ประชาชนร่ำไห้ระงม ควันลอยเหนือพระเมรุมาศ (มีคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/300207

ประชาชนร่ำไห้ระงม ควันลอยเหนือพระเมรุมาศ (มีคลิป)

 

ประชาชนร่ำไห้ระงม หลังเห็นควันไฟลอยขึ้นรายรอบพระเมรุมาศ

 

26 ต.ค. 60  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 23.20 น. ประชาชนที่ท้องสนามหลวงส่งเสียงร่ำไห้ระงม หลังจากมีควันไฟลอยขึ้นรายรอบพระเมรุมาศ

ทั้งนี้ประชาชนที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวงต่างก้มลงกราบพร้อมน้ำตา บางส่วนนั่งสวดมนต์ บางส่วนนั่งสมาธิ ขณะที่มหรสพสมโภชทั้ง 3 เวทียังคงแสดง

ต่อมาเวลาประมาณ 23.44 น. ประชาชนเริ่มทยอยออกจากมณฑลพิธีท้องสนามหลวง

ประชาชนร่ำไห้ระงม ควันลอยเหนือพระเมรุมาศ (มีคลิป)

 

 

ประชาชนร่ำไห้ระงม ควันลอยเหนือพระเมรุมาศ (มีคลิป)

 

ประชาชนร่ำไห้ระงม ควันลอยเหนือพระเมรุมาศ (มีคลิป)

 

ประชาชนร่ำไห้ระงม ควันลอยเหนือพระเมรุมาศ (มีคลิป)

 

ประชาชนร่ำไห้ระงม ควันลอยเหนือพระเมรุมาศ (มีคลิป)

 

ประชาชนร่ำไห้ระงม ควันลอยเหนือพระเมรุมาศ (มีคลิป)

 

ประชาชนร่ำไห้ระงม ควันลอยเหนือพระเมรุมาศ (มีคลิป)

 

 

ประชาชนเงียบสงบทั้งท้องสนามหลวง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/300205

ประชาชนเงียบสงบทั้งท้องสนามหลวง

ส่งใจสู่ฟ้าอาลัยพ่อ, นก 9 ตัว, พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร, พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ, มหรสพสมโภช, ลำเส้นสีดำ, ยอดนพปฎลมหาเศวตฉัตร, สงบนิ่ง, เงียบสงบ, ประชาชน, คุณภาพชีวิต,  เวที, นาที

มหรสพสมโภชที่เล่นอยู่ทั้ง 3 เวที ได้มีการหยุดเล่นช่วงเวลาหนึ่งประมาณ 30 นาที ประชาชนจำนวนมากที่เข้าร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ อยู่ในอาการสงบนิ่ง

 

ผู้สื่อข่าวรายงานจากท้องสนามหลวงโซนทิศเหนือ ว่า ช่วงเวลาประมาณใกล้ 22.00 น. มหรสพสมโภชที่เล่นอยู่ทั้ง 3 เวที ได้มีการหยุดเล่นช่วงเวลาหนึ่งประมาณ 30 นาที ประชาชนจำนวนมากที่เข้าร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร อยู่ในอาการสงบนิ่ง บางคนนั่งสมาธิ บางคนยกมือประนมไหว้ ทำให้บรรยายกาศเงียบสงบทั่วทั้งบริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวงฝั่งทิศเหนือ

 

ประชาชนเงียบสงบทั้งท้องสนามหลวง

 

ประชาชนเงียบสงบทั้งท้องสนามหลวง

 

ทั้งนี้ มีนก 9 ตัว บินวนรอบพระเมรุมาศก่อนบินลับหายไป และห่างไปอีกประมาณ 20 นาที บินวนมาอีกรอบ นอกจากนี้ ประชาชนจำนวนมากต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเห็นเหมือนมีลำเส้นสีดำพุ่งขึ้นต่อจากยอดนพปฎลมหาเศวตฉัตร

โปรดเกล้าฯ จิตอาสา 33 คน เชิญพานดอกไม้จันทน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/300204

โปรดเกล้าฯ จิตอาสา 33 คน เชิญพานดอกไม้จันทน์

คุณภาพชีวิต, เสด็จสู่สวรรคาลัย, สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พานดอกไม้จันทน์, เชิญ, ตัวแทน, พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช, พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ, โปรดเกล้าฯ, จิตอาสา, ให้จิตอาสา, ทูลเกล้าฯ

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้จิตอาสา 33 คน เป็นผู้เชิญพานดอกไม้จันทน์ 33 พาน ของพสกนิกรชาวไทย-ชาวไทยในต่างแดน ทูลเกล้าฯ ถวายที่เบื้องหน้าพระบรมโกศ

 

26 ตุลาคม 2560  สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้จิตอาสาเฉพาะกิจงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จำนวน 33 คน จากทั่วประเทศ ทุกภูมิภาค ทั่วโลก ทุกเพศทุกวัย เป็นตัวแทนประชาชนชาวไทย และคนไทยในต่างแดนเป็นผู้เชิญพานดอกไม้จันทน์ 33 พาน ของพสกนิกรชาวไทย และชาวไทยในต่างแดนมาทูลเกล้าฯ ถวายที่เบื้องหน้าพระบรมโกศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระเมรุมาศท้องสนามหลวง

โดยทั้ง 33 คน เป็นตัวแทนจิตอาสาเฉพาะกิจฯ ที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาต ให้ตั้งขึ้นเพื่อเป็นการรวมพลังความรักอันมีค่า รวมพลังน้ำใจ ของปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าที่จะน้อมถวายแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก่อนเสด็จสู่สวรรคาลัย โดยได้เปิดรับสมัครประชาชนทั่วประเทศและทั่วโลกไปเมื่อวันที่ 1 – 30 ก.ย. 60

โดยมีจำนวนทั้งสิ้น 4,006,825 คน ซึ่งจิตอาสาเฉพาะกิจทั้ง 33 คนนี้มีทุกเพศ ทุกวัย และจากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย จิตอาสาเฉพาะกิจฯ ที่อายุน้อยที่สุดคือ อายุ 1 ขวบ 6 เดือน และอายุมากที่สุด 93 ปี

นพ.สนธยา วัฒนโกศล อายุ 55 ปี จิตอาสาจากจังหวัดบุรีรัมย์ เปิดคลินิกบริการผู้ป่วยฟรีในวันที่ 28 ก.ค. และ 5 ธ.ค.ของทุกปี นับแต่ปี 2539 จนถึงปัจจุบัน เผยว่า เคยมีโอกาสออกหน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) เมื่อครั้งที่พระองค์ยังทรงมีพระชนม์ชีพอยู่ จึงตั้งใจสืบทอดพระปณิธาน โดยเริ่มให้การรักษาผู้ป่วยเมื่อปี 2539 ซึ่งตรงกับวันสวรรคตของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และหลังจากนั้นก็ทำมาทุกปี ต่อมาเพิ่มการรักษาในวันที่ 5 ธ.ค.ทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของในหลวงรัชกาลที่ 9

โดยมีหมอหลายท่านจากหลายจังหวัดมาร่วมด้วย นอกจากนี้ยังตั้งโรงทาน ให้บริการทั้งตัดผม แจกจ่ายอาหาร เพนท์เล็บ นวดแผนไทย และวาดภาพให้คนไข้ ในช่วงแรกๆ มีหมอเพียง 3 ท่าน ตรวจคนไข้ได้ 300 คนต่อวัน แต่ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 2559 ได้เปิดให้บริการ 11 ชม. มีคนไข้จำนวน 2,009 ราย ตลอดระยะเวลา 22 ปีที่ผ่านมา ได้ให้บริการคนไข้แล้ว 19,553 ราย

“ผมดีใจมากที่ได้เป็นตัวแทนจิตอาสาจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นตัวแทนชาวไทยที่ร่วมทำดีเพื่อพ่อและตั้งใจทำความดีจนกว่าจะสิ้นลมหายใจ ต่อจากนี้ไปจะทำสิ่งดีถวายในหลวงรัชกาลที่ 10 สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ จะสานต่อสิ่งที่ในหลวง ร.9 ทรงสอนให้ทำดี และตั้งปณิธานทำตัวให้เป็นประโยชน์ ให้ประเทศชาติก้าวหน้าต่อไป” ตัวแทนจิตอาสาฯ กล่าว

ประชาชนปักหลักส่งเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/300199

ประชาชนปักหลักส่งเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 9

สนามหลวง, พระที่นั่งทรงธรรม, พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร, พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ, เสด็จสู่สวรรคาลัย, คุณภาพชีวิต, มหรสพสมโภช, ชีวิต

‘มหรสพสมโภช’ ออกพระเมรุ 3,000 ชีวิต น้อมส่งเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 9 ขณะที่ประชาชนปักหลักรอคอยส่งเสด็จด้วยใจจดจ่อ 4 ทุ่ม พร้อมนำหลักคำสอนมาเป็นแนวดำเนินชีวิต

 

26 ต.ค. 60  เมื่อเวลา 20.22 น. ที่ มณฑลพิธีท้องสนามหลวงด้านทิศใต้ บริเวณด้านหน้าพระที่นั่งทรงธรรม สำนักการสังคีต กรมศิลปากร จัดแสดงมหรสพสมโภช เนื่องในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร หน้าพระที่นั่งทรงธรรม หรือพระเมรุมาศ หรือ “โขนหน้าไฟ” เรื่องรามเกียรติ์ ชุดพระรามข้ามสมุทร ยกรบ รำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ แสงอาทิตย์ และศรพรหมมาศจัดแสดง ใช้ผู้แสดง จากนาฏศิลปิน สำนักการสังคีต นักเรียน นักศึกษา วิทยาลัยนาฏศิลปทั่วประเทศ 12 แห่ง และสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์รวมกว่า 400 คน

 

ประชาชนปักหลักส่งเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 9

 

จากนั้นบริเวณท้องสนามหลวงด้านทิศเหนือ การแสดงมหรสพสมโภชเวทีที่ 3 มีประชาชนจำนวนมาก ต่างเข้ามาจับจองพื้นที่เพื่อรอร่วมพิธีถวายเพลิงจริงเวลา 22.00 น.

ด้าน ณัฐฤ์ธิดา จิรบุญภาคย์ ประชาชนจากจังหวัดชลบุรี บอกว่า เดินทางมาตั้งแต่วันที่ 24 ตุลาคม และผ่านจุดคัดกรองช่วงเที่ยงคืนวันที่ 25 ตุลาคม และได้มานั่งบริเวณจุดคัดกรอง มธ.ถนนกลาง ได้เห็นริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ถึงจะเห็นไม่ชัดก็ไม่เป็นไร แต่อยากมาอยู่ใกล้พระองค์ และตั้งใจจะอยู่ถึงเวลา 22.00 น. ช่วงถวายพระเพลิงจริง

 

ประชาชนปักหลักส่งเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 9

 

น.ส.วาสนา อ่องเอิบ และนางอภิญญา เกศวงศ์ ประชาชนจากจังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า พวกตนเดินทางจากจังหวัดนนทบุรี ตั้งแต่ 20.00 น. ของวานนี้ โดยได้เข้ามาจุดคัดกรองสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า และมาปักหลักรอร่วมพระราชพิธีฯ บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตอนที่ได้มีโอกาสเห็นริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ รู้สึกปลาบปลื้มเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้ร่วมมาส่งพระองค์ ทุกครั้งที่ยิงปืนใหญ่ให้สัญญาณเห็นควันลอยมาทางพระเมรุมาศ น้ำตาก็ไหล ยิ่งช่วงที่พระมหาพิชัยราชรถอัญเชิญพระบรมโกศ ยิ่งเสียใจ ตอกย้ำว่าพระองค์ท่านไม่อยู่แล้ว จึงตั้งใจว่าช่วง 22.00 น. วันนี้ จะร่วมในพระราชพิธีฯ จนเสร็จสิ้น

“ส่วนที่จัดมหรสพสมโภช รู้สึกดีใจมากที่ทุกภาคส่วนมาร่วมจัดการแสดงให้ประชาชนผ่อนคลาย แต่ก็ไม่ได้ช่วยลดความโศกเศร้าในใจได้ แม้จากนี้พระองค์จะไม่อยู่แล้วจะนำคำสอนมาเป็นหลักดำเนินชีวิต ซึ่งพระองค์จะเป็นพระมหากษัตริย์ในใจของพวกตนและของคนไทยตลอดไป” น.ส.วาสนา กล่าว

 

ประชาชนปักหลักส่งเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 9

 

ขณะที่ น.ส.ศุภมาส หอมตระกูล ประชาชนที่เดินทางมาชมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยศ ตั้งแต่ช่วงเที่ยงคืน วันที่ 25 ต.ค. เพื่อร่วมส่งเสด็จพระองค์ท่านแต่ไม่สามารถเข้ามาในพื้นที่ได้ เพราะมีประชาชนจำนวนมาก แต่ก็ตัดสินใจอยู่ต่อแถวแยกคอกวัว อย่างน้อยได้เห็นไกลๆ ก็ยังดี เพราะเป็นโอกาสสุดท้าย โดยประชาชนส่วนใหญ่ที่นั่งตรงนั้น แม้ไม่เห็นริ้วขบวนก็ยังปักหลักนั่งอยู่ และสัมผัสได้ถึงความโศกเศร้าของทุกคน พอฝนหยุดตกก็ผ่านจุดคัดกรองบริเวณสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า เข้ามาในพื้นที่และเข้ามาอยู่ฝั่งเวทีมหรสพ เพราะอยากเข้าใกล้พระองค์มากที่สุด การได้มานั่งจุดนี้ทำให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น แม้จะอยู่ในบรรยากาศแห่งความเศร้าโศก และจะอยู่จนถึงเวลา 22.00 น. ช่วงเวลาถวายพระเพลิงจริง

บริเวณหน้าเวที เพื่อรอชมการแสดงมหรสพใน 3 เวที โดยมีผู้แสดงรวมกว่า 3,000 คน ดังนี้ เวทีที่ 1 ประกอบด้วยหนังใหญ่ 2 ชุด คือ หนังใหญ่เบิกหน้าพระ ชุดพากย์สามตระ (หนังพระฤาษี หนังพระอิศวร หนังพระรามแผลงศร) ชุดต่อมาหนังใหญ่เบิกโรง ชุดจับลิงหัวค่า มีเนื้อหาเน้นย้ำเรื่องการทำดีเพื่อประเทศชาติ และการแสดง โขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุด พระรามข้ามสมุทร ศึกทศกัณฐ์ (ทัพสิบขุน-สิบรถ) ท้าวมาลีวราชว่าความ – มณโฑหุงนาทิพย์และ ศึกทศกัณฐ์ สีดาลุยไฟ-พระรามคืนนคร

 

ประชาชนปักหลักส่งเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 9

 

เวทีที่ 2  ประกอบด้วยการแสดงหุ่นหลวง ตอนหนุมานเข้าห้องนางวานรินทร์ การแสดงหุ่นกระบอก เรื่องพระอภัยมณี ตอนสุดสาครจับม้านิลมังกร การแสดงละครเรื่องพระมหาชนก ดำเนินเรื่องตามบทพระ ราชนิพนธ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งทรงเน้นย้ำเรื่องของความเพียร และความมีสติในการใช้ชีวิต การแสดงละคร เรื่อง อิเหนา ตอนบุษบาชมศาล – อิเหนาตัดดอกไม้ – ฉายกริช – ท้าวดาหาบวงสรวงและการแสดงละคร เรื่อง มโนราห์

เวทีที่ 3 เป็นการบรรเลงวงดุริยางค์สากล “ธ คือ ดวงใจไทยทั่วหล้า” ประกอบด้วย การบรรเลงและขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บทเพลงเทิดพระเกียรติ บทเพลงที่ประพันธ์ขึ้นเพื่อถวายความอาลัย ซึ่งมีทั้งหมด 7 องก์ คือ องก์ที่ 1 ดุจหยาดทิพย์ชโลมหล้า โดยวงดุริยางค์สากล กรมศิลปากร องก์ที่ 2 ใต้ฟ้าร่มเย็น เพราะพระบารมี โดยกรมดุริยางค์ทหารบก องก์ที่ 3 ทวยราษฎร์น้อมสดุดี โดยกองดุริยางค์ทหารเรือ องก์ที่ 4 ถวายภักดีองค์ราชัน โดยกองดุริยางค์ทหารอากาศ องก์ที่ 5 สถิตนิรันดร์ในใจราษฎร์ โดยฝ่ายดนตรี กองสวัสดิการ ดุริยางค์ตำรวจ องก์ที่ 6 ปวงข้าบาทบังคมถวาย โดยวงดนตรีกรมประชาสัมพันธ์ และองก์ที่ 7 ธ สู่สวรรคาลัยในทิพย์วิมาน โดยวงดนตรีสากล สโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์

 

ประชาชนปักหลักส่งเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 9

 

นอกจากนี้ยังมีการแสดงบัลเลต์ เรื่อง มโนห์รา (KINARI SUITE) เป็นการแสดงประกอบบทเพลงพระราชนิพนธ์ ที่ถูกบรรจุอยู่ในการแสดงองก์ที่ 1 ของการบรรเลงดนตรีสากล “ธ คือ ดวงใจไทยทั่วหล้า” โดยบัลเลต์เรื่องมโนราห์ เป็นหนึ่งในการแสดงมหรสพ เพื่อรำลึกถึงพระอัจฉริยภาพของในหลวงรัชกาลที่ 9 การแสดงทุกเวทีพร้อมกันจนถึงเวลา 06.00 น. ของวันที่ 27 ตุลาคม ทั้งนี้ การแสดงของทุกเวทีจะหยุดการแสดงเมื่อมีพระราชพิธีในพระเมรุมาศ

แสนคนร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพอ่อนเพลียเป็นลม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/300190

แสนคนร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพอ่อนเพลียเป็นลม

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร, พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ, ดอกไม้จันทน์, ถวาย, 1323, สุขภาพจิต, 1669, สาธารณสุข, คุณภาพชีวิต,  บรมนาถบพิตร, กว่าคน, อ่อนเพลีย, เป็นลม, ตะคริว

ประชาชนร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร 100,000 กว่าคน อ่อนเพลีย เป็นลม – ตะคริว

 

นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขและโฆษกกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้จัดส่งทีมแพทย์จากโรงพยาบาลในสังกัดทุกแห่ง ทำงานร่วมกับทีมแพทย์หลวง ทีมแพทย์จากทุกสังกัด รวมทั้งภาคีเครือข่ายสุขภาพ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยในวันนี้ (26 ตุลาคม 2560) ได้เพิ่มจำนวนบุคลากร เพื่อดูแลประชาชนในบริเวณท้องสนามหลวงและโดยรอบ เพื่อให้การดูแลประชาชนครอบคลุม

ข้อมูล ณ เวลา 12.00 น. วันนี้ (26 ต.ค.) หน่วยแพทย์/ปฐมพยาบาล งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในส่วนกลาง มีผู้มารับบริการ 100,000 กว่าคน ส่วนใหญ่มีอาการอ่อนเพลีย เวียนศีรษะ เป็นลม ตะคริว ได้ให้การปฐมพยาบาลด้วยยาดมแอมโมเนีย จ่ายยา นอกจากนี้ยังมีผู้มารับบริการตรวจโรคและรักษา 1,800 กว่าคน และนำส่งโรงพยาบาล 71 คน

สำหรับในส่วนภูมิภาค ข้อมูล ณ 15.00 น. มีผู้เข้ารับบริการเกือบ 10,000 คน ส่วนใหญ่เจ็บป่วยเล็กน้อย เวียนศีรษะ เป็นลม ให้การปฐมพยาบาลอาการดีขึ้นทุกคน

ขอแนะนำประชาชนที่มาร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร หากมีอาการเหนื่อยอ่อนเพลีย คล้ายจะเป็นลม เป็นตะคริว ขอให้ญาติหรือผู้พบเห็น แจ้งทีมแพทย์เดินเท้าหรือทีมจิตอาสาเฉพาะกิจด้านการแพทย์ทันที โดยให้สังเกตที่ปลอกแขนสีขาวมีกากบาทสีเขียว หรือรีบพาไปพบแพทย์ตามจุดให้บริการที่มี 21 จุด รอบบริเวณท้องสนามหลวง หรือโทรสายด่วน 1669 และสายด่วนสุขภาพจิต 1323

“กษัตริย์จิกมี”ทรงติดเข็มกลัดเลข๙ไทยแนบพระอุระซ้าย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/300178

“กษัตริย์จิกมี”ทรงติดเข็มกลัดเลข๙ไทยแนบพระอุระซ้าย

สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี ทรงติดเข็มกลัดเลขเก้าไทย แนบพระอุระขณะร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช.บรมนาถบพิตร.

        เมื่อวันที่ 26 ต.ค. ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช.บรมนาถบพิตรโดยสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมีเคเซอร์ นัมเกล วังชุก และ สมเด็จพระราชินี เจต ซุน เพมา วังชุก ทรงร่วมในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่พระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง ซึ่งภาพจากการถ่ายทอดสดของโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจได้เผยให้เห็นสมเด็จพระราชธิบดีจิก..มีทรงติดเข็มกลัดรูปเลขเก้าไทย แนบพระอุระด้านซ้าย

"กษัตริย์จิกมี”ทรงติดเข็มกลัดเลข๙ไทยแนบพระอุระซ้าย

   "กษัตริย์จิกมี”ทรงติดเข็มกลัดเลข๙ไทยแนบพระอุระซ้าย

ประมุขแห่งราชอาณาจักรภูฏานได้เคยเสด็จพระราชดำเนินมาประเทศไทยหลายครั้ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ให้โครงการหลวงใช้เป็นทุนรอนในการช่วยเหลือพัฒนาภูฎานมาแล้วหลายปี

"กษัตริย์จิกมี”ทรงติดเข็มกลัดเลข๙ไทยแนบพระอุระซ้าย

"กษัตริย์จิกมี”ทรงติดเข็มกลัดเลข๙ไทยแนบพระอุระซ้าย

        ภูฏานเป็นประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติสมบูรณ์ ดี แต่รายได้ของประชากรไม่มาก และมีปัญหาภูมิประเทศพื้นที่ซึ่งเป็นภูเขาสูง แนวทางร่วมมือเพื่อการพัฒนาบนพื้นที่สูงของทั้ง 2 ประเทศจึงเริ่มต้นจากนักวิชาการ นักการทูต รัฐมนตรีด้านการเกษตรของภูฏาน เดินทางมาศึกษาและเรียนรู้งานที่จังหวัดเชียงใหม่คือ สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง อ.ฝาง จ.เชียงใหม่

"กษัตริย์จิกมี”ทรงติดเข็มกลัดเลข๙ไทยแนบพระอุระซ้าย

"กษัตริย์จิกมี”ทรงติดเข็มกลัดเลข๙ไทยแนบพระอุระซ้าย

      ปัจจุบัน นักวิชาการโครงการหลวงจากประเทศไทย ได้เดินทางไปแนะแนวทางการปลูกไม้ผลเมืองหนาวแก่ชาวภูฏาน ซึ่งไม่ว่าจะเป็นทางตอนล่างของประเทศที่เริ่มปลูกมะม่วง หรือทางตอนเหนือที่สนใจการปลูกพืชเมืองหนาว ขณะที่แต่ละปีนักวิชาการจากภูฏานก็จะเดินทางมาฝึกงานที่สถานีเกษตรหลวงอ่างขางมิได้ขาด

"กษัตริย์จิกมี”ทรงติดเข็มกลัดเลข๙ไทยแนบพระอุระซ้าย"กษัตริย์จิกมี”ทรงติดเข็มกลัดเลข๙ไทยแนบพระอุระซ้าย

     สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคยเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเรียนรู้งานด้วยพระองค์เอง กลางเดือนมีนาคม 2546 และทรงประทับแรมอยู่ที่อ่างขางนี้ 1 คืนด้วย ครั้งนั้นสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ยังทรงพระราชทานพระราชวโรกาสให้เข้าเฝ้าที่พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ และในปีเดียวกันนั้น สมเด็จพระราชินีแห่งภูฏาน พระราชมารดาของ สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี และพระขนิษฐา ก็เสด็จพระราชดำเนินเยือนสถานีเกษตรหลวงอ่างขางอีกถึง 2 ครั้ง

"กษัตริย์จิกมี”ทรงติดเข็มกลัดเลข๙ไทยแนบพระอุระซ้าย

      สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี  ทรงชื่นชมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ว่าพระองค์ท่านทรงเป็นสุดยอดพระมหากษัตริย์  พระองค์ทรงงานอย่างหนัก พระทัยดี ทรงมีความยุติธรรม ทรงเป็นบุคคลที่มีความพยายาม มุ่งมั่น ทำเพื่อประเทศชาติ ข้าพเจ้าอยากจะให้เยาวชนไทยและคนไทย ยึดพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นแรงบันดาลใจในการปฏิบัติตน เพื่อดำรงชีวิตตามที่พระองค์ปฏิบัติ ..”

        พระราชาจิกมี ทรงติดเข็มกลัดเลข ๙ ไทย แนบพระอุระซ้าย ขณะร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระ     ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รับรู้ว่าได้ว่าพระองค์ทรงนับถือ ในหลวง ร.9 ของเราเพียงใด.

ภาพหาดูยาก ‘พราหมณ์สยายผม’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/300108

ภาพหาดูยาก ‘พราหมณ์สยายผม’

พราหมณ์สยายผม ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวง ร9, ภาพหาดูยาก พราหมณ์สยายผม, พราหมณ์สยายผม, ภาพหาดูยาก

   ภาพหาดูยาก “พราหมณ์สยายผม” พิธีการ-ความเชื่อตามหลักศาสนาพราหมณ์

  

ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ตามปกติพราหมณ์จะมวยผมไว้เรียบร้อย และมีความเชื่อว่า การสยายผมเป็นอัปมงคล หรือเพื่อแสดงความเศร้าโศกอย่างถึงที่สุด หรือแสดงเหตุหายนะ

ภาพหาดูยาก 'พราหมณ์สยายผม'

ภาพหาดูยาก 'พราหมณ์สยายผม'

ภาพหาดูยาก 'พราหมณ์สยายผม'

การสยายผมเป็นธรรมเนียมของอินเดียโบราณ แต่เดิมคนโบราณทั้งในสุวรรณภูมิและชมพูทวีปต่างรวบผมเป็นมวย เมื่อผู้ที่รักสิ้นชีวิตไป จะปลดมวยสยายผมลงมาดูกระเซอะกระเซิงแสดงความเศร้าเสียใจ และบอกกับผู้คนว่าอยู่ในเวลาไว้ทุกข์ ดังในคัมภีร์ภควัทคีตากล่าวว่า “วีรบุรุษไม่ทำร้ายผู้สยายผม” หมายความว่า ห้ามทำร้ายผู้คนในช่วงไว้ทุกข์ เพราะกำลังอยู่ในช่วงกำสรดสุดแสน

560000011215101_1

         ภาพพราหมณ์สยายผมในริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ เชิญพระบรมโกศ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล (ภาพจาก University of Wisconsin-Milwaukee Libraries)

ภาพหาดูยาก 'พราหมณ์สยายผม'

ภาพหาดูยาก 'พราหมณ์สยายผม'

ในพระไตรปิฎกเอ่ยถึงกิริยาแบบนี้หลายครั้ง การสยายผมแต่ละครั้งจะเกิดขึ้นในเหตุอันยังความเศร้าเสียใจต่อผู้คนอย่างสุดซึ้ง เช่นเมื่อคราวพระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพาน พวกเทวดา “สยายผมประคองแขนทั้งสองคร่ำครวญอยู่ ล้มลงกลิ้งเกลือกไป” หรือเมื่อคราวจะเกิดหายนะขึ้นในจักรวาล โลกพยุหเทวดาจะนุ่งแดงห่มแดง สยายผมเดินร้องไห้ไปพลางป่าวประกาศจุดจบของโลก

ในงานพระบรมศพพระเจ้าแผ่นดิน มีพรามหณ์เดินก้มหน้าสยายผม ให้ความรู้สึกประหนึ่งเทพยดาประกาศจุดจบของโลกเสียเหลือเกิน

ภาพหาดูยาก 'พราหมณ์สยายผม'

พราหมณ์สยายผม ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวง ร.9

ทั้งนี้ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวง ร.9 พราหมณ์ เดินตามขบวนพระบรมโกฐ ได้เริ่มต้นสยายผมเมื่อเริ่มต้นการเดินริ้วขบวนที่ 1 ซึ่งเป็นภาพพระราชพิธีตามธรรมเนียมโบราณ

มธ.ขอรถสุขาเพิ่ม-เปิดประตู24ชม.รับประชาชน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/300093

มธ.ขอรถสุขาเพิ่ม-เปิดประตู24ชม.รับประชาชน

น้อมส่งเสด็จสู่สวรรค, ส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย, มธขอสุขาเพิ่ม, สุขาไม่้พอ, มธเปิด24ชม, วันที่, ตุลาคมนี้, อาหาร

มธ.เปิดประตูสนามหลวง วันที่ 25-29 ตุลาคมนี้ 24 ชั่วโมงรองรับประชาชนร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พร้อมบริการน้ำ อาหาร ระบุห้องน้ำยังไม่เพียงพอ

     เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 60 ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า ตลอดช่วงงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ระหว่างวันที่ 25 – 29 ตุลาคม 2560 มธ.จะอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่เดินทางเข้ามาร่วมในพระราชพิธีฯ โดยจะเปิดประตูสนามหลวงตลอด 24 ชั่วโมง ให้บริการน้ำดื่ม อาหาร หน่วยแพทย์ และห้องน้ำ

มธ.ขอรถสุขาเพิ่ม-เปิดประตู24ชม.รับประชาชน

ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล

“เนื่องจากมีประชาชนเดินทางมาร่วมในพระราชพิธีฯจำนวนมาก โดยขณะนี้สิ่งที่เป็นปัญหามากที่สุด คือ ห้องน้ำไม่เพียงพอ และหากเป็นไปได้อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดส่งรถสุขาเคลื่อนที่เข้ามาเพิ่มในพื้นที่ในบริเวณใกล้เคียงกับพื้นที่ มธ.เพื่อบริการประชาชน แต่เบื้องต้นได้แก้ปัญหาให้ประชาชนไปเข้าห้องน้ำภายในอาคารแทน แต่ให้มีจิตอาสาพาไป เพราะขณะนี้พื้นที่โซนด้านในที่เป็นอาคารสูงประตูถนนพระอาทิตย์ และประตูถนนพระจันทร์ ทางกองอำนวยการร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร (กอร.พระราชพิธีฯ) ได้กำหนดให้เป็นพื้นที่รักษาความปลอดภัย และให้ใช้เป็นพื้นที่จอดรถของทูตประเทศต่างๆ และบุคคลสำคัญตั้งแต่วันที่ 25-26 ตุลาคมนี้ และจะเปิดประตูถนนพระจันทร์และถนนพระอาทิตย์ได้ตามปกติ ในวันที่ 27 ตุลาคมนี้”รองอธิการบดี มธ.กล่าว

มธ.ขอรถสุขาเพิ่ม-เปิดประตู24ชม.รับประชาชน

 

มธ.ขอรถสุขาเพิ่ม-เปิดประตู24ชม.รับประชาชน

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 26 ตุลาคม ถ้าหากประชาชนเข้ามาในพื้นที่สนามหลวงเป็นจำนวนมาก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะได้หารือกับ กอร.พระราชพิธีฯ เพื่อเปิดพื้นที่อำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนให้มากขึ้นต่อไป

มธ.ขอรถสุขาเพิ่ม-เปิดประตู24ชม.รับประชาชน

ผศ.ดร.ปริญญา กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ มธ.ได้เปิดพื้นที่หอประชุมใหญ่ให้กรมประชาสัมพันธ์ใช้เป็นศูนย์สื่อมวลชน (Main Press Center) และเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ แก่สื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศ และฝ่ายประชาสัมพันธ์ของพระราชพิธี และเปิดห้องประชุม โรงยิม และห้องเรียนในคณะต่างๆ ให้เจ้าหน้าที่ทั้งเจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยแพทย์ จิตอาสา และสื่อมวลชนส่วนหนึ่ง นอนพักรวมจำนวนทั้งหมดถึง 2,500 คน

แหงนหน้าสู้แดดเปรี้ยงก็ไม่ท้อ ขอรอเฝ้าพ่อหลวง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/300092

แหงนหน้าสู้แดดเปรี้ยงก็ไม่ท้อ ขอรอเฝ้าพ่อหลวง

ประชาชนถนนมหาราช แหงนหน้าสู้แดดเปรี้ยงก็ไม่ท้อ ขอรอเฝ้าพ่อหลวง

 

ตามที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชประสงค์ให้ประชาชนที่เดินทางมาร่วมพระราชพีธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมาหภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้เข้าพื้นที่ที่เตรียมไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าหน้าที่เพิ่มพื้นที่เข้าร่วมพระราชพิธี หนึ่งในนั้นคือบาทวิถีถนนมหาราช ฝั่งพระบรมมหาราชวัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศก่อนริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศเคลื่อน บริเวณถนนมหาราชตั้งแต่ประตูเทวาภิรมย์เรื่อยไปถึงแยกท่าเตียน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ 1 เคลื่อนผ่าน โดยเป็นการเชิญพระโกศทองใหญ่โดยพระยานมาศสามลำคาน จากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ผ่านทางประตูเทวาภิรมย์

จากนั้นใช้เส้นทางถนนมหาราช เลี้ยวเข้าสู่ถนนท้ายวัง มุ่งไปยังถนนสนามไชย เชิญพระโกศทองใหญ่ขึ้นประดิษฐานในบุษบกพระมหาพิชัยราชรถ บริเวณหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ประชาชนจำนวนมากเฝ้าเข้าร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพทั้งริมบาทวิถีฝั่งพระบรมมหาราชวัง และฝั่งตรงข้าม

ประชาชนส่วนใหญ่เข้าจุดคัดกรองจากที่ท่าช้างและท่าเตียน ก่อนเดินเข้ามาจับจองพื้นที่ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 25 ตุลาคม 2560 และพักค้างคืนที่บริเวณนี้ โดยในยามค่ำคืนต่างล้มตัวลงนอนพักผ่อน ก่อนจะค่อยๆทยอยตื่นนอนตั้งแต่เวลาประมาณ 1 นาฬิกา กระทั่งเวลา 3 นาฬิกามาเสียงดนตรีดังขึ้น

ทุกคนจึงตื่นทั้งหมด แม้ยามที่พระอาทิตย์ค่อยโผล่พ้นขอบกำแพงพระบรมมหาราชวังและสาดแสงแรงขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้ประชาชนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ต้องแหงนหน้าสู้แดดเปรี้ยง แต่ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่เป็นไร ทนได้ ไหว ในหลวงรัชกาลที่9 ทรงเหนื่อยเพื่อคนไทยมากกว่านี้มาก และตั้งใจเข้าร่วมพรัราชพิธีที่บริเวณนี้ เนื่องจากเป็นจุดแรกที่ริ้วขบวนเคลื่อนผ่านเมื่อพ้นกำแพงพระบรมมหาราชวัง

ทั้งนี้ตลอดถนนมหาราชมีเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ยืนคอยดูแลสุขภาพประชาชนระยะห่างทุก 10 เมตร

1ปีความโศกเศร้าไม่จางหาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/300085

1ปีความโศกเศร้าไม่จางหาย

ประชาชนร่วมส่งเสด็จในหลวง ร.9 “กั้ง เดอะสตาร์”จิตอาสาประดับดอกไม้เพื่อพ่อหลวงเผย1ปีความโศกเศร้าไม่จางหายฝากทุกคนทำหน้าที่ยึดหลักคำสอนชาวนครฯพร้อมร่วมส่งเสด็จ

 

เมื่อวันที่ 26 ต.ค.2560 ที่บริเวณพระบรมมหาราชวัง หน้าศาลหลักเมือง ในบริเวณข้างมณฑลพิธีท้องสนามหลวง ประชาชนจำนวนมาก จับจองพื้นที่ตั้งแต่บริเวณถนนหลักเมือง ถนนราชดำเนินในยาวต่อเนื่องเพื่อร่วมชมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

1ปีความโศกเศร้าไม่จางหาย1ปีความโศกเศร้าไม่จางหาย

นายวรกร ศิริสรณ์   หรือกั้งเดอะสตาร์ กล่าวว่า ได้มาเป็นจิตอาสาทำดอกไม้ประดับพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในโครงการร้อยรักส่งพ่อหลวงของศาลหลักเมือง ในช่วงเช้าของวันที่ 25 ต.ค.ที่ผ่านมา และได้นอนบริเวณศาลหลักเมืองก่อนจะได้มานั่งรอชมมาริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ

1ปีความโศกเศร้าไม่จางหาย1ปีความโศกเศร้าไม่จางหาย

โดยตั้งแต่ในหลวงรัชกาลที่9เสด็จสวรรคต ก็ได้ร่วมเป็นจิตอาสาของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพราะมีความตั้งใจจะทำความดี ตอบแทนพ่อหลวง และในช่วงวันถวายพระเพลิงพระบรมศพ อยากเป็นจิตอาสามากแต่ติดงาน ซึ่งโอกาสนี้ถือเป็นจิตอาสาอีกครั้งที่ได้ทำงานถวายพระองค์ท่าน

“แม้ว่าจะผ่านมา1ปีแล้ว แต่ความรู้สึกโศกเศร้าเสียใจยังไม่เคยจางหาย เพราะเพียง ได้มองพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์น้ำตาก็จะไหลแล้ว แต่ช่วงเวลาที่ผ่านมาเป็นเสมือนช่วงทำใจที่ทำให้ทุกคนเข้าใจธรรมชาติของโลก มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น จึงอยากให้ทุกคนผ่านความรู้สึกนี้ไปให้ได้พร้อมกัน ด้วยการยึดหลักคำสอนของพระองค์ในการดำเนินชีวิต”นายวรกร กล่าว

1ปีความโศกเศร้าไม่จางหาย

1ปีความโศกเศร้าไม่จางหาย

อย่างไรก็ตามเด็กยุค90 ซึ่งอาจไม่ได้สัมผัสพระราชกรณียกิจของพระองค์โดยตรง นอกจากติดตามข่าวพระราชสำนัก แต่ด้วยความที่เป็นลูกข้าราชการ จึงได้รับคำสอนให้ทำหน้าที่ของตนเองได้ดีที่สุด ซึ่งตอนเด็กๆอาจไม่เข้าใจว่าจะทำอย่างไร แต่เพียงการทำหน้าที่ของตนเอง เป็นลูกที่ดีของครอบครัว ตั้งใจเรียนนั่นก็เป็นหน้าที่ของเด็ก และเมื่อเข้าวงการบันเทิงได้ทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มที่ โดยไม่ละทิ้งการเรียน และเมื่อได้เป็นบุคคลสาธารณะเป็นกระบอกเสียง และเป็นแบบอย่างที่ดีให้เยาวชน หากทำในสิ่งที่ไม่เหมาะสมเด็กอาจนำไปเป็นแบบอย่างได้

1ปีความโศกเศร้าไม่จางหาย

นางสายชล รัตนมณี ประชาชนที่เดินทางจากจังหวัดนครศรีธรรมราชเพื่อมาร่วมพิธีถวายพระบรมศพ และชมริ้วขบวนพระราชอิสริยศ บริเวณมณฑลสนามหลวง ว่านั่งรถตู้มาจากจ.นครศรีธรรมราช ตั้งแต่วันที่23ต.ค.ที่ผ่านมา โดยได้ร่วมกลุ่มกับญาติๆ อีก13 คน ใช้เวลา 10 กว่าชั่วโมงมาถึงกทม.และเดินทางเข้าสู่สนามหลวง ไม่ได้จองที่พักจึงได้นอนกันบริเวณริมฟุตบอลตั้งแต่วันที่23ต.ค.2560 จนถึงวันที่25ต.ค.2560 เมื่อทางเจ้าหน้าที่ได้เปิดให้เข้ามาในพื้นที่ก็ได้ต่อคิวตามระเบียบ แต่คนจำนวนเยอะมาก

1ปีความโศกเศร้าไม่จางหาย1ปีความโศกเศร้าไม่จางหาย

“ถือเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้ร่วมส่งเสด็จพ่อหลวง ร.9 ซึ่งตลอดระยะเวลา3คืนที่นอนอยู่แถวราชดำเนิน เหนื่อยและอ่อนเพลียมาก เพราะแต่ละคืนไม่ได้นอนสะดวกสบาย แต่เราทุกคนก็อยากมาร่วมพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระองค์ท่าน สิ่งที่พระองค์ทำเพื่อคนไทยไม่มีคำว่าเหนื่อยหรือท้อ เราไม่ได้นอนเพียงไม่กี่คืนก็ต้องทนให้ได้ ทั้งที่ไม่รู้ว่าจะได้เข้าพื้นที่หรือไม่ ตอนแรกที่มีการเข้าแถวเพื่อเข้ามาข้างในคิดว่าคงไม่ได้เข้ามาแล้ว ได้ขอภาวนาในใจ ยกมือไหว้พ่อหลวง ขอให้ได้เข้ามาพื้นที่ข้างใน และถือว่าโชคดีมากๆ ที่เปิดพื้นที่และพวกเราได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งที่จะได้ร่วมส่งเสด็จพระองค์ท่าน พ่อหลวงของปวงชนชาวไทยทุกคน”นางสายชล กล่าว