ตามรอย”ในหลวงร.9″ พลิกฟื้น“ทุ่งกุลา”นาปลอดสารพิษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/297357

ตามรอย”ในหลวงร.9″ พลิกฟื้น“ทุ่งกุลา”นาปลอดสารพิษ

ตามรอยพ่อหลวง, รัชกาลที่ 9, ทำนาปลอดสารพิษ, ขายข้าว, ในหลวงร9, ทุ่งกุลา, ดาบเฉิน, ใช้ปุ๋ยอินทรีย์

“ให้สัญญากับตัวเองว่าจะเดินตามรอยพ่อหลวงของปวงชนชาวไทยให้ได้ ด้วยการทำนาบนหลักเศรษฐกิจพอเพียง ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ พึ่งพาสารเคมีแต่น้อย” หนึ่งในคำบอกเล่า “ดาบเฉิน”

       เพราะเติบโตมาในครอบครัวชาวนา หลังจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน “สมนึก สัมฤทธิ์” สอบเข้าโรงเรียนผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ควบคู่ไปกับสานต่ออาชีพดั้งเดิม เติบโตในหน้าทีี่การงานตามลำดับ ในวัยใกล้เลข 5 ดาบเฉิน หรือ “อาเฉิน”ของเพื่อนๆขอเดินตามรอยพ่อหลวงทำนาข้าวไรท์เบอรี่ในที่นาดั้งเดิมของครอบครัว โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงทำนาปลอดสารพิษและพยายามทำเป็นตัวอย่างเพื่อชักชวนให้เพื่อนบ้านทำตามตามรอย"ในหลวงร.9" พลิกฟื้น“ทุ่งกุลา”นาปลอดสารพิษ

“ให้สัญญากับตัวเองว่าจะเดินตามรอยพ่อหลวงของปวงชนชาวไทยให้ได้ ด้วยการทำนาบนหลักเศรษฐกิจพอเพียง ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ พึ่งพาสารเคมีแต่น้อยพยายามทำให้เป็นตัวอย่างเพื่อนๆชาวนาในทุ่งกุลาร้องไห้ด้วยกันให้มากที่สุด เมื่อเขาเห็นตัวอย่างว่าดี และมีประโยชน์ชาวบ้านก็จะทำตามเอง”สมนึก สัมฤทธิ์ หรืออาเฉิน แห่งสถานีตำรวจภูธรท่าตูม จ.สุรินทร์ กล่าว

ดาบเฉินในวัย 48 ปีพร้อมคู่ชีวิตอยู่ที่หมู่บ้านจานเตย ต.ทุ่งกุลา อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ช่วยกันทำนาปลอดสารพิษในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้มาแล้ว 10 กว่าปี พวกเขาทั้ง 2 ยอมรับว่า เหนื่อย แต่ผลลัพภ์ที่ออกมาเห็นแล้วชื่นใจ ภูมิใจและหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง นาข้าว 7 ไร่ปลูกข้าวไรท์เบอรี่ มีผลผลิตที่น่าพอใจแถมยังมี กบ กุ้ง หอย ปู ปลา อาหารหากินได้ตลอด เพราะการทำนาที่ไม่ได้ใช้ปุ๋ยสารเคมี จะมีสิ่งมีชีวิตมาอาศัยอยู่ร่วมได้

ตามรอย"ในหลวงร.9" พลิกฟื้น“ทุ่งกุลา”นาปลอดสารพิษ

ดาบเฉิน

    ก่อนหน้านี่ ครอบครัวอาเฉิน ทำนาข้าวหอมมะลิ 105  มาโดยตลอด กระทั่่งเมื่อ 4 ปีที่แล้ว “พ่อ” ผู้ให้กำเนิดอาเฉิน มีโอกาสได้ลิ้มรส ข้าวไรท์เบอรี่แล้วมีผลดีต่อร่างกาย ขับถ่ายง่าย ร่างกายแข็งแรงดีขึ้น ทั้งๆที่อายุ 81  ปีแล้วแต่ยังเดินไปนา ดูข้าวได้โดยที่อายุไม่ใช่อุปสรรคของการใช้ชีวิต เขาจึงได้ปรับเปลี่ยนมาทำนา ไรท์เบอรี่ ไว้รับประทานในครอบครัว จะได้ไม่ต้องไปซื้อหา เพราะที่มีนาอยู่แล้ว

ตามรอย"ในหลวงร.9" พลิกฟื้น“ทุ่งกุลา”นาปลอดสารพิษ

      “อยากให้พ่อได้กินข้าวที่ปลูกในนาข้าวของพ่อ จากน้ำมือของลูกๆเอง ได้ทั้งความปลอดภัยจากสารพิษ สะอาด และมีความภูมิใจที่ได้ตอบแทนบุญคุณพ่อ ทำให้พ่อได้กินข้าวที่ดีมีคุณภาพ ถ้าเหลือก็แบ่งขายให้คนอื่นได้มีโอกาสกินข้าวที่มีคุณภาพปลอดสารพิษไปด้วยในตัวอีกทางหนึ่งด้วย ทุกครั้งที่เห็นคนอื่นๆได้กินข้าวที่เราปลูก มันมีแต่ความภูมิใจมาก พูดเลย ” ดาบเฉิน กล่าว

ตามรอย"ในหลวงร.9" พลิกฟื้น“ทุ่งกุลา”นาปลอดสารพิษ

      ทุกวันนี้ “อาเฉิน”รวมกลุ่มกับเพื่อน “ชาวนาลุ่มแม่น้ำมูล” ประมาณ 50 คนร่วมกันทำนาปลอดสารพิษ“ข้าวไรท์เบอรี่”กว่า 100 ไร่ จาก โดยมีตลาดขายข้าวผู้รับซื้อในราคากิโลกรัมละ 30-35 บาท “อาเฉิน” บอกว่าเขาเน้นขายข้าวที่มีคุณภาพ เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับประทานข้าวที่ปลอดสารพิษ ปลอดภัยต่อสุขภาพ ในชื่อ “ข้าวคูนคำ”นั่นเอง

ตามรอย"ในหลวงร.9" พลิกฟื้น“ทุ่งกุลา”นาปลอดสารพิษ

“ทำนาอินทรีย์ ข้าวไรท์เบอรี่มาแล้ว 4 ปีในพื้นที่ 7 ไร่ลงทุนประมาณไร่ละ 1,500 บาทได้ผลผลิตประมาณ 500 ก.ก.ขายได้โลละ 35 บาท ก็พอใจแล้ว

ตามรอย"ในหลวงร.9" พลิกฟื้น“ทุ่งกุลา”นาปลอดสารพิษ

      ตั้งจะทำนาไปเรื่อยๆจนกว่าจะหมดลมหายใจ เพื่อให้เป็นแหล่งศึกษา เรียนรู้ของคนรุ่นใหม่ เพราะนับวันพื้นที่ในการทำนาจะลดน้อยลง คนรุ่นใหม่ก็ไม่ได้สนใจที่สานต่ออาชีพดั้งเดิมของพ่อแม่ แม้ว่าจะเติบโตในครอบครัวชาวนาก็ตาม จึงตั้งใจว่าจะทำไปเรื่อยๆจนกว่าจะหมดแรง หมดลมหายใจ”ดาบเฉิน กล่าวทิ้งท้าย

0 หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ 0

qualitylife4444@gmail.com

โรงเรียนเล็ก5.8พันแห่งขาดครู7.6พันคน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/297336

โรงเรียนเล็ก5.8พันแห่งขาดครู7.6พันคน

ครูขาด, โรงเรียน, พันคน, เดือน

สพฐ.เผยครูเกษียณฯ 11,326 โรงเรียน 1.9หมื่นคน ร.ร.ขนาดเล็กเด็กต่ำกว่า 250 คน 5.8 พันโรงขาดครูกว่า 7.6 พันคน จ้างครูเกษียณฯสอนต่อ 6 เดือน 5.2พัน ยันเปิดเทอมครูครบ

       นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า เนื่องจากมีกระแสข่าวความกังวลว่าในโรงเรียนที่มีครูเกษียณอายุราชการในปีงบประมาณ 2560 จำนวนมากนักเรียนจะได้รับผลกระทบ เพราะไม่มีครูสอนหนังสือ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้รวบรวมตัวเลขครูเกษียณฯ ในสิ้นปีงบฯนี้แล้ว พบว่า มีครูเกษียณฯ ทั้งสิ้น 19,962 คน ใน 11,326 โรงเรียน ยอมรับว่ามีโรงเรียนจำนวนไม่น้อยได้รับผลกระทบบ้าง แต่ถือว่าปีนี้เป็นปีแรกที่คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ได้อนุมัติอัตราเกษียณฯ คืนทันที 100% โดยอนุมัติมาตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2560

โรงเรียนเล็ก5.8พันแห่งขาดครู7.6พันคน

       ทั้งนี้ สพฐ.ได้แจ้งไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั่วประเทศแล้ว ให้นำอัตราเกษียณฯดังกล่าวจัดสรรให้แก่โรงเรียน โดยเรียงลำดับ ดังนี้ 1.บรรจุนักศึกษาทุนโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น จำนวน 4,830 อัตรา ที่ขณะนี้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ทุกจังหวัดได้ดำเนินการสอบสัมภาษณ์และเรียกบรรจุแล้ว โดยจะเริ่มทำงานตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2560 เพราะฉะนั้น กลุ่มนี้จะถูกส่งกลับไปอยู่ในโรงเรียนที่มีอัตราเกษียณฯ 2.ครูโครงการเพชรในตม 29 อัตรา 3.ครูโครงการส่งเสริมการผลิตครูที่มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ (สควค.) 231 อัตรา 4.ครูภาษาต่างประเทศที่สอง 142 อัตรา และส่วนที่เหลืออีก 12,953 อัตรา จัดสรรให้ สพท. และสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ (สศศ.) โดยการจัดสรรให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ คือต้องเป็นโรงเรียนที่ครูไม่เกินเกณฑ์และโรงเรียนที่มีนักเรียนน้อยกว่า 250 คน

โรงเรียนเล็ก5.8พันแห่งขาดครู7.6พันคน

      อย่างไรก็ตาม ในจำนวนโรงเรียนที่มีครูเกษียณฯ 11,326 โรง ที่อาจจะยังมีปัญหาวิกฤตจากปัญหาการขาดแคลนครูแม้จะมีการจัดสรรคืนอัตราเกษียณฯ ก็ตาม สพฐ.ได้มีการตรวจสอบพบว่า จะมีโรงเรียนที่มีนักเรียนต่ำกว่า 250 คน ที่อาจเกิดปัญหาวิกฤตได้จริง 5,888 โรง ขาดแคลนครู 7,615 คน ซึ่งระหว่างรอการจัดสรรครูในช่วงเดือนตุลาคมนี้ สพฐ.ได้แก้ไขปัญหาระยะเร่งด่วน โดยจัดจ้างครูผู้ทรงคุณค่าที่เกษียณฯ ของโรงเรียนให้สอนต่อในโรงเรียนให้ครบปีการศึกษา 2560 เป็นระยะเวลา 6 เดือน ซึ่งจะจ้างได้ 5,200 อัตรา และได้มอบให้ สพท.เกลี่ยลูกจ้างชั่วคราวในเขตพื้นที่ฯมาสอนในโรงเรียนที่ครูไม่พอ ทั้งนี้ เมื่อเปิดภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2560 วันที่ 1 พฤศจิกายนจะมีครูจัดการเรียนการสอนให้แก่นักเรียนอย่างแน่นอน ขอให้ผู้ปกครองคลายความกังวลเรื่องปัญหาการขาดแคลนครูได้

โรงเรียนเล็ก5.8พันแห่งขาดครู7.6พันคน

      ก่อนหน้านี้ นายปรีชา ตุนาโป่งผู้อำนวยการโรงเรียนประชาสามัคคี ได้โพสต์ผ่านโซเชียลว่าในสิ้นเดือนกันยายนนี้ จะมีครูเกษียณอายุราชการ4 คน เหลือเพียง ผอ.คนเดียว จึงขอความช่วยเหลือ ขอครูจิตอาสามาช่วยสอนหนังสือให้แก่นักเรียนระหว่างรอคำสั่งจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งอยู่ในขั้นตอนของทางราชการรอการคืนอัตรา ซึ่งต้องใช้เวลารอประมาณ 1-2 เดือน ขณะเดียวกัน ได้มีการแก้ไขปัญหาโดยมีครูทหารจิตอาสา ครูพระ ครูที่มีประสบการณ์สอน รวมถึงครูภูมิปัญญา มาช่วยในการจัดการศึกษาเด็กที่โรงเรียน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

(คลิป)ครูเกษียณหมด-นร.ไม่มีครูผอ.ต้องทำยังไง??

แพทย์ชี้วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก คุ้มครองชีวิตเด็กไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/297316

แพทย์ชี้วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก คุ้มครองชีวิตเด็กไทย

แพทย์ชี้วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก คุ้มครองชีวิตเด็กไทย

               แพทย์ผู้เชี่ยวชาญชี้วัคซีน HPV ป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกมีความปลอดภัยแน่นอนเพราะมีการศึกษาวิจัยมากว่า 20 ปี และใช้ในต่างประเทศมาแล้วกว่า 10 ปี มั่นใจว่าคุ้มค่ากับการคุ้มครองชีวิตเด็กไทย พร้อมย้ำสร้างความเข้าใจกับประชาชนว่าการฉีดวัคซีนต้องอาศัยระยะเวลา ไม่ได้เห็นผลในทันทีเหมือนการใช้ยา

แพทย์ชี้วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก คุ้มครองชีวิตเด็กไทย

เทศบาลตำบลสันทรายหลวง และ มูลนิธิวัคซีนเพื่อประชาชน ได้จัดการบรรยายวิชาการความร่วมมือภาคีสุขภาพด้านการป้องกันโรค “สร้างภูมิเสริมรักษ์” ณ เทศบาลตำบลสันทรายหลวง อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ แก่ พยาบาล คณะครู นักเรียน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม ) และ ประชาชนผู้สนใจ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับโรคติดต่อที่พบบ่อยในชุมชน อาทิ โรควัณโรค โรคไข้เลือดออก โรคมือเท้าปาก โรคไข้หวัดใหญ่ โรคอุจจาระร่วงจากไวรัสโรต้า รวมถึงโรคที่เป็นปัญหาสุขภาพ คือโรคมะเร็งปากมดลูกซึ่งเป็นโรคร้ายแรงและเป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับสองในหญิงไทย กิจกรรมในครั้งนี้มีการให้ความรู้ในเรื่องการป้องกันโรคด้วยการใช้วัคซีนในแผนการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันแห่งชาติ ซึ่งรวมถึงวัคซีนใหม่ที่กระทรวงสาธารณสุขได้เริ่มฉีดให้แก่เด็กนักเรียนหญิงชั้นป.5 ทุกคนทั่วประเทศในปีนี้คือ วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก โดยมี นายนที ดำรงค์ นายกเทศมนตรีตำบลสันทรายหลวง และนพ. มานิต ธีระตันติกานนท์ ประธานกรรมการมูลนิธิวัคซีนเพื่อประชาชน  เป็นประธานในพิธีเปิด และ การบรรยายวิชาการ เรื่อง “โรคติดต่อที่พบบ่อยในชุมชน การป้องกันและการสร้างเสริมภูมิคุ้มกัน” โดย รศ. (พิเศษ) นพ. ทวี โชติพิทยสุนนท์ นายกสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย

นายนที ดำรงค์ นายกเทศมนตรีตำบลสันทรายหลวง กล่าวว่า “โครงการนี้เป็นโครงการที่ดี เป็นความร่วมมือระหว่างภาคประชาสังคมและองค์กรส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นโอกาสดีที่จะให้ประชาชนได้รับความรู้เกี่ยวกับการป้องกันโรคในชุมชนและในเด็กนักเรียน โดยกิจกรรมมีทั้งการให้ความรู้ในเรื่องของ โรคที่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน และการเตรียมการสำหรับการฉีดวัคซีนใหม่ คือวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก ให้กับเด็กนักเรียนหญิงในช่วงชั้นของ ป.5  วัคซีนถือว่าเป็นเรื่องของการกันไว้ดีกว่าแก้ เป็นสิ่งที่ป้องกันไม่ให้เด็กที่จะเติบโตขึ้นไปจะต้องมีความเสี่ยงในโรคมะเร็งปากมดลูก ซึ่งจะมีผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของครอบครัว วัยหนุ่มสาว ไปจนถึงวัยทำงาน”

นพ.มานิต ธีระตันติกานนท์ ประธานกรรมการมูลนิธิวัคซีนเพื่อประชาชน เปิดเผยว่า วัคซีนเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ หากโรคติดต่อโรคไหนไม่มีวัคซีนป้องกันก็จะเป็นปัญหาตลอด แต่หากโรคไหนมีวัคซีนป้องกันก็จะมีคนป่วยน้อยลง ทางมูลนิธิ ได้ทำงานร่วมกับหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องในการสนับสนุนให้ประชาชนเห็นคุณค่าของวัคซีน

“มูลนิธิก่อตั้งมา 6 ปี เรามองว่าประชาชนยังมีความเข้าใจในเรื่องของวัคซีนน้อย วัคซีนเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการป้องกันโรค ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลได้มีการให้ความรู้ถึงความสำคัญของวัคซีน และรณรงค์ให้ประชาชนไปรับวัคซีน แต่เมื่อเวลาผ่านไปโรคที่คิดว่าหมดไปแล้วก็กลับมาใหม่ ดังนั้นจุดประสงค์ของเราจะช่วยเผยแพร่ความรู้ ความสำคัญของวัคซีน ให้กับประชาชนทางช่องทางต่าง ๆ และอีกด้านหนึ่งเรามุ่งมั่นให้ประชาชนมีวัคซีนป้องกันโรคที่สมควรจะใช้ บางครั้งประชาชน อาจยังไม่เข้าใจถึงการฉีดวัคซีนเพราะไม่ได้เห็นผลในทันที อย่างวัคซีน HPV ที่ฉีดให้กับเด็กอายุ 11-12 ปี ผลที่เห็นจะเกิดประโยชน์ในอีก 20-30 ปีข้างหน้า ต้องเข้าใจก่อนว่าวัคซีนต้องอาศัยระยะเวลา ไม่เหมือนการให้ยารักษา ที่เห็นผลได้ทันที” นพ.มานิต กล่าว

ด้าน รศ.(พิเศษ) นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ นายกสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “สำหรับสถานการณ์การให้วัคซีนในเด็กไทยตอนนี้ มีการพัฒนาขึ้นมาเรื่อย ๆ สามารถป้องกันโรคหลาย ๆ โรคได้จนเกือบไม่พบโรคเหล่านั้นแล้ว เช่น คอตีบ บาดทะยัก ไอกรน ซึ่งใช้มา 40-50 ปี แต่ช่วงหลังมีการเปิดประเทศมากขึ้น มีคนต่างชาติเข้ามามากขึ้น ก็นำโรคเหล่านี้เข้ามาด้วยทำให้เราต้องมีการฉีดวัคซีนป้องกันให้กับประชาชนเพิ่มขึ้น และบางโรคสามารถควบคุมได้ในระดับหนึ่ง อย่างเช่น หัดเยอรมัน คางทูม ก็ดีขึ้นมาก แต่อย่างไรก็ตามด้วยความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว วัคซีนใหม่ ๆ ก็มีเพิ่มมากขึ้น

เพราะฉะนั้นก็เป็นสิ่งที่ทางการแพทย์กับผู้รับผิดชอบ เช่น กระทรวงสาธารณสุข จะต้องมีการผลักดันให้มีการได้รับวัคซีนตัวใหม่ ๆ ขึ้น ซึ่งในปีนี้ก็มีวัคซีนตัวใหม่ให้เด็กไทย ได้แก่ วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก ซึ่งเราก็รู้ว่าโรคมะเร็งนี้มีอันตรายร้ายแรง วัคซีนตัวนี้ในต่างประเทศใช้มากว่า 10 ปี และมีการศึกษาวิจัยกว่า 20 ปี ซึ่งเราจะเห็นว่าวัคซีนที่ขึ้นทะเบียนในประเทศไทย จะเป็นวัคซีนที่มีความปลอดภัยแน่นอน วัคซีนเวลาฉีดก็จะมีผลข้างเคียงเล็กน้อย เช่น ปวด บวม เล็กน้อย เมื่อเร็ว ๆ นี้เราได้ยินข่าวฉีดแล้วมีคนเป็นลม ซึ่งเรื่องนี้เราพบสาเหตุแล้วเกิดจากความกลัวเข็ม และเป็นอุปทานหมู่ สิ่งเหล่านี้เราต้องเตรียมตัวไว้ก่อน และต้องเตรียมผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น”

“การฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันในเด็กเป็นความคุ้มค่ามาก เพราะว่าโรคบางอย่างเป็นแล้วจะรักษาได้ แต่ถ้ารักษาไม่ทันก็อาจจะถึงชีวิต หรือบางโรคอาจจะทำให้พิการตลอดชีวิต ซึ่งจะทำให้เกิดภาระของพ่อแม่ที่ต้องมาดูแลลูกที่ต้องพิการ และภาครัฐก็จะต้องให้การช่วยเหลือ เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่คุ้มค่ามาก เพราะวัคซีนไม่ได้ป้องกันชีวิตอย่างเดียว มันสามารถป้องกันได้ถึงความพิการ และสุดท้ายสามารถป้องกันถึงความเจ็บป่วยด้วย” รศ.(พิเศษ) นพ.ทวี กล่าว

นางสาววิยดา ใจหล้า อายุ 30 ปี อาชีพพนักงานขายสินค้า มารดาเด็กฝาแฝด เด็กหญิงวธิดา-วนิดา ไชยวงค์ เปิดเผยว่าสำหรับโรคมะเร็งปากมดลูก เรารู้ว่าเป็นโรคที่อันตรายมาก เนื่องจากมีญาติที่เสียชีวิตจากโรคนี้หลายคน พอได้รับข้อมูลข่าวสารจากทางโรงเรียนจะมีการฉีดวัคซีนเอชพีวี เพื่อป้องกันมะเร็งปากมดลูกให้กับเด็กนักเรียนภายในโรงเรียนซึ่งรวมถึงลูกสาวฝาแฝดด้วย ก็รู้สึกดีใจ เพราะเป็นการป้องกันและช่วยลดค่าใช้จ่าย ถ้าเราไปฉีดเองก็น่าจะแพง อยากให้ลูกได้รับการป้องกัน เพราะเดี๋ยวนี้โรคใหม่ ๆเกิดขึ้นเยอะ ถ้าเราป้องกันได้ก็ไม่ต้องเป็นห่วงอะไร และก็ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ขอบคุณหน่วยงานภาครัฐที่เห็นความสำคัญกับการฉีดวัคซีนในครั้งนี้ให้กับเด็ก ๆ ในอนาคตโรคนี้คงลดน้อยลง และไม่เกิดขึ้นกับคนในครอบครัวเรา

(เพลง)พ่อของแผ่นดินวันที่13 ตุลาลูกหลานร่ำไห้ทั่วแผ่นดิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/297249

(เพลง)พ่อของแผ่นดินวันที่13 ตุลาลูกหลานร่ำไห้ทั่วแผ่นดิน

อาจารย์สันติ สิงห์สุ อาจารย์ ม.มหาสารคาม สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ผ่านบทเพลง “พ่อของแผ่นดิน” โดย อาจารย์สันติ สิงห์สุ เผยแพร่ผ่านยูทูปแล้ว วันนี้เป็นวันแรก

 

    “พ่อท่านทรงงานหนัก  ต้องพักทุกคนก็รู้” …บทเพลงตอนหนึ่ง  เขียนและแต่งทำนองโดย  อาจารย์สันติ  สิงห์สุ  อาจารย์ประจำภาควิชาทัศน์ศิลป์  คณะศิลปกรรมศาสตร์  มหาวิทยาลัยมหาสารคาม นอกจากจะมีความสามารถทางด้านศิลปะ ถ่ายภาพ วาดภาพโดยการใช้เทคนิคต่างๆ แล้ว

(เพลง)พ่อของแผ่นดินวันที่13 ตุลาลูกหลานร่ำไห้ทั่วแผ่นดิน

        อีกหนึ่งความสามารถที่ปรากฏผลงานล่าสุดคือ  ได้เขียนเนื้อร้อง สร้างสรรค์ทำนองเพลง  และขับร้องออกมาเป็นบทเพลง “พ่อของแผ่นดิน” เพื่อถ่ายทอดและแสดงออกถึงความจงรักภักดี ที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  บรมนาถบพิตร

(เพลง)พ่อของแผ่นดินวันที่13 ตุลาลูกหลานร่ำไห้ทั่วแผ่นดิน

      อาจารย์สันติ  กล่าวถึงแรงบันดาลใจในการเขียนเพลง“พ่อของแผ่นดิน” ว่า นับตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม  2559 ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้จากพวกเราไป  ไม่มีวันไหนเลยที่พวกเราประชาชนชาวไทยไม่คิดถึงพระองค์ท่าน  ถึงแม้ความเป็นจริงแล้ว ยังไม่เคยเจอท่านเลยแม้สักครั้ง  แต่ความรู้สึกรักท่านล้นหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความจงรักภักดี

(เพลง)พ่อของแผ่นดินวันที่13 ตุลาลูกหลานร่ำไห้ทั่วแผ่นดิน

      “วันที่ 13 ตุลา เหมือนสายฟ้า ผ่าลงตรงกลางใจ วันที่พ่อหลวงจากไป ลูกหลานร่ำไห้ ทั่วทั้งผืนดิน”

      บทเพลงที่แต่งขึ้นต้องการจะสื่อว่า สัจธรรมของมนุษย์ก็เกิดแก่เจ็บตาย ทุกคนในโลกนี้ล้วนเข้าใจ แต่หัวใจคนไทยทุกคนรับไม่ได้ที่จะต้องสูญเสียพ่อหลวงอันเป็นที่รักไป

(เพลง)พ่อของแผ่นดินวันที่13 ตุลาลูกหลานร่ำไห้ทั่วแผ่นดิน

     “เติบโตบนแผ่นดินไทย จำความได้ก็เห็นรูปพ่อ  ท่านทรงงานหนัก  ไม่เคยย่อท้อ หวังให้ลูกพ่ออยู่ดีกินดี”

(เพลง)พ่อของแผ่นดินวันที่13 ตุลาลูกหลานร่ำไห้ทั่วแผ่นดิน

     บทเพลงนี้ จึงกลั่นออกมาจากดวงใจของลูกพ่อคนหนึ่ง  ซึ่งถือเป็นโอกาสสุดท้ายที่จะส่งเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 9 สู่สวรรคาลัย  อยากจะให้พ่อได้รู้ว่า ลูกคนนี้จะเดินตามรอยพ่อ ทำความดี อยู่อย่างพอเพียงและเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูกหลานและลูกศิษย์ ให้พ่อได้ภูมิใจตลอดไป

    ผลงานเพลง “พ่อของแผ่นดิน” โดย อาจารย์สันติ สิงห์สุ เผยแพร่ผ่านยูทูปแล้ว  วันนี้เป็นวันแรก

https://www.youtube.com/watch?v=caXtiKvOiko&feature=youtu.be

(เพลง)พ่อของแผ่นดินวันที่13 ตุลาลูกหลานร่ำไห้ทั่วแผ่นดิน(เพลง)พ่อของแผ่นดินวันที่13 ตุลาลูกหลานร่ำไห้ทั่วแผ่นดิน


บัตรปชช.ใบเดียวสมัครจิตอาสา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/297244

บัตรปชช.ใบเดียวสมัครจิตอาสา

บัตรปชชใบเดียวสมัครจิตอาสา, ประเภท, ระหว่าง, 18-31

ก.แรงงาน ร่วมสมัครจิตอาสาเฉพาะกิจงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ 7ื ประเภท ระหว่าง 18-31 ตค. นี้

นายอนุรักษ์ ทศรัตน์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน นำคณะผู้บริหารระดับสูง และข้าราชการกระทรวงแรงงาน สำนักงานปลัดกระทรวง กรมการจัดหางาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สมัครจิตอาสาเฉพาะกิจงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ณ สำนักงานเขตดินแดง เพื่อเป็นการรวมพลังความรักอันมีค่า รวมพลังน้ำใจ ของปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าที่จะน้อมถวายแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก่อนเสด็จสู่สวรรคาลัย
ทั้งนี้ ผู้ที่จะสมัครจิตอาสาเฉพาะกิจฯ ต้องนำหลักฐานการสมัครบัตร ประจำตัวประชาชน(ฉบับจริง)/ กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 7  ปี ที่ยังไม่มีบัตรประจำตัวประชาชนให้นำเอกสารหลักฐานที่ปรากฏเลขรหัสบัตรประจำตัวประชาชน เช่น สูติบัตรหรือทะเบียนบ้าน และสมุดบันทึกความดี ประชาชนจิตอาสา เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ (ถ้ามี)

โดยมีประเภทจิตอาสาเฉพาะกิจดังนี้ งานดอกไม้จันทน์ ปฏิบัติงานสนับสนุนเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องในเรื่องการจัดซุ้ม การแจก – การรับ การเชิญดอกไม้จันทน์ และช่วยจัดระเบียบแถวประชาชนในการเข้าแถวถวายดอกไม้จันทน์

งานด้านประชาสัมพันธ์ ช่วยประชาสัมพันธ์ให้บริการข้อมูล ( Information ) เกี่ยวกับงานในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ รวมถึงช่วยดูแลต้อนรับ/รับรอง ( Reception ) ประชาชน ณ จุดบริการต่างๆ งาน                         งานโยธา ปฏิบัติงานสนับสนุนเรื่องการจัดเตรียมสถานที่ ช่วยดูแลรักษาความสะอาด เรียบร้อยของสถานที่จัดงาน ให้มีความสวยงามและสมพระเกียรติ ทั้งก่อนระหว่างและหลังงานพระราชพิธี

งานขนส่งเพื่อความปลอดภัยของประชาชน ปฏิบัติงานสนับสนุนเรื่องงานรับส่ง ประชาชนด้วยยานพาหนะ เช่น รถยนต์ จักรยานยนตร์ เรือโดยสาร รถกอล์ฟไฟฟ้า รถพ่วง ฯลฯ

รวมถึงการอำนวยความสะดวกในเรื่องการแนะนำเส้นทางมายังพื้นที่จัดงาน งานบริการประชาชน ปฏิบัติงานสนับสนุนเรื่องการจัดหาและหรือการบริการอาหาร น้ำดื่ม การเตรียมร่ม เสื้อกันฝน และช่วยประสานงาน ดูแลความเรียบร้อยในพื้นพักคอยของประชาชน

งานแพทย์ ปฏิบัติงานสนับสนุนและช่วยอำนวยความสะดวกแก่แพทย์ พยาบาล รวมถึงช่วยอำนวยความสะดวกด้านการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ( First Aid ) และช่วยเหลือกู้ชีพ ( Basic Life Support ) ตลอดจนช่วยดูแลเรื่องเส้นทางฉุกเฉินสำหรับรถพยาบาลช่วยเหลือผู้ป่วย

งานรักษาความปลอดภัย ช่วยสอดส่อง สังเกต ระมัดระวังความปลอดภัยบุคคลและสถานที่ และแจ้งข้อมูลให้เจ้าพนักงานทราบ กรณีพบสิ่งผิดปกติ ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

และงานจราจร ปฏิบัติงานสนับสนุนและช่วยดูแลด้านการจราจรโดยรอบสถานที่จัดงาน อาทิ ดูแลการหยุดรถ จอดรถ การข้ามทางของประชาชน การแนะนำเส้นทาง การแจ้งอุบัติเหตุการจราจรให้แก่เจ้าพนักงานทราบ โดยห้วงเวลาการปฏิบัติงานของจิตอาสาเฉพาะกิจ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ระหว่างวันที่  18-31  ตุลาคม  2560

30กย.นี้สมัครจิตอาสาเพื่อพ่อ ขอทำดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/297259

30กย.นี้สมัครจิตอาสาเพื่อพ่อ ขอทำดี

จิตอาสาเฉพาะกิจ เพื่อพ่อ ขอทำดี, จิตอาสาเฉพาะกิจ เพื่อพ่อ ขอทำดี คุณภาพชีวิต คมชัดลึก, จิตอาสาเฉพาะกิจ, กันยา, ทุกวัน, สอบถาม, 1510, 1511

จิตอาสาเฉพาะกิจ สมัครถึง 30 กันยา ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ สอบถาม 1510 และ 1511

 

เด็กนักเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 6 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 2 (สพป.นศ.2) ร่วมใจสมัคร “จิตอาสาเฉพาะกิจ” งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ณ ที่ว่าการอำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยสมัครฝ่ายโยธา ดูแลด้านการจัดสถานที่ โต๊ะ – เก้าอี้ เนื่องจากฝ่ายนี้มีจำนวนผู้สมัครยังน้อยอยู่ และเป็นกิจกรรมที่นักเรียนสามารถทำได้อย่างเต็มความสามารถ เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9

30กย.นี้สมัครจิตอาสาเพื่อพ่อ ขอทำดี

ตัวแทนนักเรียนเล่าให้ฟังว่า แม้อายุยังน้อย แต่ก็ทันได้เห็นในหลวงรัชกาลที่ 9 ผ่านสื่อโทรทัศน์ ตั้งแต่เกิดมาก็เห็นผลงานของท่านแล้ว ถ้าท่านไม่ก่อตั้งโครงการต่าง ๆ มา หนูคงไม่ได้มาอยู่ตรงนี้ ดังนั้นหนูจะทำดีเพื่อเพื่อหลวง เป็นลูกที่ดี เป็นนักเรียนที่ดี และเป็นคนดีของสังคม ประเทศชาติตลอดไป

30กย.นี้สมัครจิตอาสาเพื่อพ่อ ขอทำดี 30กย.นี้สมัครจิตอาสาเพื่อพ่อ ขอทำดี

ทั้งนี้ ต่างจังหวัด สามารถรับสมัครได้ระหว่างวันที่ 1-30 กันยายน 2560 เวลา 8.00-16.00 น. ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ หากมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับจิตอาสาเฉพาะกิจ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1510 และ 1511 ไม่เว้นวันหยุดราชการ ซึ่งมีเบอร์ละ 10 คู่สาย ส่วนนอกเวลาราชการ ติดต่อหมายเลขโทรศัพท์ 1548

30กย.นี้สมัครจิตอาสาเพื่อพ่อ ขอทำดี 30กย.นี้สมัครจิตอาสาเพื่อพ่อ ขอทำดี


14ปีก็เป็น“ครู”ได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/297263

14ปีก็เป็น“ครู”ได้

เปิดโลกมุสลิม ตอน: สอนลูกให้เป็น ครูคุณภาพชีวิต คมชัดลึก สอนลูกให้เป็นครู, อะห์มัด, โต๊ะแออายุ

ด้วยความที่เติบโตมาในครอบครัวที่พ่อแม่เป็นครูผู้ให้ ชอบทำกิจกรรมช่วยเหลือสังคม ในวัย 14 ปีวันนี้ อะห์มัด โต๊ะแออายุ จึงทำหน้าเป็นครูภาษาอาหรับพื้นเมืองอียิปต์

       เป็นเรื่องที่น่าดีใจ และน่าสนับสนุน เมื่อได้เห็นภาพของการทำกิจกรรมพิเศษของอาจารย์ กศน.ไคโร ซึ่งเป็นโครงการที่ทำด้วยใจไม่มีค่าตอบแทนใดๆทั้งสิ้น แต่เป็นโครงการเพื่อแบ่งปันความรู้ให้กับพี่ๆ น้องๆนักศึกษาที่ศึกษาอยู่ในประเทศอียิปต์ และเพื่อสร้างความสนใจให้นักศึกษามาสมัครเรียน กศน.กันให้มากขึ้นนั่นก็คือ โครงการสอนภาษาอาหรับพื้นเมืองอียิปต์ ซึ่งทำการสอนโดย เด็กชายอะห์มัด โต๊ะแอ

14ปีก็เป็น“ครู”ได้

     อะห์มัด โต๊ะแออายุ 14 ปีศึกษาอยู่ที่โรงเรียน อัล- ชีบีนี อัล – อัซฮัร ( ฮัย-ซาดิส) ประเทศอียิปต์ ในระดับมัธยมศึกษา ส่วนด้านสามัญ กศน. ม.ปลาย เทอมสุดท้าย อะห์มัด มีความสามารถในด้านภาษา คือ ภาษาไทย ภาษาอาหรับ และภาษาอังกฤษ ซึ่งเนื่องจากอะห์หมัด คลอดและโตที่อียิปต์พร้อมทั้งเข้ารับการศึกษาตั้งแต่ชั้นอนุบาลที่อียิปต์ ในส่วนภาษาอังกฤษปัจจุบันเรียนจบไปแล้วจากสถาบันสอนภาษาอังกฤษกลอบอล และ เรียลซอฟเฮ้าส ตอนนี้กำลังศึกษาอยู่ในระดับ 10 ที่สถาบันไบร์ทมายด์

14ปีก็เป็น“ครู”ได้

      และที่พิเศษไปกว่านั้นคือ น้องอะห์มัด สามารถท่องจำพระมหาคัมภีร์อัลกุรอ่านได้ทั้งเล่ม ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะ ไม่ได้เข้ารับการศึกษาจากสถาบันใดในเรื่องนี้มาก่อน ทั้งหมดพื้นฐานของภาษาและการเรียนรู้ เริ่มต้นที่พ่อแม่ทั้งสองคนที่ช่วยกันสอนลูกชายเพียงคนเดียว

14ปีก็เป็น“ครู”ได้

      เขาไม่เคยไปเรียนพิเศษเหมือนกับเด็กอาหรับอื่นๆทั่วไป ไม่เคยไปทานอาหารนอกบ้านกับเพื่อนๆในรุ่นเดียวกัน ไอาหารเช้าทานที่บ้านก่อนไปเรียนและกลับมาทานอาหารเย็นพร้อมหน้ากับพ่อแม่ที่บ้านเช่าหลังเล็กๆในฮัยซาเบี๊ยะ ได้รับการอบรมบ่มนิสัยจากพ่อ คือ อาจารย์อับดุลฮาลีม ครูกศน. และแม่ ว่าที่ ดร. อัลอัซฮัร -ไพเราะ เจ๊ะหมัด  ที่ช่วยเหลือสังคมอยู่เสมอ อะห์หมัด จึงเติบโตมาในรูปแบบการสองแบบอิสลามอย่างละเอียด

14ปีก็เป็น“ครู”ได้

     “ความสุขไม่ใช่ความความร่ำรวยในการมีเงินทอง มีชื่อเสียง อำนาจและบารมี หากแต่เกิดขึ้นที่ความพอเพียงและเพียงพอโดยเริ่มจากคนในครอบครัว พ่อแม่ลูก ที่เข้าใจซึ่งกันและกัน การอยู่ด้วยกันทุกวันยิ่งทำให้ความรักเพิ่มมากขึ้น ดูแลกันมากขึ้น สิ่งรอบกายจึงเป็นแค่เรื่องรอง มองก็แค่ผ่านไปไมได้มีความอยาก ไม่ได้มีความเพ้อฝัน จนมองตัวเองด้อยค่า ไร้ราคาของความเป็นคนและความสุขที่ควรมี” อาจารย์ อับดุลฮาลีม โต๊แอ กล่าว

14ปีก็เป็น“ครู”ได้

     อาจารย์อับดุลฮาลีม เล่าว่าเลี้ยงลูกชายแบบสมถะ ชีวิตติดดิน รู้จักแบ่งปันให้กับผู้อื่น รู้จักช่วยสังคม อะห์หมัด เติบโตมากับกองหนังสือ เนื่องจากเป็นครูสอน กศน. และภรรยาก็เป็นนักศึกษา ลูกจึงชอบเปิดหนังสืออยู่เสมอและชีวิตครอบครัวก็ไม่เคยทอดทิ้งกันไปไหน บ้านก็ไม่ใหญ่ไม่มีห้องทำให้ดูแลกันทั่วถึงตั้งแต่เล็กจนโต อะห์มัดจะตามไป ที่ศูนย์ กศน.เสมอและอยู่จนปิดที่ทำการ

14ปีก็เป็น“ครู”ได้

     อะห์หมัด พูดภาษาอาหรับเก่ง เนื่องจากไปเรียนรวมกับเด็กอาหรับที่โรงเรียน จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้เริ่มเป็นครูสอนตั้งแต่อายุ 10 ขวบ ด้วยการให้ออกไปอ่าน และพูดภาษาอาหรับให้พี่ๆฟัง และพูดตาม ซึ่งจุดเริ่มต้นในวันนั้นทำให้ต่อยอดมาจนถึงทุกวันนี้ ไม่ได้สอนให้ลูกขอเงินหรือนำวิชาไปค้าขาย แต่สอนให้ลูกรู้จักนำวิชาที่ติดตัวมาสอนให้กับผู้อื่นด้วยความบริสุทธิ์ใจ

    แม้ว่าการเป็นครู กศน.มาหลายปี มีกิจกรรมมากมาย ก็รู้สึกมีความสุขและมองข้ามสิ่งนั้นไป เพราะกำไรชีวิตที่ได้คือ มีลูกชายที่มาเติมเต็มชีวิตของครอบครัวให้ดีขึ้นและเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญที่มาทำประโยชน์ให้กับสังคมนักศึกษาโดยการเป็นครูอาสาในกิจกรรมต่างๆร่วมกับพ่อแม่และครูท่านอื่นๆทำให้กิจกรรมของ กศน.มีความหลากหลายขึ้น

14ปีก็เป็น“ครู”ได้

     ปัจจุบันนี้มีโครงการ(พิเศษ) 2 โครงการ คือโครงการ วิธีการสอนอัลกุรอ่าน ทุกวันศุกร์ สอนโดย ว่าที่ ดร.ไพเราะ เจ๊ะหมัด โครงการช่วยน้องใหม่ สอนภาษาอามมียะห์ ทุกวันเสาร์ ด.ช.อะห์หมัด และอาจารย์อาลีม ซึ่งแต่ละโครงการมีนักศึกษาเข้าร่วมมากมาย และทุกโครงการที่ทำไม่มีค่าใช้จ่ายและไม่มีงบประมาณตอบแทนใดๆทั้งสิ้นทำด้วยใจรัก ปัจจุบัน นักศึกษา กศน. มี 113 คน มีสอน 3 ระดับ ระดับประถมมีนักศึกษา 14 คน มัธยมต้น 19คน และมัธยมปลาย 80 คน

14ปีก็เป็น“ครู”ได้

      “ตราบใดที่ชีวิตนี้ยังมีและยังอยู่ในประเทศอียิปต์ จะไม่ทิ้ง กศน.และไม่เคยคิดจะทิ้ง เพราะ มีความสุขที่ได้สอนน้องๆลูกๆ หลานๆ และได้เห็นพวกเขาเหล่านี้เป็นคนดีของสังคม นำความรู้ไปใช้ถูกที ถูกทางและสร้างอนาคตที่ดีให้กับตัวเอง”อาจารย์ อับดุลฮาลีม โต๊แอ กล่าวทิ้งท้าย

21 ปีถวายงาน“ในหลวง ร.9 ”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/297191

21 ปีถวายงาน“ในหลวง ร.9 ”

21 ปีถวายงานในหลวง ร9 นพประดิษฐ์ ปัญจวีณิน, ในหลวง ร9, กตัญญู, ในหลวง ร9 , ปัญจวีณิน

21 ปีถวายงาน“ในหลวง ร.9 ”นพ.ประดิษฐ์ ปัญจวีณิน ผู้เคยถวายงานเข็นพระเก้าอี้เลื่อนให้ในหลวง ร.9 เป็นผู้ประคองพระบรมโกศในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ

        เมื่อวานนี้ นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ให้สัมภาษณ์หลังเป็นประธานในการบรรยายพิเศษเนื่องในงาน “ศิระกรานพระภูบาลนวมินทร์” ว่า วันที่ 26 ตค.ตนและรศ.นพ.ประดิษฐ์ ขอเป็นตัวแทนมือคนไทยทั้ง 68 ล้านคู่ประคองประคองพระบรมโกศ ในงานพระราชพิธี พระราชทานเพลิงพระศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดชแทนคนหัวใจไทยทุกดวง ส่งเสด็จสู่สวรรคาลัยเป็นครั้งสุดท้าย

21 ปีถวายงาน“ในหลวง ร.9 ”

     ศ.นพ.ประสิทธิ์ ปัจจุบันเป็นคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล จบการศึกษา วิทยาศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยม) ม.มหิดล แพทยศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยม) คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล ดุษฎีบัณฑิต สาขาศัลยศาสตร์ มหาวิทยาลัยลอนดอน สหราชอาณาจักร           ประสบการณ์ทำงานที่ผ่านมา เคยเป็นรองอธิการบดีฝ่ายทรัพยากรบุคคลและพัฒนาคุณภาพ ม.มหิดล ผอ.รพ.ศิริราช รองคณบดีฝ่ายทรัพยากรบุคคล คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล เป็นต้น

21 ปีถวายงาน“ในหลวง ร.9 ”

    ก่อนหน้านี้ เพจเฟซบุ๊ก มเหนทรบรรพต ได้เผยแพร่ภาพความคืบหน้าพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีภาพ รศ.นพ.ประดิษฐ์ ปัญจวีณิน และ ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา ขณะกำลังทำพิธีฝึกซ้อมในตำแหน่งผู้ประคองพระบรมโกศในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  21 ปีถวายงาน“ในหลวง ร.9 ”

    ทั้งนี้รศ.นพ.ประดิษฐ์ มีโอกาสได้รับใช้พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่ปี 2538 ในฐานะแพทย์เวรประจำ และทำหน้าที่ทีมถวายการรักษาพระหทัยของพระองค์ท่าน

      ซึ่งรศ.นพ.ประดิษฐ์เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า การได้รับใช้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถือเป็นโชคดีที่สุดของชีวิต และไม่ได้มาด้วยความบังเอิญ หากแต่มาด้วยความกตัญญู ตั้งแต่ปี 2538 หรือเมื่อกว่า 21 ปีมาแล้วในฐานะแพทย์เวรประจำ และทำหน้าที่ทีมถวายการรักษาพระหทัยของพระองค์ท่าน เป็นผู้ถวายงานเข็นพระเก้าอี้เลื่อนทุกครั้งที่เสด็จลงจากที่ประทับโรงพยาบาลศิริราชเรื่อยมา

21 ปีถวายงาน“ในหลวง ร.9 ”

     รศ.นพ.ประดิษฐ์ เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า ความ“ความกตัญญู”นั่นที่มา…มีอาจารย์ของ หมอประดิษฐ์ หาทุนให้ไปเรียนเฉพาะทางหัวใจที่มหาวิทยาลัยที่กลาสโกลว์ สกอตแลนด์ซึ่งเป็นโรงเรียนแพทย์ชั้นนำของโลกใช้เวลาทั้งหมด 5 ปี”แต่ไม่ไปเพราะต้องดูแลคุณแม่เริ่มไม่สบาย อายุมากกว่า 80 ปี

     ต่อมามีอาจารย์ของคุณหมอประดิษฐ์ อีกคนชวนให้ไปเรียนในสาขาเฉพาะทางการทำหัตถการปฏิบัติสายสวนโรคหัวใจและหลอดเลือด ณ Green Lane Hospital ประเทศนิวซีแลนด์โดยใช้เวลาแค่ 1 ปีครึ่ง จึงตัดสินใจไป เพราะใช้เวลาไม่นาน

     พอกลับเมืองไทยเดือน พ.ย. 2537 ปรากฏว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงมีปัญหาเกี่ยวกับพระหทัย (หัวใจ)ก็มีโอกาสได้ถวายงานรับใช้ 6 เดือนหลังจากนั้น ก็มีพระบรมราชโองการให้เป็นแพทย์เวรประจำ ตั้งแต่ปี 2538”“

     รศ.นพ.ประดิษฐ์ เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่าเรื่องนี้ บอกได้แค่ว่า ชีวิตหนึ่งมีโอกาสเลือก เพราะฉะนั้นเลือกให้ดีๆ.วันนั้น ถ้าเลือกไปอยู่สกอตแลนด์ ก็ไม่มีสิทธิได้รับใช้ท่าน.แต่ผมเลือกแม่ผม ก็เลยได้รับโอกาสนี้”

21 ปีถวายงาน“ในหลวง ร.9 ”

      ส่วนความรู้สึกในการรับใช้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ นั้น รศ.นพ.ประดิษฐ์ บอกว่าพระองค์ท่านใช้ชีวิตเหมือนคนปกไม่เคยฟุ้งเฟ้อเลยแล้วท่านนึกถึงประชาชนเยอะมากยาสีฟัน น้ำหอม เสื้อผ้า ท่านใช้เหมือนคนปกติท่านเป็นคนสมถะ ทานอาหาร (เสวย) ก็เป็นอาหารธรรมดาหาพระมหากษัตริย์ที่ไหนไม่ได้แล้วในโลกนี้….”

     “พระองค์ท่านชอบพูดอยู่อย่างหนึ่ง คือ ‘เวลาเรียนให้เป็นเล่น เวลาเล่นให้เป็นเรียน’เช่น เรื่องน้ำ เด็กๆ ท่านทำเขื่อน ก็เรียนรู้จากตรงนั้น จนท่านมีความเชี่ยวชาญเรื่องน้ำนี่คือเล่นให้เป็นเรียน พยายามเรียนให้สนุกโชคดีที่คนไทยมีท่าน ได้เรียนรู้จากท่านสุดยอดแล้วผมอยู่ใกล้ท่าน ผมได้เรียนรู้สิ่งที่ดีจากท่านมาเยอะมากแค่นี้พอแล้วชีวิตผม….”

21 ปีถวายงาน“ในหลวง ร.9 ”

รศ.นพ.ประดิษฐ์ ปัญจวีณิน

ขอบคุณข้อมูล ..เว็บไซต์http://www.whitemktstore.com/

ขอบคุณ ..ภาพจากเฟซบุ๊กมเหนทรบรรพต

(คลิป)”หมอประสิทธิ์”ขอเป็นตัวแทนมือ 68ล้านคู่ประคองพระบรมโกศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/297097

(คลิป)”หมอประสิทธิ์”ขอเป็นตัวแทนมือ 68ล้านคู่ประคองพระบรมโกศ

 

ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา- รศ.นพ.ประดิษฐ์ ปัญจวีณิน ขอเป็นตัวแทนมือคนไทย 68 ล้านคู่ประคองพระบรมโกศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช

 

ก่อนหน้านี้ เพจมเหนทรบรรพต เผยแพร่ภาพพิธีฝึกซ้อมประคองพระบรมโกศ ในงานพระราชพิธี พระราชทานเพลิงพระศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช โดยมี ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา  คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราช และ รศ.นพ.ประดิษฐ์ ปัญจวีณิน ผอ.รพ. รพ.ศิริราชปิยมหาราชการุณย์  เป็นผู้ประคองพระบรมโกศ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช

(คลิป)"หมอประสิทธิ์"ขอเป็นตัวแทนมือ 68ล้านคู่ประคองพระบรมโกศ

(คลิป)"หมอประสิทธิ์"ขอเป็นตัวแทนมือ 68ล้านคู่ประคองพระบรมโกศ                   (คลิป)"หมอประสิทธิ์"ขอเป็นตัวแทนมือ 68ล้านคู่ประคองพระบรมโกศ

ศ.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวว่าวันที่ 26 ตค.ตนและ รศ.นพ.ประดิษฐ์  ขอเป็นตัวแทนมือคนไทยทั้ง 68 ล้านคู่ประคอง ประคองพระบรมโกศ ในงานพระราชพิธี พระราชทานเพลิงพระศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดชแทนคนหัวใจไทยทุกดวง ก่อนส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย

cr.ขอบคุณภาพเพจมเหนทรบรรพต

(คลิป)ครูเกษียณหมด-นร.ไม่มีครู ผอ.ต้องทำยังไง??

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/297080

(คลิป)ครูเกษียณหมด-นร.ไม่มีครู ผอ.ต้องทำยังไง??

 

ได้คำตอบแล้ว หลังโชเชียลแชร์ข่าว โรงเรียนขนาดเล็กเมืองสองแคววิกฤต ครูเกษียณพร้อมกัน 4 คน เหลือผอ.คนเดียว วอนครูจิตอาสามาช่วยสอน ติดตามได้กับ “คมชัดลึกออนไลน์”

      หลายคนมีคำถามว่า ผู้บริหารปล่อยให้โรงเรียนขาดครูได้ยังไง ไม่รู้หรือว่าจะมีครูเกษียณแล้ว เด็กๆจะอยู่ยังไง  “ทีมข่าวคุณภาพชีวิตคมชัดลึก” ได้สอบถามไปยัง นายปรีชา ตุนาโป่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนประชาสามัคคี ได้ความว่า ..

(คลิป)ครูเกษียณหมด-นร.ไม่มีครู ผอ.ต้องทำยังไง??

     สิ้นเดือนกันยายนนี้ จะมีครูเกษียณอายุราชการ 4 คน เหลือเพียง ผอ.คนเดียว จึงได้โพสต์ในโซเซียลขอความช่วยเหลือครูจิตอาสา มาช่วยสอนหนังสือให้แก่นักเรียนระหว่างรอคำสั่งจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งอยู่ในขั้นตอนของทางราชการรอการคืนอัตรา ซึ่งต้องใช้เวลารอประมาณ 1-2 เดือน

(คลิป)ครูเกษียณหมด-นร.ไม่มีครู ผอ.ต้องทำยังไง??

(คลิป)ครูเกษียณหมด-นร.ไม่มีครู ผอ.ต้องทำยังไง??

      “เรารอไม่ได้ ระหว่างนี้ที่ยังไม่มีการคืนอัตรามาให้ เราจะไม่มีครูสอนหนังสือเด็กนักเรียน โครงการครูอาสา จะช่วยแก้ปัญหาได้ ซึ่งหลังจากที่มีการเผยแพร่ข้อมูลไปมีจิตอาสาสนใจร่วม 10 คนจะได้จัดตารางเรียนสอน โดยยึดตามความสะดวกของจิตอาสาเป็นหลัก หมุนเวียนกันมาสอนตามถนัดและจะทำไปเรื่่อยๆให้ครบตลอดทั้งเทอม ” ผู้อำนวยการโรงเรียนประชาสามัคคี อธิบาย

(คลิป)ครูเกษียณหมด-นร.ไม่มีครู ผอ.ต้องทำยังไง??

    โรงเรียนแห่งนี้เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก  ใน ต.ท่าช้าง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก มีนักเรียนทั้งหมด 51 คนนายปรีชา ได้รายงานให้สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 3ได้ครูที่จะบรรจุใหม่1 อัตรา และขณะนี้โรงเรียนได้จ้างเอง อีก 1 ตำแหน่ง เพื่อให้มาช่วยสอนเป็นการเบื้องต้น โดยใช้งบประมาณของโรงเรียนมาจ้างสอน แต่ก็ยังไม่เพียงพอเพราะโรงเรียนต้องใช้คุณครู จำนวน 6 คนเพื่อสอนนักเรียน ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล 1 ถึงระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

(คลิป)ครูเกษียณหมด-นร.ไม่มีครู ผอ.ต้องทำยังไง??

       เขากำลังปรับปรุงวิธีการบริหารจัดการด้านการจัดการเรียนการสอนท่ามกลางความขาดแคลนโดยใช้นวัตกรรม ซึ่งกำลังทดลองใช้ได้ผลแล้วเรื่องหนึ่ง คือครูทหารจิตอาสา ซึ่งมีภารกิจคร่าวๆดังนี้ 1 .ฝึกระเบียบวินัยเบื้องต้น 2.ให้ความรู้ศาสตร์พระราชา 3.สร้างความดีด้วยจิตอาสา 4.ผู้ช่วยครู

(คลิป)ครูเกษียณหมด-นร.ไม่มีครู ผอ.ต้องทำยังไง??

     ส่วนครูพระ มี 4 ภารกิจ คือ 1.ผู้ช่วยครู 2.ฝึกมารยาทความอ่อนน้อมถ่อมตน 3.สวดมนต์เพื่อสร้างสมาธิสูปัญญา 4.ฝึกศาสนพิธีเบื้องต้น

     นอกจากนี้ยังมี ครูฝึกประสบการณ์ มี 4 ภารกิจ 1.เป็นเครือข่ายโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏ 2.ฝึกสอนตามกลุ่มสาระ 3.ร่วมจัดกิจกรรมทางวิชาการกับโรงเรียน 4.ฝึกอบรมบุคลากรให้โรงเรียน

    ส่วนครูภูมิปัญญา มี 4ภารกิจ 1.ผู้ช่วยครู 2.ถ่ายทอดประสบการณ์ 3.สร้างจิตสำนึกรักมาตุภูมิ 4.ทำความดีด้วยจิตอาสา

(คลิป)ครูเกษียณหมด-นร.ไม่มีครู ผอ.ต้องทำยังไง??

      นายปรีชา เดิมเป็นคนอุตรดิตถ์ อำเภอลับแล ลูกพระยาพิชัยดาบหักมาบรรจุเป็นครูปี 2523 ครูใหญ่ปี2530 ผอ.โรงเรียน 2546 เขาจะเกษียณอายุราชการ ปี 2562 เวลาที่เหลือจะอุทิศเวลาตอบแทนคุณในหลวงคุณแผ่นดินเกิด โดยใช้ทุนในพื้นที่มาแก้ปัญหาครูไม่ครบชั้น และยกย่องภูมิปัญญา เป็นเวทีให้ราชการหรือใครก็ได้ได้มาเพิ่มคุณค่าทางประสบการณ์ มีกิจกรรมชีวิตจะได้ดีขึ้น

(คลิป)ครูเกษียณหมด-นร.ไม่มีครู ผอ.ต้องทำยังไง??

       “ถ้าทำได้ทั้งหมดตามรูปแบบการบริหารจัดการด้านการจัดการเรียนการสอนท่ามกลางความขาดแคลนโดยใช้นวัตกรรม ที่กำลังทำอยู่นี้ไม่แน่นักว่า จะเป็นโมเดลที่ทั่วประเทศนำไปใช้เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนครูได้ เพราะ จิตอาสา ผู้รู้ที่มีความเชี่ยวชาญ มีเต็มไปหมด แต่โรงเรียนต้องเปิดพื้นที่ให้พวกเขาเหล่านี้ได้มีโอกาสในการถ่ายทอดองค์ความรู้ ที่โพสต์ข้อมูลขอจิตอาสาไม่ได้มีเจตนาใดๆเพียงแค่ต้องการสื่อสารกับสังคมเท่านั้น” ผู้อำนวยการโรงเรียนประชาสามัคคี กล่าว

(คลิป)ครูเกษียณหมด-นร.ไม่มีครู ผอ.ต้องทำยังไง??

        ที่สำคัญผู้บริหารโรงเรียนควรจะคิดนอกกรอบใช้ทุนในพื้นที่มาบริหารจัดการการศึกษา ยกย่องและนำเอาภูมิปัญญามายกย่องมาสอนเยาวชนคนไทยให้เกิดความคิดเกิดทักษะด้วยความเชี่ยวชาญของเขาไม่ใช่เอาแต่ทฤษฎีจากนักวิชาการมาสอนแต่ไม่เคยลงมือทำ จิตอาสา ครูภูมิปัญญาต้องการถ่ายทอดให้กับอนุชนคนรุ่นหลังสอบถามได้ที่โรงเรียนประชาสามัคคี หมู่5ตำบลท่าช้าง อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก หรือติดต่อ ผอ.ปรีชา ตุนาโป่ง โทร 089-703- 9531

(คลิป)ครูเกษียณหมด-นร.ไม่มีครู ผอ.ต้องทำยังไง??

     ขณะที่ นายอุดม สายโท รักษาการผู้อำนวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 3  อธิบายว่า สำนักงานเขตพื้นที่รับทราบมาโดยตลอดว่าจะมีครูเกษียณ และได้แก้ไขปัญหาให้โรงเรียนแห่งนี้แล้ว โดยเกลี่ยอัตราครูคืนถิ่นให้ 1 อัตรา พนักงานราชการ 1 อัตราและจ้างครูรายเดือนแก้ปัญหาสถานศึกษาขาดแคลนครูขั้นวิกฤตอีก 1  รวมทั้งหมดเป็น 3 อัตรา โดยไม่ต้องรอคืนอัตราเกษียณและทั้งหมดนี้จะพร้อมปฏิบัติหน้าที่ในวันที่ 2 ตุลาคมนี้อย่างแน่นอน

(คลิป)ครูเกษียณหมด-นร.ไม่มีครู ผอ.ต้องทำยังไง??

     ที่ผ่านมาเขตได้มีการประชุมกับนายกสมาคมผู้และผู้บริหารแต่ละอำเภอ และได้มีการแจ้งความคืบหน้าในการดำเนินการมาโดยตลอดและล่าสุดได้แจ้งให้ผอ.ผู้อำนวยการโรงเรียนประชาสามัคคี รับทราบแล้ว

     ซึ่งจริงๆแล้วในพื้นที่มีโรงเรียนขนาดเล็ก 3 แห่งที่อยู่ในโครงการที่ให้เรียนร่วมกันคือ โรงเรียนประชาสามัคครีมีนักเรียน 51 คน และอีก 2 โรงมีนักเรียน 20 กว่าคือโรงเรียนวัดหนองหม้อแกง และโรงเรียนราษฎร์บำรุง ซึ่งที่ผ่านมามีการทำประชาคมเพื่อใช้สถานที่เรียนร่วมกันแต่ไม่ได้รับมติเอกฉันท์จากผู้ปกครองในพื้นที่ จึงต้องแก้ปัญหาตามสภาพของโรงเรียนแต่ละแห่งไปตามความเหมาะสม

(คลิป)ครูเกษียณหมด-นร.ไม่มีครู ผอ.ต้องทำยังไง??

      “ยืนยันว่า เขตไม่ได้นิ่งนอน มีการเปิดสอบพนักงานราชการ ครูวิกฤติ และเกลี่ยอัตรากำลัง ซึ่งดำเนินการมาแล้ว 2-3  เดือนเพื่อให้ได้มีครูสอนทดแทนอัตราที่เกษียณ” รักษาการผู้อำนวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 3  กล่าว

(คลิป)ครูเกษียณหมด-นร.ไม่มีครู ผอ.ต้องทำยังไง??