หวานหนักมาก! ‘แพนเค้ก’ควง’สารวัตรหมี’จัดทริปล่องเรือที่ภูเก็ต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/308340

หวานหนักมาก! 'แพนเค้ก'ควง'สารวัตรหมี'จัดทริปล่องเรือที่ภูเก็ต

หวานหนักมาก! ‘แพนเค้ก’ควง’สารวัตรหมี’จัดทริปล่องเรือที่ภูเก็ต

วันอังคาร ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 13.26 น.

12 ธ.ค.60 สวีทหวานขึ้นทุกวันจริงๆ สำหรับความรักของ นางเอก “แพนเค้ก เขมนิจ” และ“สารวัตรหมี” ที่ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ตัวติดกันอยู่ตลอด ล่าสุด ทั้งคู่ก็ได้จัดทริปเที่ยวทะเลภูเก็ตกับเพื่อนๆ และครอบครัว รับลมทะเลแบบชิลๆ

ซึ่งทั้งคู่ก็ไม่พลาดที่จะแชะภาพสวีทที่ทำเอาคนโสดต้องอิจฉาตาร้อนไปตามๆ กัน แถมงานนี้สาวแพนเค้กก็ได้งัดชุดว่ายน้ำสีแจ่มไปใส่ท้าแดด บอกเลยว่าหุ่นสวยเป๊ะเหมือนเดิมเลยทีเดียว

‘เจมส์ เรืองศักดิ์’รำลึก19ปีเครื่องบินตก ตอบชัด’ไม่เคยนั่งเครื่องบินฟรี’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/308327

'เจมส์ เรืองศักดิ์'รำลึก19ปีเครื่องบินตก ตอบชัด'ไม่เคยนั่งเครื่องบินฟรี'

‘เจมส์ เรืองศักดิ์’รำลึก19ปีเครื่องบินตก ตอบชัด’ไม่เคยนั่งเครื่องบินฟรี’

วันอังคาร ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 11.46 น.

12 ธ.ค.60 ในวาระครบรอบ 19 ปี กับเหตุการณ์เครื่องบินของการบินไทย เที่ยวบินที่ TG261 เดินทางจากกรุงเทพมหานครไป จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวานนี้ (11 ธ.ค.) ที่เผชิญกับทัศนวิสัยย่ำแย่ เนื่องจากพายุจิล จนเกิดอุบัติเหตุตกที่ จ.สุราษฎร์ธานี เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 101 คน และรอดชีวิต 45 คนเท่านั้น โดย นักร้องหนุ่มชื่อดัง “เจมส์ เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์” เป็นหนึ่งในผู้รอดชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนั้นด้วย

ล่าสุด หนุ่มเจมส์ก็ได้โพสต์ผ่านอินสตาแกรมว่า วันครบรอบ 19 ปีเต็มๆ จากเหตุการณ์เครื่องบินตกที่สุราษฎร์ธานี ผมคอยตอบคำถามซ้ำๆไม่น้อยกว่าพันครั้ง ตลอด 19ปีที่ผ่านมาว่า…นั่งเครื่องบินฟรีตลอดชีวิตหรือไม่ ? ขอตอบตรงนี้เลยครับว่า ” ไม่เคยนั่งเครื่องฟรีเลยครับ” #ขออุทิศส่วนบุญกุศลสู่ผู้ล่วงลับ

นายกฯขอบคุณ’มารีญา’สร้างความสุขให้คนไทย บอกติด1ใน5ก็สุดยอดแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/308313

นายกฯขอบคุณ'มารีญา'สร้างความสุขให้คนไทย บอกติด1ใน5ก็สุดยอดแล้ว

นายกฯขอบคุณ’มารีญา’สร้างความสุขให้คนไทย บอกติด1ใน5ก็สุดยอดแล้ว

วันอังคาร ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 10.32 น.

12 ธ.ค.60 เมื่อเวลา 09.00 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) โดยก่อนการประชุม นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย นำคณะเข้าพบเพื่อประชาสัมพันธ์การจัดงานตลาดคลองผดุงกรุงเกษม ภายใต้ชื่อ“สุดยอด SMEs ส่งสุข ส่งท้าย ส่งความประทับใจตลาดคลองผดุง 2560” ระหว่างวันที่ 12-27 ธันวาคม โดยนายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ได้ทำพิธีมอบถั่วป่านทองให้กับ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ขณะที่ตัวแทนจากจ.สุรินทร์ ได้มอบเสื้อสูทยีนส์ผ้าไหม มูลค่า 5,000 บาทให้กับนายกฯ แต่นายกฯ เห็นว่าราคาสูงเกินไป จึงขอซื้อเองดีกว่า เพราะเสื้อสวยดี

จากนั้น พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำคณะผู้บริหารกระทรวงและกรมการพัฒนาชุมชน เดินทางเข้าพบเพื่อมอบของขวัญแก่ ครม. 36 คน ในวาระขึ้นปีใหม่ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์โอทอป ที่จำหน่ายในงานโอทอป ซิตี้ 2017 โดยมอบเรือจำลองของจ.พระนครศรีอยุธยา แก่นายกฯ เพื่อแสดงถึงความเป็นผู้นำ ที่มุ่งมั่น นำพาประเทศชาติผ่านพ้นวิกฤต สู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน นำความสุขคืนให้กับประชาชน พร้อมมอบช้างแกะสลัก จ.ลำปาง แก่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อแสดงถึงกำลังสำคัญในการปกป้องประเทศ ภัยคุกคาม นำความสงบสู่แผ่นดิน

จากนั้น นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด นำคณะเข้าพบเพื่อให้นายกฯเป็นประธานพิธีส่งมอบถั่วป่านทองให้กับ บริษัท การบินไทยจำกัด (มหาชน)

โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์ใดๆก็ตาม ต้องใช้ปัญญาประดิษฐ์ นายกฯเองก็ต้องใช้ปัญญาตลอด นโยบาย 4.0 ของเราคือการใช้ปัญญาแก้ปัญหาการทำงาน ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องไปดำเนินการด้วย ขอให้สื่อมวลชนช่วยกันประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวด้วย ไม่ใช่ตีแต่นายกฯขายข่าวได้เงินกันมาเยอะแล้ว

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่สหภาพยุโรป (อียู)ได้มีข้อตกลงที่จะปรับความสัมพันธ์ทางการเมืองและด้านอื่นๆกับประเทศไทย ถือเป็นสัญญาณที่ดีขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ยักคิ้วก่อนกล่าวว่า “ก็ดีแล้ว”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้พบปะพูดคุยกับ น.ส.มารีญา พูลเลิศลาภ หรือ มารีญา ลินน์ เอียเรียน มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017 ภายหลังเดินทางกลับจากการเข้าประกวดMiss Universe ครั้งที่ 66 ที่เมืองลาสเวกัส รัฐเนวาดา ประเทศสหรัฐฯ โดยกล่าวสั้นๆก่อนพบว่า “ตื่นเต้นดีใจมากและรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้พบกับนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ขอบคุณมารีญา พร้อมครอบครัวที่สร้างความสุขให้กับคนไทย โดยกล่าวว่า ตนเองชอบที่จะให้คนไทยพูดภาษาอังกฤษ โดยใช้สำเนียงเพราะๆ และต้องการให้มีการถ่ายทอดสำเนียงที่ถูกต้องออกไป เนื่องจากวิธีการสอนของคนไทยในปัจจุบันยังไม่ใช่ จำเป็นต้องแก้ใหม่ทั้งหมด ขณะนี้กำลังทำอยู่ ทั้งนี้ทราบจากประวัติว่ามารีญามีความตั้งใจดี การศึกษาสูง และเมื่อเก่งด้านภาษาอยากชวนมาช่วยทีมงานโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อย่างการอ่านบทความต่างๆ หรือการพัฒนาด้านการท่องเที่ยว

นายกฯ กล่าวว่า การเข้าประกวดและติด 1 ใน 5 ของมิสยูนีเวิร์สก็ถือว่าสุดยอดสำหรับตนแล้ว และคนไทยทุกคนก็ดีใจไปกับมารีญาด้วย เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะได้ลำดับที่เท่าไหร่ไม่สำคัญ แต่สิ่งสำคัญคือการรักษาความเป็นไทยไว้ให้นานๆ ให้อยู่ในจิตใจของคนไทยต่อไป เป็นตัวอย่างที่ดีในการเป็นผู้นำเอกลักษณ์ไทย อย่าลืมว่ากว่าจะได้อะไรมา มันยากอยู่แล้ว แต่การรักษาให้อยู่ต่อไปยากกว่า ดังนั้นทุกอย่างอยู่ที่ตัวเราต้องมั่นใจ แน่วแน่ในการเป็นคนดี มีครอบครัวที่ดี การทำงานดี ตอบแทนบุญคุณพ่อแม่

“ได้ที่เท่าไหร่ไม่ต้องไปเสียใจ จบก็คือจบ คนไทยทุกคนต่างก็เอาใจช่วย แต่พอไม่ได้รางวัลก็อาจมีการวิพากษ์วิจารณ์บ้าง และการที่มีคนไปต้อนรับถึงสนามบินจำนวนมากถือเป็นความภาคภูมิใจแต่สำหรับผมคิดว่ามารีญาสวยกว่าเขาอยู่แล้ว ตัวก็สูงกว่า แต่ผอมไปหน่อย แนะนำไปออกกำลังกาย” นายกฯ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อถึงช่วงนี้มารีญากล่าวกับนายกฯว่า ครอบครัวของตนเป็นครอบครัวที่ชอบรับประทานอาหาร แต่กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน ถือเป็นเรื่องของความโชคดี พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวติดตลกว่า “ครอบครัวพวกเราไม่ชอบกิน แต่อ้วน ที่สำคัญแก่แล้วกินอะไรก็อ้วนไปหมด แต่ไม่ว่าจะอ้วนหรือผอมขอให้แข็งแรง”

ทั้งนี้ มารีญากล่าวกับนายกฯ ว่า หลังจากนี้จะทำหน้าที่มิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ และจะอยู่เมืองไทย เพราะถือว่าตนเป็นคนไทย มารดาก็เป็นคนไทย และโครงการที่จะทำคือ โครงการการท้องของคุณแม่วัยใส ซึ่งเรื่องนี้ต้องได้ทุกฝ่ายร่วมมือกัน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้อยากให้คนไทยเข้าใจว่าอะไรคือ 4.0 ทุกคนมีหน้าที่ต้องช่วยกันทำเพื่อให้ประเทศเดินหน้าไปสู่เป้าหมาย ไม่ใช่ปล่อยให้ถูกบิดเบือนหาว่านายกฯพูดอะไรก็ไม่รู้เรื่อง ถามว่า 4.0 ของพวกเราไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็สามารถใช้ปัญญาประดิษฐ์ได้ แต่เศรษฐกิจ 4.0 คือการใช้เครื่องจักรเครื่องมือ เพราะอนาคตเราต้องรองรับการขาดแคลนแรงงาน เนื่องจากเราจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และคนไทยเกิดน้อย

จากนั้น นายกฯได้มอบของที่ระลึกให้กับมารีญา โดยเป็นกระเป๋าโอทอปที่ทำจากกระจูด และมอบของที่ระลึกให้ทีมงานด้วย ทั้งนี้มารีญา ได้มอบเอกสารโครงการท้องในวัยใสให้กับนายกฯ ด้วย

น.ส.มารีญา กล่าวภายหลังเข้าพบนายกรัฐมนตรี ว่า นายกฯ ได้ให้กำลังใจ และขอให้ทำด้วยความตั้งใจ ตอบแทนคุณพ่อ คุณแม่ ตอบแทนคนที่ช่วยเรา ซึ่งเป็นอะไรที่เราต้องทำ ตนรู้สึกดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาวันนี้ เมื่อถามว่า นายกฯ ได้ชวนให้มาทำงานในการประชาสัมพันธ์ให้รัฐบาล น.ส.มารีญา กล่าวว่า ก็ตอบรับทันที เพราะตนก็อยากจะช่วย อยากจะสนับสนุนความเป็นไทย เพื่อให้นานาชาติได้เห็นและรู้จักความเป็นไทย และอยากให้คนไทยรักษาความเป็นไทยด้วย ซึ่งตนอยากจะให้ความสามารถที่พูดได้หลายภาษาไปใช้ให้เป็นประโยชน์ให้กับประเทศไทย ซึ่งตนสามารถจะช่วยงานรัฐบาลได้ทันทีแม้จะอยู่ในตำแหน่ง

เมื่อถามว่า มาเจอนายกฯ แล้วตื่นเต้นหรือไม่ น.ส.มารีญา กล่าวว่า ก็ตื่นเต้น แต่พอเจอก็รู้สึกสบาย เพราะนายกฯ เป็นคนที่มีอารมณ์ขัน และเป็นตัวของตัวเอง ท่านนายกฯ มีมุกตลกและได้มอบถั่วให้ตน และมอบตุ๊กตาน้องสุขใจ ซึ่งเป็นมาสคอตของประเทศไทยให้กับตน ทั้งนี้ตนได้มอบหนังสือโครงการท้องในวัยใส ให้กับนายกฯ โดยหวังว่าปัญหานี้จะได้รับการแก้ไข และจะประสานไปยังหน่วยงาน UNFPA เพื่อแก้ปัญหาต่อไป

เมื่อถามว่า แม้ว่าจะไม่ได้ตำแหน่งกลับมา แต่ประชาชนชาวไทยก็ยังให้กำลังใจอยู่ น.ส.มารีญา กล่าวว่า ก็รู้สึกอบอุ่นมาก รู้สึกถึงความรักของทุกคน ทำให้รักเมืองไทยและคนไทยมากยิ่งขึ้น เพราะเมื่อเรารู้สึกน้อยใจและรู้สึกเศร้า ตอนคนให้กำลังใจและความรักตรงนี้คือสิ่งที่สำคัญ แม้ว่าเราจะทำไม่ได้อย่างที่เราคาดหวัง แต่ก็ยังสนับสนุนเป็นสิ่งต้องขอขอบคุณทุกคน

‘คูลเจกัญ-คูลเจไปป์’นำทีมผู้ฟัง’คลื่นคูลฟาเรนไฮต์’สู่หมู่เกาะสุรินทร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/308181

'คูลเจกัญ-คูลเจไปป์'นำทีมผู้ฟัง'คลื่นคูลฟาเรนไฮต์'สู่หมู่เกาะสุรินทร์

‘คูลเจกัญ-คูลเจไปป์’นำทีมผู้ฟัง’คลื่นคูลฟาเรนไฮต์’สู่หมู่เกาะสุรินทร์

วันอังคาร ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 10.30 น.

ยกขบวนก๊วนสุดหรรษาบนหาดทรายขาวฟ้าโอบทะเลไปพร้อมกับ “คูลเจกัญ-รังรอง วัณณรถ” และ “คูลเจไปป์-ปวร กิจเจริญการกุล” ในกิจกรรท (คูลฟาเรนไฮต์ เอ้าติ้ง 12 : ฟันทาสติก ฟันอันเดอ เดอะซี แอทหมู่เกาะสุรินทร์)COOLfahrenheit Outing 12 : FUNtastic FUN UNDER THE SEA @ หมู่เกาะสุรินทร์ พังงา ที่จะพาผู้โชคดีกว่า 50 ชีวิต ดำน้ำดูปะการัง ชมฝูงปลาแหวกว่ายระบายสีสันใต้ท้องทะเล ร่วมเฮฮากับเกมกระชับมิตร พร้อมปิดท้ายกับมินิคอนเสิร์ตจาก The TOYS (เดอะทอยส์) หนุ่มน้อยเสียงอบอุ่นเติมความสุขให้ทุกรุ่นใน Under Andaman Party  (อันเดอร์อันดามันปาร์ตี้)

คูลเจไปป์ “เป็นอีกหนึ่งการเดินทางครั้งสำคัญ กับกิจกรรมคูลฟาเรนไฮต์ เอาท์ติ้ง 12 ที่เราจัดขึ้นพิเศษเป็นประจำสำหรับผู้ฟังคูลฟาเรนไฮต์  ซึ่งครั้งนี้เราจะพาชาวผู้ฟังกว่า 50 ชีวิต ออกเดินทางสู่หมู่เกาะสุรินท์ ไปดำน้ำดูปะการังกัน เห็นว่าปะการังที่นั่นสวยมากคงจะทำให้ผู้โชคดีฟินไม่น้อย นอกจากนี้ยังจะได้ฟังเพลงกันสดๆ จากหนุ่มน้อยเดอะทอยส์ ที่จะพกพาความสุขมาแจกทุกคนหลังจากทริปดำน้ำใน อันเดอร์ อันดามัน ปาร์ตี้คับ ระหว่างวันที่ 16-18 ธันวาคม 60 นี้ครับ ทริปสนุกๆ แบบนี้ยังมีให้ร่วมสนุกกันอยู่เรื่อยๆ อย่าลืมติดตามได้ในคลื่นคูลฟาเรนไฮต์ เอฟเอ็ม 93 MHz นะครับ”

‘โจจินอุง’เผยซึมเศร้าหนักหลังเล่น’Signal’เบรกดราม่ารับงานเบาสมอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/308309

'โจจินอุง'เผยซึมเศร้าหนักหลังเล่น'Signal'เบรกดราม่ารับงานเบาสมอง

‘โจจินอุง’เผยซึมเศร้าหนักหลังเล่น’Signal’เบรกดราม่ารับงานเบาสมอง

วันอังคาร ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 10.08 น.

“โจจินอุง” นักแสดงมากฝีมือของเกาหลีวัย 40 ปีที่คร่ำหวอดในวงการภาพยนตร์มายาวนาน ล่าสุดดกระโดดได้มารับเล่นซีรีย์ “Signal สัญญาณลับ ล่าข้ามเวลา” ทางช่องทรูโฟร์ยู พร้อมเผยถึงความกดดันในบทบาทล่าสุด และผลกระทบที่ได้รับจากตัวละคร “อีแจฮัน” นักสืบที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อ 15 ปีก่อนแต่กว่าที่นักแสดงอย่าง โจจินอุง จะถ่ายทอดบท อีแจฮัน จนทำให้คนดูอินได้ขนาดนี้ เจ้าตัวกลับต้องต่อสู้อย่างหนักจากอาการซึมเศร้าซึ่งเป็นผลกระทบที่ได้รับจากการเล่นเรื่องนี้เลยก็ว่าได้

“ผมได้รับผลกระทบที่แย่มากหลังจบการถ่ายทำ มันทรมานมาก เนื้อหาน่าจะทำให้คนดูรู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่เศร้าและหม่นหมอง มันเลยทำให้ผมต้องเลือกบทที่ค่อนข้างสดใสมากๆในการรับงานชิ้นต่อไปของผมครับ”โดยโจจินอุง ยังได้พูดถึงเรื่องครอบครัวของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายที่ต้องสูญเสียคนที่รักไป ซึ่งพวกเขาเหล่านี้ได้ส่งข้อความเป็นวิดีโอแสดงความขอบคุณมายังทีมงานทุกคนของเรื่อง “Signal สัญญาณลับ ล่าข้ามเวลา” ซึ่งบรรยากาศต่างเต็มไปด้วยความโศกเศร้า“ทุกคนในกองถ่ายต่างก็ปล่อยโฮออกมาเสียงดัง ผมต้องทำหน้าที่ของผมด้วยความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ เพื่อไม่เป็นการเมินเฉยกับข้อความของพวกเขาครับ”

โจจินอุง ยังขอยกให้ซีรีย์เรื่องนี้เป็นซีรีย์ในดวงใจ ที่จะจารึกไว้ในอาชีพนักแสดงของเขาว่าที่เคยต้องอินและมีอารมณ์ร่วมไปกับตัวละครมากขนาดไหนด้วยโดย โจจินอุง รับบทเป็น อีแจฮัน ชายหนุ่มผู้เปรียบเหมือนตำรานักสืบ สมัยหนุ่มๆเขาเล่นยูโด จนเกือบจะเป็นตัวแทนโอลิมปิก แต่ความฝันของเขาก็พังทลายเพราะได้รับบาดเจ็บ เมื่อไม่รู้จะทำอะไร เขาตัดสินใจเป็นตำรวจจราจร เพราะหน้าที่นี้ใช้เพียงแรงกาย ไม่ต้องใช้สมอง และในปี 1989 อยู่ๆก็มีเสียงเรียกจากวิทยุสื่อสารเข้ามา ทำให้เขาได้เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนอนาคตซีรีย์เรื่อง Signal สัญญาณลับ ล่าข้ามเวลา ไม่เหมือนกับซีรีย์เรื่องอื่นๆ เพราะเป็นการนำคดีที่เกิดขึ้นจริงในเกาหลี มาผูกร้อยเป็นเรื่องราว โดยเพิ่มปมของเรื่องและตัวซีรีย์เข้าไป ทำให้เนื้อเรื่องน่าติดตามและชวนให้ลุ้นทุกตอนซึ่งนักเขียนบทเรื่องนี้เป็นคนเดียวกับนักเขียนเรื่อง Three Day และ Ghost ที่ถนัดแนวสืบสวนสอบสวนอยู่แล้ว โดยคนดูส่วนใหญ่จะชอบการผูกปมที่คาดเดายากของนักเขียนบทคนนี้เป็นพิเศษ ที่สำคัญหลายคนที่ได้ดูต่างประทับใจจนยกให้ Signal เป็นซีรีย์ในดวงในอีกเรื่องเลยทีเดียวติดตามเรื่องราวความเข้มข้นของซีรีย์ “Signal สัญญาณลับ ล่าข้ามเวลา” ได้ทุกวันพุธ – พฤหัสบดี เวลา 20.00 น. ทาง #True4U หมายเลข 24 ตย. ซีรีส์ https://www.youtube.com/watch?v=tvVUIHFwNY4

เหล่าดารา-ศิลปินใจบุญตบเท้าร่วมโครงการ ‘รพ.ราชวิถี ดีต่อใจ ได้ต่อบุญ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/308308

เหล่าดารา-ศิลปินใจบุญตบเท้าร่วมโครงการ 'รพ.ราชวิถี ดีต่อใจ ได้ต่อบุญ'

เหล่าดารา-ศิลปินใจบุญตบเท้าร่วมโครงการ ‘รพ.ราชวิถี ดีต่อใจ ได้ต่อบุญ’

วันอังคาร ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 10.05 น.

เหล่าดารา–ศิลปินใจบุญตบเท้าร่วมเปิดโครงการ“รพ.ราชวิถี ดีต่อใจ ได้ต่อบุญ” เป็นจำนวนมากและเชิญชวนคนไทยร่วมบริจาคสมทบทุนซื้อเครื่องมือแพทย์และสร้างอาคารศูนย์การแพทย์ราชวิถี เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการของผู้ป่วยที่ด้อยโอกาสทั่วประเทศ งานนี้นำโดย แหม่ม– สุริวิภากุลตังวัฒนา,แพนเค้ก –เขมนิจ จามิกรณ์, ฟิลลิปส์– The Face Men (คนแรกของเมืองไทย), เจเน็ตเขียว, รุ้งลาวัลย์ โทนะหงษา (หนูหิ่น), อู – ภาณุ สุวรรณโณ (ดาราจากช่อง7), มะเหมี่ยว – พรชดา (นางเอกหน้าใหม่ ช่อง7) ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีศิลปินนักร้อง อาทิ ตุ๊ก- วิยะดา, อู๋– ธรรพ์ณธร ปาลกะวงศ์ณ อยุธยา,ไท – ธนาวุฒิ, เอเม็อบ ฯลฯ  ที่มาร่วมเชิญชวนฯด้วย นับเป็นการต่อชีวิตให้กับผู้ป่วยอีกนับล้านชีวิตณ บริเวณหน้าตึกสิรินธร โรงพยาบาลราชวิถี

เมื่อเร็วๆนี้ นพ.มานัส โพธาภรณ์ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลราชวิถี  เปิดเผยว่า โรงพยาบาลราชวิถีได้เปิดให้บริการด้านการแพทย์และดูแลสุขภาพคนไทยมากว่า 66 ปี เป็นศูนย์รับส่งต่อผู้ป่วยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพมหานคร และมีความเชี่ยวชาญให้บริการทางการแพทย์เฉพาะทางด้วยการฝึกอบรมแพทย์ ผลิตบุคลากรทางการแพทย์ที่มีคุณภาพสู่สังคมไทย   เพื่อหวังให้คนได้รับการรักษาที่ดีมีคุณภาพ และเข้าถึงการรักษาได้อย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่เลือกฐานะหรือชนชั้น ปัจจุบันโรงพยาบาลราชวิถี เป็นโรงพยาบาลที่คุณอาจลืม และมีผู้ป่วยรอคอยการรักษามากกว่า1,000,000 ชีวิตต่อปี พื้นที่ของโรงพยาบาลมีความแออัดและทำให้ผู้ป่วยต้องรอนานทั้งในการตรวจ และ รับเข้านอน รพ.เพื่อทำการรักษาค่อนข้างนานรวมทั้งอาคารต่างๆ ที่เปิดทำการรักษามาเป็นเวลานานจึงทำให้ทรุดโทรมลงตามเวลา เราจำเป็นต้องปรับปรุง และ ขยายส่วนให้บริการจึงเกิด“อาคารศูนย์การแพทย์ราชวิถี”ขึ้น ซึ่งเป็นอาคารสูง 25 ชั้น ซึ่งคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ประมาณปลายปี พ.ศ. 2561จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่ดีได้มากขึ้นช่วยลดความแออัดและระยะเวลาในการมารอรับบริการ

อีกทั้ง โรงพยาบาลราชวิถียังขาดแคลนงบประมาณ ในการก่อสร้างอาคารศูนย์การแพทย์ และการจัดซื้อเครื่องมือทางการแพทย์อาคารฯ รพ.ราชวิถีแห่งใหม่นี้ทางโรงพยาบาลจึงได้จัดตั้งโครงการ “รพ.ราชวิถี ดีต่อใจ ได้ต่อบุญ” เพื่อเชิญทุกๆคน มาร่วมเป็นผู้ให้ มาร่วมบุญ กับ โครงการ เพื่อที่จะนำเงินไปสบทบซื้อเครื่องมือแพทย์และอาคารศูนย์การแพทย์ เพื่อให้สามารถรักษาผู้ป่วยได้อย่างเต็มศักยภาพ  ผู้ป่วยที่นี่ยังรอความหวัง เพื่อให้ชีวิตไปต่อและคุณคือคนสำคัญ ที่จะช่วยต่อชีวิต ต่อความหวัง ต่อเจตนารมณ์ให้โรงพยาบาลราชวิถี เป็นโรงพยาบาลที่เข้าถึงทุกการรักษา

ดังนั้นจึงขอเชิญชวนทุกท่านผู้มีจิตศรัทธาร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับโครงการ “รพ.ราชวิถี ดีต่อใจ ได้ต่อบุญ” โดยสามารถร่วมบริจาคได้ที่ “ศูนย์การแพทย์ราชวิถี ในมูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี” ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาโรงพยาบาลราชวิถี หมายเลขบัญชี 051-2-69056-1หรือ สอบถามโทร
02–3547997-9 หรือ http://www.rajavithihospitalfoundation.org มาร่วมสร้างกุศลอันเป็นนิรันดร์กับโรงพยาบาลราชวิถี เพื่อให้ชีวิตของผู้ป่วยที่รอโอกาสทางการรักษา ให้มีโอกาสได้ไปต่อ และสามารถกลับไปใช้ชีวิตกับครอบครัว และทำประโยชน์เพื่อสังคมต่อไป

โดยเหล่าดารา – ศิลปินได้เผยถึงความรู้สึก… แหม่ม – สุริวิภา กุลตังวัฒนา“จริงๆ พี่หนูแหม่มเห็นโรงพยาบาลนี้มานานแล้ว เพราะว่าเราเดินเข้าออกบ่อย คุณพ่อเรารักษาที่นี่ และมีพี่ชายทำงานอยู่ที่นี่ตั้งแต่เรียนจบเขาก็ทำงานที่นี่ เห็นตั้งแต่ตึกยังไม่เยอะขนาดนี้ เห็นตั้งแต่วันที่คนมานอนรอรักษาเข้าคิว คนงานที่ต้องตรวจสุขภาพที่เพื่อจะเดินทางไปต่างประเทศ เข้าคิวรอเป็นร้อยๆ แล้วมานอนรอ พี่ว่าวันนี้มันถึงเวลาแล้ว ถึงเวลาที่เราจะต้องไปต่ออีก เพราะคนเราเกิดตลอด ต้องการการรักษาจากโรงพยาบาลตลอด ดังนั้นเมื่อเราจะพัฒนากันต่อไปได้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับบุคลากรของโรงพยาบาลเพียงอย่างเดียวมันต้องเป็นเราทั้งหมด ถึงเวลาแล้วที่เราจะออกมาเป็นส่วนหนึ่ง ในการต่อชีวิตผู้ป่วย ต่อกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ด้วย เพื่อที่จะพัฒนากันต่อไปค่ะ”

แพนเค้ก- เขมนิจ“ไม่เคยได้เข้ามาที่ราชวิถีแบบจริงจัง แต่ได้ฟังกับคุณแม่มานานมาก เพราะคุณแม่เกิดที่นี่ และจริงๆเรียกว่าเรามีความผูกพันกับที่นี้ แล้วก็ได้รับฟังจากคุณแม่ตลอด ก็ดีใจมากที่มีโอกาสมาช่วยและบอกบุญนี้ต่อๆกันไป อย่างที่เราเห็นในวีทีอาร์ เราก็จะเห็นว่ามันแน่น มันแออัดขนาดไหน แล้วชีวิตทุกชีวิตมันรอไม่ได้ค่ะ มันคือนาทีต่อนาที อะไรที่เราสามารถช่วยกัน หรือหยิบยื่นกันได้ ตอนนี้มาได้ครึ่งทางแล้ว อีกครึ่งทางอยู่ในมือของเราทุกๆคน ก็คงได้ช่วยกันแบบเต็มที่ ที่สุด ก็คนละไม้คนละมือแพนว่าเราทุกคนทำได้”

ฟิลลิปส์– The Face Men (คนแรกของเมืองไทย)“สิ่งที่โรงพยาบาลขาดคือห้อง อุปกรณ์ ในชีวิตของเราต้องการโรงพยาบาล เพราะในสังคมนี้โรงพยาบาลสำคัญมาก ถ้าไม่มีเราก็พัฒนากันต่อไปไม่ได้ ก็อยากให้ทุกๆท่านร่วมกันบริจาคคนละเล็กละน้อยเพื่อชีวิตของผู้ป่วยที่รอโอกาสทางการรักษา ให้มีโอกาสได้ไปต่อ”

‘แพท ณปภา’เล่านาทีบีบหัวใจอุ้ม’เรซซิ่ง’เผชิญหน้า’เบนซ์’ใน’วันพ่อ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/308307

'แพท ณปภา'เล่านาทีบีบหัวใจอุ้ม'เรซซิ่ง'เผชิญหน้า'เบนซ์'ใน'วันพ่อ'

‘แพท ณปภา’เล่านาทีบีบหัวใจอุ้ม’เรซซิ่ง’เผชิญหน้า’เบนซ์’ใน’วันพ่อ’

วันอังคาร ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 10.01 น.

เปิดใจหญิงแกร่งแห่งปี “แพทณปภา ตันตระกูล” ซึ่งในปีที่ผ่านมาเธอเจอมรสุมมากมายในชีวิต ทั้งปัญหาเรื่องผู้ชาย พบรักกับสามีคนปัจจุบัน “เบนซ์เรซซิ่ง” แต่ต้องเจอกับคดียาเสพติด ฟอกเงิน และวันนี้อาจถูกปลดจากพรีเซ็นเตอร์ ล่าสุด“หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” จากรายการ โหนกระแส ในฐานะผู้ดำเนินรายการ จึงได้เชิญเธอมาเปิดใจ

ขอย้อนกลับไปปีนี้ คุณมองว่าชีวิตคุณเป็นยังไง?“จะบอกว่าแย่ก็ไม่เชิง คือสิ่งที่เราคิดไว้ว่าจะกลายเป็นลบ ก็พลิกมากลายเป็นบวก มันไม่ใช่พลิกวิกฤตเป็นโอกาส แต่ตอนแรกเรามองว่ามันลบแน่นอน แต่อยู่ดีๆ ไม่ได้ลบอย่างที่เราคิด ไม่ได้พังอย่างที่เราคิด ตั้งแต่เรื่องที่เกิดขึ้น เรื่องตบ ฉายาเขาก็ตั้งกันเอง คำนั้นไม่ได้มาจากเรา มันเกิดจากทั้งฝั่งเราและฝั่งเขาเอาคลิปไปลง มันไม่โอเคกันทั้งสองฝั่ง มันกลายเป็นเรื่องเป็นราวว่าทะเลาะกันเรื่องผู้ชาย จริงๆ ตัดเรื่องผู้ชายทิ้งไปเลย เรื่องผู้ชายมันจบไปแล้ว แต่เผอิญฝั่งโน้นไม่พอใจที่หลานเราก้าวร้าว เขาเอามาโยงกัน แพทไม่เอาอยู่แล้ว”

เขาทำหน้ามาซะหล่อเลยนะ?“ขอให้หล่อยิ่งๆ ขึ้นไป แฮปปี้นิวเยียร์กันไปเลย ฝั่งนั้นเขาไม่พอใจตรงหลานเรา ด้วยความที่รูสึกว่าไม่ใช่ หลานเราอายุเท่าไหร่ เราเลยรู้สึกว่าพอมีปัญหา ก็โยงกันไปโยงมา แต่ไม่ได้จบด้วยการเคลียร์ ต้องมานั่งแถลงข่าว”

เหตุการณ์ในครั้งนั้น กระแสสังคมน่าจะด่าคุณ แต่กลับกลายเป็นเห็นใจเยอะมาก จากอินสตาแกรมไม่กี่แสน?“ขึ้นมาล้านกว่ามั้งคะ แค่เหตุการณ์นี้ เราไม่ได้อยากจะบอกว่าสิ่งที่เราทำควรไปทำตามนะ  มันไม่โอเคนะ คือไม่ใช่คุณไปทำอะไรเพื่อหวังแบบนี้ เดี๋ยวจะเข้าใจว่าต้องทำแบบนี้แล้วมียอดฟอลโลว์เยอะๆ เราไม่อยากทำให้เป็นเรื่องเป็นราว ไม่อยากให้เกิดอะไรแบบนี้บังเอิญเป็นเรื่องที่พอสืบลึกเข้าไปถึงรู้ว่าโอเค เข้าใจ”

ไปไหนมาไหน เอาลูกไปด้วย?“แพทติดลูกค่ะ แพทไม่ได้มีพี่เลี้ยง มีน้องมาช่วยขับรถ แล้วก็ให้เขาดูแลเรซไปด้วย เขารักเรซมาก ที่บ้านมีน้องสาวที่คอยดูแลที่บ้าน แต่ที่บ้านแพทก็มีแม่แพทที่ป่วย พี่สาวที่ป่วย แพทก็ไม่อยากทิ้ง เดี๋ยวเอาภาระให้เขาอีก พี่เลี้ยงต้องดูพี่สาวที่ป่วย ส่วนน้องก็ดูแลแม่ อยู่ดีๆ แพทฝากไว้ มันก็ไม่ใช่”

ทำไมไม่จ้างพี่เลี้ยง?“กลัวค่ะ เห็นคลิปที่เขาตีลูก หรือความอดทนไม่เท่าเรา เลยรู้สึกเราเลี้ยงเองดีกว่า”

คุณแม่ไม่สบาย รวมถึงก่อนหน้านี้คุณกับคุณพ่อมีปัญหาฟ้องร้อง?“เรื่องมันจะมาแบบงงๆ แพทอยู่เฉยๆ ไม่ได้วิ่งไปหาเรื่อง แต่เรื่องมันเข้ามา คือเรามีการพูดคุยกันระยะหนึ่ง มีการส่งเสียให้ค่าใช้จ่ายป๋า แต่ช่วงหนึ่งเรามีปัญหากันในเรื่องครอบครัวใหม่คุณป๋า ทำให้แพทตัดสินใจว่าครอบครัวใหม่ต้องไม่ยุ่งกับเราสิ ไม่มายุ่งกับแม่เราสิ อยู่ดีๆ ก็เกิดเหตุการณ์เราคุยกันด้วยดี แต่เผอิญวันต่อมา การเรียกของศาลเกิดขึ้น มีข่าวเกิดขึ้นโดยที่เราไม่ได้เป็นคนให้ แต่เป็นฝั่งเขาเป็นคนให้ เราก็เกิดอะไรขึ้น ทำไมเราคุยกันไม่ได้ มันเกิดขึ้นได้ยังไง สุดท้ายเขาอยากให้เรากลับไปดูแลเขา แต่เขาเลือกให้เราไปคุยที่ศาล มากกว่าที่จะมาคุยที่บ้าน เราก็โอเค ไปคุยที่ศาลก็ได้ไม่เป็นไร พอเรื่องเป็นแบบนี้ เราไม่ได้ไม่ดูแลเขา แต่ถ้าป๋าคุมตรงนี้ไม่ได้ มันก็จะเกิดเรื่องแบบนี้ไง พอไปคุยที่ศาล พ่อก็อยากได้เรื่องค่าเลี้ยงดู เราก็โอเค เราก็ให้”

แตกหักกันไปเลยจนวันที่คุณต้องกลับไปดูแล?“คือพอเราจบที่ศาล พ่อก็เลือกติดต่อเราทุกสิ้นเดือนเฉยๆ คือไม่มีอะไรหรอก แพทก็ไม่ได้มีอะไร เขาก็คือพ่อ มันแค่เป็นส่วนเล็กๆ ที่รู้สึกว่าบางทีเราคุยกันได้ เราไม่ได้ไม่รักเขา แต่เราอยากให้เขาเคลียร์ปัญหากับตรงนั้นหน่อย ก็ตัดปัญหากันไปเรียบร้อย เราก็ทำหน้าที่ลูกเต็มที่ จนวันเขาป่วยเราก็กลับไปดูแล แต่เป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ แล้วท่านก็ไปเลย อันนี้เป็นปีที่แล้วค่ะ”

พอมาปีนี้ คุณก็เจอเรื่องหนักหนาในชีวิตแต่งฟ้าแล่บ แต่งเพราะท้อง เกิดเรื่องระหองระแหงก่อนคุณเบนซ์เรซซิ่งจะเข้าเรือนจำ?“จริงๆแพทกับพี่เบนซ์ ก็มีหลายกระแส เรารู้จักก่อนหน้าแต่งงานกัน 7 ปี แต่ 7 ปีห่างเหินมาก เมื่อ 7 ปีเรารู้จักกัน เคยเจอหน้า แล้วก็หายไปเลย ต่างคนต่างใช้ชีวิต โลกก็เหวี่ยงให้เรามาเจอกัน เหวี่ยงมาครั้งนี้กลับกลายเป็นว่าเราท้องด้วย ทำให้เราจำเป็นต้องแต่งงานกับเขา”

คุณใช้คำว่าจำเป็น?“ใช่ค่ะ ถ้าไม่ท้องก็ไม่แต่ง ชัดเจนตั้งแต่แรกอยู่ด้วย ต้องบอกว่าด้วยระยะเวลาเราก็ไม่ได้อยากแต่งงานคือประเด็นหลักๆ แพทตั้งใจแต่งหรือมีน้องปีนี้ แล้วค่อยมีลูกอีกที แต่เขามาเร็ว มันเลยท้องตั้งแต่ปีที่แล้ว ก็ต้องแต่ง”

เขาบอว่าตัวคุณเองกับคุณเบนซ์ พอมาอยู่ด้วยกัน ใช้เวลาคนละส่วน คนนึงเช้า คนนึงกลางคืน?“(ระหว่างนั้นเรซซิ่งร้องไห้ แพทบอกว่าพูดถึงพ่อไม่ได้เลยจะร้องตลอด) เราอาจไม่ได้ใช้ชีวิตกันเต็มที่หรือศึกษาลงลึกมาก พอเราท้องแล้วแต่งงงานกัน ก็ได้มาเรียนรู้กัน ตอนนั้นปัญหาค่อนข้างเยอะ เพราะแพทใช้ชีวิตกลางวัน พี่เบนซ์ใช้ชีวิตกลางคืน กลางวันเขานอน เราทำงาน 7 โมงเช้า เราตื่น เข้ารายการ สามสี่ทุ่มถึงเที่ยงคืนเรานอน เขาตื่น 6 โมงเย็น ที่เป็นอย่างนี้เพราะหนึ่งกิจการของเขา ไม่ได้ฟิกซ์เขาในการใช้ชีวิต สิ่งที่เขาชอบคือการขี่มอเตอร์ไซค์ แล้วเขาไม่ขี่กลางวัน เขาขี่มอเตอร์ไซค์กลางคืน ฉะนั้นเขาก็ใช้ชีวิตกลางคืน”

แต่คุณก็ผ่านกันมาได้?“มันก็จะเป็นแบบนี้แหละ ก็จากที่บ่นก็จะไม่บ่นแล้ว ฉันก็ใช้ชีวิตของฉัน ยูก็ใช้ชีวิตของยูไป”

ปีนี้มีการจับ “ไซซะนะ” ราชายาเสพติด มีการขยายผลถึงบอย นาคคำ แล้วมีการขยายผลถึงเบนซ์เรซซิ่งและมีการขยายมาถึงคุณ ว่ามีส่วนร่วมฟอกเงิน?“ต้องบอกว่าเรื่องราวเกี่ยวกับแพทแทบจะไม่มีเรื่องเลย พี่เบนซ์กับไซซะนะ เขาไม่รู้จักกัน ไม่เกี่ยวกันอยู่แล้ว อันนี้พูดได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ว่าเขาไม่ได้เกี่ยวข้องกัน”

เขารู้จักอ้อมๆ กันมั้ย?“ส่วนลึกตรงนี้ พี่เบนซ์เขาไม่รู้เรื่อง ตอนที่มีข่าวกับไซซะนะ เขาก็เฉยๆ เพราะเขาไม่รู้ว่ามาเกี่ยวอะไรกันกับตรงนี้ จำได้ว่าตอนนั้นอีก 10 วันแพทจะคลอดอยู่แล้ว ก็เกิดเรื่องราวมากมายก่ายกอง แพทไม่รู้ต้องรับมือกับมันยังไง ตอนแรกที่เจอปัญหาก็คิดว่าไม่น่าจะเกี่ยวกับแพท เพราะพูดตรงๆ ว่าแพทเพิ่งมาอยู่ในช่วงชีวิตเขาได้ไม่นาน อยู่ดีๆ ก็มาพัวพันถึงแพท ทำไมมีชื่อเราเข้าไปในเรื่องการฟอกเงิน แต่ตอนนี้ยกฟ้องไปแล้ว ในส่วนตรงนี้ก็ต้องย้อนไปว่าเกิดอะไรขึ้น มันเกิดจากการที่พี่เบนซ์มีการโอนเงินให้แพท เหมือนเงินเรายังพิสูจน์ไม่ได้ อย่างนั้นก็รับผิดไปแล้ว”

เขาโอนให้คุณเท่าไหร่?“รวมแล้วที่โดนอายัดไป1.5 ล้าน ใน1.5 ล้านมีการโอนทั้งหมด 19 ครั้ง”

แต่คุณทำงานได้เยอะกว่านี้อีกนะ?“ใช่ค่ะ เขาถึงได้ยกฟ้องเราไปไงคะ เรามีหลักฐานครบ แต่ถามว่าพอถึงจุดหนึ่ง ตอนนี้แพทก็ยังไม่ได้เงินล้านห้าคืน เพราะเขาโยกเงินส่วนนั้นไปอยู่ในส่วนพี่เบนซ์ไปเลย มันเป็นเงินส่วนหนึ่งที่พี่เบนซ์โอนให้แพท และมีเงินส่วนหนึ่งที่แพทหาได้ และแพทฝากสามีโอนเข้า เป็นหน้าที่ แต่เขายกก้อนรวมให้พี่เบนซ์เลย ซึ่งแพทเป็นคนเอาเงินก้อนนี้ไปให้ปส. อายัดไว้ เพื่อให้เขาตรวจสอบ ว่ามีพิษจริงหรือเปล่า ซึ่งตอนนี้ไมได้มีการตรวจสอบ เขาเลยยังไม่ได้คืน”

ดูยาวนานเหลือเกิน?“7 เดือนแล้วค่ะ จนลูก 10 เดือน”

ได้เจอมั้ย?“ล่าสุดค่ะ คือคนอื่นอาจไม่ตื่นเต้นแต่เราตื่นเต้น เขาเจอลูกครั้งสุดท้ายไม่แน่ใจ ลูกน่าจะ 5 เดือนกว่า เขาไม่อยากเจอลูก เขาทำใจไม่ได้ เขาอุ้มไม่ได้ มันเป็นลูกกรงและกระจกอีก พอคุยก็คุยผ่านโทรศัพท์ แพทเยี่ยมเขาได้แค่อาทิตย์ละวัน วันละชม. ได้แค่นี้ หลังจากนี้อีก 6 วันเขาจะอยู่ยังไง ต้องคิดถึงลูกตลอดเวลา แต่ช่วงวันพ่อที่ผ่านมา ก็เป็นวันที่บีบหัวเราใจเราเหมือนกัน จริงๆ เรซซิ่งไม่รู้เรื่อง แต่เรารู้สึกว่ามันถึงเวลาที่เขาต้องเข้มแข็ง แพทไม่รู้ว่าแพทจะทำตรงนี้ได้อีกนานแค่ไหน ที่จะต้องมาเยี่ยมคุณทุกอาทิตย์ และต้องวิ่งกลับไปทำงานและดูลูก คุณจะได้เจอลูกกับฉันอีกมั้ย ตอบไม่ได้ มันเป็นเรื่องอนาคต ฉะนั้นวันพ่อถ้าคุณไม่แข็งแรงพอที่จะเป็นพ่อเขา คุณก็ไม่ต้องเป็นดีกว่ามั้ย”

คุณคิดออกมาอย่างนี้เลย แค่อยากให้เขาเข้มแข็งและกล้าเผชิญหน้ากับลูก อย่ากลัวที่ต้องเสียใจ?“ใช่ค่ะ เราไม่รู้อะไรเลย เด็กเขาโตขึ้นทุกวัน อีก 2 วันเขา 10 เดือนแล้ว อีกแค่ 2 เดือนเขาขวบแล้ว แพทพาเขาไปวันพฤหัสบดี เลยวันพ่อไปสองสามวัน แพทก็ตัดสินใจ เป็นอะไรที่ต้องไฟว์นิดหนึ่ง เพราะแม่พี่เบนซ์เขาก็สงสารลูกแพทก็อุ้มไปแล้ว เขาบอกว่าเดี๋ยวให้น้องปาล์มอุ้มไว้ไม่ต้องเอาเข้าหรอก  ก็บอกว่าพามาแล้วก็อุ้มเขาเข้าไปเลยแม่  รับได้ไม่ได้ก็ต้องรับให้ได้ มันไม่มีอะไรที่รับไม่ได้ เป็นครั้งแรกที่แพทพาลูกเข้าไปข้างใน เราก็ตื่นเต้น ก็มีคนอื่นเยอะแยะไปหมด ทำเหมือนคนอื่น ก็พาเขาเข้าไป ตลอดระยะเวลา7 เดือนเราไม่เคยพาลูกเข้าไปเลย แพทรู้สึกมันไม่ใช่ แล้วคุณจะเป็นพ่อเขายังไง แพทก็พาเขาไป แล้วเขาก็ทำได้ เขาเข้มแข็ง ไม่ฟูมฟาย เขาก็แฮปปี้ที่ได้เห็นลูก เขาดีใจมาก เขาเล่นกับลูก ยิ้ม พอแพทคุยกับเขา เขาบอกลูกเราหล่อมาก เราก็แฮปปี้ เขาร้องไห้ค่ะ แต่แพทไม่ร้องไห้ ก็คิดอยู่แล้วว่าเขาร้องไห้ แต่อยากให้เขาเข้มแข็ง เขาชอบพูดว่าไปเจอข้างนอกดีกว่า แต่เราไม่รู้อะไรจะเกิดขึ้น แล้วจะรอถึงเมื่อไหร่ แพทไม่รู้ว่าจะต้องรอถึงเมื่อไหร่”

เขาบอกให้พาไปอีกมั้ย?“แพทมีโอกาสเจอเขาอาทิตย์ละวันก็ต้องดูฟีดแบ็กอีกทีหนึ่งค่ะ ไม่ได้มีโอกาสบ่อยๆ มันเหมือนต้องอยู่กันไปวันต่อวัน แพทรู้ว่าเขาลุ้นว่าอาทิตย์นี้เขาจะได้เจอแม่ พี่ เมียเขามั้ย วันไหนแพทไม่ได้ไป เขาก็จะถามว่าเราติดอะไร”

ล่าสุดคุณจะหลุดพรีเซ็นเตอร์ดร.จิล เพราะเขามีพรีเซ็นเตอร์เพิ่ม คือมาร์กี้ ราศี คุณมาริโอ้ เมาเร่อ?“จริงๆ เป็นตั้งแต่เรื่องตอนท้องแล้วค่ะ เรื่องราวคุกรุ่นมาตั้งแต่ท้อง เราเป็นนักแสดงในจุดๆ หนึ่งก็ต้องรักษาเอาไว้ อยู่ดีๆ วันหนึ่งเราท้อง แล้วเจ้าของแบรนด์เขาจะรู้สึกยังไง ที่เขาจ้างวัยรุ่น เป็นยังเจเนอเรชั่น แล้วอยู่ดีๆ วันหนึ่งมาท้องและไม่ได้แต่ง วันหนึ่งก็มาแต่งเพราะท้อง ก็เป็นประเด็นหนึ่งแล้ว เขาก็โอเค ยังจ้างเราอยู่ มาอีกเรื่องก็คือสามีโดนจับ เมียโดนตั้งข้อหาในคดียาเสพติด ซึ่งหนักกว่าเดิมอีก ถ้าเป็นคดีปกติก็คงเฉยๆ แต่นี่คือคดีไม่มีใครเขาอยากโดนกันมั้ย ชัวร์ หลุดแน่นอน คงถอดออกจากกล่องแล้วล่ะ เราก็กังวลมาก เรารักงานเรา เรารักพรีเซ็นเตอร์เรา เราอยากทำ นั่นคือรายได้ที่เราจะมาจุนเจือครอบครัวเรา เราท้องด้วย แล้วเราคิดไปไกลจะเอาเงินที่ไหนมาเลี้ยงแม่เลี้ยงลูก ประจวบตอนท้องเราก็ต้องหยุดงาน ถ้าพรีเซ็นเตอร์มาทิ้งเราไปอีก เราปิดประตูล็อกเลยนะ เราก็ต้องขอบคุณเขา เป็นความโชคดีด้วย เจ้าของแบรนด์เขาเข้าใจเรา”

สิ่งหนึ่งเหมือนคุณกับเขาเดินคู่กันมาตั้งแต่แรก?“คือแพทกับดร.จิลอยู่กันมาปีนี้เป็นปีที่ 4 แต่ดันมีปัญหาตอนเข้าปีที่ 4 เราคิดว่าเขาน่าจะอยู่กับเราได้ เราก็ไม่คิดว่าเราจะมีปัญหาไง เราคิดว่าเขาไม่น่าโอเคใครจะอยากจ้างคนมีปัญหามาทำงาน”

เป็นเพราะคุณทำให้ยอดขายเขาถล่มทลายหรือเปล่า?“สาธุพี่หนุ่ม”

ขายเป็นพันล้าน?“ตอนนี้บอสเขารวยมาก แต่ก่อนมาถึงจุดนี้ มันมีจุดพีคสุด คือแพทคิดว่าเราหมดแล้วทุกสิ่งทุกอย่าง ที่เราอยู่ในวงการแล้วสร้างมา เราทำอะไรไม่ได้แล้ว คงต้องพักจริงๆ ต้องหาอะไรทำ แต่สุดท้ายเขาก็แบบ เราอยู่ด้วยกันมา และจะอยู่ด้วยกันต่อไป เขาเอาสัญญามาวางหน้าแพท ปีที่ 4 เราจะอยู่ด้วยกัน เราบอกลูกเลยว่าแม่ไปต่อได้แล้วลูก มันเป็นอะไรที่เราบอกไม่ถูก มันเป็นความโชคดีของแพทกับลูกที่ได้ตรงนั้นมา มันมีประเด็นก่อนหน้านั้นอีกที่ว่ามีกระแสว่าเขาไปเซ็นมาร์กี้ ไปเซ็นมาริโอ้ แล้วดร. จิลคือเซรั่มขวดเดียว ไม่ได้แตกไลน์ แล้วทำไมถึงจ้างคนอื่น เราก็งงหรือเขาเซ็นเราเพื่อรักษาน้ำใจเราหรือเปล่า แต่จะไม่ใช่เรา ดร.จิลคือดร.จิล เป็นเซรั่มอย่างเดียว จะใช้พรีเซ็นเตอร์ทำไมหลายคน ชัวร์แน่ๆ แต่สุดท้ายเขาก็เดินไปกับเราต่อ เขาเอามา 3 วันเพราะวันนี้แพทได้โตไปอีกขึ้นคือเป็นคุณแม่ไปแล้ว เขาเอามาร์กี้มาในฐานะเป็นวัยรุ่น มาส่งต่อบทบาทวัยรุ่น และเป็นสายแรกแย้มที่กำลังจะวิวาห์ในเร็วๆ นี้ มาริโอ้เป็นตัวแทนของผู้ชาย”

ถ้าวันนี้คุณเบนซ์ดูอยู่ อยากบอกอะไร?“ยากนะคำถามนี้ คงบอกเขาว่าไม่ต้องห่วงลูกชายค่ะ แพทว่าเขารู้อยู่แล้วแหละ แพทดูแลลูกได้แบบไม่ลำบากแน่นอน จะเลี้ยงให้เรซซิ่งเป็นเด็กดีแน่นอน สิ่งหนึ่งคืออยากให้พี่เบนซ์เข้มแข็ง อยากให้เขามองย้อนกลับมา เขายังมีสิ่งยิ่งใหญ่รอเขาอยู่ อยากให้มองถึงจุดนี้”

 

พริกเผ็ดที่สุดในโลกทำหนุ่มมะกันเข้ารพ.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/320435

พริกเผ็ดที่สุดในโลกทำหนุ่มมะกันเข้ารพ.

ต่างประเทศ > ข่าวต่างประเทศ  :  4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

คาโรไลนา รีปเพอร์,พริกเผ็ดสุดในโลก,หนุ่มมะกัน,ปวดหัว,เข้ารพ

หมอเตือนอันตรายจากการกินพริก หลังชายชาวอเมริกันแข่งกินพริกเผ็ดที่สุดในโลกแล้วปวดหัวรุนแรงจนต้องส่งรพ.

 

บทความตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์บีเอ็มเจ เคส รีพอร์ตส์ ระบุว่า ชายชาวอเมริกันวัย 34 ปีที่ร่วมแข่งขันกินพริก”คาโรไลนา รีปเพอร์” พริกเผ็ดร้อนที่สุดในโลก เมื่อปี 2559 แล้วเริ่มมีอาการหายใจหอบ ตามด้วยปวดคอและศีรษะอย่างหนักหน่วง จากนั้น เขามีอาการปวดศีรษะแบบเฉียบพลันรุนแรงที่เรียกว่าปวดแบบฟ้าผ่าเป็นพักๆ

 

พริกเผ็ดที่สุดในโลกทำหนุ่มมะกันเข้ารพ.

 

หลังจากไปเข้ารับตรวจความผิดปกติทางระบบประสาทหลายครั้งไม่พบสาเหตุ ก่อนในที่สุด แพทย์ลงความเห็นว่าหนุ่มรายนี้มีอาการทางสมองชั่วคราว ที่เรียกว่า “อาร์ซีวีเอส” อันเกิดจากเส้นเลือดไปเลี้ยงสมองเกิดการบีบตัวชั่วคราว
นับเป็นครั้งแรกที่พบผู้ป่วยอาร์ซีวีเอส หลังจากกินพริกเข้าไป ปกติแล้ว อาร์ซีวีเอสมักเป็นผลจากการใช้ยาบางชนิด หรือใช้ยาเสพติด หมอที่โรงพยาบาลเฮนรี ฟอร์ด ในเมืองดีทรอย์ หนึ่งในผู้ร่วมเขียนบทความ กล่าวว่า กรณีของหนุ่มรายนี้สร้างความประหลาดใจมาก และเตือนอันตรายว่าอย่าเล่นกับความเผ็ดร้อนของพริก
อย่างไรก็ดี อาการของชายคนนี้ค่อยๆหายไปได้เอง และผลการตรวจหลังจากนั้น 5 สัปดาห์ พบว่าเส้นเลือดกลับสู่สภาวะและความกว้างปกติ ผลศึกษาระบุด้วยว่า ก่อนหน้านี้ เคยมีคนที่กินพริกกาเยน ซึ่งเป็นพริกแดงอเมริกาใต้แล้วเกิดอาการหัวใจวาย จึงขอแนะนำให้ระมัดระวังเรื่องการกินพริกและไปพบแพทย์ทันทีหากเกิดอาการในลักษณะนี้

ชาวจีนติดไวรัสท้องร่วงหลังกลับจากไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/320341

ชาวจีนติดไวรัสท้องร่วงหลังกลับจากไทย

ต่างประเทศ > ข่าวต่างประเทศ  :  22 ชั่วโมงที่ผ่านมา
โนโรไวรัส,ไวรัสท้องเสีย,กลับจากไทย,ชาวจีน,นักท่องเที่ยวชาวจีน

พบนักท่องเที่ยวชาวจีนในมณฑลอานฮุย 31 คนติดโนโรไวรัสหลังกลับจากไทย

 

สำนักงานกักกันและตรวจตราการเข้า-ออกมณฑลอานหุย ประเทศจีน แจ้งว่า พบนักท่องเที่ยวจำนวน 31 คน ติดเชื้อโนโรไวรัส ที่ทำให้เกิดอาการท้องร่วงรุนแรง หลังกลับจากท่องเที่ยวในประเทศไทย

 

เหตุเกิดเมื่อ 28 มีนาคม แต่สำนักงานฯเพิ่งแถลงข่าวในวันจันทร์( 9 เม.ย.)   ชาวจีนกลุ่มนี้เดินทางโดยเที่ยวบิน E3817 กรุงเทพ-เหอเฟย เมืองหลวงของมณฑลอานฮุย เมื่อถึงสนามบินเหอเฟย ผู้โดยสารส่วนหนึ่งแจ้งหน้าที่กักกันว่า มีบางคนในกลุ่มป่วยท้องร่วงรุนแรงมาตั้งแต่ 26 มีนาคม
ทางการได้ดำเนินมาตรการป้องกันไวรัสแพร่กระจายอย่างรัดกุม ด้วยการฆ่าเชื้อสนามบินและบนเครื่องบิน ส่วนนักท่องเที่ยวถูกส่งเข้าโรงพยาบาลทันที แต่ขณะนี้ นักท่องเที่ยวที่ติดเชื้อหายป่วยทุกคนแล้ว และไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีกหลังจากนั้น
เปา หลี่หมิง รองผู้อำนวยการสำนักงานตรวจตราและกักกันอานฮุย กล่าวว่า ก่อนมีอาการ ผู้ติดเชื้อรับประทานอาหารทะเล เช่น ซุปหูฉลามด้วยกันในกรุงเทพและพัทยา พร้อมอธิบายต่อว่า ไวรัสชนิดนี้ไม่มีทางรักษา ส่วนมากติดจากน้ำและอาหารปนเปื้อน

ที่มา ไชน่า เดลีย์

ถล่มฐานทัพอากาศซีเรียดับ 14-นักรบอิหร่านสังเวยด้วย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/320245

ถล่มฐานทัพอากาศซีเรียดับ 14-นักรบอิหร่านสังเวยด้วย

ซีเรีย,ฐานทัพอากาศ,ขีปนาวุธ,ฮอมส์

ซีเรียอ้างฐานทัพอากาศในเมืองฮอมส์ถูกขีปนาวุธโจมตีหลายลูก มีคนเจ็บและตาย ท่ามกลางความตึงเครียดเรื่องอาวุธเคมี

 

สถานีโทรทัศน์ทางการซีเรีย SANA รายงานว่า สนามบินในฐานทัพอากาศตียาส หรือ ที4 ใกล้กับเมืองฮอมส์ ทางภาคกลาง ตกเป็นเป้าโจมตีด้วยขีปนาวุธหลายลูก เช้ามืดวันนี้ ระบบป้องกันภัยทางอากาศยิงสกัดได้อย่างน้อย 8 ลูก มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ แต่ไม่ได้ให้ยอดที่แน่ชัด

 

ขณะที่ศูนย์สังเกตการณ์สิทธิมนุษยชนซีเรีย ที่เกาะติดสถานการณ์สงครามมีสำนักงานในอังกฤษระบุว่า มีนักรบเสียชีวิตอย่างน้อย 14 คน โดยบางส่วนสังกัดกองกำลังอิหร่าน มีรายงานว่า ฐานทัพอากาศตียาส มีนักรบจากกองกำลังฮิซบุลเลาะฮ์ รัสเซียและอิหร่านประจำอยู่ที่นั่น แต่ศูนย์ไม่สามารถยืนยันได้เช่นกันว่าฝ่ายใดเป็นคนลงมือถล่ม

ตอนแรกสื่อทางการซีเรีย รายงานเชิงต้องสงสัยว่าเป็นการโจมตีจากสหรัฐอเมริกา แต่ต่อมา ได้ถอนข้อความพาดพิงอเมริกาออกทั้งหมด
ไม่มีการยืนยันว่าประเทศใดอยู่เบื้องหลังการโจมตีสนามบินฐานทัพซีเรียครั้งนี้ แต่เกิดขึ้นไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้าคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ จัดประชุมฉุกเฉินหารือข้อกล่าวหารัฐบาลซีเรียใช้อาวุธเคมีโจมตีพื้นที่กบฎย่านดูมา ชานกรุงดามัสกัส  เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตราว 40 คนเมื่อสุดสัปดาห์ และมีขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ทวิตขู่ว่าซีเรียจะต้องชดใช้ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

แต่กระทรวงกลาโหมสหรัฐ (เพนตากอน) ปฏิเสธ และกำลังติดตามสถานการณ์ใกล้ชนิด ด้านกองทัพอิสราเอลที่เคยส่งเครื่องบินโจมตีเป้าหมายรัฐบาลซีเรีย รวมถึงเป้าหมายที่โยงกับอาวุธเคมี ปฏิเสธแสดงความเห็น
สถานีอัล มายาดันในเลบานอน รายงานว่า ขีปนาวุธที่พุ่งเป้าฐานทัพ ที4 มาจากทางทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ผ่านน่านฟ้าของเลบานอน และสำนักข่าวอีกแห่ง อัล มาสดาร์รายงานว่ามีเครื่องบินไม่ทราบฝ่ายเข้าน่านฟ้าซีเรียผ่านทางเลบานอน และคาดว่าน่าจะเป็นเครื่องบินอิสราเอล เป็นเหตุให้ระบบป้องกันภัยทางอากาศที่ฐานทัพอากาศ เมสเซห์ ทำงาน

ที่สหรัฐ ประธานาธิบดีทรัมป์ มีกำหนดประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงกองทัพในวันนี้ วันเดียวกับที่นายจอห์น โบลตัน ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติคนใหม่เข้ารับตำแหน่ง และโบลตันเคยสนับสนุนโจมตีทางอากาศต่อซีเรียก่อนหน้านี้