‘ทรัมป์’ ลงนามคำสั่ง ยกเลิกข้อบังคับเพื่อลดโลกร้อนยุคโอบามา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 มี.ค. 2560 04:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/898742


ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามคำสั่งข้อบังคับเพื่อลดโลกร้อนที่ออกในสมัยบารัค โอบามา แล้ว เพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมเหมือง ตามสัญญาในช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอังคารที่ 28 มี.ค. ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหาร เพื่อยกเลิกกฎข้อบังคับที่มีขึ้นเพื่อลดปัญหาความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ที่ออกในยุคของอดีจตประธานาธิบดี บารัค โอบามา แล้ว ขณะที่กลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อมประกาศจะฟ้องศาลเพื่อคัดค้านคำสั่งนี้

คำสั่งของนายทรัมป์โดยหลักมีเป้าหมายยกเลิกแผน ‘พลังงานสะอาด’ ของนายโอบามา ซึ่งกำหนัดให้ทุกรัฐลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนจากโรงงานไฟฟ้าลง ซึ่งเป็นมาตรการสำคัญที่ทำให้สหรัฐฯ สามารถทำตามสัญญาว่าด้วยความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโลกที่เกือบ 200 ประเทศตกลงร่วมกันในการประชุมที่กรุงปารีสเมื่อปี 2015

ทรัมป์ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหาร ยกเลิกข้อบังคับด้านสิ่งแวดล้อมยุคอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา

คำสั่งที่ถูกเรียกว่า ‘พลังงานเสรี’ นี้ ยังยกเลิกคำสั่งห้ามการขุดถ่านหินในที่ดินของรัฐ, การจำกัดการปล่อยก๊าซมีเทนจากการผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ และลดการให้น้ำหนักในเรื่องความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศและการปล่อยก๊าซคาร์บอมในนโยบายและการอนุญาตสร้างความสร้างพื้นฐานลง

“ผมกำลังใช้มาตรการครั้งประวัติศาสตร์เพื่อยกเลิกข้อจำกัดในเรื่องพลังงานของสหรัฐฯ เพื่อถอนการบุกรุกของรัฐบาล และเพื่อยกเลิกข้อบังคับที่ขัดขวางการจ้างงาน” นายทรัมป์กล่าวที่สำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อม

คำสั่งล่าสุดของทรัมป์ เป็นความพยายามที่จะฟื้นฟูอุตสาหกรรมเหมืองของสหรัฐฯ กลับมา ตามสัญญาที่เขาให้ไว้ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ด้านพลังงานและผู้บริหารบริษัทพลังงานต่างแสดงความสงสัยว่าคำสั่งของนายทรัมป์ จะมีผลต่ออุตสาหกรรมของพวกเขามากเพียงใด ส่วนนักสิ่งแวดล้อมเรียกคำสั่งนี้ว่าเป็นแผนการที่อันตรายต่อสุขภาพ ความปลอดภัย และความรุ่งเรืองของชาวอเมริกันทุกคน

ด้านกลุ่มอนุรักษ์สั่งแวดล้อม ‘เอิร์ธจัสติซ’ (Earthjustice) เป็นหนึ่งในหลายๆ กลุ่มที่ออกมาประกาศว่าจะต่อสู้กับคำสั่งนี้ของนายทรัมป์ ทั้งในและนอกศาล “คำสั่งนี้เพิงเฉยต่อกฎหมายและความเป็นจริงทางวิทยาศาสตร์” นาย ทริป แวน นอปเปน ประธานของ เอิร์ธจัสติซ กล่าว

 

WHO เตือน โรคหัดกระจายทั่วยุโรป เหตุฉีดวัคซีนลดลง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 มี.ค. 2560 03:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/898737


องค์การอนามัยโลกเตือน โรคหัดกำลังแพร่กระจายทั่วทวีปยุโรป เนื่องจากการฉีดวัคซีนป้องกันลดลง ซึ่งผอ. WHO ภูมิภาคยุโรปเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ออกมาตรการควบคุมการระบาดอย่างเร่งด่วน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) ออกมาเตือนในวันอังคารที่ 28 มี.ค. ว่า โรคหัดกำลังแพร่กระจายทั่วทวีปยุโรป ในที่ที่การฉีดวัคซีนป้องกันลดลง หรือไม่เป็นไปตามเป้าหมาย และรูปแบบการเดินทางของมนุษย์ที่หลากหลายในปัจจุบันหมายความไม่มีใคร หรือประเทศใดที่โรคนี้จะเดินทางไปไม่ถึง

ประเทศที่มีการระบาดมากที่สุดในตอนนี้คือที่อิตาลีและโรมาเนีย โดยเพียงแค่เดือนแรกของปี 2017 มีรายงานผู้ติดเชื้อหัดในอิตาลีแล้วมากกว่า 200 ราย ส่วนที่โรมาเนียมีรายงานผู้ติดเชื้อมากกว่า 3,400 คน นับตั้งแต่เดือนม.ค. 2016 และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 17 ราย

WHO ระบุว่า สำหรับการป้องกันที่ดี ประชากรอย่างน้อย 95% ของประเทศควรได้รับวัคซีนป้องกันโรคหัด แต่หลายประเทศไม่สามารถทำตามเป้าหมายนี้ได้ โดยผู้ติดเชื้อหัดส่วนใหญ่ถูกพบในประเทศที่มีอัตราผู้ได้รับวัคซีนต่ำกว่าเพดานนี้ คือ ฝรั่งเศส, เยอรมนี, อิตาลี, โปแลนด์, โรมาเนีย, สวิตเซอร์แลนด์ และยูเครน และข้อมูลเบื้องต้นประจำเดือนก.พ. 2017 ชี้ว่า จำนวนผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ดร. ซูซานนา จาคับ ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกประจำภูมิภาคยุโรป กล่าวว่า “ฉันขอเรียกร้องให้ประเทศที่มีการระบาดเฉพาะพื้นที่ทุกประเทศ ใช้มาตรการเร่งด้วยในการหยุดการส่งตือเชื้อก่อโรคหัดภายในพรมแดนของตัวเอง และทุกประเทศที่ประสบความสำเร็จในเรื่องนี้แล้ว ก็ขอให้รักษาการป้องกันของตัวเอง และรักษาอัตราการฉีดวัคซีนป้องกันให้อยู่ในระดับสูงต่อไป”

ด้านนาย ร็อบบ์ บัตเลอร์ เจ้าหน้าที่องค์การอนามัยโลกประจำภูมิภาคยุโรป ระบุว่า มีหลายสาเหตุที่ทำให้การฉีดวัคซีนป้องกันในบางพื้นที่ลดลงเรื่อยๆ “ในบางประเทศ เช่น ยูเครน มีปัญหาเรื่อง การจัดหาจัดซื้อวัคซีน” นอกจากนี้ยังมีเรื่องการกลัวการฉีดวัคซีน, ความชะล่าใจ หรือไม่สะดวกในการไปฉีดวัคซีน เช่นในฝรั่งเศส ประชาชนจำเป็นต้องนัดหมายกับแพทย์เพื่อรับใบสั่งยา จากนั้นไปร้านขายยาเพื่อรับวัคซีน และต้องนัดหมายกับแพทย์ใหม่อีกครั้งเพื่อรับการฉีดวัคซีน

ส่วนดร. แมรี แรมเซย์ หัวหน้าฝ่ายการสร้างภูมิคุ้มกันของสำนักงานสาธารณสุขอังกฤษ กล่าวว่า อัตราการฉีดวัคซีนป้องกันโรค MMR (หัด, คางทูม, หัดเยอรมัน) แก่เด็กอายุไม่เกิด 5 ปี ในอังกฤษ ถึงเป้าหมาย 95% ขององค์การอนามัยโลกแล้ว และเมื่อปีก่อน มีการยืนยันว่า ผู้ป่วยโรคหัดในอังกฤษส่วนใหญ่ เป็นวัยรุ่นและผู้ใหญ่อายุน้อย โดยหลายคนไปร่วมงานเทศกาลดนตรี หรืองานที่มีคนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

ดร.แรมเซย์ระบุด้วยว่า “ไม่มีคำว่าสายเกินไปกับการรับวัคซีนป้องกันโรคหัด และโรคหัดอาจมีอาการร้ายแรงแม้จะเกิดในผู้ใหญ่”

ทั้งนี้ เด็กอายุน้อยที่ไม่ได้รับวัคซีนมีความเสี่ยงสูงที่สุดที่จะติดโรคหัด และโรคแทรกซ้อนที่เกิดจากมัน ซึ่งอาจทำให้ถึงแก่ความตายได้ โดยไวรัสโรคหัดแพร่กระจายด้วยการสัมผัสกันโดยตรง และทางอากาศจากการไอและจาม ขณะที่เชื้อไวรัสสามารถมีชีวิตบนพื้นผิวที่มันติดอยู่ได้นาน 2 ชั่วโมง และสามารถติดต่อได้ด้วย

โดยทั่วไป สัญญาแรกของโรคหัดคือมีไข้สูงและอาการคลัายโรคหวัด เช่นน้ำมูกไหล แต่อาจมีจุดสีขาวเกิดขึ้นในกระพุ้งแก้มด้วย หลังจากมีอาการหลายวัน จะเริ่มมีผื่นขึ้นตามใบหน้าและคอก่อน จากนั้นจะลามไปทั่วร่างกายและแขนขา โดยช่วงเวลาที่โรคจะสามารถติดต่อไปยังคนอื่นๆ ได้คือตั้งแต่ 4 วันก่อนจะเริ่มมีผื่นขึ้นตามปิดหนัง ไปจนถึง 4 วันหลังผื่นแตก ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาโรคหัดที่แน่นอน แต่การฉีดวัคซีน 2 โดส จะช่วยป้องกันโรคได้

 

‘ทรัมป์’ ตั้งลูกเขยนำทีมทำเนียบขาว รื้อระบบงานรัฐบาล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 29 มี.ค. 2560 01:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/898641


เมื่อ 27 มี.ค. ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ตั้งนายจาเรด คุชเนอร์ วัย 36 ปี ลูกเขยและผู้ช่วยคนใกล้ชิด นำทีมคณะทำงานชุดใหม่ของทำเนียบขาวเพื่อยกเครื่องระบบและขั้นตอนการทำงานของรัฐบาลเพื่อให้กระชับรวดเร็วมากขึ้น คณะทำงานชุดนี้มีอำนาจปฏิรูปกระบวนการทำงานด้วยเทคโนโลยีและข้อมูลซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากบริษัทแอปเปิลและไมโครซอฟท์ คุชเนอร์เคยเผยกับหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งว่ารัฐบาลควรถูกบริหารงานเหมือนกับบริษัทอเมริกันที่ยิ่งใหญ่

ขณะเดียวกัน คุชเนอร์ยังจะถูกคณะกรรมาธิการข่าวกรองวุฒิสภาของสหรัฐฯสอบสวนข้อกล่าวหาความเชื่อมโยงระหว่างทีมงานของนายทรัมป์กับรัฐบาลรัสเซีย ซึ่งต่างถูกกล่าวหาจับมือกันเพื่อช่วยให้ทรัมป์ชนะเลือกตั้งโดยเจาะระบบข้อมูลของพรรคเดโมแครต ซึ่งทั้งสองฝ่ายปฏิเสธแล้ว แต่คุชเนอร์เป็นผู้เสนอตัวเองเพื่อทำให้เรื่องนี้กระจ่างชัด

วันเดียวกัน บ้าน 2 ชั้น 5 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ เนื้อที่ 186 ตร.ม.ในย่านควีนส์ มหานครนิวยอร์กของสหรัฐฯ ที่นายทรัมป์เคยอยู่ตอนเด็กจนถึง 4 ขวบ ซึ่งสร้างโดยเฟรด ทรัมป์ บิดาผู้ล่วงลับของนายทรัมป์เมื่อปี 2483 ถูกขายทอดตลาดด้วยราคา 2.14 ล้านดอลลาร์ แต่บริษัทประมูลไม่เปิดเผยชื่อผู้ซื้อและว่าไม่ใช่นายทรัมป์ ซึ่งเคยบอกว่าอยากซื้อไว้เอง.

 

โสมขาวยัน กระดูกที่พบในเรือ ‘เซวอล’ เป็นของสัตว์ไม่ใช่คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 มี.ค. 2560 01:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/898660


เรือแบบกึ่งดำน้ำกำลังขนย้ายซากเรือเซวอล

เจ้าหน้าที่นิติเวชของเกาหลีใต้ยืนยัน กระดูกที่พบในซากเรือเซวอลเป็นของสัตว์ ไม่ใช่ของมนุษย์ตามที่มีรายงานก่อนหน้านี้ ทำให้การหาศพผู้เสียชีวิตที่ยังหาไม่พบยังต้องดำเนินต่อไป…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอังคารที่ 28 มี.ค. กระทรวงการเดินทะเลของเกาหลีใต้ออกมาแก้ข่าวเรี่องการพบกระดูกมนุษย์ในซากเรือเซวอล ที่อับปางในทะเลทางใต้ของประเทศเมื่อปี 2014 ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 304 ราย และเพิ่งถูกกู้ขึ้นมาได้เมื่อสัปดาห์ก่อน ว่าแท้จริงแล้วเป็นกระดูกของสัตว์ ไม่ใช่ของมนุษย์

ทั้งนี้ โศกนาฏกรรมเรือเซวอล ถือเป็นหนึ่งในอุบัติเหตุทางทะเลที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์เกาหลีใต้ โดยเหตุเกิดขณะที่เรือกำลังเดินทางไปยังเกาะเชจู ทางใต้ของประเทศ พร้อมลูกเรือและผู้โดยสารรวม 476 คนส่วนใหญ่เป็นนักเรียนมัธยมจากโรงเรียนดันวอน ในเมืองอันซาน ก่อนจะอับปางลงเนื่องจากการหักเลี้ยวอย่างกระทันหันทำให้เรือล้มเอียง เหตุการณ์นี้ทำให้มีผู้เสียชีวิต 304 ราย ถูกช่วยเหลือไว้ได้ 172 คน

ซากเรือเซวอลเพิ่งถูกกู้ขึ้นมาจากทะเลเมื่อวันที่ 22 มี.ค. ที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้ในวันอังคาร นาย อี ชอล โจ เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลปฏิบัติการกู้เรือ บอกกับผู้สื่อข่าวว่า พบกระดูกมนุษย์ปนอยู่กับทรายที่ไหลออกมาจากเรือเซวอล โดยมีความยาวตั้งแต่ 4-18 ซม. ทำให้เกิดความหวังในหมู่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตว่า อาจเป็นกระดูกของเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย 9 คน ที่ยังหาศพไม่พบจนถึงตอนนี้ แต่ผลการตรวจสอบล่าสุดของสำนักงานนิติเวชแห่งชาติ ชี้ว่าเป็นกระดูกสัตว์ 7 ชิ้น ซึ่งน่าจะเป็นของหมู

อนึ่ง การกู้เรือเซวอลขึ้นจากน้ำเป็นสิ่งที่ครอบครัวของผู้สูญหายในเหตุการณ์นี้ ซึ่งประกอบด้วยเด็กนักเรียน 4 คน, ครู 2 คน กับคู่สามีภรรยาและลูกของพวกเขา เรียกร้องมากที่สุด โดยนับตั้งแต่เกิดเหตุ มีหลายครอบครัวมาย้ายมาตั้งรกรากที่ท่าเรือ แพงม็อค ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่เรือล่มไม่ไกล เพื่อรอฟังข่าวบุคคลอันเป็นที่รัก

 

ไซโคลน ‘เด็บบี’ ถล่มออสซี่ตาย 1 ไฟดับกระทบคนนับหมื่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 มี.ค. 2560 23:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/898566


ไซโคลน เด็บบี ขึ้นฝั่งรัฐควีนส์แลนด์ของออสเตรเลียแล้วในช่วงเย็นวันอังคาร สร้างความเสียหายอย่างรุนแรง ทำให้ฝนตกหนัก ไฟดับกระทบบ้านหลายหมื่นหลัง และมีรายงานพบผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า พายุไซโคลน ‘เด็บบี’ เคลื่อนตัวขึ้นฝั่งระหว่างเมืองโบเวนกับเมืองแอร์ลีบีช ในรัฐควีนแลนส์ ของประเทศออสเตรเลียแล้วเมื่อเวลาประมาณ 17:00น. วันอังคารที่ 28 มี.ค. ตามเวลาท้องถิ่น ในฐานะไซโคลนระดับ 4 มีความเร็วลม 185 กม./ชม. และทำให้เกิดลมกระโชกความเร็วถึง 263 กม./ชม.

พายุ เด็บบี อ่อนกำลังลงเป็นพายุระดับ 2 ในระหว่างที่เคลื่อนตัวเข้าไปในรัฐควีนส์แลนด์ อย่างไรก็ตาม อิทธิพลของมันยังสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงด้วยฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก และทำให้บ้านเรือนกว่า 50,000 หลังประสบปัญหาไฟฟ้าดับ ซึ่งผู้ให้บริการยังไม่สามารถตอบได้ว่า จะแก้ไขให้ไฟฟ้ากลับมาใช้งานได้ตามเดิมเมื่อไร ขณะที่นาย มัลคอล์ม เทิร์นบูล นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียเผยว่า พบผู้เสียชีวิตเพราะพายุลูกนี้แล้ว 1 ราย

ฝนกระหน่ำเมืองแอร์ลี บีช

อย่างไรก็ตาม การคาดการณ์ความเสียหายทั้งหมดจากไซโคลนเด็บบี ซึ่งตาพายุมีเส้นผ่านศูนย์ยาวถึง 50 กม.ทำได้ยาก นักอุตุนิยมวิทยาของออสเตรเลียเตือนว่า พายุลูกนี้กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาในแผ่นดินใหญ่อย่างช้าๆ หมายความว่า มันจะทำให้เกิดอันตรายต่อภูมิภาคนี้ซึ่งมีผู้อยู่อาศัยมากกว่า 250,000 คน มากว่าพายุที่เคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว

นาย เอียน สจ๊วต ผู้บัญชาการตำรวจรัฐควีนส์แลนด์คาดว่า พวกเขาจะได้รับรายงานความเสียหายมากมาย และน่าเศร้าที่เขาคิดว่าจะมีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตด้วย ซึ่งตอนนี้มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 1 รายเป็นผู้หญิงอายุ 31 ปี จากอุบัติเหตุรถยนต์ที่เมืองพรอสเซอร์ไพน์ ใกล้จุดที่พายุขึ้นฝั่ง ขณะที่มีชายคนหนึ่งถูกกำแพงถล่มใส่จนได้รับบาดเจ็บ ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

ส่วนนาง อันนาสตาเซีย ปาลาสชุค มุขมนตรีรัฐควีนส์แลนด์ กล่าวว่า การประเมิณความเสียหายทำได้ยากเพราะชุมชนหลายแห่งถูกตัดขาดจากไฟฟ้าและสัญญาณโทรศัพท์ “พรุ่งนี้ทุกคนจะต้องตกใจ เมื่อเห็นผลกระทบเต็มๆ ของไซโคลนลูกนี้

นางปาลาสชุคเผยด้วยว่า ทางการกำลังเตรียมการอพยพประชาชนจำนวนประมาณ 25,000 คนในเมืองแมคเคย์ ซึ่งเป็นทางผ่านต่อไปของไซโคลนเด็บบี ขณะที่มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่หน่วยฉุกเฉินราว 1,000 คนถูกส่งเข้าไปรอรับมือสถานการณ์แล้ว

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง

ออสซี่ระทึก หลายพันเร่งอพยพ พายุไซโคลนสุดอันตราย ‘เด็บบี้’ จ่อถล่ม

 

มะกันไม่เข้าประชุมสนธิสัญญานุก UN-ชี้แบนนิวเคลียร์ไม่ได้จริง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 มี.ค. 2560 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/897622


สหรัฐฯ และอีกเกือบ 40 ประเทศ ตัดสินใจไม่เข้าร่วมกับประชุมสหประชาชนในวันจันทร์ที่จะมีการหารือเรื่อง การทำข้อตกลงแบนอาวุธนิวเคลียร์ โดยให้เหตุผลว่า ในความเป็นจริงนั้นการแบนอาวุธนิวเคลียร์ทำไม่ได้…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สหรัฐอเมริกา รวมทั้ง สหราชอาณาจักร, ฝรั่งเศส และอีกเกือบ 40 ประเทศ ตัดสินใจไม่เข้าร่วมการหารือเรื่องการทำสนธิสัญญาแบนอาวุธนิวเคลียร์ ที่การประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ ในนครนิวยอร์กในวันจันทร์ที่ 27 มี.ค. โดยนาง นิกกี ฮาเลย์ ทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ ระบุว่าสัญญานี้ใช้การไม่ได้จริง

“ไม่มีอะไรที่ดิฉันต้องการมอบให้แก่ครอบครัวมากไปกว่าโลกที่ไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ แต่เราต้องอยู่กับความเป็นจริง มีใครเชื่อมั้ยว่า เกาหลีเหนือจะตกลงทำตามคำสั่งห้ามอาวุธนิวเคลียร์?” นางฮาเลย์กล่าวในวันจันทร์ “คุณกำลังจะได้เห็นกว่า 40 ประเทศที่จะไม่เข้าร่วมในการประชุมสมัชชาใหญ่ในวันนี้” “ณ วันและเวลานี้ เราไม่สามารถพูดอย่างตรงไปตรงมาได้ว่า เราสามารถปกป้องคนของเราได้ด้วยการอนุญาตให้ตัวละครแย่ๆ มีมัน (อาวุธนิวเคลียร์) และเราซึ่งเป็นตัวละครที่ดี ผู้พยายามรักษาความสงบและความปลอดภัย ไม่มีพวกมัน”

ทั้งนี้ ที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ มีมติเมื่อเดือนธ.ค. 2016 ด้วยคะแนนเสียงเห็นชอบ 113 คะแนน คัดค้าน 35 คะแนน และงดออกเสียงอีก 13 คะแนน ตัดสินใจที่จะเจรจาหาเครื่องมือทางกฎหมายเพื่อห้ามอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งจะนำไปสู่การกำจัดอาวุธเหล่านี้ทั้งหมด และกระตุ้นให้สมาชิกทุกประเทศเข้าร่วมด้วย

อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวของสหรัฐฯ และหลายประเทศในวันอังคาร ทำให้นาง เบียทริซ ฟิห์น ผู้อำนวยการบริหารขององค์การการรณรงค์ระหว่างประเทศเพื่อขจัดอาวุธนิวเคลียร์ (ICANW) แถลงการณ์การแสดงความผิดหวัง “เป็นเรื่องน่าผิดหวังที่เห็นบางประเทศซึ่งมีประวัติด้านมนุษยธรรมที่เข้มแข็ง เข้าข้างรัฐบาลที่เสี่ยงจะทำให้เกิดการแข่งขันสะสมอาวุธครั้งใหม่”

 

สหรัฐฯ-อียูเต้นรัสเซียจับผู้นำฝ่ายค้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 28 มี.ค. 2560 03:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/897611


ตำรวจรัสเซียจับกุมผู้ประท้วงหลายร้อยคน รวมทั้งนายอเล็กเซ นาวัลนี ผู้นำฝ่ายค้าน ขณะมีการประท้วงต่อต้านคอร์รัปชันในหลายเมืองทั่วประเทศ เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีดีมิทรี เมดเวเดฟ ลาออก ในข้อหาคอร์รัปชัน เมื่อ 26 มี.ค. โดยที่กรุงมอสโก มีผู้ประท้วง 7,000- 8,000 คนที่จัตุรัสพุชกิน ตำรวจเผยว่ามีผู้ถูกจับราว 500 คน แต่กลุ่มสิทธิมนุษยชน “โอวีดี อินโฟ” ระบุว่ามีถึง 800 คน รวมทั้งนายนาวัลนี ซึ่งถูกจับขึ้นรถตู้ของตำรวจขณะจะไปร่วมการประท้วงที่ถนนทเวอร์สกายา และจะถูกส่งขึ้นศาลในวันรุ่งขึ้น

หลังถูกจับ นาวัลนีทวีตกระตุ้นให้ผู้สนับสนุนประท้วงต่อไป ไม่จำเป็นต้องสู้เพื่อให้ตนออกจากที่คุมขัง หัวข้อหลักในวันนี้คือต่อสู้คอร์รัปชัน เขายังเผยว่าตำรวจบุกจู่โจมมูลนิธิของตนและจับกุมทีมงานซึ่งกำลังถ่ายทอดสดการประท้วงด้วย นอกจากนี้ ยังมีการประท้วงในอีกหลายเมือง ทั้งเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก วลาดิวอสต็อก โนโวซิบริสค์ ทอมสค์ ซึ่งมีผู้ถูกจับอีกมาก สื่อท้องถิ่นเผยว่าเจ้าหน้าที่กดดันนักศึกษาไม่ให้เข้าร่วมการประท้วง

การประท้วงครั้งนี้นับว่าใหญ่ที่สุดตั้งแต่การประท้วงต่อต้านรัฐบาลในช่วงปี 2554-2555 โดยผู้ประท้วงตะโกนว่า “ปูติน (ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน) จงพินาศ” และ “รัสเซียไร้ปูติน” และ “ปูติน คือขโมย” แต่การประท้วงในหลายเมืองผิดกฎหมายเพราะไม่ได้รับอนุญาต การประท้วงมีขึ้นตามคำเรียกร้องของนาวัลนี หลังเขาเผยแพร่รายงานอ้างว่าเมดเวเดฟครอบครองคฤหาสน์ เรือยอชต์ ไร่องุ่น ซึ่งมีมูลค่าเกินกว่าเงินเดือนประจำตำแหน่งอย่างเทียบกันไม่ได้ ทั้งยังสร้างบ้านพิเศษให้เป็ดตัวโปรดด้วย

ด้านนายมาร์ค โทเนอร์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ แถลงว่า การจับกุมผู้ประท้วงโดยสันติในรัสเซียคือการสบประมาทคุณค่าประชาธิปไตย และเรียกร้องให้ปล่อยตัวทั้งหมดทันที ส่วนสหภาพยุโรป (อียู) ก็เรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ถูกจับโดยไม่มีการล่าช้า ขณะที่รัฐบาลรัสเซียและเมดเวเดฟยังนิ่งเงียบ แต่โฆษกของเมดเวเดฟแถลงว่าข้อกล่าวหาคอร์รัปชันเป็น “การโจมตีด้วยการโฆษณาชวนเชื่อ”

นาวัลนีประกาศว่าจะลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 2561 แข่งกับปูติน แต่ถูกตัดสิทธิ์หลังถูกศาลเมืองคิรอฟตัดสินว่ามีความผิดในข้อหายักยอกทรัพย์เมื่อเดือน ก.พ.ปีนี้ ซึ่งเขาชี้ว่ามีมูลเหตุจูงใจทางการเมือง ด้านนักวิเคราะห์ชี้ว่าตัวแทนพรรคเสรีนิยมของนาวัลนีแทบไม่มีโอกาสชนะปูตินซึ่งยังมีคะแนนนิยมสูง แต่เขาหวังใช้การประท้วงครั้งล่าสุดดึงคะแนนนิยมมากขึ้น ขณะที่ประชาชนโกรธแค้นรัฐบาลเรื่องคอร์รัปชัน.

 

โจรบุกขโมยเหรียญทองคำยักษ์หนัก 100 กก. จากพิพิธภัณฑ์เบอร์ลิน หนีลอยนวล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 มี.ค. 2560 02:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/897616


คนร้ายไม่ทราบจำนวนบุกพิพิธภัณฑ์ในกรุงเบอร์ลิน ของเยอรมนี และขโมยเหรียญทองคำน้ำหนักถึง 100 กก. มูลค่าหลายล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ไป โดยยังไม่ทราบว่าคนร้ายทำได้อย่างไร…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุคนร้ายบุกขโมยเหรียญทองยักษ์น้ำหนักถึง 100 กก. ซึ่งมีพระบรมสาทิศลักษณ์ของสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 ถูกสลักอยู่ ออกไปจากพิพิธภัณฑ์ โบเดอ ในกรุงเบอร์ลิน เมืองหลวงของเยอรมนีเมื่อช่วงเช้ามืดวันจันทร์ที่ 27 มี.ค.ที่ผ่านมา และหลบหนีไปอย่างลอยนวล

เหรียญดังกล่าวถูกหลอมขึ้นโดยโรงกษาปณ์แห่งแคนาดาในปี 2007 มีชื่อเล่นว่า ‘ใบเมเปิลยักษ์’ เนื่องจากหน้าเหรียญด้านหนึ่งมีรูปใบเมเปิล สัญลักษณ์ของประเทศแคนาดา โดยเหรียญมีความหนา 3 ซม. เส้นผ่านศูนย์กลาง 53 ซม. มีระบุอยู่บนเหรียญว่าเป็นเหรียญมูลค่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่เนื่องจากทำจากทองคำบริสุทธิ 24 กะรัต น้ำหนักถึง 100 กก. ทำให้มูลค่าในปัจจุบันของมันอยู่ที่ประมาณ 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่า หัวขโมยลงมือในเวลาประมาณ 3:30น. วันจันทร์ แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าคนร้ายหลบระบบรักษาความปลอดภัยของพิพิธภัณฑ์ได้อย่างไร หรือขนเหรียญหนักขนาดนี้ออกไปด้วยวิธีใด

วินฟริด เวนเซล โฆษกตำรวจกรุงเบอร์ลินบอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์ส ว่า “จากข้อมูลที่เรามีจนถึงตอนนี้ ทำให้เราเชื่อว่า โจรรายนี้ ซึ่งอาจมีหลายคน ทำลายกระจกด้านหลังของพิพิธภัณธ์ซึ่งอยู่ใกล้กับรางรถไฟ จากนั้นจึงเข้าไปในอาคารและไปจนถึงพื้นที่จัดแสดงเหรียญ” นายเวลเซลระบุอีกว่า “เหรียญถูกเก็บรักษาเอาไว้ในกรอบกระจกกันกระสุน นั่นเป็นสิ่งที่ผมบอกได้ในตอนนี้”

 

‘ซัมซุง’ ประกาศซ่อม ‘กาแล็กซี่ โน้ต 7’ ขายใหม่แบบ ‘refurbished’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 มี.ค. 2560 00:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/897546


ซัมซุงประกาศแผนการนำ กาแล็กซี่ โน้ต 7 ที่เรียกคืนเพราะปัญหาแบตเตอรี่อาจติดไฟเมื่อปีก่อน มาซ่อมแซมขายใหม่ เป็นสินค้า refurbished หรือนำชิ้นส่วนไปรีไซเคิล…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บริษัท ซัมซุง ยืนยันว่าพวกเขาจะนำสมาร์ทโฟน ‘กาแล็กซี่ โน้ต 7’ ที่พวกเขาเรียกคืนจากทั่วโลกจำนวนหลายล้านเครื่องเมื่อปลายปีก่อน เนื่องจากปัญหาแบตเตอรี่เกิดไฟไหม้ มาซ่อมแซมแก้ไขและขายใหม่ในฐานะเครื่อง ‘refurbished’ (รีเฟอร์บิชท์) เปลี่ยนแผนที่จากเดิมเคยระบุไว้ว่า พวกเขาจะทำลายโน้ต 7 ทุกเครื่อง

อนึ่ง สินค้า refurbished คือสินค้าที่ถูกส่งกลับคืนไปยังผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายจากสาเหตุต่างๆ หลังมีการพบว่าสินค้าเหล่านั้นมีปัญหา ซึ่งทางผู้ผลิตจะทำการปรับปรุงสินค้าให้มีสภาพที่สมบูรณ์พร้อมใช้งาน เปลี่ยนชิ้นส่วนที่มีปัญหา รวมทั้งทำความสะอาด ให้มีสภาพใช้งานเท่าหรือใกล้เคียงของใหม่ ก่อนบรรจุสินค้านั้นใหม่อีกครั้ง และส่งกลับไปยังตัวแทนจำหน่าย กลายเป็นสินค้า refurbished ซึ่งโดยทั่วไปผู้ผลิตจะระบุอย่างชัดว่าเป็นสินค้าประเภทนี้

เมื่อวันที่ 27 มี.ค. บริษัท ซัมซุง ออกแถลงการณ์เปิดเผยแผนการรีไซเคิล กาแล็กซี่ โน้ต 7 โดยมีแผน 3 อย่างคือ 1. ถอดชิ้นส่วนที่กู้ได้เช่น โมดูลกล้อง และอุปกรณ์กึ่งตัวนำมาใช้ใหม่ 2. ถอดชิ้นส่วนโลหะจากเครื่อง ด้วยวิธีการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจากความช่วยเหลือของบริษัทภายนอก (third-party) และ 3. จะขายหรือให้เช่าอุปกรณ์ที่ผ่านการแก้ไขซ่อมแซมและตกแต่งใหม่แล้ว (refurbished)

ซัมซุงยืนยันอีกว่า พวกเขาร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นรวมทั้งผู้แทนจำหน่ายในเรื่องการขายอุปกรณ์ refurbished ท่ามกลางข่าวลือว่า โน้ต 7 เหล่านี้จะมาพร้อมกับแบตเตอรี่ที่เล็กลงเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความร้อนจัดและติดไฟเหมือนที่เคยเกิดขึ้น ซัมซุงระบุด้วยว่า พวกเขาจะเปิดเผยเรื่องตลาดที่จะวางขายหลังเจรจากับเจ้าหน้าที่ตรวจสอบท้องถิ่น และได้รับการอนุมัติให้ขายแล้วเสร็จแล้ว

“เป้าหมายของการออกอุปกรณ์ refurbished มีเพียงอย่างเดียวคือเพื่อลดและทำให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด” ซัมซุงระบุในแถลงการณ์ที่ส่งให้ ‘เดอะ เวิร์จ’ (The Verge) เครือข่ายข่าวเทคโนโลยีชื่อดังของสหรัฐฯ ซังซุงยังบอกเป็นนัยด้วยว่า โน้ต 7 refurbished อาจถูกเปลี่ยนชื่อใหม่ทั้งหมด “รายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์รวมทั้งชื่อ, สเปคเครื่อง และราคา จะถูกประกาศเมื่ออุปกรณ์พร้อมจำหน่ายแล้ว ซัมซุงจะไม่เสนออุปกรณ์ กาแล็กซี่ โน้ต 7 refurbished สำหรับขายหรือเช่าในสหรัฐฯ”

ทั้งนี้ เมื่อปลายปีก่อน ซัมซุงต้องเสียหน้าอย่างหนักหลังจาก กาแล็กซี่ โน้ต 7 สมาร์ทโฟนเรือธงของพวกเขา ถูกร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาแบตเตอรี่ติดไฟหรือระเบิด ทำให้พวกเขาต้องเรียกคืนสินค้าหลายล้านเครื่องในเดือนก.ย. และความล้มเหลวในการแก้ปัญหาทำให้พวกเขาตัดสินใจหยุดการผลิตสมาร์ทโฟนรุ่นนี้อย่างถาวรในเดือนต.ค. หรือราว 2 เดือนหลังวางจำหน่าย โดยการสอบสวนของซัมซุงพบว่า มีข้อบกพร่องในแบตเตอรี่ที่ผลิตโดยซัพพลายเออร์ 2 บริษัท คือ ซัมซุง เอสดีไอ และ แอมเพอเร็กซ์ เทคโนโลยี แต่ไม่มีปัญหาในส่วนอื่นๆ

 

ไม่เว้นวัน! มือปืนกราดยิงในฟลอริดา ดับ 1 เจ็บ 5 เด็กสาหัส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 มี.ค. 2560 23:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/897522


ชายคนใหญ่ใช้อาวุธปืนยิงผู้คนในบ้านหลังหนึ่งในเมืองแซนฟอร์ดของรัฐฟลอริดาเมื่อวันจันทร์ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 3 คน ก่อนจะออกมายิงคนเดินถนนที่บังเอิญผ่านมาเจ็บอีก 2 คน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ชายซึ่งยังไม่มีการเปิดเผยชื่อคนหนึ่ง ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงคน 4 คนภายในบ้านหลังหนึ่งในเมืองแซนฟอร์ด รัฐฟลอริดา จนเสียชีวิต 1 คน เมื่อวันจันทร์ที่ 27 มี.ค. ก่อนจะออกมายิงคนที่เดินผ่านมาบนท้องถนนอีก 2 คนได้รับบาดเจ็บ จากนั้นจึงถูกตำรวจจับกุมตัวเอาไว้ได้

ตามการเปิดเผยของนาง เบียนกา ยิลเล็ตต์ โฆษกตำรวจหญิงท้องถิ่น ผู้ต้องสงสัยเป็นมือปืนมีปัญหาภายในครัวเรือนกับผู้ใหญ่คนหนึ่งในบ้านหลังที่เกิดเหตุ โดยเขาเดินทางมาที่บ้านหลังนี้ในเวลาประมาณ 6:00น. และใช้ปืนยิงผู้ใหญ่ 2 คนและเด็กอีก 2 คนในบ้าน ทำให้หญิงคนหนึ่งเสียชีวิต ส่วนเด็กทั้ง 2 คนอายุ 7 และ 8 ขวบ บาดเจ็บสาหัสอาการขั้นวิกฤติ ถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลแล้ว

จากนั้น มือปืนก็วิ่งออกมานอกบ้านมุ่งไปยังถนนแยกที่อยู่ใกล้ๆ และเปิดฉากยิงคนเดินถนน 2 คนที่เดินผ่านมาได้รับบาดเจ็บ ซึ่งในจังหวะนี้เอง เจ้าหน้าที่ตำรวจในบริเวณใกล้เคียงได้ยิงเสียงปืนจึงนำกำลังเข้าจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยเอาไว้ได้ โดยตำรวจกำลังสอบสวนหามูลเหตุจูงใจของมือปืนรายนี้

ทั้งนี้ ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา เกิดเหตุความรุนแรงด้วยอาวุธปืนในสหรัฐฯ หลายเหตุการณ์รวมทั้งเหตุกราดยิงในไนท์คลับ ‘คาเมโอ’ ที่เมืองซินซินเนติ ในรัฐไอไฮโอ ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 15 คน ส่วนคนร้ายยังลอยนวล กับเหตุชายวัย 50 ปี ซึ่งคาดว่ามีอาการป่วยทางจิต ก่อเหตุยึดรถบัสในลาส เวกัส และยิงผู้โดยสารเสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 1 คน ก่อนยอมมอบตัว โดยตำรวจชี้ว่าทั้ง 2 เหตุการณ์ไม่ใช่การก่อการร้าย