีนตัดสินใจไม่ช่วยเหลือพวกเราในการแก้ปัญหาเรื่องนี้แล้วล่ะก็ สหรัฐฯ จะแก้ปัญหาเอง โดยเมื่อนักข่าวไฟแนนเชียล ไทม์ส ถามทรัมป์รุกไล่ถามต่อไปว่า คิดว่าสหรัฐฯ จะประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหาภัยคุกคามนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือเพียงลำพังหรือไม่ ทรัมป์ตอบว่า ‘แน่นอน’

ขณะที่ข่าวยังแจ้งว่า ทรัมป์ได้เคยทวีตข้อความผ่านทางทวิตเตอร์ ตำหนิเกาหลีเหนือที่ทดสอบขีปนาวุธอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการยิงขีปนาวุธนำวิถีไปตกในทะเลญี่ปุ่นเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาว่า เกาหลีเหนือกำลังประพฤติแย่มากๆ พวกเขา ‘เล่น’ สหรัฐฯ มาหลายปีแล้ว และจีนก็ไม่ค่อยทำอะไรเพื่อช่วยเหลือในเรื่องนี้

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แห่งจีน(ซ้าย)-โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ

ทั้งนี้ เร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ได้กล่าวระหว่างมาเยือนประเทศพันธมิตรในเอเชีย ทั้งญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เมื่อ มี.ค. ถึงการคุกคามจากเกาหลีเหนือว่า ปฏิบัติการโจมตีก่อนทางทหาร เป็นเงื่อนไขที่พร้อมจะดำเนินการ ขณะที่นายเจมส์ แมตทิส รมว.กลาโหมสหรัฐฯ ยังเตือนเมื่อ ก.พ.ว่า การใช้อาวุธนิวเคลียร์ไม่ว่าจะเป็นในด้านใดก็ตาม จะต้องเจอการตอบโต้อย่างรุนแรงมาก.

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง

จับตาเครียด เกาหลีเหนือ พร้อมทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ลูกใหม่ ตลอดเวลา

 

Easy Jet หวังใช้เครื่องบินพลังไฟฟ้าบินตรงปารีส-ลอนดอน ปี 2027

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 เม.ย. 2560 06:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/903137


เครดิตภาพ Wright Electricสายการบินโลว์คอสต์ Easy Jet ของอังกฤษมีเป้าหมายใช้เครื่องบินพลังงานไฟฟ้าที่จะเริ่มทำการบินให้บริการระหว่างกรุงปารีสกับกรุงลอนดอนในปี 2027 หรืออีกสิบปีข้างหน้า…

เครื่องบินโดยสารในปัจจุบันก่อมลพิษจำนวนมหาศาลและมีเสียงดังมากอีกด้วย เป็นสาเหตุที่ทำให้บรรดาบริษัทผู้ผลิตเครื่องบินต่างมุ่งเป้าหมายที่จะลดปัญหาทั้งสองให้ลดลงได้มากที่สุด และทางเลือกหนึ่งคือ พลังงานไฟฟ้า และด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการผลิตแบตเตอรี่ที่ล้ำหน้ามากในปัจจุบัน ทำให้มีความพยายามคิดค้นผลิตเครื่องบินพลังงานไฟฟ้าอย่างจริงจัง ซึ่งบริษัท Wright Electric เป็นสตาร์ทอัพอังกฤษที่มีความเชื่อมั่นว่าจะสามารถนำเครื่องบินพลังงานไฟฟ้าขึ้นบินให้บริการแบบเครื่องบินพาณิชย์ในอีกสิบปีข้างหน้า โดยเน้นใช้สำหรับเส้นทางบินระยะสั้นเพื่อเชื่อมต่อเมืองหลวงในยุโรป อาทิ กรุงปารีสกับกรุงลอนดอน

สายการบิน Easy Jet ได้แสดงความสนใจอย่างยิ่งยวดกับโครงการของสตาร์ทอัพใหม่นี้ ซึ่งคาดหวังว่าจะสามารถใช้เครื่องบินพลังงานไฟฟ้าให้บริการในระยะทางไม่เกิน 480 กม ภายใน 20 ปีข้างหน้า

ทั้งนี้ ถึงแม้ว่าพลังงานไฟฟ้าจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดในแง่นิเวศน์วิทยาก็ตาม แต่ก็ยังทำลายสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าพลังงานฟอสซิลท่ีใช้อยู่ในปัจจุบัน เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการคมนาคมที่สร้างมลภาวะมากที่สุด อีกจุดเด่นก็คือเรื่องเสียง เครื่องบินพลังงานไฟฟ้าจะคล้ายกับรถยนต์ไฟฟ้าคือมีเสียงดังน้อยมากเมื่อเทียบกับระบบการเผาไหม้เชื้อเพลิงของเครื่องบินในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม ปัญหาไม่ได้หมดเพียงแค่นั้น บริษัทโบอิ้งและแอร์บัสก็กำลังทำการพัฒนาแก้ไขปัญหานี้อยู่เช่นกัน นั่นคือ การชาร์จแบตเตอรี่ หากเครื่องบินต้องจอดแช่เป็นเวลาหลายชั่วโมงก็จะทำให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจเป็นจำนวนมากอีกด้วย ดังนั้น การชาร์จแบตเตอรี่ต้องทำได้ในระยะเวลาอันสั้น หรือสามารถเปลี่ยนเป็นแบตเตอรี่ชุดใหม่ที่น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

 

ตำรวจอิตาลีรับมอบรถลัมโบร์กินีคันที่ 2 ใช้ไล่จับนักซิ่งบนถนน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 เม.ย. 2560 04:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/903107


เครดิตภาพ © afp

ทางการประเทศอิตาลีส่งมอบรถยนต์หรูยี่ห้อ ลัมโบร์กินี คันที่ 2 ให้แก่สำนักงานตำรวจ เพื่อนำไปใช้ในการไล่จับนักซิ่ง และขนส่งอวัยวะช่วยเหลือผู้ป่วย…

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ตำรวจอิตาลีรับมอบรถยนต์ลัมโบร์กินี รุ่น Huracan เพื่อใช้สำหรับการกวดจับนักซิ่ง รถรุ่นนี้มีความเร็วสูงสุดที่ 300 กม/ชม อัตราเร่ง 0-100 กม ใช้เวลา 3.2 วินาที รถลัมบอร์กินีรุ่นล่าสุดเข้าประจำการหน่วยงานตำรวจทางหลวงอิตาลีเป็นคันที่สอง

รถยนต์ลัมโบร์กินีคันแรกคือ รุ่น Gallardo เริ่มใช้งานในปี 2009 สำหรับการไล่ล่านักซิ่งบนถนนหลวง และยังใช้สำหรับการขนส่งอวัยวะเพื่อใช้ในการปลูกถ่ายกรณีฉุกเฉินอีกด้วย หรือใช้นำถุงเลือดไปยังสถานที่เกิดอุบัติเหตุ ทั้งนี้ รถยนต์คันนี้จะถูกปลดประจำการและนำไปเก็บไว้ยังพิพิทภัณฑ์รถยนต์ตำรวจอิตาลี กรุงโรม

นายมาร์โก มินนิติ รัฐมนตรียุติธรรมอิตาลีกล่าวในโอกาสรับมอบกุญแจรถยนต์ลัมโบร์กินีรุ่น Huracan จากประธานบริษัทว่า “รถยนต์ลัมโบร์กินีคันแรกของตำรวจอิตาลีได้ใช้งานไปถึง 150,000 กม แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพว่าเป็นรถยนต์ที่ใช้ประโยชน์ได้จริง ได้ช่วยชีวิตคนไปเป็นจำนวนมากจากการขนส่งอวัยวะสำหรับการปลูกถ่ายในผู้ป่วยฉุกเฉิน”

ระทึก! ไฟไหม้ตึกระฟ้าขณะก่อสร้าง ในดูไบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 3 เม.ย. 2560 03:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/903076


เมื่อช่วงเช้าราว 06.30 น. ของวันอาทิตย์ 2 เม.ย. ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ใจกลางนครดูไบ เกิดเหตุเพลิงไหม้ เปลวไฟลุกท่วม กลุ่มควันดำลอยโขมงขึ้นสู่ท้องฟ้า นานหลายชั่วโมงภายในบริเวณอาคารที่ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง “เอ็ดเดรส เรสซิเดนซ์ ฟาวเทนส์ วิวส์” โครงการที่อยู่อาศัย ใกล้กับดูไบ มอลล์ ห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่สุดของนครดูไบ และตึกเบิร์จคาลิฟา อาคารที่สูงที่สุดในโลก แหล่งยอดนิยมของกลุ่มนักช็อปปิ้งและนักท่องเที่ยว ก่อนที่พนักงานดับเพลิงระดมกำลังฉีดน้ำสกัดจนสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ และต้องปิดเส้นทางถนนโดยรอบของอาคาร ทั้งนี้ พ.ท.อาห์เหม็ด อาตีจ เผยว่า เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันพลเรือนสามารถเข้าช่วยเหลืออพยพคนที่ติดอยู่ภายในอาคารไว้ได้ 4 ราย รวม 1 รายที่อาการสาหัส

สำหรับอาคารดังกล่าวเป็นของบริษัท อีมาร์อาร์ พร็อพเพอร์ตีส์ เป็นอาคาร 3 แห่ง แต่ละอาคารสูง 60 ชั้น คาดว่าแล้วเสร็จภายในเดือน เม.ย.ปี 2561 ถือเป็นอัคคีภัยที่เกิดขึ้นกับบริษัท อีมาร์อาร์เป็นครั้งที่ 2 หลังโรงแรมเอ็ดเดรส ดาวน์ทาวน์ เกิดไฟลุกไหม้ช่วงเทศกาลวันปีใหม่เมื่อปี 2558 ซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการอีกครั้งก่อนสิ้นปี 2560 และพื้นที่ตั้งอยู่ใกล้กับฟาวเทนส์ วิวส์ อย่างไรก็ตาม อุบัติเหตุเกี่ยวกับไฟไหม้ตามอาคารสูงในนครดูไบ ทั้งที่เป็นโครงการที่อยู่อาศัยและโรงแรมเกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และเกิดการลุกลามอย่างรวดเร็ว ส่วนใหญ่เป็นเพราะใช้วัสดุในการปกปิด หรือคลุมด้านผนังอาคารที่ติดไฟง่าย.

 

เลือกตั้งซ่อมเมียนมาวัดใจซูจี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 3 เม.ย. 2560 02:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/903071


เมื่อ 2 เม.ย. ผลการเลือกตั้งซ่อมใน 5 รัฐ จากผู้มีสิทธิเลือกตั้งราว 2 ล้านคน สำหรับตำแหน่งว่างในสภาทั้ง 19 ที่นั่ง อันเกิดจากสมาชิก ส.ส.เดิมได้รับการแต่งตั้งตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี และบางพื้นที่ที่ไม่ได้จัดการเลือกตั้งเมื่อปีกลาย ด้วยสถานการณ์ความขัดแย้ง ปรากฏว่าพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ของนางอองซาน ซูจี หัวหน้าพรรคฯ ซึ่งทำหน้าที่รัฐบาลได้ 1 ปี และถือเป็นการวัดคะแนนนิยม ยังครองฐานเสียงทั้งในนครย่างกุ้งและพื้นที่ทางภาคกลางไปถึงภาคเหนือ แต่แพ้การเลือกตั้งที่รัฐมอญ ทางตอนใต้ให้กับพรรคยูเอส-ดีพี ซึ่งมีกองทัพเมียนมาสนับสนุน หลังเกิดเหตุชาวมอญลุกฮือประท้วงใหญ่เมื่อเดือน มี.ค. เพราะการตั้งชื่อสะพานข้ามแม่น้ำสาละวินเป็น “นายพลอองซาน” บิดานางซูจี แต่ผลการนับคะแนนทั้งที่รัฐยะไข่กับรัฐฉานยังไม่เสร็จสิ้น

ขณะเดียวกัน รัฐบาลเมียนมาเร่งฝึกอบรม “หมอตำแย” หรือผู้ช่วยทำคลอดเพิ่มหลายร้อยคน เพื่อส่งไปทำงานตามสถานสาธารณสุขในชนบท หวังลดจำนวนอัตราการเสียชีวิตของมารดาระหว่างคลอดลูกจากอัตราเฉลี่ย 282 รายต่อจำนวนประชากร 100,000 คน ถือเป็นตัวเลขสูงมากเมื่อเทียบกับอัตราการเสียชีวิตของมารดาชาวไทย ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 20 ราย และสิงคโปร์ เพียง 6 ราย โครงการฝึกอบรมหมอตำแยของเมียนมาได้รับสนับสนุนจากสหประชาชาติ โดยสถานฝึกอบรมอยู่ในนครย่างกุ้ง การฝึกอบรมใช้เวลา 2 ปี ซึ่งมีผู้เข้ารับการฝึกอบรมมากราว 200 คน.