ปิดตำนาน ’เจ้าแห่งสไนเปอร์’ ผู้ดับชีพไอซิส 320 ศพ ถูกฆ่ากลางสมรภูมิ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 ต.ค. 2560 12:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1086150

อาบู ทาห์ซิน อัล-ซาลี พลซุ่มยิงวัย 63 ปี ผู้มีประสบการณ์สงครามโชกโชน และอ้างว่าสังหารนักรบกลุ่มรัฐอิสลามไปมากกว่า 320 ราย ถูกสังหารแล้วขณะต่อสู้ในภาคเหนือของประเทศ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อาบู ทาห์ซิน อัล-ซาลี พลซุ่มยิงวัย 63 ปี ซึ่งเข้าร่วมสงครามต่างๆ ในประเทศอิรักมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2516 รวมทั้งศึกกับกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอซิส) ในยุคปัจจุบัน และอ้างว่าสามารถดับชีพนักรบไอซิสไปได้ถึง 320 ราย ถูกสังหารแล้วระหว่างปฏิบัติการยึดคืนเมืองฮาวิจา เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (29 กันยายน)

นายอาหมัด อัล-อัสซาดี โฆษกของกลุ่มพันธมิตรนักรบติดอาวุธชีอะห์ ‘ฮาเชด อัล-ชาบี’ ซึ่งเป็นหน่วยที่นายอัล-ซาลี สังกัดอยู่ เปิดเผยในวันเสาร์ว่า เขาถูกสังหารระหว่างที่เขากำลังรุกคืบเข้าไปในเมืองฮาวิจา ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอิรัก

พิธีศพของนายอัล-ซาลี จัดขึ้นที่เมืองบาสราพิธีศพของนายอัล-ซาลีจัดขึ้นในวันเสาร์ที่เมืองท่า บาสรา ทางใต้ของประเทศ โดยเพื่อนสนิทของเขาเปิดเผยกับสื่อว่า อัล-ซาลีเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในหน่วยของเขาในฉายา ‘เจ้าแห่งพลซุ่มยิง’ (sheikh of snipers) และ ‘ตาเหยี่ยว’ มีปืนไรเฟิล ‘ชไตเออร์’ ซึ่งผลิตในประเทศออสเตรียเป็นอาวุธคู่ใจ

ทั้งนี้ นายอัล-ซาลีเคยเล่าว่า อาชีพพลซุ่มยิงของเขาเริ่มต้นขึ้นในปี 2516 เมื่อเขาเข้าร่วมกับกองทัพอิรักต่อสู้กับกองทัพซีเรีย ณ ที่ราบสูงโกลัน นอกจากนี้เขายังเคยร่วมศึกที่กองทัพของ ซัดดัม ฮุสเซน อดีตผู้นำเผด็จการของอิรัก ทำสงครามกับอิหร่านช่วงปี 2523-2531, การบุกคูเวตในปี 2533 และการต่อสู้กับกองทัพสหรัฐฯ ซึ่งโค่นล้มซัดดัมในปี 2546 ก่อนจะเข้าร่วมกับกองกำลังมุสลิมชีอะห์ ต่อสู้กับกลุ่มไอซิส ที่บุกยึดครองพื้นที่หลายส่วนของอิรักในปี 2557.

ที่มา: https://www.ndtv.com/world-news/anti-isis-sheikh-sniper-killed-in-battle-for-iraqs-hawija-1757185

 

บินรบรัสเซียดุ ถล่มแหลก 11 วัน ฆ่าไอซิส-กลุ่มติดอาวุธ กว่า 2 พัน (คลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 ต.ค. 2560 11:03

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1086079

เครื่องบินรบรัสเซีย โหมโจมตีเป้าหมายไอซิส-กลุ่มติดอาวุธ ทางตะวันออกของเมืองเดียร์ เอซ ซอร์ ในซีเรีย อย่างหนัก 11 วัน ตายเป็นเบือกว่า 2,300 ศพ เจ็บระนาวกว่า 2,700 ราย ทำลายยานหุ้มเกราะ เครื่องยิงจรวดฯอื้อเมื่อ 1 ต.ค.60 เว็บไซต์ rt รายงานว่า กระทรวงกลาโหมรัสเซีย แถลงผลการปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของกองกำลังรัสเซียในซีเรียว่า ช่วง 11 วัน ระหว่างวันที่ 19 -29 ก.ย.ที่ผ่านมา เครื่องบินรบรัสเซียได้โจมตีเป้าหมายกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม หรือไอซิส และกลุ่มติดอาวุธ อัล-นุสรา ถึง 67 แห่ง สามารถสังหารสมาชิกกลุ่มไอซิสและอัล-นุสรา ฟรอนต์ทางตะวันออกของเมือง เดียร์ เอซ ซอร์ ในซีเรีย ได้มากถึง 2,359 ศพ และบาดเจ็บอีกราว 2,700 ราย ซึ่งในจำนวนนี้เป็นแกนนำฝ่ายบัญชาการการรบภาคสนามของกลุ่มไอซิส-อัล-นุสรา 16 ศพ ขณะที่มีพลเรือนจากชาติอดีตสหภาพโซเวียตเสียชีวิตด้วยกว่า 400 ศพ

กระทรวงกลาโหมรัสเซีย ยังชี้แจงด้วยว่า ในช่วง 11 วัน เครื่องบินรบรัสเซียได้โหมโจมตีค่ายนักรบไอซิส และ‘อัล-นุสรา ฟรอนต์’ถึง 67 แห่ง ถล่มโจมตีทำลายยานหุ้มเกราะไป 67 คัน รถถัง 27 คัน เครื่องยิงจรวด 21 เครื่อง และยานพาหนะเฉพาะทางเกือบ 500 คัน โดยสาเหตุที่กองกำลังรัสเซียส่งเครื่องบินรบถล่มเป้าหมายกลุ่มไอซิส-อัล-นุสราอย่างหนักทางภาคตะวันออกของเมืองเดียร์ เอซ ซอร์นั้น ก็เพื่อต้องการช่วยทหารรัฐบาลซีเรียขับไล่กลุ่มไอซิสและกลุ่มติดอาวุธอัล-นุสราให้ออกไปจากเมืองนี้

‘กองทัพซีเรียได้รับความช่วยเหลือจากกองกำลังทางอากาศรัสเซีย ขณะที่ตอนนี้กองทัพซีเรียได้โอบล้อมกองกำลังไอซิสที่มีอยู่ราว 1,500 คน ทางตะวันออกของเมืองเดียร์ เอซ ซอร์ไว้แล้ว ซึ่งสมาชิกไอซิสเหล่านี้มาจากอิรัก’ กระทรวงกลาโหมรัสเซียแถลง.

ที่มา : rt.com

 

แตกตื่นทั้งลำ! บินแอร์ฟรานซ์เครื่องยนต์ระเบิดกลางอากาศ (คลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 ต.ค. 2560 10:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1086062

เครื่องบินโดยสารแอร์บัส เอ380 ของสายการบินแอร์ฟรานซ์ ต้องลงจอดฉุกเฉิน หลังเครื่องยนต์ขัดข้องกลางอากาศ ขณะบินเหนือมหาสมุทรแปซิฟิกเมื่อวันเสาร์ แต่นักบินนำเครื่องลงจอดได้อย่างปลอดภัยที่แคนาดา…สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เครื่องบินโดยสาร แอร์บัส เอ380 ของสายการบินแอร์ฟรานซ์ ซึ่งกำลังเดินทางจากกรุงปารีส เมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศส ไปยังนครลอสแอนเจลิส ต้องเปลี่ยนเส้นทางและลงจอดฉุกเฉิน หลังจากเครื่องยนต์เครื่องหนึ่งในนั้นได้รับความเสียหายโดยไม่ทราบสาเหตุ จนชิ้นส่วนหลุดจากกันขณะบินอยู่เหนือมหาสมุทรแอตแลนติก

ตามการเปิดเผยของโฆษกสายการบิน แอร์ฟรานซ์ เที่ยวบิน เอเอฟ 66 ลำนี้บรรทุกผู้โดยสาร 496 คน และลูกเรืออีก 24 คน ขณะที่เหตุไม่คาดคิดเกิดขึ้นที่เครื่องบินกำลังบินอยู่ทางตะวันตกของเกาะกรีนแลนด์ เมื่อวันเสาร์ที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา และต้องเดินทางต่ออีกราว 1 ชั่วโมงด้วยเครื่องยนต์ 3 ตัว ก่อนจะไปลงจอดฉุกเฉินที่สนามบิน กูส เบย์ ในเมืองลาบราดอร์ ทางตะวันออกของประเทศแคนาดาในเวลาประมาณ 15.42 น. ตามเวลามาตรฐานกรีนิช โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้แต่อย่างใด

ด้านนายเดวิด เรห์มาร์ อดีตช่างเทคนิคอากาศยานซึ่งเป็นผู้โดยสารบนเที่ยวบินนี้ด้วย บอกกับสำนักข่าว บีบีซี ว่า เหตุการณ์นี้อาจมีสาเหตุจากใบพัดเครื่องยนต์ทำงานผิดพลาด โดยในขณะเกิดเหตุ จู่ๆ เครื่องบินก็กระตุกตามด้วยเสียงดังสนั่น สร้างความแตกตื่นให้แก่ผู้โดยสารบนเครื่อง

“คุณได้ยินเสียง ตูม ดังสนั่น ซึ่งแค่แรงสั่นสะเทือนเพียงอย่างเดียวก็ทำให้ผมเชื่อว่า เครื่องยนต์มีปัญหา” นายเรห์มาร์กล่าว และยอมรับด้วยว่า ชั่วครู่หนึ่ง เขากังวลว่าปีกเครื่องบินจะเสียหายและทำให้เครื่องบินตก แต่นักบินสามารถทำให้เครื่องกลับมาเสถียรได้ภายใน 30 วินาที “เขาดับเครื่องยนต์ที่เสียหายอย่างรวดเร็ว”.

ที่มา: http://www.bbc.com/news/world-europe-41454712

 

คาตาลันงัดข้อสเปน ยึดโรงเรียนตั้งคูหา จ่อเริ่มประชามติแยกเอกราช

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 ต.ค. 2560 09:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1086027

นักเคลื่อนไหวชาวคาตาลันบุกยึดโรงเรียนนับร้อยแห่ง เพื่อใช้เป็นหน่วยลงคะแนนเสียงสำหรับการทำประชามติแยกดินแดนของพวกเขาที่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์นี้ หลังจากรัฐบาลกลางสเปนพยายามขัดขวางอย่างหนัก…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โรงเรียนในแคว้นกาตาลุญญาราว 160 แห่งถูกกลุ่มนักเคลื่อนไหวชาวคาตาลันบุกเข้ายึดครอง เพื่อเปิดเป็นหน่วยลงคะแนนเสียง ก่อนที่พวกเขาจะจัดการทำประชามติแยกเอกราช ซึ่งถูกรัฐบาลกลางสเปนต่อต้านอย่างหนัก ในวันอาทิตย์ที่ 1 ตุลาคมนี้ โดยคาดว่าจะมีผู้มาใช้สิทธิ์หลายหมื่นคน

ตามการเปิดเผยของรัฐบาลกลางสเปน เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถูกส่งไปโรงเรียนจำนวน 1,300 แห่ง จากทั้งหมด 2,315 แห่ง ในแคว้นกาตาลุญญาซึ่งถูกกำหนดให้เป็นหน่วยลงคะแนนเสียง พบว่าราว 163 แห่ง ถูกกลุ่มนักเคลื่อนไหวยึดครองเอาไว้

รัฐบาลกลางสเปนยังยกระดับความพยายามในการหยุดยั้งการลงประชามติ ที่พวกเขาประกาศว่าผิดรัฐธรรมนูญครั้งนี้ โดยส่งตำรวจหลายพันนายไปยังแคว้นกาตาลุญญา, สั่งให้ตำรวจประจำแคว้นให้ช่วยเหลือตำรวจที่ถูกส่งมา และยังมีเจ้าหน้าที่อีกส่วนหนึ่งประจำการบนเรือ 2 ลำซึ่งจอดอยู่ที่ท่าเรือเมืองบาร์เซโลนา

นอกจากนี้ ตำรวจยังเข้ายึดศูนย์โทรคมนาคมของรัฐบาลกาตาลุญญา และได้รับคำสั่งให้เคลียร์ผู้ชุมนุมออกจากโรงเรียนที่ถูกยึดครองด้วย

อนึ่ง แคว้นกาตาลุญญา เป็นดินแดนมั่งคั่ง ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศสเปน มีประชากร 7.5 ล้านคน มีภาษาและวัฒนธรรมแห่งของตัวเอง พวกเขายังได้รับอำนาจปกครองตนเองมากมาย แต่ไม่ได้รับการยอมรับให้เป็นประเทศเอกราชภายใต้รัฐธรรมนูญสเปน แต่ผลจากพิษเศรษฐกิจที่สเปนเผชิญตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา รวมทั้งผลกระทบจากมาตรการรัดเข็มขัด ทำให้ความต้องการแยกตัวเป็นอิสระของชาวคาตาลันเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ.

ที่มา: http://www.bbc.com/news/world-europe-41452174

 

สายตรงจากต่างแดน 01/10/60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย มิสเตอร์แบล็ก 1 ต.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1085524

ตรวจเยี่ยม พระธรรมโพธิวงศ์ (วีรยุทฺโธ) หัวหน้าพระธรรมทูตสายอินเดีย-เนปาล และเจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา รัฐพิหาร อินเดีย ตรวจเยี่ยมพระภิกษุ สามเณร ที่มาสอบธรรมสนามหลวง ณ หอวิปัสสนา “วีระภุชงค์” ในวัดฯ.

สหรัฐอเมริกา พสนิกรชาวไทยในสหรัฐฯ ต่างเตรียมไปร่วมวางดอกไม้จันทน์ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ที่วัดต่างๆ…นับเป็นวันสำคัญของ ชาวไทย รวมทั้ง ชาวต่างประเทศ ที่ซาบซึ้งในพระปรีชาสามารถ รวมทั้งพระราชกรณียกิจที่ทรงช่วยเหลือชาวไทย และ ชาวต่างประเทศ นานัปการ ที่จะได้ร่วมกันส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย

ฉลอง 130 ปี ดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ และ ทาโร โคโนะ รมว.ต่างประเทศญี่ปุ่น ร่วมมอบสารนายกรัฐมนตรีทั้ง 2 ประเทศ ในงานคอนเสิร์ต 130 ปีไทย-ญี่ปุ่น มี บรรสาน บุนนาค ออท. ณ กรุงโตเกียว ร่วมพิธี ที่กรุงโตเกียว.
สำหรับ ชาวไทยในรัฐนิวยอร์ก และ รัฐใกล้เคียง ที่จะไปร่วมพิธี ณ วัดนวมินทรราชูทิศ เฉลิมพระเกียรติ นครเคมบริดจ์ บอสตัน รัฐแมสซาชูเสตต์ ในเวลา 05.45 น. วันที่ 26 ต.ค.นี้ นิพนธ์ เพ็ชรพรประภาส กงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก ได้จัดเช่ารถบัส 52 ที่นั่ง ไป-กลับ วัดนวมินทรฯ-นครนิวยอร์ก จำนวน 2 คัน โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย …รถบัสจะออกเดินทางเที่ยงคืนวันที่ 25 ต.ค.จากบริเวณ หน้าร้าน “น้ำตาล” ถนนบรอดเวย์ เอ็มเฮิร์ท ควีนส์ เนื่องจากมีจำนวนที่นั่งจำกัด ขอสงวนสิทธิ์ให้กับผู้ที่สำรองที่นั่งไว้ก่อนเท่านั้น…สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร.212-754 1770 ต่อ 304 หรือ Email: info @thaicgny.com

น้อมรำลึก จิตอาสาร่วมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ ในพระราชพิธีถวายเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่ง สอท. ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ จัดขึ้นที่สถานทูตฯ.ด้าน สกญ. ณ นครลอสแอนเจลิส จะจัดซ้อมพิธีถวายดอกไม้จันทน์ ณ วัดไทยนครลอสแอนเจลิส ครั้งที่ 2 วันที่ 22 ต.ค.เวลา 14.00 น. เชิญไปให้พร้อมเพรียงกัน

ประธานคนใหม่ สุชาดา ไบเออร์ ได้รับเลือกเป็นประธานสมาคมธารา เยอรมนี คนใหม่ โดยมี อรณีย์ ไอคุชัย ได้รับเลือกเป็นรองประธาน สมาคมฯ ในการประชุมสมาคมธารา ที่กรุงเบอร์ลิน เยอรมนี เมื่อวันก่อน.มานิดา วัฒนพนม เชิญศิษย์เก่าคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ตลอดจนแพทย์และพยาบาลในรัฐนิวยอร์กและรัฐใกล้เคียง ร่วมทำบุญอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เนื่องใน “วันมหิดล” โดยมี กสญ.นิพนธ์ ให้เกียรติไปร่วมงาน…พร้อมกันนี้เป็นตัวแทนถวายเงินจำนวน 582,000 เหรียญสหรัฐฯ ของ ประดา สุขโภคกิจ ศิริราชพยาบาลที่ล่วงลับไปแล้ว ให้แก่ เจ้าอาวาสวัดวชิรธรรมปทีป เมาท์เวอร์นอล นิวยอร์ก เพื่อนำไปบำรุงรักษาและบูรณะสภาพของวัดต่อไป

วิถีพุทธ ดร.คินฉ่วย นายกสมาคมศาสนทนุกกะหะ เมียนมา นำคณะเข้าพบ ดร.สุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถานบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 เพื่อหารือร่วมมือกันเผยแผ่พระพุทธศาสนาในลุ่มน้ำโขง ที่ บ.ไทยนครพัฒนา นนทบุรี.
งานบุญ วัดพระธาตุดอยสุเทพ ยูเอสเอ เมืองชิโนฮิลล์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ขอเชิญร่วมทำบุญ “ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน พร้อมงานประเพณีลอยกระทง วางดอกไม้จันทน์ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ รัชกาลที่ 9” วันที่ 22 ต.ค.เวลา 10.30 น.เป็นต้นไป

ฝีมือคนไทย นิพนธ์ เพ็ชรพรประภาส กสญ. ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐฯ และ จริญญา เกียรติลัภนชัย ผอ.ททท.สนง.นิวยอร์ก ไปร่วมงาน “นิวยอร์ก แฟชั่น วีก” ของดีไซเนอร์ไทย ธรรญธร รัตนศรีอำไพพงศ์ ที่โซเชียลฮอลล์ นิวยอร์ก.เกษียณอายุและกลับไทย จิรภาพรรณ มลิทอง ผอ.อาวุโส สนง.ส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครลอสแอนเจลิส

ใจกุศล เดอะม๊ะ-สุรพงษ์ ชิโนทัยกุล ถวายที่ดิน 5 เอเคอร์ ที่เมืองแลงคาสเตอร์ ให้กับ วัดพรหมคุณาราม เมืองฟีนิกซ์ รัฐอริโซนา

เทศกาลไทย ศักดิ์สีห์ พรหมโยธี กสญ.ณ นครชิคาโก สหรัฐฯ เข้าร่วมงาน “Thai Festival 2017” ซึ่ง สกญ. ณ นครชิคาโก ร่วมกับ Olbrich Botanical Society จัดขึ้นที่ Olbrich Botanical Gardens เมืองเมดิสัน รัฐวิสคอนซิน.
ยัง แข็งขันเรื่องงานเพื่อสังคม ขวัญชนก ตันติเวชกุล ประธานบอร์ดสมาคมไทยแห่งรัฐจอร์เจีย และ สุนิสา สุวรรณทัต นายกสมาคมฯ มีกิจกรรมของชาวไทยจะสนับสนุนเสมอ

เช่นเดียวกับ เอนก บรรณประดิษฐ์ นายก สมาคมไทยแห่งรัฐอิลลินอยส์ และ อรชร แน่นหนา พี่ใหญ่ของสมาคมพยาบาลไทยในรัฐอิลลินอยส์ ชาวไทยในนครชิคาโก ชื่นชม

ออสเตรเลีย ณัฐพล ขันธหิรัญ กงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ นำเจ้าหน้าที่สถานกงสุลไทยไปบริการกงสุลสัญจรที่ ASI. erina centre fair gosford รัฐนิวเซาท์เวลส์ และเยี่ยมเยียนชาวไทยที่อยู่ห่างไกล ให้มีความสะดวกมากยิ่งขึ้น

เที่ยวฉลอง พญ.นลินี ไพบูลย์ ซีอีโอ บ.กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ ธุรกิจขายตรงรายใหญ่ชื่อดัง นำสมาชิกว่า 300 คน ไปฉลองความสำเร็จที่นครซิดนีย์ ออสเตรเลีย พร้อมจัดงานฉลองใหญ่ ที่โรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ นครซิดนีย์.
สะสมผลบุญเอาไว้ชาติหน้า ชัชวาล วิชากรกุล คนใจกว้างของซิดนีย์และเพื่อนมาก ร่วมเป็นเจ้าภาพทอดกฐินสามัคคี วันที่ 23 ต.ค. ที่วัดอุทัย(ละมุ) อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อหาปัจจัยสมทบทำการปฏิสังขรณ์เสนาสนะและสถานที่ปฏิบัติธรรมที่เมืองไทย

เดินเครื่องเต็มที่ คัมภีร์ รัตนโชคสกุล ผจก.บางกอกแอร์เวย์ส สาขาเมลเบิร์น ร่วมกับ ททท. โปรโมตเมืองไทย หวังผลปลายปีให้ชาวออสซี่ไปเที่ยวมากขึ้น

ปริญญาโท นลินา เอี่ยมพิชิตกิจการ นิสิตจุฬาฯ สำเร็จปริญญาโท สาขาจิตวิทยาพฤติกรรมและพัฒนาการทางสมอง ม.เอเธนส์ รัฐจอร์เจีย ขวัญชนก ตันติเวชกุล และ สุนิสา สุวรรณทัต พร้อมสมาชิกสมาคมไทยแห่งรัฐจอร์เจีย ร่วมยินดี.
ชาวไทยในซิดนีย์ฮือฮา พญ.นลินี ไพบูลย์ ซีอีโอ บ.กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ นำสมาชิกกว่า 300 คน ไปฉลองความสำเร็จที่ซิดนีย์ มี บ.วิภูฮอลิเดย์ และยูทัวร์ดูแล

ร่วมมือกัน ไม ด๊ก ล็อค รองประธานสมาคมนักข่าวเวียดนาม ร่วมเปิดอบรมหลักสูตรภาษาไทยแก่ผู้สื่อข่าวเวียดนาม มี วิรัตน์ บัวแย้ม รอง กก.ผจก.ด้านธุรกิจอาหารสัตว์ (ภาคเหนือ) ซีพี เวียดนาม และ สุมนชยา จึงเจริญศิลป์ กก.สมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย ร่วมงาน ที่กรุงฮานอย เวียดนาม.เยอรมนี ขอเชิญพี่น้องชาวไทยในเยอรมันร่วมฟังเรียนรู้แลกเปลี่ยนการเสริมพลังสร้างกำลังใจ เพื่อนำไปสู่การดำเนินชีวิตให้เข้มแข็งในต่างแดน โดย ทัศนีญาฎา แสนคำ ผู้เชี่ยวชาญจากประเทศไทย วันที่ 4 ต.ค.16.00 น. ที่ CityHotel.Tatter Sall Str20.68165 Mannhiem …สอบถาม ดรรชนีย์ ฟลิชเชอร์ โทร.0621-823137

มินิคอนเสิร์ต ศิลปิน แมน มณีวรรณ เจ้าของเสียงเพลง “ฮักมันกินบ่ได้” วันที่ 8 ต.ค. ที่ไทเกอร์ ผับเบอร์ลิน…สอบถาม สมบัติ โทร.0174-174-7247

มิสเตอร์แบล็ก

 

บททดสอบ “สตรีเหล็ก”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย บวร โทศรีแก้ว 1 ต.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1085610

ยิ้มสู้-นางแองเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี (กลาง)รับมอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีจากนายปีเตอร์ ทอเบอร์ เลขาธิการพรรคเซเดอู ก่อนการประชุมคณะผู้นำพรรคที่กรุงเบอร์ลิน หลังพันธมิตรรัฐบาลชนะการเลือกตั้งแต่ได้คะแนนเสียงต่ำที่สุดในรอบเกือบ 70 ปี (เอเอฟพี)

“สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี” พี่ใหญ่ของสหภาพยุโรป (อียู)เพิ่งจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (บุนเดสทาก) เมื่อ 24 ก.ย. ผลปรากฏว่าพันธมิตรรัฐบาลภายใต้การนำของนางแองเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรี “ชนะบนความพ่ายแพ้” แม้เธอได้เป็นนายกฯสมัยที่ 4 แต่ก็ทำให้การเมืองเมืองเบียร์เปลี่ยนโฉมครั้งใหญ่

แม้พันธมิตร พรรคสหภาพประชาธิปไตยคริสเตียน และพรรคสหภาพสังคมคริสเตียนในบาวาเรีย (เซเดอู/เซเอสอู) หรือที่เรียกรวมกันว่า “เธอะ ยูเนียน” ซึ่งเป็นฝ่ายอนุรักษนิยมขวา-กลาง ของนางแมร์เคิล เข้าวินเป็นอันดับ 1 แต่ได้คะแนนเสียงแค่ 33% ได้ ส.ส.แค่ 246 ที่นั่ง จากทั้งหมด 709 ที่นั่ง

ส่วน พรรคสังคมประชาธิปไตย (เอสเปเด) ฝ่ายซ้าย-กลาง ซึ่งจับขั้วเป็น “มหาพันธมิตร” ร่วมรัฐบาลกับเซเดอู/เซเอสอู มาตั้งแต่ปี 2556 เข้าอันดับ 2 ได้คะแนนแค่ 20.5% ซึ่งต่างต่ำที่สุดตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้เอสเปเดที่มีนายมาร์ติน ชูลซ์ เป็นผู้นำ “ถอดใจ” ประกาศ ถอนตัวออกไปเป็นฝ่ายค้านแทน

แต่ที่น่าตกตะลึงที่สุดก็คือ พรรคทางเลือกเพื่อเยอรมนี (เอเอฟเด) ฝ่ายชาตินิยมขวาจัดที่มีนโยบายต่อต้านผู้อพยพและอิสลาม และมีสายสัมพันธ์กับพรรคขวาจัดในฝรั่งเศสกับอังกฤษ จนถูกกล่าวหาว่าเป็นพวก “นาซี” ผงาดขึ้นมาได้คะแนนอันดับ 3 ถึง 12.6% ได้ ส.ส.เข้าสภาฯ เป็นครั้งแรกถึง 94 ที่นั่ง ทั้งที่เพิ่งก่อตั้งพรรคได้ 4 ปี

นั่นสะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าชาวเยอรมันจำนวนมากไม่พอใจนโยบายเปิดรับผู้อพยพของนางแมร์เคิล ซึ่งทำให้มีผู้อพยพและผู้ลี้ภัยจากตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือทะลักเข้าเยอรมนีแล้วกว่า 1 ล้านคน ตั้งแต่ปี 2558 จึงหันไปเทคะแนนให้พรรคนี้แทน

ส่วนพรรคประชาธิปไตยเสรี (เอฟเดเป) ได้คะแนน 10.7% พรรคเลฟต์ (ซ้าย) ได้ 9.2% พรรคกรีน ซึ่งมีนโยบายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ได้ 8.9% ทำให้เยอรมนีมี ส.ส.ในสภามากถึง 7 พรรคเป็นครั้งแรก

เมื่อผลออกมาอย่างนี้ แถมพรรคเอสเปเดตีจาก นางแมร์เคิลต้องพบความยุ่งยากสุดๆ ในการจัดตั้งรัฐบาลผสมชุดใหม่เพื่อครองเสียงข้างมากในสภา ซึ่งอาจใช้เวลาหลายเดือน และสูตรที่เป็นไปได้มากที่สุดคือการตั้งพันธมิตร “จาเมกา” ตามชื่อสีดำ เหลือง เขียว ของธงชาติจาเมกา คือพรรคเซเดอู/เซเอสอู ที่มีธงสัญลักษณ์สีดำ ร่วมตั้งรัฐบาลผสมกับพรรคเล็กๆ คือเอฟเดเปและพรรคกรีน ซึ่งมีธงสีเหลืองและเขียวตามลำดับ

แต่การตั้งรัฐบาลผสมสูตร “จาเมกา” ก็ไม่ง่าย เพราะมีหลายนโยบายขัดแย้งกัน รวมทั้งนโยบายการเงินของอียู ผู้อพยพ โรงงานไฟฟ้าถ่านหิน อนาคตของอุตสาหกรรมรถยนต์ ฯลฯ

ขณะเดียวกัน แมร์เคิลต้องเผชิญแรงกดดันจากพันธมิตรอนุรักษนิยมให้เร่งสกัดการแผ่อิทธิพลของพรรคเอเอฟเดฝ่ายขวาจัด นอกเหนือจากการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ความมั่นคง การก่อการร้าย ไปจนถึงปัญหาผู้อพยพที่เป็นเผือกร้อน

นอกจาก “ปัญหาภายใน” แมร์เคิลยังต้องเผชิญ “ปัญหาภายนอก” หลากหลายด้วย รวมทั้งความขัดแย้งกับประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศส ซึ่งทำตัวเป็น “พี่ใหญ่” ของอียูเช่นกัน หลังอังกฤษถอนตัวจากอียูและมาครงผลักดันให้มีการปฏิรูปอียูขนานใหญ่ รวมทั้งจะให้รวมงบ ประมาณของอียูเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งถูกต่อต้านจากฝ่ายอนุรักษนิยมในพรรคของแมร์เคิล และจากพรรคเอฟเดเปที่คาดว่าแมร์เคิลจะดึงมาร่วมตั้งรัฐบาลผสม

ขวาจัดผงาด-นางอลิซ ไวเดล (ที่ 2 จากขวา) นายอเล็กซานเดอร์ เกาแลนด์ (ที่ 3 จากขวา) แกนนำพรรคเอเอฟเด และนายเจิร์ก มิวเทน หัวหน้าพรรคเอเอฟเด ฝ่ายขวาจัด (ที่ 2 จากซ้าย) ยิ้มแย้มแถลงข่าวในกรุงเบอร์ลิน หลังเอเอฟเดได้คะแนนเสียงอันดับ 3 ได้ ส.ส. เข้าสภาครั้งแรกกว่า 90 คน (รอยเตอร์)ส่วนเรื่องความสัมพันธ์กับ “รัสเซีย” ซึ่งตึงเครียดหนักหลังแมร์เคิลมีท่าทีแข็งกร้าวใส่ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ในกรณีพิพาทเรื่อง “ยูเครน” แต่ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ฝ่ายที่สนับสนุนปูตินได้ที่นั่ง ส.ส.ในบุนเดสทากจำนวนมาก และ ใน 7 พรรค ที่มี ส.ส.ในสภา มีเพียงพรรคเซเดอู ของแมร์เคิล และพรรคกรีนเท่านั้นที่ต่อต้านปูติน ดังนั้น แรงกดดันให้แมร์เคิลยอมญาติดีกับปูตินจะแรงเร้าขึ้น อาจถึงขั้นบีบให้ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย

ส่วนเรื่องความสัมพันธ์กับ “สหรัฐอเมริกา” รู้กันดีว่าแมร์เคิลกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขัดแย้งกันหลายเรื่อง รวมทั้งนโยบายต่อสู้โลกร้อน การค้าเสรี ข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่าน ไปจนถึงปัญหาเกาหลีเหนือ ซึ่งทรัมป์ขู่จะทำลายล้างเกาหลีเหนือ แต่แมร์เคิลฮึ่มใส่ว่าใช้กำลังทหารไม่ได้เด็ดขาด ทรัมป์ยังจี้ให้เยอรมนีจ่ายเงินสนับสนุนองค์การ “นาโต” ให้ถึง 2% ของจีดีพี ตามพันธสัญญา แต่แมร์เคิลไม่เออออด้วย

เยอรมนียังงัดข้อกับเพื่อนบ้านในยุโรปตะวันออกหลายประเทศ โดยเฉพาะ “ฮังการี” เพราะขัดแย้งกันเรื่องการแบ่งรับภาระผู้อพยพมหาศาล อีกทั้งงัดข้อกับรัฐบาลฝ่ายขวาของ “โปแลนด์” ซึ่งยืนกรานให้เยอรมนีจ่ายค่าปฏิกรณ์สงครามที่ติดค้างอยู่หลังเยอรมนีแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2

ส่วนความสัมพันธ์กับ “ตุรกี” ชาติร่วมสมาชิกนาโตก็ตกต่ำถึงขีดสุด หลังแมร์เคิลทะเลาะกับประธานาธิบดีเรเซป ทายยิป แอร์โดกัน อย่างรุนแรง กรณีที่แอร์โดกันกวาดล้างฝ่ายตรงข้ามอย่างหนักหลังการก่อรัฐประหารที่ล้มเหลวในตุรกี และเยอรมนีห้ามไม่ให้นักการเมืองฝ่ายรัฐบาลตุรกีเข้าไปหาเสียงกับชาวเติร์กในเยอรมนี ทำให้แอร์โดกันฉุนขาด เรียกร้องไม่ให้ชาวเติร์กในเยอรมนี เลือกพรรคของแมร์เคิลในการเลือกตั้งล่าสุด

ภารกิจผู้นำประเทศ “เสาหลัก” ของยุโรปของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็น “สตรีเหล็ก” อย่างนางแมร์เคิล ผู้กุมอำนาจมาถึง 12 ปี จึงถูกท้าทายยิ่งกว่ายุคไหนๆ เธอจะฝ่าฟันไปได้หรือไม่ นี่คือบททดสอบครั้งใหญ่ที่สุด!

บวร โทศรีแก้ว

 

สื่อโสมใต้แฉ! โสมแดงเคลื่อนย้ายมิสไซล์แล้ว หวั่นเตรียมยั่วยุอีก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 ก.ย. 2560 14:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1085615

สื่อเกาหลีใต้รายงานอ้างการเปิดเผยของหน่วยข่าวกรอง ว่า เกาหลีเหนือกำลังเคลื่อนย้ายจรวดจากศูนย์ผลิตไปยังสถานที่แห่งใดแห่งหนึ่ง ทำให้เกิดความหวั่นวิตกว่า รัฐบาลเปียงยางอาจจะกระทำการยั่วยุอีก…

‘เคบีเอส’ บริษัทแพร่ภาพกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์ของรัฐบาลเกาหลีใต้ รายงานเมื่อคืนวันศุกร์ที่ 29 กันยายน ว่า มีการพบเห็นการเคลื่อนย้ายจรวดออกจากศูนย์พัฒนามิสไซล์ของเกาหลีเหนือในกรุงเปียงยาง ท่ามกลางความคาดหมายว่า รัฐบาลเปียงยางกำลังเตรียมกระทำการยั่วยุเพิ่มเติมอีก หลังจากทดสอบยิงขีปนาวุธและอาวุธนิวเคลียร์ก่อนหน้านี้

รายงานดังกล่าวของเคบีเอส อ้างการเปิดเผยของแหล่งข่าวในหน่วยงานข่าวกรองซึ่งระบุว่า เจ้าหน้าที่ข่าวกรองของเกาหลีใต้และสหรัฐฯ ตรวจพบว่าจรวดหลายลูกกำลังถูกขนส่งจากศูนย์วิจัยและพัฒนามิสไซล์ ในเขต ซานอึม-ดง ในพื้นที่ทางเหนือของกรุงเปียงยาง ซึ่งมีหน้าที่ในการผลิตขีปนาวุธข้ามทวีป แต่ไม่มีการเปิดเผยว่า จรวดที่ถูกเคลื่อนย้ายเป็นชนิดใดหรือจะขนส่งไปที่ใด

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่เกาหลีใต้แสดงความกังวลมาตลอดว่า เกาหลีเหนืออาจกระทำการยั่วยุมากขึ้นอีกเมื่อใกล้ถึงวันครบรอบการก่อตั้งพรรคแรงงาน ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลเกาหลีเหนือในวันที่ 10 ตุลาคมนี้ หรือในช่วงที่จีนจะจัดการประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์ในวันที่ 18 ตุลาคม ท่ามกลางความตึงเครียดในภูมิภาคที่เพิ่มสูงขึ้น จากการข่มขู่กันไปมาระหว่างรัฐบาลเกาหลีเหนือและสหรัฐฯ

 

อิรักเอาจริง! สั่งห้ามบินเข้าเคอร์ดิสถาน ตอบโต้ประชามติแยกดินแดน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 ก.ย. 2560 11:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1085382

รัฐบาลอิรักสั่งห้ามเที่ยวบินระหว่างประเทศเดินทางเข้า หรือออกจากเขตปกครองตนเองเคอร์ดิสถาน ทางเหนือของประเทศแล้ว ตอบโต้ที่ชาวเคิร์ดทำประชามติแยกดินแดน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐบาลกลางของประเทศอิรักออกคำสั่งระงับไม่ให้เที่ยวบินระหว่างประเทศเดินทางเข้าหรือออกจากเขตปกครองตนเองเคอร์ดิสถาน ของชาวเคิร์ด ทางเหนือของประเทศ เพื่อตอบโต้หลังจากชาวเคิร์ดจัดการลงประชามติแยกเอกราชเชิงสัญลักษณ์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งผลปรากฏว่า ชาวเคิร์ดเกือบทั้งหมดเห็นด้วยกับเรื่องดังกล่าว

รัฐบาลอิรักระบุว่า คำสั่งของพวกเขาจะบังคับใช้นับตั้งแต่เวลา 18:00 น. วันศุกร์ที่ 29 กันยายน ตามเวลาท้องถิ่นเป็นต้นไป จนกว่ารัฐบาลเคิร์ดจะยอมส่งมอบสิทธิ์ควบคุมสนามบิน เออร์บิล และ สุไลมานิยา ในเคอร์ดิสถานให้รัฐบาลกลาง อย่างไรก็ตามรัฐบาลเคอร์ดิสถานปฏิเสธ อ้างว่าคำสั่งของทางการอิรักนั้นผิดกฎหมาย อนึ่ง คำสั่งห้ามบินของรัฐบาลอิรักจะไม่มีพลต่อเที่ยวบินในประเทศ, เที่ยวบินทางการทูต, กองทัพ และเที่ยวบินเพื่อมนุษยธรรม

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ไฮเดอร์ อัล-อาบาดี แห่งอิรัก ต้องการให้ผลการลงมติของชาวเคิร์ด ซึ่งผู้ใช้สิทธิ์มากกว่า 92% โหวตเห็นชอบ เป็นโมฆะ แต่ผู้นำเคอร์ดิสถานยืนยันว่า การลงประชามติที่เกิดขึ้นถูกต้องตามกฎหมาย และอ้างว่าตอนนี้พวกเขามีอำนาจในการเริ่มการเจรจาประเด็นนี้กับรัฐบาลแบกแดดและประเทศเพื่อนบ้านแล้ว

 

ศาลลงดาบสั่งประหารบอสใหญ่ ‘ปิโตรเวียดนาม’-คุกเศรษฐีเบอร์ 1 ตลอดชีวิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 30 ก.ย. 2560 10:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1085259

นายเหวียน ซวนเซิน ประธานรัฐวิสาหกิจน้ำมันและก๊าซแห่งชาติ ปิโตรเวียดนาม ถูกศาลในกรุงฮานอยตัดสินลงโทษประหารชีวิต เมื่อ 29 ก.ย. ในข้อหา ใช้อำนาจในทางมิชอบ ยักยอกทรัพย์ และบริหารด้านเศรษฐกิจผิดพลาด

ขณะที่นายฮา วัน ทั้ม มหาเศรษฐีที่เคยติดอันดับรวยที่สุดในประเทศ ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตในข้อหาเดียวกัน หลังร่วมกันฉ้อโกงเงินกู้ยืมที่ผิดกฎหมายหลายล้านดอลลาร์สหรัฐฯ รวมถึงนายแบงก์และนักธุรกิจอีก 51 ราย ตามนโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน.

 

รมว.สาธารณสุขมะกันลาออก เซ่นข่าวฉาวใช้ภาษีปชช.เช่าบินส่วนตัวไปราชการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 ก.ย. 2560 09:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1085329

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขสหรัฐฯ ลาออกจากตำแหน่งแล้ว หลังจากตกเป็นข่าวอื้อฉาวใช้เงินภาษีประชาชนมหาศาลเช่าเครื่องบินส่วนตัวเดินทางไปปฏิบัติงานราชการ ซึ่งเป็นการผิดกฎข้อบังคับ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายทอม ไพรซ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขสหรัฐฯ ประกาศลาออกจากตำแหน่ง หลังจากก่อนหน้านี้เขาออกมาขอโทษต่อสังคมกรณีใช้เงินภาษีประชาชนถึง 400,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 13.3 ล้านบาท) จ่ายค่าเครื่องบินเช่าเหมาลำในการเดินทางไปทำภารกิจราชการถึง 26 ครั้งนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

แถลงการณ์จากทำเนียบขาวสหรัฐฯ ระบุว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ยอมรับการลาออกของนายไพรซ์แล้ว และให้นายดอน เจ. ไรท์ ทำหน้าที่เป็นรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ทั้งนี้ การลาออกของนายไพรซ์เกิดขึ้นหลังจาก เว็บไซต์ข่าวการเมือง ‘Politico’ เปิดเผยผลการสืบสวนของพวกเขาว่า นายไพรซ์ใช้งบประมาณในการเดินทางมากกว่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในจำนวนนี้กว่า 400,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับเที่ยวบินส่วนตัว ซึ่งรวมถึงการใช้เครื่องบินของกองทัพในการเดินทางไปต่างประเทศด้วย ส่งผลให้นายทรัมป์ ออกมาระบุว่า เขาไม่พอใจในเรื่องนี้มาก

อนึ่ง เจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ ถูกกำหนดให้ใช้เครื่องบินพาณิชย์ในการเดินทางไปปฏิบัติงานราชการเท่านั้น เว้นแต่เป็นเรื่องเกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ ซึ่งมีสมาชิกคณะรัฐมนตรีของนายทรัมป์อีก 3 คนที่กำลังถูกสืบสวนในกรณีนี้คือนายไรอัน ซิงเค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย, นายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายสกอตต์ พรูอิตต์ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันสิ่งแวดล้อม