คุณแหน : 11 กรกฎาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279963

คุณแหน : 11 กรกฎาคม 2560

คุณแหน : 11 กรกฎาคม 2560

วันอังคาร ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll ไทคูน แอล.เอ. สุรพล เมฆพงษ์สาทร บินลัดฟ้ามากรุงเทพฯเพื่อเยี่ยมมหามิตร เกริกชัย ซอโสตถิกุล ที่อยู่ระหว่างพักฟื้นจากการศัลยกรรม และไทคูนคาดว่าจะอยู่ต่อให้ถึง 7 ก.ค. เพื่อร่วมชนแก้วเบียร์งานเลี้ยงสังสรรค์ประจำปี 2017 ของสมาคมเพื่อนแคลิฟอร์เนีย แต่ทีมงานแอล.เอ. ส่งไลน์ด่วนตามตัวบอสใหญ่ให้รีบกลับอเมริกาเพื่อไปตัดสินใจเลือกโลเกชั่นร้านอาหารใหม่แห่งที่ 14 ในเมืองอัลแฮมบราว่าจะเอาโลเกชั่นเป็นร้านสแตนอโลนหรือในมอลล์หรูของเมือง ไทคูนจึงต้องจำใจขึ้นเครื่องกลับกลางดึกวันที่ 4 ก.ค. …

 

ll ผู้คนสงสัยว่าเมืองไทยมีหน่วยงานดูแลความเรียบร้อยของผู้อยู่อาศัยบริเวณแนวริมน้ำเจ้าพระยาหรือไม่ เมื่อได้รับคำตอบว่าสิ่งเหล่านี้อยู่ในข่ายอำนาจของกรมเจ้าท่า ซึ่งมี ศรศักดิ์ แสนสมบัติเป็นอธิบดี จึงขอฝากท่านอธิบดีได้โปรดดูแลผ่านลงมาผู้ใต้บังคับบัญชาปฏิบัติหน้าที่รับผิดชอบความเรียบร้อยย่านเขตยานนาวา พระราม 3 ที่กทม.และเอกชนรายใหญ่มุ่งมั่นพัฒนาเป็นย่านธุรกิจ-ที่อยู่อาศัยชั้นนำลงทุนไปแล้วมหาศาล อาทิ โครงการ PM RIVERSIDE โดย ประยุทธ มหากิจศิริ, ROYAL RIVER PLACE โดย อนุศักดิ์ อินทรภูวศักดิ์, SV CITY โดย ตระกูลวิริยประไพกิจ แต่เจ้าหน้าที่รัฐปล่อยละเลยให้คนนำเรือสินค้า 2 ลำ ลักษณะเป็นโรงงานเถื่อนลอยลำทำงานกลางแม่น้ำเจ้าพระยามาสองปีแล้ว…

ll ในฐานะผู้จัดการ ลานทิพย์ ทวาทศิน ดีใจที่นักเรียนวัฒนาฯม.6 เข้ามหาวิทยาลัยรัฐเกินกว่า 80% แสดงถึงการเรียนการสอนของโรงเรียนนี้เข้าขั้นเยี่ยมยอด…

ll อนุชา โมกขะเวส ชวนเพื่อนสิงห์ดำ 21 สังสรรค์ที่ร้านจานโปรด พหลโยธิน 42 มื้อเที่ยง วันที่ 23 ก.ค.เพื่อวางแผนจัดกิจกรรมครบ 50 ปีที่คบกันมาในปีหน้า…

llสมภูมิ บุตรชายคนเก่งของ พงษ์ทอง ตั้งชูพงศ์ เชิญเพื่อนรัฐศาสตร์ จุฬาฯ รุ่น 21 ของแม่ไปเยี่ยมชิงช้าโฮสเทลที่เพิ่งเปิดให้บริการ และขึ้นชั้น 6 ไปจิบเบียร์ชมวิวแสงสีกรุงเทพฯรวมทั้ง 7 วัดดังรอบเสาชิงช้าที่งดงามยามค่ำคืนอีกต่างหาก…

ll ช่วงนี้ ดร.วุฒิชัย ดวงรัตน์ อยู่ระหว่างเที่ยวยุโรป นาน 15 วัน โดยแวะเยี่ยม วิรจิต-ดาวพุธ สุวรรณประดิษฐ์ ที่สำนักงานผู้ช่วยทูตพาณิชย์ ณ กรุงเบอร์ลินด้วย…

ll ตลอดทั้งสัปดาห์ วันที่ 10-14 ก.ค.นี้ เทวี แย้มสรวล คลื่น 93.5 FM ขอลาไปพักผ่อนที่อียิปต์ ปล่อยให้คู่หูดูโอ อนุสรา จิตต์มิตรภาพ จัดในช่วงเวลา 11.00-12.00 น. คนเดียว ส่วนช่วงเช้าเวลา 08.30-11.09 น.มอบ นฤทธิ์ พันธ์ุเมธา หรือ ดีเจเด่น เดนเวอร์จัดแทน ซึ่งดีเจเด่นต้องมาจัดช่วงของตัวเองเวลา 14.00-19.00 น. อีก เหนื่อยอย่างนี้รับไปเลย 2 ขั้น…

llพรทิพย์ สาริกบุตร ฝากเวลคัมนิวโฮม เตือนใจ สินธุวณิก ที่ทำบุญขึ้นบ้านใหม่ ณ หมู่บ้านชวนชื่นกอล์ฟวิลล์ ปทุมธานี เมื่อวันวาน…

ll ดร.มณทิพย์ ศรีรัตนา ทาบูกานอน บินไปร่วมงานแต่งงานหลานชายที่เป็นหมอแต่งกับเจ้าสาวหมออินเดีย ที่เซนต์หลุยส์ มิสซูรี่ แว่วว่างานจัด 5 วัน 5 คืน แขกที่ไปงานแต่งกายทั้งชุดอินเดีย และชุดประจำชาติของแต่ละคน…ต่อไปถึงคิวหลานชายอีกคน จะแต่งกับสาวแอฟริกัน คอสตูมเปลี่ยนแนวอีก !!…ll

บารอนเนส

งานแสดง ‘เพลงพระราชนิพนธ์ถวายความอาลัย’ แด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรรเลงโดย ครอบครัว ‘ศรีกรานนท์’ และ สมาชิกวงดนตรี อ.ส.วันศุกร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279958

งานแสดง ‘เพลงพระราชนิพนธ์ถวายความอาลัย’  แด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  บรรเลงโดย ครอบครัว ‘ศรีกรานนท์’ และ สมาชิกวงดนตรี อ.ส.วันศุกร์

งานแสดง ‘เพลงพระราชนิพนธ์ถวายความอาลัย’ แด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรรเลงโดย ครอบครัว ‘ศรีกรานนท์’ และ สมาชิกวงดนตรี อ.ส.วันศุกร์

วันอังคาร ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเครื่องดนตรีไซโลโฟน เบลไลรา ในงานการแสดงเพลงพระราชนิพนธ์ถวายความอาลัยแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยมีสมาชิกวงดนตรี อ.ส. วันศุกร์ ซึ่งเล่นดนตรีถวายรับใช้เบื้องพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมนักร้องรับเชิญ ร่วมขับร้องและบรรเลง

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรในงานแสดงเพลงพระราชนิพนธ์ถวายความอาลัย แด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งครอบครัวศรีกรานนท์ ร่วมกับ “วงดนตรี อ.ส.วันศุกร์” จัดขึ้นเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และเพื่อสืบสานบทเพลงพระราชนิพนธ์อันทรงคุณค่าให้คงอยู่กับประชาชนและเยาวชนไทย โดยมี ครอบครัวศรีกรานนท์ นำโดย เรืออากาศตรีศ.(พิเศษ) แมนรัตน์ ศรีกรานนท์ พร้อมด้วยภริยา ลออวรรณ ศรีกรานนท์, ดร.อินทุอร-อ.อาร์ตัส-เด็กหญิงอัสตา-เด็กหญิงอินเดร บาลาเคาสคัส,ผศ.ดร.ภาธร-ดร.นันทรัตน์ ศรีกรานนท์,บาทหลวงอภิสิทธิ์ กฤษราลัมณ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนร่วมฤดีวิเทศศึกษา และสมาชิกวง อ.ส.วันศุกร์เฝ้าฯรับเสด็จ ณ โรงเรียนร่วมฤดีวิเทศศึกษารามคำแหง 184 มีนบุรี เมื่อวันพุธที่ 5กรกฎาคม 2560

ภายในงานมีการแสดงดนตรีหลายรูปแบบ โดยหลักๆ มีอยู่ 3 ส่วนด้วยกัน ซึ่งส่วนแรกจะเป็นการแสดงดนตรีของ “ครอบครัวศรีกรานนท์” ส่วนที่สองเป็นการแสดงดนตรี ของ ผศ.ดร.ภาธร ศรีกรานนท์ เดอะแจ๊ส มินเนี่ยน เป็นวงดนตรีที่ตั้งขึ้นมาเพื่อสืบสานพระราชปณิธานบทเพลงพระราชนิพนธ์ของพระองค์ท่าน และส่วนที่สามเป็นการแสดงดนตรีของวงดนตรี อ.ส.วันศุกร์ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกหลังจากเสด็จสวรรคต สมาชิกวงดนตรี อ.ส.วันศุกร์ ได้มารวมตัวกันอีกครั้งหนึ่งเพื่อถวายความอาลัย แด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรในการนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามราชกุมารี ทรงบรรเลงเครื่องดนตรีไซโลโฟน เบลไลรา ร่วมกับวงดนตรี อ.ส.วันศุกร์ ซึ่งเล่นดนตรีถวายรับใช้เบื้องพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมนักร้องรับเชิญ ร่วมขับร้องและบรรเลง โดยการแสดงในครั้งนี้ไม่มีการจำหน่ายบัตร เชิญชวนร่วมสมทบทุนมูลนิธิคุณพ่อเรย์ เพื่อเป็นทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนโรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่ พัทยา ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเครื่องดนตรีไซโลโฟน เบลไลรา โดยมี วุฒา ภิรมย์ภักดี ร่วมขับร้องบทเพลงพระราชนิพนธ์ “ชะตาชีวิต”

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงเป็นศิลปินผู้เพียบพร้อมด้วยพระปรีชาสามารถในการสร้างสรรค์ดนตรี เมื่อเสด็จนิวัตประเทศไทยใน พ.ศ.2494 แล้วประทับที่พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิตเพราะระหว่างนั้นมีการก่อสร้างเพิ่มเติมพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ได้ทรงรวบรวมพระประยูรญาติบางองค์และคนสนิทมาเล่นดนตรีกันและพระราชทานชื่อวงนี้ว่า “วงลายคราม” ขึ้นเป็นวงดนตรีส่วนพระองค์วงแรก ในปี พ.ศ.2495 กรมประชาสัมพันธ์ได้น้อมเกล้าฯ ถวายเครื่องส่งวิทยุกำลังส่ง100 วัตต์ ซึ่งมีทั้งคลื่นสั้นและคลื่นยาว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9จึงทรงตั้ง “สถานีวิทยุ อ.ส.” ขึ้นที่พระที่นั่งอัมพรสถาน (ตัวอักษรย่อ อ.ส. ทรงนำมาจากคำว่าพระที่นั่งอัมพรสถาน) เพื่อใช้เป็นสื่อกลางให้ความบันเทิงและสารประโยชน์ ตลอดจนข่าวสารต่างๆ แก่ประชาชน ปัจจุบันสถานีวิทยุ อ.ส. ได้ย้ายมาตั้งในบริเวณสวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต ต่อมา มีการปรับปรุงวงดนตรีลายคราม เนื่องจากนักดนตรีกิตติมศักดิ์เหล่านั้นเริ่มทรงพระชรามากขึ้น ไม่สามารถมาร่วมเล่นดนตรีได้อย่างเต็มที่ จนเหลือแค่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และเรืออากาศตรี ศ.(พิเศษ) แมนรัตน์ ศรีกรานนท์เท่านั้น เรืออากาศตรี ศ.(พิเศษ) แมนรัตน์ จึงได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตหานักดนตรีเข้ามาถวายงานเพิ่มเติมจนครบวงให้สามารถเล่นต่อไปได้ ต่อมาจึงได้รับพระราชทานชื่อวงใหม่นี้ว่า “วงดนตรี อ.ส.วันศุกร์” พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงดนตรีกับวง อ.ส.วันศุกร์ บรรเลงออกอากาศทางสถานีวิทยุ อ.ส.เป็นประจำทุกวันศุกร์ ทรงจัดรายการเพลง และทรงเลือกแผ่นเสียงเอง บางครั้งโปรดเกล้าฯ ให้ผู้ฟังโทรศัพท์ขอเพลงจากวงดนตรีที่กำลังบรรเลงได้ด้วย ปัจจุบันนี้วงดนตรี อ.ส.วันศุกร์ มีอายุ 50 ปีเต็มย่างเข้า 51 ปีแล้ว และ ผศ.ดร.ภาธรศรีกรานนท์ บุตรชาย เรืออากาศตรี ศ. (พิเศษ)ดร.แมนรัตน์ ศรีกรานนท์ หนึ่งในสมาชิกวงยุคบุกเบิก นับเป็นสมาชิกวงอ.ส.วันศุกร์ที่อายุน้อยที่สุดในวง โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ได้รับพระเมตตาคุณและพระมหากรุณาธิคุณ ให้ร่วมบรรเลงดนตรี ในวงดนตรี อ.ส.วันศุกร์ ตั้งแต่อายุเพียง 13 ขวบ และยังได้รับการโปรดเกล้าฯพระราชทานทุนส่วนพระองค์เดินทางไปศึกษาด้านดนตรีระดับปริญญาตรี Bachelor of Music in Composition and Saxophone Performanceจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน แอนน์อาร์เบอร์ ปริญญาโท Master of Music in Compositionจากมหาวิทยาลัยเยล สหรัฐอเมริกา และปริญญาเอก Doctor of Philosophy in MusicComposition จากมหาวิทยาลัยเอดินบะระสหราชอาณาจักร

พระราชทานฉายพระรูปร่วมกับ สมาชิกวงดนตรี อ.ส.วันศุกร์ (ซ้าย) นนท์ บูรณสมภพ, สันทัด ตัณฑนันทน์, ผศ.ดร.ภาธร-เรืออากาศตรี ศ.พิเศษ ดร.แมนรัตน์ ศรีกรานนท์, คุณหญิงทองทิพ รัตนะรัต, สุวิทย์ อังศวานนท์ อนิรุธ ทินกร,ทวีศักดิ์ ทวีศรี

พระราชทานฉายพระรูปร่วมกับ ครอบครัว “ศรีกรานนท์” เรืออากาศตรี ศ.พิเศษ ดร.แมนรัตน์-ลออวรรณ ศรีกรานนท์, ดร.อินทุอร-อ.อาร์ตัส-เด็กหญิงอัสตา-ด.ญ.อินเดร บาลาเคาสคัส, ผศ.ดร.ภาธร-ดร.นันทรัตน์ ศรีกรานนท์

ครอบครัว “ศรีกรานนท์” เฝ้าฯรับเสด็จ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

‘เอไอเอส แฟมิลี่ แรลลี่’ เพื่อสายใจไทย ครั้งที่ 24 ครั้งแรกของไทยเล่นเกมแรลลี่ผ่านแอพพลิเคชั่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279933

‘เอไอเอส แฟมิลี่ แรลลี่’ เพื่อสายใจไทย ครั้งที่ 24 ครั้งแรกของไทยเล่นเกมแรลลี่ผ่านแอพพลิเคชั่น

‘เอไอเอส แฟมิลี่ แรลลี่’ เพื่อสายใจไทย ครั้งที่ 24 ครั้งแรกของไทยเล่นเกมแรลลี่ผ่านแอพพลิเคชั่น

วันอังคาร ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

อมรรัตน์ ชาญปรีชญา ตีธงปล่อยรถ

เอไอเอส จัดกิจกรรมแรลลี่ครอบครัวการกุศล “เอไอเอส แฟมิลี่ แรลลี่” เพื่อสายใจไทย ครั้งที่ 24 ตอน “สานรัก ดิจิทัล แฟมิลี่ เลทส์ โก ทู เดอะ บีช” (Sarnrak Digital Family Let’s Go to the Beach) ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เส้นทางกรุงเทพฯ-ชะอำ สิ้นสุดที่โรงแรมวีรันดา รีสอร์ท แอนด์ สปา จังหวัดเพชรบุรีพร้อมเปิดมิติใหม่ ให้ผู้เข้าแข่งขันเล่นเกมแรลลี่ผ่านแอพพลิเคชั่น AIS Family Rally เป็นครั้งแรกของประเทศไทย โดยมี 52 ครอบครัวที่เข้าร่วมประเดิมในครั้งนี้ซึ่ง ทีม วัน ทู โก (One Two Go)3 ลูกพี่ลูกน้อง สุขสันติ นนทเกษ, ธนิษฐาตรีกนกศิริ และ พัณณ์ชิตา ปิติชัยเรืองยศ เป็นผู้คว้าถ้วยรางวัลชนะเลิศไปครอง และจะเข้าเฝ้าฯรับพระราชทานถ้วยรางวัลจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสต่อไป

อมรรัตน์ ชาญปรีชญา ผู้อำนวยการ ส่วนงานประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์องค์กร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า “การแข่งขัน เอไอเอส แฟมิลี่ แรลลี่ ครั้งนี้ เป็นครั้งแรกที่ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 52 ครอบครัว ได้เล่นแรลลี่ผ่านแอพพลิเคชั่น AIS Family Rally และเป็นมิติใหม่ของการแข่งขันแรลลี่ของไทยอีกด้วย จุดเริ่มต้นของแอพฯ เกิดจากความตั้งใจของ เอไอเอส ที่ต้องการนำเทคโนโลยีมาผสานเข้ากับกิจกรรมแรลลี่ที่ เอไอเอส จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อให้ทุกครอบครัวได้ใช้เวลาในช่วงวันหยุดทำกิจกรรมร่วมกันให้สนุกมากยิ่งขึ้น ซึ่งแอพพลิเคชั่น AIS Family Rally ถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่าย สะดวก ทุกคนในครอบครัวสามารถใช้งานได้และเป็นการเปิดประสบการณ์การเล่นแรลลี่ในยุคดิจิทัล

ผู้เข้าแข่งขันทุกครอบครัวจะเริ่มเล่นแรลลี่ผ่านแอพฯ ตั้งแต่จุดเริ่มต้น ณ สนามกีฬากองทัพบก ถนนวิภาวดี จนถึงจุดสิ้นสุดที่โรงแรมวีรันดา รีสอร์ท แอนด์ สปา จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งแอพนี้ จะช่วยบันทึกข้อมูลและจัดเก็บคะแนนการเล่นเกมของผู้เข้าแข่งขันในแต่ละ TC พร้อมนำไปประมวลผล เพื่อหาทีมที่ได้รับรางวัลต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง แม่นยำและรวดเร็ว รวมถึงแต่ละทีมสามารถตรวจสอบคำตอบในฐานเกมต่างๆ ได้อีกด้วย นอกจากทุกครอบครัวจะได้เสริมความรัก สานสายใยในครอบครัวแล้ว เอไอเอส ยังได้นำรายได้จากงานแรลลี่สมทบทุนมูลนิธิสายใจไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และชวนทุกครอบครัวร่วมบริจาคสิ่งของและทำบุญกับกิจกรรมตักไข่การกุศล เพื่อนำรายได้สมทบทุนให้กับโรงเรียนวัดปากอ่าว จังหวัดเพชรบุรีอีกด้วย”

บรรยากาศในงานเลี้ยงประกาศผล ทุกครอบครัวต่างลุ้นผลการแข่งขันกันอย่างพร้อมหน้า โดยครอบครัวที่คว้ารางวัลชนะเลิศมาครอง ได้แก่ 3 ลูกพี่ลูกน้องจากทีม วัน ทู โก (One Two Go) สุขสันตินนทเกษ, ธนิษฐา ตรีกนกศิริ และพัณณ์ชิตา ปิติชัยเรืองยศ เผยว่า “เป็นครั้งแรกที่มีโอกาสได้มา ร่วมเล่นแรลลี่กับ เอไอเอสและเป็นครั้งแรกที่ได้เล่นแรลลี่ผ่านแอพพลิเคชั่น ทันสมัยและเข้ากับยุคสมัยมากๆ เพราะทุกๆ วันพวกเราก็ใช้สมาร์ทโฟนกันอยู่แล้ว แอพฯตัวนี้ใช้ง่ายมาก ปกติครอบครัวของเราก็มักจะนัดเจอกัน ทานข้าว ชวนกันเที่ยวเป็นประจำอยู่แล้ว

การเล่นแรลลี่ก็ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่เราได้ทำร่วมกัน สำหรับ เอไอเอส แฟมิลี่ แรลลี่ ที่ได้มาในครั้งนี้ สนุกมาก มีการต้อนรับที่อบอุ่น ดีใจที่ได้มาร่วมเล่นแรลลี่แบบครอบครัว เพราะช่วยทำให้เรารู้จักกันมากขึ้น ไว้ใจกันมากขึ้น รู้จักผ่อนหนักผ่อนเบา เพื่อเป้าหมายส่วนรวมเป็นหลัก เคล็ดลับในการเล่นแรลลี่ของพวกเราก็ง่ายๆ ต้องทำงานเป็นทีมเวิร์ก รักษาเวลา เข้าแต่ละฐานให้ตรงและไม่เกินเวลา แบ่งหน้าที่กันเมื่อได้รับโจทย์ในการเล่นเกมและเรียนรู้ที่จะต้องเชื่อใจกัน เพราะอย่างเกมเรียงป้ายระหว่างทางบางป้ายเราอาจจะมองไม่เห็นแต่คนอื่นเห็นเราก็ต้องเชื่อใจและไว้ใจในกันและกัน”

ภายในงานยังมีกิจกรรมความบันเทิงจากหน้ากากทุเรียน หรือศิลปิน “ทอม Room 39” ที่มาร้องเพลงเพราะๆ ในมินิคอนเสิร์ตอย่างสนุกสนาน และที่สำคัญผู้เข้าแข่งขันยังได้รับของรางวัลติดมือกลับบ้านกันทุกครอบครัว รวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท ติดตามกิจกรรมดีๆ จาก โครงการสานรัก เอไอเอส ในครั้งต่อไป ได้ที่ https://www.sarnrak.netหรือ https://www.facebook.com/sarnrak.ais

5 เช็คลิสต์สุขภาพสำหรับสาวๆ วัยเลข 3

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279926

5 เช็คลิสต์สุขภาพสำหรับสาวๆ วัยเลข 3

5 เช็คลิสต์สุขภาพสำหรับสาวๆ วัยเลข 3

วันอังคาร ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ไลฟ์เซ็นเตอร์บล็อก http://lifecenterthailand.wordpress.com มี 5 ข้อมูลเช็คลิสต์สุขภาพสำหรับสาวๆ โดยเฉพาะที่เริ่มเข้าสู่วัยเลข 3 ควรจะมีแนวทางการตรวจเช็คสุขภาพกันอย่างไรบ้าง มีโรคอะไรบ้างที่ควรระวังและตรวจดูกันอย่างสม่ำเสมอ หากตรวจพบได้เร็ว ก็อาจจะสามารถรักษาได้ง่ายกว่า และมีโอกาสหายขาดได้

1.การตรวจเลือด-ตรวจปัสสาวะ เป็นการตรวจสุขภาพมาตรฐาน ทั้งการตรวจเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว เกล็ดเลือด เพื่อดูความผิดปกติของค่าต่างๆ ทั้งเป็นข้อบ่งชี้ของอาการของโรคหลายๆ โรค ทั้ง ธาลัสซีเมีย ลิวคีเมียภาวะดีซ่าน โรคที่เกี่ยวกับตับ โรคที่เกี่ยวกับไตไขมันในเลือด เบาหวาน ไทรอยด์ รวมถึงโรคติดเชื้อทั้งเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา และเชื้อไวรั

2.การตรวจความผิดปกติของเต้านม หรือการตรวจมะเร็งเต้านม เพื่อหาความผิดปกติในระยะแรกเริ่ม เพราะการดำเนินชีวิตในปัจจุบัน
มีการเกี่ยวข้องกับสารเคมีกันมากขึ้น โดยเฉพาะในอาหารซึ่งมักจะมีฮอร์โมนในปริมาณที่สูง ไม่ว่าจะเป็นสารเร่งการเจริญเติบโตของหมู หรือไก่รวมถึงการใช้ยาในสัตว์ต่างๆ เมื่อได้รับสารเคมี และฮอร์โมนเหล่านี้เข้าไปในร่างกายแล้ว ก็อาจส่งผลไปกระตุ้นเซลล์ให้เติบโตผิดปกติและกลายเป็นเซลล์มะเร็งได้ สาวๆ ที่มีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไปจึงควรตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตัวเองเป็นประจำ และอาจใช้การตรวจด้วยเครื่องแมมโมแกรม (Mammogram) หรืออัลตราซาวนด์ (Ultrasound)เพื่อหาก้อนเนื้อที่ผิดปกติอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งค่ะ

3.การตรวจมะเร็งปากมดลูก หรือ HPVโดยส่วนใหญ่ไวรัสนี้จะติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ ดังนั้น สาวๆ ทุกคนที่เคยมีเพศสัมพันธ์ต่างก็มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคทุกคนค่ะ ทุกวันนี้พบว่าโรคนี้ เกิดขึ้นในกลุ่มสาวๆ ที่มีอายุเฉลี่ยต่ำลงกว่าเดิม เนื่องจากมีเพศสัมพันธ์เร็วขึ้น การตรวจมะเร็งปากมดลูกระยะแรกเริ่ม สามารถทำได้โดย วิธีแปปสเมียร์ (Pap Smear) หรือ ตรวจด้วยวิธีอื่นๆเพื่อหาการติดเชื้อไวรัส HPV สำหรับข้อแนะนำสาวๆ นอกเหนือจากการตรวจแล้ว แนะนำว่าควรป้องกันมะเร็งปากมดลูกด้วยการฉีดวัคซีนด้วยค่ะ

4.การตรวจวัดความหนาแน่นกระดูก เนื่องจาก 20% ของสาวๆ ที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไปมักจะมีอาการกระดูกพรุน ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดกระดูกหักได้ง่าย ก็เพราะโดยทั่วไปแล้ว เมื่อสาวๆ ถึงวัยหมดประจำเดือน ร่างกายจะไม่มีการผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen Hormone) ซึ่งเป็นตัวควบคุมการดูดซึมแคลเซียม (Calcium) เข้าสู่ร่างกาย ประกอบกับธรรมชาติที่มวลกระดูกของผู้หญิงจะน้อยกว่าผู้ชาย จึงทำให้เกิดภาวะกระดูกพรุนได้ง่ายยิ่งขึ้น ทำให้สาวๆ ในวัยหมดประจำเดือนหรือวัยทองจึงมักจะมีปัญหาสุขภาพกระดูก และข้อมากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะโรคกระดูกพรุน และกระดูกบาง สาวๆ จึงควรตรวจวัดความหนาแน่นกระดูกอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง

5.การตรวจหัวใจและหลอดเลือด โรคเกี่ยวกับหัวใจ และหลอดเลือดเป็น 1 ใน 3 ของสาเหตุการเสียชีวิตที่สูงที่สุด โดยเฉพาะเป็นโรคที่ไม่มีอาการเบื้องต้นเป็นข้อบ่งชี้ มีสาเหตุสำคัญของการเกิดโรค ได้แก่ คอเลสเตอรอลสูง เป็นโรคเบาหวานเรื้อรัง ความอ้วน ความเครียด การไม่ออกกำลังกาย รวมถึงการสูบบุหรี่อีกด้วย การตรวจหัวใจ และหลอดเลือดจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลยอีกเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว

นิทรรศการ‘ในใจไทยทั่วหล้า’ จิตรกรรมถ่ายทอดความอาลัยในหลวงรัชกาลที่9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279966

นิทรรศการ‘ในใจไทยทั่วหล้า’  จิตรกรรมถ่ายทอดความอาลัยในหลวงรัชกาลที่9

นิทรรศการ‘ในใจไทยทั่วหล้า’ จิตรกรรมถ่ายทอดความอาลัยในหลวงรัชกาลที่9

วันอังคาร ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เพื่อร่วมเทิดพระเกียรติและน้อมระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เปิดนิทรรศการจิตรกรรมเอเซีย พลัส ครั้งที่ 7 ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ขึ้น ภายใต้แนวคิด “ในใจไทยทั่วหล้า” โดยในงานนิทรรศการครั้งนี้ ได้นำภาพจิตรกรรมมาจัดแสดงทั้งหมด 35 ภาพ ซึ่งเป็นภาพที่ได้รับรางวัลจากการประกวดจิตรกรรมเอเซีย พลัสครั้งที่ 7 ร่วมทั้งภาพที่ได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการให้ร่วมจัดแสดง จำนวน 28 ภาพ ซึ่งหนึ่งในนี้มีรางวัลพิเศษ CEO Special Talent Award ที่มอบให้กับ เด็กชายวชิรวิทย์ สามารถผู้ส่งภาพเข้าประกวดวัยเพียง 10 ขวบ และกลุ่มภาพจิตรกรรมพิเศษ 7 ภาพที่เกิดจากความรักความอาลัยของศิลปินชั้นครูเมืองไทย อาทิ อาจารย์อิทธิพล ตั้งโฉลก, อาจารย์ปรีชา เถาทอง, อาจารย์ถาวรโกอุดมวิทย์ และ อาจารย์สมศักดิ์ รักษ์สุวรรณ

ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) พูดถึงการจัดแสดงงานในครั้งสำคัญนี้ว่า

“การจัดนิทรรศการ “ในใจไทยทั่วหล้า” ในปีนี้ เป็นการรวมใจของเรา ทั้งคณะกรรมการ ทีมงานและศิลปิน ที่จะร่วมกันเทิดพระเกียรติและน้อมระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยร่วมกันถ่ายทอดความในใจที่มีต่อพระองค์ ผ่านผลงานศิลปะ และนำมาจัดแสดงในงานนิทรรศการครั้งนี้ แต่ละภาพมีแนวคิดที่สามารถสื่อถึงพระองค์ท่านได้เป็นอย่างดี อีกทั้ง ศิลปินแต่ละท่านยังมีทักษะ ฝีไม้ลายมือ และการใช้เทคนิคที่แตกต่างอย่างมีอัตลักษณ์”

ภาพจิตรกรรมคำพ่อสอน ที่ใช้เทคนิคการประกอบไม้ จนคว้ารางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ของ สันติ สีดาราช ศิลปินหนุ่มอีสานจากมหาสารคาม ดีกรีปริญญาโท คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ ให้สัมภาษณ์ถึง ความคิดที่ใส่ลงไปในเทคนิคไม้ การแกะไม้ การเข้าไม้แบบโบราณ ชิ้นนี้ว่า

“ผมตีโจทย์การทำภาพนี้ โดยมองในแง่ของการศึกษาแรงบันดาลใจด้านการศึกษาสำหรับตัวผม ผมได้จากพระองค์ท่านโดยตรงเลยครับ ความมุมานะ ความเพียรพยายาม การหาความรู้ ก่อนจะทรงคิด ทรงลงมือทำ เพื่อจะไปถึงจุดหมายที่ตั้งไว้ด้วยตัวเอง ผมคิดว่าคนเราต้องศึกษาเล่าเรียน เราถึงจะคิดอะไรออก ถึงจะพัฒนาต่อยอดชีวิตของเรา

ลักษณะงานชิ้นนี้ เหมือนการจำลองห้องเรียน บนกระดานดำมีการเขียนบันทึกให้นักเรียนอ่าน เป็นพระราชดำรัสของพระองค์ท่าน เกี่ยวกับการศึกษา ผมแกะสลักเป็นตัวหนังสือและทาสีดำทับ เพื่อสื่อว่า ถ้าเราไม่ตั้งใจศึกษาเราก็จะไม่เข้าใจ เช่นเดียวกับงานชิ้นนี้ ที่ต้องเดินมาดูใกล้ๆ เพ่งพินิจดูใกล้ๆ ถึงจะอ่านทำความเข้าใจได้ เหมือนเรามีความเพียร พินิจพิจารณาตัวอักษรพวกนั้น เราก็จะได้เรียนรู้ ได้เข้าใจคำสอนของพระองค์ท่าน มันเป็นความหมายแฝง เป็นคอนเซ็ปต์ที่ผมซ่อนอยู่ในภาพนี้”

ส่วนรางวัลชนะเลิศ อันดับ 2 ที่ได้รับความสนใจไม่แพ้กัน กับภาพผลงาน “ความสุขของแผ่นดิน” ของ สิริทัต เตะพะโลกุล ซึ่งศิลปินได้กล่าวถึงผลงานว่า “ 70 ปีในการครองราชย์ของพระองค์ท่าน ซึ่งนับว่ายาวนานมาก เหมือนพระองค์ท่านคือ ต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มโพธิ์ร่มไทร โดยผมนำเอาเรื่องราวของการใช้เวลา ความวิริยะ ความเพียรพยายามอดทนในการทำงานในแต่ละปีมาแทนด้วยวงปีของต้นไม้ใหญ่ ส่วนเทคนิคที่เลือกใช้คือ ดินสอ เพราะพระองค์ท่านเองก็ทรงงานด้วยดินสอ ปีละ 12 แท่ง การใช้ดินสอก็เหมือนกลับมาสู่พื้นฐาน เมื่อเรามีพื้นฐานที่ดีก็จะเป็นสิ่งที่มั่นคงซึ่งมันสอดคล้องกับแนวคิดของพระองค์ท่านผมใช้ดินสอค่อยๆ เขียนข้อความตั้งแต่จุดแรกจนจุดสุดท้าย มันยากลำบากมันเหนื่อย มันเมื่อย แต่เมื่อเราพยายามจนถึงที่สุด มันก็สวยงาม”

และสำหรับผลงานชนะเลิศ อันดับ 3 ของสาวใต้ พฤตินันทร์ดำนิ่ม กับผลงาน “อุ่นใจยามค่ำ ใต้ร่มพระบารมี หมายเลข 1” เธอบอกว่า

“ภาพนี้ได้สะท้อนวิถีของชาวบ้านภาคใต้ที่ครอบครัวอยู่กันอย่างร่มเย็น ภายใต้พระบารมีพ่ออยู่หัว รัชกาลที่ 9 ดิฉันอยากสื่อว่าการเย็บชิ้นส่วนต่างๆ เข้าด้วยกันก็เหมือนการเชื่อมโยงสายใยระหว่างพ่อกับแม่ ครอบครัวเข้าด้วยกัน และการแกะการพิมพ์ก็คือการบันทึกความทรงจำไว้ วัสดุผ้าที่นำมาใช้ในภาพนี้ทั้งหมด ก็คือเสื้อผ้าของพ่อกับแม่ ซึ่งทุกอย่างต่างมีเรื่องราวเชื่อมโยงเข้าหากัน สะท้อนถึงความรัก ความห่วงใย ความอบอุ่นของครอบครัว อันเป็นรากฐานสำคัญของวิถีแบบไทย”

งานนิทรรศการ “ในใจไทยทั่วหล้า” ของจิตรกรรมเอเซีย พลัส ครั้งที่ 7 จะเริ่มเปิดให้ชมกันตั้งแต่วันนี้จนถึงวันพฤหัสบดี 3 สิงหาคม 2560 (ยกเว้นวันพุธ) ตั้งแต่เวลา 10.00-19.00 น. ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ, ณินทิรา โสภณพนิช พร้อมด้วยศิลปิน อาทิ อ.สมศักดิ์ รักษ์สุวรรณ, อ.ปรีชา เถาทอง, อ.อิทธิพล ตั้งโฉลก, อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ และ อ.ถาวร โกอุดมวิทย์

รางวัลที่ 1 คำพ่อสอน โดยศิลปิน สันติ สีดาราช

รางวัลที่ 2 ความสุขของแผ่นดินศิลปิน โดย สิริทัต เตะพะโลกุล

รางวัลที่ 3 อุ่นใจยามค่ำใต้ร่มพระบารมี โดยศิลปิน พฤตินันทร์ ดำนิ่ม

วินิจฉัยโรคมือเท้าปาก ด้วยวิธี PCR รวดเร็วและแม่นยำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279810

วินิจฉัยโรคมือเท้าปาก ด้วยวิธี PCR รวดเร็วและแม่นยำ

วินิจฉัยโรคมือเท้าปาก ด้วยวิธี PCR รวดเร็วและแม่นยำ

วันจันทร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ในช่วงฤดูฝน อากาศเริ่มเย็นลงและมีความชื้นสูงขึ้น การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศนี้ เป็นสาเหตุทำให้โรคหลายชนิด
สามารถแพร่ระบาดได้ง่ายและรวดเร็ว โรคที่สำคัญที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในฤดูนี้คือ โรคมือ เท้า ปาก ซึ่งการตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อโรคมือเท้าปาก ด้วยวิธี PCR มีความรวดเร็วและแม่นยำกว่าการเพาะเชื้อปกติ

เทคนิคการแพทย์หญิงกัญจนา สาเอี่ยม ผู้อำนวยการห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์ทางการแพทย์ บริษัท เนชั่นแนล เฮลท์แคร์ ซิสเท็มส์ หรือ N Health เผยว่า โรค มือ เท้า ปาก เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่สำคัญที่พบบ่อยในเด็กเล็กโดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี มักระบาดในช่วงหน้าฝนและมีการระบาดอย่างสม่ำเสมอ มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัสในกลุ่มเอนเทอโรไวรัสผู้ป่วยมักมีอาการไข้ เจ็บปาก และมีผื่นเป็นลักษณะตุ่มน้ำใส หรือเม็ดแดงๆ ที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า และมีแผลในปาก โดยทั่วไปอาการมักไม่รุนแรง สามารถหายเองได้ภายใน 7-10 วัน ติดต่อ โดยการสัมผัสกับน้ำมูก น้ำลาย หรืออุจจาระของผู้ป่วย

“เชื้อโรคมือ เท้า ปาก มีหลายสายพันธุ์ แต่ละสายพันธุ์ก็รุนแรงไม่เท่ากัน แต่สายพันธุ์ที่รุนแรงคือ สายพันธุ์ Enterovirus 71, Coxsackievirus A16 และ Coxsackievirus A6 เป็นสายพันธุ์ที่สามารถก่อให้เกิดอาการรุนแรง มีภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาท ได้แก่ สมองอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ มีอาการกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ และผู้ป่วยอาจเกิดภาวะช็อกเฉียบพลันจากไข้สูง ซึ่งนำไปสู่การเสียชีวิตได้”

การตรวจวินิจฉัยโรคมือ เท้า ปาก ทางด้านห้องปฏิบัติการ โดยวิธี Polymerase Chain Reaction หรือ PCR เป็นกระบวนการเพิ่มสารพันธุกรรม ชนิด RNA ของเชื้อไวรัส เพื่อให้สามารถตรวจวินิจฉัยโรคได้ง่าย รวดเร็ว และแม่นยำมากขึ้น โดยใช้เวลารวมไม่เกิน 2 วัน จากเดิมที่วินิจฉัยด้วยวิธีการเพาะเชื้อ ซึ่งใช้เวลากว่า 1 เดือนจึงจะทราบผล ซึ่งการเพาะเชื้อนั้นจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรสูง โดยส่วนมากจะสามารถทำได้ในห้องปฏิบัติการขององค์การอนามัยโลก (WHO) และ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของอเมริกา (CDC) เท่านั้น ซึ่งห้องปฏิบัติการทั่วไปไม่สามารถทำได้เนื่องจากอาจเกิดโอกาสที่เชื้อจะแพร่กระจายสู่ภายนอกสูง

“สำหรับขั้นตอนวินิจฉัยโรคด้วยวิธีการ PCR เริ่มจากการเตรียมตัวอย่างสารในร่างกายผู้ป่วย เช่น อุจจาระ น้ำไขสันหลัง และเลือด แต่ที่นิยมมากที่สุดสำหรับกรณีของโรคมือเท้าปาก คือใช้เยื่อเมือกในคอนำมาสกัดสารพันธุกรรมของไวรัสชนิดที่ก่อโรค เพิ่มปริมาณสารพันธุกรรมและตรวจวัดสารพันธุกรรมด้วยวิธี Real-time PCR ซึ่งออกแบบมาอย่างจำเพาะเจาะจงต่อเชื้อ Enterovirus โดยผลที่ออกมาจะมี 2 กรณี คือ พบเชื้อ และ ไม่พบเชื้อ  ซึ่งหากพบเชื้อสามารถนำไปตรวจจำแนกสายพันธุ์รุนแรง คือ Enterovirus 71, Coxsackievirus A16, Coxsackievirus A6 และเชื้อ Enterovirus สายพันธุ์อื่นๆ ได้”

ทั้งนี้ การวินิจฉัยที่รวดเร็ว แม่นยำ จะสามารถช่วยป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ ปัจจุบันไม่มียา-วัคซีนป้องกัน ต้องรักษาตามอาการ กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ กลุ่มเด็ก อายุต่ำกว่า 5 ปี ซึ่งมีโอกาสป่วยเป็นโรคมือ เท้า ปาก ได้มากกว่ากลุ่มอายุอื่น หากพบบุตรหลานมีอาการป่วยรุนแรงขึ้น  เช่น ไข้สูง อาเจียน หอบเหนื่อย ซึม หรืออาการแย่ลงในระยะเวลารวดเร็วอย่าหายามารับประทานเอง ต้องรีบพาไปรักษาที่โรงพยาบาลใกล้บ้านทันที

สำหรับห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ บริษัท เนชั่นแนล เฮลท์แคร์ ซิสเท็มส์ (N Health) มีบริการตรวจหาสารพันธุกรรมของไวรัสในกลุ่ม Enterovirus ที่ก่อโรคมือ เท้า ปาก สายพันธุ์ที่พบบ่อยด้วยวิธีตรวจทางห้องปฏิบัติการทั่วไป พร้อมทั้งตรวจและแยกสายพันธุ์ของไวรัสโดยวิธี Real-time PCR ซึ่งเป็นวิธีที่มีความไวและความแม่นยำสูง ตรวจได้ในระยะแรกเริ่มหลังผู้ป่วยมีอาการ ทำให้แพทย์สามารถเฝ้าระวังอาการที่รุนแรงหรือภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นในผู้ป่วยได้ นอกจากนี้แล้วยังมีบริการตรวจยืนยันสายพันธุ์ของ Enterovirus โดยวิธีหาการเรียงตัวของลำดับเบส (DNA sequencing) ด้วย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร.02-7624000

เปิดตัวเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2018

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279856

เปิดตัวเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2018

เปิดตัวเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2018

วันจันทร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ภาครัฐจับมือภาคเอกชน เตรียมจัด “เทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่” Bangkok Art Biennale 2018 ผลักดันไทยเป็นเมืองแห่งศิลปวัฒนธรรมระดับโลก หวังกระตุ้นเศรษฐกิจไทยผ่านมุมมองของศิลปะ ปลายปีหน้า

กลายเป็นเทศกาลงานศิลปะที่ได้รับความสนใจและสร้างความตื่นตัวให้กับวงการศิลปะและศิลปินของ
เมืองไทยเลยทีเดียว สำหรับ “เทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่” Bangkok Art Biennale 2018 หรือ (BAB 2018) ที่มีกำหนดจัดขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2561 ถึงกุมภาพันธ์ 2562 และคาดว่าจะจัดทุกๆ 2 ปี ด้วยความร่วมมือของทั้งภาครัฐ อาทิ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กรุงเทพมหานคร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ

นอกจากนี้ ยังมีภาคเอกชนอีกหลายบริษัทที่เข้ามาร่วมกันขับเคลื่อนเทศกาลงานศิลปะระดับโลกนี้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), เซ็นทรัลกรุ๊ป, บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด, บริษัท ทีซีซี แอสเซ็ท (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท อาคเนย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) และพันธมิตรอีกหลายภาคส่วน เพื่อให้กรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลางสำคัญด้านงานศิลปะ ด้วยการนำผลงานศิลปะ ทั้งจากศิลปินไทย และศิลปินระดับโลก มาจัดแสดงตามสถานที่สำคัญต่างๆ ทางประวัติศาสตร์ของกรุงเทพมหานคร อาทิ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร อาคารโบราณของบริษัทอีสต์เอเชียติก หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร และสวนลุมพินี รวมทั้งห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าตามเส้นทางเดินรถไฟฟ้าบีทีเอสและรถไฟฟ้ามหานคร ได้แก่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ พลาซา ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ ศูนย์การค้าสยามพารากอน และ One Bangkok

กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน “เทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่” (Bangkok Art Biennale 2018 หรือ BAB 2018) โดยมี ฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานกรรมการบริหารบางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ พร้อมด้วย ปภัชญา สิริวัฒนภักดี, ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์, ปราณี สัตยประกอบ, พิชัย จิราธิวัฒน์, ม.ล.อรดิศ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ร่วมแถลงข่าว

กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า “เรามั่นใจว่างานนี้จะเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ แต่มากกว่าความยิ่งใหญ่ คือ คุณค่าที่จะสร้างให้กับกรุงเทพฯ และประเทศไทย ดิฉันเชื่อว่า ศิลปะ เงินซื้อไม่ได้ ศิลปะมันเป็นจิตวิญญาณที่ออกมาจากคน ที่คนซึ่งเป็นศิลปินมีการสั่งสมกันมานาน เพราะฉะนั้นงานนี้เป็นอะไรที่เป็นเรา แต่จะเป็นเราที่ส่งต่อในอนาคตของความเป็นไทย ซึ่งกรุงเทพฯ ถือเป็น 1 ใน 10 เมืองท่องเที่ยวที่เป็นจุดหมายของนักเดินทางทั่วโลก ซึ่งกรุงเทพฯถือเป็นเมืองแห่งสีสัน และอุดมสมบูรณ์ไปด้วยวัฒนธรรมทางศิลปะ และอารยธรรมการใช้ชีวิตที่หลากหลาย

ดังนั้น ในส่วนของเศรษฐกิจภายในประเทศ การท่องเที่ยวถือเป็น 1 หัวใจสำคัญ ในการกระตุ้น GDP ของประเทศให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง และต้องยอมรับว่า ทิศทางเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในประเทศจะขับเคลื่อนไปข้างหน้า
ไม่ได้ ถ้าไม่ได้รับการร่วมมือและสนับสนุนจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคเอกชน ที่วันนี้เป็นกำลังสำคัญ ในการช่วยกัน
ผลักดันและสร้างสรรค์ให้กรุงเทพฯ ไม่เป็นเพียงแค่แหล่งท่องเที่ยวอีกต่อไป แต่ยังเป็นศูนย์กลางสำคัญทางด้านศิลปะร่วมสมัย ด้วยโครงการ เทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ ซึ่งครั้งแรกที่เราจะได้เห็น
ผลงานระดับโลก ในสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมของไทย ทั้งจากศิลปินชาวไทยและศิลปินนานาชาติ กว่า 200 ชิ้น ในปีหน้า ที่น่าจะสร้างบรรยากาศการท่องเที่ยว โปรโมทการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม และผลักดันผลงานของศิลปินไทย
ให้ปรากฏต่อสายตาชาวโลก รวมถึงเป็นการสร้างสัมพันธภาพที่ดีให้เกิดขึ้นระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น รวมถึงการทำให้เกิดนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ ในส่วนของกลุ่มศิลปิน นักธุรกิจศิลป์ และนักเสพย์งานศิลปะ ที่จะเดินทางมาจากทุกมุมโลก ด้วยชื่อเสียงและภาพลักษณ์ ที่จดจำว่า “กรุงเทพฯ คือเมืองแห่งศิลปวัฒนธรรมระดับโลก”

ฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานกรรมการบริหาร บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ กล่าวว่า “การจัดงาน บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ นั้น ได้รับแรงบันดาลใจจากงานเบียนนาเล่ต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งเราคาดหวังว่า “เทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2018” หรือ BAB 2018 จะเป็นต้นทุนทางด้านวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงกับงานศิลปะและสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมให้แก่ประเทศไทยได้เป็นอย่างมาก รวมทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสให้ศิลปินไทยได้สร้างเครือข่ายกับศิลปินระดับนานาชาติ อีกทั้งยังได้แสดงศักยภาพ และผลงานให้ปรากฏต่อสายตานักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ให้จดจำว่า กรุงเทพมหานคร คือเมืองแห่งศิลปวัฒนธรรมระดับโลกอีกด้วย”

เรียกได้ว่า บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่” Bangkok Art Biennale 2018 หรือ “BAB 2018” เป็นเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ ที่จะบอกเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจอันทรงคุณค่าของผลงานแต่ละชิ้นเอาไว้ได้อย่างครบถ้วนและยิ่งใหญ่ อีกทั้งยังทำให้กรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลางที่ช่วยสะท้อนภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมของไทย ให้ประจักษ์แก่สายตานักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ เพื่อบอกเล่าความเป็นไทยไปทั่วโลก โดยตั้งแต่วันนี้ถึง 30 กันยายน 2560 จะมีการเปิดรับสมัครศิลปินทั่วไป สามารถส่งผลงานและติดตามรายละเอียดการจัดงานได้ที่ http://www.bkkartbiennale.com

กระชับความสัมพันธ์ 2 ประเทศ ในงานส่งเสริมการท่องเที่ยว ‘วัฒนธรรมมรดกโลก-บ้านดินหนานจิ้ง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279774

กระชับความสัมพันธ์ 2 ประเทศ ในงานส่งเสริมการท่องเที่ยว ‘วัฒนธรรมมรดกโลก-บ้านดินหนานจิ้ง’

กระชับความสัมพันธ์ 2 ประเทศ ในงานส่งเสริมการท่องเที่ยว ‘วัฒนธรรมมรดกโลก-บ้านดินหนานจิ้ง’

วันจันทร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ดร.อรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานเปิดงาน ส่งเสริมการท่องเที่ยว “วัฒนธรรมมรดกโลกบ้านดินหนานจิ้ง” และ “ONE BELT ONE ROAD” ในประเทศไทย จัดโดยสมาคมนักธุรกิจหนานจิ้งประเทศไทย ซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่างรัฐบาลไทยและจีน เพื่อเผยแพร่แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว พัฒนาเศรษฐกิจและกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ พร้อมทั้งจัดให้มีพิธีมอบตำแหน่งอย่างเป็นทางการให้กับนายกสมาคมนักธุรกิจหนานจิ้งประเทศไทย สมาพันธ์ชาวหนานจิ้งประเทศไทย สมัยที่ 1 โดยมี ฯพณฯ มร.หนิง ฟู่ขุยเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย, มร.หวาง จิ้น อู่ เลขาธิการพรรคฯเขตหนานจิ้งฝูเจี้ยน, ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, วิชิต ประกอบโกศล นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยวแอตต้า, วงศ์เกียรติรักวานิชย์พงศ์ นายกสมาคมฮกเกี้ยนแห่งประเทศไทย, มร.จาง หยาง นายกสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทยให้เกียรติร่วมงาน ณ ห้องบอลรูม อาคารคิงโฟถนนพระราม 9

ภายในงานจัดเตรียมต้อนรับแขกผู้มีเกียรติทุกท่านให้ได้สัมผัสถึงกลิ่นอายศิลปวัฒนธรรมแห่งหนานจิ้ง เริ่มตั้งแต่เสียงเพลงจีนอันไพเราะ ซึ่งได้รับเกียรติจากนักร้องสาวชาวมองโกลไชนีสชื่อดัง “อูหลาน ถูหย่า” (Wulan Tuya) มาประพันธ์และขับร้องบทเพลงพิเศษเพื่อใช้สำหรับการส่งเสริมการท่องเที่ยว “บ้านดินหนานจิ้ง” ท่ามกลางดอกกล้วยไม้สวยงามที่ตกแต่งอยู่รายล้อมรอบงาน ซึ่งเป็นตัวแทนความงดงามของหนานจิ้ง ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “เมืองแห่งดอกกล้วยไม้ของจีน” ด้วยภูมิประเทศและภูมิอากาศที่บริสุทธิ์ สะอาด เหมาะสมต่อการปลูกดอกไม้และกล้วยไม้ รวมถึงชาหนานจิ้งชั้นดีที่เตรียมมาสำหรับต้อนรับทุกท่าน โดยนำเสนอผ่านศิลปะการชงชาที่แสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิมของชาวหนานจิ้ง เพื่อให้แขกทุกท่านได้ลองชิมลองชง ลองสัมผัส ทั้งกลิ่นและรสชาติของใบชาที่ปลูกโดยกรรมวิธีธรรมชาติ ชาหนานจิ้งจึงมีความสะอาดและปราศจากสารพิษจนได้รับการยกย่องว่าเป็นชาดีอันดับต้นๆ ของประเทศจีน เมื่อถึงเวลาเริ่มงาน เกรซ มหาดำรงค์กุล พิธีกรชื่อดังกล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติและนำเข้าสู่ VTR แนะนำ “วัฒนธรรมมรดกโลก-บ้านดินหนานจิ้ง” บ้านดินที่ปลูกสร้างตั้งแต่สมัยซ่งใต้ซึ่งมีอายุมากกว่า 800 ปี และความงดงามตามธรรมชาติของตำบลหนานจิ้ง ที่ยังคงอนุรักษ์ธรรมชาติและมีวิถีชีวิตแบบชาวจีนดั้งเดิม จากนั้นจึงนำเข้าสู่ช่วงพิธีการของงานที่ได้รับเกียรติอย่างสูงจาก ดร.อรรชกาสีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มาเป็นประธานในพิธีและขึ้นกล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการ และต่อด้วยพิธีมอบตราสมาคมฯ เพื่อมอบตำแหน่งอย่างเป็นทางการให้กับ ฉฏาสีบุญเรือง นายกสมาคมนักธุรกิจหนานจิ้งประเทศไทย สมาพันธ์ชาวหนานจิ้งประเทศไทย สมัยที่ 1 ซึ่งได้กล่าวว่า“สมาคมนักธุรกิจหนานจิ้งประเทศไทย สมาพันธ์ชาวหนานจิ้งประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นโดยลูกหลานชาวหนานจิ้งประเทศไทย เพื่อรำลึกถึงบรรพบุรุษซึ่งเป็นที่เคารพรัก ที่มุ่งสร้างฐานะ ด้วยการประกอบสัมมาอาชีพสุจริต มีความมานะอุตสาหะ นำความเจริญรุ่งเรือง มาสู่ตนเอง ครอบครัว แผ่นดินเกิด และแผ่นดินอาศัย จากการรวมกลุ่มและการมีเป้าหมายร่วมกัน ทำให้เกิดความคิดในก่อตั้งสมาคมฯ เพื่อสืบสานคุณงามความดี และสร้างความภาคภูมิใจให้แก่ลูกหลานสืบไป ดิฉันขอบพระคุณทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจ เลือกให้ดำรงตำแหน่งสำคัญในครั้งนี้ และขอขอบคุณบริษัท ห้างร้าน รวมถึงผู้สนับสนุนจาก
ทุกภาคส่วน ที่ทำให้สมาคมฯ ของเรา ขับเคลื่อนไปอย่างมีทิศทาง เราจะมุ่งเดินหน้าดำเนินกิจกรรมอันดี เพื่อรักษาความดีตามแบบบรรพบุรุษ และสร้างสรรค์สิ่งที่มีคุณค่า สิ่งที่เป็นประโยชน์ เพื่อสมาชิก เพื่อสังคม และเพื่อประเทศชาติต่อไป“

ชวนจิตอาสาประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279818

ชวนจิตอาสาประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์

ชวนจิตอาสาประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์

วันจันทร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

รวมพลังจิตอาสาที่มาร่วมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ เพื่อใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อย่างต่อเนื่อง ซึ่ง สมาคมการค้าพลังสยาม (Siam SynergyTrade Association) นำโดย บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด, บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) และ กลุ่มธุรกิจสยาม สแควร์ ผนึกกำลังจัดกิจกรรมดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมกันถวายความอาลัยและแสดงความจงรักภักดีแด่ ในหลวงรัชกาลที่ 9พระผู้ทรงสถิตในดวงใจพสกนิกรชาวไทยตราบนิรันดร์

เมื่อเร็วๆ นี้ นราทิพย์ รัตตประดิษฐ์ ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอน และเหล่าเซเลบริตี้ อาทิ เกล็ดดาว พานิชสมัย, ม.ร.ว.จันทรลัดดา ยุคล อุบลเดชประชารักษ์,ม.ล.อรดิศ สนิทวงศ์, โสภิตนภา ชุ่มภาณี, กุณฑิณี ไกรฤกษ์ และ ปราการ ไรวา ร่วมด้วยคณะครูและนักเรียนจากโรงเรียนวัดปทุมวนารามในพระราชูปถัมภ์ฯ แท็กทีมกันมาประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์กันอย่างพร้อมเพรียง โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากมูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ. เพื่อเด็กและเยาวชน ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ให้คำแนะนำและสอนวิธีการทำอย่างใกล้ชิด

สำหรับวันเสาร์ที่ 15 กรกฎาคม 2560 โครงการบุหงาโครงการหลวง มูลนิธิโครงการหลวง จะร่วมสอนการทำดอกดารารัตน์ และพุดซ้อน ที่ผลิตจากเปลือกข้าวโพด และเกสรที่ทำจากดอกยิบโซฟิลล่า ซึ่งเป็นวัสดุจากโครงการบุหงาโครงการหลวง มูลนิธิโครงการหลวง โดยจิตอาสาทุกท่านสามารถร่วมกิจกรรมได้ที่ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ชั้น G ด้านหน้า Tourist Lounge และ สยามดิสคัฟเวอรี่ดิเอ็กซ์พลอราทอเรียม ชั้น 5 ส่วนวันอื่นๆ สามารถร่วมกิจกรรมได้ในทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์เวลา 11.00-19.00 น. ตั้งแต่วันนี้ถึง 16 กรกฎาคม 2560

นอกจากนี้ ประชาชนยังสามารถร่วมกิจกรรมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ ได้ตามวันและเวลาดังต่อไปนี้ กลุ่มธุรกิจสยามสแควร์ เวลา 13.00-17.00 น. วันที่ 14กรกฎาคม 2560 ชั้นใต้ดินอาคารวิทยกิตติ์ (ศูนย์หนังสือจุฬาฯ) วันที่ 21 กรกฎาคม 2560 ณ ลานอัฒจันทร์ชั้น 3 อาคารสยามกิตติ์ วันที่ 18 สิงหาคม 2560 ณ บริเวณลานกิจกรรม ชั้น 3 (โถงรูปปลา) อาคารจามจุรีสแควร์ วันที่ 25 สิงหาคม 2560 ณ ลาน Fashion Zone B ศูนย์การค้าสยาม สแควร์วัน

สโมสรโรตารี หนุนวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกในเด็กหญิงฟรี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279815

สโมสรโรตารี หนุนวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกในเด็กหญิงฟรี

สโมสรโรตารี หนุนวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกในเด็กหญิงฟรี

วันจันทร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

มะเร็งปากมดลูก เป็นมะเร็งที่พบบ่อยเป็นอันดับ 2 ของโลกจากสถิติพบว่า ทุก 1 นาที จะมีผู้หญิง 1 คน ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งปากมดลูก สำหรับประเทศไทย ในแต่ละวันจะมีผู้หญิงไทยเสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูกในอัตราที่สูงถึง 12 คน และมีผู้ป่วยใหม่ที่ต้องเผชิญกับโรคนี้ปีละอีกกว่า 10,000 คนทั้งๆ ที่มะเร็งปากมดลูกที่เป็นโรคที่ป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อเอชพีวีซึ่งเป็นต้นตอของมะเร็งปากมดลูกและโรคทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ โดยเด็กหญิงและเด็กชายตั้งแต่อายุ 9 ปีขึ้นไป ควรได้รับวัคซีนดังกล่าวเพื่อเป็นการตัดไฟตั้งแต่ต้นลม จึงเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้ในการป้องกันไม่ให้โรคนี้เกิดขึ้นกับตัวเราหรือกับคนที่เรารัก

สโมสรโรตารีนนทบุรี และสโมสรคู่มิตรอีก 4 สโมสร ในพื้นที่นนทบุรีและปทุมธานี เล็งเห็นความสำคัญในการส่งเสริมการมีสุขภาพดีของประชาชนในชุมชน จึงร่วมกันดำเนินโครงการฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกในเด็กนักเรียนหญิงเป็นปีที่ 2 ให้แก่เด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยคัดเลือกวัคซีนชนิด 4 สายพันธุ์ ซึ่งเป็นวัคซีนที่มีการใช้มากที่สุดในโลก
และมีประสิทธิภาพครอบคลุมโรคทั้งมะเร็งปากมดลูกและหูดหงอนไก่ โดยได้นำร่องที่โรงเรียนการัญศึกษา จ.นนทบุรี จำนวนทั้งสิ้น 205 คน

ทัตถกลนนท์ มานะธัญธสีห์ นายกสโมสรโรตารีนนทบุรี ปี 2559-60 เเผยว่า “สโมสรโรตารีเล็งเห็นการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในเด็กและเยาวชนถือเป็นการลงทุนในระยะยาวทางด้านสุขภาพที่คุ้มค่าต่อพลเมืองของประเทศ โดยเฉพาะการป้องกันมะเร็งปากมดลูกในผู้หญิง ซึ่งเป็นโรคที่ป้องกันได้ตั้งแต่วัยเด็กซึ่งในปีนี้สโมสรโรตารี นนทบุรี พร้อมด้วยสโมสรโรตารี ภาค 3350 ประกอบด้วย บางกรวย-นนทบุรี ปากเกร็ด-นนทบุรี ปทุมธานี บางเขน และ ปทุมวัน ร่วมกับสโมสรโรตารี Tongyoung-Hanryeo ภาค 3590 ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี ได้ดำเนินโครงการฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกในเด็กหญิงโดยการสนับสนุนของ มูลนิธิโรตารี ภายใต้การลงนามความร่วมมือ (MOU) กับสำนักงานสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี โดยโครงการ ประกอบด้วยการให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันมะเร็งปากมดลูก การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธีแปปสเมียร์ในสตรี และการฉีดวัคซีนสำหรับเด็กนักเรียนหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี จำนวน 500 คน โดยนักเรียนหญิงทุกคนจะได้รับการฉีดวัคซีน 2 เข็ม โดยเว้นระยะห่าง 6 เดือน”

นายลี ซัง เร ผู้ว่าการภาค 3590 ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี กล่าวว่า “ปัจจุบัน รัฐบาลเกาหลีใต้ได้กำหนดวัคซีนป้องกันเชื้อเอชพีวีไว้ในโปรแกรมวัคซีนแห่งชาติ และจัดให้มีการฉีดวัคซีนดังกล่าวในเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีทุกคนโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายและเลือกใช้วัคซีนชนิด 4 สายพันธุ์ จากการศึกษาพบว่ามีความคุ้มค่าโดยสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลโรคต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับไวรัสเอชพีวีได้เป็นอย่างดีในระยะยาวสำหรับประเทศไทยยังมีเด็กหญิงอีกจำนวนมากที่ขาดโอกาสในการป้องกัน เนื่องจากผู้ปกครองไม่มีความพร้อมทางด้านการเงินที่จะสนับสนุนให้เด็กได้รับวัคซีนดังกล่าว สโมสรโรตารี Tongyoung-Hanryeo จึงมีความยินดีที่จะให้การสนับสนุนโครงการ ร่วมกับสโมสรโรตารี นนทบุรี และสโมสรคู่มิตรอื่นๆ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กหญิงไทย พร้อมทั้งเป็นการตอกย้ำให้ผู้หญิงไทยห่างไกลจากโรคมะเร็งปากมดลูก”

ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก 2 ชนิด ได้แก่ วัคซีน 2 สายพันธุ์ และ 4 สายพันธุ์ หลายๆ ประเทศ ได้กำหนดนโยบายให้วัคซีนป้องกันเชื้อเอชพีวีเป็นวัคซีนพื้นฐานโดยวัคซีนชนิด 4 สายพันธุ์ ได้รับเลือกให้ใช้ในโครงการวัคซีนแห่งชาติในประเทศต่างๆ กว่าร้อยละ 80 เช่น สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย อังกฤษ รวมทั้งประเทศในอาเซียน เช่น บรูไน อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ เนื่องจากวัคซีนชนิดนี้สามารถป้องกันโรคได้อย่างครอบคลุมทั้ง มะเร็งปากมดลูก มะเร็งช่องคลอด มะเร็งปากช่องคลอด มะเร็งทวารหนักและหูดหงอนไก่ในผู้หญิง อีกทั้งยังป้องกันมะเร็งทวารหนักและหูดหงอนไก่ในผู้ชายได้อีกด้วย และจากการติดตามประสิทธิผลถึง 10 ปี พบว่าสามารถลดการติดเชื้อเอชพีวีได้ถึงร้อยละ 90 และลดการเกิดรอยโรคก่อนมะเร็งได้ถึงร้อยละ 85

สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย แนะนำการฉีดวัคซีนเอชพีวีในผู้หญิงอายุระหว่าง 9-26 ปี โดยฉีด3 เข็ม ในเดือนที่ 0, 1-2 และ 6 สำหรับในวัยรุ่นที่แข็งแรงดี หากฉีดเข็มแรกก่อนอายุ 15 ปี ให้ฉีด 2 เข็มได้ในเดือนที่ 0 และ 6-12 สำหรับการฉีดในเด็กผู้ชาย พิจารณาให้ฉีดเฉพาะชนิด 4 สายพันธุ์ ในช่วงอายุ 9-26 ปี และเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด การฉีดวัคซีนเอชพีวีควรฉีดตั้งแต่ก่อนเริ่มมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก อย่างไรก็ดี ผู้ที่เคยมีเพศสัมพันธ์แล้วยังสามารถรับวัคซีนได้ แต่วัคซีนอาจจะมีประสิทธิภาพลดลงหากเคยติดเชื้อเอชพีวีมาก่อน อย่างไรก็ดี วัคซีนยังคงให้ประโยชน์ในการป้องกันโรคจากสายพันธุ์อื่นที่มีในวัคซีนและยังไม่เคยติดเชื้อจากสายพันธุ์ดังกล่าวมาก่อน

สำหรับโครงการฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกในเด็กนักเรียนหญิง ปีที่ 2 นี้ สโมสรโรตารีนนทบุรีและพันธมิตร ตั้งเป้าให้บริการฉีดวัคซีนเอชพีวีแก่เด็กนักเรียนในโครงการ ประมาณ 500 คน เมื่อรวมกับโครงการแรกเมื่อปี 2559 ที่นำโดยสโมสรโรตารีบางกรวยนนทบุรี จะมีเด็กหญิงได้รับวัคซีนป้องกันเชื้อเอชพีวีกว่า 1,300 คน