หุ้นไทยปิดตลาดบ่าย ปรับลด 5.30 ดัชนีอยู่ที่ 1,574 จุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ก.ค. 2560 17:18

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/994275

หุ้นไทยปิดตลาดบ่าย ปรับลดลง 5.30 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,574.11 จุด มูลค่าการซื้อขาย 33,135.44 ล้านบาท

การเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประจำวันที่ 4 ก.ค. 60 ช่วงครึ่งวันบ่ายพบว่า ดัชนีปรับลดลง 5.30 จุด อยู่ที่ 1,574.11 เปลี่ยนแปลง -0.34% มูลค่าการซื้อขาย 33,135.44 ล้านบาท โดยดัชนีสูงสุดอยู่ที่ 1,583.00 จุด และต่ำสุดที่ 1,572.51 จุด

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขาย 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) 2.บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 3.บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) 4.บริษัท ซุปเปอร์บล๊อก จำกัด (มหาชน) 5.ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน).

 

ปตท.-บางจาก ปรับขึ้นดีเซล 50 สต.-เบนซิน-โซฮอล์ ราคายังคงเดิม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ก.ค. 2560 17:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/994230

ข่าวร้าย! ปตท.-บางจาก ปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซล 50 สต. เว้นเบนซิน-แก๊สโซฮอล์ราคาคงเดิม มีผลตี 5 พรุ่งนี้..

เมื่อวันที่ 4 ก.ค. 60 บมจ.ปตท. และ บมจ.บางจากปิโตรเลียม ประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซล 50 สต. ส่วนเบนซินและแก๊สโซฮอล์คงเดิม มีผลวันที่ 5 ก.ค. 60 เวลา 05.00 น.

สำหรับราคาใหม่ดังนี้ เบนซิน 95 ราคา 32.66 บาท/ลิตร, แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 25.55 บาท/ลิตร, แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 25.28 บาท/ลิตร, E20: 23.04 บาท/ลิตร, E85: 19.24 บาท/ลิตร, ดีเซล 24.49 บาท/ลิตร (ราคานี้ยังไม่รวมภาษีท้องที่ของแต่ละจังหวัด)

 

จองบ้านเคหะประชารัฐ ครั้งที่ 2 แค่ 3 วัน แตะ 3,431 หน่วย ชลบุรีทำเลฮอต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ก.ค. 2560 16:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/994190

ยอดจองบ้านเคหะประชารัฐ ครั้งที่ 2 แค่ 3 วัน แตะ 3,431 หน่วย พบทำเลสุดฮอตใน ชลบุรี-กาฬสินธุ์-ระยอง-อยุธยา-ปทุมฯ…

เมื่อวันที่ 4 ก.ค. ดร.ธัชพล กาญจนกูล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวถึงยอดจองมหกรรมบ้านเคหะประชารัฐ ครั้งที่ 2 จำนวน 148 โครงการ 20,817 หน่วย ระหว่างวันที่ 30 มิ.ย.ถึงวันที่ 2 ก.ค. 2560 ว่า มีประชาชนให้ความสนใจจองโครงการรวมทั้งสิ้น 3,431 หน่วย ซึ่งรูปแบบอาคารที่ได้รับความนิยมมียอดซื้อสูงสุด ได้แก่ บ้านเดี่ยว, อาคารชุด และบ้านแฝด โดยโครงการที่จองมากที่สุด 5 ลำดับแรก ได้แก่ โครงการจังหวัดชลบุรี (บ่อวิน) ระยะที่ 2, โครงการจังหวัดกาฬสินธุ์ ระยะที่ 2, โครงการจังหวัดระยอง (ตะพง) ระยะที่ 2, โครงการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (บางปะอิน) ระยะที่ 2 และ โครงการจังหวัดปทุมธานี (รังสิต คลอง 10/3)

ทั้งนี้ยังคงเปิดให้จองมหกรรมบ้านเคหะประชารัฐครั้งที่ 2 อย่างต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 9 ก.ค. 2560 เวลา 08.30-18.00 น. โดยจัดสองโปรโมชั่น ได้แก่ เช่าซื้อดอกเบี้ยเพียง 1.49% นาน 2 ปี และ เช่าก่อนซื้อ (Rent to Buy) ณ สำนักงานขายที่มีโครงการตั้งอยู่ และศูนย์ขาย 15 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ ศูนย์ชุมชนบ้านเอื้ออาทรสมุทรปราการ 4 (บางปู), สำนักงานเคหะชุมชนสุขสวัสดิ์, ศูนย์ชุมชนบ้านเอื้ออาทรเทพารักษ์ 3, ศาลาประชาคมแหลมฉบัง, ศูนย์ชุมชนบ้านเอื้ออาทรระยอง (ตะพง), ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี กาฬสินธุ์, สำนักงานเคหะชุมชนสุรินทร์, ศูนย์ชุมชนบ้านเอื้ออาทรอยุธยา (โรจนะ), ห้างสรรพสินค้าทวีกิจ สระบุรี, ที่ว่าการอำเภอตาคลี จ.นครสวรรค์, สำนักงานเคหะชุมชนสุราษฎร์ธานี, สำนักงานเคหะชุมชนตรัง, สำนักงานเคหะชุมชนออเงิน, สำนักงานเคหะชุมชนนนทบุรี 2 และ ที่ว่าการอำเภอหนองเสือ จ.ปทุมธานี.

 

กกร. หนุน ก.ม.แรงงานต่างด้าว จี้รัฐจัดการค้ามนุษย์จริงจัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ก.ค. 2560 15:24

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/994078

กกร. หนุน ก.ม.แรงงานต่างด้าว ชี้ต้องจัดการค้ามนุษย์จริงจัง พร้อมขยับประมาณการส่งออกปี 60 โต 3.5-4.5% ใกล้เป้าพาณิชย์ที่ 5% คาดช่วงเหลือของปีชะลอตัว จากราคาน้ำมันโลก เงินบาทผันผวน พร้อมจับตามาตรการทางการค้าสหรัฐฯ…

เมื่อวันที่ 4 ก.ค. นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า กรณีการประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) รับทราบและเห็นด้วยกับการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์และปัญหาแรงงานทาสของภาครัฐ โดยเห็นว่าต้องมีการจัดการอย่างจริงจัง และเข้าใจว่าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน กำลังเสนอแนวแก้ไขผลกระทบที่เกิดขึ้นให้ ครม.พิจารณา

ทั้งนี้การที่คสช.ขยายระยะเวลาออกไปเป็น 180 วัน จากเดิม 120 วัน เป็นเรื่องที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวและพาแรงงานต่างด้าวไปจดทะเบียนได้ทัน มองว่าพ.ร.ก.ดังกล่าวจะทำให้การจ้างแรงงานต่างด้าวเป็นไปตามระเบียบ และลดปัญหาการค้ามนุษย์ในไทยให้ลดลง และทำให้ไทยขยับขึ้นจาก Tier 2 ได้เร็วขึ้น

นอกจากนี้ กกร.ได้ปรับเพิ่มประมาณการอัตราการขยายตัวของการส่งออกในปี 60 มาที่ 3.5-4.5% จากเดิมคาดการณ์ไว้ที่ 2.0-3.5% เนื่องจากภาวะการส่งออกในช่วง 5 เดือนแรก (ม.ค.-พ.ค.) ของปีนี้ขยายตัวได้ดี และน่าจะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ อาจเข้าใกล้เป้าหมายที่ 5% ของกระทรวงพาณิชย์ ส่วนช่วงที่เหลือของปีนี้การส่งออกอาจจะขยายตัวในอัตราที่ชะลอลง เนื่องจากแรงหนุนด้านราคาที่น่าจะลดลงตามราคาน้ำมันในตลาดโลก รวมทั้งอาจได้รับผลกระทบจากความผันผวนของค่าเงินบาท โดยคงต้องติดตามมาตรการทางการค้าต่อประเทศคู่ค้าของสหรัฐฯ ในระยะต่อไป

ขณะที่การใช้จ่ายในประเทศยังอาจเผชิญความท้าทายจากราคาสินค้าเกษตรหลายรายการที่เริ่มลดลง และการเดินหน้าโครงการลงทุนต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนที่ต้องใช้เวลา กกร.จึงยังคงประมาณการอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจในปี 60 ไว้ที่ 3.5-4.0% ส่วนอัตราเงินเฟ้อ ได้ปรับลดประมาณการมาที่ 0.5-1.5% จากเดิมคาดการณ์ไว้ที่ 1.0-2.0% หลังอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยในช่วงครึ่งปีแรกอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ และอาจจะไม่เร่งขึ้นมากในช่วงครึ่งปี หลังจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ขาดปัจจัยสนับสนุน

สำหรับภาพรวมตลาดการเงินโลกยังมีแนวโน้มผันผวนจากหลายปัจจัย แม้ล่าสุดธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะยังคงมีความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และมีโอกาสที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้ พร้อมกับการเริ่มกระบวนการปรับลดงบดุลลงก่อนสิ้นปี ขณะเดียวกันธนาคารกลางอื่นๆ หลายแห่งเริ่มส่งสัญญาณที่อาจจะลดการผ่อนคลายทางการเงินหากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจยังคงเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลให้อัตราแลกเปลี่ยนยังคงมีความผันผวน.

 

คนชายขอบรออีกนิด กสทช.เร่งจัด สัญญาณโทรศัพท์ อินเทอร์เน็ต เต็มสูบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ก.ค. 2560 14:16

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/993968

กสทช. เผย ผู้สนใจซื้อซองประมูลโครงการ USO เพื่อให้มีสัญญาณโทรศัพท์-อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ 3,920 หมู่บ้าน คาดเริ่มใช้งานเดือน ธ.ค. นี้ 15% และเต็มรูปแบบประมาณ ก.ค. 61

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า หลังจากสำนักงาน กสทช. เปิดขายซองประกวดราคาโครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ หรือ USO จำนวน 3,920 หมู่บ้าน ในวันที่ 20 – 29 มิ.ย.60 ที่ผ่านมา

สำหรับขั้นตอนต่อไปสำนักงาน กสทช. กำหนดให้มีการยื่นซองข้อเสนอทางเทคนิคของทั้ง 8 สัญญาในวันที่ 17 ก.ค. 60 และจะจัดให้มีการประกวดราคา โดยใช้วิธีการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Auction โดยอาศัยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2549 ในวันที่ 1 ส.ค. 60

ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถลงนามในสัญญาได้ในเดือน ส.ค.60 เริ่มเปิดให้บริการได้ตั้งแต่เดือน ธ.ค.60 ไม่น้อยกว่า 15% ของหมู่บ้านเป้าหมาย และจะให้บริการครบทั้ง 3,920 หมู่บ้านภายในเดือน ก.ค. 2561

 

ทองไทยเปิดตลาด ร่วง 200 รูปพรรณ ขายบาทละ 20,250

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ก.ค. 2560 09:48

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/993410

ทองไทยเปิดตลาด ราคาปรับลง 200 ส่งผลให้ทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 19,650 ขายออกบาทละ 19,750 ส่วนทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,298.68 ขายออกบาทละ 20,250…

วันที่ 4 ก.ค. 2560 สมาคมค้าทองคำประกาศราคาทองไทยเปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.26 น. ราคาลดลง 200 บาท โดยทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 19,650 ขายออกบาทละ 19,750 ส่วนทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,298.68 ขายออกบาทละ 20,250 บาท…

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การซื้อขายสัญญาทองคำ ในตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลง แตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 8 สัปดาห์เมื่อคืนวันที่ 3 ก.ค. ที่ผ่านมา คาดว่าได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ นอกจากนี้ การพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ส่งผลให้นักลงทุนลดการถือครองทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย

 

ส่อวิกฤติ! สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านโล่ง รอม.44 แก้ปัญหาแรงงานต่างด้าว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ก.ค. 2560 08:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/993328

สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านรับโล่งใจ หลังรัฐบาลงัด ม.44 ชะลอใช้ พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าว นายกสมาคมฯ จี้รัฐก่อนออกกฎหมายมาบังคับควรพิจารณารอบคอบ ระบุปัญหาแรงงานภาคการก่อสร้างเข้าขั้นวิกฤติหนักถึงขั้นแย่งคนงานต่างด้าวในแต่ละไซต์งาน

นายพิชิต อรุณพัลลภ นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน กล่าวว่า กรณีที่รัฐบาลได้ออก พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่าง พ.ศ.2560 และล่าสุดได้มีคำสั่งตามมาตรา 44 เพื่อชะลอหรือเลื่อนการบังคับใช้บางมาตราที่มีบทลงโทษรุนแรงไปก่อนนั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี และสะท้อนได้ว่าภาครัฐได้เข้าใจความเดือดร้อนของทุกฝ่ายพร้อมกับหาแนวทางดำเนินการไม่ให้ทุกฝ่ายได้รับความเดือดร้อน

“ทางสมาคมฯ เห็นด้วยที่รัฐบาลให้ความสำคัญในการบังคับใช้กฎหมายแรงงานต่างด้าวอย่างจริงจัง หรือมองในประเด็นเรื่องของความมั่นคงของประเทศ แต่ก่อนที่รัฐบาลจะปรับระดับความรุนแรงในการบังคับใช้กฎหมาย อยากให้รัฐบาลพิจารณาปัญหาในการทำ MOU ที่ผ่านมารวมถึงผลกระทบให้รอบด้านก่อนเพื่อให้ได้ข้อมูล ข้อเท็จจริงซึ่งภาคเอกชนก็มีความพยายามที่จะทำให้ถูกกฎหมายอยู่แล้ว”

นายพิชิต กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมารัฐบาลยังขาดความพร้อมด้านประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและสนับสนุนการทำ MOU ซึ่งทำให้เกิดช่องโหว่ในการปฏิบัติจริง ส่วนผลกระทบต่อภาคธุรกิจก่อสร้างและธุรกิจรับสร้างบ้านนั้น ผู้ประกอบการรับจ้างก่อสร้างได้รับผลกระทบโดยตรง เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่เป็น เอสเอ็มอี (SME) ซึ่งมีซับคอนแทรคที่ต้องพึ่งแรงงานต่างด้าวเป็นส่วนประกอบสำคัญ

นอกจากนี้ กลุ่มนี้มีศักยภาพจำกัดทั้งเวลาและเงินทุนอีกทั้งแรงงานในกลุ่มก่อสร้างเป็นแรงงานระบบเปิด คือมีการเคลื่อนย้ายถ่ายเทตลอดเวลา กล่าวคือ เมื่อซับคอนแทรคบางรายที่มีข้อจำกัดแล้วได้รับผลกระทบเขาก็ไม่สามารถที่จะรับงานได้ก็กระทบทั้งต่อบริษัทรับสร้างบ้านและผู้บริโภค

“ปัจจุบันปัญหาแรงงานในภาคอสังหาริมทรัพย์รวมถึงธุรกิจก่อสร้างกำลังประสบปัญหาใหญ่เข้าขั้นวิกฤติ มีภาวะขาดแคลนแรงงานในทุกกลุ่ม ทั้งระดับหัวหน้าคุมงาน แรงงานระดับช่างฝีมือ และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน แม้กระทั่งแรงงานที่ไร้ฝีมือยังขาดแคลน และหากการก่อสร้างในโครงการเมกะโปรเจกต์ต่างๆ ทั้งโครงการรถไฟฟ้า รถไฟความเร็วสูง ที่ได้รับอนุมัติได้ เริ่มลงมือก่อสร้างเมื่อไหร่ความต้องการพึ่งพาแรงงานนั้นจะสูงมาก ซึ่งอาจถึงขั้นต้องแย่งตัวแรงงานต่างด้าวที่ประจำในแต่ละไซต์งาน”

 

กูรูชี้ ครึ่งหลังศก.ไทยดี ได้แรงหนุนภาคเกษตร ปลดโครงการรถคันแรก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ก.ค. 2560 08:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/993293

บลจ.ไทยพาณิชย์ มอง เศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลัง ได้รับแรงหนุนจากภาครัฐ การฟื้นตัวของเกษตรกร โครงการรถคันแรกที่ทยอยครบกำหนด แนะนักลงทุนทยอยลงทุนหุ้นไทย หากรับความเสี่ยงได้แบ่งพอร์ตลุยหุ้นต่างประเทศ

นายสมิทธ์ พนมยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยพาณิชย์ จำกัด หรือ SCBAM กล่าวถึงภาพรวมการลงทุนในช่วงครึ่งปีหลังว่า ภาวะเศรษฐกิจโลกโดยรวมขยายตัวดีขึ้นสนับสนุนการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงนับเป็นปัจจัยบวกต่อการลงทุน นำโดยเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา ที่มีแนวโน้มการจ้างงานปรับตัวดีต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังมีโอกาสขยายตัวดีกว่าที่ประเมินจากนโยบายของ นายโดนัลด์ ทรัมป์ อาทิ นโยบายการปรับโครงสร้างภาษี และการผ่อนคลายกฎเกณฑ์ต่างๆ ของภาคการเงิน เป็นต้น

ส่วนยุโรป เรายังเห็นการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการขยายสินเชื่อของภาคการเงิน เริ่มกลับมาเป็นกลจักรเดินเครื่องเศรษฐกิจ ขณะที่ตลาดหุ้นเกิดใหม่ก็ได้รับปัจจัยบวกจากภาคการส่งออกที่ปรับตัวดีขึ้นตามเศรษฐกิจโลก ขณะที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ฟื้นตัวก็ส่งผลบวกต่อเนื่องถึงกำไรบริษัทของประเทศเศรษฐกิจหลัก อาทิ ประเทศจีน ซึ่งส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นเอเชีย

นายสมิทธ์ กล่าวอีกว่า ส่วนเศรษฐกิจไทย ได้รับปัจจัยบวกหลักมาจากความต่อเนื่องของนโยบายการลงทุนภาครัฐ และคาดว่าจะมีการฟื้นตัวของอุปสงค์ภายในประเทศจากรายได้ภาคการเกษตรฟื้นตัว หรือการครบอายุ 5 ปีของโครงการรถยนต์คันแรก

ขณะที่ ภาคการส่งออกของไทยจะได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่มีการปรับตัวดีขึ้น ซึ่งโดยรวมเป็นปัจจัยบวกต่อการปรับตัวของกำไรบริษัทจดทะเบียน

อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นโลกโดยรวมยังได้รับปัจจัยบวก จากภาวะเศรษฐกิจและผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่มีการปรับตัวดีขึ้น โดยตลาดหุ้นเอเชียมีความน่าสนใจลงทุนเนื่องจากราคาหุ้นยังไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้ว

ทั้งนี้ หากดูจากผลตอบแทนของตลาดหุ้น จะพบว่าปรับตัวขึ้นมาแล้วค่อนข้างมากในหลายๆ ตลาด ดังนั้นการลงทุนในตลาดหุ้นนั้น นักลงทุนควรจะใช้กลยุทธ์ทยอยสะสม เพื่อเฉลี่ยต้นทุนโดยหาจังหวะเพิ่มการลงทุนเมื่อตลาดหุ้นปรับฐานจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ หรือเมื่อปัจจัยเสี่ยงมีความชัดเจนมากขึ้น อาทิ เรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด, การลดงบดุลของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือประเด็นการเมือง เป็นต้น

สำหรับ ตลาดหุ้นไทยหากคำนวณผลตอบแทนนับตั้งแต่ปี 2016 ยังคงเป็นหนึ่งในตลาดที่ให้ผลตอบแทนสูงมากในตลาดภูมิภาค โดยอยู่ที่ 23.2% ขณะที่ราคาหุ้นยังใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของภูมิภาค ส่งผลให้เงินทุนเคลื่อนย้ายกลับมาลงทุนยังไม่สูง ดังนั้นนักลงทุนอาจจะพิจารณากระจายการลงทุนบางส่วนไปลงทุนในต่างประเทศเพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทน

ส่วนปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตาซึ่งอาจส่งผลให้ตลาดหุ้นมีความผันผวน อาทิ แนวโน้มการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ โดยคณะกรรมการนโยบายการเงินสหรัฐฯ หรือ เฟด มีเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยนโยบายระหว่าง 1.25 – 1.50% ในปีนี้ จากระดับ 0.75 – 1.0% ในปัจจุบัน

นอกจากนี้ ยังมีโอกาสที่เฟดจะส่งสัญญาณทยอยลดวงเงินที่อัดฉีดเข้ามาในระบบเศรษฐกิจมากกว่า 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นับตั้งแต่วิกฤติทางการเงินปี 2008 ขณะที่ปัญหาการเมืองยุโรปแม้จะมีความผ่อนคลายลงหลังการเลือกตั้งฝรั่งเศส แต่ในปีนี้ยังคงมีการเลือกตั้งในประเทศใหญ่ที่ต้องจับตา ได้แก่ เยอรมนี หรือ อิตาลี ที่อาจจะจัดการเลือกตั้งก่อนกำหนด

ตั้งเป้าขยายธุรกิจเจาะกลุ่ม Digital Age

นายสมิทธ์ กล่าวว่า สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจของ บลจ.ไทยพาณิชย์ ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ เรายังให้ความสำคัญกับการให้คำแนะนำการลงทุนครบวงจรผ่านการจัดพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสมกับ Customer Profile และระดับความเสี่ยงที่ลูกค้าแต่ละรายยอมรับได้ มุ่งเน้นกระบวนการเสนอขายที่เข้มข้นยิ่งขึ้น และเป้าหมายที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่ง คือ การมุ่งขยายฐานลูกค้ารายใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Digital Age โดยเริ่มจากการให้ความรู้ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย ซึ่งจะให้เป็นรูปธรรมมากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังนี้

 

ต่างชาติแห่ซื้อตราสารหนี้ไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 4 ก.ค. 2560 06:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/993105

ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนลด!

นายสุรัตน์ จิรจรัสพร หัวหน้าฝ่ายบริการราคาตราสารหนี้และพัฒนาผลิตภัณฑ์ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย เปิดเผยว่า ช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ มีเงินไหลเข้าซื้อสุทธิตราสารหนี้ระยะยาว 124,000 ล้านบาท มากกว่าครึ่งปี 2559 ที่มีเงินไหลเข้าซื้อสุทธิตราสารหนี้ระยะยาว 46,500 ล้านบาท เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ค่าเงินบาทไทยแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสาเหตุมาจากต้นทุนทางการเงินระหว่างเงินดอลลาร์สหรัฐฯกับค่าเงินบาทถูกกว่าในอดีตมาก และอัตราผลตอบแทนจากตราสารหนี้ระยะยาว (yield) ของไทยอยู่ในระดับสูง และยังได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท “ถือเป็นการได้กำไร 2 ต่อ ทั้งจากอัตราแลกเปลี่ยน และผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหนี้ ยิ่งมองแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยจะอยู่ในระดับต่ำ ผลตอบแทนจากการลงทุนในพันธบัตรก็จะสูง ส่วนความกังวลในการผิดนัดชำระหนี้ของตราสารหนี้ ไม่มีอะไรที่น่ากังวล เพราะตั้งแต่เดือน ธ.ค.2559 ถึงปัจจุบัน มีการผิดนัดชำระหนี้มีเพียง 6 บริษัทเท่านั้น คิดเป็นเพียง 0.13% ของมูลค่าตราสารหนี้คงค้างที่ 3.3 ล้านล้านบาท แต่ที่เป็นข่าวใหญ่โต เพราะเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และ 2 ใน 6 เป็นบริษัทที่มีการจัดอันดับเรตติ้งตราสารหนี้”

ด้านนายสันติ กีระนันทน์ รองผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ ในฐานะผู้แทนสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนประจำเดือน ก.ค.ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ 100.01 ปรับตัวลดลงเพียงเล็กน้อย 1.62 % จากเดือนที่ผ่านมา แต่ความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุนรายบุคคลปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ขณะที่กลุ่มโบรกเกอร์หรือบริษัทหลักทรัพย์ไม่เปลี่ยนแปลง ด้านนักลงทุนสถาบันภายในประเทศมีความเชื่อมั่นปรับลงเล็กน้อย เช่นเดียวกับนักลงทุนต่างประเทศ ปัจจัยที่กังวลคือนโยบายการเงินสหรัฐฯ และปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศ.

 

เจ้าของรถถูกเพิกถอนทะเบียนฟังทางนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 4 ก.ค. 2560 06:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/993100

ขนส่งทางบกแนะร้องสิทธิ์ตามกฎหมาย

นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ตามที่สั่งเพิกถอนการจดทะเบียนรถขายทอดตลาดของกรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) 605 คัน เนื่องจากเป็นการยื่นเอกสารเท็จของกลุ่มมิจฉาชีพแอบอ้างการขายรถทอดตลาดของ ขส.ทบ.นั้น เพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลประชาชน ตลอดจนคุ้มครองสิทธิตามกฎหมายของผู้ครอบครองรถที่ได้รับผลกระทบจากการแอบอ้างของกลุ่มมิจฉาชีพดังกล่าวจึงได้จัดเจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานขนส่งจังหวัดอำนวยความสะดวกและให้คำแนะนำขั้นตอนการดำเนินการเพื่อเรียกร้องสิทธิตามกฎหมายกับผู้นำรถมาจำหน่ายโดยมิชอบแก่ผู้ครอบครองรถที่ซื้อรถมาโดยสุจริต

โดยล่าสุดกรมการขนส่งทางบกได้จัดส่งหนังสือแจ้งเพิกถอนการจดทะเบียนรถทั้งหมดไปยังผู้ครอบครองรถแล้ว ดังนั้น ให้นำเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับตัวรถทั้งหมด ได้แก่ คู่มือจดทะเบียนรถ เครื่องหมายแสดงการเสียภาษี และแผ่นป้ายทะเบียนรถ ติดต่อด้วยตนเองเท่านั้น ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดที่รถนั้นอยู่ในความรับผิดชอบ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอน หรือติดต่อขอรับคำแนะนำกับสำนักงานขนส่งจังหวัดที่รถนั้นอยู่ในความรับผิดชอบ หรือติดต่อขอข้อมูลจาก ขส.ทบ. ถ.ติวานนท์ จ.นนทบุรี ส่วนกรณีผู้ประกอบการเต็นท์รถมือสอง ซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจจะมีรถบางส่วนที่มาจากการยื่นเอกสารประมูลขายทอดตลาดเท็จดังกล่าว สามารถขอตรวจสอบข้อมูลตัวรถได้กับกรมการขนส่งทางบก เพื่อป้องกันการครอบครองรถผิดกฎหมาย

ทั้งนี้ ขอความร่วมมือประชาชนร่วมพิทักษ์สิทธิด้วยการซื้อรถที่ถูกต้องตามกฎหมาย อย่าหลงเชื่อซื้อรถที่มีราคาถูกเกินจริง รวมทั้งการซื้อขายรถที่มีเอกสารการได้มาของตัวรถไม่ชัดเจน ไม่แนะนำให้ซื้อขายด้วยวิธีการโอนลอย แนะนำให้ดำเนินการทางทะเบียน หรือนำรถเข้าตรวจสภาพด้วยตนเอง เพราะอาจได้รับเอกสารปลอมและรถที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยอาจเป็นรถที่ไปก่ออาชญากรรม หรือไปพัวพันคดียาเสพติด รวมทั้งเกี่ยวข้องกับคดีผิดกฎหมาย.