Day out with dad

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/detail/lifestyle/30332701

Day out with dad

lifestyle December 01, 2017 01:00

By THE NATION

Paradise Park shopping mall on Srinakharin Road celebrates dads everywhere with the event, “Happy Father’s Day: Big Hug” at its royal plaza on the first floor from now until December 5. The event includes a “DIY Pop Up Card for Dad” workshop and the offer of a free Big Hug pillow when you spend Bt1,500.

Find out more by calling (02) 787 1000 or visit http://www.ParadisePark.co.th.

 

The perfect gift

Ramada Plaza Bangkok Menam Riverside invites you to pamper yourself and those you love as its Massira Wellness & Spa with a treatment priced at just Bt1,190 net. Choose between “Body Scrub (75 minutes)”, “Ancient Thai Therapeutic (90 minutes)”, “Aromatherapy Massage (60 minutes)”, and “Balance Hydrating Facial Treatment (60 minute).”

Book your session at (02) 289 9099.

 

Pampered pleasure

Let the natural absorbing properties of activated charcoal draw out impurities and purify your skin with a Charcoal Body Scrub at Lotus Spa of The Sukosol, Bangkok. Available through the end of January 31, this gentle exfoliation with a Black Cumin Oil Anti-Stress Massage eases any lingering aches and pains, whilst moisturising the skin. It’s priced at Bt2,900-plus per person and Bt5,500-plus for a couple.

Call 02 247 0123, extension 16067.

 

Christmas by the sea

Siam@Siam Design Hotel Pattaya is hosting a “Christmas Eve Buffet” on December 24 at its Big Fish Restaurant for Bt1,500 net and a “Christmas Eve Set Dinner” at Gravity Lounge at Bt2,000 including one glass of sparkling wine.

Book your table at (038) 930 600 or email: fbsec@siamatpattaya.com.

Festive fancies

Enjoy a memorable time making a Gingerbread House with your children at the “Gingerbread House Workshop” being offered as part of Sheraton Grande Sukhumvit’s Sunday Jazzy Brunch. It’s priced at Bt1,250-plus excluding brunch, or take home a DIY gingerbread house takeaway box for just Bt1,600 net. The promotion is available every Sunday from December 3 to 17 from noon to 3pm. Call (02) 649 8353 or visit http://www.SheratonGrandeSukhumvit.com/en/store.

Christmas comes but once a year

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/detail/lifestyle/30332881

Christmas comes but once a year

lifestyle November 30, 2017 14:00

By The Nation

This Christmas, Santa Claus and his red-nosed reindeers get to look even cuter thanks to the magical pen of renowned artist Javier Gonzales Burgos.

He’s been busy transforming favourite Christmas characters to celebrate the upcoming festive season for “The Dazzling Celebration” at CentralWorld, CentralPlaza and Central Festival.

All 30 branches will be decorated and transformed into a “Christmas and NewYear Wonderland” with these specially redesigned Christmas characters who will remain on show through January 15.

“The campaign will recreate the Christmas market ambience of Strasbourg, France with art installations led by the 5-metre-tall Santa Claus sculpture and his animal companions, reindeer, squirrel, white polar bear, porcupines and wooden nutcracker plus 10 other colourful characters in various poses,” said Pakorn Partanapat, Chief Operating Officer of CPN.

“These classic Christmas characters have been redesigned and reinterpreted into a more contemporary and delightful context by Javier Gonzalez Burgos, an Argentinean artist. They tell the story of the journey of Santa Claus bringing happiness to Thailand and will be on display at our shopping centres countrywide.”

Burgos is delighted to be part of the celebrations. “I started 12 years ago as a children’s book illustrator and in 2013, my work was brought to life through various exhibitions in shopping centres in Hong Kong and China. This year, CPN has invited me to the part of its festive celebrations and I am thrilled to be here.

Each of the company’s shopping centres will display one of Burgos’ fibreglass figures ranging in size from 50 centimetres to 5 metres. CentralWorld, however, is showcasing all 10 along with a 5-metre-tall moving Santa Claus who is on hand to greet shoppers and tourists.

The shopping centre recently hosted the “Light Up Christmas Tree Celebration”, marking the beginning of the happy celebration.

Yutthasak Supasorn, Governor of the Tourism Authority of Thailand, presided over the opening ceremony, which saw an orchestra playing festive songs. “The Magical Winter Angel Show” was presented by Kimberley Anne Tiamsiri, together with the Face Men Thailand, Thakritsanu Soranan, Su, and other celebrities.

หนังสือเดินทาง…ตามรอยพระราชา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/297412

หนังสือเดินทาง…ตามรอยพระราชา

สสค, หนังสือพ่อ, ตามรอยพระราชา, เก่ง, มีคุณธรรม

เปิดตัวหนังสือเดินทาง ตามรอยพระราชา ชวนเยาวชนไทย ท่องพิพิธภัณฑ์มีชีวิต หล่อหลอมเด็กไทย “เก่ง ดี มีคุณธรรม” ตามรอยในหลวงรัชกาลที่ 9

       สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน หรือ สสค. มูลนิธิชัยพัฒนา กระทรวงศึกษาธิการ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์  และสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) ร่วมกันจัดกิจกรรมแถลงข่าวเปิดตัวหนังสือเดินทางตามรอยพระราชา พร้อมนิทรรศการ “The King’s Journey” Learning Passport   โดยมี ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา และที่ปรึกษาโครงการฯ ให้เกียรติในการกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ เยาวชนไทย ตามรอยศาสตร์พระราชา  

        ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา กล่าวว่า หนังสือชุดเดินทางตามรอยพระราชาจะชี้ให้เห็นว่า สายพระเนตรของพระองค์นั้นครอบคลุมไปทั้งแผ่นดิน ไม่ว่าจะภูเขาสูงชันยาวไกลเพียงใดไปจนจรดท้องทะเล ความทุกข์ยากของประชาชนไม่เคยรอดพ้นสายพระเนตรของพระองค์ ตลอดระยะเวลา 70 ปี พระองค์ใช้เวลามากกว่าปีละ 8 เดือนในการแปรพระราชฐานไปทั่วประเทศ ไปทรงงานเพื่อประชาชน ผ่านโครงการต่างๆ กว่า 4,700 โครงการ ที่แสดงให้เห็นพระอัจฉริยภาพของพระองค์ในการดัดแปลงสิ่งที่มีอยู่ในแต่ละพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และทรงเป็นต้นแบบให้คนไทยในการใช้ปัญญาเป็นเครื่องนำทางชีวิต

       “หนังสือชุดเดินทางตามรอยพระราชาหรือพาสปอร์ตทั้ง 9 เล่มนี้จะเป็นเครื่องนำทางไปสู่ความเข้าใจในศาสตร์ของพระราชา ที่จะทำให้เราเกิดความรู้ ความเข้าใจ และเข้าถึงการปฏิบัติ ซึ่งคนไทยจะได้มีส่วนสำคัญในการเดินตามรอยพระราชปณิธาน ได้เรียนรู้และเข้าใจในหลักทศพิธราชธรรม และสิ่งที่พระองค์พูดถึงคือประโยชน์สุขซึ่งเป็นความสุขที่แท้จริง  และทำให้เราเข้าใจว่า พ่อก่อนจะจากจากเราไปนั้น ได้สอนและฝากอะไรไว้ให้กับเราบ้าง ซึ่งพระองค์ไม่ได้จากไปไหน แต่ท่านทิ้งคำสอนเอาไว้ และวันนี้ถึงเวลาที่เราทุกคนต้องนำคำสอนของพระองค์ท่านมาปฏิบัติด้วยตัวของเราเองแล้วเพื่อให้เราได้มีชีวิตรอดได้อย่างดีและมีประโยชน์สุข”

หนังสือเดินทาง...ตามรอยพระราชา

       นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.)   กล่าวว่า หนังสือเดินทางตามรอยพระราชาเป็นคู่มือนำเที่ยวเชิงสร้างสรรค์สำหรับเยาวชนและครอบครัวเพื่อออกไปเรียนรู้ศาสตร์พระราชา พระอัจฉริยภาพอันร่วมสมัยของในหลวงรัชกาลที่ 9  จากประสบการณ์จริงผ่านโครงการพระราชดำริที่เป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิต โดยจัดทำหนังสือเดินทางทั้งหมด 9 เล่ม 9 เส้นทางทั่วประเทศ ซึ่งมูลนิธิชัยพัฒนาและสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงานกปร.) ร่วมคัดสรรแหล่งเรียนรู้ภายในเล่มทั้งหมด 81 แห่ง พร้อมเผยแพร่ครบ 9 เล่ม ภายในเดือนธันวาคมนี้ โดยเบื้องต้นเปิดตัว 4 เล่มแรกในเส้นทางภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันตก ภาคตะวันออก ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย  โดยเป็นสื่อการเรียนรู้ที่ “สนุกรู้ สนุกคิด สนุกทำ” ตามกระบวนการTransformative Learning: Head Heart Hand (3H)โดยเนื้อหาออกแบบให้ส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ ทักษะชีวิต  ความคิดสร้างสรรค์ การสร้างแรงบันดาลใจ และการลงมือปฏิบัติ ที่เป็นทักษะพื้นฐานที่สำคัญของเยาวชนในศตวรรษที่ 21 นอกจากนี้ยังสอดแทรกด้วยคำถามท้าทาย ช่วยกระตุ้นให้เกิดทักษะการคิดสร้างสรรค์ และวิเคราะห์ จากการสืบเสาะหาข้อมูลที่ซ่อนอยู่ในสถานที่จริงของแหล่งเรียนรู้ในโครงการพระราชดำริอีกด้วย

        “เป้าหมายสำคัญคือการหล่อหลอมให้เด็กและเยาวชนเป็นคนเก่ง ดี มีคุณธรรม ตามรอยพระราชา โดยเรียนรู้ผ่านแหล่งเรียนรู้มีชีวิตทั่วประเทศไทยซึ่งสั่งสมไปด้วยศาสตร์ของพระราชาที่ไม่มีวันล้าสมัย      หนังสือเดินทางชุดนี้จึงเป็นเสมือนโรดแมปให้เยาวชนไทยไปเรียนรู้ศาสตร์พระราชา และในโอกาสที่จะปิดเทอมตุลาคมนี้ จึงขอเชิญชวนทุกครอบครัวเดินทางตามรอยพระราชา เพื่อค้นพบมรดกทางปัญญาที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานไว้ให้กับคนไทยทุกคน  เหนือสิ่งอื่นใดคือ เรื่องราวและผู้คนที่ปรากฏในทุกเส้นทางจะยิ่งทำให้เราตระหนักว่า พระราชายังคงอยู่กับเราเสมอ  และทรงอยู่ในหัวใจของคนไทยตลอดไป”  

         โดยนิทรรศการ“The King’s Journey” Learning Passport  จัดแสดงถึงวันพุธที่ 4 ตุลาคม 2560 ณ คริสตัลคอร์ท ชั้น M ศูนย์การค้าสยามพารากอน ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนรับหนังสือเดินทางตามรอยพระราชาได้ที่งานนิทรรศการ จำนวนจำกัดวันละ 200เล่ม นอกจากนี้ยังสามารถดาวน์โหลด ได้ที่ www.qlf.or.th ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2560 เป็นต้นไป 

ม.รังสิต ส่งนศ.โกอินเตอร์ ฝึกงานที่ญี่ปุ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/297407

ม.รังสิต ส่งนศ.โกอินเตอร์ ฝึกงานที่ญี่ปุ่น

มรังสิต

ม.รังสิต เปิดโอกาสนักศึกษาปริญญาตรี ฝึกงานที่ประเทศญี่ปุ่น หวังเสริมประสบการณ์จริง มั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษ เพิ่มศักยภาพทางการเรียนรู้

         การฝึกงานก่อนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี มักเป็นวิชาบังคับที่นักศึกษาระดับปริญญาตรีสายวิทยาศาสตร์ ต้องหาที่ฝึกงาน และเข้าไปใช้ชีวิตในหน่วยงานนั้นประมาณ 2-3 เดือน เพื่อให้ได้ประสบการณ์จริง โดยส่วนใหญ่ของนักศึกษาจะฝึกงานในเมืองไทย แต่ปัจจุบันยุคญี่ปุ่นเปิดประเทศ การเรียนในเมืองไทยแต่ฝึกงานในมหาวิทยาลัยญี่ปุ่นจึงสามารถทำได้ไม่ยาก โดยไม่จำกัดเฉพาะเด็กเก่งๆ ที่มั่นใจการใช้ภาษาอังกฤษ แถมค่าใช้จ่ายถูกเหลือเชื่อ

 ม.รังสิต ส่งนศ.โกอินเตอร์ ฝึกงานที่ญี่ปุ่น

รศ.ดร.กานดา ว่องไวลิขิต อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่า คณะวิทยาศาสตร์ ได้ส่งนักศึกษาชั้นปีที่ 3 จำนวน 6 คน ไปฝึกงานที่มหาวิทยาลัย Kanagawa เมือง Kanagawa ที่อยู่ทางตอนใต้ของกรุงโตเกียว ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่มีความทันสมัย เครื่องมือทางการวิจัยครบครัน นักศึกษากลุ่มนี้ จะแยกกันเข้าไปทำงานวิจัยในห้องแล็บแต่ละสาขาที่นักศึกษาเลือก ภายใต้การดูแลของศาสตราจารย์ญี่ปุ่น ประจำห้องแล็บนั้นๆ ซึ่งผ่านการติดต่อเป็นทางการระหว่างอาจารย์ของคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และมหาวิทยาลัยญี่ปุ่น

 ม.รังสิต ส่งนศ.โกอินเตอร์ ฝึกงานที่ญี่ปุ่น ม.รังสิต ส่งนศ.โกอินเตอร์ ฝึกงานที่ญี่ปุ่น ม.รังสิต ส่งนศ.โกอินเตอร์ ฝึกงานที่ญี่ปุ่น


(คลิป)โดนใจชาวเน็ตอวสาน #มื้อสอบยอดวิวเป็นล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/297338

(คลิป)โดนใจชาวเน็ตอวสาน #มื้อสอบยอดวิวเป็นล้าน

นากับไฮ, อวสานมื้อสอบ, คลิป, อวสาน, มื้อสอบ, ไอซ์

อวสาน #มื้อสอบ ร้องโดย : คุณหลวงฯคำร้อง/ทำนอง : ไอซ์ หลวงพระเนตรอนาคตของซาติไผอยากเป็นกะเป็นไป อนาคตของผมฝากไว้กับนากับไฮ

เป็นคลิปที่โดนใจชาวเน็ตเพราะแค่ข้ามคืนหลังลงคลิป “อวสานมื้อสอบ” เมื่อวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา ตอนนี้มียอดวิวทะยานสูงกว่า 4 ล้านวิว ขณะที่ยอดไลก์มากกว่า 4.3 หมื่นไลค์ ยอดแชร์ที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวกว่า 8.4 หมื่นครั้ง ไม่เรียกว่าฮอตก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร ซึ่งเนื้อหาของเพลงนี้ เล่าถึงเด็กที่ไม่ตั้งใจเรียน พอถึงช่วงสอบก็ทำข้อสอบไม่ได้ แต่ไม่ว่าผลสอบจะออกมาผ่านหรือไม่ ก็ไม่เป็นไรขอแค่ไม่ได้เกรด “0” ก็พอ      เจ้าของคลิปนี้ คือ “ไอซ์” นายกีรติ พรมน้อย เรียนอยู่ชั้นม.4 โรงเรียนสมเด็จพิทยาคม อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ เคยมีผลงานเพลงที่แต่งขึ้นคือเพลง “ฮักเขาสาอ้าย” ยังมีเพลง “ข้อสอบMIDTERMเเละงานค้าง” ซึ่งก็พูดถึงชีวิตนักเรียนด้วย ก็ได้รับเสียงตอบรับอย่างดี โดยเฉพาะเพลง “ข้อสอบMIDTERMเเละงานค้าง” ยอดวิวมากถึง 2 แสนครั้ง จนกระทั่งล่าสุดได้มาทำเพลง “อวสานมื้อสอบ” แค่โพสต์ไปก็เป็นกระแสตอบรับล้นหลามอย่างที่เห็น!!

 

สธ.ย้ำไม่มีปัญหายาขาด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/297420

สธ.ย้ำไม่มีปัญหายาขาด

ยาขาด, 2561, สามารถ

สธ.รับรองประชาชนไม่เดือนร้อน ย้ำไม่มีปัญหาเรื่องยาขาด ด้านคณะทำงานต่อรองราคายา ยืนยันขึ้นปีงบประมาณ 2561 สามารถ จัดซื้อยาได้แน่นอน แล้วเสร็จทันกำหนดแน่นอน

      ตามที่เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์แห่งประเทศไทย ออกมาเปิดเผยว่าขณะนี้มีผู้ติดเชื้อที่รับยาต้านไวรัสอยู่ประมาณ 3 แสนคนอาจจะไม่ได้รับยา เนื่องจากทางสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้จัดซื้อยาของปี 2560 และยาเหล่านั้นจะใช้ได้นานที่สุดก็ไม่เกินเดือน พ.ย.2560 จากนั้นยาต้านไวรัสก็จะหมดลงนั้น

ศ.เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงความพร้อมในการจัดซื้อยา วัคซีน เวชภัณฑ์ อวัยวะเทียมและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นตามโครงการพิเศษ ปี 2561 ว่า ที่ผ่านมา สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ซื้อยาตามโครงการนี้มาตลอด แต่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ชี้ว่าไม่ใช่อำนาจของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติจึงต้องมีการปรับเปลี่ยน โดยล่าสุดมอบหมายให้โรงพยาบาล (รพ.) ราชวิถีเป็นผู้ดำเนินการแทนในปีงบ ประมาณ 2561 ซึ่งรูปแบบการจัดซื้อก็คล้ายคลึงกับของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเกือบทุกอย่าง แต่ทำได้อย่างถูกต้องตามสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน รับรองว่าประชาชนที่ได้รับยาพิเศษ หรือ ยา จ2 แน่นอน ไม่ได้รับความเดือดร้อนใด ๆ ไม่ขาดยา ไม่ว่าจะเป็นยาเอดส์ น้ำยาล้างไต เป็นต้น ซึ่งขณะ นี้ก็มีการส่งข้อมูลจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติให้ รพ.ราชวิถี ไปบ้างแล้ว
ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขต 3 ในฐานะประธานคณะทำงานต่อรองราคายา กล่าวว่า ในการหารือของคณะทำงานต่อรองราคายาฯ เมื่อวันที่ 14 ก.ย. ที่ผ่านมาได้มีการวางกรอบหลักเกณฑ์การพิจารณายาแต่ละรายการ มีกระบวนการต่อรอง เชิญองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ให้มาเสนอราคา ซึ่งวันนั้นต่อรองกันกว่า 110 รายการ บางรายการที่เคยซื้อได้ในราคาถูกอยู่แล้ว แต่กระทรวงเคย ซื้อถูกกว่านี้ก็ต่อรองกันจนได้ แต่ยังมีอีกกว่า 30 รายการ ที่เห็นว่าน่าจะสามารถต่อรองราคากันได้ถูกกว่านี้ จึงให้ อภ.กลับไปทำข้อมูลเพื่อมาหารือในที่ประชุมคณะทำงานต่อรองราคาฯ อีกครั้งในวันที่ 20 ก.ย.ที่ผ่านมา เพื่อสรุปผลส่งให้คณะทำงานชุดใหญ่ พิจารณาก่อน ส่งเรื่องให้ รพ.ราชวิถี ดำเนินการสั่งซื้อต่อไป ยืนยันว่าขึ้นปีงบประมาณ 2561 สามารถ จัดซื้อยาได้แน่นอน แล้วเสร็จทันกำหนดแน่นอน

ยุติปัญหาลูกจ้างเมียนมา จ.กาญจนบุรี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/297406

ยุติปัญหาลูกจ้างเมียนมา จ.กาญจนบุรี

แรงงานพม่า, จกาญจนบุรี, หยุดงานประท้วง, นายจ้าง, ลูกจ้าง, กรมแรงงาน

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ยุติปัญหากรณีแรงงานเมียนมาหยุดงานประท้วงนายจ้าง เรื่องสภาพการจ้าง เบื้องต้นทั้งสองฝ่ายตกลงกันได้ พร้อมเรียกนายจ้างสอบเพิ่มจันทร์นี้

      นายอภิญญา สุจริตตานันท์ รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยกรณีที่สื่อเผยแพร่ข่าวแรงงานชาวเมียนมา ประมาณ 300 คน ซึ่งเป็นลูกจ้างของบริษัท ริเวอร์แคว อินเตอร์เนชั่นแนล อุตสาหกรรมอาหาร จำกัด ประกอบกิจการแปรรูปผักและผลไม้สด ในจังหวัดกาญจนบุรี ได้รวมตัวกันหยุดงานเพื่อประท้วงนายจ้างว่า ได้สั่งการให้พนักงานตรวจแรงงานและเจ้าหน้าที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดกาญจนบุรีลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่าสาเหตุมาจากลูกจ้างได้เรียกร้องให้นายจ้างดำเนินการจำนวน 6 เรื่อง ได้แก่ 1.การจ่ายค่าจ้างให้กับลูกจ้างรายวัน ๆ ละ305 บาท  2.ขอให้หัวหน้างานใช้คำพูดที่ดีกับพนักงานในการสั่งงาน 3.ขอให้ปรับเวลาพักกลางวันจากที่เคยแบ่งพักครั้งละครึ่งชั่วโมงให้เป็นจำนวน 1 ชั่วโมงติดต่อกัน

ยุติปัญหาลูกจ้างเมียนมา จ.กาญจนบุรี

นายอภิญญา สุจริตตานันท์

4.ขอให้นายจ้างให้เอกสารการจ่ายค่าจ้างแก่ลูกจ้างทุกคน 5.กรณีได้รับบาดเจ็บจากการทำงานขอให้นายจ้างดูแลรักษาด้วย และ 6.ขอให้มีวันหยุด1 วัน โดยหมุนเวียนกันหยุด เจ้าหน้าที่ได้ร่วมเจรจากับตัวแทนนายจ้าง ตัวแทนลูกจ้างในประเด็นข้อเรียกร้องดังกล่าวผลการเจรจาทั้งสองฝ่ายสามารถตกลงกันได้ โดยนายจ้างยินดีปฏิบัติตามข้อเสนอของลูกจ้างทุกประการ นอกจากนี้ทั้งสองฝ่ายได้มีการตกลงเพิ่มเติมในเรื่องสวัสดิการอื่น ๆ เช่น การรักษาพยาบาล ชุดทำงาน เป็นต้น ลูกจ้างพอใจและได้กลับเข้าปฏิบัติงานตามปกติตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน 2560

ยุติปัญหาลูกจ้างเมียนมา จ.กาญจนบุรี

รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้พนักงานตรวจแรงงานได้ออกหนังสือให้นายจ้างนำเอกสารหลักฐานมาพบเพื่อชี้แจงเกี่ยวกับสภาพการจ้างการทำงานในวันจันทร์ที่ 2 ตุลาคม 2560 เพื่อตรวจสอบในเรื่องของสภาพการจ้างการทำงานตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 เช่น การจ่ายค่าจ้าง การจัดวันหยุด วันลา เป็นต้น หากพบว่าปฏิบัติไม่ถูกต้องจะดำเนินการตามกฎหมายทันที

ชวนโรงเรียนเปิดโอกาสเด็กตำบล-อำเภอเก่งวิทย์-คณิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/297404

ชวนโรงเรียนเปิดโอกาสเด็กตำบล-อำเภอเก่งวิทย์-คณิต

สสวท, สสวท, ด้านวิทยาศาสตร์, คณิตศาสตร์, และเทคโนโลยี

สสวท. รับสมัครโรงเรียนร่วมโครงการ”โรงเรียนคุณภาพ ด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี (SMT)” ยกระดับและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา 1ต.ค.-30 พ.ย.นี้

         ดร. พรพรรณ  ไวทยางกูร  ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  (สสวท.) ในกำกับกระทรวงศึกษาธิการ แจ้งว่า  สสวท. ร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงมหาดไทย ดำเนินโครงการ “โรงเรียนคุณภาพด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี (SMT) ตามมาตรฐานสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)” หรือ โรงเรียนคุณภาพ ด้าน SMT ตามมาตรฐาน สสวท.  เพื่อกระจายโอกาสการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพไปยังทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เป็นการเตรียมความพร้อมให้เยาวชนมีความสามารถและทักษะเพื่อการพัฒนาประเทศสู่Thailand 4.0 โดยในระยะแรกจะส่งเสริมโรงเรียนระดับอำเภอทั้งประถมศึกษาประมาณ 5,000 โรงเรียน และมัธยมศึกษา ประมาณ 1,000 โรงเรียน ให้สามารถพัฒนาคุณภาพสู่ระดับสากลได้ ภายใน 5 ปี คาดว่า พ.ศ. 2564 จะมีโรงเรียนในโครงการ รวม 6,000 โรงเรียน  และในระยะต่อไป สสวท.  จะขยายให้ครอบคลุมโรงเรียนส่วนใหญ่ทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมให้การเรียนการสอนด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีมีผลสัมฤทธิ์ที่สูงทัดเทียมนานาชาติ และพัฒนาคุณภาพสู่ระดับสากล

เนื่องจาก สสวท. มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านหลักสูตร หนังสือเรียน คู่มือครู สื่อการเรียนรู้ ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ สื่อวัสดุ อุปกรณ์ พร้อมทั้งหลักสูตรพัฒนาครูพัฒนาผู้บริหารต่าง ๆ ทั้งทางตรงและทางไกล จึงจะระดมเครื่องมือและประสบการณ์ดังกล่าวเพื่อใช้ในโครงการนี้   รวมทั้งพัฒนาสื่อและเครื่องมือใหม่ๆ ตามความต้องการของโรงเรียน  ให้นำไปดึงดูดความสนใจและตอบสนองความต้องการของผู้เรียน เสริมสร้างการปฏิบัติการ ทั้งในห้องปฏิบัติการและนอกสถานที่  โดย สสวท. จัดสรรอุปกรณ์และเครื่องมือที่จำเป็น รวมทั้งมุ่งเน้นวิธีการให้ครูและนักเรียนทำด้วยตัวเอง ส่งเสริมการเรียนการสอนทางด้านวิทยาการคำนวณ (Computing Science) ทั้งในชั้นเรียนและออนไลน์ ส่งเสริมการเรียนการสอนสะเต็มศึกษาในโรงเรียน ส่งเสริมการจัดประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ สิ่งแวดล้อม และสิ่งประดิษฐ์ในระดับจังหวัด ระดับภูมิภาค และระดับชาติ  รวมทั้งการรับรองและยกย่องเชิดชูเกียรติ  นอกจากนั้นจะมีกระบวนการควบคุมคุณภาพแบบ PDCA  เพื่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง  ผู้บริหาร ครูในโรงเรียนได้รับการพัฒนาเป็นผู้นำวิชาการอย่างต่อเนื่อง และยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาที่สูงทัดเทียมนานาชาติ

เกณฑ์การประเมินโรงเรียน ประกอบด้วย 4 ด้าน ได้แก่ ด้านคุณภาพนักเรียน ด้านการจัดการเรียนการสอน ด้านคุณภาพครู ด้านการบริหารจัดการด้วยระบบคุณภาพ ผลการประเมินคุณภาพมี  4 ระดับ โดยเมื่อผ่านการประเมินแล้วโรงเรียนจะได้รับเครื่องหมายคุณภาพของ สสวท. ได้แก่ ระดับยอดเยี่ยม (World Class Schools) ระดับดีเยี่ยม (Excellent Schools) ระดับดีมาก (Very Good Schools) และระดับก้าวหน้า (Progressive Schools)

       “โครงการนี้มุ่งการพัฒนาการศึกษาเชิงพื้นที่รายจังหวัด โดยแต่ละจังหวัดต้องบรรจุโครงการฯ ไว้ในแผนพัฒนาจังหวัด สำหรับการบริหารจัดการโครงการ สสวท. จะดำเนินการร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด ศึกษาธิการจังหวัด และเครือข่ายในพื้นที่  อาทิ มหาวิทยาลัย และภาคเอกชน  จึงขอเชิญชวนโรงเรียนที่สนใจดูรายละเอียด ดาวน์โหลดเอกสาร และสมัครได้ที่เว็บไซต์สำนักบริหารเครือข่ายและพัฒนาวิชาชีพครู  http://pd.ipst.ac.th ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ถึง 30 พฤศจิกายน ศกนี้”  ผู้อำนวยการ สสวท. กล่าว

    ผู้สนใจ สอบถามข้อมูลที่ฝ่ายบริหารเครือข่ายและพัฒนาวิชาชีพครู โทร. 0 2392 4021 ต่อ 3202

ยกเครื่องพัฒนาการศึกษานอกระบบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/297372

ยกเครื่องพัฒนาการศึกษานอกระบบ

แผนการศึกษานอกระบบ, กศน

กศน. จัดเต็มระดมหัวกะทิร่างแผนพัฒนาการศึกษานอกระบบฯ ฉบับใหม่ ตั้งเป้าลดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษาอย่างตรงจุด

          นายกฤตชัย อรุณรัตน์ เลขาธิการ กศน. เปิดเผยว่า สำนักงาน กศน. ได้จัดประชุมพิจารณาร่างแผนพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (พ.ศ. 2560 – 2879)  โดยได้เชิญคณะกรรมการ และผู้บริหารในสังกัดสำนักงาน กศน. ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ได้นำสิ่งที่ พล.อ.เอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำชัดถึงบทบาทภารกิจของสำนักงาน กศน. ว่าเป็นหน่วยงานที่ขับเคลื่อนงานด้านการศึกษาที่เข้าถึงประชาชนได้ดีที่สุด ซึ่งเป็นดั่งกลไกและเครื่องมือช่วยลดความเหลื่อมล้ำ รวมถึงแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับระบบการศึกษาในสังคมไทยในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี จึงได้เน้นย้ำฝากเป็นโจทย์ใหญ่ๆ ให้ผู้บริหารและคณะกรรมการทุกท่าน กลับไปขบคิดและทบทวนพิจารณาร่างแผนดังกล่าว ใน 3 ประเด็น

1. พิจารณาว่าร่างแผนดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับแผนในระดับชาติ ระดับกระทรวง สอดคล้องกับสภาพสังคมปัจจุบัน ไปจนถึงแนวโน้มสภาวการณ์ในอนาคตของประเทศไทยหรือไม่ 2. พิจารณาว่าร่างแผนดังกล่าว มีความสมบูรณ์ครบถ้วนตามภาระงานของหน่วยงานและภาระงานในหน่วยงานของแต่ละกลุ่ม/ศูนย์หรือไม่ 3. พิจารณาว่าร่างแผนดังกล่าวมีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด ทั้งนี้ก็เพื่อประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ รวมไปถึงจะทำให้มองเห็นหนทางการพัฒนาการศึกษาที่มีความชัดเจนและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

นายกฤตชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า  สำหรับเนื้อหาและประเด็นต่างๆ ของร่างแผนฉบับนี้ เราได้หยิบยกสภาวการณ์ทางสังคมที่สำคัญขึ้นมาเป็นองค์ประกอบสำหรับพิจารณา ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี  การเมือง และ ในด้านประชากร ตลอดจนสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อาทิ อัตราการไม่รู้หนังสือ การศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับการศึกษาของประชากรวัยแรงงาน โดยเฉพาะสถานการณ์ประชากรที่เป็นวัยสูงอายุเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สภาพสังคมไทยปัจจุบันก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัว  จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องปรับตัว และต้องมีการยกระดับการศึกษารวมถึงพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัยให้มีความสอดคล้องตามไปด้วย

นอกจากนี้ยังมีกลุ่มผู้ด้อยโอกาส ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงบริการของทางภาครัฐได้อย่างทั่วถึง ส่งผลให้ยังมีความเหลื่อมล้ำทางด้านการศึกษาให้พบเห็นอยู่ในปัจจุบัน ซึ่ง กศน. ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยมีความพยายามที่จะดำเนินงานเพื่อเป็นการขยายโอกาสให้แก่กลุ่มเป้าหมายให้มากขึ้น ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ กศน. จะต้องแก้ไขและพัฒนาอย่างเร่งด่วน อย่างไรก็ตามร่างแผนฉบับล่าสุดนี้ ยังต้องรอผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการส่งเสริม สนับสนุนและประสานความร่วมมือ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (บอร์ด กศน.) เป็นลำดับต่อไป ซึ่งตนมั่นใจว่าร่างแผนฉบับดังกล่าวหากสำเร็จเป็นรูปธรรมจะสามารถช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษาได้อย่างตรงจุด รวมถึงเพิ่มพื้นที่ทางการศึกษาให้แก่ผู้พลาดและผู้ด้อยโอกาสในสังคมไทยอย่างมีคุณภาพต่อไป

ปฏิบัติการ “ประเทศไทยไร้ขยะ”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/297370

ปฏิบัติการ “ประเทศไทยไร้ขยะ”

ไร้ขยะ, ประเทศไทย, ปฏิบัติการ, ประเทศไทยไร้ขยะ, ปัญหาขยะ, ที่ทุกคน, การปลูกฝัง

ปัญหาขยะ เป็นปัญหาที่สำคัญที่สุดของประเทศ ที่ทุกคน ทุกหน่วยงานต้องร่วมกันรับผิดชอบ โดยเริ่มจากการสร้างวินัย การปลูกฝัง การบอกกล่าวชี้แนะและวิธีการกำจัดขยะที่ถูก

      ปัญหาขยะ เป็นปัญหาที่สำคัญที่สุดของประเทศ ที่ทุกคน ทุกหน่วยงานต้องร่วมกันรับผิดชอบ โดยเริ่มจากการสร้างวินัย การปลูกฝัง การบอกกล่าวชี้แนะและวิธีการกำจัดขยะที่ถูก จากการเสวนา เรื่องยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี “สู่การปฏิบัติการ ประเทศไทยไร้ขยะ” เพื่อขับเคลื่อนนโยบายการจัดการขยะในสถานศึกษาสู่การปฏิบัติที่ยั่งยืน สู่ระดับภูมิภาคและขานรับนโยบายยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี สู่การปฏิบัติการ “ประเทศไทย ไร้ขยะ” ปักธงรุก 2560 “Set Zero Waste School” ที่ ห้องแกรนด์ปาร์ค บอลรูม โรงแรมเอวาน่า กรุงเทพมหานคร จัดโดยสำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ เมื่อเร็ว ๆ นี้

ปฏิบัติการ “ประเทศไทยไร้ขยะ”

นายสันติ คงศิลป์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดท่ามะปราง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา(สพป.) สระบุรี เขต 2 กล่าวว่า โรงเรียนเป็นองค์กรหนึ่งที่มีปัญหาเรื่องขยะ โดยสิ่งที่พบในโรงเรียนมากที่สุดคือ ถุงพลาสติก ถุงนม ซึ่งโรงเรียนตระหนักถึงปัญหานี้ จึงพยายามคิดหาวิธีจำกัดขยะเหล่านี้แบบไม่ต้องเสียเงิน จึงเกิดเป็นโครงการ “ขยะแลกไข่” คือ ให้นักเรียนนำขยะจากบ้าน ชุมชน หรือจากห้องเรียนมาล้างทำความสะอาด ตากให้แห้ง แล้วนำมาแลกไข่ โดยถุงแกง 20 ใบแลกไข่ได้ 1 ฟอง ซึ่งทางโรงเรียนจะรวบรวมขยะที่นักเรียนนำมาแลกไว้ เมื่อถึงสิ้นเดือนทุกเดือนจะมีคนมารับซื้อนำไปส่งโรงปูนสระบุรีเพื่อนำไปย่อยสลายต่อไป

ปฏิบัติการ “ประเทศไทยไร้ขยะ”

“ต้องยอมรับว่า ทุกที่ ทุกชุมชน มีปัญหาเรื่องขยะกันมาก โดยเฉพาะขยะถุงพลาสติก แต่กลับไม่ค่อยมีใครเห็นคุณค่าของถุงพลาสติกที่ใช้แล้ว แต่ถ้าทุกคนมีความตระหนักร่วมมือกันอย่างจริงจัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ทำจริงโดยมีนักเรียนเป็นตัวขับเคลื่อน ขณะที่โรงเรียนก็จัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการ ทำกันแบบยั่งยืน สร้างจิตสำนึก 3R ได้แก่ Reduce คือลดการใช้ Reuse คือการใช้ซ้ำ Recycle คือการนำกลับมาใช้ใหม่โดยผ่านกระบวนการแปรรูปให้แก่นักเรียน เชื่อได้ว่าขยะในทุกพื้นที่จะลดน้อยลง และจะไม่มีปัญหาตามมาแน่นอน เพราะฉะนั้นขอฝากถึงนักเรียนทุกคนให้ “ปฏิบัติต่อไปทำตามที่คุณครูชี้แนะและทำต่อไปเรื่อย ๆ ลดความมักง่าย ขยะก็จะลดลงได้” ผอ.สันติ กล่าว

ปฏิบัติการ “ประเทศไทยไร้ขยะ”

ขณะที่ นางประภาภรณ์ ศรีแพทย์ รอง ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา(สพป.)สมุทรปราการ เขต 1 กล่าวว่า ในฐานะที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาต้องเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานเขตพื้นที่ฯ ก็ต้องมีนโยบายที่ชัดเจน มีแผนและมีการติดตามประเมินผล และต้องสามารถแนะนำวิธีการที่จะสร้างจิตสำนึกให้แก่นักเรียนว่า ประเทศไทยไร้ขยะ ต้องเริ่มต้นจากนักเรียน โดยโรงเรียนก็ต้องมีวิธีการสร้างความเข้าใจกับนักเรียนเรื่องการลดปริมาณขยะ การคัดแยกขยะ การใช้ประโยชน์จากขยะ โดยทำให้เกิดเป็นนิสัยตั้งแต่อยู่ในโรงเรียน และสามารถนำไปเผยแพร่คนรอบข้าง เช่น คนในครอบครัว ญาติพี่น้อง และขยายผลต่อไปถึงชุมชน ซึ่งถ้าทำได้การจะไปให้ถึงเป้าหมายก็ไม่ใช่เรื่องยาก

ปฏิบัติการ “ประเทศไทยไร้ขยะ”

นายวัชระ เติมวรรธนภัทร์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลทรงคนอง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ในฐานะผู้แทนการปกครองท้องถิ่น มองว่า ปัญหาของปริมาณขยะที่เพิ่มมากขึ้น เกิดจากทุกครอบครัว ซึ่งในส่วนของการบริหารการจำกัดขยะนั้น แต่ละท้องถิ่นก็มีการดูแลจัดการกันอยู่แล้ว ยกตัวอย่างในจังหวัดสมุทรปราการ สมัยก่อนใช้วิธีฝังกลบแต่ก็ยังไม่สามารถย่อยสลายขยะได้ในเวลาอันรวดเร็ว ปริมาณขยะยังเพิ่มมากขึ้นกองเป็นภูเขา และสะสมจนเกิดปัญหาเป็นมลภาวะ ดังนั้น วิธีการจัดการกับปัญหาทุกคนต้องร่วมมือกัน ต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้ โดยเริ่มจากการลดปริมาณขยะ คัดแยกขยะใส่ตามถุงขยะที่กำหนดเป็นสีไว้ ซึ่งถ้าทำตาม 2 ข้อนี้ได้ขยะจะลดน้อยลงแน่นอน แต่ปัญหาคือปัจจุบันการคัดแยกขยะยังไม่ได้ผล โดยขยะที่เป็นปัญหามากที่สุด คือ ถุงพลาสติก

ปฏิบัติการ “ประเทศไทยไร้ขยะ”

“การมีเวทีเสวนาเรื่องนี้นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี มีส่วนสร้างคนให้รักสิ่งแวดล้อม เพราะคนที่สำคัญที่สุดที่จะช่วยให้นโยบายประสบความสำเร็จได้ ก็คือนักเรียน ถ้านักเรียนเข้าใจและนำกลับไปใช้ที่บ้าน ก็จะเป็นการเริ่มต้นที่ดี ซึ่งจังหวัดสมุทรปราการได้นำร่องรับนโยบายจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)ไปดำเนินการ โดยเริ่มกระตุ้นให้นักเรียนทุกคนปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ต้องคัดแยกขยะ ทั้งนี้ก็ต้องได้รับความร่วมมือจากคนในชุมชน ในครัวเรือน ที่จะต้องบริหารจัดการขยะในครัวเรือนให้ถูกต้องด้วย เพราะฉะนั้นการจะลดปริมาณขยะได้ คือทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน” นายวัชระย้ำ

นางเตือนใจ เสกตะกูล ผู้ใหญ่บ้าน ม.3 ต.ทรงคนอง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ บอกว่า ปัญหาสำคัญที่สุดของชุมชนอันดับแรก คือ เรื่องยาเสพติด รองลงมาคือเรื่องสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะปัญหาขยะ ดังนั้น ในการพัฒนาชุมชนหรือแก้ปัญหาต่าง ๆ อยากให้เด็กเป็นผู้นำ เป็นแบบอย่างที่ดีให้ชุมชน เพราะผู้ใหญ่แก้ยาก ที่ผ่านมาชุมชนพยามแก้ปัญหาหลายๆ เรื่อง แต่กว่าจะเห็นผลต้องใช้เวลานานกว่า 3 ปี จะเห็นการเปลี่ยนแปลในทางที่ดี เช่น ชุมชนสะอาดขึ้น เป็นต้น ดังนั้น ถ้าเด็กทุกคนได้รับการปลูกฝังที่ดีมีระเบียบวินัยก็จะสามารถเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับผู้ใหญ่ในชุมชนได้ เพราะฉะนั้นถ้าเรามีเยาวชนเป็นผู้นำ เป็นแบบอย่างให้ชุมชน การพัฒนาจะไปได้ดีและรวดเร็ว

ประเทศไทย จะไร้ขยะได้ ต้องเริ่มจากการปลุกจิตสำนึก สร้างความตระหนัก โดยเห็นสมควรยกให้นักเรียนเป็นหัวจักรขยายผลสู่ครอบครัว ชุมชน สังคมและประเทศชาติ