อวดโฉมเครื่องประดับสุดหรู‘ชีลิน’(Qeelin) แรงบันดาลใจจากตำนานจีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/305627

อวดโฉมเครื่องประดับสุดหรู‘ชีลิน’(Qeelin) แรงบันดาลใจจากตำนานจีน

อวดโฉมเครื่องประดับสุดหรู‘ชีลิน’(Qeelin) แรงบันดาลใจจากตำนานจีน

วันอังคาร ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

คริสตอฟ อาโต้, ดร.ฐิติพร สงวนปิยะพันธ์, เดนนิส ชาน

ตอบโจทย์หญิงสาวยุคใหม่ที่ต้องการความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ได้เป็นอย่างดี กับแบรนด์เครื่องประดับสุดหรูจากเมืองน้ำหอม “ชีลิน” (Qeelin) เครื่องประดับที่นำเรื่องราวตำนานเล่าขานเกี่ยวกับความโชคดีของชาวจีนมาเป็นแรงบันดาลใจหลักในการออกแบบ ภายใต้การนำเข้าของ ดร.ฐิติพร สงวนปิยะพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ บริษัท เซตเต้ เพคคาติ จำกัด โดยล่าสุดได้จัดงานแฟชั่นโชว์เปิดตัวแบรนด์อย่างเป็นทางการ ซึ่งมีไฮไลท์เด่นเป็นเครื่องประดับคอลเลคชั่นกูตูร์สุดพิเศษที่ส่งตรงมาให้ชาวไทยได้ชมพร้อมกันอย่างใกล้ชิด ในบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยเหล่าจิวเวลรี่เลิฟเวอร์ ที่เดอะ เฮ้าส์ ออน สาทร

“ชีลิน” (Qeelin) แบรนด์จิวเวลรี่ระดับโลก ตั้งแต่ปี ค.ศ.2004 โดย เดนนิส ชาน (Dennis Chan) ดีไซเนอร์เครื่องประดับชาวฮ่องกงฝีมือดี ที่มีความชื่นชอบศิลปวัฒนธรรม ความงดงามทางด้านประวัติศาสตร์ของประเทศจีน ซึ่งคอลเลคชั่นที่โดดเด่นของแบรนด์นี้เขาได้นำเอาเรื่องราวของสัญลักษณ์ที่นำมาซึ่งความโชคดีในแต่ละด้านจากเรื่องเล่าของชาวจีนมาเป็นแรงบันดาลใจหลักในการออกแบบอย่างร่วมสมัยผสมผสานความเป็นตะวันตกและตะวันออกเอาไว้ด้วยกันได้อย่างประณีตโดยฝีมือของช่างผู้รังสรรค์เครื่องประดับชาวฝรั่งเศส ตอบโจทย์หญิงสาวผู้รักในความทันสมัย สนุกกับการมิกซ์แอนด์แมทช์ และชื่นชอบในความยูนีคไม่เหมือนใครได้เป็นอย่างดี และ “ชีลิน”(Qeelin) ยังเป็นหนึ่งในแบรนด์เครื่องประดับจากเครือเคริ่ง กรุ๊ป (Kering Group) ผู้นำด้านเครื่องประดับ เครื่องแต่งกาย และไลฟ์สไตล์ชั้นนำจากกรุงปารีส อาทิ Gucci, Bottega Veneta, Saint Laurent, Alexander McQueen, Balenciaga, Stella McCartney, Boucheron และอีกมากมาย

ดร.ฐิติพร สงวนปิยะพันธ์ กล่าวว่า “แบรนด์ชีลิน นับว่ามีคอนเซ็ปต์การออกแบบที่น่าสนใจเป็นเครื่องประดับที่มีความหมายแฝงเรื่องการนำโชค พอมีโอกาสได้เห็นงานดีไซน์ของแบรนด์นี้ที่มีความร่วมสมัย สวมใส่ง่าย อีกทั้งยังผสานสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมเอาไว้อย่างกลมกลืน ก็คิดว่าน่าจะเหมาะกับผู้หญิงไทยที่ชื่นชอบการแต่งตัวสไตล์ยูนีคไม่เหมือนใคร ซึ่งงานนี้ก็เป็นครั้งแรกที่ดีไซเนอร์เจ้าของแบรนด์ คุณเดนนิส ชาน ได้เดินทางมาร่วมพูดคุยถึงความโดดเด่นของชีลิน และยังได้นำคอลเลคชั่นกูตูร์ที่ออกแบบอย่างประณีตมาให้คนไทยได้สัมผัสกันอีกด้วย”

ด้าน เดนนิส ชาน (Dennis Chan) ดีไซเนอร์ประจำแบรนด์ได้กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของการก่อตั้งแบรนด์ “ชีลิน” (Qeelin) ว่า“ครั้งหนึ่งได้เคยมีโอกาสเดินทางไปประเทศจีน ได้ท่องเที่ยวและศึกษาวัฒนธรรมเกี่ยวกับชาวจีน จึงรู้สึกว่าเป็นประเทศที่มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ยาวนานมาก มีหลายสิ่งที่น่าสนใจเหมาะสำหรับการนำมาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือเรื่องราวเล่าขานเกี่ยวกับความโชคดีในแต่ละด้าน ผนวกกับที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่าอยากจะสร้างแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์ความโดดเด่นของความเป็นตะวันออกถ่ายทอดไปสู่ระดับโลก ก็เลยนำเอาเรื่องราวความโชคดีแต่ละด้านของคนจีนมาเป็นแรงบันดาลใจหลักในการออกแบบเครื่องประดับแบรนด์ชีลิน”

โดยที่นำมาเปิดตัวในเมืองไทยนั้น แบ่งออกเป็น 4 คอลเลคชั่นหลักด้วยกัน เริ่มจากคอลเลคชั่น “ชี่ ชี่” (Xi Xi) เครื่องประดับรูปทรงสิงโตเชิด ตัวแทนแห่งความสุข ความเจริญรุ่งเรือง และความมั่งคั่ง ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสมัยราชวงศ์ถังและเฉียนหลงฮ่องเต้ ถัดมาที่คอลเลคชั่น “โบ โบ้” (Bo Bo) เครื่องประดับรูปทรงหมีแพนด้า ตัวแทนแห่งความสงบสุขและมิตรภาพ เหมาะสำหรับการมอบเป็นของขวัญในเทศกาลสุดพิเศษ คอลเลคชั่น “ยู ยี” (Yu Yi) เครื่องประดับดีไซน์เรียบโก้ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากลวดลายเครื่องประดับจีนโบราณที่มีลักษณะคล้ายตัวล็อกรูปทรงก้อนเมฆ ซึ่งชาวจีนเชื่อว่ารูปลักษณ์ดังกล่าวเป็นสัญลักษณ์ของการมีอายุยืนยาว และยังสื่อถึงอิสรภาพ ความรัก และการช่วยบันดาลให้ความฝันกลายเป็นจริง และปิดท้ายที่ คอลเลคชั่น “วู ลู” (Wu Lu) ออกแบบโดยใช้รูปทรงน้ำเต้าซึ่งมีสัญลักษณ์คล้ายเลขนำโชคเลข 8 ของชาวจีน ที่เชื่อว่าจะนำความโชคดีมาให้

นอกจากนี้ ยังมีไฮไลท์เด่นพิเศษ ที่นำมาร่วมจัดแสดงภายในงาน อาทิ คอลเลคชั่น “เดอะ คิง แอนด์ ควีน” ที่หยิบเอารูปลักษณ์ของมังกรอันทรงพลังและนกฟีนิกซ์ มาถ่ายทอดเป็นเครื่องประดับดีไซน์โดดเด่นที่สื่อสัญลักษณ์ถึงความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรือง โดยมีชิ้นเด่นเป็นสร้อยคอประดับเพชร ทองคำขาวดีไซน์หรูหราสวยสง่า ถัดมาที่นาฬิกาข้อมือโรสโกลด์ (Rose Gold) จากคอลเลคชั่น “วู ลู” (Wu Lu) ที่มอบความคลาสสิกหรูหราให้กับหญิงสาวผู้สวมใส่ด้วยดีไซน์การฝังเพชรเป็นรูปทรงน้ำเต้าที่ถ่ายทอดลงบนตัวเรือนอย่างประณีต เกิดเป็นผลงานชิ้นมาสเตอร์พีซสุดพิเศษที่มีจำนวนเพียง 88 ชิ้นจากทั่วโลกเท่านั้น รวมถึงสร้อยคอ “วู ลู เลซ’ (Wu Lu Lace) รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น ที่ตัวเรือนของจี้ทำขึ้นจากไวท์โกลด์ (White Gold) ประดับเพชร และทับทิมน้ำงาม พร้อมสายสร้อยคอความยาว 32 นิ้ว ที่สามารถปรับระดับได้ตามความต้องการ ซึ่งถูกออกแบบมาเพียง 28 ชิ้นเท่านั้น เป็นต้น

สร้างสรรค์ประสบการณ์สุดล้ำค่าจากการสวมใส่เครื่องประดับจากแบรนด์ “ชีลิน” (Qeelin) ได้แล้ววันนี้ที่ ร้านเซตเต้ เพคคาติ บูทีคส์ ชั้น M ศูนย์การค้าสยามพารากอน

‘คิดถึง…สมเด็จย่า’ ครั้งที่ 20 ‘ปลูกป่า สร้างคน วิถีพอเพียง’ น้อมนำพระราชดำริสมเด็จย่า สืบสานพระราชปณิธานพัฒนาชาติอย่างยั่งยืน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/305563

‘คิดถึง...สมเด็จย่า’ ครั้งที่ 20 ‘ปลูกป่า สร้างคน วิถีพอเพียง’  น้อมนำพระราชดำริสมเด็จย่า สืบสานพระราชปณิธานพัฒนาชาติอย่างยั่งยืน

‘คิดถึง…สมเด็จย่า’ ครั้งที่ 20 ‘ปลูกป่า สร้างคน วิถีพอเพียง’ น้อมนำพระราชดำริสมเด็จย่า สืบสานพระราชปณิธานพัฒนาชาติอย่างยั่งยืน

วันอังคาร ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในวันที่ 21 ตุลาคม ของทุกปี บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ร่วมกับ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ และ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ร่วมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จย่าที่ทรงมีต่อพสกนิกร ในนิทรรศการ “คิดถึง…สมเด็จย่า” ครั้งที่ 20 ภายใต้ชื่องาน “ปลูกป่า สร้างคน วิถีพอเพียง” ระหว่างวันที่ 15-19 พฤศจิกายน 2560 โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงานเมื่อวันศุกร์ที่ 17 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ณ ไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน พร้อมเสด็จฯ ทอดพระเนตรนิทรรศการด้วยความสนพระราชหฤทัย และยังทรงร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อป “ปลูกต้นไม้ในเมือง” โดยทรงนำเมล็ดพันธุ์พืชต่างๆ ปลูกในขวดพลาสติกที่ใช้แล้ว

บรรยากาศภายในงานคับคั่งไปด้วยแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงาน อาทิ ศ.นพ.เกษม วัฒนชัย,ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล-คุณหญิงพวงร้อย ดิศกุล ณ อยุธยา, บรรยงค์-ท่านผู้หญิงภรณี ล่ำซำ, ท่านผู้หญิงวราพร ปราโมช ณ อยุธยา, ท่านผู้หญิงวงศ์พรรณ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา, ท่านผู้หญิงเพ็ญศรี วัชโรทัย, คุณหญิงนงนุช อูนากูล, คุณหญิงกิ่งแก้ว เอื้อทวีกุล ฯลฯ โดยมีคณะผู้บริหารสยามพิวรรธน์ อาทิ ธารินทร์ นิมมานเหมินท์, คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม, พาสินี ลิ่มอติบูลย์ และ ชฎาทิพ จูตระกูล ร่วมต้อนรับ

ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ เลขาธิการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง กล่าวถึงการจัดนิทรรศการครั้งนี้ว่า “เป็นการนำเสนอพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ทรงเน้นการพัฒนาโดยยึดคนเป็นศูนย์กลาง ตลอดจนพระเมตตาที่พระราชทานความช่วยเหลือแก่ชาวไทยภูเขา เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนซึ่งหวังว่า คนที่มาชมนิทรรศการจะรู้สึกซาบซึ้งถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จย่าที่ทรงสร้างคุณูปการอย่างใหญ่หลวงแก่คนไทย และน้อมนำพระราชดำริรวมทั้งสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จย่ามาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและประเทศชาติ โดยเฉพาะเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากร ธรรมชาติ ที่ทรงตระหนักและห่วงใยมาตลอด”

นิทรรศการ “คิดถึง…สมเด็จย่า” ครั้งที่ 20 จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “ปลูกป่า สร้างคน วิถีพอเพียง” อันเกิดจากแนวคิดที่ว่า สมเด็จย่าทรงเล็งเห็นความสำคัญของทรัพยากรป่าไม้ของประเทศและทรงมีพระราชปณิธานอันแน่วแน่ ในการฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ให้กลับคืนความสมบูรณ์ เก็บไว้เป็นมรดกของลูกหลานไทยในอนาคต โดยทรงเริ่มต้นจากการ “ปลูกป่า” ให้เป็นป่าอันอุดม เป็นต้นน้ำลำธารแก่สรรพชีวิต จากนั้นประเทศชาติจะก้าวไกลได้ ต้อง “สร้างคน” ให้เป็นคนโดยสมบูรณ์ พร้อมช่วยเหลือผู้อื่นและเพื่อให้คนไทยรู้จักที่จะดำเนินชีวิตในสังคมด้วยความสามารถที่จะอุ้มชูตัวเองได้ โดยที่ตัวเองและคนอื่นไม่เดือดร้อน ให้มีความพอมี พอกิน พอใช้ “วิถีพอเพียง” จึงเป็นพระราชจริยวัตรที่สมเด็จย่าทรงปฏิบัติและทรงเป็นแบบอย่างแก่พระโอรส-พระธิดา โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงแสดงออกให้ปวงชนชาวไทยทุกคนได้เห็นเป็นแบบอย่างในวิถีแห่งความพอเพียงเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ ภายในงานจะแบ่งออกเป็นนิทรรศการ 5 โซน ได้แก่ โซน “แม่ฟ้าหลวง” “ทรงช่วยเหลือ” “ปลูกคน” “ต้นกล้า ที่เติบโต” และโซน “ปลูกป่า” นอกจากโซนนิทรรศการแล้ว ภายในงานยังมีเวิร์กช็อปงานประดิษฐ์สร้างสรรค์ ให้ผู้มาเยี่ยมชมงานได้ร่วมกิจกรรม ปลูกต้นไม้ในเมือง หรือ Urban Planting เพื่อเป็นการปลุกจิตสำนึกให้มีความรักต่อต้นไม้และสิ่งแวดล้อมโดยการนำภาชนะพลาสติกที่ใช้แล้วมาเป็นภาชนะในการปลูกต้นไม้ และเป็นการปลูกในพื้นที่ขนาดเล็กเหมาะสำหรับผู้คนที่อาศัยในเมือง โดย คุณป้อม-ศิริกุล ซื่อต่อชาติ วิทยากรคนเก่งผู้เขียนหนังสือ My organic life มาสาธิตวิธีการปรุงดิน การเพาะต้นกล้า สมุนไพร และพืชผักสวนครัว นอกจากนี้ ผู้เข้าชมงานยังได้เลือกชมและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์งานฝีมืออันประณีตของชาวบ้านและช่างฝีมือจากมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ อาทิ ผ้าทอมือคุณภาพเยี่ยม งานเซรามิกเนื้อดี ไม้ดอกไม้ประดับนานาพันธุ์ และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ นำมาให้เลือกสรรในงานนี้อีกด้วย

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทอดพระเนตรนิทรรศการด้วยความสนพระราชหฤทัย พร้อมกันนี้ทรงร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อป “ปลูกต้นไม้ในเมือง” โดยทรงทดลองนำเมล็ดพันธุ์พืชปลูกในภาชนะขวดพลาสติก

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทอดพระเนตรนิทรรศการด้วยความสนพระราชหฤทัย พร้อมกันนี้ทรงร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อป “ปลูกต้นไม้ในเมือง” โดยทรงทดลองนำเมล็ดพันธุ์พืชปลูกในภาชนะขวดพลาสติก

เสด็จทรงเปิดงานจำหน่ายผลิตภัณฑ์โครงการหลวง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/305569

เสด็จทรงเปิดงานจำหน่ายผลิตภัณฑ์โครงการหลวง

เสด็จทรงเปิดงานจำหน่ายผลิตภัณฑ์โครงการหลวง

วันอังคาร ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จมาทรงเปิดงาน “Royal Project Market @Siam Paragon” (รอยัล โปรเจกท์ มาร์เก็ต แอท สยาม พารากอน) ปีที่ 3 ในแนวคิด “อาหารจากแผ่นดิน” จำหน่ายผลิตผลโครงการหลวงในรูปแบบตลาดนัดร่วมสมัย ที่มีจำหน่ายทั้งพืชผัก ผลไม้ไม้ประดับ พร้อมเมนูอาหารสุขภาพจากผลิตผลโครงการหลวงที่รังสรรค์ขึ้นมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ จัดโดย มูลนิธิโครงการหลวง และ ศูนย์การค้าสยามพารากอน เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยมีคณะกรรมการจัดงานรับเสด็จ

ด้วยความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรไทยอันยิ่งใหญ่อย่างหาที่สุดมิได้ มูลนิธิโครงการหลวง จึงร่วมกับ ศูนย์การค้าสยามพารากอนจัดงาน “Royal Project Market @Siam Paragon” (รอยัล โปรเจกท์ มาร์เก็ต แอท สยาม พารากอน) ขึ้นเป็นปีที่ 3ในแนวคิด “อาหารจากแผ่นดิน” ซึ่งกว่าจะเกิดเป็นอาชีพและรายได้ที่สร้างความยั่งยืนให้แก่เกษตรกรบนที่สูง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงทุ่มเทพระวรกายทรงงานอย่างหนัก ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพืชผัก ผลไม้เขตหนาว และปศุสัตว์หลากชนิด เพื่อทดลองและวิจัยจนได้พันธุ์ที่ดีและเหมาะสม เรื่องราวเหล่านี้ถูกนำมาร้อยเรียงเป็นนิทรรศการ ด้วยเทคนิคแอนิเมชั่น “แม็ปปิ้ง” นำเสนอตั้งแต่จุดเริ่มต้นของมูลนิธิโครงการหลวง ตั้งแต่ยังเป็นภูเขาหัวโล้นที่เต็มไปด้วยฝิ่น จนกลายเป็นพื้นที่พัฒนาการเกษตรเขียวชอุ่มในปัจจุบัน

นอกจากนี้ ในงานยังได้รังสรรค์พื้นที่ขายผลิตผลและผลิตภัณฑ์โครงการหลวงในรูปแบบตลาดนัดร่วมสมัย เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่มีความแตกต่าง ทันสมัย ทั้งยังนำผลิตผลผลิตภัณฑ์อาหารจากแผ่นดิน 9 ชนิด ได้แก่ พีช, มะเดื่อฝรั่ง, ถั่วแดงหลวง,สตรอเบอร์รี่, ข้าว, รูบาร์บ, ชา, กาแฟ และปศุสัตว์ มารังสรรค์ขึ้นเป็นเมนูเพื่อสุขภาพ ทั้งอาหารคาวและหวาน อาทิข้าวเกรียบอ่อนไส้ปลาเทร้าต์, ข้าวเกรียบอ่อนไส้ถั่วแดงหลวง, ส้มตำข้าวเกรียบหลวง, ยำขนมจีนปลาเทร้าต์น้ำพริกลีซู, สลัดผักย่าง,เค้กข้าว, น้ำผักอินทรีย์ปั่น ฯลฯ มาจำหน่ายภายในงานโดยเฉพาะ

เพื่อให้ผู้เข้าชมสามารถสัมผัสบรรยากาศบนดอย ทำความรู้จักกับมูลนิธิโครงการหลวง และผลิตผล ผลิตภัณฑ์ต่างๆ จากยอดดอย โดยเฉพาะผลิตผลไฮไลท์ในคอนเซ็ปต์ “อาหารจากแผ่นดิน” รวมถึงการรังสรรค์เมนูอาหารสุดพิเศษที่มีทั้งอาหารคาวและหวานเพื่องาน “Royal
Project Market @Siam Paragon” จึงได้จัดทำหนังสือ “Food for Health อาหารจากแผ่นดิน” ที่ตั้งใจสร้างสรรค์ขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่อจำหน่ายภายในงาน โดยรายได้จากการจำหน่ายผลิตผล รวมถึงหนังสือจะมอบให้มูลนิธิโครงการหลวงเพื่อนำไปพัฒนาการเกษตรบนที่สูงต่อไป

งาน “Royal Project Market @Siam Paragon” จำหน่ายผลิตผลโครงการหลวงในรูปแบบตลาดนัดร่วมสมัยที่มีจำหน่ายทั้งพืชผักผลไม้
ไม้ประดับ พร้อมเมนูอาหารสุขภาพจากผลิตผลโครงการหลวงที่รังสรรค์ขึ้นมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ จะมีไปจนถึงวันที่30 พฤศจิกายน 2560 ณ ฮอลล์ ออฟ เฟม และพาร์ค พารากอน ชั้น M ศูนย์การค้าสยามพารากอน

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทอดพระเนตรผลิตภัณฑ์โครงการหลวงที่นำมาจำหน่ายในงาน

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทอดพระเนตรผลิตภัณฑ์โครงการหลวงที่นำมาจำหน่ายในงาน

คุณแหน : 28 พฤศจิกายน 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/305623

คุณแหน : 28 พฤศจิกายน 2560

คุณแหน : 28 พฤศจิกายน 2560

วันอังคาร ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll รมช.มหาดไทย สุธี มากบุญเป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสระหว่างสิรยาบุตรสาว เชนทร์-ภาวินี วิพัฒน์บวรวงศ์กับปิยะพงษ์ บุตรวิเชียร-พวงรัตน์ วะน้ำค้างที่โรงแรมอนันตราสยาม เที่ยง 10 ธ.ค. …

ll จันทนา เจริญโต จัดงานทำบุญทอดกฐินที่วัดเฟื้อกเชิน เวียดนาม ซึ่ง อุรีรัชต์ รัตนพฤกษ์ เป็นกงสุลใหญ่อยู่ที่โฮจิมินห์ซิตี้ วันที่ 29 พ.ย. …

ll พ.อ.ดร.นพ.โยธิน ชินวลัญช์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคภาวะสมองเสื่อมและโรคลมชัก เพิ่งกลับจากไปบรรยายให้คณะแพทย์จากกัมพูชาและบังกลาเทศฟัง เมื่อวันก่อน…

ll สิวลี ธเนศวร ชวนเพื่อนหอการค้าไทย รุ่น 1 ต้อนรับ จันทร์ทิพ วณิชกิจ โดยมี กุลดนัย-วัยโรจน์ ศิริสวย บัณฑิต เกษะประกร และ สุรพล สุเดชะ เพื่อนร่วมรุ่นไปพบปะสังสรรค์ที่บ้านกลางอ่าว เที่ยง 2 ธ.ค. …

ll อ.เกษม จันทร์น้อยประธานรายการเด็ก เยาวชน สตรี และครอบครัว รางวัลโทรทัศน์ทองคำครั้งที่ 32 นัดประชุมกก.ตัดสิน 28 พ.ย.เวลา 11.00 น. ที่ม.กรุงเทพ โดยกำหนดจัดงาน 31 มี.ค.ปีหน้าที่ศูนย์วัฒนธรรมฯ…

ll เป็นพี่เป็นน้อง แมสคอม มช.ที่ดูแลกันมาตลอด เมื่อช่อผกา วิริยานนท์หายจากป่วยไข้ ธนิต วิจิตรพันธุ์ นัดเลี้ยงแสดงความยินดีให้ฐานะที่เป็น …ศิษย์เก่าดีเด่นคณะการสื่อสารมวลชน ม.เชียงใหม่” โดยมี อนัญญา ตั้งใจตรง, มานิดา นฤภัทร และเพื่อนร่วมรุ่นอย่าง ชลวิทย์ สุขอุดม มาร่วมยินดีด้วย ณ ครัวชุมสาย ซอยราชครู 6 ธ.ค.เวลา 18.00 น. …

ll ขอแสดงความเสียใจด้วยกับข่าวการจากไปของคุณแม่พูนจิตต์ วงษ์ไทย มารดา พล.ร.ท.พิสิษฐ์-พล.อ.อ.พิธพร กลิ่นเฟื่อง และ ขจรสิรี บาลี พิธีสวดพระอภิธรรมศพ ที่วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน ถึง 1 ธ.ค. และพิธีพระราชทานเพลิงศพ 2 ธ.ค.เวลา 16.00 น….

ll ขอแสดงความยินดีด้วยกับ วีระ ถนอมศักดิ์ ที่ได้รับการเลือกตั้งจากมวลสมาชิกให้เป็น นายกสมาคมข้าราชการบำนาญ กทม. ด้วยคะแนนท่วมท้น เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา…

ll ช่างเสาะแสวงหาอาหารอร่อยๆ รับทานวันก่อนเฟื่องฉัตร บุญรัตน์ เจอะเจอร้านSNAPPERS จากนิวซีแลนด์ เป็น Fish & Chips ที่อยากรับทานมานานแล้ว แต่ร้านหายากมาก ประหนึ่งเดินหาทางออกที่เขาวงกตนั่นเชียว…

ll สาวิตา เล็กวงศ์เดิม บุตรสาวคนเดียวของ ผุสดี โสรัตน์ ไปเรียนต่อยมวยกับอาจารย์ชื่อดัง เป็นการเลือกออกกำลังกายอย่างที่ใจสั่งมา…

ll เป็นเพื่อนรักกันสมัยเด็กๆ ตอนเรียนราชินี ทั้ง อดีต รมว.พาณิชย์ อภิรดี ตันตราภรณ์, พิมศิริ จันทรัตน์ และ แสงเดือน คฤหรัตน์ ทั้งสามสาวมีส่วนสูงที่ไล่เลี่ยกันอย่างน่าประหลาดใจแท้ !! …

ll ขอแสดงความเสียใจกับธีรพจน์-วริฎฐา วัชราภัย,ทิพยมณี-ศุขเล็ก จรรยาวงษ์,ศิรินภา วัชราภัย ที่สูญเสียคุณแม่มณี (ไกรฤกษ์) วัชราภัย เมื่อเช้า 27 พ.ย. อย่างสงบ มีสวดพระอภิธรรม 27 พ.ย.-3 ธ.ค. ศาลา 4 วัดธาตุทอง…ll

บารอนเนส

รับซื้อตะกร้าสาน OTOP จัดกระเช้าพรีเมียม สร้างงาน สร้างเงิน ช่วยชุมชน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/305625

รับซื้อตะกร้าสาน OTOP จัดกระเช้าพรีเมียม สร้างงาน สร้างเงิน ช่วยชุมชน

รับซื้อตะกร้าสาน OTOP จัดกระเช้าพรีเมียม สร้างงาน สร้างเงิน ช่วยชุมชน

วันอังคาร ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สลิลลา สีหพันธุ์

เทสโก้ โลตัส สานต่อโครงการประชารัฐ ผนึกกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย รับซื้อกระเช้าสานฝีมือชาวบ้านจังหวัดปราจีนบุรี นำมาเพิ่มมูลค่าจัดเป็นกระเช้าของขวัญพรีเมียม เสริมทัพสารพันสินค้ารับเทศกาลปีใหม่ภายใต้ธีม “ครบความสุข” ตอบรับกำลังซื้อที่คาดว่าจะกลับมาฟื้นตัวในช่วงปลายปี

สลิลลา สีหพันธุ์ รองประธานกรรมการฝ่ายกิจการบรรษัท เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า เทสโก้ โลตัส ได้ให้การสนับสนุนผู้ประกอบการโอท็อปมาอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นช่องทางการกระจายสินค้าโอท็อปจาก 200 ชุมชนทั่วประเทศ ผ่านร้านค้าของเทสโก้ โลตัส กว่า 1,900 สาขาและแพลทฟอร์มออนไลน์ ซึ่งในครั้งนี้เทสโก้ โลตัส ได้สานต่อโครงการ “เทสโก้ โลตัส ประชารัฐร่วมใจ รับซื้อและกระจายผลิตภัณฑ์ชุมชน(OTOP)” ร่วมกับกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย รับซื้อตะกร้าสานงานหัตถกรรมจากวิสาหกิจชุมชนแปรรูปเสื่อกก บ้านบางพลวง อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจให้กับสินค้าโอท็อป สร้างความมั่นคงให้เศรษฐกิจฐานราก และเมื่อนำตระกร้าโอท็อปมาใส่ผลิตภัณฑ์พรีเมียมนำเข้าจากต่างประเทศแบรนด์ “เทสโก้ ฟายเนสท์” จำหน่ายในราคา 849-1,519 บาท ก็เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าพื้นบ้านของไทย

“ปีที่ผ่านมา เทสโก้ โลตัส ได้ดำเนินโครงการประชารัฐถึง 22 โครงการ โดยหนึ่งในนั้นคือโครงการรับซื้อและกระจายผลิตภัณฑ์ชุมชนโอท็อปที่นำมาจัดเป็นกระเช้าของขวัญหลากหลายรูปแบบ ในปีนี้ เรายังคงเดินหน้าสานต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง ด้วยการรับซื้อตะกร้าเสื่อกกสานด้วยมือเพื่อนำมาจัดเป็นกระเช้ากลุ่มพรีเมียม บรรจุผลิตภัณฑ์นำเข้าจากทั่วทุกมุมโลกภายใต้แบรนด์เทสโก้ ฟายเนสท์ โดยเราได้รับซื้อกระเช้าทั้งหมด 6,000 ใบใน 4 รูปแบบ ซึ่งชาวบ้านได้เริ่มสานตะกร้าด้วยมือตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อให้มีจำนวนตะกร้าเพียงพอรองรับความต้องการของลูกค้าเทสโก้ โลตัส โครงการนี้เป็นความร่วมมือของ 3 ภาคส่วนตามกรอบประชารัฐ คือ กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย, ชุมชนผู้ผลิตตะกร้าจักสาน และเทสโก้ โลตัส ซึ่งนอกจากสร้างรายได้ที่ดีให้แก่ชาวบ้านแล้ว ยังเป็นการมอบสินค้ากระเช้าปีใหม่ที่มีความสวยงามและมีเอกลักษณ์อันโดดเด่นให้ลูกค้าได้เลือกซื้อ โดยสามารถซื้อผ่านช่องทางร้านค้ารูปแบบไฮเปอร์มาร์เก็ตทั่วประเทศ และช่องทางเทสโก้ โลตัส ช็อปออนไลน์ นอกจากตะกร้าสานฝีมือละเอียดจากชุมชนที่นำมาใช้เป็นกระเช้าของขวัญแล้ว ในปีนี้ เทสโก้ โลตัส ได้จัดเตรียมกระเช้าของขวัญกว่า 35 รูปแบบ ราคาเริ่มต้น 679 บาท เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม”

จากการสำรวจของเทสโก้ โลตัส ถึงความต้องการของลูกค้าในช่วงเทศกาล พบว่าลูกค้าวางแผนจะมีกิจกรรมหลักๆ 5 หมวดหมู่ คือ 1.ทำบุญ 2.ใช้เวลากับครอบครัว 3.ให้ของขวัญและท่องเที่ยว 4.จัดบ้านใหม่ และ 5.เปลี่ยนโฉมตัวเองเพื่อรับปีใหม่ ดังนั้นในปีนี้เทสโก้ โลตัส มุ่งเน้นที่จะตอบโจทย์ของลูกค้าทั้ง 5 ข้อภายใต้ธีม “ครบความสุข” ผ่านสินค้าและกิจกรรมต่างๆ ที่จะช่วยให้ลูกค้าสามารถมีความสุขกับเทศกาลปีใหม่ได้อย่างเต็มที่

ผู้บริหารและจิตอาสารวมพลังสร้างสรรค์เพื่อชุมชน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/305568

ผู้บริหารและจิตอาสารวมพลังสร้างสรรค์เพื่อชุมชน

ผู้บริหารและจิตอาสารวมพลังสร้างสรรค์เพื่อชุมชน

วันอังคาร ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สุวิมล จิวาลักษณ์

บริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คาลเท็กซ์จัดกิจกรรมเพื่อสังคม “คาลเท็กซ์รวมพลัง สร้างสรรค์เพื่อชุมชน” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 ระดมทีมผู้บริหารและพนักงานจิตอาสาร่วมพัฒนาดูแลเพื่อนบ้านใกล้เคียง พร้อมจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพสายตา ยกระดับมาตรฐานคุณภาพชีวิตของชุมชนกว่า 300 ครอบครัว แก่ชุมชนโรงสีแม่มะลิ และชุมชนคาลเท็กซ์ ณ บริเวณ ที่ทำการบริษัท เชฟรอน (ไทย) ถนนพระรามที่ 3กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้

ซาลมาน ซาดัต ประธานกรรมการและผู้จัดการใหญ่ บริษัท เชฟรอน(ไทย) จำกัด กล่าวว่า โครงการนี้เป็นโครงการเพื่อสังคมประจำปีที่เราได้จัดขึ้นเป็นปีที่ 7 เพื่อพัฒนาชุมชนบริเวณใกล้เคียงกับที่ทำการบริษัทฯ รวมถึงกระชับความสัมพันธ์กับชุมชนเพื่อนบ้านให้ดียิ่งขึ้น โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้รับการสนับสนุนและความร่วมมือร่วมใจจากหน่วยงานภาครัฐเป็นอย่างดี อาทิ สำนักงานเขตยานนาวา และสถานีตำรวจนครบาลทุ่งมหาเมฆ รวมถึงพนักงานของคาลเท็กซ์ ปีนี้ทางเชฟรอนได้มุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพสายตา โดยจัดกิจกรรมให้บริการตรวจวัดสายตา พร้อมตัดแว่นฟรี ให้แก่พี่น้องที่มีปัญหาทางด้านสายตา รวมทั้งกิจกรรมปลูกผักสวนครัว ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ส่งมอบให้กับพี่น้องทั้งชุมชนโรงสีแม่มะลิ และชุมชนคาลเท็กซ์อีกด้วย

มะลิ สันตติทรัพย์ ประธานชุมชนโรงสีแม่มะลิ เผยว่า รู้สึกดีใจที่คาลเท็กซ์ให้ความสำคัญและมีส่วนร่วมภายในชุมชน ต้องขอขอบคุณทางคาลเท็กซ์เป็นอย่างมาก ที่ได้ระดมทั้งแรงกายและแรงใจมาช่วยเหลือ และจัดกิจกรรมดีๆ เพื่อชาวชุมชนทั้ง 2 ชุมชนมาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะในปีนี้จัดกิจกรรมตรวจวัดสายตา และตัดแว่นฟรี ทำให้พี่น้องเรามีสุขภาพสายตาที่ดี มีแว่นอ่านหนังสือ และทำให้การทำกิจวัตรประจำวันมีความสะดวกมากขึ้น รวมถึงพืชผักสวนครัวกว่า 300 ต้น ที่พนักงานคาลเท็กซ์ร่วมใจกันปลูก และนำมามอบให้ ทำให้มีผักสวนครัวปลอดสารพิษไว้รับประทาน ซึ่งถือเป็นกิจกรรมที่ดีและมีประโยชน์ต่อชาวชุมชนมากๆ พวกเราทั้งชาวโรงสีแม่มะลิ และคาลเท็กซ์ พร้อมที่จะให้ความร่วมมือ และเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับกิจกรรมดีๆ แบบนี้กับคาลเท็กซ์ค่ะ”

กิจกรรม “คาลเท็กซ์รวมพลัง สร้างสรรค์เพื่อชุมชน” เป็นกิจกรรมเพื่อสังคมที่คาลเท็กซ์มุ่งมั่นเดินหน้าสานต่อมาอย่างต่อเนื่อง เป็นอีกหนึ่งโครงการที่สำคัญของบริษัท ในการเข้าไปมีส่วนร่วมกับชุมชนในการทำกิจกรรม และพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนให้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้เกิดความรักความสามัคคีต่อกันภายในชุมชน เป็นพลังชุมชนในการทำกิจกรรมให้ประสบผลสำเร็จมีความเข้มแข็ง
ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายและจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจของ บริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด ด้วยความตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคม พัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน รวมทั้งการตอบแทนสังคม

รางวัลยอดเยี่ยมในสาขาวรรณกรรม น.ส.สุภาวดี เจ๊ะหมวก

รางวัลยอดเยี่ยมในสาขาวรรณกรรม น.ส.สุภาวดี เจ๊ะหมวก
รางวัลยอดเยี่ยมสาขาศิลปะ 2 มิติ ธีรวุฒิ คำอ่อน

รางวัลยอดเยี่ยมสาขาศิลปะ 2 มิติ ธีรวุฒิ คำอ่อน
รางวัลยอดเยี่ยมสาขาศิลปะ 3 มิติ อนิเทพ คูณทอง

รางวัลยอดเยี่ยมสาขาศิลปะ 3 มิติ อนิเทพ คูณทอง

เปิด ‘สลีพ บ็อกซ์ บาย มิราเคิล’ เฟส 2

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/305560

เปิด ‘สลีพ บ็อกซ์ บาย มิราเคิล’ เฟส 2

เปิด ‘สลีพ บ็อกซ์ บาย มิราเคิล’ เฟส 2

วันอังคาร ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ดร.อัศวิน อิงคะกุล ประธานกก.บริหาร มิราเคิล กรุ๊ป พร้อมด้วยสองรองประธาน กก.บริหาร อนัคพล อิงคะกุล, ลักษมีกานต์ อิงคะกุล รับมอบดอกไม้แสดงความยินดีจาก น.ท.สุธีรวัฒน์ สุวรรณวัฒน์ ผอ.การท่าอากาศยานดอนเมือง

นาวาอากาศโทสุธีรวัฒน์ สุวรรณวัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง เป็นประธานเปิด “สลีพ บ็อกซ์ บาย มิราเคิล” เฟส 2 ให้กับ “ดร.อัศวิน อิงคะกุล” ประธานกรรมการบริหาร มิราเคิล กรุ๊ป ที่ชั้น 4 อาคาร 2 ท่าอากาศยานดอนเมือง ที่มี อนัคพล อิงคะกุล และ ลักษมีกานต์ อิงคะกุล ช่วยบริหาร

ด้วยการตอบรับเป็นอย่างดีของ สลีพ บ็อกซ์ ทำให้ ดร.อัศวิน อิงคะกุล ขยาย สลีพ บ็อกซ์ จาก 25 ห้อง เพิ่มอีก 35 ห้อง ร่วมเป็น 60 ห้อง ด้วยเงินลงทุนกว่า 60 ล้านบาท บนพื้นที่ 750 ตารางเมตร มีผลมาจากจำนวนผู้โดยสารประมาณ 37 ล้านคนต่อปี เพิ่มขึ้น 7.8 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ด้วยจำนวนเที่ยวบิน 250,000 ต่อปี เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 5.25 %เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

สลีพ บ็อกซ์ เปิดมิติใหม่แห่งการพักผ่อน ภายใต้แนวคิดเดียวกับ แคปซูล โฮเต็ล กำลังเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวในเมืองใหญ่ๆ ทั่วโลกในปัจจุบัน หากแต่ว่า สลีพ บ็อกซ์ เพิ่มความสะดวกสบายด้วยการเพิ่มห้องน้ำเข้าไปให้ตรงกับพฤติกรรมผู้บริโภค เป็นห้องพักขนาด 18 ตร.ม. ตกแต่งทันสมัยพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกมาตรฐานโรงแรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สลีพ บ็อกซ์ โซนใหม่นี้มีห้องอาหารและเลานจ์ส่วนตัว มีบริการนวดผ่อนคลายทั้งไทยและอโรมา ภายในบริเวณของสลีพ บ็อกซ์ ถือเป็นการตอบโจทย์การพักระยะสั้น อีกหนึ่งทางเลือกใหม่ของนักเดินทางให้อุ่นใจในทุกสถานการณ์ ไร้กังวล ไม่ต้องรีบร้อน หรือรถติดอยู่บนถนนที่จอแจ หรือไฟลท์ดีเลย์ สามารถบริหารเวลาได้ ทั้งเที่ยวบินเช้ามืดหรือดึก ก็มี “สลีพ บ็อกซ์” ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง โดยสนนราคาการเข้าพัก 500 บาท ชั่วโมงแรก ชั่วโมงถัดไป 300 บาท โอเวอร์ไนท์ เวลา 20.00-06.00 น. 2,500 บาท รวมคูปองอาหาร อาบน้ำอย่างเดียว 300 บาท มากไปกว่านั้น ผู้โดยสารยังได้รับความสะดวกสบาย เพราะมิราเคิล กรุ๊ป มีบริการ “มิราเคิล โคเวิร์คกิ้ง สเปซ” ที่นัดพบพูดคุยธุรกิจแนวใหม่ ที่มีหลากหลายมุมให้เลือกตามความพอใจ พร้อมอาหาร เครื่องดื่ม อินเตอร์เนตความเร็วสูง บนชั้น 4 อาคาร 2 เช่นกัน นอกจากนี้ มิราเคิล กรุ๊ป ยังบริการอาหาร เครื่องดื่ม “แมจิก การ์เด้น” แหล่งรวมอาหารสุดชิค ทั้งไทยและเทศกว่า 22 ร้าน บนพื้นที่ กว่า 2,500 ตารางเมตร เปิดบริการ 24 ชั่วโมง ภายในอาคาร 2 ชั้น 4 ถัดจาก สลีพ บ็อกซ์ ไปนิดเดียว แถมมี “แมจิก แซ่บ คลาสสิค โดย ส.ขอนแก่น” ให้แซ่บสุดขั้ว แล้วตบท้ายด้วยร้านน้ำแข็งไสเกล็ดหิมะสไตล์เกาหลี “เฟิร์ส สโนว์” หรือถ้าชอบความเป็นส่วนตัว “มิราเคิล เลานจ์” ตอบโจทย์ทุกนัดหมาย เป็นห้องรับรองที่สะดวก สบาย พร้อมอาหาร เครื่องดื่ม WiFi ทั้งส่วนของเที่ยวบินต่างประเทศและภายในประเทศ

เพิ่มพลังและดูแลสุขภาพผู้หญิงวัย 40+

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/305381

เพิ่มพลังและดูแลสุขภาพผู้หญิงวัย 40+

เพิ่มพลังและดูแลสุขภาพผู้หญิงวัย 40+

วันจันทร์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

การมีสุขภาพดีทั้งกายและใจ ทำให้เราเปี่ยมไปด้วยพลังและความเข็งแกร่งในการทำหน้าที่ตามบทบาทต่างๆ ที่มีในชีวิตประจำวัน และช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่มีความสุขกับผู้คนรอบตัว แต่เมื่ออายุมากขึ้นร่างกายก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงไป ทั้งนี้ สาเหตุหลักของการเปลี่ยนแปลง คือ ระดับฮอร์โมนเพศหญิง (เอสโตรเจน) ลดลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้น การปรับสมดุลฮอร์โมนก็เป็นเรื่องที่เพศหญิงในช่วงอายุประมาณ 40 ปี ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ

ผู้เชี่ยวชาญ บริษัท เอ็นบีดี เฮลท์แคร์ จำกัด ให้ข้อมูลว่า ปัญหาสุขภาพที่มักพบมากในผู้หญิงวัย 40 ขึ้นไป ได้แก่ ผิวพรรณไม่เนียนนุ่มชุ่มชื้น ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ ความต้องการทางเพศลดลง อาการร้อนวูบวาบ อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย มีความเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน และโรคหัวใจ ดังนั้น ผู้หญิงในวัยนี้จึงควรปรับสมดุลร่างกายด้วยสารอาหารธรรมชาติ เช่น จมูก ถั่วเหลือง แหล่งอาหารตามธรรมชาติที่อุดมไปด้วยสาร ไอโซฟลาโวน (Isoflavone) ปริมาณสูง ซึ่งมีบทบาทการทำงานคล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจนของเพศหญิง ลดอาการร้อนวูบวาบ หงุดหงิดง่าย ช่องคลอดแห้ง ช่วยป้องกันสภาวะกระดูกพรุน เพิ่มมวลกระดูก

ตังกุย (Dong Quai) เป็นสมุนไพรจีนที่ชาวจีนนิยมใช้กันมาก และมีการใช้กันมานานกว่า 2,000 ปี ตังกุยมีส่วนประกอบของวิตามินเอ, วิตามินอี, วิตามินบี 12, กรดอะมิโนหลายชนิด และเกลือแร่กว่า 20 ชนิด เป็นสุดยอดสมุนไพรบำรุงเลือด สามารถกระตุ้นมดลูก ช่วยปรับสมดุลระบบประจำเดือน รักษาภาวะเลือดจาง ช่วยขับความเย็น และใช้รักษาภาวะอ่อนเพลีย นอนไม่หลับ นอกจากนี้ ยังมี น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส (Evening Primrose Oil) ช่วยบรรเทาอาการวัยทอง ช่วยให้ผิวพรรณเนียนนุ่ม ชุ่มชื้น และสารสกัดจากเมล็ดองุ่น (Grape Seed Extract) เพิ่มการไหลเวียนเลือดและยับยั้งการทำลายคอลลาเจน

นอกจากนั้น ผู้หญิงวัย 40+ แล้ว ก็ยังต้องทานแคลเซียมเสริมเป็นประจำ เนื่องจากฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ลดลงส่งผลต่อการดูดซึมแคลเซียมที่น้อยลงด้วย ประกอบกับการเตรียมพร้อมทางด้านจิตใจก็สำคัญ ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเมื่อรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น หากมองหาอาหารเสริมที่ช่วยทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วนมากขึ้น Vistra Forty Plus เป็นอีกทางเลือกที่ไว้วางใจได้

เฟ้นหาสาววัยทีนชิงมงกุฎ‘มิสทีน ไทยแลนด์ 2017’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/305396

เฟ้นหาสาววัยทีนชิงมงกุฎ‘มิสทีน ไทยแลนด์ 2017’

เฟ้นหาสาววัยทีนชิงมงกุฎ‘มิสทีน ไทยแลนด์ 2017’

วันจันทร์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

บริษัท คอร์โน แอนด์ แนช จำกัดร่วมกับ สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7จัดงานแถลงข่าวเปิดรับสมัครการประกวด“มิสทีน ไทยแลนด์ 2017” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “A Dream Of Beauty” หรือความฝันที่แสนสวยงาม เพื่อเฟ้นหาสาวสวยวัยทีน 5 ภาค ทั่วประทศ อายุระหว่าง 15-19 ปี มาพร้อมความมั่นใจความน่ารักสดใส บุคลิกภาพดี และมีความสามารถรอบด้าน เพื่อชิงมงกุฎมิสทีน ไทยแลนด์ 2017 และเข้าสู้วงการบันเทิง โดยมี วิลักษณ์ โหลทอง ประธานกรรมการการบริหาร บจก.คอร์โน แอนด์แนช และประธานการจัดการประกวด พร้อมด้วย ปิยะพงษ์ โพธิ์สูง ผู้จัดการฝ่ายผลิตรายการโทรทัศน์ สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 และบรรดารุ่นพี่มิสทีนไทยแลนด์ อาทิ เซฟฟานี่ อาวะนิค, ฮาน่า ลีวิส, เจนนิเฟอร์ โจนส์, มุกดา นรินทร์รักษ์, ศรศิลป์ มณีวรรณ์ ร่วมงาน ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว กรุงเทพฯ

วิลักษณ์ โหลทอง ประธานกรรมการการบริหาร บจก. คอร์โน แอนด์ แนช และประธานการจัดการประกวด กล่าวว่า ด้วยความสำเร็จของเวทีประกวดมิสทีน ไทยแลนด์ที่ผ่านมา ทำให้เวทีแห่งนี้เป็นเวทีอันดับหนึ่งของสาววัยทีนเมืองไทย ได้ก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงและทำตามความฝันได้สำเร็จ ปีนี้มุ่งเฟ้นหาสาววัยทีนรุ่นใหม่ที่เพียบพร้อมด้วยคุณสมบัติอันโดดเด่น ทั้ง ความสวย สดใส กล้าแสดงออก บุคลิกภาพดี มีความสามารถ และถือเป็นครั้งแรกที่ทางกองประกวดได้ปรับเกณฑ์อายุเป็น 15-19 ปี เพื่อเปิดโอกาสให้สาววัยทีนที่ยังมีความฝันได้ร่วมประสบการณ์สู่เส้นทางบันเทิงมากยิ่งขึ้น

สำหรับการเปิดรับสมัครการประกวด“มิสทีน ไทยแลนด์ 2017” จะเริ่มคัดเลือกตัวแทน ทั้ง 5 ภาค ได้แก่ ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ (วันที่ 25 พ.ย.) ที่ชั้น G ลานอีเว้นท์ฮอลล์ ศูนย์การค้าเมญ่าไลฟ์สไตล์ ช็อปปิ้ง เซ็นเตอร์, ภาคใต้ จังหวัดสงขลา (วันที่ 26 พ.ย.) ที่ชั้น 3 ลานกลางเมือง ศูนย์การค้าลี การเดนส์ พลาซ่า หาดใหญ่, ภาคตะวันออก จังหวัดชลบุรี(วันที่ 2 ธ.ค.) ที่ชั้น G ศูนย์การค้ารอยัลการ์เด้น พลาซ่า พัทยา, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดนครราชสีมา (วันที่ 3 ธ.ค.)ที่ ชั้น G ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช, ภาคกลางและกรุงเทพ (วันที่ 9 ธ.ค.)ที่ ชั้น 5 ห้องบางกอกคอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ จากนั้นตัวแทนทั้ง 5 ภาคจะเข้าสู่การคัดเลือก รอบ 50 คน ในวันที่ 10 ธันวาคม 2560 ที่ ชั้น 5 ห้องบางกอกคอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ

ทั้งนี้ ผู้เข้ารอบ 50 คนสุดท้าย จะได้ทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิ เวิร์กช็อปพัฒนาบุคลิกภาพ, เรียนทักษะการแสดงพื้นฐาน, ใกล้ชิดกับดารารุ่นพี่มิสทีน ไทยแลนด์พร้อมเดินทางไปเก็บตัวที่เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา เพื่อสัมผัสกับธรรมชาติที่สวยงาม พร้อมเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง และการอยู่ร่วมกัน ระหว่างวันที่ 18-21 มกราคม 2561 ก่อนเข้าสู่การประกวดรอบสื่อมวลชน ในวันที่ 23 มกราคม 2561 และรอบตัดสินในวันที่ 24 มกราคม 2561 สามารถชมเทปบันทึกภาพการประกวดทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 HD เวลา 23.10-01.10 น.

เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้-วันที่ 9 ธันวาคม 25560 สามารถดาวน์โหลดใบสมัคร และติดตามรายละเอียดได้ที่ www.missteemthailand.com หรือที่ Facebook/IG/Youtube : missteenthailand

ปิยะพงษ์ โพธิ์สูง, วิลักษณ์ โหลทอง, มร. วิน เอ็น เอ็ม ฟาเกล

ปิยะพงษ์ โพธิ์สูง, วิลักษณ์ โหลทอง, มร. วิน เอ็น เอ็ม ฟาเกล
รุ่นพี่มิสทีน ไทยแลนด์ เชิญชวนสาววัยทีนเข้าประกวด

รุ่นพี่มิสทีน ไทยแลนด์ เชิญชวนสาววัยทีนเข้าประกวด

เพิ่มโอกาสรอดชีวิต ผู้ป่วยภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/305382

เพิ่มโอกาสรอดชีวิต ผู้ป่วยภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน

เพิ่มโอกาสรอดชีวิต ผู้ป่วยภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน

วันจันทร์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ถือเป็นเรื่องที่น่าเสียใจอย่างยิ่งที่ในช่วงนี้เรามักได้ยินข่าวการเสียชีวิตกะทันหันด้วยภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันโดยไม่ได้รับความช่วยเหลือเบื้องต้นได้ทันท่วงที และที่น่าเสียใจไปกว่านั้นหากคนธรรมดาอย่างเราต้องพบเห็นผู้ที่เสียชีวิตไปต่อตาขณะที่รอความช่วยเหลือทางการแพทย์โดยที่ไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย

คนทั่วไปอาจรู้จักแค่การทำ Cardiopulmonary Resuscitation (CPR) คือ การปฐมพยาบาลเพื่อช่วยเหลือผู้ที่หยุดหายใจหรือหัวใจหยุดเต้นให้กลับมาหายใจ และมีการไหลเวียนออกซิเจนรวมทั้งเลือดกลับคืนสู่สภาพเดิม โดยวิธีนี้จะเป็นการกดหน้าอกอย่างถูกต้องและทันท่วงที อย่างไรก็ตาม ยังมีเครื่องมือ Automated External Defibrillator (AED) คือเครื่องวินิจฉัยการเต้นของหัวใจ สามารถกระตุกหัวใจด้วย ไฟฟ้า อุปกรณ์นี้ สามารถตรวจวัดค่าทางไฟฟ้าของหัวใจ และหากตรวจพบว่าผู้ป่วยนั้นมีคลื่นไฟฟ้าหัวใจผิดปกติเครื่องก็จะมีเสียงแนะนำ ให้ผู้ใช้งานกดปุ่ม Shock เพื่อตัวกระตุกหัวใจด้วยไฟฟ้า การใช้งาน AED ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านการแพทย์ แต่จะต้องทำตามขั้นตอนที่ออกแบบมาให้สั้น รัดกุม โดยวางแผ่นโลหะ (Electrode pads) ไว้ที่ตำแหน่งทแยงกลางหน้าอกตามภาพล่างนี้ เพื่อการปล่อยกระแสไฟฟ้าเข้ากระตุกในทิศทางที่ถูกต้อง

ปัจจุบันจากข้อมูลของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติพบว่า ในปีพ.ศ. 2559 มีผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากภาวะหัวใจหยุดเต้นถึง 495 คน ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน หมายถึงภาวะที่หัวใจไม่สามารถส่งเลือดไปเลี้ยงอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายอย่างทันที สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากมีโรคหัวใจอยู่เดิมโดยที่เจ้าตัวอาจไม่ทราบ หรือไม่เคยตรวจมาก่อน และถ้าในกรณีที่ผู้ป่วยเสียชีวิตภายในหนึ่งชั่วโมงหลังมีอาการ เราจะเรียกภาวะนี้ว่า “sudden cardiac arrest” ซึ่งภาวะนี้เกิดได้กับใครก็ได้โดยไม่จำเป็นต้องเป็นโรคหัวใจหรือมีโรคประจำตัวอื่นใดมาก่อน (ข้อมูลจากโรงพยาบาลกรุงเทพ) เราควรมีการเตรียมตัวให้พร้อมรับมือกับปัญหาเจ็บป่วยที่ยากจะคาดเดานี้ให้ได้

นางสาวกัญญ์จรีย์ พระสิงห์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัท เนชั่นแนล เฮลท์แคร์ ซิสเท็มส์ (N Health) ให้ข้อมูลว่า ในต่างประเทศนั้น การรับมือกับผู้ป่วยภาวะหัวใจวายหรือหยุดเต้นเฉียบพลันนอกโรงพยาบาลนั้นจะรอแต่เจ้าหน้าที่กู้ชีพอย่างเดียวไม่ได้ จากสถิติของประเทศญี่ปุ่นหรือสหรัฐอเมริกานั้น พบว่า หากประชาชนใช้เครื่อง AED ในการช่วยชีวิตผู้ป่วยสลับกับการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐานหรือ CPR ก่อนที่ทีมแพทย์จะเดินทางเข้าให้ความช่วยเหลือ จะช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้กับประชาชนในประเทศของเขาได้ และสามารถช่วยผู้ป่วยให้รอดได้มากถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจากเดิมถ้าเราเริ่มต้นช่วยผู้ป่วยแล้วรอเจ้าหน้าที่กู้ชีพมารับเพียงอย่างเดียวผู้ป่วยจะมีโอกาสรอดชีวิตเพียงแค่ 27 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าใช้เครื่อง AED มาช่วยด้วยโอกาสในการรอดชีวิตของผู้ป่วยก็จะมากขึ้นไปด้วย

การให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยที่ภาวะหัวใจวายหรือหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากในสภาวะความเป็นความตายนั้นผู้ที่อยู่รอบข้างต้องมีสติในการช่วยเหลือเพื่อเพิ่มโอกาสรอดชีวิตได้ ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเครื่อง AED ได้ที่ บริษัท เนชั่นแนล เฮลท์แคร์ ซิสเท็มส์ (N Health) หรือโทร.02-7624000 หรือ Facebook: N HealthFanpage