‘โตโน่’การันตี’ฮา’ระดับสิบ ชมตัวอย่าง’ส่มภัคเสี่ยน’ก่อนฉายจริง31สค.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/288468

'โตโน่'การันตี'ฮา'ระดับสิบ ชมตัวอย่าง'ส่มภัคเสี่ยน'ก่อนฉายจริง31สค.

‘โตโน่’การันตี’ฮา’ระดับสิบ ชมตัวอย่าง’ส่มภัคเสี่ยน’ก่อนฉายจริง31สค.

วันอาทิตย์ ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 20.55 น.

ฮาแค้นๆ ขำเน้นๆ เมื่อค่าย “เอ็ม พิคเจอร์ส” ส่งตัวอย่างตัวล่าสุดของ ภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้ เบาสมอง “ส่ม ภัค เสี่ยน” ที่งานนี้ ปล่อยมุก สุดฮา… ระดับเต็มสิบ พีค….ระดับท้องแข็ง ครั้งแรกที่ “โตโน่ ภาคิน คำวิลัยศักดิ์” ได้มาประกบ “พี่หม่ำ เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา” ศิลปินตลกระดับประเทศ ในบทบาทของ “เสี่ยน” หนุ่มชาวอีสานที่มั่นคงในรัก แต่สุดท้ายผิดหวัง อกหักดังโครมกับความรักครั้งนี้ จึงทำตัวประชดประชันต่างๆ จนเกิดเหตุการณ์ขึ้นมากมายตลอดทั้งเรื่อง แต่ที่หนักใจที่สุดคงจะเป็นการที่ได้เข้าฉากกับ “พี่หม่ำ” ตลกซุปเปอร์สตาร์ที่ติดตามผลงานตั้งแต่ยังไม่เข้าวงการบันเทิงเสียอีก!!!

“โตโน่” เล่าเสริมว่า “เป็นภาพยนตร์ที่ผมตั้งใจมาก เพราะสะท้อนเรื่องราวของวัยรุ่นชาวอีสานยุคนี้ แทบทุกคนต้องเคยอกหักและเกิดเหตุการณ์แบบนี้ในชีวิต แต่สำหรับการแสดง “พี่หม่ำ” ที่รับบทเป็นพระมหาชัย ที่ชาวบ้านเคารพที่สุด แต่ดูหน้าพี่เค้าทีไร หรือแค่หันไปมองก็เคารพไม่ไหว อดขำไม่ได้ทุกที เพราะติดภาพที่พี่เค้าเป็นตลกซุปเปอร์สตาร์ที่เราเชียร์มาตลอด กว่าจะผ่านไปแต่ละซีน แต่ละวัน ค่อนข้างยาก ไม่รู้ว่าจบเรื่องนี้ตีนกาจะขึ้นหน้าผมกี่เส้น ตลกได้ทั้งวัน ยังไงก็อยากให้แฟน ๆ ได้เข้ามายิ้ม มาหัวเราะ ไปด้วยกันนะครับ สิ้นเดือนนี้ พร้อมแล้วนะครับ อย่าลืมมาเชียร์ทั้งผม และครอบครัวพี่หม่ำด้วยนะครับ”

ไปรู้จัก ไปซ้อมฮัก ไปซ้อมขำกันในภาพยนตร์ฮาคักๆ  ฮักแฮงๆ “ส่มภัคเสี่ยน”

ตัวอย่างภาพยนตร์ 

จะเข้าฉาย ให้ได่ฮัก ให้ได่ฮา ให้ได้เบิ่ง พร้อมกันทุกโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ ในวันพฤหัสบดีที่ 31 สิงหาคม 2560 ติดตามข้อมูลข่าวสาร https://www.facebook.com/SomPakSianMovie/
ขอขอบคุณ จาก “ใจ” อีหลีเด้อจร้าาาา

ดาราพาเที่ยว : เต้-ปิติศักดิ์’ บิดมอเตอร์ไซค์เที่ยวเมืองแปดริ้ว พบรักแหล่งอันซีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/288270

ดาราพาเที่ยว : เต้-ปิติศักดิ์’ บิดมอเตอร์ไซค์เที่ยวเมืองแปดริ้ว พบรักแหล่งอันซีน

ดาราพาเที่ยว : เต้-ปิติศักดิ์’ บิดมอเตอร์ไซค์เที่ยวเมืองแปดริ้ว พบรักแหล่งอันซีน

วันอาทิตย์ ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

มีโอกาสได้พาคู่หู (มอเตอร์ไซต์) ออกเที่ยวทีไร “เต้-ปิติศักดิ์ เยาวนานนท์” มีเรื่องราวให้ประทับใจตลอดเส้นทาง ล่าสุดแวะไปเยือนฉะเชิงเทรา เต้บอกบังเอิญพบจุดอันซีน ที่ทำเอา…ลืมไม่ลง!!

ทริปสั้นๆ กับพาหนะคู่ใจ “ผมเป็นคนที่ชอบขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ ล่าสุดขับไปเที่ยวกับแก๊งเพื่อนๆที่จังหวัดฉะเชิงเทรา คือเวลาเราขับไปเที่ยวกัน ไม่ใช่ว่าจะมีจุดหมายว่าต้องไปถึงที่หนึ่งที่ใดอย่างเดียว แต่เราจะแวะไปเรื่อยๆ พอไปถึงในละแวกจังหวัดฉะเชิงเทรา ผมไม่อยากเชื่อเลยว่าที่นั่นจะมีสภาพธรรมชาติที่สมบูรณ์มาก บรรยากาศไม่ต่างจากอยู่เชียงใหม่เลยครับ เพราะมีภูเขาล้อมรอบ ขนาดไปกับเจ้าถิ่นเมืองฉะเชิงเทราเอง เขายังไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ามีสถานที่ที่น่าสนใจอยู่ในละแวกนี้ด้วย จึงเป็นทริปที่แปลกใหม่ ประทับใจมากครับ”

จุดไคล์แมกซ์ชวนหลงใหล “ที่นั่นคือเส้นทางไป เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤๅไน สวยงามมากครับ อาจจะเป็นเพราะการเดินทางด้วยรถมอเตอร์ไซค์ ทำให้เราสามารถซึมซับบรรยากาศรอบข้างได้อย่างเต็มที่ แต่ว่าเป้าหมายหลักของเราจริงๆ วันนั้นคือ เข้าไปสู่ “น้ำตกเขาอ่างฤาไน”

เดินเท้าต่อ “คนที่จะเข้าไปเที่ยวทั่วไป อาจจะต้องใช้รถโฟร์วีล ไดร์ ต้องติดต่อทางอุทยานด้วยนิดหนึ่ง เพราะทางเข้าไปค่อนข้างลำบาก วันนั้นที่ผมไปก็ไปด้วยรถมอเตอร์ไซค์กึ่งวิบากกัน ขับเข้าไป แต่ไม่ถึงน้ำตกนะครับเพราะมีต้นไม้ล้มลงมาขวางทางซะก่อน ต้องเดินเข้าไปอีกประมาณหนึ่งกิโลเมตร แต่ด้วยความที่เข้าไปค่อนข้างเย็นแล้ว ก็เลยได้เห็นแค่ลำธารที่มาจากน้ำตก ไม่ถึงชั้นยอด แต่เป็นทริปที่ประทับใจมาก เพราะเราได้ขับรถร่วมกันกับเพื่อนพี่น้อง แล้วก็เอ็นจอยธรรมชาติร่วมกัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์กันในวันหยุดสุดสัปดาห์”

เพลิดเพลินไปกับธรรมชาติที่สวยงาม “หลังจากเที่ยวลุยกันมาจาก น้ำตกเขาอ่างฤาไน แล้วก็ออกมาที่เขื่อนสียัด อำเภอท่าตะเกียบ ล้างหน้าล้างตา ล้างรถกัน ความเหนื่อยที่มีก็หายไป เพราะว่าสถานที่ที่เราไปทำให้เรารู้สึกมีความสุข เต็มอิ่มมาก”

แพลนต่อไปทริปหน้า “ที่อยากไปก็มีจังหวัดราชบุรี เขากระโจม อาจจะไปโดยรถยนต์ แล้วก็เอาภรรยากับลูกไปกางเต็นท์นอนกัน ซึ่งที่นั่นนักท่องเที่ยวที่ขับมอเตอร์ไซค์วิบากเขาไปเป็นประจำ แต่ผมยังไม่เคยไปและก็ยังมีอีหลายที่ บอกเลยว่าทุกจังหวัดครับ ผมรู้สึกว่าธรรมชาติในประเทศไทยเราสวยนะ ผมเชื่อว่าบ้านเราร่ำรวยทรัพยากรทางธรรมชาติอยู่แล้ว อยากให้ได้ไปสัมผัสกัน ไม่ว่าจะที่ไหนก็ตาม”

เปิดประสบการณ์ใหม่ ด้วยการขับขี่มอเตอร์ไซค์“ผมอยากให้ลองดูครับ ผมว่าปลอดภัยนะ หลายๆ คนอาจจะคิดว่าเนื้อหุ้มเหล็ก อันตราย แต่จริงๆ ผมว่าอยู่ที่ตัวเรา แน่นอนส่วนหนึ่งอาจจะเกิดจากคนอื่นแต่เราก็สามารถระวังให้คนอื่นได้ด้วย ผมขับมอเตอร์ไซค์มาเป็นสิบปีแล้ว เพิ่งได้ลองขับสไตล์ทัวร์ริ่งมา 2 ปี เป็นแบบเดินทางระยะทางไกล สามารถบุกป่าฝ่าดงได้ระดับหนึ่ง ได้รู้จักกลุ่มเพื่อนใหม่ๆ ไปออกทริปเที่ยวกันแต่ละครั้งก็เป็นสิบคัน อย่างกลุ่มแอฟริกาทวิน (Africa Twin) ที่ขี่กันอยู่ตอนนี้ ก็มีสมาชิกเป็นหลักร้อย เวลาจะไปไหนก็รวมกลุ่มกัน คิดวางแผน ต่างคนต่างอาชีพ แล้วมาพบปะกันรวมหัวกันสร้างประโยชน์ อาจจะมีบ้างที่บางกลุ่มคึกคะนองเกินไป ก็เข้าใจนะครับที่บางคนอาจไม่พอใจ ยังไงผมฝากขอโทษแทนคนเหล่านั้นด้วย ผมรู้สึกว่าการรวมกลุ่มกันแต่ละครั้งก็มีจุดหมายที่จะไปทำเรื่องดีๆ กันมากกว่านะ ไม่มีใครรวมหัวกันไปทำเรื่องไม่ดีหรอกครับ ผมเลยอยากให้ในกลุ่มการขับขี่ไม่ว่าจะเป็นรถมอเตอร์ไซค์ รถยนต์ ให้เห็นใจซึ่งกันและกัน อย่าไปแข่งแย่งกัน มีจิตสำนึกร่วมกัน ไม่ว่าจะกลุ่มไหนเราก็เป็นเพื่อนกันได้ ไม่จำเป็นต้องแยกกลุ่มกัน”

โปรเจกท์ใหม่อยากทำกับแก๊งเพื่อนนักขับ “ด้วยความที่ผมขับขี่ท่องเที่ยวอยู่แล้ว ในสถานที่บางที่ที่ไปก็มีที่พักอาศัย ตั้งแคมป์ ผมก็ยังคิดเป็นโปรเจกท์ว่าจะเอารถ ลากรถไป หรือเอารถมอเตอร์ไซค์คันเล็กๆ ที่สามารถใส่พ่วงไปได้ แล้วก็เอาครอบครัวไปด้วย นอนเต็นท์กัน ไม่จำเป็นแค่ครอบครัวเรา เอ็นจอยกับครอบครัวอื่นด้วยก็ได้ เพราะว่าการท่องเที่ยวลักษณะแบบนี้มีมานานแล้ว ผมก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เพิ่งได้มาสัมผัสเสน่ห์ตรงนี้แล้วก็คิดว่าคงจะต้องพาครอบครัว ภรรยา และลูกไปเที่ยวด้วยครับ บางทีไปกับแก๊งมอเตอร์ไซค์มีแค่เพื่อนๆ ก็เหงานะ (หัวเราะร่วน) คือเหงาไม่ได้อยู่กับลูกฉะนั้นพอเที่ยวเสร็จปุ๊บ รีบกลับบ้านเลย เพื่อไปให้เวลากับลูกกับเมีย”

ห่วงและคิดถึงลูกกับภรรยาขนาดนี้ ทริปหน้าคงได้เห็นภาพสุขสันต์ พ่อ-แม่-ลูก ท่องโลกกว้างกันค่ะ

ตาม ‘เนย-แจม’ ช้อปแบรนด์ดัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/288260

ตาม ‘เนย-แจม’ ช้อปแบรนด์ดัง

ตาม ‘เนย-แจม’ ช้อปแบรนด์ดัง

วันอาทิตย์ ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
ต้องเรียกว่าเป็นสองสาวที่มีสไตล์การแต่งตัวออกงานที่โดดเด่น เป็นต้องน่าจับตามองจริงๆ สำหรับ สองสาว “เนย & แจมเนโกะจัมพ์” ที่ล่าสุดแต่งเก๋ออกงานอีกแล้ว แถมให้สัมภาษณ์เผยสไตล์การแต่งตัวตามประสาเจ้าแม่มิกซ์แอนด์แมทช์ ในงาน “MONLADA SUPREME SUPER SALE” ของไฮโซแสนเปรี้ยว “ดวง-มนตร์ลดา พงษ์พานิช” ซึ่งนำคอลเลคชั่นเสื้อผ้าแบรนด์ในเครือ มาลดราคาสูงสุดถึง 90% ให้หนุ่มสาวสายแฟชั่นได้ช้อปกันแบบสบายกระเป๋าอีกด้วย โดยสาวเนยเผยสไตล์การแต่งตัวที่มักออกจากไลฟ์สไตล์ว่า “ชอบทำกิจกรรมเอ้าท์ดอร์ลุยๆ หน่อย เลยชื่นชอบลุคเรียบ เก๋ เท่ สไตล์ Masculine Feminine ที่ผสมผสานระหว่างความเท่และความเซ็กซี่อย่างลงตัว แต่งแล้วให้ความรู้สึกคล่องตัว ทะมัดทะแมง แต่ยังคงแฝงกลิ่นอายความเซ็กซี่เล็กๆ ขณะที่ “แจม” ชอบใส่ชุดเข้ารูปมากกกลุคโปรดต้องเป็นแฟชั่นนิสต้าไซส์มินิ ความหมายคือไม่จำเป็นต้องโป๊โชว์เนื้อหนังก็เซ็กซี่ได้ โดยไม่ชอบอะไรซ้ำๆ เหมือนคนอื่น จึงชอบที่มิกซ์แอนด์แมทช์ด้วยตัวเอง เพราะจะสนุกกับการแต่งตัว และที่ขาดไม่ได้เลย ต้องเติมไปในทุกชุดคือเครื่องประดับ อัพลุคที่คลาสซี่ ชวนมอง”

‘อิ๋งอิ๋ง’ คว้ารางวัลเกียรติยศระดับโลกฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/288261

‘อิ๋งอิ๋ง’ คว้ารางวัลเกียรติยศระดับโลกฯ

‘อิ๋งอิ๋ง’ คว้ารางวัลเกียรติยศระดับโลกฯ

วันอาทิตย์ ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
เป็นพิธีกรสาวเก่งตัวจริง สำหรับ “อิ๋งอิ๋ง-สิทธิณี กิตติสิทโธ” ล่าสุดเข้ารับ “รางวัลเกียรติยศระดับโลก ผู้นำองค์กรดีเด่น ผลิตภัณฑ์มาตรฐาน CEO Leader  Award  2017” ที่ทาง “มูลนิธิต้นบุญ วิสาขา” ร่วมกับ “หนังสือพิมพ์เดลิมิเร่อร์”จัดขึ้น เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ในฐานะแม่ของแผ่นดิน และเพื่อเฟ้นหาองค์กร ผู้นำ ผู้บริหารที่มีความสามารถพัฒนาองค์กร สู่ความเป็นเลิศ ประสบความสำเร็จในเชิงธุรกิจที่มีคุณธรรมดีเด่นแห่งปี โดยมี พล.ต.อ.ดร.วิระชัย ทรงเมตตา เป็นประธานในพิธี ณ ห้องคอนเวนชั่น ฮอลล์ ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์

Hollywood stars : 27 สิงหาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/288259

Hollywood stars : 27 สิงหาคม 2560

Hollywood stars : 27 สิงหาคม 2560

วันอาทิตย์ ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

O หลังมีการประกาศว่านักแสดงเมืองผู้ดี เอ็ด สไครน์ เตรียมมารับบท Ben Daimio ในหนัง Hellboy เวอร์ชั่นรีเมก ที่ใช้ชื่อว่า Rise of the Blood Queen ก็โดนแฟนหนังและแฟนการ์ตูนถล่มเละ ว่าทำไมถึงเลือกนักแสดงผิวขาว มารับบทเป็นตัวละครที่มีเชื้อสายเอเชีย พร้อมประณามว่านี่เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของวงการฮอลลีวู้ดที่ให้ความสำคัญกับคนผิวขาวเป็นหลัก ขณะที่ ค่ายหนัง Lionsgate ไปจนถึง หนุ่มเอ็ด ก็นิ่งเงียบไม่ขอแสดงความคิดเห็นใดๆ เกี่ยวกับประเด็น

O คู่รักใจบุญ จอร์จ และ อมาล คลูนีย์ บริจาคเงิน 1 ล้านดอลลาร์ให้กับองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร Southern Poverty Law Center เพื่อต่อสู้กับกลุ่มแอนตี้ทั้งหลายในสหรัฐอเมริกา จอร์จ ออกแถลงการณ์ว่า เขาและภรรยาไม่เพียงเป็นกระบอกเสียง แต่ยังพร้อมช่วยเหลือทางการเงินให้กับองค์กรดังกล่าวในการต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมกันในอเมริกาด้วย องค์กร Southern Poverty Law Center คือองค์กรที่คอยสอดส่องพฤติกรรมของกลุ่มคนหัวรุนแรง โดยเฉพาะกลุ่มคนเหยียดเชื้อชาติ และใช้กฎหมายมาลงโทษการกระทำของคนเหล่านี้

O นักแสดงสาว โรส ไบร์น และ บ๊อบบี้ คาเนวาเล แฟนหนุ่มกำลังจะได้สมาชิกเพิ่มเพราะตอนนี้สาวโรสตั้งท้องลูกคนที่สองแล้วโดยเจ้าตัวให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว AP ระหว่างถ่ายหนังเรื่องใหม่Juliet, Naked ว่า ช่วงนี้เธอชื่นชอบผลงานของนักเขียนหญิง Margaret Atwood มาก แต่คงไม่สามารถดูซีรี่ส์เรื่อง The Handmaid’sTale ซึ่งสร้างจากงานเขียนของ Magaret ได้ เพราะอุดมไปด้วยความรุนแรง เนื่องจากตอนนี้เธอตั้งท้องอยู่

O ส่อแววลมพัดหวนซะแล้ว เมื่อมีคนตาดีเห็นหนุ่ม บรูคลิน ลูกชายคนโตของบ้านเบ็คแฮม มาเจอกับคนรักเก่า โคลอี้ เกรซ มอเรทซ์หลังจากทั้งคู่เลิกรากันไปเกือบปีแล้ว โดยสื่อก๊อสซิป The Sun เผยว่าบรูคลิน กับ โคลอี้ ไปปาร์ตี้ด้วยกันที่ลอสแอนเจลิสเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่ โคลอี้ ก็ป่วนกับเพื่อนว่า ทั้งคู่กลับมาคบกันใหม่ งานนี้ข่าวลือยังดูจะเข้าเค้าความจริง เมื่อสาว โคลอี้ กลับมาฟอลโลว์อินสตาแกรมของ บรูคลิน อีกรอบซะด้วย ส่วนคู่ร้างจะกลับมาคู่รักได้หรือเปล่าคงต้องจับตาดูกันยาวๆ

O จอสส์ เวดอน ผู้กำกับจากหนัง The Avengers และ Jurassic World ถูกไค โคล ภรรยาเก่า เขียนบทความแฉผ่านสื่อดัง The Wrap ว่า จอสส์ไม่ใช่พวกสนับสนุนสิทธิสตรีอย่างที่สร้างภาพไว้ เพราะตลอดชีวิตแต่งงาน 16 ปี สามีตัวดีนอกใจเธอหลายครั้งแถมยังเคยเม้าท์ลับหลังถึงประเด็นสิทธิสตรีด้วย ที่สำคัญ ไคยังบอกอีกว่า การถูกอดีตสามีนอกใจส่งผลให้เธอมีอาการป่วยทางจิตด้วย ขณะที่โฆษกส่วนตัวของ จอสส์ออกมาแก้ต่างว่า ข้อกล่าวหาต่างๆล้วนไม่เป็นความจริง แต่เจ้าตัวไม่ขอออกความคิดเห็นใดๆ เพราะห่วงความรู้สึกของลูกๆ และเพื่อให้เกียรติอดีตภรรยา

O โรมัน โปลันสกี้ ผู้กำกับรางวัลออสการ์ ยังไม่สามารถหลุดพ้นคดีข่มขืนเด็กหญิงวัย 13 ปี ที่เขาตกเป็นจำเลยมาตั้งแต่
40 ปีที่แล้วได้ เมื่อศาลลอสแองเจลิส ปฏิเสธไม่รับคำร้องจากหญิงสาว เหยื่อข่มขืนของ โรมัน ซึ่งต้องการให้คดีนี้จบลงซะที เพราะเธอเองก็ให้อภัยผู้กำกับคนดังวัย 84 ปีมานานแล้ว โดยศาลลอสแองเจลิส ยืนยันว่ายังไง โรมัน ก็ต้องกลับมารับโทษที่สหรัฐอเมริกา แม้จำเลยจะไม่ติดใจเอาความแล้วก็ตาม ทุกวันนี้โรมัน ยังคงเป็นผู้ต้องหาหลบหนีคดี นับตั้งแต่เขาหนีคดีข่มขืนเด็กหญิงอายุ 13 ปี เมื่อ 40 ปีก่อน ซึ่งที่ผ่านมา โรมัน พยายามที่จะยื่นเรื่องขอให้คดีนี้ ปิดฉากลง เพื่อที่เขาจะสามารถเดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา โดยไม่ถูกจับไปรับโทษ แต่ศาลก็ปฏิเสธคำร้องของเขามาโดยตลอด

Star Retro : เปิดตัวตนขุ่นแม่ ‘ต้อม-ไกรวิทย์ พุ่มสุโข’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/288276

Star Retro : เปิดตัวตนขุ่นแม่ ‘ต้อม-ไกรวิทย์ พุ่มสุโข’

Star Retro : เปิดตัวตนขุ่นแม่ ‘ต้อม-ไกรวิทย์ พุ่มสุโข’

วันอาทิตย์ ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สตาร์เรโทรสัปดาห์นี้ หยิบความเปลี่ยนแปลงที่ผันแปรของ ต้อม-ไกรวิทย์ พุ่มสุโข มาเปิดเผย ศิลปินผู้มีความหลากหลายในบทบาทอาชีพ รวมถึงสาเหตุที่เธอตั้งใจ ไม่เสริม ไม่ตัด เพราะรักความอ่อนหวาน สวยงาม แต่ไม่ได้อยากกลายร่างเป็น ผู้หญิง!?

วันนี้ของ ต้อม-ไกรวิทย์

งานหลักที่ทำอยู่ตอนนี้คือ ร้านทำผม “สุโข ซาลอน” มีอยู่สามสาขา คือที่ เดอะสตรีท รัชดา, เอสพลานาด รัชดา แล้วก็ที่ มหาวิทยาลัยหอการค้า ดูแล 3 สาขานี้ ชีวิตก็แทบจะหมดเวลาแล้ว (หัวเราะ) แต่งานที่มีความสุขและอยากทำมาก คืองานที่เกี่ยวกับออนไลน์ ไลฟ์สด ที่กำลังเริ่ม คือเป็นชื่อรายการว่า “คุยกับ ต้อมไกรวิทย์” ตอนแรกที่คุยกันคือเป็นเรื่องของบิวตี้ แต่ด้วยความที่เรามีประสบการณ์ชีวิตเยอะ เขาเลยอยากให้คนที่เข้ามาคุย มาดูรายการ เข้ามาแชร์เรื่องชีวิตด้วย ซึ่งเราก็ชอบ มีความรู้สึกว่าการได้คุยได้แชร์กันมันทำให้เปิดโลกทัศน์ แล้วเราก็เหมือนตามเหตุการณ์ปัจจุบัน และสิ่งสำคัญที่สุดคือเราได้ฟังปัญหาของคนอื่น เราจะรู้สึกแข็งแรง อีกหน่อยก็จะทำหน้าเพจให้คนอินบอกซ์เข้ามาคุยปัญหา เรื่องเพศ เรื่องความเจ็บป่วยทางจิตทางใจ ที่เราเผชิญอยู่ แล้วก็เรื่องชีวิตด้วย เรารู้สึกสนุก เพราะเราทำงานเกี่ยวกับเรื่องความสวยงาม ซึ่งความสวยงามมันช่วยคนในเรื่องใจได้ ตอนนี้ตัวเองเผชิญเรื่องสุขภาพเยอะ ไม่ได้เป็นอะไรหนัก คือเราจะป่วยทางใจ มันเกิดจากปัญหาที่เราเจอมาในชีวิต แล้วเราก็ดันมาเปลี่ยนสภาพเพศอีก มันก็เหมือนอะไรที่สังคมยุคปัจจุบัน ไม่ใช่ว่าเราเป็นกูรูผู้รอบรู้นะ แต่เราอยากมีพื้นที่ในการแชร์ เราอาจจะไม่ได้ชี้ทางแก้ให้เขาได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่การได้ระบายออกมา หรือการได้รับฟัง ได้บอกอะไรกลับไปบ้าง เขาอาจจะเป็นไกด์ในชีวิต ส่วนงานร้องเพลง ซึ่งเป็นงานที่เรารักก็จะมีงานโชว์บ้างประปราย เพราะว่ามีความสุข แต่ว่าตอนนี้เน้นมาทำคอนเสิร์ต อยากทำเต็มรูปแบบ แล้วเราก็ได้สร้างงานเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับสังคม คือทำให้กับมูลนิธิมะเร็งที่โรงพยาบาลรามาธิบดีเป็นหลัก เราจัดปีละครั้ง ปีนี้เป็นปีที่ 3 แล้ว แต่ที่ผ่านมาอาจจะไม่ค่อยมีข่าว จะทำในวงจำกัดเล็กๆ ไม่เน้นออกสื่อมากเหมือนปีนี้ ประกอบกับว่าสื่อก็ให้ความสนใจตรงที่ว่าด้วยเราเปลี่ยนแปลงไป เขาเชิญเราไป เขาก็ได้สีสันของเขาด้วย

ความพิเศษของคอนเสิร์ต “ขุ่นแม่ขอร้อง”

คอนเสิร์ตจะมีขึ้นวันอาทิตย์นี้ 27 สิงหาคมที่ศาลาเฉลิมกรุง ซึ่งต้อมกับ “พี่มัม ลาโคนิคส์” เคยมีโอกาสทำงานด้วยกันมานานแล้ว แต่ว่าครั้งนี้เรากับเขาเป็นสปีชีส์เดียวกันอย่างชัดเจน (หัวเราะ) การครีเอทอะไรมันเลยสนุกมาก แต่ครั้งแรกที่คุยกันไว้คอนเซ็ปต์มี 3 คน คือต้อม พี่มัม พี่เจิน (เจินเจิน บุญสูงเนิน) แต่พอดีพี่เจินยังดูแลเรื่องสุขภาพอยู่ ก็ไม่สะดวก แต่ด้วยประเพณีของเรา เราต้องทำ เพราะว่าเราตั้งใจจะทำคอนเสิร์ตครั้งนี้ เพื่ออยากจะส่งบุญให้น้องสาวที่เพิ่งเสียไป เขาก็ช่วยคิดงานมาตั้งแต่ต้น แล้วเราก็เชิญเพื่อนๆมาร่วมอีก ไม่ได้ตั้งใจจะเชิญแขกรับเชิญเยอะขนาดนี้แต่พอทุกคนรู้ เขาก็อยากจะร่วมด้วย น่ารักมาก “ตุ๊กกี้ชิงร้อยฯ” ก็ขนกองทัพมาเลย คอนเสิร์ตก็เลยอลังเข้าไปอีก

เมื่อสองขุ่นแม่เสียงทรงพลังมาเจอกัน

เป็นครั้งแรกที่ต้อมจะร้องเพลงโดยใช้เสียงผู้หญิง เลยต้องทำการบ้านหนักมาก จะมีทั้งเพลงสากลและเพลงไทยที่เป็นเพลงผู้หญิงทั้งในยุคปัจจุบันและอดีต ทีนี้มันจะเหนื่อยมาก ก็ต้องไปเทรนด์เรื่องวอยซ์กับ“ครูโรจน์” (รุ่งโรจน์ ดุลลาพันธ์) หนักมาก เพราะว่าการที่เราจะต้องใช้เสียงสอง เทคนิคมันเยอะมาก แล้วต้องประคองให้มันได้สองรอบ เอาเรื่องอยู่นะ

ปลื้มใจแค่ไหนกับงานครั้งนี้

ปลื้มแรกคือปลื้มที่ผู้ใหญ่โดยเฉพาะ “พี่แขก” (นฤมล ล้อมทอง) ที่เป็นผู้จัดการของศาลาเฉลิมกรุง คือพอโทร.ไปปรึกษาท่านปุ๊บ ท่านไฟเขียวเลย แต่เนื่องจากว่าท่านมีค่าใช้จ่าย ก็เลยตกลงกันว่าท่านขายบัตรได้เท่าไหร่ก็เอาเข้าหลวงไป แต่ในส่วนของเราก็จะหาสปอนเซอร์ที่เป็นเหมือนเจ้าประจำที่ร่วมบริจาคกับเรามา คือเราไม่ซีเรียส ต่อจะให้ได้แสนสองแสนเงินจะเข้าเต็มจำนวนไม่มีการหักค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น แค่นี้ก็แฮปปี้แล้ว ส่วนปลื้มที่สองคือเพื่อนๆ ซึ่งเราต้องยอมรับเลยว่าเขารักเราเขาเป็นกัลยาณมิตรจริงๆ อย่างทีมงานก็เป็นน้องๆ ที่รู้จักกันตั้งแต่สมัยอยู่แคนาดาด้วยกัน พอรู้ว่าเราจะทำบุญ ก็เข้ามาช่วย ตอนนี้หลังเวทีที่นับๆ ยังไม่รวมวงดนตรีก็เกือบจะห้าสิบคนแล้ว ที่จะมาช่วยงาน

ย้อนวันวานเสน่ห์เสียงเพลงที่หลงใหล

เริ่มมาตั้งแต่เด็กๆ เพราะว่าพ่อ-แม่ชอบฟังเพลง พี่ชาย น้องชาย เล่นดนตรี เราก็คุลกคลีตีโมงอยู่ตรงนั้นมาตั้งแต่เด็ก แต่เราเป็นคนที่ตอนเรียนต้องเรียน ถึงตอนทำงานต้องทำงาน ชีวิตมีวินัยมาก เหมือนเป็นความรับผิดชอบของตัวเอง เป็นคนไม่ค่อยผ่อนกับความคิด จริงจังกับทุกเรื่อง และชอบไปจริงจังกับเรื่องคนอื่นด้วย ของญาติ ของพี่น้อง ไม่ค่อยปล่อยให้มันล่องลอย ไม่ค่อยสบายตัว การร้องเพลงมันเลยช่วย เริ่มร้องเพลงจริงจังตอนเริ่มประกวดสยามกลการ อายุประมาณ 20 แล้วก็ทำเพลงเรื่อยมาอยู่ในวงการ ใช้ชีวิตเป็นผู้ชายปกติร้องเพลงก็เป็นสไตล์เมโทรเนี้ยบๆ แต่งตัวแบบเป็นเกย์แหละเราไม่ได้ปิด แต่เราก็ไม่ได้ลุกขึ้นมาพูดว่า เราเป็นเกย์มันเป็นไปไม่ได้ เขาไม่ได้ยอมรับอะไรขนาดนั้น แต่เราก็ไม่ได้ปิดอะไร ใช้ชีวิตปกติ แล้วนักข่าวสมัยก่อนกับสมัยนี้ต่างกัน การมีชื่อเสียงของเราในสมัยก่อน ถ้าเป็นแบบปัจจุบัน เราคงโดนควักทะลุทะลวงไปแล้ว

หลากหลายบทบาทอาชีพที่รัก

คือการเป็นนักแสดง เล่นละครส่วนใหญ่จะเล่นเป็นตัวร้าย เป็นแมงดา เป็นหัวหน้าโหดๆ แต่ว่าเป็นโหดในคราบผู้ดี หรือว่าเป็นเพื่อนพระเอก ด้วยภาพของตัวละคร ก็ต้องดีใจที่คนเขาเชื่ออย่างนั้น เราเล่นเราก็ไม่ฝืนนะ ชอบมาก เล่นละครไม่ได้เยอะมาก แต่ก็ไม่ได้น้อย แล้วพอถึงจุดหนึ่งที่อิ่มตัวมาก และก็มีแฟนแล้วด้วย เลยตัดสินใจว่าจะไปใช้ชีวิตเมืองนอก หยุดทุกอย่างเป็นจังหวะที่หายยาวเลย ตอนที่ยังรับงานอยู่ จะมีทั้งงานร้องเพลง แล้วก็เล่นละคร ชอบทั้งสองอย่าง แต่งานเพลงรักมาก สนุก ส่วนการทำผม อันนี้เป็นความชอบส่วนตัว แต่ว่าที่ได้ไปทำจริงจังคือตอนที่ไปอยู่แคนาดา ไปเรียนเป็นคอสฟูลสเกล แล้วก็เปิดร้านอยู่ที่นู่น 10 ปี คือเป็นบ้านแฟนที่เราไปอยู่ แล้วก็กลับมา คือเราคุยกับคุณแม่ทุกวัน อยู่ๆท่านก็ถามว่าเมื่อไหร่จะกลับมา เราก็มีความรู้สึกว่า แม่เป็นคนแข็งแรงนะ แต่ทำไมถามแบบนี้รู้สึกมีเซ้นส์ แม่ไม่สบายหรือเปล่า แต่แม่ก็บอกว่าไม่ คือถ้าเรากลับมาใช้ชีวิตที่เมืองไทยก็ดี เราก็เป็นคนที่พร้อมอยู่แล้ว โอเค..ขอเวลา 2 อาทิตย์ เคลียร์ทุกอย่าง แล้วก็บอกแฟนว่าเราจะกลับเมืองไทย แฟนก็แล้วแต่เราเลย คือเขาเป็นคนที่ตามใจเรามากเกินไป จนทุกวันนี้มีความรู้สึกว่าเธอไม่น่าตามใจฉันนะ (หัวเราะ) แต่เราก็ต้องดีใจที่เราได้กลับมา และทำหน้าที่ลูก ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เพอร์เฟกท์มาก แต่เราก็ทำเต็มที่จนวินาทีสุดท้ายจนส่งแม่จากไปต่อหน้าต่อตา พอคุณแม่ไม่อยู่ เรารู้สึกว่าเรื่องใหญ่ เคว้งมาก คุณพ่อก็เป็นโรคหัวใจอีก แต่หมอเก่งจนตอนนี้คุณพ่อก็ดีขึ้น แข็งแรง ก็เป็นไปตามภาวะ เพราะท่านก็ 81 แล้ว

ประสบการณ์ชีวิตที่พร้อมจะแชร์

ล่าสุดไปออกรายการหนึ่งมา แล้วเราบอกว่าเราพอใจกับสิ่งที่เป็นทุกวันนี้ คือเราไม่ได้ทำศัลยกรรม ทำหน้าอก ตัดอะไร เราไม่ได้อยากเป็นผู้หญิง แล้วพิธีกรถามว่างั้นพี่ต้อมเป็นอะไร เป็นพันธุ์ใหม่เหรอ ก็เลยบอกเขาว่า ก็แล้วแต่ เพราะว่าในโลกนี้ มันไม่ได้มีคำนิยามอะไรที่ชัดเจนอยู่แล้วในเรื่องของสภาพเพศเราชอบความอ่อนหวาน ชอบความสวยงาม ชอบรองเท้าส้นสูง แต่เราไม่ได้อยากเป็นผู้หญิง ไม่อยากมีหน้าอก เพราะเรารู้สึกว่ามันเกะกะ เราไม่ได้อยากไปเสริมไปตัดอะไรให้เจ็บตัว มีน้องคนหนึ่งเขาบอกว่า ฟังที่เราพูดแล้วรู้สึกดีจังเลย เพราะเขากำลังคิดว่าจะไปทำหน้าอก การที่เราไปทำอะไรแบบนั้นมันเหนื่อยมากเลยนะ กับร่างกาย กับใจ ทำมาแล้วจะได้อย่างที่เราต้องการหรือเปล่าเราต้องยอมรับสภาพว่าเราเกิดมากับความเป็นผู้ชายการที่เราจะลุกมาเปลี่ยนอะไร งานมันเยอะมาก สำหรับตัวเองเรารู้สึกว่า ณ วันนี้เราไม่ได้อยากได้ เราไม่พร้อม เราจะเสียใจกับความเจ็บปวดที่จะเกิดขึ้นหรือ โดยสภาพเรารู้ตัวว่าสนุกกับตัวเราเองแบบนี้ได้ แต่วันหนึ่งที่เนื้อหนังมังสาเราเหี่ยวย่น ฮอร์โมนที่มันต้องไปตามสภาพความหยาบกร้านที่มันจะเกิดขึ้น เรารับสภาพตัวเองได้ไหม ถ้าอีก 10-20 ปี เราส่องกระจกแล้ว เราไม่ได้เป็นยายแก่ๆ เราเป็นตาแก่ๆ แต่อยู่ในสภาพยายมันไม่มีทางดูดี นี่คือสิ่งที่เผชิญอยู่ทางด้านจิต คนก็เลยจะบอกเราว่าให้อยู่กับปัจจุบัน แต่เราเป็นคนที่ไม่คิดเรื่องวันนี้ จะคิดเรื่องพรุ่งนี้ เรื่องคนข้างๆ จนพะวงไปหมด พอเราเริ่มแก่มันต่อเนื่องไปหมด แม่เสีย พ่อป่วย น้องสาวเสีย แล้วจะอะไรอีก จะกลัวมาก กลัวคนที่เรารัก ตัวเราเองจะมีอะไรไหม

สภาวะชีวิตคู่

มีแฟนที่ดีมาก อยู่กันมา 20 ปีแล้ว เขาก็ยังเสมอต้นเสมอปลาย เราก็โชคดี แล้วเราทำงานหนักมาตลอดจนไม่ค่อยได้มีเวลาที่จะมีความสุขกับเขาเลยอยากจะใช้ชีวิตแบบมีความสุขกับคนที่เรารักบ้าง พอเราเริ่มมีอาการป่วย เราเลยต่อต้านตัวเองว่าไม่นะ เราไม่อยากเป็นแต่พอจะลุกขึ้นเตรียมตัวทำงานให้น้อยลง ไปพักผ่อนใช้เวลากับแฟนให้มากขึ้น เขาก็มามีปัญหาต้องไปดูแลแม่เลี้ยงเขา ซึ่งป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ตอนนี้เราก็เลยเหมือนห่างกัน แต่ความรักเราก็ไม่ได้ห่างเรากังวลไปเองว่าอนาคตเราจะยังไง พอเราตั้งสติได้แล้วเราก็จะเป็นฝ่ายไปบอกเขาว่าไม่เป็นไร นี่แหละ..คือหน้าที่ที่สมบูรณ์ของการเป็นมนุษย์ เขาต้องกลับไปทำหน้าที่ของเขาก่อน ไม่ใช่ว่าเราเลิกกัน เราต้องซัพพอร์ตเขา ให้เขารู้สึกดีกับการที่ไปทำอะไรตรงนั้น ไม่ให้เขาห่วงหน้าพะวงหลัง

หลักในการใช้ชีวิตคู่

เราไม่อยากให้เขาทำอะไรเราก็อย่าทำอย่างนั้น แค่นี้ คือเราไม่อยากให้เขามีชู้ เราก็อย่ามีชู้ ต้องซื่อสัตย์ต่อกัน แล้วแฟนเป็นคนที่หัวโบราณมาก เขาจะระมัดระวังในการออกไปข้างนอก เราจะไม่รุ่มร่ามไม่จูงมือกัน เขาเป็นแบบนั้นเอง ไม่เคยปิด แต่ว่าไม่เคยเปิดเผยออกสื่อที่ไหนเลย เขาไม่ให้ จนมีคนมาถามต้อมว่าพูดเองเออเองหรือเปล่าว่ามีแฟน เพราะว่าไม่เคยเห็น แต่เขาก็ไป-มาเข้าร้านนั่งกินข้าวด้วยกันไปช็อปปิ้ง (ตัวเราต้องการที่จะเปิดไหม?) เราเฉยๆ เราก็เคารพ ต้องให้เกียรติเขาอย่าลืมว่าการที่เขาจะมาเป็นแฟนเรา ซึ่งตั้งนานมาแล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะว่าเราเป็นบุคคลสาธารณะไม่เคยปิดว่ามีแฟน แต่ถามว่าต้องลุกขึ้นมาประกาศให้โลกรู้ไหม เราก็ไม่ได้มีความจำเป็น

ความเป็นตัวตนที่พร้อมเปิด

มันค่อยเป็นค่อยไป เริ่มต้นจากผมร่วงเยอะเลยต้องไปปลูกผม พอกลับมาจากเมืองนอกก็ไปปลูกผมที่เชียงใหม่ น้องที่แนะนำเขาเป็นสาวประเภทสอง พอผมขึ้นเราก็แบบจะไว้ผมทรงนั้นทรงนี้เพื่อความสะใจ พอผมยาวก็ต้องเปลี่ยนการแต่งตัวให้มันเข้า ไม่ได้คิดว่าไว้ผมเพื่อที่จะแต่งหญิง คือไว้เพราะว่าอยากไว้ผมยาว แล้วพอเรามาเป็นช่างผม เราก็เล่นกับผมได้เยอะแยะมาก แรกๆ จะแต่งตัวติสๆ ทุกวันนี้ก็ยังติสอยู่นะ แต่ว่าที่มันมาบู้มก็คือส้นสูง เพราะว่าส้นสูงคือสัญลักษณ์ของเพศหญิง วันที่ซื้อรองเท้าส้นสูงคู่แรก มีความรู้สึกว่าเดินผ่านร้านแล้วมันดึงดูดมาก เอาละ..เป็นไงเป็นกัน แต่คำถามแรกคือเราจะใส่ส้นสูงไปทำไม เพราะเราก็ไม่ได้เตี้ย แต่ในเมื่อใจมันบอกว่าใส่ก็ใส่ไหม ไม่ต้องคิดเยอะก็เลยซื้อละกัน (ยิ้ม) แต่ที่สำคัญมันจะมีเบอร์ให้เราไหม สรุปว่ามี เราเป็นคนเท้าไม่ใหญ่ ทุกวันนี้คือสามารถเข้าไปซื้อเกือบจะได้ทุกแบรนด์

ครั้งแรกกับการใส่ส้นสูงต่อหน้าสาธารณชน

เขิน ไม่ค่อยมั่น (ยิ้ม) พอได้ใส่ส้นสูงจริงๆมันเดินยากและเมื่อยนะ แล้วเป็นคนที่ถ้าสูงแล้ว ต้องสูงสุด ไม่งั้น ไม่รู้จะใส่ไปเพื่ออะไร แต่ในชีวิตประจำวัน เราก็ไม่ได้ใส่ส้นสูงตลอด ถ้าวันไหนที่ไม่ได้อัดรายการก็ไม่แต่ง อย่างมากแค่ทาปาก มันเหนื่อย ถ้าเราต้องแต่งตัวตลอด การตัดสินใจเปลี่ยนแปลงตัวเอง เราไม่ได้มีคำตอบในใจว่าจะเป็นผู้หญิง คำตอบของเราคือฉันจะดูละมุน ฉันจะดูหวานๆ ซอฟๆ ฉันจะอยู่บนความเหมาะเจาะพอดี ต้อมมีความเชื่ออย่างหนึ่งว่าเป็นอะไรก็ได้ แต่เป็นแล้วต้องไม่น่าเกลียด ต้องมีมารยาท ไม่ทำตัวเป็นจุดเด่น ทำให้คนเขาหมั่นไส้ จะดำรงชีวิตแบบสบายตัว หลักการของเรามีเท่านี้ การแต่งตัวก็ชอบอะไรที่มันมีคาแร็กเตอร์ เป็นกางเกงกระโปรงซะส่วนใหญ่ ถ้าเป็นกระโปรงเลยจะใส่เฉพาะขึ้นโชว์บนเวทีเท่านั้น บางคนอาจจะมองว่าแล้วจะครึ่งๆ กลางๆ ไปทำไม เราก็ถามว่าคุณเอาอะไรวัด เพราะผู้หญิงเขาก็ไม่ได้ใส่กระโปรงกันทุกวัน เราไม่ได้มีคำตอบว่าเราจะต้องมีสะโพกจะต้องใส่ยกทรง เพราะชีวิตประจำวัน เราก็ไม่ได้ใส่ เราก็แบนๆ ของเราแบบนี้ สบาย เราไม่ได้อยากเป็นผู้หญิงที่มันสมบูรณ์แบบขนาดนั้น เพราะถ้าอยากเป็น เราก็ไปทำแล้วแต่นี่เราไม่ได้ทำศัลยกรรมอะไรเลยสักอย่าง เราแฮปปี้กับตรงนี้ คนที่เขาจะไม่รู้สึกแฮปปี้กับเรา ว่าน่าเกลียด เราก็ต้องยอมรับ มีคนชมว่าสวย เราก็ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า เราไม่รู้จะเรียกตัวเองว่าสวยได้ยังไงในเมื่อทุกครั้งที่มองกระจก เราก็รู้สึกว่าเราแค่แต่งหน้าแต่งตาเพื่อจะให้ดูอ่อนหวานที่สุด แต่ไม่สามารถเป็นผู้หญิงได้ด้วยโครงหน้า ด้วยสรีระ ดังนั้นเราก็พอใจในสิ่งที่เราเป็น ณ วันนี้ แต่ในเมื่อที่เราเลือกจะอยู่ตรงนี้ งานเรายังต้องอาศัยประชาชน ความนิยมจากเขา เราก็ต้องยอมรับ ถ้าเขาจะว่า แต่ถามว่ามันจะบั่นทอนกำลังใจชีวิตไหม เราเป็นแบบนี้เราก็ต้องเตรียมรับสภาพแล้วล่ะ เราก็ยังยืนยันตลอดเวลาว่าเราไม่ได้ผิดปกติ เราแค่รู้สึกแตกต่างจากกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ เราก็เลยจะทำในสิ่งที่ใจเราบอกว่าใช่

ความรักความผูกพันกับวงการบันเทิง

ถ้าโชคดีได้กลับมายืนในวงการบันเทิงอีกครั้งหนึ่ง ก็คงมีอะไรดีๆ เข้ามาในชีวิตเยอะ เพราะมีความสุขกับงานบันเทิงมาก แต่ว่าการจะได้กลับมายืนอย่างเต็มภาคภูมิ ต้องขึ้นอยู่กับสังคม ที่จะยอมรับเรา หรือเขาเห็นอะไรบางอย่างในตัวเรา จนสามารถเอาเรากลับมาหน้าจอได้อีกครั้ง แต่ถ้าเขาไม่เห็น เราก็ต้องยอมรับมัน นี่ก็ยังแอบคิดเลยนะว่าพอเสร็จคอนเสิร์ตแล้ว เราจะมีงานต่อไหมนะ แต่เราก็เตรียมใจรับมัน คนรุ่นใหม่เราห่างมานานเขาไม่รู้จักเรา ในความเป็นตรงนี้ แต่เขารู้จักเราในการเป็นช่างผม เราก็ถือว่าตรงนั้นเป็นอาชีพหลักในการเลี้ยงชีพ แต่อาชีพเสริมที่จะเกิดขึ้น การที่ได้ไปโชว์ไปร้องเพลงเพิ่ม หรือได้เล่นละคร เมื่อมีบทบาทที่เหมาะเจาะ ซึ่งนั้นจะเป็นงานเสริมสำหรับชีวิต แต่เราไม่รู้ว่าวันหนึ่งมันจะกลับมาเป็นงานหลักหรือเปล่า เพราะว่าเรารักวงการบันเทิง รักอาชีพร้องเพลง เราเกิดมาจากตรงนี้ แต่การกลับเข้ามาเราต้องอยู่เป็นในที่ที่เหมาะสม เราต้องมองคุณค่าที่เรามี ความเหมาะเจาะในตัวเอง ไม่ว่าจะทำอะไรต้องอยู่แบบมีเกียรติในอาชีพนั้นๆ พระเอก-นางเอกยังลง เรา ณ วันนี้เป็น ขุ่นแม่…แล้วอ่ะ เราอยู่แบบขุ่นแม่ที่เขาต้องนับถือด้วย บางคำวิจารณ์มันก็เป็นมุมสะท้อนให้เรา

ถ้าอยากตัดผมกับ “ต้อม-ไกรวิทย์”

ไม่ยากค่ะ ต้อมก็อยู่สองร้านเป็นหลักคือที่เอสพลานาด กับเดอะสตรีท เพียงแต่ว่าอาจจะต้องนัดหมายก่อน เรามีลูกน้องเยอะแยะ แล้วก็เก่ง เราก็อยากให้มาทำกับลูกน้อง เพื่อเราจะได้มีเวลาบริหารเทรนลูกน้อง ถ้าเขาอยากทำกับเราจริงๆ เราก็รับค่ะ ไม่ได้หยิ่ง ไม่ได้คิวทองขนาดนั้น(ยิ้ม)

สำหรับแฟนๆ ก็ขอบคุณสำหรับการให้กำลังใจที่น่ารักสม่ำเสมอ แล้วก็คอมเม้นต์อย่างตรงไปตรงมา เราแฮปปี้ที่จะฟังมาก คำตอบของต้อมที่มีอยู่ง่ายๆ อย่างเดียวคือคิดว่าทุกคนคงจะเลือกทำให้ตัวเองมีความสุขมากที่สุดภายใต้ระยะเวลาที่เหลืออยู่ แต่ความรับผิดชอบของเราที่มีต่อแฟนคลับทั้งหลาย เราพยายามให้มันอยู่ในความพอดี ถ้าขัดหูขัดตามาก ก็ต้องขออภัย แต่ยังไงก็ต้องขอบคุณกำลังใจ ขอบคุณสำหรับการติดตาม ไม่ว่าเราจะทำอะไรเราก็หวังแค่ว่าอยากให้เขามีความสุขไปกับเราด้วย

สุขใดเล่า ไม่เท่า “สุขใจ” และสิ่งนั้นกำลังเป็น “ยาใจ” ที่สำคัญของ ต้อม-ไกรวิทย์ พุ่มสุโข

กุหลาบสีเงิน

‘คูลเจกัญ’ นั่งรถม้า ชิมของอร่อย เมืองลำปาง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/288274

‘คูลเจกัญ’ นั่งรถม้า ชิมของอร่อย เมืองลำปาง

‘คูลเจกัญ’ นั่งรถม้า ชิมของอร่อย เมืองลำปาง

วันอาทิตย์ ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

จัดเต็มทริปความอร่อยไม่เคยขาด สำหรับ “อิ๊งค์ eat all around ปี 7 พาไปกินเดี๋ยวบินกลับ” กับ กูรูนักชิม “ม.ล.ภาสันต์ สวัสดิวัตน์” และ “คูลเจกัญ-รังรอง วัณณรถ” จากคลื่น “คูลฟาเรนไฮต์” ล่าสุดพาชาวผู้ฟังบินลัดฟ้าไปชิมอาหารอร่อยกันที่จังหวัดลำปาง เข้าไปกราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่วัดพระธาตุลำปางหลวง ก่อนจะเดินทางไปเติมพลังกับอาหารเช้ามื้อแรก ที่ร้านชัยโภชนา ร้านอาหารเล็กๆ ที่ขายความอร่อยมายาวนานกว่า 25 ปีหลังจากนั้นมาพักท้องกันที่พิพิธภัณฑ์บ้านเสานัก บ้านไม้อายุเก่าแก่กว่า 122 ปี ที่เก็บรวบรวมเครื่องใช้โบราณมากมาย และมีเสาไม้สักมากถึง 116 ต้น ต่อด้วยร้านแม่แห ร้านอาหารพื้นเมืองแท้ๆ เปิดบริการมากว่า 50 ปี มีเมนูเด็ดๆ ได้แก่ แกงฮังเล แกงโฮะ น้ำพริกอ่องและมาถึงลำปางทั้งทีต้องไม่พลาดนั่งรถม้าชมเมือง ระหว่างทางยังได้แวะกราบพระประธานไม้สักทองปางอุ้มบาตร อายุ 106 ปี ที่วัดศรีรองเมืองวัดพม่าเก่าแก่ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ปิดท้ายความอร่อยที่ ณ บ้านแม่ กับร้าน ไวท์ คอฟฟี่ แอนด์ เบเกอรี่ เรียกว่างานนี้มาเที่ยวฟรี กินฟรี แถมยังได้ของติดไม้ติดมือกลับไปอีกด้วย

‘เบิ้ล-ปทุมราช’ เปิดห้องซ้อมดนตรี สานฝันน้องๆ ด้อยโอกาส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/288262

‘เบิ้ล-ปทุมราช’ เปิดห้องซ้อมดนตรี สานฝันน้องๆ ด้อยโอกาส

‘เบิ้ล-ปทุมราช’ เปิดห้องซ้อมดนตรี สานฝันน้องๆ ด้อยโอกาส

วันอาทิตย์ ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
สมกับเป็นเนตไอดอลบ้านนาจริงๆ สำหรับหนุ่ม “เบิ้ล ปทุมราช อาร์สยาม” เจ้าของซิงเกิ้ล “กอดครั้งสุดท้าย” สังกัดค่าย อาร์สยาม ที่ล่าสุดสานฝันให้นักเรียนที่ขาดโอกาสทางด้านดนตรี ด้วยการเปิดห้องซ้อมดนตรี “เบิ้ล ปทุมราช อาร์สยาม” ที่ โรงเรียนปทุมรัตน์ อำเภอปทุมรัตน์ จังหวัดร้อยเอ็ด นอกจากนี้หนุ่มเบิ้ลยังกำลังรวบรวมเงิน เพื่อซ่อมแซมอาคารเรียนของโรงเรียนปทุมราชวงศา
จังหวัดอำนาจเจริญ โรงเรียนเก่าที่เจ้าตัวเรียนจบมาอีกด้วย

‘ณัฏฐ์ เทพหัสดินฯ’ ชวนคุณแม่ ‘ปั่นจักรยาน’ กิจกรรมกระชับ ‘ความรัก’ ของครอบครัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/288264

‘ณัฏฐ์ เทพหัสดินฯ’ ชวนคุณแม่ ‘ปั่นจักรยาน’ กิจกรรมกระชับ ‘ความรัก’ ของครอบครัว

‘ณัฏฐ์ เทพหัสดินฯ’ ชวนคุณแม่ ‘ปั่นจักรยาน’ กิจกรรมกระชับ ‘ความรัก’ ของครอบครัว

วันอาทิตย์ ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ได้ชื่อว่าเป็นผู้ชายที่แสนอบอุ่น สำหรับพระเอกหนุ่ม “ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา” ล่าสุดยกครอบครัวมาทำกิจกรรมยามว่างที่ชื่นชอบ อย่างการปั่นจักรยาน ในรายการใหม่แกะกล่อง “สบายเดย์เฮยกบ้าน” ทางช่อง 8 เรียลิตี้ทอล์กโชว์สไตล์ครอบครัวที่จะพาคุณไปสัมผัสเรื่องราวความรัก ความอบอุ่น โดยพิธีกรคนเก่ง “ท็อป-ดารณีนุช” พร้อมพูดคุยเรื่องราวความรักที่มีต่อคุณแม่ โดย ณัฏฐ์ เผยว่า

“คือครอบครัวเราค่อนข้างที่สนิทกันมาก ทำกิจกรรมด้วยกันบ่อย อย่างการปั่นจักรยาน ผมเป็นคนโค้ชฝึกคุณแม่จนตอนนี้คุณแม่ติดใจไปปั่นจากแม่สายลงสู่เบตง พูดถึงคุณแม่ผมค่อนข้างจะสนิทกับคุณแม่มาก ตอนอยู่เมืองนอกผมเคยประสบอุบัตเหตุล้มในห้องน้ำที่อเมริกา จนความจำเสื่อม จำใครไม่ได้ นอกจากแม่ เลยหนีพี่สาวกลับมาเมืองไทยเพื่อมาหาแม่ และมีวีรกรรมตอนเด็กด้วย เคยหนีออกจากบ้านโดยมีเงิน 700 บาทเพื่อไปหาคุณแม่ที่เชียงใหม่ ตอนนั้นไปกับพี่น้อง ถามว่าติดคุณแม่มั้ย ผมค่อนข้างที่จะติดคุณแม่พอสมควรครับ”

‘ธัญญ์+โหน’ สร้างจิตสำนึกรักสิ่งแวดล้อม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/288273

‘ธัญญ์+โหน’ สร้างจิตสำนึกรักสิ่งแวดล้อม

‘ธัญญ์+โหน’ สร้างจิตสำนึกรักสิ่งแวดล้อม

วันอาทิตย์ ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

2 หนุ่ม ธัญญ์-ธนากร และ โหน-ธนากร ร่วมโครงการ 7 สี ปันรักให้โลก สร้างจิตสำนึกที่ดีในการใส่ใจและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในกิจกรรม “เที่ยวเมืองไทย ใครๆ ก็เที่ยวได้ให้ขยะ (ใต้น้ำ) เป็นศูนย์” ที่จัดขึ้นโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยกองตลาดภาคใต้และสำนักงานชุมพร ซึ่งเป็นกิจกรรมดำน้ำลึกเก็บขยะทำความสะอาดใต้ท้องทะเลชุมพร เกาะง่ามน้อย เกาะง่ามใหญ่ กองหินสามเหลี่ยม และบริเวณชายหาดทุ่งวัวแล่น อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร เพื่อรณรงค์ให้นักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่รักษ์และหวงแหนทรัพยากรในท้องถิ่น ร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งปลูกจิตสำนึกให้ตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเป็นพื้นฐานที่สำคัญของการเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม ทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ และก่อให้เกิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในอนาคต