รวมจุดพัก-คอยทั่วกรุง25-27ตค.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/299929

รวมจุดพัก-คอยทั่วกรุง25-27ตค.

รองรับประชาชน, จุดพักทั่วกรุง, จุดพักคอย, พักค้าง, ทั่วกรุง

รวมจุด- สถานที่เปิดให้ประชาชนที่เดินทางมาร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สามารถพักค้างและพักคอยได้

        “26ตุลาคม2560วันพระราชพิธีถวายพระเพลิงศพสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่9”ของปวงชนชาวไทย พสกนิกรทั่วทั้งประเทศต่างร่วมถวายอาลัยเดินทางมาร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในช่วงระหว่างวันที่25-29ต.ค.ณ บริเวณพระเมรุมาศ สนามหลวง

รวมจุดพัก-คอยทั่วกรุง25-27ตค.

       โดยพื้นที่ดังกล่าว ทางรัฐบาล และกรุงเทพมหานครได้เตรียมจัดเตรียมพื้นที่เพื่อรองรับพสกนิกรชาวไทย เปิดวัด โรงเรียน และศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร ทั่วพื้นที่กรุงรองรับประชาชนในการพักค้างและพักคอย ประกอบด้วย โรงเรียน จำนวน117โรงเรียน วัด56วัด สถานที่อื่นๆ จำนวน3แห่ง โดยจะเปิดให้ประชาชนเข้าพักระหว่างวันที่25-27ต.ค.60ซึ่งประชาชนสามารถแจ้งการเข้าพักด้วยตนเองได้ที่สำนักงานเขตพื้นที่ที่วัด โรงเรียน หรือศูนย์เยาวชนนั้นตั้งอยู่

     สถานที่ที่เปิดให้ประชาชนที่เดินทางมาร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สามารถพักค้างและพักคอยได้ มีดังนี้ เขตพระนคร1.โรงเรียนวัดราชบูรณะ2.โรงเรียนราชบพิธ3.โรงเรียนวันอินทรวิหาร4.โรงเรียนวัดมหรรณพาราม5.โรงเรียนวัดใหม่อมตรส6.โรงเรียนวัดมกุฏกษัตริยาราม7.โรงเรียนวัดตรีทศเทพ8.โรงเรียนวัดราชนัดดา9.โรงเรียนวัดสุทัศน์10.โรงเรียนวัดมหาธาตุ11.โรงเรียนวัดพระเชตุพน12.โรงเรียนวัดชนะสงคราม13.โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย14.โรงเรียนเบญจมราชาลัย ในพระราชูปถัมภ์15.โรงเรียนวันบวรนิเวศ

รวมจุดพัก-คอยทั่วกรุง25-27ตค.

    16.โรงเรียนสตรีวิทยา17.โรงเรียนวัดราชบพิธ18.โรงเรียนวัดสังเวช19.โรงเรียนมัธยมวัดมกุฏกษัตริย์20.โรงเรียนราชินี21.โรงเรียนภารตวิทยา22.โรงเรียนพิมานวิทย์23.วัดชนะสงคราม24.วัดราชบูรณะราชวรวิหาร (วัดเลียบ)25.วัดสุทัศน์เทพวราราม26.วัดเทพธิดาราม27.วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม28.วัดบวรนิเวศวิหาร29.วัดราชบพิธ30.วัดสังเวชวิศยาราม31.วัดอินทรวิหาร32.วัดมหรรณพาราม ในพระราชูปถัมภ์ฯ33.วัดใหม่อมตรส34.วัดมกุฏกษัตริยารามวรวิหาร35.วัดตรีทศเทพ และ36.วัดมหาธาตุ

    เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย1.โรงเรียนวัดสิตาราม2.โรงเรียนวัดคณิกาผล3.โรงเรียนวัดดิสานุการาม4.โรงเรียนวัดพระพิเรนทร์5.วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร6.วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร7.วัดสุนทรธรรมทาน และ8.วัดโสมนัสราชวรวิหาร ทั้งนี้ สำหรับวัดและโรงเรียนในพื้นที่เขตพระนครและป้อมปราบฯ จะเปิดให้ประชาชนสามารถพักคอยหรือเข้าห้องน้ำได้เท่านั้น ไม่ได้เปิดให้พักค้าง

รวมจุดพัก-คอยทั่วกรุง25-27ตค.

     วัดและโรงเรียน ในอีก27เขตในพื้นที่กรุงเทพฯ เปิดให้ประชาชนสามารถพักค้างและพักคอยได้ มีดังนี้ เขตดุสิต1.โรงเรียนสุโขทัย2.โรงเรียนวัดประชาระบือธรรม3.โรงเรียนวัดสมณานัมบริหาร4.โรงเรียนวัดจันทรสโมสร5.โรงเรียนวัดเบญจมบพิตร6.โรงเรียนวัดราชผาติการาม7.โรงเรียนวัดเทวราชกุญชร8.โรงเรียนวัดสวัสดิวารีสีมาราม9.โรงเรียนวัดธรรมาภิรตามราม10.วัดประสาทบุญญาวาส11.วัดอัมพวัน12.วัดใหม่ทองเสน และ13.วัดสวัสดิ์วารีสีมาราม เขตปทุมวัน1.โรงเรียนวัดปทุมวนาราม2.โรงเรียนปลูกจิต3.โรงเรียนวัดชัยมงคล4.โรงเรียนวัดสระบัว5.สวนลุมพินี6.โรงเรียนวัดบรมนิวาส7.โรงเรียนวัดดวงแข

    เขตสัมพันธวงศ์ 1.โรงเรียนวัดชัยชนะสงคราม2.โรงเรียนวัดไตรมิตรวิทยาลัย3.โรงเรียนวัดจักรวรรดิ4.โรงเรียนวัดปทุมคงคา5.โรงเรียนวัดสัมพันธวงศ์6.วัดชัยชนะสงคราม7.วัดไตรมิตรวิทยาคม8.วัดจักรวรรดิราชาวาส9.วัดปทุมคงคา และ10.วัดสัมพันธวงศ์ เขตดินแดง 1.โรงเรียนวิชากร2.โรงเรียนวิชูทิศ3.โรงเรียนสามเสนนอก และ4.อาคารกีฬาเวสน์1ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ดินแดง) (สำหรับจุดนี้สามารถนำบัตรประจำตัวประชาชนไปแจ้งความประสงค์พักค้างได้ที่ศูนย์เยาวชนฯ)

    เขตคลองสาน 1.โรงเรียนวัดเศวตฉัตร2.วัดเศวตฉัตรวรวิหาร และ3.วัดทองเพลง เขตบางพลัด 1.โรงเรียนวัดสามัคคีสุทธาวาสเขตคลองเตย 1.โรงเรียนศูนย์รวมน้ำใจ และ2.โรงเรียนชุมชนหมู่บ้านพัฒนา เขตบางนา 1.โรงเรียนวัดบางนาใน2.วัดบางนาใน และ3.วัดบางนานอก เขตบางซื่อ 1.โรงเรียนวัดมัชฌันติการาม และ2.โรงเรียนวัดประดู่ธรรมาธิปัตย์ เขตจตุจักร 1.โรงเรียนวัดเทวสุนทร2.โรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ และ3.วัดเทวสุนทรเขตทวีวัฒนา 1.โรงเรียนมัธยมปุรณาวาส และ2.โรงเรียนวัดปุรณาวาส

รวมจุดพัก-คอยทั่วกรุง25-27ตค.

    เขตธนบุรี 1.โรงเรียนวัดใหม่ยายนุ้ย2.โรงเรียนวัดโพธินิมิต3.โรงเรียนวัดราชคฤห์4.โรงเรียนวัดกระจับพินิจ5.โรงเรียนกันตทาราราม6.โรงเรียนวัดเวฬุราชิณ7.วัดบางสะแกใน8.วัดใหม่ยายนุ้ย9.วัดโพธินิมิต10.วัดกันตทาราราม11.วัดบุคคโล เขตบางกอกน้อย 1.โรงเรียนวัดดุสิตาราม เขตบางกอกใหญ่ 1.โรงเรียนวัดราชสิทธาราม2.โรงเรียนวัดท่าพระ3.โรงเรียนวัดประดู่ฉิมพลี4.โรงเรียนวัดดีดวด5.โรงเรียนวัดใหม่พิเรนทร์6.โรงเรียนวัดนาคกลาง7.โรงเรียนวัดสังข์กระจาย8.โรงเรียนสายประสิทธิ์วิทยา9.โรงเรียนทวีธาภิเษก10.โรงเรียนฤทธิณรงค์รอน11.โรงเรียนวัดประดู่ในทรงธรรม1.วิทยาลัยอาชีวศึกษาธนบุรี13.วัดประดู่ฉิมพลี14.วัดเจ้ามูล15.วัดโมลีโลกยารามราชวรวิหาร และ16.วัดเครือวัลย์

    เขตบางบอน1.โรงเรียนพรหมราษฎร์รังสรรค์2.โรงเรียนวัดนินสุขาราม3.วัดบางบอน และ4.วัดนินสุขารามเขตห้วยขวาง1.โรงเรียนประชาราษฎร์บำเพ็ญ2.โรงเรียนพระราม9กาญจนาภิเษก3.โรงเรียนวัดใหม่ช่องลม4.วัดอุทัยธาราม5.วัดพระราม9กาญจนาภิเษก และ6.วัดใหม่ช่องลม เขตมีนบุรี 1.โรงเรียนวัดบำเพ็ญเหนือ และ2.วัดบำเพ็ญเหนือ เขตสวนหลวง 1.โรงเรียนคลองกลันตัน เขตวังทองหลาง1.โรงเรียนวัดสามัคคีธรรม2.โรงเรียนสุเหร่าดอนสะแก3.โรงเรียนสุเหร่าลาดพร้าว (อามินเซ็นอุปถัมภ์) และ4.วัดสามัคคีธรรม

     เขตหลักสี่ 1.โรงเรียนการเคหะท่าทราย2.โรงเรียนเคหะทุ่งสองห้องวิทยา1 , 3.โรงเรียนเคหะทุ่งสองห้องวิทยา2 , 4.โรงเรียนบางเขน (ไว้สาลีอนุสรณ์)5.โรงเรียนวัดหลักสี่ (ทองใบทิวารีวิทยา) และ6.โรงเรียนทุ่งสองห้องเขตบางกะปิ 1.วัดบึงทองหลาง เขตทุ่งครุ1.โรงเรียนนาหลวง2.โรงเรียนราษฎร์บูรณะ (มูฮำหมัดอุทิศ) โรงเรียนชูสินทองประดิษฐอนุสรณ์ และ4.โรงเรียนรางราชพฤกษ์นุชมีอุทิศ เขตหนองแขม 1.โรงเรียนบ้านขุนประเทศ2.โรงเรียนประชาบำรุง3.โรงเรียนมนต์จรัสสิงห์อนุสรณ์4.วัดหลักสาม5.วัดหนองแขม และ6.วัดไผ่เลี้ยง

รวมจุดพัก-คอยทั่วกรุง25-27ตค.

    เขตพระโขนง1.โรงเรียนวัดราษฎร์ศรัทธาธรรม2.โรงเรียนพูนสิน (เพชรสุขอุปถัมภ์)3.โรงเรียนวัดธรรมมงคล (หลวงพ่อวิริยังค์อุปถัมภ์)4.วัดวชิรธรรมวรวิหาร และ5.วัดราษฎรศรัทธาธรรม เขตบางขุนเทียน 1.โรงเรียนวัดสะแกงาม2.โรงเรียนบางขุนเทียนศึกษา3.โรงเรียนราชมนตรี (ปลื้ม–เชื่อมนุกูล)4.โรงเรียนวัดหัวกระบือ5.ศูนย์เยาวชนบางขุนเทียน และ6.ศูนย์กีฬาบางขุนเทียน เขตหนอกจอก 1.โรงเรียนวัดทรัพย์สโมสร และ2.วัดทรัพย์สโมสรนิกรเกษม และ เขตลาดกระบัง1.โรงเรียนวัดบำรุงรื่น2.โรงเรียนวัดบึงบัว3.โรงเรียนวัดปากบึง4.โรงเรียนสุเหร่าลำนายโส5.โรงเรียนแดงเป้า และ6.โรงเรียนเคหะชุมชนลาดกระบัง

    โดยพื้นที่ดังกล่าว จะเป็นพื้นที่อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนเปิดให้สามารถเข้าไปพักค้าง พักคอย เข้าห้องน้ำ อาบน้ำ แต่ประชาชนต้องจัดเตรียมเครื่องนอนมาด้วยตนเอง

    ทั้งนี้ พื้นที่พักคอยและพักแรมให้กับประชาชนทั้งกรุง. ตั้งแต่วันที่25-27ต.ค.ให้กับประชาชนที่เข้าร่วมพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร แล้ว ทางกทม. ได้เตรียมจุดประกอบอาหารได้เตรียมไว้22แห่งเพื่อส่งไปยังซุ้มต่าง ๆบริเวณรอบพระบรมมหาราชวัง และพระเมรุมาศจำลอง119จุด ใช้เจ้าหน้าที่600คน จิตอาสา4,000คน สำหรับดอกไม้จันทน์ ได้เตรียมไว้13ล้านดอก เพื่อเตรียมแจกจ่ายให้พระเมรุมาศจำลอง และวัดทั้ง62แห่ง

รวมจุดพัก-คอยทั่วกรุง25-27ตค.

     สำหรับรายชื่อสถานที่ตั้งพระเมรุมาศจำลอง ในส่วนของกรุงเทพมหานคร เขตดุสิต พระลานพระราชวังดุสิต เขตวัฒนาสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (เดิม) เขตพระนครสวนนาคราภิรมย์ เขตพระนครลานปฐมบรมราชานุสรณ์ พระพุทธยอดฟ้า เขตพระนครลานคนเมือง เขตบางนาศูนย์นิทรรศการ และการประชุมไบเทคบางนา เขตลาดกระบังสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง อำเภอลำลูกกาสนามกีฬาธูปะเตมีย์อำเภอพุทธมณฑลพุทธมณฑล

    พสกนิกรชาวไทยร่วมถวายดอกไม้จันทน์ แสดงความจงรักภักดีและถวายความอาลัยต่อกษัตริย์ผู้เป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทยเป็นครั้งสุดท้ายกทม. สำหรับผู้ที่มีความประสงค์จะเข้าพักแรมในจุดที่ทาง กทม.ได้เตรียมไว้ให้ สามารถตรวจสอบสถานที่ได้ทางhttp://www.prbangkok.com

ชาวปัตตานีศีลกินเจทำดีถวายในหลวงร. 9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/299930

ชาวปัตตานีศีลกินเจทำดีถวายในหลวงร. 9

ชาวปัตตานีศีลกินเจทำดีถวายในหลวงร 9, ศีลกินเจทำดีถวายในหลวงร 9

ประเพณีถือศีลกินเจสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับจังหวัดปัตตานี และแสดงถึงความมีน้ำหนึ่งใจเดียวกันที่จะทำความดีถวายในหลวงรัชกาลที่ 9 สืบไป

       เทศกาลถือศีลกินเจของชาวไทยเชื้อสายจีนนั้นปฏิบัติสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ปัจจุบันมีชาวไทยหลายคนหันมาร่วมถือศีลกินเจมากขึ้นด้วย ซึ่งในปีนี้การถือศีลกินเจมีความหมายมากกว่านั้น   เพราะการกินเจคือตั้งแต่วันที่ 19-28 ตุลาคม 2560 ตรงกับช่วงเวลาที่มีงานสำคัญของปวงชนชาวไทย นั่นคือ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ชาวไทยเชื้อสายจีน และชาวไทยทั่วไป นอกจากจะร่วมกันถือศีล ไม่กินเนื้อสัตว์แล้วยังได้ร่วมกันบำเพ็ญธรรม เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วย

ชาวปัตตานีศีลกินเจทำดีถวายในหลวงร. 9ชาวปัตตานีศีลกินเจทำดีถวายในหลวงร. 9

บรรยากาศการถือศีลกินเจทั่วประเทศจึงจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย ยกตัวอย่างที่ ลานหน้าศาลเจ้าเล่งจูเกียง (ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวปัตตานี) เมื่อเร็วๆนี้ เต็มไปด้วยพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดปัตตานี ชาวปัตตานี และจังหวัดใกล้เคียงจำนวนมาก ต่างมารวมกันใน “งานรวมใจกันถือศีลกินเจ และร่วมบำเพ็ญธรรมเป็นพระราชกุศลอุทิศถวาย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร”

ชาวปัตตานีศีลกินเจทำดีถวายในหลวงร. 9

ชาวปัตตานีศีลกินเจทำดีถวายในหลวงร. 9

 

ชาวปัตตานีศีลกินเจทำดีถวายในหลวงร. 9โดยนายกฤษศญพงษ์ ศิริ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดงาน มีนายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี นายพิทักษ์ ก่อเกียรติพิทักษ์ นายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี,ประธานกรรมการมูลนิธิเทพปูชนียสถาน(เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว) ปัตตานี วัฒนธรรมจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส, หัวหน้าส่วนราชการ, มูลนิธิ สมาคม ชมรมชาวไทยเชื้อสายจีนจังหวัดปัตตานี คณะกรรมการจัดงาน และชาวปัตตานีเข้าร่วมงาน

กิจกรรมภายในงานมีการสวดมนต์บำเพ็ญธรรม พิธีเชิญกิวอ๋องไต่เต่ และการหามเกี้ยว พิธีไหว้เทวดาฟ้าดิน ไหว้องค์พระในศาลเจ้า พิธีเชิญธง เชิญตะเกียงขึ้นสู่ยอดเสา และกิจกรรมแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ หอนิทรรศน์สานอารยธรรมจังหวัดปัตตานี (พิพิธภัณฑ์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว) และบริการเลี้ยงอาหารเจ ตลอดช่วงเทศกาล 19-28 ตุลาคมนี้

ชาวปัตตานีศีลกินเจทำดีถวายในหลวงร. 9

ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า ในฐานะภาคราชการถือได้ว่าเทศกาลถือศีลกินเจทั่วประเทศปีนี้มีความสำคัญยิ่ง ทุกภาคส่วนจัดขึ้นด้วยการสืบสานประเพณีโบราณแล้วยังแสดงถึงความจงรักภักดี ความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์มีต่อพสกนิกรชาวไทยมาตลอด เป็นศูนย์รวมใจของคนไทยทั้งชาติ

จึงเป็นช่วงเวลาที่ประชาชนชาวทั่วประเทศ ได้รวมใจกันแสดงความจงรักภักดี ดังเช่นชาวไทยเชื้อสายจีนในปัตตานี และชาวปัตตานีวันนี้ได้ร่วมกันถือศีลกินเจ สร้างความรัก ความสามัคคี สร้างความดีงาม และร่วมสวดมนต์ บำเพ็ญธรรมเป็นพระราชกุศลอุทิศถวาย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรด้วย

ชาวปัตตานีศีลกินเจทำดีถวายในหลวงร. 9

ชาวปัตตานีศีลกินเจทำดีถวายในหลวงร. 9

ด้านนายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา รองผวจ.ปัตตานี กล่าวว่า ประเพณีถือศีลกินเจ เป็นการบำเพ็ญศีล ไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต งดเที่ยวเตร่ ของมึนเมา นอกจากจะก่อให้เกิดผลดีต่อจิตใจแล้ว ยังครอบคลุมไปถึงการมีสุขภาพพลานามัยที่ดีอีกด้วย การกินเจทุกวันนี้ก็ไม่ได้จำกัดอยู่แค่คนไทยเชื้อสายจีนหรือผู้สูงอายุเท่านั้น

แม้แต่คนไทยและโดยเฉพาะวัยหนุ่มสาว หรือวัยทำงาน ก็หันมากินเจกันมากขึ้นทุกๆ ปี เป็นไปตามการพัฒนาจังหวัดปัตตานีภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ การทำให้ประชาชนในจังหวัดปัตตานีมีความเป็นอยู่ที่ดี มั่นคง อยู่ในสังคมที่มีความสงบสุข แสดงออกถึงวิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม และประเพณีของตนเอง

ชาวปัตตานีศีลกินเจทำดีถวายในหลวงร. 9

ส่วนในมุมมอง นายประยูรเดช คณานุรักษ์ ประธานกรรมการมูลนิธิเทพ ปูชนียสถาน(เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว) กล่าวว่า การถือศีลกินเจปีนี้ตรงกับช่วงงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พวกเราถือว่าเป็นวันสำคัญ เราชาวไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดปัตตานีรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้ จึงร่วมกับทุกภาคส่วนในปัตตานี วัฒนธรรมจังหวัดปัตตานี และกระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกันจัดงานรวมใจถือศีลกินเจ

ร่วมบำเพ็ญธรรมเป็นพระราชกุศลอุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ตลอดเทศกาลจะมีการสวดมนต์ไทย บาลี สวดมนต์จีน การบรรยายธรรมให้ความรู้เรื่องการถือศีลกินเจและปฏิบัติตนตามรอยเบื้องพระยุคลบาท การจัดนิทรรศการภาพวาดของศิลปินปัตตานี การขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์ ฯลฯ

ชาวปัตตานีศีลกินเจทำดีถวายในหลวงร. 9

 

ชาวปัตตานีศีลกินเจทำดีถวายในหลวงร. 9        นายพิทักษ์ ก่อเกียรติพิทักษ์ นายกเทศมนตรีเมืองปัตตานีและประธานชมรมชาวไทยเชื้อสายจีน จ.ปัตตานี กล่าวว่า งานประเพณีเทศกาลกินเจ ครั้งนี้จัดขึ้นเพื่ออนุรักษ์ สืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของชาวไทยเชื้อสายจีน สร้างภาพลักษณ์ ความเชื่อมั่น และประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี ให้เป็นเมืองท่องเที่ยวภายใต้สังคมที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม และเพื่อเป็นการเสริมพลัง สร้างความเข้มแข็งของชุมชนในพื้นที่ ในการเสริมสร้างสันติสุขและความสมานฉันท์ด้วย

บอกเล่าความเป็นไทยไปทั่วโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/299785

บอกเล่าความเป็นไทยไปทั่วโลก

เยาวชนเจ้าบ้าน, สืบสานวัฒนธรรม, ปีที่

“เยาวชนเจ้าบ้าน สืบสานวัฒนธรรม” ร่วมบอกเล่าความเป็นไทยไปทั่วโลก ปีที่ 3

     ตอกย้ำความสำเร็จเป็นปีที่ 3 กับกิจกรรม “เยาวชนเจ้าบ้าน สืบสานวัฒนธรรม” ที่พร้อมบอกเล่าประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต และเผยแพร่เรื่องราวดีๆ ของชุมชนตนเองให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ ที่มาร่วมงาน  “River Festival 2017 สายน้ำแห่งวัฒนธรรม ครั้งที่ 3” โดยมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-5 พฤศจิกายน 2560  ซึ่งโครงการนี้จะช่วยเสริมสร้างทักษะความรู้เรื่องชุมชนให้แก่น้องๆ เยาวชน พร้อมช่วยฝึกฝนการเป็นเจ้าบ้านที่ดีให้แก่เด็กยุคใหม่ เพื่อเป็นผู้สืบสานวัฒนธรรมอันดีงามของไทยให้อยู่คู่กับสังคมไทยตลอดไป

บอกเล่าความเป็นไทยไปทั่วโลก

ก่อนลงพื้นที่กิจกรรมในวันจริง ได้มีการจัดกิจกรรม Workshop และอบรมน้องๆ ด้วยการฝึกซ้อมนำเสนอและเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ ความเป็นมาของแต่ละวัด  ได้แก่ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร, วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร, วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร  และวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร โดยน้องๆ เยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรมล้วนเป็นนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาที่มีอายุระหว่าง  7 – 15 ปี ที่เรียนหรืออาศัยอยู่ในชุมชนนั้นๆ และมีความกล้าแสดงออก มีจิตอาสา สามารถถ่ายทอดเรื่องราวในชุมชนให้แก่นักท่องเที่ยวได้ สำหรับบรรยากาศการอบรมเป็นไปอย่างคึกคัก น้องๆ ทุกคนตั้งใจและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
 คุณสุรพล เศวตเศรณี คณะกรรมการการจัดงาน River Festival 2017 สายน้ำแห่งวัฒนธรรม และ  ที่ปรึกษากรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ให้ข้อมูลในครั้งนี้ว่าเยาวชนเจ้าบ้านสืบสานวัฒนธรรม เป็นอีกหนึ่งในกิจกรรมดีๆ ของโครงการ River Festival 2017 สายน้ำแห่งวัฒนธรรม ด้วยการร่วมอนุรักษ์สืบสาน เผยแพร่วัฒนธรรมและเทศกาลประเพณีไทยไปสู่สากล  กิจกรรมนี้ได้รับความร่วมมือกันระหว่าง บ้าน วัด โรงเรียน โดย บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) มีความมุ่งเน้นที่จะเชื่อมโยงและทำงานร่วมกันแบบยั่งยืน ซึ่งน้องๆ เหล่านี้ก็จะเป็นตัวแทนของชุมชนต่างๆ ในพื้นที่ที่เราจัดกิจกรรมงาน    ลอยกระทง River festival 2017 สายน้ำแห่งวัฒนธรรม งานนี้แต่ละคนได้มาฝึกทักษะในด้านการสื่อสาร นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับวิถีชีวิตที่เกี่ยวกับสถานที่สำคัญประวัติศาสตร์ของชุมชนต่างๆ และจะเป็นตัวแทนในการอนุรักษ์สืบสานผ่านเรื่องราวที่มีความสำคัญที่เป็นเอกลักษณ์และมีคุณค่าได้อย่างยั่งยืนต่อไป

บอกเล่าความเป็นไทยไปทั่วโลกบอกเล่าความเป็นไทยไปทั่วโลก

น้องเลิฟ-เด็กหญิงสุภาวดี แสงอ่อน ตัวแทนน้องๆ จากเยาวชนเจ้าบ้าน สืบสานวัฒนธรรม เผยความรู้สึกว่า วันนี้รู้สึกสนุกมากๆ  ได้รับความรู้มากมายเกี่ยวกับวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร พี่ๆ ทีมงานให้หาความรู้ด้วยการอ่านประวัติความเป็นมาตามป้ายภายในวัด และพวกหนูก็ท่องจำค่ะ เช่น เรื่องโบสถ์น้อย วิหารน้อย และทุกจุดที่เรายืน หนูประจำอยู่จุดโบสถ์น้อยกับจุดยักษ์ และวันนี้หนูกับไอซ์ก็มีโอกาสได้ลงพื้นที่แนะนำสถานที่ให้กับนักท่องเที่ยว รู้สึกตื่นเต้นมากๆ เพราะเป็นครั้งแรกที่หนูได้นำความรู้ที่ได้จากการอ่านและศึกษาในวันนี้ ทั้งในของเรื่องประวัติความเป็นมารวมถึงจุดสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นจุดสำคัญต่างๆที่น่าสนใจ ภายในวัด นำมาบอกเล่าให้นักท่องเที่ยวฟัง
น้องไอซ์-เด็กชายจิตติพัฒน์ พันลาย เสริมต่อว่า วันนี้ได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ด้วยการศึกษาหาความรู้นอกห้องเรียน เกี่ยวกับเรื่องพระพุทธศาสนาซึ่งเป็นสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวของเรามาก สนใจกิจกรรมเยาวชนเจ้าบ้าน สืบสานวัฒนธรรม เพราะผมอยากเป็นมัคคุเทศก์ผมสนใจเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา และอยากหารายได้เสริมช่วงปิดเทอมครับ ซึ่งวันนี้พี่ๆ ได้เปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้เรื่องราวมากมายเกี่ยวกับวัดอรุณฯ ได้เห็นสถานที่จริง และได้ท่องจำทำความเข้าใจก่อน ทำให้ผมสามารถเล่ารายละเอียดความเป็นมาแต่ละจุดต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวฟังได้อย่างครบถ้วน

บอกเล่าความเป็นไทยไปทั่วโลกบอกเล่าความเป็นไทยไปทั่วโลกบอกเล่าความเป็นไทยไปทั่วโลก
     น้องหนึ่ง-เด็กหญิงหนึ่งฤทัย สวยดี เผยความรู้สึกว่าวันนี้สนุกมากๆ ที่ได้ลงพื้นที่ร่วมกิจกรรมเยาวชนเจ้าบ้านสืบสานวัฒนธรรม ที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หนูได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมนี้เพราะคุณครูที่โรงเรียนแนะนำให้มาสมัคร และอยู่บริเวณใกล้บ้าน ทำให้สะดวกต่อการเดินทางมาร่วมกิจกรรม กิจกรรมวันนี้ได้ให้พวกเราหาความรู้ ด้วยความสามารถของพวกเราเอง โดยพี่ๆก็ได้ทดสอบความรู้ของพวกเราด้วยการตั้งคำถามให้เราไปหาคำตอบเกี่ยวกับประวัติความเป็นมา เช่น พระพุทธไสยาส ยักษ์วัดโพธิ์ พระอุโบสถ และอื่นๆ วันนี้มีนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก และหนูได้มีโอกาสนำความรู้ที่ได้แนะนำให้กับนักท่องเที่ยวได้ฟังกัน ถึงแดดจะร้อนแค่ไหนหนูก็สู้ๆ

บอกเล่าความเป็นไทยไปทั่วโลกบอกเล่าความเป็นไทยไปทั่วโลกบอกเล่าความเป็นไทยไปทั่วโลก
เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งโครงการดีๆ ที่จะช่วยเสริมสร้างทักษะความรู้เรื่องชุมชนให้แก่เยาวชน พร้อมช่วยฝึกฝนการเป็นเจ้าบ้านที่ดี พร้อมเป็นผู้สืบสานวัฒนธรรมอันดีงามของไทยไปสู่สากล

รวมพลังบริจาคโลหิต ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ รัชกาลที่ 9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/299787

รวมพลังบริจาคโลหิต ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ รัชกาลที่ 9

บริจาคคโลหิต, รัชกาลที่, นักเรียน

ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาจังหวัดพังงา ตลอดจนประชาชน นักเรียน จิตอาสาหลั่งไหลสู่หน้าสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดพังงา ร่วมใจบริจาคโลหิต

         ประชาชน จ.พังงา ร่วมใจบริจาคโลหิต เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อเป็นการน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยมาอย่างยาวนาน

      รวมพลังบริจาคโลหิต ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ รัชกาลที่ 9รวมพลังบริจาคโลหิต ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ รัชกาลที่ 9รวมพลังบริจาคโลหิต ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ รัชกาลที่ 9

      โดยนางไขแสง ศักดา นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพังงา ได้กล่าวว่า เหล่ากาชาดจังหวัดพังงา สาขาบริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ร่วมกับโรงพยาบาลพังงา ได้จัดทำโครงการจิตอาสา ร่วมทำความดี บริจาคโลหิตด้วยหัวใจ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อเชิญชวนข้าราชการทุกหมู่เหล่า รวมถึงประชาชน นักเรียนจิตอาสาทุกคนในจังหวัดพังงา ได้เข้าร่วมแสดงความจงรักภักดีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วยการรวมพลังด้วยหัวใจบริจาคโลหิตในวันที่ 19ตุลาคม 2560 ตั้งแต่เวลา 08.30 16.00 . ณ สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดพังงา ซึ่งขณะนี้มีจำนวนผู้เข้ารวมพลังบริจาคโลหิตเป็นกว่าห้าร้อยคน

ป่วยบ่อย อ่อนเพลียง่าย อาการยอดฮิตที่น่าเบื่อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/299774

ป่วยบ่อย อ่อนเพลียง่าย อาการยอดฮิตที่น่าเบื่อ

ป่วยบ่อยๆ, อ่อนเพลียง่าย

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่รู้สึกเหนื่อยล้าและอ่อนเพลียง่ายอยู่ตลอดเวลา รู้สึกปวดตามข้อต่อต่างๆของร่างกายอยู่บ่อยๆ

       เหนื่อยล้าและอ่อนเพลียง่ายอยู่ตลอดเวลา รู้สึกปวดตามข้อต่อต่างๆของร่างกายอยู่บ่อยๆ หรือบางครั้งก็พบว่าความต้องการทางเพศที่เคยมีนั้นลดน้อยลงไปกว่าแต่ก่อน และคุณก็ยังคงรู้สึกว่าร่างกายของคุณนั้นไม่เป็นปกติถึงแม้ว่าแพทย์จะบอกว่าร่างกายของคุณนั้นแข็งแรงดีอยู่ก็ตาม

อาการที่กล่าวมาทั้งหมดนี้อาจเป็นอาการทางด้านสุขภาพที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลังที่มีสาเหตุมาจากการขาดสมดุลต่างๆในร่างกาย ซึ่งสาเหตุที่แท้จริงนั้นสามารถเกิดจากหลากหลายสาเหตุ อาทิ การขาดสมดุลของฮอร์โมน ภูมิแพ้อาหารแฝง ตลอดจนอุปนิสัยการใช้ชีวิตที่ไม่ดีต่อสุขภาพที่สามารถก่อให้เกิดการสะสมสารพิษในลำไส้และนำไปสู่โรคต่างๆ โดยสาเหตุของอาการเหล่านี้อาจไม่สามารถตรวจพบได้โดยวิธีการวิเคราะห์ทั่วไป

       ผศ.นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ ผู้อำนวยการด้านการแพทย์ ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ ในเครือโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อธิบายว่า “อันที่จริงแล้วปัญหาเหล่านี้มีหนทางแก้ไขได้ไม่ยากนัก หากรู้ถึงสาเหตุที่แท้จริงของอาการนั้นๆ”

ที่ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ เราเข้าใจปัญหาเหล่านี้และสามารถช่วยให้คุณกลับมามีสุขภาพที่แข็งแรงและมีพลังกระปรี้กระเปร่าอีกครั้งหนึ่ง โดยทีมแพทย์ของเราเป็นแพทย์เฉพาะทางด้านการฟื้นฟูรักษาสุขภาพ การรักษาความไม่สมดุลของฮอร์โมน การแพ้อาหาร ตลอดจนการสะสมสารพิษต่างๆในร่างกาย นอกจากนี้เรายังสามารถช่วยให้คุณสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายให้สมดุล ซึ่งนำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึมแร่ธาตุและการย่อยอาหารของร่างกายให้เป็นปกติ

        คืนชีวิตชีวาให้กับร่างกายเริ่มที่สาเหตุของปัญหา  คุณเคยรู้สึกแบบนี้บางหรือไม่ ที่ไม่อยากลุกจากที่นอน? รู้สึกหงุดหงิดระหว่างวัน สมองไม่โล่ง ขาดแรงจูงใจในการทำงานหรือออกกำลังกายในระหว่างวัน?
       ความเมื่อยล้าหรืออาการขาดเรี่ยวแรงอาจดูเหมือนเป็นเรื่องไม่ยากในการแก้ไข แต่ที่จริงแล้วไม่ง่ายอย่างที่หลายคนคิด อาการเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น การสะสมของสารพิษในกระแสเลือดและระบบการย่อยอาหารที่ไม่มีประสิทธิภาพ ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่องเนื่องจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือแม้แต่กระทั่งภาวะซึมเศร้าและความเครียดต่างๆก็สามารถเป็นสาเหตุของความเหนื่อยล้าอ่อนเพลียได้ แนวทางของเราคือการรักษาต้นเหตุของปัญหาไม่ใช่แค่อาการเท่านั้น โดยการวิเคราะห์ตั้งแต่พฤติกรรมการใช้ชีวิต การแพ้อาหาร ระดับฮอร์โมนในร่างกาย การรับประทานอาหาร และระบบย่อยอาหารของคนไข้ โดยแพทย์จะนำผลการตรวจของแต่ละบุคคลมาวิเคราะห์อย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุของความผิดปกติ และแนะนำเกี่ยวกับการบำบัดด้วยฮอร์โมน (สำหรับผู้ที่มีความไม่สมดุลของฮอร์โมนหรือฮอร์โมนไม่เพียงพอ) จัดอาหารเสริมให้ตรงกับความต้องการเฉพาะบุคคล ตลอดจนให้คำแนะนำในการควบคุมการแพ้อาหาร การปรับวิถีการดำเนินชีวิตและการออกกำลังกายในช่วงเวลาต่างๆเพื่อส่งเสริมสุขภาพที่ดีในระยะยาว

       นอนหลับดีขึ้น  คุณภาพชีวิตก็จะดีขึ้น    คนที่มีอาการนอนไม่หลับมักประสบความเมื่อยล้าหงุดหงิดและไม่สบายใจ โดยหลายคนอาจแก้ปัญหาด้วยการทานยานอนหลับซึ่งเป็นวิธีแก้ไขได้เพียงในระยะสั้นเท่านั้น และอาจนำไปสู่การเสพติดยานอนหลับได้ในที่สุด อันที่จริงแล้วการนอนหลับที่มีคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับร่างกายและจิตใจที่แข็งแรง การวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่แท้จริงของอาการนอนไม่หลับนั้นจึงเป็นสิ่งจำเป็นมากที่สุด โดยอาจเริ่มจากวิเคราะห์สาเหตุหลักของอาการนอนไม่หลับต่างๆไม่ว่าจะเป็นวิถีการดำเนินชีวิต การรับประทานอาหาร ความสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย หรือแม้แต่กระทั่งการขาดการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วปัญหาการนอนไม่นั้นหลับนั้นอาจเกิดจากความไม่สมดุลของฮอร์โมนในร่างกายซึ่งในกรณีนี้อาจต้องมีการรักษาด้วยการให้ฮอร์โมนทดแทน และต้องมีการปรับวิถีการดำเนินชีวิตเพื่อการลดความเครียดต่างๆ หรือแม้แต่กระทั่งการรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อส่งเสริมการนอนหลับอย่างมีประสิทธิภาพ

แม้ว่าการมีเพศสัมพันธ์ที่ลดลงนั้นเป็นส่วนหนึ่งของความชรา แต่ก็อาจมีสาเหตุเนื่องมาจากความเครียด ความไม่สมดุลของฮอร์โมน และการไหลเวียนโลหิตที่ไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งหากคุณมีปัญหาเหล่านี้ก็มีโอกาสเสี่ยงสูงที่จะประสบปัญหาความต้องการทางเพศที่ลดลงด้วยเช่นกัน ซึ่งการใช้ยากระตุ้นต่างๆอาจเป็นเพียงวิธีแก้ปัญหาอาการทางเพศได้เพียงระยะสั้นๆเท่านั้น แต่ข่าวดีก็คือที่ไวทัลไลฟ์แพทย์สามารถช่วยให้คนไข้ฟื้นฟูอาการทางเพศเหล่านี้ได้ โดยการวิเคราะห์ถึงสาเหตุของปัญหาที่แท้จริง การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตที่เหมาะสม และการบำบัดด้วยฮอร์โมนทดแทนต่างๆ เพื่อเสริมความมั่นใจให้กับชีวิตรักของคุณอีกครั้ง

      ดีท็อกซ์เพื่อสุขภาพ ทุกวันเราสัมผัสกับสารพิษที่เป็นอันตรายมากมาย เช่น สารตะกั่ว สารปรอท สารกำจัดศัตรูพืช และอีกมากมายอย่างไม่รู้ตัว ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆสารปนเปื้อนจากอาหาร น้ำ และสภาพแวดล้อมเหล่านั้นจะค่อยๆสะสมเข้าไปในกระแสเลือด เนื้อเยื่อและอวัยวะต่างๆของเรา และถึงแม้ว่าร่างกายจะสามารถกำจัดสารพิษได้บ้าง แต่สำหรับคนที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ที่มีภาวะมลพิษสูงนั้นปัญหาเหล่านี้ก็ยังคงเป็นเรื่องที่ทุกคนจะต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

       สารพิษสามารถทำลายระบบภูมิคุ้มกันที่ดีของร่างกาย ตลอดจนระบบย่อยอาหาร หรือแม้แต่กระทั่งสมองของเราได้ อีกทั้งสารพิษยังสามารถก่อให้เกิดอาการที่ไม่พึงประสงค์ในรูปแบบของการแพ้ ผื่น ปวดหัว และความเมื่อยล้าต่างๆ ซึ่งสามารถนำไปสู่ภาวะความจำเสื่อม ความผิดปกติทางสมอง (โดยเฉพาะในเด็ก) หรือแม้แต่กระทั่งโรคมะเร็งได้

โดยทั่วไปแล้วการแพทย์แผนปัจจุบัน (Conventional Medicine) นั้นจะไม่ได้มีการวิเคราะห์ลึกถึงระดับปริมาณสารพิษในร่างกาย ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่มาของปัญหาสุขภาพที่ยากต่อการวินิฉัย การแพทย์แบบองค์รวม (Integrated Medicine) จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยวิเคราะห์และรักษาถึงต้นเหตุแห่งปัญหาสุขภาพที่แท้จริง ที่ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ แพทย์จะทำการวิเคราะห์สารพิษในร่างกายโดยละเอียดด้วยเครื่องมือตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ และนำผลการทดสอบของแต่ละบุคคลมาวิเคราะห์ และแนะนำวิธีการบำบัดล้างสารพิษที่เหมาะสำหรับคนไข้แต่ละบุคคล

      เสริมภูมิคุ้มกันเพื่อร่างกายที่แข็งแรง    ระบบภูมิคุ้มกันนั้นเป็นส่วนสำคัญในการป้องกันร่างกายจากเชื้อโรคต่างๆที่ทำให้เราไม่สบายและนำไปสู่โรคภัยไข้เจ็บได้ การที่ร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงย่อมเป็นสิ่งจำเป็นต่อการมีสุขภาพที่ดีในระยะยาว ดังนั้นการวางแผนใช้ชีวิตให้เหมาะสม เข้าใจถึงสาเหตุที่แท้ของปัญหา นอนหลับอย่างเพียงพอ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง และปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำปรึกษาและทำการบำบัดที่เหมาะสมจึงเป็นแนวทางนำไปสู่การมีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

“ตามรอยธรรมราชา” กับ พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปญโญ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/299773

“ตามรอยธรรมราชา” กับ พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปญโญ

ตามรอยธรรมราชา, กิตติปญโญ

ในเดือนตุลาคมของปีที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุการณ์ที่เป็นเครื่องบอกว่าสัจจะธรรมข้อนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับชีวิตทุกชีวิตนั้น

      เราได้สูญเสียพระราชาที่เปรียบเสมือนพ่อของแผ่นดินไปอย่างไม่หวนกลับมา ทำให้พสกนิกรชาวไทยรู้สึกเศร้าโศกเสียใจ แต่ขณะเดียวกันเราในฐานะประชาชนของพระราชาควรที่จะรำลึกถึงพระราชาผู้ทรงธรรม ด้วยการสืบสานและถ่ายทอดเส้นทางแห่งธรรมของพ่อแห่งแผ่นดินเพื่อให้ลูกหลานได้นำไปเป็นแบบอย่างที่ดีสืบต่อไป ธรรมบรรยายหัวข้อ “ตามรอยธรรมราชา” โดย พระอาจารย์นวลจันทร์กิตติปญโญ ที่ได้ถ่ายทอดเรื่องราวดีๆ ผ่านเวทีเรายกวัดมาไว้ที่เซเว่น ณ อาคารซีพี ทาวเวอร์ให้ประชาชนกว่า 300 คน ได้คิดตามและนำไปเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต

“ตามรอยธรรมราชา” กับ พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปญโญ

พระอาจารย์นวลจันทร์ ได้ฝากข้อคิดในการใช้ชีวิต 12 ประการของพระราชาไว้ว่า
        ข้อ1. อย่าทำลายความหวังของใครเพราะเขาอาจเหลืออยู่แค่นั้น ฟังแล้วดูเหมือนทำง่ายแต่เมื่อตรึกตรองดูแล้วการที่จะทะนุถนอมจิตใจดวงหนึ่งนั้นมันยาก เพราะหากเราเผลอไปทุบทำลายความหวังสุดท้ายของเขาเสียแล้ว เขาอาจจะใช้ชีวิต โดยไร้ซึ่งความหวังมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปจากเดิมเหมือนเป็นคนละคน

      ข้อ2. เมื่อมีคนเล่าว่าเขามีส่วนในเหตุการณ์สำคัญอะไรก็ตามเราไม่ต้องไปคุยทับปล่อยให้เขาฟุ้งไปตามสบาย พระองค์ทรงเป็นผู้มีความหวังดีต่อทุกคน มีอารมณ์ขันในการทำสิ่งต่างๆ ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย

      ข้อ3. รู้จักฟังให้ดีโอกาสทองบางทีก็มาแบบแว่วๆเหมือนกัน คนเราถูกกำหนดให้มีหูสองข้าง มีปากหนึ่งปาก ฉะนั้นจึงควรที่จะฟังมากกว่าพูด  การฟังถือว่าเป็นช่องทางหาโอกาสในการใช้ชีวิตในทางที่ถูกที่ควร

“ตามรอยธรรมราชา” กับ พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปญโญ

      ข้อ4. หยุดอ่านคำอธิบายสถานที่ทางประวัติศาสตร์ซึ่งอยู่ตามริมทางเสียบ้าง บางครั้งเราไปสถานที่ที่ไม่เคยไปพอได้อ่านข้อมูลมีเป็นความรู้ เราก็จะเกิดความเข้าใจ วางตัวได้ถูกต้องกับสถานที่ ถูกกับกาลเทศะ

     ข้อ5. จะคิดการใดจงคิดให้ใหญ่ๆเข้าไว้แต่เติมความสุขสนุกสนานลงไปด้วย การทำงานจะต้องคิดให้ใหญ่เข้าไว้แต่ระหว่างทางที่จะไปต้องประกอบไปด้วยความสุขของผู้ทำ

    ข้อ6.หัดทำสิ่งดีให้กับคนอื่นจนเป็นนิสัย โดยไม่จำเป็นต้องให้เขารู้ เหมือนกับการปิดทองหลังพระ ซึ่งเปรียบเสมือนการทำความดี ที่ไม่ว่าจะทำเท่าไหร่ก็ไม่มีวันสูญเปล่า สักวันความดีที่สั่งสมไว้ก็จะส่งผลให้ได้ดี

    ข้อ7.จำไว้ว่าข่าวทุกชนิดล้วนถูกบิดเบือนมาแล้วทั้งนั้น ดังนั้นจงอย่าเชื่อไปเสียทุกเรื่อง แต่ให้คิดอยู่บนหลังข้อเท็จจริง ความมีเหตุและผล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ข่าวสารในโลกออนไลน์ยิ่งต้องกลั่นรองให้ดี

    ข้อ8. หากมีเวลาเล่นเกมส์กับเด็กๆ ก็ปล่อยให้เด็กชนะไปเลย อยากให้มองถึงเมื่อเราต้องการให้อะไรก็ควรให้ในสิ่งที่เขาต้องการเสียก่อนแล้ว ค่อยยื่นสิ่งที่เราอยากให้ ถือเป็นการสอนที่ช่วยสร้างความเชื่อใจ

“ตามรอยธรรมราชา” กับ พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปญโญ

     ข้อ9. ใครจะวิจารณ์เราก็ช่างไม่ต้องเสียเวลาโต้ตอบ การงานเราจะไม่เดินหน้าหากมัวแต่แก้ไขตามคำพูดของผู้อื่นเพราะทำอย่างไรก็ยังไม่ดีขึ้น ไม่สามารถเป็นทัศนคติด้านลบได้ ก็จงสร้างทัศนคติคิดบวกให้กับตัวเอง

     ข้อ10.ให้โอกาสผู้อื่นเป็นครั้งที่สองแต่อย่าให้ถึงครั้งที่สาม บางครั้งเขาอาจจะไม่ได้ตั้งใจทำ ถ้าโลกนี้ไม่มีใครให้โอกาสใคร และโลกนี้คงไม่น่าอยู่ถ้ามีโอกาสถึงสามครั้งและยังไม่เกิดการพัฒนา

     ข้อ11.อย่าวิจารณ์นายจ้างถ้าทำงานกับเขาแล้วไม่มีความสุขก็ลาออก การทำงานอยู่กับใครแล้วไม่มีความสุข ก็จงเดินออกมาอย่าเสียเวลาบ่นแต่ก็ทำงานกับเขาอยู่

      ข้อ12 ทำตัวให้สบายอย่าคิดมาก  ถ้าไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายอะไรๆ ก็ไม่สำคัญอย่างที่คิดไว้ตั้งแต่ทีแรกหรอก สิ่งสำคัญทำความคิดเป็นบวก มองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้เป็นโอกาส

“ตามรอยธรรมราชา” กับ พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปญโญ

ข้อคิดการใช้ชีวิตที่พระอาจารย์นวลจันทร์ ได้ฝากไว้นั้นเป็นแนวคิดทางธรรม ที่จะช่วยให้ชีวิตมีความสุขมากขึ้น หากเปลี่ยนความคิดมอง และมองในมุมกลับกันว่าในเมื่อทุกสิ่งอย่างล้วนมีการดับ เราก็ใช้เวลาที่เหลืออยู่ในการเจริญรอยตามเส้นทางที่พระองค์ทำไว้เป็นต้นแบบให้เรา ไปสานต่อสิ่งที่พระองค์ทรงสร้างไว้เพื่อเป็นประโยชน์ให้กับประเทศ หลายคนพอฟังอย่างนี้แล้วนึกถึงสิ่งที่ยิ่งใหญ่จนดูเกินตัวเรา แต่แท้จริงแล้ว การที่เราลงมือทำงานอย่างตั้งใจ ไม่เอาเปรียบผู้อื่น มีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ รู้รักสามัคคีกัน เพราะการหยิบยื่นสิ่งดีให้กันและกัน  ก็เท่ากับว่าเราได้เดินตามรอยของพ่อไปอีกก้าวแล้ว อย่าเหน็ดเหนื่อยในการทำความดีหรือทำการสิ่งใดที่เป็นประโยชน์กับผู้อื่น  ถ้าหากเราท้อหรือเกิดหมดหวังที่จะทำความดีให้เราพึ่งนึกถึงองค์พระราชาของเราที่ท่านทรงงานหนักตลอดหลายปีที่ผ่านมาโดยไม่ย่อท้อแม้เพียงวินาที

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ “เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ” หนึ่งในโครงการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมของ เซเว่น อีเลฟเว่น สามารถเดินทางมมาได้ ทุกวันศุกร์เวลา 12.00 – 13.00 น. ชั้น 11 ซีพี ทาวเวอร์ถนนสีลม หรือติดตามชมได้รายการ “พุทธปัญญาภิรมย์” ช่อง 16 (TNNNEWS 24) เวลา 07.00-07.30 น. ทุกวันเสาร์และอาทิตย์

แนะเตรียมความพร้อม HELPER ผู้ให้การช่วยเหลือประชาชน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/299855

แนะเตรียมความพร้อม HELPER ผู้ให้การช่วยเหลือประชาชน

แนะ, Helper, กรมสุขภาพจิต, เตรียมความพร้อม

กรมสุขภาพจิต แนะ 7 เช็คลิสต์ เตรียมความพร้อม Helper ผู้ให้การช่วยเหลือประชาชน ย้ำ อย่าลืม ดูแลจิตใจตัวเอง

        นาวาอากาศตรี นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ผู้ปฏิบัติงานให้การช่วยเหลือประชาชนและเจ้าหน้าที่ในริ้วขบวน (Helper) เป็นกลุ่มพลังสำคัญยิ่ง ที่จำเป็นต้องดูแลสภาพจิตใจของตนเองให้ดีเช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป ด้วยต้องอยู่ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความโศกเศร้า หรือเป็นผู้โศกเศร้าเองด้วย ตลอดจน ต้องเผชิญกับความเครียด ความกดดัน ความวิตกกังวล หดหู่ ท้อแท้ เหนื่อยล้าจากการปฏิบัติงาน ที่ต่างก็มุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่จนไม่มีเวลาดูแลจิตใจ หรือให้กําลังใจกันและกัน ทั้งนี้ เพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มกำลังความสามารถในการช่วยเหลือประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แนะนำให้ เตรียมความพร้อม 7 ข้อ ดังนี้ 1.กายใจพร้อม นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ มีสติ จิตใจเข้มแข็ง 2.สิ่งของจําเป็นพร้อม เช่น ยาดม ยาอม ยาหม่อง พัดลมพกพา ผ้าเช็ดหน้าหรือผ้าขนหนูสําหรับชุบน้ำเช็ดหน้าและตามตัว 3.อาหารและน้ำดื่มพร้อม รับประทานอาหารสุกใหม่ตามเวลา ไม่บูดเสียง่าย และพกขวดน้ำดื่มติดตัวมาด้วย 4.ยาพร้อม สำหรับผู้มีโรคประจําตัว รับประทานยาให้เรียบร้อย พกยาที่มีซองยาและระบุชื่อยาประจําตัวติดมาด้วย 5.เวลาพร้อม มาถึงจุดปฏิบัติงานก่อนถึงเวลาเริ่มปฏิบัติงาน 6.อุปกรณ์การปฏิบัติงานและวิทยุสื่อสารพร้อม และ 7.หมายเลขติดต่อหน่วยงาน/แหล่งให้ความช่วยเหลือพร้อม หากเกิดอาการ วิงเวียน หน้ามืดจะเป็นลม ปวดศีรษะ คลื่นไส้ มึนงง หายใจเร็ว อาเจียน เป็นตะคริว ตัวร้อน กระหายน้ำมาก ใจสั่น มือสั่น สามารถขอความช่วยเหลือจากหน่วยแพทย์พยาบาลเคลื่อนที่ หรือกรณีเหตุฉุกเฉิน ติดต่อสายด่วน 1669 เป็นต้น

อธิบดีกรมสุขภาพจิต ได้แนะแนวทางการดูแลจิตใจสำหรับ Helper ดังนี้ 1. ปลอดภัยไว้ก่อน หาที่ตั้งทํางานที่สะดวกและปลอดภัยต่อการทำงาน ทำงานสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันเพื่อลดความล้าทางกายที่ส่งผลทางจิตใจ 2.ทบทวนการปฏิบัติงาน ประสบการณ์และการเรียนรู้หลังเสร็จสิ้นการทํางาน เพื่อให้รู้สึกมีคุณค่าที่ได้ช่วยเหลือผู้อื่น 3.แบ่งปันประสบการณ์ที่เกิดขึ้นของตนเองและผู้อื่น อย่าเก็บไว้คนเดียว 4.พักยก ใช้เวลาสงบหรือทํากิจกรรมอื่นๆ เพื่อผ่อนคลาย เช่น หลับตาแล้วหายใจเข้าออกช้าๆ ออกกําลังกายเบาๆ หรือทํากิจกรรมอื่นๆ ที่ชอบ 5.สร้างบรรยากาศการทํางานที่ดูแลและเข้าใจกันและกัน ผู้ให้การช่วยเหลืออาจหงุดหงิดง่ายขึ้นและอาจมีเรื่องกระทบกันเอง การเข้าใจ ระบายความในใจ และใช้คําพูด ขอบคุณ หรือขอโทษบ้าง จะช่วยให้ดีขึ้น   6. มีความหวังที่เหมาะสม อย่างน้อยก็มีคุณค่าที่ได้ทํางานช่วยเหลือคนอื่น ถึงแม้จะไม่เป็นไปตามที่คิดไว้ก็ตาม แต่ทุกอย่างจะค่อยๆ ดีขึ้นเสมอ 7. พูดคุยขอความช่วยเหลือ ถ้ารู้สึกเหนื่อยล้า การไปนั่งพักหรือพูดคุยกับทีมหรือผู้บังคับบัญชาเพื่อขอความช่วยเหลือ จะช่วยทําให้พลังการทํางานดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม ปฏิกิริยาทางจิตใจที่เป็นผลมาจากความเครียดจะค่อยๆ หายไปเองใน 2-4 สัปดาห์  เมื่อเวลาผ่านไป ถ้าอาการเหล่านี้ รบกวนการทํางานหรือสร้างความเครียดให้เกิดขึ้น นอนไม่หลับ ปวดศีรษะ ใจสั่น ควรปรึกษาแพทย์ที่หน่วยเคลื่อนที่ สถานพยาบาลที่อยู่ใกล้หรือสายด่วนสุขภาพจิต  1323 โทรฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง

“ขอให้พึงระลึกเสมอว่า การปฏิบัติงานอันใหญ่หลวงในครั้งนี้ เป็นการรวมพลังเพื่อสืบสานพระราชปณิธานอย่างสุดกำลังความสามารถ ขอจงภูมิใจที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการทํางานถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ด้วยความจงรักภักดี ด้วยความรักและเทิดทูนในสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมพลัง กันทำความดี ถวายเป็นพระราชกุศล ประคับประคองจิตใจพี่น้องชาวไทยให้ก้าวผ่านห้วงเวลาแห่งความทุกข์โศกนี้ไปด้วยกัน” อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าว

“ดนตรีเพื่อพ่อ” 5 รร.มัธยมจ.สุโขทัยรวมถวายพ่อหลวงร.9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/299768

“ดนตรีเพื่อพ่อ” 5 รร.มัธยมจ.สุโขทัยรวมถวายพ่อหลวงร.9

ดนตรีเพื่อพ่อ

5 โรงเรียนมัธยมจังหวัดสุโขทัย รวมตัวกันแสดงพลังซ้อมการแสดงดนตรีเพลงพระราชนิพนธ์ “ดนตรีเพื่อพ่อ”ในเบื้องหน้าซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ อำเภอกงไกรลาศจังหวัดสุโขทัย

             “ดนตรีเพื่อพ่อ” ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ อำเภอกงไกรลาศจังหวัดสุโขทัย เพื่อเป็นงานเพื่อเป็นการน้อมสำนึกในพระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถด้านดนตรี ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระผู้ทรงเป็นคีตกวี และนักดนตรีที่ชาวโลกยกย่อง ทรงพระปรีชาสามารถในการทรงดนตรีพระราชนิพนธ์บทเพลง และทรงเรียบเรียงเสียงประสานจนถึงปัจจุบัน ทรงพระราชนิพนธ์บทเพลงไว้ทั้งสิ้น 48 บทเพลง สมที่ชาวพสกนิกรชาวไทย ไทยน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายพระราชสมัญญานามว่า “อัครศิลปิน”

"ดนตรีเพื่อพ่อ” 5 รร.มัธยมจ.สุโขทัยรวมถวายพ่อหลวงร.9"ดนตรีเพื่อพ่อ” 5 รร.มัธยมจ.สุโขทัยรวมถวายพ่อหลวงร.9

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้  จึงขออัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ 5 บทเพลง คือ เพลงเพลงที่ 1 เพลงแสงเทียน เพลงที่ 2 เพลงสายฝน เพลงที่ 3 เพลงใกล้รุ่ง เพลงที่ 4 เพลงชะตาชีวิตและเพลงที่ 5 เพลงแผ่นดินของเรา บรรเลง ด้วยวงออเครสตร้า ในชื่อชุดการแสดงว่า “ดนตรีเพื่อพ่อ”  โดยมีนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) เขต 38 จำนวน 5 โรงเรียน ได้แก่  โรงเรียนกงไกรลาศวิทยา โรงเรียนสุโขทัยวิทยาคม โรงเรียนอุดมดรุณี โรงเรียนไกรในวิทยาคม รัชมังคลาภิเษก และโรงเรียนหนองตูม วิทยา จำนวน 86 คน วาทยกรโดย นายกฤษณะปัญญาเลิศครูโรงเรียนอุดมดรุณี อำนวยการแสดงโดย นายสมพร สุขอร่าม ผู้อำนวยการโรงเรียนกงไกรลาศวิทยา นายไพบูลย์ พวงเงิน ผู้อำนวยการโรงเรียนไกรในวิทยาคม รัชมังคลาภิเษก นางพนอ เกตุประสิทธิ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนหนองตูมวิทยา นายกฤษณ์กวี สวัสดี ครูโรงเรียนบ้านด่านลานหอยวิทยา นายวรวิทย์ ไกรกิจราษฎร์ ครูโรงเรียนไกรในวิทยาคม รัชมังคลาภิเษก นายพิริยะพงศ์ ศรีสังวร ครูโรงเรียนคีรีมาศพิทยาคม นายมาโนช พงษ์ปรีชา ครูโรงเรียนคีรีมาศพิทยาคม

"ดนตรีเพื่อพ่อ” 5 รร.มัธยมจ.สุโขทัยรวมถวายพ่อหลวงร.9"ดนตรีเพื่อพ่อ” 5 รร.มัธยมจ.สุโขทัยรวมถวายพ่อหลวงร.9"ดนตรีเพื่อพ่อ” 5 รร.มัธยมจ.สุโขทัยรวมถวายพ่อหลวงร.9"ดนตรีเพื่อพ่อ” 5 รร.มัธยมจ.สุโขทัยรวมถวายพ่อหลวงร.9

โดยก่อนเริ่มการบรรเลงแต่ละบทเพลงพระราชนิพนธ์นั้น ได้มีการกล่าวประวัติที่มาของแต่ละบทเพลงด้วย เพื่อที่พสกนิกรชาวไทยทุกคนจะได้รู้ถึงที่มาของแต่ละบทเพลงพระราชนิพนธ์ เพราะนอกจากจะมีความไพเราะอย่างวิเศษแล้ว ยังเป็นเพลงที่มีคติประโยชน์นานัปการ

"ดนตรีเพื่อพ่อ” 5 รร.มัธยมจ.สุโขทัยรวมถวายพ่อหลวงร.9"ดนตรีเพื่อพ่อ” 5 รร.มัธยมจ.สุโขทัยรวมถวายพ่อหลวงร.9"ดนตรีเพื่อพ่อ” 5 รร.มัธยมจ.สุโขทัยรวมถวายพ่อหลวงร.9"ดนตรีเพื่อพ่อ” 5 รร.มัธยมจ.สุโขทัยรวมถวายพ่อหลวงร.9


มรส.แสดงมหรสพพิธีถวายดอกไม้จันทน์ถวายในหลวงร.9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/299766

มรส.แสดงมหรสพพิธีถวายดอกไม้จันทน์ถวายในหลวงร.9

ในหลวงร9, ดอกไม้จันทน์, แสดงมหรศพ, มรส

มรส.ร่วม จ.สุราษฎร์ฯ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พ่อหลวง ร.9 เตรียมความพร้อมซ้อมใหญ่การแสดงมหรสพพิธีถวายดอกไม้จันทน์

        ณ หอพุทธทาสธรรมโฆษณ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี(มรส.) ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี เตรียมการซ้อมใหญ่การแสดงมหรสพพิธีถวายดอกไม้จันทน์ ในพิธีพระราชทานเพลิงพระบรมศพพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ที่จะจัดขึ้น ในวันที่ 26 ตุลาคม 2560 ณ พระเมรุมาศจำลอง วัดกลางใหม่ อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี

นายธีระ อนันตเสรีวิทยา รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เผยว่า ตามที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานฝ่ายนิทรรศการและมหรสพ ในพิธีถวายดอกไม้จันทน์ ในการนี้เพื่อให้การแสดงมหรสพเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สมพระเกียรติ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้มอบหมายให้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี ร่วมกับสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี และกำหนดให้วันนี้เป็นวันซ้อมใหญ่การแสดงมหรสพทุกชุด

มรส.แสดงมหรสพพิธีถวายดอกไม้จันทน์ถวายในหลวงร.9มรส.แสดงมหรสพพิธีถวายดอกไม้จันทน์ถวายในหลวงร.9มรส.แสดงมหรสพพิธีถวายดอกไม้จันทน์ถวายในหลวงร.9มรส.แสดงมหรสพพิธีถวายดอกไม้จันทน์ถวายในหลวงร.9

นายอนุรัตน์ แพนสกุล ผู้อำนวยการสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มรส. กล่าวว่า ในพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มรส. ได้ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นคณะทำงานและเลขานุการในในการจัดเตรียมกิจกรรมการแสดงมหรสพ วัฒนธรรมไทย วัฒนธรรมประจำท้องถิ่น และดำเนินการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้กำหนดการแสดงไว้หลายชุด อาทิ ระบำดาวดึงส์ ระบำศรีวิชัย โนราห์ หนังตะลุง และดนตรีเพลงพระราชนิพนธ์ เป็นต้น เพื่อร่วมแสดงออกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระองค์ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย

ครึ่งทาง!! คณะลูกเสือสุราษฎร์ฯ เดินทางไกลส่งเสด็จฯในหลวงร.9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/299780

ครึ่งทาง!! คณะลูกเสือสุราษฎร์ฯ เดินทางไกลส่งเสด็จฯในหลวงร.9

ครึ่งทาง, สุราษฎร์ธานี

ประวัติศาสตร์ที่ควรจารึก คณะลูกเสือโรงเรียนรัชชประภาวิทยาคม สุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยลูกเสือชาวบ้าน เดินทางไกลถวายสักการะพระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย

      จากการที่สำนักงานพัฒนากิจกรรมนักเรียน  สพฐ.  ร่วมกับ  ลูกเสือจากโรงเรียนรัชชประภาวิทยาคม  จังหวัดสุราษฎร์ธานี  และโรงเรียนที่สมัครเข้าร่วมกิจกรรมเดินทางไกลด้วยเท้า  โดยจากจุดเริ่มต้นที่เขื่อนรัชชประภา  จ.สุราษฎร์ธานี  ระยะทางกว่า  700 กิโลเมตร  ผ่านพื้นที่กว่า  20  จังหวัด  เพื่อร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  รัชกาลที่ 9  ในวันที่ 26 ตุลาคม  2560  โดยมีกำหนดการเดินทางถึงกรุงเทพฯ ในวันที่ 25 ตุลาคม  2560  นั้น

ครึ่งทาง!! คณะลูกเสือสุราษฎร์ฯ เดินทางไกลส่งเสด็จฯในหลวงร.9

ครึ่งทาง!! คณะลูกเสือสุราษฎร์ฯ เดินทางไกลส่งเสด็จฯในหลวงร.9ครึ่งทาง!! คณะลูกเสือสุราษฎร์ฯ เดินทางไกลส่งเสด็จฯในหลวงร.9
ในการนี้ระหว่างการเดินทางไกลของคณะลูกเสือโรงเรียนรัชชประภาวิทยาคม  จังหวัดสุราษฎร์ธานี  ได้มีคณะลูกเสือจากโรงเรียน  รวมถึงลูกเสือชาวบ้าน  ประชาชน  ของจังหวัดต่าง ๆ  ได้สมทบเข้าร่วมเดินทางไกลในครั้งนี้ด้วยใจมุ่งมั่นต่อความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์   โดยในการเดินทางไกล  เมื่อวันที่  13  ตุลาคม  2560  ซึ่งเป็นวันครบรอบปีแห่งการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  รัชกาลที่  9  เป็นวันที่สิบสาม ซึ่งนับเป็นระยะได้ครึ่งทางแห่งจุดหมายปลายทางคือกรุงเทพมหานคร  ที่ผ่านทั้งสายฝน  และ แสงแดด แต่ไม่เคยย่อท้อ  ได้รับความอนุเคราะห์ จากผู้มีจิตศรัทธา  หน่วยงานราชการ  องค์กรเอกชน  บริษัท  ห้างร้าน รวมถึงประชาชนทั่วไปที่ทราบข่าว ได้ ร่วมสมทบ สนับสนุนงบประมาณ  น้ำดื่ม  อาหาร และสิ่งของอื่น ๆ  ให้แก่คณะ ในการเดินทางไกลครั้งนี้…
ครึ่งทาง!! คณะลูกเสือสุราษฎร์ฯ เดินทางไกลส่งเสด็จฯในหลวงร.9ครึ่งทาง!! คณะลูกเสือสุราษฎร์ฯ เดินทางไกลส่งเสด็จฯในหลวงร.9

ครึ่งทาง!! คณะลูกเสือสุราษฎร์ฯ เดินทางไกลส่งเสด็จฯในหลวงร.9ครึ่งทาง!! คณะลูกเสือสุราษฎร์ฯ เดินทางไกลส่งเสด็จฯในหลวงร.9ครึ่งทาง!! คณะลูกเสือสุราษฎร์ฯ เดินทางไกลส่งเสด็จฯในหลวงร.9ครึ่งทาง!! คณะลูกเสือสุราษฎร์ฯ เดินทางไกลส่งเสด็จฯในหลวงร.9ครึ่งทาง!! คณะลูกเสือสุราษฎร์ฯ เดินทางไกลส่งเสด็จฯในหลวงร.9

นับเป็นประวัติศาสตร์ที่วงการลูกเสือไทย  และประชาชนทุกคน รวมถึงนานาอารยประเทศจะต้องจารึก ในการทำความดี การบำเพ็ญประโยชน์  และการแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ในครั้งนี้