พระองค์โสมฯ เสด็จทรงเปิดงาน‘สานสายใยเพื่อผลิตภัณฑ์สายใจไทย’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/308053

พระองค์โสมฯ เสด็จทรงเปิดงาน‘สานสายใยเพื่อผลิตภัณฑ์สายใจไทย’

พระองค์โสมฯ เสด็จทรงเปิดงาน‘สานสายใยเพื่อผลิตภัณฑ์สายใจไทย’

วันจันทร์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

มูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ ศูนย์การค้าสยามพารากอน จัดงาน “สานสายใยเพื่อผลิตภัณฑ์สายใจไทย” เพื่อจัดจำหน่ายและแสดงผลิตภัณฑ์งานหัตถกรรมของผู้ทุพพลภาพจากสมาชิกมูลนิธิสายใจไทยฯ ครั้งยิ่งใหญ่ประจำปี กว่า 2,000 ชิ้น โดยหารายได้สมทบทุนมูลนิธิสายใจไทยฯ โดยได้รับพระกรุณาธิคุณจาก พระเจ้าวรวงศ์เธอ  พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จเป็นองค์ประธานทรงเปิดงานเมื่อวันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน 2560 ณ ไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

บรรยากาศภายในงานได้รับเกียรติจาก พล.ท.นพ.ธำรงรัตน์ แก้วกาญจน์,ท่านผู้หญิงอิศรา บุรณศิริ, ท่านผู้หญิงพึงใจ สินธวานนท์, ท่านผู้หญิงสุมาลี จาติกวณิชและ ม.ล.เอื้อมสุขย์ กิติยากร พร้อมด้วยเซเลบริตี้ใจบุญ อาทิ ท่านผู้หญิงวิลาวัณย์ วีรานุวัตติ์, ท่านผู้หญิงวราพร ปราโมช ณ อยุธยา, คุณหญิงขวัญตา เทวกุล ณ อยุธยา, คุณหญิงสุภรณ์ วิจิตรานุช, รศ.นราพร จันทร์โอชา และ พาสินี ลิ่มอติบูลย์มาช่วยสนับสนุนผลงานหัตถกรรมฝีมือคนไทย ภายในงานมีกิจกรรมการเดินแบบเสื้อผ้าไหมและผ้าลินินพิมพ์ลายดอกไม้นานาชนิดของมูลนิธิสายใจไทยฯ นำโดยเซเลบริตี้ อาทิ สุริยน ศรีอรทัยกุล, ลานทิพย์ ทวาทศิน, สุเนตร คุณานันทกุล,ศิรินภา สว่างล้ำ วิทยฐานกรณ์,กษิดิศ ดุลยจินดา ฯลฯ ร่วมด้วยนักแสดงชื่อดังเขมนิจ จามิกรณ์, จันษกร กิตติวัฒนากร และ อภิสร สุขวัฒนาศัย โดยมี นีโน่-เมทนี บุรณศิริ เป็นพิธีกร

นอกจากนี้ มูลนิธิสายใจไทยฯ ได้จัดทำผลงานไฮไลท์ชิ้นพิเศษในงานนี้โดยอัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9ทอลงผ้าไหม ขนาด 12.5 x 16.5 นิ้ว และ พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทอลงผ้าไหมขนาด 12.5 x 16.5 นิ้ว(จำนวนจำกัด) ตลอดจนการสร้างสรรค์งานหัตถกรรมที่ตั้งใจทำขึ้นออกมาเพื่องานนี้อาทิ แท่นแก้วพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร ทรงผนวช แท่นแก้วพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงงาน กระเป๋าสุภาพสตรีรูปแบบใหม่ๆทำด้วยผ้าไหมหลากสีสัน หนังประเภทต่างๆ และวัสดุจักสาน ผ้าพันคอผ้าไหมซาตินคอลเลคชั่นพิเศษ ประจำปี 2560 รวมทั้งผลิตภัณฑ์งานหัตถกรรมอื่นๆ กว่า 2,000 ชิ้นและการสาธิตงานฝีมือหัตถกรรมจากผู้ทุพพลภาพสมาชิกมูลนิธิสายใจไทยฯ และการสอนวาดภาพ ซึ่งรายได้จากการจำหน่ายสินค้า นำเข้าสมทบทุนมูลนิธิสายใจไทยฯเพื่อสงเคราะห์สมาชิกสายใจไทยผู้ทุพพลภาพจากการต่อสู้เพื่อพิทักษ์ความมั่นคงของประเทศชาติ

อาการปวดศีรษะที่ไม่ควรนิ่งนอนใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/308050

อาการปวดศีรษะที่ไม่ควรนิ่งนอนใจ

อาการปวดศีรษะที่ไม่ควรนิ่งนอนใจ

วันจันทร์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

อาการปวดศีรษะ เป็นอาการเจ็บป่วยสามัญที่ทุกคนต้องเคยเป็นมาก่อน และส่วนมากเมื่อปวดศีรษะทีไรเราก็มักจะเลือกใช้ยาบรรเทาอาการปวดที่มีขายตามร้านขายยาแผนปัจจุบันทั่วๆ ไป ซึ่งมีหลากหลายชนิดให้เลือกตั้งแต่ระดับพื้นฐาน เช่น ยาพาราเซตามอล ไปจนถึงยาแก้ปวดที่รุนแรงขึ้น เช่น ไอบูโพรเฟ่น ซีรีเบร็ค หรือบางคนก็ใช้ยากลุ่มที่จำเพาะเจาะลงไปอีก เช่น ยาคาเฟอกอต ก็แล้วแต่คนจะเลือกใช้กันไปเพื่อบรรเทาอาการเบื้องต้น บางคนใช้แล้วหายก็ไม่ได้มาพบแพทย์บางคนหายบ้างไม่หายบ้าง แต่ก็เลือกที่จะไม่มาพบแพทย์ ซึ่งในความเป็นจริง หลายคนไม่ทราบว่าอาการปวดหัวที่เกิดขึ้น อาจเป็นอาการปวดหัวแบบติดธงแดง ที่ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อตรวจอาการทันที

นายแพทย์อุเทน บุญอรณะ อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เฉพาะทางระบบประสาทและสมอง โรงพยาบาลหัวเฉียว ให้ข้อมูลว่า อาการปวดหัวบางอย่างที่หากเกิดขึ้นแล้วไม่ควรนิ่งนอนใจ ไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง ควรจะรีบมาโรงพยาบาลเพื่อตรวจอาการทันที อาการแบบนี้ในศัพท์แพทย์เราจะเรียกว่า reg flag sign หรืออาการปวดหัวแบบติดธงแดง ซึ่งอาการปวดหัวกลุ่มดังกล่าว ได้แก่

ปวดหัวชนิดที่ไม่เหมือนเดิม ร่างกายของเรามักจะมีนิสัยปวดหัวแบบเดิมๆ เช่นส่วนมากปวดหัวข้างเดียวแถวๆ ขมับ มักจะเป็นในวันที่นอนน้อยหรืออากาศร้อน เมื่อมีอาการปวดแล้วพอได้อาบน้ำสระผมหรือนอนสักหน่อยก็จะหาย แต่หากวันไหนอาการปวดหัวแบบแปลกๆ แบบที่เราไม่เคยเป็นมาก่อนจากปวดข้างเดียวเป็นปวดสองข้าง จากปวดแถวขมับเปลี่ยนเป็นกลางหน้าผาก แบบนี้ควรมาพบแพทย์

ปวดหัวชนิดที่ปลุกให้ตื่นกลางดึก ปกติเวลาคนเรานอนประสาทสัมผัสจะทื่อลง ดังนั้น เราจะไม่ค่อยรู้สึกถึงอาการปวดหัว แต่ถ้านอนหลับไปแล้วต้องตื่นมากลางดึกเพราะปวดหัวจนปลุกเราได้ แสดงว่าอาการปวดหัวนั้นไม่ธรรมดา แบบต้องรีบมาหาหมอเลยไม่ต้องรอจนเช้า

ปวดหัวชนิดที่มีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย โดยเฉพาะอาการแขนขาอ่อนแรงขยับไม่ได้หรือหน้าเบี้ยว ปกติแล้วอาการปวดหัวมักจะเกิดจากสาเหตุนอกสมอง แต่อาการปวดหัวที่มีอาการผิดปกติทางสมองร่วมด้วย เช่น เห็นภาพไม่ชัดเห็นภาพซ้อน แขนขาขยับไม่ได้ สลบหมดสติ หน้าเบี้ยว แบบนี้เป็นอาการบ่งชี้ว่าอาการปวดนั้นน่าจะมาจากในสมอง ต้องรีบมาพบแพทย์ทันทีเช่นกัน

อาการปวดหัวที่มีมานานและมีแนวโน้มจะปวดมากขึ้นหรือถี่ขึ้น ในกรณีนี้แม้ว่าเราจะปวดหัวด้วยคาแร็กเตอร์แบบเดิมๆ แต่ถ้าสังเกตอาการแล้วพบว่า จากที่เคยปวดครั้งหรือสองครั้งต่อเดือน กลายมาเป็นปวดถี่วันละครั้งหรือวันละหลายๆ ครั้ง และยังมีอาการปวดมากขึ้นเรื่อยๆ หากเป็นแบบนี้แล้วก็ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุเพิ่มเติม

อาการปวดหัวที่ไม่ตอบสนองต่อยาแบบเดิมๆนอกจากเราจะมีคาแร็กเตอร์การปวดหัวแบบประจำอยู่แล้วหลายๆ คนจะมียาที่ใช้เป็นประจำด้วย และทุกครั้งที่ใช้ก็มักจะตอบสนองดี แต่ถ้าเมื่อใดที่ปวดหัวแล้วใช้ยาตัวเดิมก็ยังไม่หายปวด แบบนี้มีแนวโน้มว่าอาการปวดหัวครั้งนี้จะไม่ใช่โรคปวดหัวแบบเดิมๆ ควรมาพบแพทย์โดยเร็วเช่นกัน

“อาการปวดหัวแบบธงแดง (red flag sign) ยังมีอีกหลายแบบนะครับ แต่อาการปวดหัว 5 แบบนี้กล่าวมานี้ เป็นชนิดที่มีความสำคัญและสามารถสังเกตอาการได้ด้วยตัวเอง ท่านใดที่สังเกตอาการปวดหัวของตัวเองแล้วพบว่าเข้าข่ายดังที่กล่าวมา แนะนำว่าอย่านิ่งนอนใจซื้อยามารักษาอาการตัวเองเหมือนเช่นที่ผ่านมา แต่ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและวินิจฉัยโรคจะดีกว่า เพื่อป้องกันตัวเองแต่เนิ่นๆ ก่อนจะป่วยจนยากต่อการรักษา” นายแพทย์อุเทน กล่าวสรุป

นพ.อุเทน บุญอรณะ

นพ.อุเทน บุญอรณะ

‘จากดาวน์สู่ดาว’ นิทรรศการภาพเขียนศิลปินดาวน์ซินโดรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/308088

‘จากดาวน์สู่ดาว’ นิทรรศการภาพเขียนศิลปินดาวน์ซินโดรม

‘จากดาวน์สู่ดาว’ นิทรรศการภาพเขียนศิลปินดาวน์ซินโดรม

วันจันทร์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ครอบครัวอัศวานันท์

ประเทศไทยแต่ละปีมีผู้ป่วยดาวน์ซินโดรมประมาณ 800-1,000 ราย โรคดาวน์ซินโดรม (Down Syndrome) เป็นโรคทางพันธุกรรมที่เกิดจากความผิดปกติทางโครโมโซม และพบบ่อยที่สุดในกลุ่มโรคที่ทำให้เกิดภาวะปัญญาอ่อนแม้น “ดาวน์ซินโดรม” จะเป็นโรคที่เป็นฝันร้ายของหลายๆ ครอบครัว แต่สำหรับคนเป็นพ่อแม่อย่าง ทันตแพทย์สุนทร-พรประภา อัศวานันท์ และ น้องเหมียว-แคทลียา อัศวานันท์ ลูกสาวคนโตที่เกิดมาพร้อมดาวน์และพรสวรรค์ทางด้านการวาดภาพ ทั้งคู่จึงได้สนับสนุนให้น้องเหมียวได้ทำในสิ่งที่ชอบ จนสามารถจัดแสดงนิทรรศการภาพวาดเดี่ยวเป็นของตัวเอง ชื่อ “จากดาวน์สู่ดาว ศิลปะแห่งแรงบันดาลใจ The Art of Inspiration” ซึ่งได้รับการสนับสนุนการจัดงานโดย กรมสุขภาพจิต สถาบันราชานุกูล และ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ตลอดเดือนธันวาคมนี้ ณ Venice Art Space ซ.วัชรพล รามอินทรา กรุงเทพฯ

ทันตแพทย์สุนทร – พรประภา อัศวานันท์ ผู้ให้กำเนิด น้องเหมียว-แคทลียา อัศวานันท์ เล่าถึงช่วงชีวิตในวัยเด็กของศิลปินดาวน์ซินโดรม เจ้าของนิทรรศการ “จากดาวน์สสู่ดาว ศิลปะแห่งแรงบันดาลใจ The Art of Inspiration” ให้ฟังว่า น้องเหมียวเป็นเด็กที่มีพัฒนาการล่าช้า โดยเฉพาะด้านการเรียนรู้ แต่ทั้งพ่อและแม่ได้เลี้ยงดูลูกสาวคนนี้มาแบบเด็กปกติทั่วๆ ไป จนกระทั่งพบว่าน้องเหมียวมีพรสวรรค์ด้านงานศิลปะ จึงได้ผลักดันและส่งเสริมในด้านศิลปะให้กับน้องเหมียวมาโดยตลอด

“น้องเหมียว เป็นเด็กที่อารมณ์ดี จิตใจดี รักครอบครัว เป็นพี่ที่น่ารักของน้องๆ 2 คน เป็นคนมีน้ำใจ มองโลกในแง่ดี รักความถูกต้อง ชอบแบ่งปัน คุณแม่ว่าการที่มีน้องเหมียวเป็นลูก จริงๆ แล้ว คือ ของขวัญจากดวงดาวสำหรับครอบครัวเรา น้องเหมียวถูกเลี้ยงดูมาพร้อมเด็กปกติมาตั้งแต่เล็ก พ่อกับแม่ส่งเข้าโรงเรียนของเด็กปกติมาโดยตลอดเพื่อให้เกิดพัฒนาการต่างๆ และให้รู้สึกว่าไม่แตกต่างจากใคร โดยเริ่มเรียนที่โรงเรียนรักลูกและต่อเนื่องจนมาถึงโรงเรียนรุ่งอรุณ ถึงจะเรียนได้ช้า แต่ก็สามารถผ่านเกณฑ์ปกติ จนเราเห็นความชอบของน้องที่มีต่องานศิลปะ น้องสามารถอยู่กับการสร้างสรรค์งานศิลป์ได้เป็นวันๆ โดยไม่เบื่อ จึงส่งเสริมในกิจกรรมที่ลูกชอบ พาไปชมนิทรรศการภาพวาดในสถานที่ต่างๆ เท่าที่จะสามารถพาไปได้ และสนับสนุนให้ได้เรียนต่อในระดับอุดมศึกษาในสถาบันด้านศิลปะต่อไป ซึ่งขณะนี้น้องเหมียวเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 4 สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์”

น้องเหมียว-แคทลียา อัศวานันท์ ในวัย 27 ปี ถือได้ว่าเป็นศิลปินดาวน์ซินโดรมคนแรกของไทย ผู้รังสรรค์ผลงานด้านศิลปะแนวอิมเพรสชั่นนิสม์ ด้วยการวาดภาพลงสีในลักษณ์ฉูดฉาด ร้อนแรง ที่จะสื่อเชิงสัญลักษณ์ถึงอารมณ์และความรู้สึกต่อมุมมองในสถานการณ์และช่วงเวลาต่างๆ ในอิริยาบถและสถานที่ที่ต่างออกไปอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันเธอมีผลงานศิลปะมากกว่า 200 ภาพ อันเกิดจากความเพียรและการสร้างฝันด้วยหัวใจไร้ขีดจำกัด

จากผลงานต่างๆ ที่ได้ทำและสะสมมาอย่างต่อเนื่อง ในปี 2560 น้องเหมียว-แคทลียา อัศวานันท์ ในฐานะตัวแทนแห่งแรงบันดาลใจจากกลุ่มผู้ป่วยดาวน์ซินโดรม ได้นำทีมน้องๆ จากสถาบันราชานุกูล ที่มีผลงานด้านศิลปะมาร่วมจัดแสดงผลงาน เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและพรสวรรค์ของกลุ่มผู้ป่วยดาวน์ซินโดรม อันจะเป็นการสร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้ป่วยดาวน์ซินโดรมในสังคมต่อไป

ร่วมเป็นกำลังใจ และค้นหาแรงบันดาลใจได้จากนิทรรศการ “จากดาวน์สู่ดาว ศิลปะแห่งแรงบันดาลใจ The Art of Inspiration” นำโดย เหมียว-แคทลียา อัศวานันท์ ศิลปินดาวน์ซินโดรมคนแรก ร่วมด้วยผลงานของศิลปินตัวน้อยจากสถาบันราชานุกูล ตลอดเดือนธันวาคม นี้ ณ Venice Art Space วัชรพล รามอินทรา แล้วคุณจะพบว่าไม่มีสิ่งใดเป็นอุปสรรค หากคุณมีความมุ่งมั่นตั้งใจแล้วความสำเร็จจะเป็นของเราในสักวันหนึ่ง

ศิลปิน เอกชัย วรรณแก้ว มาให้กำลังใจ น้องเหมียว-แคทลียา อัศวานันท์

ศิลปิน เอกชัย วรรณแก้ว มาให้กำลังใจ น้องเหมียว-แคทลียา อัศวานันท์

ผลงานของน้องๆ ดาวน์ซินโดรมที่จัดแสดง

ผลงานของน้องๆ ดาวน์ซินโดรมที่จัดแสดง

คุณแหน : 10 ธันวาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/307916

คุณแหน : 10 ธันวาคม 2560

คุณแหน : 10 ธันวาคม 2560

วันอาทิตย์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll “ผมฟังหลวงพ่อบอกพื้นที่แถวนี้(จังหวัดตรัง) ท่วมมา ๗๑ ปีแล้วเราจะปล่อยให้ท่วมไปถึงลูกหลานอีกหรือเราจะแก้ไขอย่างไร ต้องมาฟังรัฐบาลจะแก้ไขอย่างไร” ในวันที่หัวหน้าคสช.และนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลงพื้นที่ไปเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัย บ้านอดีตนายกฯชวน หลีกภัย…

ll ศ.นพ.ปิยสกล สกลสัตยาทร รมต.สาธารณสุข ได้รับเชิญจากองค์การอนามัยโลกและรัฐบาลญี่ปุ่นร่วมประชุม Universal Health Coverage Forum ๒๕๖๐ ณ กรุงโตเกียว และจะมีบรรยาย อนาคตของระบบสุขภาพต้นแบบการใช้ข้อมูลสุขภาพเพื่อขับเคลื่อนหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าในยุคต่อไป ๑๒-๑๖ ธันวาคมนี้…

ll คงได้เฮ.. ท่านที่ประกันสุขภาพร่วมกับประกันชีวิตจะได้ลดหย่อนภาษีปีละ๑.๕ หมื่นบาท เป็นปีแรก ในช็อปช่วยชาติได้ อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลังได้ออกประกาศทันปีนี้พอดี…

ll ให้ตกใจ นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ มีหุ้นอยู่ในตลาดถึง ๖.๓ ล้าน เป็นอันดับหนึ่งของประเทศไทย รองลงมา พิชญ์ โพธารามิก ๔.๔ หมื่นล้าน และยังมีอีกเป็นสิบที่มีมากกว่าหมื่นนี่แหละรวยกระจุก จนกระจาย ใช่หรือไม่…

ll ด้วยความสามารถเฉพาะตัว คริสเตียโน โรนัลโด้ดาวเตะเรอัลมาดริด และกัปตันทีมชาติโปรตุเกส ในวัยใกล้ ๓๓ ขวบ คว้ารางวัล นักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปี บัลลงดอร์ ๒๐๑๗ เมื่อต้นเดือน เจ้าตัวทำสถิติได้รับรางวัลนี้ ๒ ปีติดกัน…

ll อาทิตย์ ๑๐ ธันวาคมนี้ มีงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรส ของคุณหมอ มัลลิกา เก่งสกุล บุตรสาว พลอากาศโท การุณ และ พญ.จันทร์เต็มเก่งสกุล กับ นพ.สุวศิน อุดมกาญจนนันท์ บุตรชาย วุฒิชัย-ขนิษฐา อุดมกาญจนนันท์ ณ ห้องมัฆวานรังสรรค์ สโมสรทหารบกถ.วิภาวดี เวลา ๑๘.๓๐ น. งานนี้แขกไม่ต้องกลัวไม่สบายเพราะมีคุณหมอเพียบ…

ll ขอบคุณ ส.ค.ส. ๒๕๖๑ ของ มนตรี มงคลสวัสดิ์ ด้วยเนื้อหา ของดีข้างที่นอน วิจารณ์ คัดค้าน รับรอง ให้คิดดู โดย สมเด็จพระวันรัต (จับ ฐิตธมฺโมเถร) เจ้าอาวาสองค์ที่ ๖ วัดโสมนัสวิหาร …

ll ร่วมเสียใจกับครอบครัว แสงสุข ที่สูญเสียอดีตอธิการบดี ม.รามคำแหง คุณพ่อรังสรรค์ แสงสุข มีสวดพระอภิธรรม ณ วัดนวลจันทร์ เวลา ๑๙.๐๐ น. ศาลา ๑ ถึงวันที่ ๑๒ ธ.ค. เจ้าภาพของดดอกไม้…ll

น้องโน้ต

Science Update : สนามโน้มถ่วงช่วยวัดขนาดแผ่นดินไหว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/307896

Science Update : สนามโน้มถ่วงช่วยวัดขนาดแผ่นดินไหว

Science Update : สนามโน้มถ่วงช่วยวัดขนาดแผ่นดินไหว

วันอาทิตย์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
ดร.มาร์แต็ง วาลลี นักวิจัยชาวฝรั่งเศสจากสถาบัน Paris Institute of Earth Physics เสนอวิธีการใหม่ที่จะช่วยในการวัดขนาดความรุนแรงของแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ได้แม่นยำและรวดเร็วขึ้น โดยติดตามดูความเปลี่ยนแปลงของสนามโน้มถ่วงของโลกที่เกิดขึ้นเพียงเล็กน้อยในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสาร Science ระบุว่า สัญญาณความโน้มถ่วง ซึ่งส่งออกมาจากการเปลี่ยนแปลงภายในสนามโน้มถ่วงโลกหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวเริ่มเกิดขึ้น สามารถจะเดินทางด้วยความเร็วแสง และมาถึงอุปกรณ์ตรวจจับแผ่นดินไหวได้เร็วกว่าคลื่นไหวสะเทือน (seismic wave) ที่ปัจจุบันใช้เป็นข้อมูลเพื่อคำนวณขนาดของแผ่นดินไหวและแจ้งเตือนการเกิดคลื่นยักษ์สึนามิ ข้อเสนอดังกล่าวมาจากผลการศึกษาวิเคราะห์เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น เมื่อปี 2011 ซึ่งทำให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิที่สร้างความเสียหายแก่เตาปฏิกรณ์ของโรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ ฟุกุชิมะ ไดอิจิ และทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 12,000 คน

pet care : วิธีและช่องทางการให้ยาสัตว์น้ำ ตอนที่ 2

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/307930

pet care : วิธีและช่องทางการให้ยาสัตว์น้ำ ตอนที่ 2

pet care : วิธีและช่องทางการให้ยาสัตว์น้ำ ตอนที่ 2

วันอาทิตย์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สัปดาห์นี้เรามารู้จักวิธีการให้ยาประเภทที่ 3 นั่นคือ “ยาฉีด” กันครับ

3.ยาฉีด

การให้ยาโดยการฉีดเข้าร่างกายปลา สามารถทำได้ 3 ช่องทางหลักคือ 1.การฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อ  2.การฉีดยาเข้าช่องท้อง  และ 3.การฉีดยาเข้าถุงลม ส่วนการฉีดยาเข้าเส้นเลือดที่โคนหางไม่เป็นที่นิยม เนื่องจากผนังเส้นเลือดปลาค่อนข้างบาง  การฉีดในขณะที่ปลาดิ้นรนมาก มักทำให้ ผนังเส้นเลือดฉีกขาด และทำให้เกิดเนื้อตายที่กล้ามเนื้อบริเวณหางได้

ตัวอย่างยาที่ให้ได้โดยการฉีด เช่น ยาปฏิชีวนะจำพวกเจนต้าไมซินเอนโรฟล็อกซาซิน  เซฟฟาเล็กซิน  ยาที่มีความเจือจางและต้องให้ปลาได้รับในปริมาณมากๆ งั้น ไม่ควรให้โดยการฉีดเข้ากล้ามเนื้อปลา แต่เราสามารถให้ได้โดยการฉีดเข้าช่องท้องหรือถุงลม ยาจะค่อยๆ ถูกดูดซึมผ่านเส้นเลือดฝอยที่กล้ามเนื้อ ช่องท้อง และถุงลมเข้าสู่กระแสเลือดของปลา และออกฤทธิ์ในการต่อต้านหรือทำลายเชื้อแบคทีเรียในบริเวณต่างๆ ของตัวปลา

การให้ยาโดยการฉีด  มีความจำเป็นในปลาที่ป่วยและไม่กินอาหาร โดยเฉพาะในปลาที่เชื่องและมีความคุ้นเคยกับเจ้าของ การให้ยาด้วยวิธีฉีดจะช่วยให้ปลามีอาการดีขึ้นอย่างรวดเร็วกว่าวิธีการให้ยาวิธีอื่นๆ  แต่ต้องกระทำโดย “สัตวแพทย์หรือผู้ที่มีประสบการณ์” เนื่องจากต้องจับบังคับปลาและฉีดในตำแหน่งที่ถูกต้องจึงจะไม่เป็นอันตรายต่อผิวหนังและอวัยวะภายในต่างๆ

อย่างไรก็ดี การให้ยาวิธีต่างๆเพื่อรักษาปลานั้นจะได้ผลก็ต่อเมื่อวินิจฉัยโรคถูกต้อง  เลือกใช้ยาที่เหมาะสม  โดยที่อาการของโรคยังไม่รุนแรงมากนัก หากปลาป่วยเป็นระยะเวลานานและโรคพัฒนาไปจนมีผลทำลายโครงสร้างและการทำหน้าที่ของอวัยวะในระบบต่างๆ ของปลาแล้ว การรักษาโดยวิธีใดๆ ก็มักจะไม่ได้ผล และจะยิ่งส่งผลในเชิงลบให้ปลาเกิดความเครียดและเสียชีวิตเร็วขึ้น

นอกจากนี้ การดูแลสภาพแวดล้อมควบคู่ไปกับการรักษาเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดเนื่องจากปลาเป็นสิ่งมีชีวิตที่ต้องอาศัยอยู่ในน้ำตลอดเวลากิจกรรมในการดำรงชีวิตทุกชนิด เช่น การกินอาหาร การหายใจ การขับถ่าย และการสืบพันธุ์ ล้วนแต่ต้องอาศัยน้ำเป็นตัวกลาง ถ้าสภาพน้ำที่เลี้ยงไม่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตปกติ แล้วย่อมจะส่งผลต่อการเจ็บป่วยของปลา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปลาป่วยที่มีสุขภาพอ่อนแอ ย่อมต้องการสภาพแวดล้อมที่ดีกว่าปลาปกติที่มีความแข็งแรงมากกว่า ผู้เลี้ยงต้องศึกษาชีววิทยาของปลาแต่ละชนิดที่จะเลี้ยงว่ามีความเหมาะสมที่จะเลี้ยงในสภาพแวดล้อมเช่นไร อาจศึกษาได้จากตำราการเลี้ยงปลา สอบถามจากผู้มีประสบการณ์ หรือสังเกตจากการทดลองเลี้ยงด้วยตนเอง จึงจะทราบและเข้าใจถึงความต้องการของปลาว่าต้องการสภาพแวดล้อมแบบใด

●สภาพแวดล้อมที่ดี คืออะไร?

สภาพแวดล้อมที่ดีหมายถึง สภาพน้ำที่สะอาด มีออกซิเจนละลายน้ำมาก มีอินทรียสารในน้ำน้อย ไม่มีสิ่งมีชีวิตอื่นในตู้ปลาโดยเฉพาะจำพวกที่เป็นอันตราย อาจหมายถึงน้ำที่มีปริมาณแพลงตอนพืชหนาแน่น มีสภาพที่ใกล้เคียงธรรมชาติ เพื่อการพรางตัวของปลา มีการไหลเวียนของน้ำตลอดเวลา หรือเป็นน้ำนิ่งๆ มีการไหลเวียนของน้ำน้อย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ผู้เลี้ยงควรศึกษาและทำความเข้าใจเรื่องจากการเลี้ยงปลาให้มีสุขภาพแข็งแรง เมื่อปลามีสุขภาพแข็งแรงก็จะมีความทนทานต่อโรคมากขึ้น ปรสิตหรือเชื้อโรคต่างๆ จะทำให้ปลาป่วยได้ยากขึ้น

อย่างไรก็ดี ถ้าแม้ปลาที่เลี้ยงจะมีสุขภาพแข็งแรง แต่ช่วงเวลาต่างๆ ที่ปลาจะอ่อนแอกว่าปกติก็สามารถพบได้ เช่น ในปลาที่อายุน้อยหรือมากๆ หรือปลาที่ตั้งท้อง ปลาที่วางไข่ ปลาที่เลี้ยงลูก เป็นต้น ระยะเวลาเหล่านี้จะเป็นช่วงที่ปลามีโอกาสป่วยจากการติดเชื้อปรสิต แบคทีเรีย เชื้อรา หรือไวรัส ได้โดยง่าย ผู้เลี้ยงจึงควรสังเกตปลาอย่างใกล้ชิด และเมื่อพบความผิดปกติก็ควรรีบหาสาเหตุแห่งความผิดปกติให้พบและหาวิธีแก้ไขและรักษาที่เหมาะสม

สัปดาห์หน้าเรามาคุยกันว่า “สภาพแวดล้อมที่ดี” ของปลานั้นเป็นอย่างไรครับ

 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร

ฝ่ายประชาสัมพันธ์และส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร

คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ตะลอนเที่ยว : อาหารติดดาว รสชาติอาหารติดใจ เสน่ห์ของเมืองไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/307884

ตะลอนเที่ยว : อาหารติดดาว รสชาติอาหารติดใจ เสน่ห์ของเมืองไทย

ตะลอนเที่ยว : อาหารติดดาว รสชาติอาหารติดใจ เสน่ห์ของเมืองไทย

วันอาทิตย์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

(จากขวา) ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าฯการททท., วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.การท่องเที่ยวฯ, กลินท์ สารสิน ประธานบอร์ดททท.,พงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวฯ, ธเนศวร์ เพ็ชรสุวรรณ รองผู้ว่าฯการททท.

อาหารที่รสชาติอร่อยหรือไม่อร่อย ใช้อะไรเป็นตัววัด แล้วใครจะเป็นผู้การันตีว่าอาหารชนิดไหนอร่อย

คำถามโลกแตกข้อนี้ยังคงเกิดขึ้นตลอดเวลา แล้วก็คงจะเกิดขึ้นไปเรื่อย ๆ ตราบเท่าที่ลิ้นและจมูกของคนกินแต่ละรายยังมีความแตกต่างกัน

อาหารอร่อยมีองค์ประกอบมากมาย อาทิ วัตถุดิบและส่วนประกอบทุกชนิดในการทำอาหาร เครื่องปรุงรส ความสดใหม่ของวัตถุดิบ ความสะอาดของเครื่องครัว ภาชนะ สถานที่ และความสะอาดของตัวผู้ปรุง และรสมือในการปรุงอาหารของพ่อครัว-แม่ครัว (ในยุคนี้ หากจะเรียกให้หรู ต้องใช้คำว่าเชฟ) สิ่งเหล่านี้คือองค์ประกอบสำคัญในการพิจารณาตัดสินว่าอาหารหรือขนมจานไหนอร่อย แต่ในบางครั้ง เราก็อาจจะเห็นว่า อาหารอร่อยสุดๆ บางร้านนั้น บรรยากาศไม่น่ากินเอาเสียเลย เพราะแมลงวันบินขวักไขว่ในร้าน คนทำอาหารมีใบหน้ามันเยิ้ม ผมเผ้ายุ่งเหยิง แต่เมื่อหลายคนได้ลิ้มรสอาหารแล้ว กลับบอกว่า อร่อยสุดๆ แถมราคาไม่แพงบ้าเลือด ก็ขอบอกไว้ ณ ตรงนี้ว่า เมืองไทย โดยเฉพาะกรุงเทพฯ มีอาหารอร่อยสุดอร่อยให้คุณทุกคนได้เลือกกินตามรสนิยม ตามอัตภาพ ตามความพึงพอใจ และตามจำนวนเงินในกระเป๋าของแต่ละคน

(จากขวา) คุณหญิงขวัญตา เทวกุล ณ อยุธยา ผู้จัดการภาคมิชลิน,เสกสรรค์-ม.ล.อาภาวดี ไตรอุโฆษ, กานต์ ตระกูลฮุน และภรรยา

แน่นอนว่า อาหารไทย หรือหากจะเรียกให้ถูกต้องก็คือ อาหารในเมืองไทย (เพราะหลายชนิดก็ไม่ใช่อาหารไทยแท้ แต่ทว่าถูกผสมผสานดัดแปลงให้กลายเป็นอาหารไทยไปแล้ว) มีความน่าสนใจมากโดยเฉพาะรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของไทย กลิ่นเครื่องเทศ ความหวานหอมจากผลไม้นานาชนิด ควันจากเตาถ่าน กลิ่นไหม้เกรียมแต่หอมกรุ่นที่ก้นกระทะ รวมถึงการหาของกินได้ตลอดเวลา และเกือบทุกหนแห่ง สิ่งเหล่านี้ได้ทำให้เมืองไทย และกรุงเทพฯ คือสวรรค์ของนักกินจากทั่วโลก

แม่ลูกครอบครัวเทวกุล (จากซ้าย) ม.ล.อาภาวดี ไตรอุโฆษ, คุณหญิงขวัญตา เทวกุล ณ อยุธยา, ม.ล.รดีเทพ เทวกุล

ด้วยความที่เมืองไทย โดยเฉพาะกรุงเทพฯ คือสวรรค์ของนักกินอาหารจากทั่วโลก ทำให้มิชลินต้องหันมามองอาหารของเมืองไทยด้วยสายตาแห่งความชื่นชม และเมื่อวันพุธที่ 6 ธันวาคม 2560 มิชลินก็ได้มอบดาว (1 และ 2 ดาว) ให้กับร้านอาหารในกรุงเทพฯ รวมทั้งหมด 17 ร้าน โดย 14 ร้านได้ 1 ดาว และที่เหลือได้ 3 ดาว โดยร้านที่ได้ดาวจากมิชลินในครั้งนี้มีทั้งร้านในโรงแรมหรูห้าดาว และร้านที่ตั้งอยู่ริมถนนด้วย

สำหรับร้านอาหารที่ได้ดาว 1 ดวงจากมิชลิน ได้แก่ เสน่ห์จันทร์ (อาคารสาทร) Paste (เกษรพลาซา) Nahm (โรงแรมโคโม สาทรใต้) Savelberg (โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ ถ.วิทยุ) สระบัว By KIIN KIIN (โรงแรมสยาม เคมปินสกี) Suhring (ซ.เย็นอากาศ 3) Upstairs at Mikkeller (ซ. เอกมัย 10) โบ.ลาน (ซ.สุขุมวิท 53) ชิม บาย สยาม วิสดอม (ซ.สุขุมวิท 31) Elements (โรงแรมดิโอคูระ) Kinza Sushi Ichi (ศูนย์การค้าเอราวัณ บางกอก) J’Aime by Jean-Michel Lorain (โรงแรม U สาทร) และL’Atelier De Joel Robuchon (มหานคร คิวบ์ ชั้น 5)

จิลส์ การาชง เอกอัครราชทูตฝรั่งเศส ประจำประเทศไทย

ส่วนร้านอาหารที่ได้สองดาวคือ Gaggan (ซ.หลังสวน เพลินจิต) Le Normandie (โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล) และ Mezzaluna (ทาวเวอร์คลับ แอท เลอ บัว ชั้น 65)

ส่วนร้านอาหารอร่อยที่ตั้งอยู่ริมทางข้างถนน (สำหรับคนกระเป๋าหนักพอสมควร) เช่น ร้านเจ๊ไฝ (สี่แยกสำราญราษฎร์) ก็ยังได้รับดาวหนึ่งดวงจากมิชลินด้วย

ข้อความสำคัญที่ Mr.Flower ได้จากการพูดคุยกับตัวแทนของมิชลิน และจากททท. คือ การมอบดาวมิชลินใน ครั้งนี้ไม่ได้ต้องการให้คนกินจากทั่วโลกเห็นว่าเมืองไทยมีร้านอาหารคุณภาพที่มีราคาแพงลิบลิ่ว แต่ต้องการบอกว่าในเมืองไทย โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ มีร้านอาหารอร่อย คุณภาพดี ได้มาตรฐานโลก ส่วนสนนราคาของอาหารนั้น ขอบอกว่ากรุงเทพฯ และเมืองไทยมีให้เลือกหลากหลายมากมาย ขอบอกตรงๆ ว่าแม้อาหารริมถนนราคาจานละ 40-50 บาท ก็ยังอร่อยจนต้องกลับไปกินอีกบ่อยๆ และสิ่งสำคัญที่จัดงานนี้ขึ้นมาก็คือต้องการจะส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทยให้กว้างขวางไปทั่วโลก เพราะอาหารไทย และอาหารต่างๆ ที่อยู่ในเมืองไทยมีรสชาติอร่อยมาก มากจนทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติบอกว่าในชีวิตนี้ต้องไปกินอาหารไทยในเมืองไทยให้ได้สักครั้ง

บอกตรงๆ ว่า ฟังแล้วปลื้มมาก ปลื้มแทนคนไทย แล้วก็ต้องขอย้ำว่า สำหรับร้านอร่อยอีกมากมายก่ายกองในเมืองไทยที่ยังไม่ได้ดาวมิชลินก็ไม่ต้องเดือดเนื้อร้อนใจ เพราะความอร่อยอยู่ที่คนกิน เพียงแต่ขอให้เน้นคุณภาพของอาหาร และคำนึงถึงสุขอนามัยของการปรุงอาหาร และความสะอาดภายในร้านให้ได้เท่านั้น รับรองว่าลูกค้าไปอุดหนุนกันอย่างล้นหลาม แน่นอน

อาหารติดดาว จากมิชลิน

 

Chef ระดับมิชลิน

Chef ระดับมิชลิน

เทศกาลแห่งความสุนทรีย์ ท่ามกลางสายลมหนาว ณ ไร่องุ่นไวน์ ‘กราน-มอนเต้’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/307912

เทศกาลแห่งความสุนทรีย์ ท่ามกลางสายลมหนาว ณ ไร่องุ่นไวน์ ‘กราน-มอนเต้’

เทศกาลแห่งความสุนทรีย์ ท่ามกลางสายลมหนาว ณ ไร่องุ่นไวน์ ‘กราน-มอนเต้’

วันอาทิตย์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เมื่อลมหนาวมาเยือน หลายคนเริ่มที่จะมองหาสถานที่พักผ่อนกับเพื่อนๆ คนรัก หรือครอบครัว หากต้องการสัมผัสอากาศสบาย บรรยากาศดีๆ ถ้าไม่นึกถึงภาคเหนือ ก็ต้องนึกเขาใหญ่ หนึ่งในสถานที่เช็คอินลำดับแรกๆ ในใจของหลายคน นั่นคือ ไร่องุ่นไวน์กราน-มอนเต้ เรียกว่า เป็นชื่อที่ติดปากทุกคนที่มาเที่ยวเขาใหญ่และต่างคุ้นเคยกับ “Winter in the Vineyard at GranMonte Vinyard and Winery” เทศกาลท่องเที่ยวฤดูหนาว “วินเทอร์อินเดอะวินยาร์ด” ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ ได้รับเกียรติจากเซเลบริตี้เข้าร่วมงาน อาทิ ครอบครัวลักษณวิศิษฎ์ ได้แก่ พ.ต.อ.สังวาลย์ ฤกษ์ศรีลักษณ์-ศุภมาส-จิรภา-เฮนรี่ ลักษณวิศิษฎ์, คู่หวาน มะปราง-ปัทมวดี เสนาณรงค์ และ พ.ต.อ.สิทธิภาพ ใบประเสริฐ, ข้าวเม่า-ม.ล.อธิฉัตร ฉัตรชัย และเพื่อนซี้ ร่วมด้วยอนิรุธ ณ สงขลา ฯลฯ

วิสุทธิ์-สกุณา-วิสุตา- สุวิสุทธิ์ โลหิตนาวี ต้อนรับเซเลบริตี้ที่มาร่วมงาน

นิกกี้-วิสุตา โลหิตนาวี ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการปลูกองุ่นและทำไวน์ และผู้บริหารในตำแหน่ง“ไวน์เมคเกอร์” ของไร่องุ่นไวน์กราน-มอนเต้ เล่าว่า “งานนี้เป็นกิจกรรมที่เราจัดขึ้นต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 5 แล้ว ในช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม ของทุกปี เป็นเทศกาลแห่งความสุข ที่หลายคนใฝ่ฝันต้องมาสัมผัส เพราะไม่มีที่ใดอีกแล้ว ที่จะได้สัมผัสลมหนาวในไร่องุ่น ที่สวยงามตามวิถีธรรมชาติ พร้อมจิบไวน์หรือน้ำองุ่นชั้นเลิศลิ้มรสอาหาร family-style เมนูพิเศษของฤดูหนาวพร้อมกิจ กรรมที่น่าสนใจ”

ย้อนไปราว 20 ปี ด้วยใจที่รักไวน์ หลงใหลวิธีธรรมชาติ และชอบความท้าทาย ทำให้ วิสุทธิ์โลหิตนาวี เริ่มเนรมิตไร่องุ่นบทพื้นที่กว่า 100 ไร่ ที่เขาใหญ่เป็นอาณาจักรไวน์ “กราน-มอนเต้” มีภรรยา คือ สกุณา และลูกสาว นิกกี้-วิสุตา กับ มีมี่-สุวิสุทธิ์โลหิตนาวี เป็นกำลังสำคัญ ใช้งบประมาณการลงทุนไปกว่า 200 ล้านบาท แต่การลงทุนที่สำคัญที่สุดคือการร่วมมือกันของครอบครัวทั้ง 4 คน ทำธุรกิจนี้ด้วยกันอย่างเต็มที่ “เดิมเราวางคอนเซ็ปต์ของ ไร่องุ่นไวน์กราน-มอนเต้ เป็นแต่เพียงธุรกิจครอบครัว ผลิตไวน์คุณภาพสูงเป็นที่เชิดหน้าชูตาของประเทศไทย ให้บริการท่องเที่ยวและ Hospitality ครบวงจร และให้ผู้คนทุกระดับเข้าถึงได้ มีกลุ่มเป้าหมายเป็นนักท่องเที่ยวทั่วไปทั้งชาวไทยและต่างชาติ”

วิสุตา-วิสุทธิ์-สุวิสุทธิ์ โลหิตนาวี

ความโดดเด่นของไร่องุ่นไวน์ “กราน-มอนเต้” คือ “เป็นผู้ผลิตไวน์ชั้นนำของประเทศไทย ใช้ผลองุ่นที่ปลูกบนผืนไร่ของกราน-มอนเต้เองเท่านั้น และมีชื่อเสียง
มากในวงการไวน์ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศเนื่องด้วยคุณภาพของไวน์และการันตีด้วยรางวัลที่ได้รับจำนวนมากในทุกปี นอกจากนี้ ยังเป็นที่รู้จักด้วยความสามารถของคนรุ่นใหม่อย่าง นิกกี้ โลหิตนาวี ที่สร้างชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในฐานะไวน์เมคเกอร์ที่ได้รับปริญญาสาขาปลูกองุ่นและศาสตร์การทำไวน์ เป็นคนแรกของประเทศไทย ที่มีประสบการณ์การทำไวน์ทั้งในโลกเก่าทวีปยุโรป (Old World)โลกใหม่ (New World) และประเทศไทยเองที่เป็นด่านต่อไปของโลกของไวน์ที่ขยายพื้นที่มากขึ้นเรื่อยๆ(เราเรียกการปลูกในประเทศไทยและประเทศเขตร้อนอื่นๆ ว่า New Latitude หรือ Tropical Viticulture)

“การมาเยือนมาพักผ่อนที่ไร่องุ่นไวน์ กราน-มอนเต้ มาได้ทุกฤดูกาล เปิดให้บริการเต็มรูปแบบทั้งปีสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.092-806-7755และ www.granmonte.com หรือติดตามข่าวสารได้ที่เฟซบุ๊คwww.facebook.com/granmonte และอีกหนึ่งความพิเศษของที่นี่คือเราเป็น Pet Friendly ที่ที่สามารถนำสัตว์เลี้ยงสี่ขามาเที่ยวได้อีกด้วย” นิกกี้ โลหิตนาวี ทิ้งท้าย

นิกกี้-วิสุตา โลหิตนาวี

นิกกี้-วิสุตา โลหิตนาวี
ปัทมวดี เสนาณรงค์

ปัทมวดี เสนาณรงค์
คู่แม่-ลูก ศุภมาส-จิราภา ลักษณวิศิษฎ์

คู่แม่-ลูก ศุภมาส-จิราภา ลักษณวิศิษฎ์
ครอบครัวลักษณวิศิษฎ์ ร่วมทัวร์ไร่องุ่น

ครอบครัวลักษณวิศิษฎ์ ร่วมทัวร์ไร่องุ่น
มีมี่-สุวิสุทธิ์ โลหิตนาวี พาคณะทัวร์ไร่องุ่น

มีมี่-สุวิสุทธิ์ โลหิตนาวี พาคณะทัวร์ไร่องุ่น

โรงเรียนดนตรียามาฮ่า สุพรรณบุรี ขยายฐานพันธมิตรดนตรีร่วมกับ ‘โรงเรียนศุภลักษณ์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/307910

โรงเรียนดนตรียามาฮ่า สุพรรณบุรี ขยายฐานพันธมิตรดนตรีร่วมกับ ‘โรงเรียนศุภลักษณ์’

โรงเรียนดนตรียามาฮ่า สุพรรณบุรี ขยายฐานพันธมิตรดนตรีร่วมกับ ‘โรงเรียนศุภลักษณ์’

วันอาทิตย์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

โรงเรียนดนตรียามาฮ่า สุพรรณบุรี เพิ่มทักษะด้านดนตรีแก่นักเรียนโรงเรียนศุภลักษณ์ ที่มีใจรักดนตรีในระดับชั้นประถมศึกษา 4-6 โดยสองผู้บริหารคนเก่งที่ฝันอยากเห็นเยาวชนเมืองสุพรรณบุรี ที่มีความสามารถทางดนตรีเก่งไม่แพ้เพื่อนเยาวชนจากทื่อื่นๆ โดย วิศน์กานต์ขุนสุวรรณ ผู้บริหาร และ ณัฐตชา จันทกลัด ผู้จัดการโรงเรียนดนตรียามาฮ่าสุพรรณบุรี พร้อมด้วย สุณิสา เศษธะพานิช ผู้จัดการโรงเรียนศุภลักษณ์ ให้ความสำคัญในการปูพื้นฐานเยาวชนกับดนตรีให้กล้าคิด กล้าแสดงออกและมีการพัฒนาทักษะความสามารถก้าวสู่เวทีดนตรีระดับประเทศ โดยทางโรงเรียนดนตรีฯ มีการขยายฐานเครือข่ายพันธมิตรทางดนตรี สร้างฐานองค์ความรู้ใหม่ๆ แก่เยาวชนในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี และล่าสุดได้เพิ่มความมั่นใจด้านดนตรีแก่นักเรียนชั้นประถมศึกษาของโรงเรียนศุภลักษณ์ ที่วางใจเลือกสินค้าคุณภาพดี และมาตรฐานสูงจาก “ยามาฮ่า” ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีประเภทคีย์บอร์ด YAMAHA PSR-F51 Digital Portable จำนวน 30 ตัว และคีย์บอร์ด PSR-E263 จำนวน 2 ตัวที่มีลักษณะพิเศษ 61 คีย์มาตรฐาน มีเสียงให้เลือกถึง 120 เสียง และ 214 จังหวะมีระบบ DUO MODEสามารถเล่นได้พร้อมกัน 2 คน และเชื่อมต่อ Foot Switch หรือ Foot Sustain ได้ โดยโรงเรียนศุภลักษณ์ ได้เปิดสอนวิชาดนตรีแก่นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา 4-6นับเป็นการจุดประกายสานฝันการเรียนดนตรีอย่างมีความสุขและสนุก อีกทั้งยังกระตุ้นเยาวชนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ อีกทั้งเปิดพื้นที่ให้เยาวชนแสดงความสามารถทางดนตรีอย่างสร้างสรรค์ต่อหน้าสาธารณชนและสังคม

หนังสือเด่น : ไขความลับของคำว่า‘ปรัชญา’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/307892

หนังสือเด่น : ไขความลับของคำว่า‘ปรัชญา’

หนังสือเด่น : ไขความลับของคำว่า‘ปรัชญา’

วันอาทิตย์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“ปรัชญา” เป็นคำที่มีมนต์ขลัง ซึ่งใครๆ ที่ได้ยินได้ฟังก็มักจะรู้สึกถึงคุณค่าที่แฝงอยู่ในคำนั้น แต่มีคนเพียงส่วนน้อยเท่านั้น ที่เข้าใจว่า ปรัชญาที่แท้จริง คืออะไร และนักปรัชญา ที่เราๆ ท่านๆ เคยได้ยินชื่อเสียงกันมาช้านาน ไม่ว่าจะเป็นโสเกรติส,อริสโตเติล ล้วนแล้วมีความสำคัญอย่างไร

“กุญแจปรัชญา” เป็นหนังสือ ที่ถ่ายทอดเนื้อหาสาระ การคิดด้านปรัชญา ด้วยภาษาและถ้อยคำที่กระชับ ไม่ยากแก่ผู้เริ่มสนใจศึกษาด้านปรัชญาตะวันตก ด้วยการจัดวางเนื้อหา อย่างเป็นลำดับขั้นตอนแนะนำให้ได้รู้จักกับปรัชญาตะวันตก ตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน เริ่มตั้งแต่กลุ่มนักปรัชญาโสเกรตีส ถึงแนวคิดหลังโครงสร้างสังคมนิยม และกระแสหลังสมัยนิยม ที่เขียนขึ้นโดย “เดฟ โรบินสัน” ภาพประกอบโดย “จูดี้ โกรฟส์” แปลเป็นไทยโดย “ธีรวัฒน์ อธิการโกวิทย์ และ ธนาพงศ์ เกิ่งไพบูลย์”

หนังสือเล่มนี้จัดทำขึ้นเป็นแบบการ์ตูนกราฟิก ที่ทำให้ให้อ่านง่าย เข้าใจง่าย ทำให้เราเข้าใจถึงพื้นฐานการเข้าถึงแก่นปรัชญา คือทำความรู้จักบรรดากระแสความรู้ทั้งเก่าใหม่อันซับซ้อน เพื่อจับประเด็นโต้แย้งสำคัญ เพราะการศึกษาด้านปรัชญาเปรียบเหมือนเขาวงกต ที่ผู้เรียนต้องเสาะหาหนทางสู่ภูมิปัญญา หากผู้ที่ไม่ได้ฝึกฝนด้านปรัชญามาโดยตรง หนังสือ “กุญแจปรัชญา” เล่มนี้ จะเป็นตัวช่วยอย่างดีที่จะคลายรหัสความรู้ในเรื่องของปรัชญาที่ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ หนังสือเล่มนี้ยังเล่าเรื่องราวทางความคิดที่ร้อยเรียงด้วยเนื้อหาที่สัมพันธ์กับพัฒนาการ ของปรัชญาสกุลต่างๆ ที่เหล่านักปรัชญานำเสนอออกมาในแต่ละยุคสมัย ในแต่ละช่วงเวลา หรือในแต่ละกระแสธารความคิด ซึ่งเป็นความพยายามของผู้เขียนที่ต้องการถ่ายทอดการเรียนรู้เกี่ยวกับพันธกิจของปรัชญา เพื่อให้เห็นทั้งพัฒนาการของความคิดอย่างเป็นระบบ และกระบวนการทางปรัชญาที่ฝึกฝนให้เราคิด เข้าใจ และตระหนักต่อสรรพสิ่งตรงเส้นขอบฟ้าของความรักในปัญญา

“พันธกิจของปรัชญา” จึงเป็นหนทางที่ไม่มีจุดสิ้นสุด มีจุดเริ่ม แต่ไม่มีจุดสิ้นสุด เป็นความคิดที่ดำเนินอยู่บนเส้นทางอันไม่รู้จบ ไม่มีวันสิ้นสุด และยังคงดำเนินต่อไปตราบเท่าที่มนุษย์ยังไม่สิ้นคิด

หนังสือเล่มนี้จะทำให้ทุกคนได้เข้าใจว่า คนทุกคนล้วนเป็นนักปรัชญาได้ทั้งสิ้น หากว่าระบบความคิดของเราเกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ และมีจุดเชื่อมโยงระหว่างจุดหนึ่งไปถึงจุดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์ต่อกันอย่างมีเหตุมีผล

คนที่ไม่รู้จักปรัชญาเลย และคนที่กำลังเรียนวิชาปรัชญาอยู่ในระดับปริญญาตรีหรือถึงปริญญาเอก แต่ยังมึนๆ ไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้หนังสือเล่มนี้อาจช่วยท่านได้

‘ครุศึกษาและการพัฒนาวิชาชีพครู’ เครื่องทดสอบความสามารถของครู

“ครุศึกษาและการพัฒนาวิชาชีพครู” รวบรวม เรียบเรียงโดย “ไพฑูรย์ สินลารัตน์ และนักรบ หมื้แสน” จำหน่ายเล่มละ 250 บาท เป็นหนังสือที่บอกเล่าถึงการเขียนตำราทางวิชาการ ด้านการศึกษา ตลอดจนการทำวิจัย เพื่อเผยแพร่สารประโยชน์ของงานไปสู่วงกว้างและยังเป็นเครื่องทดสอบความสามารถทางวิชาการของอาจารย์และนักศึกษาว่ามีศักยภาพในระดับใด มีความรู้ลึกซึ้งและเข้าใจอย่างถ่องแท้หรือไม่สามารถถ่ายทอดให้ผู้อื่นรู้ได้มากเท่าใด คือเขียนแล้วคนอ่านรู้เรื่องหรือไม่ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือต้องการให้เป็นหนังสืออ่านประกอบของผู้เรียนในหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครูของวิทยาลัยครุศาสตร์ รวมไปถึงเหมาะกับผู้เรียนเพื่อเป็นครูของครูในคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ทั่วไปได้อย่างดี

ความรักและความผูกพันของเด็กหนุ่มสาว เขาจะแก้ปัญหาอย่างไรกับอาการป่วยที่เธอประสบ

หนังสือ “I want to eat your pancreas” (ตับอ่อนเธอนั้นขอฉันเถอะนะ) นิยายที่เขียนโดย “ซูมิโนะ โยรุ”แปลไทยโดย “ธีราภา ธีรรัตนสถิต” เป็นเรื่องราวของของเด็กหนุ่มนักเรียนมัธยมปลาย ผู้ที่ไม่ค่อยสนใจสิ่งอื่นใดนอกเหนือจากการอ่านหนังสือ และยามาอุจิ ซากุระ เด็กสาวร่วมชั้นเรียนเดียวกัน วันหนึ่ง เขาได้พบไดอารี่เล่มหนึ่ง ซึ่งเขียนถึงบันทึกการเจ็บป่วยของ ยามาอุจิ ซากุระ ที่เขียนไว้เป็นความลับ พร้อมมีข้อความสะเทือนใจ ที่ทำให้รู้ว่า…ซากุระกำลังป่วยด้วยโรคมะเร็งในตับ และเธอก็ได้พยายามใช้ชีวิตในแบบคนปกติอย่างเข้มแข็ง โลกของหญิงสาวที่กำลังต่อสู้กับความทุกข์ทรมานจากการเจ็บป่วยด้วยความจริงที่โหดร้าย แต่อีกด้านยังคงมีมิตรภาพ ความรัก และคุณค่าแห่งการมีชีวิตอยู่เคียงข้างเธอ จัดจำหน่ายราคา 345 บาท

รับปีใหม่ด้วย 10 หนุ่มหล่อน่ากอด พร้อมเจาะลึกสาวเปรี้ยวกับชีวิตที่ผ่านมา

“นิตยสารสุดสัปดาห์” ฉบับล่าสุดเดือนธันวาคม ขึ้นปก 10 หนุ่มหล่อ ที่ได้รับผลโหวตจากแฟนสุดสัปดาห์ให้เป็นหนุ่ม น่ากอดประจำปี 2017 ได้แก่ เจมส์ มาร์, เต้ย-พงศกร, บอย-ปกรณ์, เกรท-วรินทร,กัปตัน-ชลธร, ไมค์-ภัทรเดช, ฌอห์ณ จินดาโชติ, ต่อ-ธนภพ, ป้อง-ณวัฒน์ และ โตโน่-ภาคิน โดยมาในลุค Morning Kiss พร้อมบทสัมภาษณ์ถึงเรื่องราวประทับใจที่สุดของปี 2017 นอกจากนี้ ยังมีสัมภาษณ์เจาะลึกเรื่องราวของสาวเปรี้ยว วุ้นเส้น-วิริฒิพา มาอัพเดทชีวิตที่ผ่านมาและเผยถึงตัวตนที่ใครหลายคนยังไม่รู้ และข้อคิดดีๆ ในการใช้ชีวิตของเธอ พร้อมภาพและแฟชั่นของความสวยความงามครบถ้วน จำหน่ายเล่มละ 90 บาท

นำเสนอข้อมูลเพื่อการพัฒนาลูก วิธีเลี้ยงลูกให้โตอย่างมีคุณค่าในทุกด้าน

นิตยสาร Amarin Baby & Kids คู่มือสร้างลูกฉลาด ดี มีสุข รวบรวมสุดยอดทักษะพัฒนาลูกเก่ง ดีรอบด้าน และทักษะสำคัญที่เด็กๆ ควรมีมาไว้อย่างครบถ้วน เพื่อให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่มีคุณค่าอย่างแท้จริงในงานพัฒนาลูก โดยได้สาวน้อยวัยใส น้องวันใหม่ ฉัตรบริรักษ์ มาขึ้นปกและถ่ายแฟชั่นร่วมกับเพื่อนๆ โชว์ความน่ารักสดใสทั้งปกหน้าและปกหลัง และยังมีเรื่องราวสาระความรู้มากมาย ทั้งทักษะการดูแลลูกให้แข็งแรง ปราศจากโรคภัย กลยุทธ์การพัฒนาสมอง การสร้างอีคิว ทักษะด้านศีลธรรมอันดี ทักษะสังคม และวินัยเชิงบวกที่สำคัญของเด็ก ตลอดจนเรื่องของความปลอดภัย การเอาตัวรอดในสังคม ที่มีทั้งคุณหมอและนักวิชาการเสนอเทคนิคที่สามารถนำไปใช้ได้ทันที เพื่อให้ลูกเติบโตได้อย่างสมบูรณ์พร้อมเต็มที่ และก้าวไปสู่การเป็นผู้ใหญ่ที่ดีได้ในอนาคต