เกษียณอย่างไรให้มีความสุข

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/296926

 เกษียณอย่างไรให้มีความสุข

เกษียณสร้างสุข, 3สิ่งสร้างสุขวันเกษียณ, 3 สร้าง, ครับค่ะ, กรมสุขภาพจิต, วัยเกษียณ, สร้าง, ลูกหลาน

กรมสุขภาพจิต แนะ วัยเกษียณ ใช้ “3 สร้าง” ชวน ลูกหลาน “ครับ/ค่ะ”ช่วยสร้างสุข

      นาวาอากาศตรี นายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ทุกวันที่ 1 ตุลาคม   เป็นวันผู้สูงอายุสากล และถือว่าเป็นวันเริ่มต้นชีวิตใหม่ของผู้เกษียณอายุ ซึ่งขอให้มองว่า เกษียณแล้วใช่ว่าจะกลาย      เป็นคนชราไปทันที ให้ถือเป็นโอกาสที่จะได้ทำสิ่งใหม่ๆ หรือสิ่งที่อยากทํา ได้มีเวลาอยู่กับครอบครัว อยู่กับตัวเองมากขึ้น ที่สำคัญเป็นช่วงเวลาของการสร้างสรรค์สิ่งดีงามและคุณค่าให้กับสังคมได้

อย่างไรก็ตาม เมื่อเกษียณอายุ หากไม่สามารถปรับตัว ปรับใจ หรือไม่ได้มีการเตรียมความพร้อมมาก่อน อาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพจิตขึ้นได้ เนื่องจาก การเกษียณอายุ เป็นเหมือนการเปลี่ยนแปลงชีวิตแบบเฉียบพลัน ทุกวันจันทร์เคยต้องไปทำงาน แต่ไม่ต้องไปแล้ว ทำให้เกิดผลกระทบต่อจิตใจ

สิ่งที่กระทบแน่ๆ คือ เรื่องรายได้ ที่อาจเป็นส่วนหนึ่งทำให้เกิดความเครียด กับอีกส่วนหนึ่งคือการเปลี่ยนสถานภาพทางสังคม จากบุคคลที่เคยมีบทบาทหน้าที่ มีคนเคารพยกย่อง พอเกษียณตำแหน่งเหล่านั้นไม่มี กลายเป็นเพียงคนธรรมดา เมื่อไม่มีการเตรียมความพร้อม ปรับตัวไมได้ ย่อมทำให้ยิ่งรู้สึกว่าภาพลักษณ์ของตัวเองแย่ลง บางคนจึงอาจมีภาวะซึมเศร้าเกิดขึ้น

ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีการเตรียมความพร้อม ต้องยอมรับ ไม่ยึดติด อย่าคิดว่าจะเป็นแบบนี้ตลอดไป ทำตัวเองให้เป็นคนที่น่ารัก น่าเคารพ ถึงแม้ไม่ได้มีตำแหน่งอะไรแล้วก็ยังสามารถเป็นพี่ให้กับน้องๆ ได้เสมอ เป็นต้น

อธิบดีกรมสุขภาพจิต ได้แนะแนวทางสร้างสุขสำหรับวัยเกษียณ ด้วยหลัก 3 สร้าง ได้แก่ 1.สร้างคุณค่าให้กับตัวเอง ทำสิ่งดีๆ ให้กับตัวเองและผู้อื่น ไม่เปรียบเทียบตัวเองกับผู้อื่น ทำความสำเร็จเล็กๆ ให้ได้ในแต่ละวัน และมีความสุขกับสิ่งที่ทำ

2.สร้างสุขภาพกายและใจให้ตนเอง ใส่ใจเรื่องอาหารการกิน หมั่นตรวจสุขภาพประจำปี ฝึกจิต ฝึกสมาธิ ทำจิตใจให้สดใส เมื่อใดรู้สึกหดหู่ เหงา เศร้า ไม่สดชื่น ต้องรู้ตัว รีบปรับตัว อยู่กับคนที่รัก ไปพบเพื่อนฝูง พูดคุยปรึกษาปัญหา ทำกิจกรรมที่ชอบ ช่วยเหลือผู้อื่น ถ้าทำทุกอย่างแล้วไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาจิตแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ

และ  3. สร้างกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งกิจกรรมในบ้านและนอกบ้าน จะทำคนเดียวหรือเป็นกลุ่มก็ได้ เช่น งานบ้าน งานสวน เข้าชมรม เล่นกีฬา ออกกำลังกาย ตามความชอบความพอใจ รสนิยม และบริบทการใช้ชีวิต เพื่อให้สมองได้ถูกใช้งาน เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ลูกหลานและคนรอบข้างก็ต้องปรับตัว ปรับใจ และช่วยกันทำให้ผู้เกษียณมีความสุข รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า สร้างความเชื่อมั่นให้กับท่าน ไม่ทำให้ท่านรู้สึกว่าเป็นภาระของสังคม

แต่เป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญที่สามารถช่วยสร้างสรรค์สิ่งดีงามให้เกิดขึ้นได้ ควรให้ความเคารพยกย่อง เชื่อฟังในสิ่งที่ท่านอบรมสั่งสอน ให้ท่านมีโอกาสทำในสิ่งที่ต้องการ ไม่ทอดทิ้งให้อยู่ลำพัง พาไปทำกิจกรรม หรือพาไปเที่ยวบ้างตามโอกาส

“ทั้งนี้ เวลาสื่อสารกับท่าน ก็ควรใช้ภาษา “ครับ” หรือ  “ค่ะ”  โดยหลีกเลี่ยงคำว่า “ไม่ได้หรอกครับ/ไม่ได้หรอกค่ะ” ตลอดจน เวลาท่านสอนหรือพูดบ่น ก็ควรฟัง อย่าหนีไปไหน และเห็นด้วยกับท่านบ้าง เพียงเท่านี้ก็ทำให้วัยเกษียณสุขทั้งกายสุขทั้งใจแล้ว” อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าว

5 หนุ่มเน็ตไอดอลม.รังสิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/296838

5 หนุ่มเน็ตไอดอลม.รังสิต

มารู้จัก, เน็ตไอดอลฉบับมรังสิต

ยุคนี้ พ.ศ.นี้ เห็นใครๆก็เป็นเน็ตไอดอลเต็มไปหมดเลย ที่มหาวิทยาลัยรังสิตก็มีนะ ทั้งเก่ง มีความสามารถ มีความประพฤติดี สรุปคือดีในหลายๆ ด้านนั่นแหละ จนต้องขอยกให้

 

ทั้ง 5 คนนี้ไม่ใช่ใครเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 5 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ที่ต้องบอกเลยว่าความรู้ความสามารถไม่ธรรมดา เรียนดี เรียนเก่ง แถมยังหน้าตาดีมีสไตล์อีกด้วย ความลงตัวแบบนี้ใครเห็นก็ชื่นชม รวมถึงอาจารย์ประจำคณะยังเอ่ยปากชมเลยทีเดียว มีใครกันบ้าง..มารู้จักันดีกว่า

คนแรกหนุ่มหน้าใสสไตล์โอปป้า พี่บิว -วรพงษ์ พัฒนไพบูลย์ นักศึกษาชั้นปีที่ 5 คณะสถาปัตยกรรมศาตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เกรดเฉลี่ย 3.86 ว่าที่สถาปนิกที่มีสไตล์เป็นของตัวเองทั้งรูปแบบการใช้ชีวิตรูปแบบการทำงาน มีความฝันอยากตั้งหลักชีวิตให้มั่นคงก่อนอายุ 30 ปี

5 หนุ่มเน็ตไอดอลม.รังสิต

พี่บิว -วรพงษ์ พัฒนไพบูลย์

เคล็ดลับการเรียนดี คือ มีคอนเซ็ปต์ (Concept) ให้กับการเรียน แบ่งเวลา Learn + Play ให้ชัดเจนไปเลย เวลาเรียนก็ตั้งใจให้สุด เวลาเล่นก็เล่นให้สุด และทั้งสองคอนเซ็ปต์ต้องเก็บประสบการณ์ไว้เป็นความรู้รอบตัวเพื่อต่อยอดความคิดสร้างสรรค์มาใช้กับชีวิตจริงในการทำงาน

คนที่สอง สิรวิชญ์ ตันฑวรักษ์ หรือ แบงค์ นักศึกษาชั้นปีที่ 5 คณะสถาปัตยกรรมศาตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เกรดเฉลี่ย 3.63 หนุ่มมาดเข้มคนนี้มีความฝันอยากมีบ้านที่ตัวเองเป็นคนออกแบบ และอยากเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ประเภทโรงแรม จึงตัดสินใจเรียนคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์อย่างไม่ลังเล สำหรับว่าที่สถาปนิกคนนี้มีแรงบันดาลใจที่ทำให้ขยัน ตั้งใจเรียน เพราะอยากพิสูจน์ตัวเองให้กับครอบครัวได้เห็นความสามารถ เห็นศักยภาพความตั้งใจ

5 หนุ่มเน็ตไอดอลม.รังสิต

สิรวิชญ์ ตันฑวรักษ์ หรือ แบงค์

คนที่สาม เชน ชานันท์ ทรัพย์เครือญาติ นักศึกษาชั้นปีที่ 5 คณะสถาปัตยกรรมศาตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เกรดเฉลี่ย 3.51 มีแรงบันดาลใจที่ทำให้ตั้งใจเรียนเพราะไม่อยากลำบากในอนาคต มีคติพจน์ในใจที่ว่า “ถ้าไม่ขยันก็ไม่สามารถใช้ชีวิตตามที่ต้องการได้ ฉะนั้นต้องมุ่งมั่นทำตามความฝันและประสบความสำเร็จในอาชีพการงาน สามารถเลี้ยงดูพ่อแม่ให้มีความสุขได้ และสานต่องานธุรกิจส่วนตัวของครอบครัวให้คงอยู่ควบคู่กับการเป็นสถาปนิกที่ดีมีจริยธรรม

5 หนุ่มเน็ตไอดอลม.รังสิตเชน ชานันท์ ทรัพย์เครือญาติ

หนุ่มตี๋อารมณ์ดีคนที่สี่ได้แก่ ธนพัฒน์ ถิรวัฒน์ดำรงกุล ชื่อเล่น กอล์ฟ นักศึกษาชั้นปีที่ 5 คณะสถาปัตยกรรมศาตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต มาพร้อมเกรดเฉลี่ย 3.60 เป็นคนทำอะไรทำเต็มที่ เวลาเล่นก็เล่น 100% เวลาเรียนก็เรียน 100% เช่นกัน ตั้งความหวังว่าอยากคว้าเกียรตินิยมเป็นของขวัญให้ครอบครัวซึ่งจะพยายามเต็มความสามารถ

5 หนุ่มเน็ตไอดอลม.รังสิตธนพัฒน์ ถิรวัฒน์ดำรงกุล

สำหรับความฝันในอนาคต อยากเป็น Developer และเจ้าของคอนโดมิเนียมที่ออกแบบด้วยตัวเอง งานอดิเรกที่ชื่นชอบเป็นพิเศษคือ กำลังศึกษาการเล่นหุ้น และช่วยที่บ้านทำงานธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

สุดท้าย ท้อป ธนดล ขจรกิตติยุทธ เกรดเฉลี่ย 3.53 นักศึกษาชั้นปีที่ 5 คณะสถาปัตยกรรมศาตร์มหาวิทยาลัยรังสิต มีอาชีพในฝันคือ อยากเป็นนักลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ และเดินทางท่องเที่ยวรอบโลก ตามรอยงานสถาปัตยกรรมประเทศต่างๆ ซึ่งเป็นที่มาว่าตัวเองต้องมีอิสระภาพทางการเงิน มีเวลาให้ตัวเอง ใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองต้องการ แบบไม่ต้องพึ่งพาใคร สามารถรับงานออกแบบฟรีแลนซ์ได้ วันว่างๆ ไปร่วมสัมมนางานพิเศษต่างๆ เดินชมแกลลอรี่ หาแรงบรรดาลใจและความรู้เพิ่มเติม

5 หนุ่มเน็ตไอดอลม.รังสิตท้อป ธนดล ขจรกิตติยุทธ

หนุ่มๆ สถาปัตย์รังสิตทั้ง 5 คนนี้ ไม่ใช่คนที่หน้าตาที่สุด เรียนเก่งที่สุด เพียงแต่เป็นเพียงตัวอย่างของพี่ๆที่มีสไตล์เป็นของตัวเอง มีเป้าหมายให้กับตัวเอง มีความฝันต่างๆ ที่อยากจะทำให้ได้ ซึ่งเป็นตัวอย่างที่น่าเอาแบบอย่างนั่นเอง นี่แหละ เน็ตไอดอลฉบับม.รังสิต !!!

”ที่เดียวครบ!! ทุกเรื่องเรียนต่างประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/296777

”ที่เดียวครบ!! ทุกเรื่องเรียนต่างประเทศ

ที่เดียว, เรัยนรู้วัฒนธรรม, นิสิต, นานาชาติ, มเกษตร, ศูนย์ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพนิสิตสู่สากล, KU international Hub, International, หลักสูตร

แหล่งข้อมูลข่าวสารนานาชาติแห่งใหม่ การศึกษาต่อต่างประเทศครบวงจร เรียกได้ว่า อยากไปศึกษาต่อประเทศไหน หลักสูตร มหาวิทยาลัยใด มาที่เดียว รู้ทุกเรื่อง

           เพียงแค่แวะเวียนมายัง ศูนย์ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพนิสิตสู่สากล KU International Hub ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์(มก.) ตั้งอยู่ @ อาคารศูนย์เรียนรวม 1 บริเวณโซน A และ B มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน

       ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ รักษาการแทนอธิการบดีมก. เล่าถึงการจัดตั้ง KU International Hub ว่า มหาวิทยาลัยมีนโยบายความเป็นนานาชาติ โดยมีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยต่างประเทศ รวมถึงมีกิจกรรม โครงการเสริมสร้างศักยภาพนิสิตมก.สู่สากล พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนเปิดโอกาสให้นิสิตเรียนรู้ร่วมกัน

”ที่เดียวครบ!! ทุกเรื่องเรียนต่างประเทศ

       ซึ่ง KU International Hub เป็นหนึ่งส่งเสริมพัฒนาศักยภาพนิสิตสู่สากล บูรณาการความรู้และให้บริการข้อมูลหน่วยงานสำคัญๆ ได้แก่ กองกิจการนิสิต กองวิเทศสัมพันธ์ ภาควิชาภาษาต่างประเทศ คณะมนุษยศาสตร์ สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ภาควิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ ฝ่ายการศึกษาต่างประเทศ สำนักทะเบียนและประมวลผล และคณะกรรมการการพัฒนาศักยภาพนิสิตสู่สากล

”ที่เดียวครบ!! ทุกเรื่องเรียนต่างประเทศ

ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ รักษาการแทนอธิการบดีมก.

      “มหาวิทยาลัยปรับปรุงห้องชั้นล่างของอาคารศูนย์เรียนรวม 1 บริเวณโซน A และโซน B ซึ่งมีพื้นที่ 480 ตารางเมตร เป็นศูนย์ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพนิสิตสู่สากล หรือ KU International Hub เพื่อเป็นศูนย์ประสานงานหลักกับนิสิตโดยตรงในเรื่องข้อมูลการศึกษาต่อต่างประเทศ ศูนย์กลางสื่อสาร สนับสนุนข้อมูลด้านการศึกษาต่างประเทศ โครงการแลกเปลี่ยนทุนการศึกษา วิจัย การร่วมกิจกรรมกับมหาวิทยาลัยต่างประเทศ ข้อมูลและเอกสารที่ควรทราบเกี่ยวกับประเทศต่างๆ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ความรู้ประสบการณ์และวัฒนธรรมกับนิสิตนานาชาติที่ศึกษาอยู่ในมก. หรือต่างสถาบัน และต่างประเทศ” ดร.จงรัก กล่าว

      มก.มีการดำเนินโครงการความร่วมมือต่างๆ กับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ กว่า 300 แห่ง มีคู่สัญญาทั่วโลก ที่นิสิต คณาจารย์ สามารถแลกเปลี่ยน เรียนรู้ร่วมกันได้ และมีมากกว่า 500 หลักสูตรที่เปิดสอนในภาษาอังกฤษและภาษาอื่นๆ เพื่อประโยชน์โปรแกรมความคล่องตัวของนักศึกษาของมหาวิทยาลัย ในปัจจุบันมก.เป็นสถานที่สำคัญในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สำหรับนักเรียนจากทุกภูมิภาค

”ที่เดียวครบ!! ทุกเรื่องเรียนต่างประเทศ

      ผศ.น.ท. (หญิง) ดร. งามลมัย ผิวเหลือง รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต มก. กล่าวเสริมว่า ศูนย์ KU International Hub จะเป็นพื้นที่ให้คำปรึกษาช่วยเหลือแนะนำหรืออบรมเกี่ยวกับต่างประเทศ อบรมภาษา การใช้ภาษาและวัฒนธรรมประเทศต่างๆที่ถูกต้อง โดยคาดหวังว่าการมีศูนย์กลางประสานงานหลักจะเป็นการอำนวยความสะดวกให้นิสิตเข้ารับบริการ สามารถเข้าถึงการบริการข้อมูลด้านการศึกษาในต่างประเทศ และกระตุ้นนิสิตให้ตระหนักและเห็นความสำคัญในการพัฒนาตนเองและเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้นิสิตมุ่งสู่สากลตามวัตถุประสงค์และนโยบายของมหาวิทยาลัย

     นอกจาก ศูนย์ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพนิสิตสู่สากล KU International Hub เป็นแหล่งข้อมูลข่าวสารแล้ว ยังเป็นพื้นที่แสดงกิจกรรมต่างๆ ให้นิสิตได้เรียนรู้การใช้ชีวิต ประสบการณ์ วัฒนธรรมของประเทศต่างๆ เช่น เทศกาลอาหารนานาชาติ เป็นต้น

”ที่เดียวครบ!! ทุกเรื่องเรียนต่างประเทศ

     ณัชพล เอี้ยวฉาย นิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ หนึ่งในนิสิตโครงการ3+1 มก. เล่าว่าการเปิดโอกาสให้ตัวเองได้ไปศึกษาต่อ เรียนรู้ยังต่างประเทศนั้น มีความจำเป็นสำหรับนิสิต เพราะปัจจุบันโลกมีการเชื่อมต่อกัน อนาคตเราไม่ได้ทำงานเฉพาะในประเทศไทย แต่ต้องสามารถทำงานร่วมกับเพื่อนต่างชาติ หรือในต่างประเทศได้

     ซึ่งการศึกษาต่อยังต่างประเทศ ทำให้นิสิตได้สัมผัสประสบการณ์จริง ใช้ชีวิตในต่างประเทศจริงๆ และได้เรียนรู้องค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยชื่อดัง วัฒนธรรม และการทำงานร่วมกับชาวต่างชาติ ช่วยในการปรับตัว ปรับทัศนคติ เสริมสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้แก่นิสิต

”ที่เดียวครบ!! ทุกเรื่องเรียนต่างประเทศ

     “มหาวิทยาลัยเปิดศูนย์ KU International Hub ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลข่าวสารในการศึกษาต่อต่างประเทศช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่นิสิตได้ดี และทำให้เข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น เพราะเมื่อก่อน มหาวิทยาลัยมีโครงการแลกเปลี่ยนมากมาย แต่ส่วนใหญ่จะแยกเป็นคณะ หากนิสิตไม่ได้ติดตามข่าวสาร ไม่ได้รับรู้จากเพื่อน อาจารย์จะไม่ทราบว่ามีโครงการแลกเปลี่ยนศึกษาต่อต่างประเทศอะไรบ้าง อีกทั้ง การไปเรียนต่อต่างประเทศ หากได้เข้าร่วมโครงการมหาวิทยาลัยที่มีการแลกเปลี่ยนกับมหาวิทยาลัยต่างชาติ ทำให้ขั้นตอน การเตรียมพร้อมต่างๆ สะดวกขึ้น”

”ที่เดียวครบ!! ทุกเรื่องเรียนต่างประเทศ

      การไปเรียนเมืองนอกง่ายขึ้นเยอะ เพียงเลือกมหาวิทยาลัยที่ต้องการไป เตรียมเอกสารให้พร้อม เข้าไปติดต่อ ศูนย์ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพนิสิตสู่สากล KU International Hub ซึ่งตั้งอยู่กลางมหาวิทยาลัย จะมีข้อมูล มีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำ สอบถามได้ทันที สนใจสามารถเข้าใช้บริการได้ตั้งแต่ เวลา 8.30 – 16.30 น. ณ อาคารศูนย์เรียนรวม 1 บริเวณโซน A และ B, Facebook: KU International Hub ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ กองกิจการนิสิต โทรศัพท์ 02 – 942 – 8200 ต่อ 618520 – 4

๐ทุนต่างประเทศ

      ทุนจากโครงการเสริมสร้างศักยภาพนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์สู่สากล ประจำปี 2560 สำหรับการดำเนินการในปี 2560 นั้น มีผู้ได้รับทุน จำนวน 110 คน ประกอบด้วย นิสิตแลกเปลี่ยนไทย (Outbound) จำนวน 91 คน นักศึกษาแลกเปลี่ยนจากต่างประเทศ (Inbound) จำนวน 19 คน งบประมาณที่ใช้ในการดำเนินโครงการเสริมสร้างศักยภาพนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประจำปี 2560 เป็นเงินกว่า 7 ล้านบาท โดยนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่เข้าร่วมโครงการฯจะเดินทางไปศึกษาและทำวิจัย ณ สถาบันการศึกษาในประเทศฝรั่งเศส เยอรมัน จีน ญี่ปุ่น ไต้หวันและอินโดนีเซีย ในขณะเดียวกัน นักศึกษาแลกเปลี่ยนจากต่างประเทศ ที่เข้าร่วมโครงการฯ เป็นนักศึกษาจากประเทศอินโดนีเซีย เวียดนามและสาธารณรัฐเช็ก

0 ชุลีพร อร่ามเนตร 0

qualitylife4444@gmail.com 0

ทดลองติดตั้งครั้งแรกประติมากรรมคุณทองแดง-คุณโจโฉ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/296846

ทดลองติดตั้งครั้งแรกประติมากรรมคุณทองแดง-คุณโจโฉ

ทดลองติดตั้งครั้งแรกประติมากรรมคุณทองแดง-คุณโจโฉ, วันที่

กรมศิลป์ เตรียมซ้อมยกพระนพปฎลมหาเศวตรฉัตร วันที่ 12,17 ต.ค.นี้เพื่อทดสอบความแข็งแรงก่อนพระราชพิธีจริงในวันที่ 18 ต.ค.

     เมื่อวันที่ 25 ก.ย.60 เวลา 17.00 น.พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ติดตามความคืบหน้าการจัดสร้างพระเมรุมาศฯพร้อมด้วยนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม และนายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร

ทดลองติดตั้งครั้งแรกประติมากรรมคุณทองแดง-คุณโจโฉ

     พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า ภาพรวมการจัดสร้างพระเมรุมาศ และอาคารประกอบพระเมรุมาศ คืบหน้ากล่า 96% เป็นไปตามแผนที่วางไว้ เป็นที่พอใจของทุกฝ่ายโดยคาดว่าวันที่ 30 กันยายน จะดำเนินการรื้อนั่งร้านในส่วนของซ่างและหอเปลื้อง

    ส่วนพระเมรุมาศบุษบกประธาน จะยังคงนั่งร้านไว้ก่อน เพื่อทดสอบการรับน้ำหนักก่อนติดตั้งครบทั้ง 4 ด้าน คาดว่าการจัดสร้างพระเมรุมาศและสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 10 ตุลาคม

ทดลองติดตั้งครั้งแรกประติมากรรมคุณทองแดง-คุณโจโฉ

     ส่วนนั่งร้านจะยังคงติดตั้งอยู่จนกว่าจะเสร็จสิ้นพระราชพิธียกพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ในวันที่ 18 ตุลาคม อย่างไรก็ตาม กรมศิลปากรเตรียมจัดซ้อมยกพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร วันที่ 12 และ 17 ตุลาคม เพื่อทดสอบความปลอดภัย ความเหมาะสม และความแข็งแรง ก่อนถึงพระราชพิธีจริงในวันที่ 18 ตุลาคมนี้

ทดลองติดตั้งครั้งแรกประติมากรรมคุณทองแดง-คุณโจโฉ

       นายพรธรรม ธรรมวิมล ภูมิสถาปนิก สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร เปิดเผยความคืบหน้าการนำประติมาสัตว์หิมพานต์ประดับในสระอโนดาต ว่า ขณะนี้ได้มีการติดตั้งโขดหินจำลองรอบพระเมรุมาศสมบูรณ์เกือบ 100% เหลือขั้นตอนการเก็บรายละเอียดของสี

      ส่วนสัตว์หิมพานต์ติดตั้งครบ 4 ด้านจำนวนมากกว่า 120 ชนิดโดยจะสอดคล้องกับสัตว์มงคลประจำทิศ ได้แก่ เหนือ คือ ช้าง ตะวันตก คือ ม้า ตะวันออก คือ สิงห์ และทิศใค้ คือ โค เช่น ตระกูลสิงห์ก็จะจัดทางทิศใต้ และมีการจะจัดวางผสมกับสัตว์ตระกูลอื่น ๆร่วมด้วย

ทดลองติดตั้งครั้งแรกประติมากรรมคุณทองแดง-คุณโจโฉ

     นอกจากนี้มีการเพิ่มต้นตะโกดัดบริเวณโขดหินภายในสระอโนดาต เพื่อเพิ่มความงดงาม เหมือนกับคล้ายภาพจิตรกรรมฝาผนัง อย่างไรก็ตาม สำหรับตำแหน่งการติดตั้งในภาพรวม มีความเป็นอันเอกภาพ สอดคล้องงดงาม กับพระเมรุมาศ ส่วนบริเวณรั้วราชวัตร ด้านทิศเหนือมีการติดตั้งฉัตรโลหะกลีบบัว 11 ชั้นสำหรับพระมหากษัตริย์ เพื่อแสดงขอบเขตมลฑลพิธี เครื่องแสดงพระอิสสริยยศ

ทดลองติดตั้งครั้งแรกประติมากรรมคุณทองแดง-คุณโจโฉ

       ขณะที่ นายชิน ประสงค์ ผู้เชี่ยวชาญด้านประติมากรรม กรมศิลปากร ประติมากรผู้ปั้นประติมากรรมสุนัขทรงเลี้ยง “คุณทองแดงและคุณโจโฉ” กล่าวว่า ได้ขนย้ายคุณทองแดงและคุณโจโฉ จากบ้านย่านท่าอิฐ จ.นนทบุรี มาทดลองติดตั้งในสถานที่จริงภายในพระเมรุมาศ บุษบกองค์ประธาน เพื่อดูระดับความสูงและความเหมาะสม ภาพรวมค่อนข้างสมบูรณ์เกือบ 100% จากนั้นได้ย้ายมาไว้ที่บริเวณศาลาลูกขุน 1 ฝั่งทิศใต้สำหรับการติดตั้งในพื้นที่จริงจะดำเนินการภายหลังที่มีการจัดสร้างพระจิตกาธานเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ทดลองติดตั้งครั้งแรกประติมากรรมคุณทองแดง-คุณโจโฉ

         ทั้งนี้ คุณทองแดงและคุณโจโฉ จะประดับอยู่หน้าพระจิตกาธาน โดยในวันที่ 26 กันยายน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี จะเสดผ้จพระราชดำเนินเป็นการส่วนเระองค์ทอดพระเนตรการก่อสร้างพระเมรุมาศ ตนจะได้ถวายรายงานการปั้นประติมากรรมคุณทองแดงและคุณโจโฉเป็นครั้งแรกด้วย

      นายเกียรติศักดิ์ สุวรรณพงศ์ จิตรกรชำนาญการพิเศษ กลุ่มจิตรกรรม สำนักช่างสิบหมู่ ผู้ร่วมออกแบบและเขียนฉากบังเพลิง กล่าวว่า   ในส่วนของจิตรกรรมฉากบังเพลิงดำเนินการเสร็จแล้ว 100% ขณะนี้ได้มีการเคลื่อนย้ายฉากบังเพลิงในส่วนของทิศตะวันตก ซึ่งเป็นนารายณ์อวตาร  ปางที่ 8 กฤษณาวตาร ทรงอวตารเป็นพระกฤษณะ และปางที่ 10 กัลกยาวตาร ทรงอวตารเป็นมนุษย์ขี่ม้าขาว

ทดลองติดตั้งครั้งแรกประติมากรรมคุณทองแดง-คุณโจโฉ

     ด้านล่างเป็นโครงการพระราชดำริหมวดลม มาทดลองติดตั้งเข้ากับกรอบภายในพระเมรุมาศที่ได้มีการปิดทองประดับดระจกเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้สทเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทอดพระเนตรในวันที่ 26 กันยายนนี้

         อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่นำฉากบังเพลิงด้านนี้มาทดลองติดตั้งให้ทรงทอดพระเนตรก่อน เพราะเป็นด้านที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงร่วมเจิม 9 สีหรือเรียกว่า สีมณีนพเก้า ที่บริเวณกระบังหน้าเหนือหน้าผากขึ้นไปถึงส่วนชฎาของพระกฤษณะในปางที่ 8 เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา จึงตั้งใจนำฉากบังเพลิงทิศนี้มาทดลองติดตั้งให้ทอดพระเนตรก่อน ส่วนกรอบของฉากบังเพลิงทิศอื่นๆอยู่ระหว่างดำเนินการปิดทองประดับกระจกคาดว่าจะทยอยมาติดตั้งทั้งหมดภายในสิ้นเดือนนี้

ทดลองติดตั้งครั้งแรกประติมากรรมคุณทองแดง-คุณโจโฉ

       ด้าน นายกัมพล ตันสัจจา ผู้อำนวยการสวนนงนุชพัทยา กล่าวว่า ภาพรวมการจัดแต่งภูมิทัศน์คืบหน้าโดยวันนี้ได้ทยอยน้ำพันธุ์ไม้ที่ประดับในกระถาง เช่น บอนไซ มาลงและจัดวางในจุดต่างๆภายในบริเวณมณฑลพิธี  ส่วนดอกดาวเรืองจะเริ่มนำเข้ามาปลูกภายในวันที่ 8 ตุลาคมนี้เพื่อให้ดอกบานในช่วงวันที่ 15 ตุลาคม

ทดลองติดตั้งครั้งแรกประติมากรรมคุณทองแดง-คุณโจโฉ

          ภาพรวมการจัดสร้างพระเมรุมาศ ได้มีการติดตั้งครุฑ ฉัตร เทพชุมนุม แล้วเสร็จ ติดตั้งนาคราวบันไดแล้วเสร็จ ติดตั้งสัตว์หิมพานต์แล้วเสร็จ

    ​พระที่นั่งทรงธรรม ติดตั้งรวยระกาแล้วเสร็จอยู่ระหว่างตกแต่งผนังด้านหน้าบริเวณมุขที่ประทับ ฝ้าเพดานทั้งหมดแล้วเสร็จ อยู่ระหว่างปูพื้นพรม

   ​ศาลาลูกขุน 1 จำนวน 4 หลัง อยู่ระหว่างตกแต่งลวดลายศิลปกรรม ศาลาลูกขุน 2 จำนวน 2 หลัง อยู่ระหว่างเก็บรายละเอียดขั้นสุดท้าย ส่วนศาลาลูกขุน 3 จำนวน 5 หลัง อยู่ระหว่างการทำสี ตกแต่งลวดลายศิลปกรรม

       ทับเกษตร ทิม ติดตั้งองค์ประกอบสถาปัตยกรรมแล้วเสร็จ อยู่ระหว่างการตกแต่งลวดลายศิลปกรรมและประกอบติดตั้งฉัตรฉลุโลหะ

     พลับพลายกสนามหลวง ติดตั้งองค์ประกอบทั้งหมดแล้วเสร็จ อยู่ระหว่างตกแต่งผิวและลวดลาย

     ศิลปกรรม งานภูมิสถาปัตยกรรม ปูบล็อกพื้นลานใกล้แล้วเสร็จ สระอโนดาต ทาผิวและวางระบบทั้งหมด  ติดตั้งกังหันน้ำชัยพัฒนา ฉาบสีคันนา ปลูกหญ้าแฝก ยางนา มะม่วงมหาชนก และกรมการข้าวลงต้นข้าวแล้วเสร็จ ลงไม้ดัดและวัสดุพืชพรรณตามบริเวณต่างๆ

      เกยลา บริเวณกำแพงแก้วพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท อยู่ระหว่างตกแต่งผิวและติดตั้งลวดลายพลับพลายกหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม   และพลับพลาหน้าพระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาทติดตั้งองค์ประกอบและตกแต่งลวดลายแล้วเสร็จอยู่ระหว่างเก็บรายละเอียดและทำความสะอาด

​     งานศิลปกรรมประกอบพระเมรุมาศ งานจิตรกรรมฝาผนังโครงการพระราชดำริสำหรับติดตั้งบนพระที่นั่งทรงธรรมเขียนสีแล้วเสร็จ ขณะนี้ได้ดำเนินการนำชิ้นงานผนึกลงบนผนังในพื้นที่พระที่นั่งทรงธรรม ตำแหน่งที่ 2 บริเวณด้านทิศใต้ และตำแหน่งที่ 3 บริเวณด้านทิศเหนือของพระที่นั่งทรงธรรม) แล้วเสร็จ สำหรับภาพจิตรกรรมโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริตำแหน่งที่  1 บริเวณผนังกึ่งกลางอยู่ระหว่างการติดตั้ง

ศน.อบรมพระธรรมวิทยากร สอนธรรมะเยาวชน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/296793

ศน.อบรมพระธรรมวิทยากร สอนธรรมะเยาวชน

เผยแผ่พุทธศาสนา, พระธรรมวิทยากร, กรมการศาสนา

ศน. เร่งพัฒนาทักษะและสมรรถนะพระธรรมวิทยากร 200 รูป เรียนรู้เทคนิคเผยแผ่พระธรรม และเป็นแกนนำเครือข่าย อบรมกล่อมเกลาเยาวชนพ้นวิกฤติด้านศีลธรรม

            เมื่อวันที่ 25 ก.ย. 2560 นายมานัส ทารัตน์ใจ อธิบดีกรมการศาสนา เป็นประธานฝ่ายฆราวาสในพิธีเปิด “โครงการพัฒนาสมรรถนะพระธรรมวิทยากรเผยแผ่พระพุทธศาสนา” ภายใต้กองทุนส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 โดยพระพรหมวชิรญาณ กรรมการมหาเถรสมาคม ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมและเผยแพร่การพระศาสนาแห่งประเทศไทย วัดยานนาวา เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

ศน.อบรมพระธรรมวิทยากร สอนธรรมะเยาวชน

นายมานัส กล่าวว่า สังคมไทยในปัจจุบันได้รับผลกระทบจากข้อมูลข่าวสารทางเทคโนโลยีสารสนเทศที่เผยแพร่กันอย่างรวดเร็วกว้างขวาง แต่ขาดการกลั่นกรอง ทำให้เยาวชนของชาติหมกมุ่นหลงใหลไปในทางที่เสื่อม จำเป็นต้องนำหลักธรรมทางศาสนา  มาสร้างภูมิคุ้นกันทางจิตใจให้เข้มแข็ง ไม่ตกเป็นเหยื่อของสิ่งล่อลวงต่าง กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม  จึงจัดโครงการพัฒนาสมรรถนะพระธรรมวิทยากรเผยแผ่พระพุทธศาสนาประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 ขึ้นในระหว่างวันที่ 25-28 กันยายน 2560 ณ วัดยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร โดยได้อาราธนาพระสงฆ์จากทั่วประเทศ จำนวน 200 รูป เข้ารับการถวายความรู้ด้านการเผยแผ่หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา รวมถึงการฝึกปฏิบัติ เรียนรู้เทคนิคโดยสื่อสร้างสรรค์ จิตวิทยาวัยรุ่น  ศาสนพิธีและมารยาทไทยสำหรับเด็กและเยาวชน รวมถึงการบริหารจัดการค่ายคุณธรรมอย่างมีประสิทธิภาพ

ศน.อบรมพระธรรมวิทยากร สอนธรรมะเยาวชน

ทั้งนี้ กรมการศาสนา จะดำเนินการขึ้นทะเบียนพระธรรมวิทยากร เพื่อสร้างแกนนำและเครือข่ายพระธรรมวิทยากรประสานให้เกิดความร่วมมือในการทำงานอบรมคุณธรรมจริยธรรมส่งเสริมศีลธรรมให้แก่เด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วประเทศต่อไป

อธิบดีกรมการศาสนา  กล่าวต่อว่า ปัจจุบัน “พระธรรมวิทยากร” เป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่าต่อการเผยแผ่หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ทั้งในด้านการเป็นแบบอย่างในการประพฤติปฏิบัติ  การเผยแผ่พระพุทธศาสนา  ตลอดจนการสร้างเสริมคุณธรรมให้กับเด็กเยาวชนและประชาชน  ซึ่งล้วนขึ้นอยู่กับสมรรถนะของพระธรรมวิทยากรเป็นสำคัญที่จะนำการพัฒนาคุณภาพของประชาชนไปสู่ทิศทางเพื่อตอบสนองนโยบายของประเทศได้

วงขลุ่ยไทยเป่าเพลงพระราชนิพนธ์ร.9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/296784

วงขลุ่ยไทยเป่าเพลงพระราชนิพนธ์ร.9

ร9, เพลงพระราชนิพนธ์, ขลุ่ยไทย, นักเรียน

ศธจ.พังงา จัดอบรมครูดนตรี นักเรียน เตรียมพร้อมวงขลุ่ยไทย ร่วมเป่าเพลงพระราชนิพนธ์เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในเดือนตุลาคมนี้

      นายสมรักษ์ ถวาย ศึกษาธิการจังหวัดพังงา กล่าวว่า สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดพังงา (ศธจ.พังงา) กองทุนพี่ร้องให้น้องได้เรียน ร่วมกับสาขาวิชาดนตรี มหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต จัดอบรมเชิงปฏิบัติการโครงการส่งเสริมสนับสนุนด้านสุนทรียศาสตร์ : ขลุ่ยไทยก้าวไกลสู่สากล ให้กับครูผู้สอนดนตรีเกี่ยวกับขลุ่ยไทยและนักเรียน ระยะที่ 2 เพื่อการเตรียมการวงขลุ่ยไทย ด้วยเพลงพระราชนิพนธ์เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ให้นักเรียนได้รวมพลังแสดงออกถึงความจงรักภักดีถวายในหลวง รัชกาลที่ 9 ด้วยการเป่าขลุ่ยไทย ด้วยเพลงพระราชนิพนธ์ ในเดือนตุลาคม  โดยมีครูและนักเรียนเข้าอบรมครั้งนี้ จำนวน 90 คน เข้ารับการฝึกซ้อม

วงขลุ่ยไทยเป่าเพลงพระราชนิพนธ์ร.9

รัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการโครงการเศรษฐกิจสร้างสรรค์เพื่อให้ศิลปะทุกแขนงเกิดการหลอมรวมกับเศรษฐกิจยุคปัจจุบัน ที่ต้องการความคิดเชิงสร้างสรรค์เข้ามาประยุกต์กับการขับเคลื่อนประเทศเข้าสู่ไทยแลนด์ 4.0 การอบรมครั้งนี้จึงมีความสำคัญต่อการพัฒนาเด็กและเยาวชน  ครูต้องมีความตื่นตัวและเตรียมพร้อมในการจัดการเรียนรู้เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับนักเรียน ให้เกิดทักษะในการดำรงชีวิตในโลกศตวรรษที่ 21

วงขลุ่ยไทยเป่าเพลงพระราชนิพนธ์ร.9

วงขลุ่ยไทยเป่าเพลงพระราชนิพนธ์ร.9

5 นวัตกรรมอาชีวะคว้าแชมป์ออฟเดอะแชมป์ปี 60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/296747

5 นวัตกรรมอาชีวะคว้าแชมป์ออฟเดอะแชมป์ปี 60

วิจัยขายได้, อาชีวะ, นวัตกรรม, ครั้งที่, ประจำปี, 2560

สอศ.ส่งสิ่งประดิษฐ์ร่วมแสดง ตลาดนัดเปิดโลกผลงานวิจัยและนวัตกรรม ครั้งที่ 2 สุดปลื้ม 5 นวัตกรรมได้รับรางวัลชนะเลิศระดับชาติ สายอาชีวะ ประจำปี 2560

       ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้จัดงาน “ตลาดนัดเปิดโลกผลงานวิจัยและนวัตกรรม ครั้งที่ 2” ภายใต้แนวคิด “วิจัยขายได้” ระหว่างวันที่ 23-24 กันยายน 2560 ณ อาคารไปรษณีย์กลาง และศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ บางรัก กรุงเทพฯ นั้น สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้คัดเลือกผลงานของนักศึกษาอาชีวศึกษาที่มีผลงานนวัตกรรมดีเด่น สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในมิติต่าง ๆ สร้างมูลค่าเพิ่มในเชิงพาณิชย์ เชิงชุมชน/สังคม เพื่อการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชนโดยรวมของประเทศ นำไปร่วมจัดแสดงและสาธิตในงานดังกล่าว ซึ่ง วช. ได้จัดรางวัล “สุดยอดนวัตกรรมระดับชาติ” สายอาชีวศึกษา ประจำปี 2560 (Champ of the Champ) ให้ด้วย ซึ่งมีผลรางวัลดังนี้

5 นวัตกรรมอาชีวะคว้าแชมป์ออฟเดอะแชมป์ปี 60

กลุ่มที่ 1 กลุ่มอาหารเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ “ชนะเลิศ” ได้แก่ วิทยาลัยยเทคนิคสตูล เครื่องทำความสะอาดรังนกนางแอ่นด้วยลำโพง กลุ่มที่ 2 กลุ่มสาธารณสุข สุขภาพและเทคโนโลยีทางการแพทย์ ได้แก่ วิทยาลัยสารพัดช่างสี่พระยา เครื่องช่วยฟังชนิดใส่หลังใบหู กลุ่มที่ 3 กลุ่มเครื่องมืออุปกรณ์อัจฉริยะ ระบบเครื่องกลที่ใช้อิเล็กทรอนิกส์ควบคุมปัญญาประดิษฐ์ และใช้เทคโนโลยีสมองกลฝังตัว ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี เครื่องถอดและประกอบโช๊คอัพแมคเฟอร์สันสทรัทแบบถอดประกอบคู่กึ่งอัตโนมัติ กลุ่มที่ 4 กลุ่มสร้างสรรค์วัฒนธรรมการศึกษาและสังคม ที่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิต ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ ชุดตรวจค้นต้นแบบเอนกประสงค์สำหรับผู้รักษาความปลอดภัย กลุ่มที่ 5 กลุ่มสิ่งแวดล้อมและพลังงาน ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคหนองคาย เตาเผาพ่นไฟแบบเติมเชื้อเพลิงอัตโนมัติ

ดร.สุเทพ กล่าวต่อว่า สอศ.ได้สนับสนุนให้สถานศึกษาในสังกัดคิดค้นนวัตกรรมที่เกิดจากการจัดการเรียนการสอนในสาขาวิชาชีพต่าง ๆ ซึ่งนวัตกรรมของอาชีวะเป็นนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ได้ในชีวิตประจำวัน หรือในการประกอบอาชีพต่าง ๆ ทำให้คุณภาพชีวิตและการประกอบอาชีพมีความสะดวกสบายมากขึ้น ผลงานเหล่านี้ได้นำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หลายชิ้นงาน และมีการพัฒนารูปแบบและศักยภาพให้สูงขึ้นตามลำดับ ซึ่งเชื่อมั่นว่าการศึกษาอาชีวศึกษาได้ดำเนินมาอย่างถูกทาง โดยเน้นการปฏิบัติจริงเป็นหลักเพื่อให้นักศึกษามีความพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่โลกอาชีพได้อย่างแท้จริง

กกอ.ชุดใหม่เหลือ 18 คนคาดเริ่มสรรหาธ.ค.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/296741

กกอ.ชุดใหม่เหลือ 18 คนคาดเริ่มสรรหาธ.ค.นี้

ลดสัดส่วน, การสรรหา, ชุดใหม่, กกอ, หมอธี, เหลือ

เผยสรรหา กกอ.ชุดใหม่เดินหน้าตามกฎหมายปกติ ลดสัดส่วนจากเดิม 28 คน เหลือ 18 คน เพิ่มปลัด ก.วิทย์ เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง เตรียมส่งร่างกฎ ศธ.ให้ “หมอธี” ก่อนเสนอครม.

      นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ได้เสนอร่างกฎกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เกี่ยวกับการสรรหาคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ชุดใหม่ ที่จะเข้ามาทำหน้าที่แทนชุดเดิมที่หมดวาระลงเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งเรื่องนี้ตนได้มีการหารือกับทาง สกอ. มาระยะหนึ่งแล้ว และแน่นอนว่าเรากำลังจะมีการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษาขึ้น และมีข้อเสนอให้ปรับปรุง กกอ. ด้วย ดังนั้นจึงถือเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะดำเนินการปรับ กกอ. ในช่วงเวลานี้

ส่วนในอนาคตจะมีการดำเนินการอย่างไรก็คงต้องมีการหารืออีกครั้ง เพราะส่วนตัวคิดว่าเมื่อมีกระทรวงการอุดมศึกษาเกิดขึ้น ก็จะต้องมีการสรรหา กกอ. ใหม่อยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม การดำเนินการในขณะนี้คงจะต้องยึดกฎหมายปัจจุบันที่มีการวางตำแหน่งต่างๆ ไว้แล้วก่อน ส่วนจำนวนกรรมการ กกอ. ชุดใหม่ ก็ถือว่าลดลงจากเดิมมาก โดยขั้นตอนต่อจากนี้ก็จะต้องนำร่างกฎ ศธ. ดังกล่าวมาดูในรายละเอียดว่าเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ ก่อนที่จะมีการเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป

ด้านนายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (เลขาฯ กกอ.) กล่าวว่า สำหรับ กกอ. ชุดใหม่ จะมีคณะกรรมการทั้งหมด 18 คน จากเดิม 28 คน ประกอบด้วย กรรมการโดยตำแหน่ง 8 คน ผู้ทรงคุณวุฒิ 10 คน ทั้งนี้ ในส่วนของกรรมการโดยตำแหน่งมีการเพิ่ม ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เข้ามาเป็นกรรมการด้วย ซึ่งเมื่อ รมว.ศธ. เห็นชอบแล้ว ก็จะส่งร่างกฎ ศธ. ดังกล่าวให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา เพื่อให้ความเห็นกลับมา จากนั้นก็จะส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกา ก่อนที่จะนำเสนอให้ ครม. ทั้งนี้ ตนคาดว่าน่าจะเริ่มกระบวนการสรรหากรรมการ กกอ. ชุดใหม่ได้ ช่วงเดือนธันวาคมนี้

ต้องอ่านวิธีแก้เด็กอ่านไม่ออก-เขียนไม่ได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/296758

ต้องอ่านวิธีแก้เด็กอ่านไม่ออก-เขียนไม่ได้

ห้องเรียนปไก่, สพป, ตาก, Read Right for Child (RRC), รรชายขอบ, บ้านเปิงเคลิ่ง, ห้องเรียน, อมาตยกุล

“ห้องเรียน ป.ไก่” โรงเรียนท่านผู้หญิงวิไล อมาตยกุล (บ้านเปิงเคลิ่ง) สพป.ตาก เขต 2 ถูกคิดขึ้นมาป้องกันและแก้ไขปัญหาอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ของผู้เรียนในชั้นประถม

        โรงเรียนท่านผู้หญิงวิไล อมาตยกุล (บ้านเปิงเคลิ่ง) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 2 เป็นโรงเรียนขยายโอกาส เปิดทำการสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล – มัธยมศึกษาตอนปลาย มีนักเรียนทั้งสิ้น 924 คน ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านเปิงเคลิ่ง อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ห่างจากตัวจังหวัดตาก 302 กิโลเมตร ติดชายแดนไทย – พม่า ประชาชนส่วนใหญ่เป็นชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงที่มีฐานะยากจน ไม่ได้ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาหลักในการติดต่อสื่อสาร

ต้องอ่านวิธีแก้เด็กอ่านไม่ออก-เขียนไม่ได้

       ด้วยเหตุนี้โรงเรียนผู้หญิงวิไล อมาตยกุล (บ้านเปิงเคลิ่ง) ได้จัดทำโครงการ “ห้องเรียน ป.ไก่” ขึ้นมา เพื่อแก้ไขปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ของผู้เรียนในระดับชั้นประถมศึกษา โดยคัดกรองผู้เรียนในระดับชั้น ป.3- ป.6 ที่มีปัญหาด้านการอ่านการเขียนภาษาไทย  โดยใช้ตำราของ Read Right for Child (RRC) แนวคิดของนายอโณทัย ไทยวรรณศรี ผอ.สพป.ตาก เขต 2 ยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยเฉพาะเด็กกลุ่มชาติพันธุ์ให้สูงและดียิ่งขึ้นโดยนำร่องจากห้องเรียนสาขาอำเภอท่าสองยางที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 2

        สิปปนนท์ มั่งอะนะ ผู้อำนวยการโรงเรียนท่านผู้หญิงวิไล อมาตยกุล (บ้านเปิงเคลิ่ง) อธิบายว่า“ห้องเรียน ป.ไก่” เป็นโครงการที่นำมาใช้ในการแก้ปัญหาในการเรียนรู้ด้านภาษาไทย นักเรียนชาวเขา ไม่ได้ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาหลักในการสื่อสาร ทำให้เกิดปัญหาการเรียนรู้ไม่ใช่แค่วิชาภาษาไทย แต่จะพ่วงไปกับทุกๆ วิชา เนื่องจากเด็กเหล่านี้อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ ไม่เข้าใจความหมายของคำในภาษาไทยมากพอ ซึ่งจะส่งผลถึงการเรียนรู้ต่างๆ ที่คุณครูสอนไปนั้นเด็กไม่เข้าใจ เรียนไม่รู้เรื่อง จนบ้างคนอายต้องไปนั่งอยู่หลังห้องหรือไม่อยากเข้าเรียน ห้องเรียน ป.ไก่ จึงถูกสร้างมาเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้

ต้องอ่านวิธีแก้เด็กอ่านไม่ออก-เขียนไม่ได้

สิปปนนท์ มั่งอะนะ

       โดย ป. นี้หมายถึงการป้องกัน ซึ่งดำเนินการปรับกระบวนการเรียนการสอนในวิชาภาษาไทยใหม่สำหรับระดับชั้น ป.1 และ ป.2 ซึ่งเป็นชั้นเรียนแรกและชั้นเรียนสำคัญในการสอนให้นักเรียนอ่านเขียนภาษาไทยได้ และ ไก่ นั้นหมายถึงการแก้ไข ซึ่งได้คัดกรองเด็กนักเรียนในระดับชั้น ป.3 – ป.6 มาประเมินความสามารถในการอ่านเขียนภาษาไทย

       “เหตุที่เริ่มจากชั้น ป.3 เพราะ การเรียนสะกดคำนั้น ส่วนใหญ่จะมีอยู่ในชั้น ป.1 และ ป.2 นั้นหมายความว่า หากเด็กนักเรียนคนไหนอยู่ ป.3 แล้วยังสะกดคำไม่ได้ ก็จะมีโอกาสที่จะอ่านหนังสือไม่ออกไปตลอดนั้นเอง จึงเริ่มคัดเด็กตั้งแต่ ป.3 ขึ้นมา ให้มาเรียนในห้องเรียนพิเศษที่เราเรียกว่า ห้อง ป.ไก่ ซึ่งได้จัดบรรยากาศในห้องเรียนให้เหมาะสมและน่าเรียน ใช้กระบวนการเรียนรู้ที่นำหลายทักษะมาใช้ร่วมกัน เปลี่ยนสื่อการเรียนใหม่โดยเราเลือกใช้สื่อการสอนของ สพป.ตาก 2 (RRC) ทั้งหมดเพื่อให้เด็กเกิดการเรียนรู้ที่ดีและเรียนรู้ได้ไว โดยเด็กนักเรียนคนไหนผ่านการประเมินแล้วก็จะกลับไปสู่ห้องเรียนเดิม เพื่อเรียนกับเพื่อนตามปกติ”  นายสิปปนนท์ กล่าว

ต้องอ่านวิธีแก้เด็กอ่านไม่ออก-เขียนไม่ได้

ครูนงนุช ศิริพร

        ครูนงนุช ศิริพร ครูผู้สอนห้องเรียน ป.ไก่ ในฐานะครูผู้สอนห้องเรียน ป.ไก่ เล่าว่ามีการจัดกระบวนการเรียนการสอนโดย แบ่งช่วงเวลาในแต่ละวันออกเป็น 3 ช่วง คือ ช่วงเช้า ช่วงกลางวัน และช่วงบ่าย โดยในแต่ละช่วงจะมีครูดูแลในการจัดกิจกรรมสำหรับผู้เรียน  ซึ่งโดยส่วนใหญ่กิจกรรมที่ใช้ในการเรียนการสอนสำหรับห้องเรียน ป.ไก่ จะเป็นไปในแนวเรียนปนเล่น มีกิจกรรมที่สนุกสนานระหว่างช่วงที่ผู้เรียนได้ทำกิจกรรม เพื่อให้เกิดความผ่อนคลาย เพราะผู้เรียนในห้องเรียนนี้อ่านหนังสือไม่ได้และสื่อการเรียนการสอนที่ใช้ คือ RRC ซึ่งเป็นสื่อการเรียนการสอนของ สพป.ตาก เขต 2 เนื้อหาจะมีความน่าสนใจ มีรูปภาพที่สวยงาม สามารถกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้มากยิ่งขึ้นและพัฒนาตนเองในด้านการอ่านการเขียนที่ดีขึ้นได้

ต้องอ่านวิธีแก้เด็กอ่านไม่ออก-เขียนไม่ได้

 เด็กชายสุรกิจ ไม่มีนามสกุล

       เด็กชายสุรกิจ ไม่มีนามสกุล นักเรียนห้องเรียน ป.ไก่ บอกว่าจากการที่ถูกคัดกรองเข้ามาอยู่ในห้องเรียน ป.ไก่ ตอนแรกไม่อยากเข้ามาอยู่ ด้วยความที่กลัวว่าเพื่อนจะล้อและอายที่ใครๆ จะมองว่าอ่านหนังสือไม่ออก แต่เมื่อได้เข้ามาอยู่ในห้องเรียน ป.ไก่ เป็นห้องเรียนที่น่าเรียนมาก และครูที่สอนก็มีกิจกกรมที่หลากหลายได้ลงมือทำใบงานต่างๆ ด้วยตนเองทำให้การเขียนการอ่านดีขึ้น ต้องขอขอบคุณห้องเรียน ป.ไก่ ที่ทำให้อ่านหนังสือได้ดีขึ้น

     เช่นเดียวกับ เด็กหญิงวรดา ไม่มีนามสกุล นักเรียนที่อ่านหนังสือไม่ได้” ถูกล้อถูกแซว แต่เมื่อได้มาอยู่ห้อง ป.ไก่ ครูผู้สอนได้อธิบายถึงที่มาของห้องเรียน ป.ไก่ จึงทำให้รู้ว่าที่ต้องมาอยู่ห้องเรียนนี้เพราะตัวเราเองและครูจะช่วยแก้ปัญหาด้านการอ่านการเขียนให้ดีขึ้น ห้องเรียน ป.ไก่ ที่ทำให้อ่านดีขึ้นและพัฒนาตนเองให้ดีขึ้นกว่าเดิม

ต้องอ่านวิธีแก้เด็กอ่านไม่ออก-เขียนไม่ได้

       ผู้อำนวยการโรงเรียนท่านผู้หญิงวิไล อมาตยกุล (บ้านเปิงเคลิ่ง) กล่าวด้วยว่า จากการที่ได้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนห้องเรียน ป.ไก่ แบบเรียนปนเล่น ทำให้นักเรียนมีความสุขกับการเรียน ผลตอบรับที่ได้นักเรียนมีพัฒนาการด้านการอ่านการเขียนภาษาไทยที่ดีขึ้น อีกทั้งในส่วนของผู้ปกครองได้ให้คำชื่นชม และยอมรับกับพัฒนาด้านการเรียนของนักเรียนในทางที่ดีขึ้น จากนักเรียนที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ สามารถอ่านออกเขียนได้ผ่าน

        โดยการทดสอบการอ่านจากครูประจำชั้น ได้เห็นพัฒนาการด้านการอ่านการเขียนที่ดีขึ้น เห็นความตั้งใจของคณะครูและเด็กๆ นักเรียนทุกคนในห้องเรียน ป.ไก่ ทำให้ผลที่ออกมาเป็นที่น่าพอใจเป็นอย่างมาก ส่งผลให้การจัดการศึกษาในพื้นที่ชายแดนและถิ่นทุรกันดาร มีประสิทธิภาพและเกิดผลดีต่อผู้เรียนได้ดียิ่งขึ้น.

 0 ศตายุ วาดพิมาย  0

นักประชาสัมพันธ์ สพป.ตาก เขต 2

มฟล.ครบ 19 ปี ตั้งศูนย์บริการสุขภาพครบวงจรภาคเหนือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/296742

มฟล.ครบ 19 ปี ตั้งศูนย์บริการสุขภาพครบวงจรภาคเหนือ

มฟล, 19 ปี, ศูนย์บริการสุขภาพ, ภาคเหนือ, ครบวงจร, แม่ฟ้าหลวง

มฟล.ครบรอบ 19 ปี อธิการบดีรายงานประชาชน เตรียมจัดตั้งโครงการศูนย์บริการสุขภาพแบบครบวงจรแห่งภาคเหนือและอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง เน้นผู้สูงผู้อายุให้การดูแลสุขภาพตลอดจนพัฒนาศักยภาพ

       ก้าวสู่ปีที่ 19 มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ในวันที่ 25 กันยายน 2560 โดยได้ จัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสครบรอบ 19 ปี สถาปนามหาวิทยาลัย ที่มฟล.จ.เชียงราย เริ่มด้วยพิธีทำบุญตักบาตร พระสงฆ์ 160 รูป, พิธีถวายสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี, พิธีทางศาสนา และกิจกรรมรายงานประชาชน ซึ่งมี รศ.ดร. วันชัย ศิริชนะ อธิการบดี คณะผู้บริหาร คณาจารย์ พนักงาน และนักศึกษา ตลอดจนผู้แทนหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เข้าร่วมตลอดพิธีการ

รศ.ดร.วันชัย กล่าวว่าบนเส้นทางของมหาวิทยาลัยยึดมั่นตามรอยพระราชปณิธานของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี คือ ปลูกป่าสร้างคน ซึ่งตลอดระยะเวลา 19 ปีที่ผ่านมาได้ฟื้นผืนป่าและผลิตบัณฑิตทรัพยากรบุคคลอย่างมีคุณภาพ รวมถึง ได้ผลักดันให้มหาวิทยาลัยแห่งนี้ก้าวเดินไปข้างหน้าสู่ความยอมรับของสังคมและนานาประเทศ ผลิตบัณฑิตคุณภาพออกไปรับใช้สังคมแล้ว 20,465คน ที่กระจายตัวทำงานอยู่ในทุกภาคส่วนทั้งในประเทศและต่างประเทศ  โดยตั้งเป้าเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำต่อภูมิภาคทั้งระดับอาเซียนและเอเชีย โดยในปี พ.ศ.2555 ได้ก่อตั้งสำนักวิชาแพทยศาสตร์และสำนักวิชาทันตแพทยศาสตร์ ก่อนที่เปิดรับนักศึกษาแพทยศาสตร์รุ่นแรกในปี 2556

ปัจจุบันรับนักศึกษาแพทยศาสตร์เป็นรุ่นที่ 5  และเปิดรับนักศึกษาทันตแพทยศาสตร์รุ่นแรกในปี 2557 ปัจจุบันรับนักศึกษาทันตแพทยศาสตร์เป็นรุ่นที่ 4 ด้วยวัตถุประสงค์ในทิศทางเดียวกันที่ว่าเพื่อเตรียมกำลังคนด้านสุขภาพที่มีคุณลักษณะพิเศษ มีความรู้ความเชี่ยวชาญในวิชาชีพแล้วยังมีใจมีความสามารถที่จะทำงานกับชุมชนหรือในพื้นที่ชนบทห่างไกล เพื่อรองรับการทำงานดูแลสุขภาพประชาชนในเขตภาคเหนือตอนบน และทั่วประเทศ ตลอดจนประเทศในเขตอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง  การผลิตบัณฑิตเป็นภารกิจสำคัญหนึ่งของมหาวิทยาลัย ที่มฟล.ดำเนินการได้ตามคาดหวัง ทั้งยังได้เสียงสะท้อนจากผู้ใช้บัณฑิตเสมอว่ามีความพึงพอใจบัณฑิต มฟล. ในหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นความรู้ความสามารถในวิชาชีพหรือทักษะในเชิงภาษาต่างประเทศก็ตาม

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยต้องเป็นที่พึ่งทางปัญญาให้กับสังคม ได้ส่งเสริมให้อาจารย์ทำงานวิจัยอย่างต่อเนื่อง มีผลงานวิจัยเชิงประยุกต์สามารถที่จะนำไปสู่การปฏิบัติได้เป็นจำนวนมาก มีผลงานหลายชิ้นได้จดสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการบริการวิชาการแก่ชุมชนอย่างจริงจังต่อเนื่องตลอดปี  สำหรับผลงานวิจัยในช่วงที่ผ่านมา มีการเข้าไปพัฒนาเพิ่มมูลค่าสินค้าการเกษตรหรือพืชสมุนไพรไทยต่างๆ เช่น โครงการเชียงรายเมืองสมุนไพร เป็นการผลักดันการใช้สมุนไพรให้เป็นที่ยอมรับและได้มาตรฐาน เป็นต้น

อธิการบดี มฟล. กล่าวต่อไปว่ามหาวิทยาลัยอยู่ระหว่างการดำเนินการจัดตั้งศูนย์การแพทย์ โดยสำนักวิชาแพทยศาสตร์ มูลค่า 6,000 ล้านบาท เพื่อเป็นศูนย์การแพทย์ที่ได้มาตรฐานและเป็นโรงพยาบาลขนาด 400 เตียง มีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2561 และเปิดให้บริการอย่างเต็มตัวในปี 2562  และ เมื่อเร็วๆ นี้ ยังได้รับงบประมาณ  ให้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์บริการสุขภาพแบบครบวงจรแห่งภาคเหนือและอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เพื่อสร้างและพัฒนาระบบบริการสุขภาพแบบครบวงจรที่มีคุณภาพชั้นนำ เป็นศูนย์กลางการดูแลสุขภาพ และพัฒนาศักยภาพของศูนย์สุขภาพและผู้สูงอายุ เป็นการเสริมสร้างคุณภาพชีวิต และการมีสุขภาพที่ดี โดยกำหนดแผนดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ 2561 เป็นต้นไป